Group Blog
 
All blogs
 

เล่ห์ลวงใจ บทที่ 2

แนะนำ
สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


บทที่ 2


อะไรกันน่ะ อาการวูบวาบ เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็หนาวแบบนี้...

ธีระคิดขณะแทรกคนในร้านไปจนถึงทางเข้าห้องน้ำบนชั้นสอง พอผลักประตูเข้าไปได้ก็เดินไปที่อ่างล้างมือแล้ววักน้ำขึ้นลูบหน้า อุณหภูมิของน้ำทำให้สมองเขาแจ่มใสขึ้นนิดหน่อย กระนั้นแรงกระตุ้นที่แผ่ลามไปตามร่างกายก็ทำให้แขนขาอ่อนเปลี้ยจนแทบยืนไม่อยู่

หรือว่าเครื่องดื่มเมื่อกี้ใส่อะไรไว้ เขาโดนวางยางั้นหรือ?

ธีระคิดพลางพยายามสะบัดศีรษะที่เริ่มตื้อ เมื่อครู่มีผู้ชายที่ไม่รู้จักเดินเข้ามาทักทายเขาที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก็เคยมีคนแปลกหน้าพยายามเข้ามาทำความรู้จักเขาอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่สมัยที่ยังเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนฝูง แต่เพราะครั้งนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยเล่นจึงไม่ได้สนทนาด้วยมากนัก ผู้ชายคนนั้นจึงขอเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วในโอกาสที่ได้รู้จักกันแล้วก็จะกลับไปหาเพื่อนๆ เขาก็เลยตอบตกลงเพื่อตัดบทโดยกำชับว่าต้องไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ไม่คิดจริงๆ ว่าม็อคเทลสีสวยแก้วนั้นจะมีอะไรผิดปกติ

คงเพราะมัวแต่ใจลอยก็เลยไม่ทันสังเกตว่าถูกใส่ยาในแก้ว แบบนี้ไม่ดีแน่...รีบไปบอกซันกับเมธให้พากลับดีกว่า...

ธีระรับรู้ได้ว่าสมองเริ่มมึนงง สวนทางกับแรงกดดันในกายที่ทวีความพลุ่งพล่าน จึงพยายามวักน้ำเย็นขึ้นลูบหน้าและตามลำคอมากขึ้นเพื่อประคองสติไว้ เขารู้ว่าต้องรีบลงไปหาเพื่อนๆ ให้เร็วที่สุด จึงไม่ได้สนใจเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก และเพียงใช้มือยันผนังเพื่อประคองตัวเองเดินออกไปโดยไม่ให้ชนกับผู้มาใหม่ แต่แล้วก็สะดุ้งเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็ยื่นมือมาจับต้นแขน

“บังเอิญจัง ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย ให้พี่ช่วยดูไหมครับว่าเป็นอะไร”

ธีระขนลุกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาเงยหน้าขึ้นและจำได้ทันทีว่านี่คือเสียงของผู้ชายที่เพิ่งมาขอเลี้ยงเครื่องดื่มเมื่อไม่กี่นาทีก่อน รอยยิ้มบนใบหน้านั้นถูกปั้นให้ดูนุ่มนวล แต่มันกลับไม่ต่างจากรอยแสยะยิ้มของปิศาจร้ายภายใต้แสงสลัว

ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่พุ่งจากบริเวณต้นแขนที่ถูกจับ ธีระกำหมัดแน่นเพื่อบังคับร่างกายไม่ให้โผเข้าหาอีกฝ่ายและทำอะไรที่ร่างกายสั่งให้ทำเพื่อปลดเปลื้องความอึดอัด ลมหายใจของเขาหอบถี่ขณะพยายามขืนตัวหนีอย่างอ่อนแรง

"ไม่ต้อง"

“หืมม์? ไม่สบายไม่ใช่เหรอครับ? ให้พี่ช่วยดีกว่านะ”

ลมหายใจอุ่นๆ ระบนใบหูเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุดและกดล็อค ธีระรับรู้ได้ถึงความวาบหวิวที่แล่นเป็นริ้วเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและล้วงมือเข้าใต้เสื้อ ขณะเดียวกันก็รู้สึกขยะแขยงจนคลื่นไส้

“...สารเลว! ปล่อยนะ!!”

“ไม่เอาน่า ยิ่งฝืนก็ยิ่งอึดอัดไม่ใช่เหรอ เวลาเป็นแบบนี้แล้วไม่ทำให้หายมันทรมานมากนะ”

เสียงปลอบโยนนั้นแสนจะรื่นหูราวเคลือบด้วยน้ำเชื่อม ทว่าธีระยังพยายามฉุดรั้งสติไว้ ต่อให้อีกฝ่ายไม่บอกเขาก็รู้อยู่แก่ใจ เพราะร่างกายกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งให้เลิกต่อต้านเพื่อจะได้เป็นอิสระจากความไม่สบายตัวเสียที แต่ศักดิ์ศรีก็ทำให้เขาไม่อยากยอมแพ้ให้กับคนที่ใช้วิธีสกปรกมาทำให้ต้องโอนอ่อนทั้งที่ปฏิเสธอย่างชัดเจนไปแล้ว

พี่รงค์...ถ้าหากตอนนี้พี่รงค์ยังอยู่ด้วย พี่รงค์จะมาช่วยตี้ไหม...

ความคิดอันหม่นหมองช่วยเหนี่ยวรั้งปราการในใจของธีระ การตระหนักรู้ว่าตอนนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้นอกจากตัวเองทำให้เด็กหนุ่มแสร้งหยุดต่อต้านและพยายามเลื่อนมือสะเปะสะปะไปตามผนังห้องน้ำ เขาเบี่ยงหน้าหนีคนที่พยายามจะก้มลงจูบจนริมฝีปากอีกฝ่ายเพียงเฉียดผ่านแก้ม กระทั่งเมื่อปลดล็อคประตูห้องน้ำได้สำเร็จ เขาก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แทงเข่าขึ้นไปกลางหว่างขาคนที่ยืนคร่อมเต็มแรงแล้วโผออกจากห้องน้ำทันที

“อุ๊บ!”

ธีระส่งเสียงเมื่อสะดุดฝีเท้าหน้าทิ่มไปชนใครบางคน เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปเพื่อทรงตัวขณะเงยหน้าขึ้น และพบว่าตนอยู่ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้ารูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง เนื่องจากอีกฝ่ายก้มมองเขาโดยมีหลอดไฟส่องจากด้านหลัง ทำให้ใบหน้านั้นอยู่ในความสลัวจนเห็นเครื่องหน้าไม่ชัด

วูบหนึ่งธีระนึกอยากให้คนตรงหน้าเป็นคนที่เขาคาดหวังว่าจะมาช่วยเหลือเกิน แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ อย่างน้อยการได้เห็นคนอื่นในสถานการณ์เช่นนี้ก็ทำให้อุ่นใจขึ้น

"ขอโทษครับ ช่วยด้วย ผมโดนวางยา"

“เฮ้ยนี่!...”

คนที่กระชากประตูห้องน้ำตามออกมาชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ด้วย ความตกใจทำให้ผู้ชายคนนั้นยืนเก้ๆ กังๆ ครู่เดียวก็รีบเดินเบี่ยงตัวหนีไปที่ประตูห้องน้ำใหญ่ แต่ก่อนออกไปก็ยังไม่วายเหลียวกลับมามองธีระด้วยความเสียดาย จนเมื่อมั่นใจว่าหมอนั่นออกไปพ้นห้องน้ำแน่นอนแล้ว เด็กหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกโต

รอดแล้ว...

เหตุการณ์ชวนใจหายใจคว่ำเมื่อครู่ทำให้ธีระลืมอาการเรียกร้องของร่างกายไปชั่วขณะ แต่แล้วความต้องการอันรุนแรงระลอกใหม่ก็ปะทุจนเขาตัวงอ ความต้องการอันเกรี้ยวกราดแล่นพล่านทั่วกายจนต้องจิกมือลงบนแขนของคนที่ช่วยประคองแน่น

แข็งใจไว้นะตี้...อย่าเผลอตัวทำอะไรบ้าๆ กับคนไม่รู้จักอีกนะ...

“...ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษด้วย”

ธีระเอ่ยเสียงพร่าขณะพยายามถอยตัวออก พลันเด็กหนุ่มก็ส่งเสียงอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ แขนที่ประคองเขาไว้กลับดึงรั้งตัวเข้าไปหา นัยน์ตากลมโตกะพริบถี่ด้วยความมึนงง แต่แล้วเมื่อถูกรั้งต้นคอให้เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากที่ประทับลงมาก็ราวกับการเปิดทำนบเขื่อนที่กำลังเชี่ยวกรากให้หลั่งทะลัก

ฝืนไม่ไหวแล้ว...

“อืม...ฮึ...”

ความยับยั้งชั่งใจของธีระปลาสนาการไปในทันที ริมฝีปากที่เผยออยู่แล้วดุจจะเชิญชวนให้อีกฝ่ายฉกฉวยความหอมหวานโดยไม่ต้องเปล่งเสียง ร่างกายปรีเปรมดิ์กับรสสัมผัสจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก และดึงดูดให้เขาได้แต่พยายามบดเบียดร่างเข้ากับร่างสูงใหญ่เพื่อระบายความรุ่มร้อนในกาย วูบหนึ่งเขานึกกลัวที่ฤทธิ์ยาที่ได้รับรุนแรงขนาดนี้ แต่ความคิดนั้นก็หายไปในเวลาอันรวดเร็วเมื่อถูกมือใหญ่เลื่อนลงกอบเนินสะโพก

คอแห้งจังเลย...

ลำคอที่แห้งผากทำให้ธีระโน้มคออีกฝ่ายลงดูดดุนปลายลิ้นเพื่อหาความชุ่มชื้น รสชาติวิสกี้อ่อนจางยิ่งทำให้เด็กหนุ่มเตลิดจนสอดมือเข้าลูบไล้ผิวแกร่งใต้เสื้อยืด หูเขาได้ยินเสียง “อุ้ย” แว่วๆ จากหน้าประตู แต่เสียงดนตรีที่ดังจนชวนหูอื้อในร้านก็อาจทำให้เขาหูเฝื่อนไปเองก็ได้

“ไปที่อื่นกันดีกว่า”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยกระซิบขณะที่ธีระปรือตาขึ้นอย่างงุนงง ที่อื่นงั้นหรือ? ที่ไหนกันล่ะ? เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนกำลังถูกเพลิงปรารถนาเผาผลาญราวกับตัวเองเป็นปลาในลำธารอันแห้งขอด จึงไม่ขัดขืนเมื่อถูกโอบกึ่งประคองออกจากห้องน้ำไปทางบันไดหนีไฟ แหล่งแสงที่มาจากป้ายทางออกเหนือประตูเท่านั้นทำให้บรรยากาศในช่องบันไดแคบๆ ยิ่งมืดสลัวมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ปลุกความฮึกเหิมในใจให้พลุ่งพล่าน

ในเมื่อเขาหลีกเลี่ยงเพราะฤทธิ์ยาไม่ได้แล้ว ก็ให้มันจบที่นี่ไปเลยก็แล้วกัน

"อื๋อ?"

กฤตภาสส่งเสียงอย่างแปลกใจเมื่อถูกธีระดันหลังไปติดผนังบนชานพักบันได จากนั้นเด็กหนุ่มก็โถมตัวเข้ากอดเขาไว้แล้วรั้งคอลงจูบอย่างเร่งร้อน มือที่พยายามทึ้งเสื้อของเขาและการพยายามจะบดเบียดกายเข้าหาทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไร

"แน่ใจเหรอว่าจะทำตรงนี้?"

ถึงแม้แสงจะสลัวจนแทบไม่เห็นหน้ากัน กระนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนพยักหน้าและพยายามจะจูบแผ่นอกของเขา การรุกเร้าอันเร่งรีบทำให้เขาเกิดความคิดสองอย่าง หนึ่งคือยาที่อีกฝ่ายโดนเข้าไปจะต้องมีฤทธิ์กระตุ้นรุนแรงมาก ส่วนอีกอย่างคือเด็กคนนี้นอนกับใครก็ได้ไปทั่ว

และความคิดอย่างหลังก็ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาถนัดใจ

"อื้มมมม"

จู่ๆ ธีระก็เป็นฝ่ายถูกดันหลังให้ชนกำแพง ชายหนุ่มแปลกหน้าเชยคางเขาขึ้นแล้วบดจูบบนริมฝีปากอย่างแรงจนเด็กหนุ่มแยกไม่ออกระหว่างความสุขสมและเจ็บปวด ท่ามกลางสติที่พร่ามัวเพราะหมอกแห่งความปรารถนา เสี้ยวหนึ่งเขาเกิดความสงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนี้จึงต้องทำท่าเหมือนโกรธเขาด้วย

แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือ พวกเขาสองคนคงจะบ้าไปแล้วที่มาทำแบบนี้กันตรงนี้...

"อึ๊!!...ฮะ..."

หลังจากการเล้าโลมที่กินเวลาไม่นาน ธีระก็ถูกชายหนุ่มแปลกหน้ารั้งขาทั้งสองขึ้นให้เกาะเกี่ยวเอวเจ้าตัวไว้ จากนั้นความเจ็บแปลบก็แล่นวาบมาจากบริเวณที่อีกฝ่ายใช้ความแข็งแกร่งล่วงล้ำเข้ามา แต่ฤทธิ์ยาที่ยังไม่สร่างทำให้ความเจ็บถูกแทนที่ด้วยความสุขสมอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากพวกเขาอยู่ในทางหนีไฟที่แม้จะแทบไม่มีคนใช้ในเวลาปกติ แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ว่าจะไม่มีคนมาพบ กฤตภาสจึงตัดสินใจไม่ถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจนหมด เพียงแต่ร่นเสื้อและกางเกงในส่วนที่สะดวกแก่การ ‘ประกอบกิจ' เท่านั้น โชคดีที่เสียงดนตรีดังกระหึ่มในร้านช่วยกลบให้เสียงครวญครางของคนในอ้อมแขนเขาไม่อาจหลุดไปด้านนอกได้มากนัก

"อ๊ะ...อ๊ะ..."

เสียงหอบเครือหวานล้ำดังชิดริมหูเมื่อกฤตภาสเพิ่มการกระแทกกระทั้นมากขึ้น สรีระที่กะทัดรัดของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มสามารถอุ้มเด็กหนุ่มเข้าเอวได้อย่างไม่มีปัญหา ยิ่งเขาออกแรงมากขึ้นเท่าไหร่ คนในอ้อมแขนก็ยิ่งบิดกายและส่งเสียงครางดังขึ้นจนเขาต้องคอยจูบเพื่อไม่ให้เสียงนั้นเล็ดลอดออกไปดึงความสนใจของคนอื่นได้

ธีระหลับตาแน่นเมื่อรับรู้ได้ถึงระลอกคลื่นแห่งความสุขสมที่กำลังสาดซัด เด็กหนุ่มจิกมือบนไหล่กว้างจนเกิดรอยเล็บเพราะความหฤหรรษ์ที่ได้รับ แต่เสียงกรีดร้องของเขาก็ถูกริมฝีปากอุ่นดูดกลืนจนเหลือเพียงเสียงอู้อี้ในคอ

น้ำหอมกลิ่นนี้...

อาจเพราะตอนอยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่มีแต่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศจึงทำให้เขาไม่ทันสนใจ แต่เมื่อได้อยู่ใกล้กันในที่ที่อากาศไหลเวียนน้อย กลิ่นโคโลญจน์ที่อีกฝ่ายใช้จึงกระสาเข้าจมูกของธีระโดยไม่อาจเลี่ยง แม้จะเป็นเพียงกลิ่นอ่อนจาง แต่กลับมีฤทธิ์ขับความต้องการของเขาให้ทะยานลิ่วอย่างเข้มข้น

ร่างผอมเพรียวหอบหายใจหนักหน่วงเมื่อความสุขสมอันบ้าคลั่งหอบสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอย มือทั้งสองขยุ้มเสื้อบนไหล่กว้างขณะที่สองขาเกร็งหนีบเอวสอบแน่น จวบจนเมื่อพายุอารมณ์พัดผ่านและความอ่อนล้าเริ่มไต่ไปตามกล้ามเนื้อบนร่าง สติของเขาจึงได้กลับคืนมาจากความรู้สึกล่องลอยเหมือนอยู่บนที่สูงทีละน้อย เช่นเดียวกับการรับรู้ว่าร่างกายของเขายังคงแนบชิดกับผู้ชายที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

นี่เขายังเหลือศักดิ์ศรีในตัวให้ภูมิใจอยู่อีกไหม...

กฤตภาสซบหน้าลงหอบหายใจกับซอกคอของคนในอ้อมแขน มือหนึ่งเขายังกอดอีกฝ่ายไว้ขณะที่มืออีกข้างยันฝาผนังเพื่อช่วยทรงตัว น่าแปลกที่แม้เด็กหนุ่มจะมีเหงื่อผุดซึมออกมาทั้งร่าง กระนั้นกลิ่นกายอ่อนๆ กลับยิ่งดึงดูดให้อยากฝังจมูกลงสูดดมไม่รู้เบื่อ เขาจึงไม่ฝืนความต้องการและก้มลงเลาะเล็มซอกคอและติ่งหูนิ่ม ทำให้ได้ยินเสียงครางแผ่วหวานที่ยิ่งได้ยินแล้วก็อยากจะได้ยินซ้ำ

มือทั้งสองข้างที่กำไหล่เขาอยู่ค่อยๆ คลายออกและเลื่อนขึ้นประคองหน้าชายหนุ่มไว้ กฤตภาสเงยหน้าและสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นจัดที่ระลงบนริมฝีปาก นัยน์ตาที่เริ่มชินกับความสลัวทำให้เขามองเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น และภาพนัยน์ตากลมโตที่มีหยาดน้ำขังคลอเต็มหน่วยตาก็ทำให้เขาขมวดคิ้ว เพราะแววตาอันเลื่อนลอยคู่นั้นกำลังจ้องหน้าเขา แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังมองไปยังใครบางคนที่อยู่แสนไกลจนเกินจะเอื้อมมือคว้า

"พี่รงค์..."

เสียงเล็กสั่นเครือก่อนที่มือซึ่งแนบอยู่บนหน้าเขาจะตกผล็อยลง เช่นเดียวกับศีรษะของอีกฝ่ายที่โน้มมาข้างหน้า อาการแน่นิ่งทำให้กฤตภาสรู้ว่าเด็กหนุ่มหมดสติไปแล้ว กระนั้นคิ้วของเขาก็ยังขมวดมุ่นเมื่อคิดถึงชื่อของคนที่ลอยเข้าหู

พี่รงค์...เป็นใคร?


++---TBC---++





 

Create Date : 05 กันยายน 2556    
Last Update : 6 กันยายน 2556 9:49:03 น.
Counter : 1176 Pageviews.  

เล่ห์ลวงใจ บทที่ 1

แนะนำ
สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


บทที่ 1


เสียงดนตรีจากลำโพงของผับชื่อดังใจกลางเมืองดังกระหึ่มไปถึงถนนด้านหน้า ถึงแม้จะยังเป็นเวลาหัวค่ำแถมไม่ใช่วันหยุด แต่ก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้าประตูมาไม่ขาดสาย ที่นั่งตามโต๊ะและหน้าเคาน์เตอร์แน่นจนไม่เหลือเก้าอี้ว่าง ส่วนพื้นที่บนแดนซ์ฟลอร์และตามช่องทางเดินทั้งสองชั้นก็อัดแน่นไปด้วยผู้มาหาความสำราญยามราตรีซึ่งโยกย้ายร่างกายตามจังหวะเพลงอันเร่าร้อน

ทุกมุมภายในร้านซึ่งมีเพียงแสงไฟดิสโก้สาดส่องอบอวลไปด้วยบรรยากาศรื่นเริงและรอยยิ้ม แต่กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งจิบเครื่องดื่มในแก้วเงียบๆ นัยน์ตากลมโตเหลือบมองเพื่อนอีกสองคนที่เพิ่งกลับมาจากแดนซ์ฟลอร์อย่างไม่กระตือรือร้น

“โอ๊ยเหนื่อย เต้นจนเหงื่อแตกไปหมดเลย แกออกไปเต้นมั่งสิตี้ ไม่ต้องนั่งเฝ้ากระเป๋าให้ฉันอย่างเดียวก็ได้”

“นั่นสิ อุตส่าห์ลากแกมาเที่ยวฉลองสอบเสร็จได้สักที กินเหล้าแล้วออกไปสนุกบ้างเถอะ”

ธีระ หรือ ‘ตี้’ ที่เพื่อนๆ เรียกเพียงแย้มมุมปากเล็กน้อยขณะวางแก้วเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอลล์ลงบนโต๊ะ “ไม่เอาล่ะ พอเลิกกินเหล้ามาสักพักมันก็ไม่อยากแตะแล้ว อีกอย่างที่ยอมมาวันนี้เพราะเห็นว่าช่วงปิดเทอมจะไม่ได้เจอซันหรอกนะ ไม่งั้นก็คงไม่มา”

หนึ่งสาวกับอีกหนึ่งหนุ่มแต่ใจสาวมองหน้ากัน จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปนั่งประกบซ้ายขวาธีระทันที

“ตี้...ยังไม่ลืมพี่เขาอีกเหรอ นี่มันก็หลายเดือนแล้วนะ ไหนๆ เขาไม่กลับมาแล้วก็เปิดใจรับคนใหม่บ้างเถอะน่า หรืออย่างน้อยก็ปล่อยตัวสนุกสนานบ้างก็ได้ พวกฉันเห็นแกเป็นแบบนี้แล้วกลัวแกจะมุ่งทางธรรมหลังเรียนจบชะมัด"

"ฮะๆ จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ นี่ถ้าไม่ติดว่าปิดเทอมนี้มีฝึกงานก็น่าไปบวชอยู่เหมือนกัน"

ธีระเอ่ยอย่างไม่จริงจังขณะใช้หลอดคนน้ำแข็งในแก้วเล่น แต่ศันสนีย์ร้องกรี๊ดทันทีขณะวางสองมือบนไหล่เพื่อนแล้วเขย่า "ไม่ได้!! แกอย่าไปหลงทำตามที่อีเมธมันพูดนะ! หน้าตาอย่างแกนี่ถึงโกนหัวห่มผ้าเหลืองก็ไม่ปลอดภัยรู้มั้ยตี้ ไม่รู้ล่ะ ระหว่างที่ฉันไปซัมเมอร์ที่ลอนดอนนี่แกต้องให้อีเมธมันคอยดูแลอยู่ข้างๆ นะ!"

"นี่หล่อน! ลืมหรือไงว่าปิดเทอมนี้ฉันต้องกลับไปช่วยแม่ขายของที่หาดใหญ่! ใครจะว่างมาเฝ้าเพื่อนให้หล่อนล่ะยะ!"

สุเมธหรือ 'อีเมธ' ที่โดนพาดพิงย้อนด้วยความหมั่นไส้จนเพื่อนสาวถลึงตาใส่ ธีระจึงหัวเราะขณะพยายามจะช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อนรักทั้งคู่

"ไม่ต้องเถียงกันๆ ไม่ต้องห่วงหรอกซัน ยังไงกลับจากลอนดอนก็ไม่เห็นเราหัวโล้นแน่ ส่วนเมธก็กลับไปช่วยที่บ้านเถอะ เราอยู่คนเดียวได้ ถึงยังไงช่วงที่ไปฝึกงานก็คงไม่ฟุ้งซ่านหรอก"

ศันสนีย์มองธีระซึ่งเป็นหนุ่มหน้าหวาน แถมยังตัวเล็กกว่าเธอที่ดันถอดแบบจากบิดาชาวอังกฤษมาจนสูงถึง 175 เซนติเมตร แล้วก็ให้รู้สึกเหมือนกำลังมองน้องชาย ความเป็นห่วงทำให้เธออดจะดึงเพื่อนรักมากอดไม่ได้

"จริงๆ นะตี้ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่เขาทิ้งเด็กน่ารักๆ อย่างแกได้ลง นี่ถ้าครั้งแรกที่เจอพี่เขานั่นฉันอยู่ด้วยนะ รับรองเขาไม่มีโอกาสได้ทำร้ายจิตใจแกแน่ๆ แต่ในเมื่อจบกันไปแล้วก็อย่าจมกับอดีตเลย พวกฉันอยากเห็นแกยิ้มแย้มร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนนะ"

สุเมธซึ่งแม้จะเป็นชายรูปร่างบึกบึน แต่กลับใจสาวที่สุดในบรรดาเพื่อนสามคนก็ลูบไหล่ของธีระอย่างให้กำลังใจเช่นกัน เด็กหนุ่มซึ่งได้รับความรักจากเพื่อนอย่างเต็มเปี่ยมจึงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดันตัวขึ้นนั่งตรง

"ขอบคุณนะทั้งคู่ เราไม่ได้จมกับอดีตอะไรขนาดนั้นหรอก วันนี้อุตส่าห์ได้มาเที่ยวกันก่อนปิดเทอมทั้งทีก็อย่าเอาแต่มาปลอบเราเลย เพลงนี้เมธชอบไม่ใช่เหรอ? ไปเต้นกันเถอะไป เดี๋ยวเรารออยู่นี่"

"ไม่ออกไปเต้นด้วยกันล่ะตี้ มากันสามคนแท้ๆ จะให้ฉันกับอีเมธไปดิ้นกันแค่สองคนเนี่ยนะ?"

ศันสนีย์พยายามจะฉุดแขนเพื่อนให้ออกไปด้วยกัน แต่ธีระขืนตัวไว้และยิ้มให้ "ไม่เอา จริงๆ นะ วันนี้เราขอนั่งดูเฉยๆ ดีกว่า"

เมื่อเห็นว่าชักชวนไปก็ไร้ผล สุเมธจึงตบไหล่ศันสนีย์เบาๆ และบุ้ยคางเป็นเชิงว่าอย่าคะยั้นคะยอให้เพื่อนลำบากใจไปกว่านี้ เธอจึงทำหน้ายู่และมองธีระอีกครั้ง ก่อนจะควงแขนสุเมธกลับไปยังแดนซ์ฟลอร์ที่อัดแน่นไปด้วยนักเต้นด้วยกัน

ธีระนั่งเท้าคางมองเพื่อนรักทั้งสองวาดลวดลายอย่างสุดเหวี่ยงจนคนรอบข้างเป่าปาก เพราะทั้งศันสนีย์และสุเมธต่างเป็นนักเรียนโรงเรียนสอนเต้นชื่อดังและยังเคยประกวดเต้นจนได้รางวัลมาจากหลายเวที เมื่อทั้งคู่หันมายิ้มและโบกมือให้ เขาก็โบกมือและยิ้มตอบ กระทั่งเวลาผ่านไปและทั้งสองดูจะเพลิดเพลินกับการโยกย้ายร่างกายตามดนตรีจนลืมมองมาทางเขาแล้ว เด็กหนุ่มจึงค่อยลดสายตาลงมองน้ำแข็งก้นแก้วที่กำลังละลาย รสชาติของน้ำผลไม้ที่จืดจางอยู่ในแก้วไม่ต่างจากรอยยิ้มของเขาที่เลือนหายไปแล้วเช่นกัน

ไม่ชอบสถานที่แบบนี้เลย...

หากไม่ใช่เพราะเพื่อนทั้งสองพยายามชักชวน หว่านล้อม ตะล่อมเขาต่างๆ นานาให้ออกมาเที่ยวกลางคืนเพื่อฉลองปิดเทอมใหญ่หลังจบปีสามด้วยกัน ให้ตายธีระก็สาบานกับตัวเองไว้ว่าจะไม่เหยียบย่างเข้ามาในสถานที่อโคจรเช่นนี้อีก ก็ไม่ใช่เพราะบรรยากาศอันเป็นใจและน้ำเมาที่พาไปหรือ เมื่อครึ่งปีก่อนเขาถึงได้พบใครคนหนึ่งที่ทำให้หลงรักหัวปักหัวปำ ก่อนจะพบว่าตนเป็นเพียงตัวแก้ขัดที่ต่อมาก็ถูกบอกเลิกราวกับหมดประโยชน์แล้วเท่านั้น ถึงแม้อีกฝ่ายจะพร่ำขอโทษและบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขาก็ตาม

เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องพบเรื่องน่าสมเพชแบบนั้นอีกเด็ดขาด

ธีระนั่งนิ่งราวไม่รับรู้ถึงเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะเฮฮารอบตัว เขาเพียงแต่รอเวลาที่เพื่อนทั้งสองจะอิ่มตัวกับค่ำคืนและแยกย้ายกันกลับบ้านเสียที แต่แล้วก็ถูกฉุดจากภวังค์เมื่อจู่ๆ ก็มีคนเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วและเงยหน้าขึ้น จึงได้สบตากับคนแปลกหน้าที่มองเขาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรและนัยน์ตาวาววาม

"มาคนเดียวเหรอครับ?"


++------++


"คุณชายกฤต เอาแต่นั่งมองอะไรอยู่วะ นานๆ เพื่อนเก่าจะนัดรวมตัวกันได้สักที มึงดันเอาแต่นั่งเงียบยังกับเป็นใบ้"

เมื่อถูกเพื่อนในวงเหล้าซึ่งคบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยทักขึ้น กฤตภาสก็ปรายตาจากจุดสนใจของเขาไปหาคนถามแวบหนึ่ง จากนั้นก็เบนสายตากลับไปทางคนที่ตนลอบมองมาครู่ใหญ่อีกครั้ง

"ก็มองไปเรื่อย อะไรก็ได้ที่เจริญตากว่ามองหน้ามึง"

เสียงโห่ฮาพร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นรอบวง เพราะถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่หากกฤตภาสเอ่ยวาจาเมื่อไหร่ก็มีคนจุกได้ทุกครั้ง

"โอ๊ย ไม่เจอกันตั้งหลายปี กูคิดถึงมึงที่สุดก็วาจาเชือดเฉือนแบบนี้แหละ เอ้า! ฉลองที่คุณชายกฤตยอมรับนัดเพื่อนๆ ชนแก้วโว้ยชนแก้ว!"

เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นก่อนทุกคนจะหัวเราะครื้นเครงและยกแก้วเหล้าขึ้นกระทบกัน ฝ่ายกฤตภาสเพียงชูแก้ววิสกี้ในมือขึ้นอย่างแกนๆ ก่อนจะยกจิบ เนื่องจากแม่ของเขามีศักดิ์เป็นหม่อมหลวง เพื่อนฝูงที่สนิทกันจึงชอบแซวเขาว่าเป็นคุณชายมาตั้งแต่สมัยเรียนทั้งที่กฤตภาสก็ไม่ได้ทำตัวหัวสูง แต่ในเมื่อเพื่อนๆ พากันเรียกอย่างนี้จนติดปาก ชายหนุ่มจึงคร้านจะบอกให้เลิกเติมคำนำหน้าที่ทำให้เขาดูเหมือนพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเสียที

เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของกฤตภาสยังคงจับจ้องไปทางเดิม เพื่อนที่นั่งติดกันจึงพาดแขนมาบนไหล่เขาแล้วพยายามเพ่งสายตาตามภายใต้แสงไฟอันค่อนข้างสลัว

"ตกลงนี่มึงมองใครอยู่วะ เด็กโต๊ะมุมในสุดนั่นน่ะเหรอ?"

กฤตภาสไม่ตอบ เขาเพียงแต่หยิบแก้วเหล้าขึ้นจิบพลางเพ่งสายตามองเป้าหมายนิ่ง การไม่ปฏิเสธทำให้คนถามอนุมานได้เองว่าเป็นการตอบรับกลายๆ

"ผู้หญิงหรือผู้ชายวะนั่น ตัดผมสั้นๆ แบบนี้ดูยากชะมัด อ้าว มีคนเข้ามานั่งด้วยแล้วนี่หว่า สงสัยมึงต้องตัดใจแล้วล่ะคุณชายกฤต"

เพื่อนของเขาตบหลังอย่างเห็นใจก่อนจะหันกลับไปพูดคุยกับเพื่อนๆ ฝ่ายกฤตภาสเพียงแต่ขมวดคิ้ว เพราะว่าเขามาถึงร้านตั้งแต่หัวค่ำ จึงจำได้แม่นว่าเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้าร้านมากับเพื่อนอีกเพียงสองคนเท่านั้น ดังนั้นหากเจ้าคนที่มาใหม่นั่นไม่ใช่เพื่อนที่นัดไว้ก็ต้องเป็นคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง

เขานั่งมองอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเห็นเด็กหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานเพิ่งเดินไปเสิร์ฟให้ ไม่นานผู้มาใหม่ก็ลุกไปจากโต๊ะและปล่อยให้เด็กหนุ่มนั่งอยู่คนเดียว กฤตภาสนั่งนับถอยหลังในใจ ไม่ช้าเขาก็เห็นเด็กหนุ่มลุกจากโต๊ะด้วยท่าทางโซเซเหมือนคนไม่สบาย

ดูท่าไม่ค่อยดีแล้วสิ...

ร่างสูงใหญ่กระดกวิสกี้ในแก้วขึ้นดื่มจนหมดโดยไม่ละสายตาจากคนที่กำลังเดินตัวเซไปบนชั้นสองเพราะชั้นหนึ่งไม่มีห้องน้ำ เขาเห็นจากหางตาว่าเจ้าคนที่เมื่อครู่ผละไปจากโต๊ะของเด็กหนุ่มได้เดินตามขึ้นบันไดไปห่างๆ จึงลุกขึ้นบ้างพลางหันไปบอกเพื่อนๆ ในวง

"กูเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระ ขอตัวกลับก่อนนะ"

"อ้าวเฮ้ย ยังไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่เลย จะรีบไปไหนวะ?"

กฤตภาสไม่เหลือบแลคนถามและเดินฝ่าลูกค้าในร้านออกไปทางบันไดหนีไฟ เนื่องจากเคยมาร้านนี้มาก่อน เขาจึงรู้ว่านี่เป็นทางลัดที่จะขึ้นไปห้องน้ำได้เร็วกว่าบันไดหลักในร้าน แต่ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามกับตัวเองเช่นกันว่าเขากำลังจะเอาคานเข้าไปสอดหมูที่กำลังจะหามหรือไม่

เอาเถอะ ถ้าหากมันไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ ก็ถือซะว่าเขาตีตั๋วดูหนังสดฟรีก็แล้วกัน...



++---TBC---++


A/N: ฉลองวันอาทิตย์ก่อนที่พรุ่งนี้จะเป็นวันจันทร์ (อีกแล้ว T_T) เลยเอาตอนที่ 1 มาลงให้แบบว่องไวก่อนค่ะ เห็นฟีดแบ็คดีจากบทนำแล้วมีกำลังใจ แต่อาจไม่ได้ลงบ่อยๆ อย่างนี้ทุกงวดนะ ยังไงระหว่างนี้จะพยายามเขียนสต็อคไปเรื่อยๆ แล้วทยอยมาลงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ระบุความถี่ คอยติดตามกันก็แล้วกันค่า ^^




 

Create Date : 01 กันยายน 2556    
Last Update : 3 กันยายน 2556 17:55:02 น.
Counter : 2221 Pageviews.  

เล่ห์ลวงใจ บทนำ

บทนำ


ติ๋ง...ติ๋ง...

เสียงหยดน้ำตกกระทบอ่างล้างหน้าเป็นจังหวะแผ่วเบา ก่อนที่มือของใครคนหนึ่งจะยื่นออกไปหมุนปิดก๊อกให้สนิท เด็กหนุ่มรูปร่างผอมเพรียวหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กบนราวข้างอ่างมาซับน้ำบนหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็แขวนผ้าไว้ที่เดิมแล้วเท้ามือลงบนขอบอ่าง นัยน์ตากลมโตเขม้นมองเงาของตนซึ่งสะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่

ภาพที่เขาเห็นคือเด็กหนุ่มร่างเพรียวในชุดเสื้อคอโปโลแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ เรือนผมสีดำที่ตัดสั้นไว้ล้อมกรอบใบหน้ารูปไข่ คิ้วเข้มกับดวงตากลมโตขับให้ดวงหน้ายิ่งดูอ่อนเยาว์กว่าอายุยี่สิบเอ็ด ถึงแม้จะสูงเพียง 168 เซนติเมตร แต่รูปร่างที่ค่อนข้างผอมก็ทำให้เขาดูสูงเพรียวกว่านั้น ยกเว้นเวลาที่ยืนเทียบเคียงกับคนที่ตัวสูงกว่า

นี่เรามาทำอะไรอยู่ที่นี่นะ...

ธีระถามตัวเองขณะลูบไรผมชื้นๆ ซึ่งแนบบนหน้าผากออก พลันเสียงห้าวต่ำที่เอ่ยถามอย่างเกียจคร้านจากด้านหลังก็ทำให้เขาสะดุ้ง

“จะรีบตื่นไปไหนล่ะ ไม่ใช่วันทำงานสักหน่อย”

ธีระเหลียวกลับไปมองร่างสูงใหญ่ของคนที่กำลังยืนเอามือเท้าประตูห้องน้ำ ไรเคราที่เริ่มขึ้นเป็นปื้นบนใบหน้าคร้ามเข้มสร้างความรู้สึกดิบเถื่อนตัดกับผิวสีอ่อน นัยน์ตาคมปลาบจับจ้องเขาด้วยแววตาล้ำลึกอันยากจะอ่านความนัย ทว่าสิ่งที่ทำให้โลหิตฉีดซ่านขึ้นบนผิวหน้าของธีระคือการที่อีกฝ่ายไม่สวมใส่อะไรปิดบังเรือนร่างอันเปลือยเปล่าเลยสักชิ้น

“ผมจะกลับห้องครับ มีอะไรต้องทำหลายอย่าง”

“อย่างเช่น?”

คนถามดันตัวห่างจากประตูและก้าวเข้ามาในห้องน้ำขนาดไม่เล็ก แต่เมื่อเขาถูกแรงกดดันให้ถอยหลังหนีจนเข้าไปชิดมุมห้อง ธีระก็รู้สึกว่าห้องน้ำในคอนโดหรูนั้นแคบไปถนัดใจ

“อย่างเช่นซักผ้า เก็บกวาดห้อง... ผมไม่ได้มีเงินจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดให้เหมือนคุณกฤต ผมก็ต้องทำเรื่องพวกนี้เอง”

“ถ้าอยากได้แม่บ้านไปช่วยทำความสะอาด เดี๋ยวฉันให้ยืมแม่บ้านของฉันก็ได้”

“ไม่จำเป็นครับ”

ธีระแทบอยากแทรกตัวเข้าไปในผนังเมื่อคู่สนทนาเข้ามาประชิดและยื่นแขนทั้งสองยันผนังไว้ กักให้เขาอยู่ในวงล้อมของไออุ่นที่เจ้าตัวแผ่ออกมาโดยแทบไม่เปลืองแรง ระดับสายตาซึ่งตรงกับแผงอกเปลือยพอดีทำให้เขาเห็นรอยข่วนซึ่งรู้ดีว่ามาจากน้ำมือของตัวเองเมื่อคืน จึงฝืนทำคอแข็งเงยหน้าขึ้น และพบว่านัยน์ตาสีนิลมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อสบตากัน มุมปากได้รูปของร่างสูงก็หยักขึ้นเล็กน้อยอย่างล้อเลียน

“เมื่อคืนก็ไม่ค่อยรู้สึกตอนที่โดนข่วนหรอกนะ แต่ตอนนี้แสบแผลเป็นบ้า ว่าจะให้เธอช่วยทายาให้อยู่เชียว”

ธีระพยายามระงับความอายจากวาจายั่วยุ เขากำมือทั้งสองข้างอย่างข่มอารมณ์พลางตอบด้วยเสียงที่บังคับให้นิ่งที่สุด

“ถึงผมไม่ช่วย ก็คงมีสาวๆ อีกเยอะแยะเต็มใจจะมาดูแลคุณกฤตอยู่แล้วล่ะครับ เผลอๆ จะบริการให้มากกว่าทายาซะด้วยซ้ำ อึ้ม!”

คำพูดยอกย้อนของเขาจุดกองเพลิงในแววตาของกฤตภาสให้ลุกวาบ ร่างสูงใหญ่กระชากธีระเข้าหาตัวอย่างกะทันหันจนคนตัวเล็กกว่าปลิวเข้าหาอ้อมแขนแข็งแรงอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มพยายามจะเม้มปากเมื่ออีกฝ่ายก้มลงบดขยี้ริมฝีปากบนกลีบปากช่างหาเรื่องของเขาอย่างรุนแรง กระนั้นก็ยังช้ากว่าปลายลิ้นร้อนที่แหย่เข้ามาควานหารสหวานภายในอย่างดึงดัน

“คุณ...กฤต...ปล่อย!”

ร่างผอมพยายามจะผลักไสคนที่กำลังจาบจ้วงกับร่างกายของเขา แต่ความเหนื่อยอ่อนจากคืนที่ผ่านมาก็ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงอย่างที่ตั้งใจ ความดึงดันอันไร้ผลนั้นทำให้กฤตภาสยิ่งหงุดหงิด ร่างสูงใหญ่เบียดตัวเข้าหามากขึ้นและย่อลงช้อนสะโพกเพรียวให้ลอยขึ้นจากพื้น ส่งให้ธีระต้องหนีบขารอบเอวสอบโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองหล่น

“คุณกฤต!”

ธีระตวาดเมื่อรับรู้ได้ว่าส่วนอ่อนไหวของตนกำลังถูกอีกฝ่ายบดเบียด ถึงแม้จะมีกางเกงยีนส์กั้นขวาง แต่ความรุ่มร้อนที่ถ่ายทอดมาก็ยังทะลุผ่านเนื้อผ้าจนเด็กหนุ่มสัมผัสได้ และความพยายามจะดิ้นรนของเขาก็สร้างความพึงใจแก่คนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าอย่างมาก เพราะกฤตภาสกอดรัดเขาแน่นยิ่งขึ้นขณะพรมจุมพิตไปบนลำคอบอบบาง

“ดิ้นอีกสิ น่าจะรู้นี่ว่ายิ่งดิ้นฉันก็ยิ่งมีอารมณ์”

เสียงกระซิบริมหูทำให้ธีระหยุดการเคลื่อนไหวในทันที อารามอยากต่อต้านเมื่อครู่ทำให้เขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้ร่างกายเป็นอิสระ ต่อเมื่อหยุดดิ้นจึงได้รู้ตัวว่าเผลอไปกระตุ้นความต้องการของอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว

และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ...ร่างกายของเขาก็กำลังมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบเดียวกัน

“คุณกฤต...”

ธีระท้วงด้วยใบหน้าเหยเก ผิวแก้มเนียนเป็นสีแดงจัดขณะที่คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากันแน่น ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวเองก็จะไม่รู้ว่าน้ำเสียงและท่าทางของตนยามตัดพ้อนั้นแฝงแววออดอ้อนแกมยั่วยวนแก่คนเห็นเพียงไร เขาได้แต่ขมวดคิ้วแล้วส่งเสียงอู้อี้เมื่อกฤตภาสก้มลงแนบริมฝีปากเคล้าคลึงกลีบปากของเขาอีกครั้ง

จูบนี้นุ่มนวลและปลอบประโลมกว่าเมื่อครู่ และแม้ว่าจะยังสับสน แต่ความอ่อนหวานที่ได้รับก็ทำให้เด็กหนุ่มเคลิบเคลิ้มจนลืมต่อต้านไปชั่วคราว

“R-r-r-r-r-r-”

เสียงโทรศัพท์ที่แผดลั่นกลางห้องนอนทำให้กฤตภาสคำรามในคออย่างขัดใจ เสียงนั้นฉุดรั้งสติสัมปชัญญะที่กำลังเตลิดของธีระให้กลับคืนมา เด็กหนุ่มพลันตระหนักได้ว่าตนอยู่ในท่าทางน่าอายแค่ไหน จึงพยายามตะเกียกตะกายจะลงยืนเองท่ามกลางแววตาไม่พอใจของกฤตภาส แต่ร่างสูงก็ปล่อยมือจากเขาโดยดีก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นรับสาย

“ฮัลโหล....อ้อ สวัสดีครับแม่”

เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเมื่อพบว่าคู่สนทนาคือหม่อมหลวงมุกตาภา ศิตานนท์ มารดาซึ่งหย่าขาดจากบิดาตั้งแต่เขายังเด็กและอาศัยอยู่ต่างประเทศ นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองเด็กหนุ่มที่กำลังพยายามจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยและเดินไปทางประตูห้อง และราวจะรับรู้ได้ถึงแววตาที่จ้องมอง ธีระจึงเหลียวมาสบตาเขาแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไปแล้วงับประตูตามหลัง

กฤตภาสมองประตูที่ปิดลงด้วยนัยน์ตาเยือกเย็นยากจะอ่านความรู้สึก กระทั่งเสียงจากปลายสายทักขึ้น เขาจึงค่อยเบนความสนใจกลับมายังคู่สนทนาอีกครั้ง

“ครับ แม่จะให้ผมทำอะไรนะครับ?”


++------++


ธีระไม่ได้ยินเสียงใดอีกเมื่อประตูปิดลง เขายืนนิ่งอยู่อึดใจใหญ่ก่อนจะสาวเท้าไปที่ลิฟต์อย่างเชื่องช้าด้วยความรู้สึกเหมือนแต่ละก้าวมีตรวนหนาหนักถ่วงเอาไว้

เด็กหนุ่มกดลิฟต์และก้าวเข้าไปด้านใน จากนั้นก็กดปุ่มเพื่อลงไปชั้นล่าง เขาเหลือบมองกระจกที่กรุในผนังลิฟต์แล้วก็สังเกตเห็นรอยบางอย่างบนซอกคอ จึงขยับเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้นพร้อมกับแบะปกเสื้อออกเพื่อสำรวจให้ชัดเจน และพบว่าร่องรอยเหล่านั้นน่าจะมาจากกฤตภาสที่ประทับไว้บนร่างกายของเขาตั้งแต่เมื่อคืน


"มองแค่ฉัน เวลาอยู่กับฉัน ห้ามคิดถึงคนอื่น"


เด็กหนุ่มนึกถึงประโยคเชิงคำสั่งที่ได้ยินเมื่อคืน ก่อนที่คนพูดจะทำให้ในหัวเขาขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ด้วยเพลิงปรารถนาที่เร่าร้อนดุจพายุ ทว่าเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำเมื่อเช้า นัยน์ตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวก็หม่นแสงลง

อีกแล้วหรือ...นี่เขากำลังจะพาตัวเองเข้าสู่วังวนอันเจ็บปวดอีกแล้วใช่ไหม ...เมื่อครึ่งปีก่อนเขาเคยหลงรักคนที่พลาดพลั้งเข้ามาในชีวิตของเขาชั่วคราวทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยลืมใครอีกคนแม้เพียงเสี้ยววินาที ส่วนครั้งนี้...เขากำลังหวั่นไหวกับคนที่สร้างเงื่อนไขให้เขามีความสัมพันธ์ทางกายด้วย ทั้งที่เจ้าตัวก็มีหญิงสาวรายล้อมอยู่แล้วมากมาย และไม่ได้มีรสนิยมฝักใฝ่กับคนเป็นเกย์เช่นเขาเลยสักนิด

นี่เขาต้องเจ็บอีกกี่ครั้ง ...ถึงจะเข้มแข็งพอจะหันหลังให้กับความรู้สึกที่เรียกว่ารัก...สักที?



++---TBC---++



A/N: และแล้ว Bellbomb ก็เปิดเรื่องใหม่จนได้ แต่หากใครเคยอ่าน "ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก" นิยายอีกเรื่องของเรามาก่อน คงพอจำน้องตี้ หรือธีระซึ่งกลายมาเป็นตัวเอกในเรื่องนี้ได้ ความจริงหลังจากรวมเล่ม "แค่สบตา ก็รู้ว่ารัก" จบไปก็มีพล็อตนิยายที่อยากเขียนเป็นกระบุงเลยค่ะ แต่พอลองหยิบแต่ละเรื่องมาร่างโครงคร่าวๆ ก็เห็นแววมหากาพย์ทั้งนั้นจนไม่กล้าเริ่ม ก็เลยลองเอาพล็อตที่คิดเล่นๆ ให้น้องตี้มาลองเขียนดูก่อน ปรากฏว่าดีเทลค่อนข้างลงตัว ก็เลยตัดสินใจว่าเขียนเลยแล้วกัน และจากบทนำก็คงเห็นแล้วว่าพระเอกเรื่องนี้จะฉีกแนวพระเอกเรื่องอื่นๆ ของเราอยู่สักหน่อย ก็ขอฝากตากฤตกับน้องตี้ให้ติดตามกันด้วยนะคะ ^^




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2556    
Last Update : 3 กันยายน 2556 17:54:10 น.
Counter : 1447 Pageviews.  

เล่ห์ลวงใจ แนะนำตัวละคร

แนะนำ
สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++


เล่ห์ลวงใจ


- กฤตภาส ศิตานนท์

เขาไม่เคยเชื่อในความรัก ชีวิตคู่ที่แตกแยกของพ่อกับแม่ซึ่งต่างไปมีคนใหม่แล้วก็รักๆ เลิกๆ เป็นตัวอย่างที่ดีว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นเขาจึงไม่เคยจริงจังกับใคร คนที่คบมาแล้วก็ผ่านไปต่างเข้าใจจุดยืนของเขาในเรื่องนี้ คนที่พยายามจะผูกมัดใจเขาไว้ก็เท่ากับล้ำเส้นที่เขาขีดกำหนด และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาจูงจมูกเป็นอันขาด

- ธีระ พัฒนกิจ

เขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่ร่าเริงสดใส ชอบเที่ยวเตร่กับเพื่อนๆ จนกระทั่งได้คบใครคนหนึ่งที่ให้บทเรียนว่าความรักนั้นไม่อาจได้มาด้วยการตบมือข้างเดียว เขายังคงต้องการความรัก แต่หากไม่มีวันจะได้สิ่งนั้นจากคนที่เขาต้องการ เขาก็ไม่ปรารถนาจะเรียกร้องเอาจากคนที่ไม่เคยเห็นค่าของหัวใจคนอื่น

ภายใต้ฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ที่ชักนำพวกเขาสองคนให้รู้จักกัน จะมีวันที่แนวคิดอันขัดแย้งนี้สามารถมาบรรจบกันได้ไหม?


++---TBC---++


A/N: และแล้ว Bellbomb ก็เปิดเรื่องใหม่จนได้ แต่หากใครเคยอ่าน "ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก" นิยายอีกเรื่องของเรามาก่อน คงพอจำน้องตี้ หรือธีระซึ่งกลายมาเป็นตัวเอกในเรื่องนี้ได้ ความจริงหลังจากรวมเล่ม "แค่สบตา ก็รู้ว่ารัก" จบไปก็มีพล็อตนิยายที่อยากเขียนเป็นกระบุงเลยค่ะ แต่พอลองหยิบแต่ละเรื่องมาร่างโครงคร่าวๆ ก็เห็นแววมหากาพย์ทั้งนั้นจนไม่กล้าเริ่ม ก็เลยลองเอาพล็อตที่คิดเล่นๆ ให้น้องตี้มาลองเขียนดูก่อน ปรากฏว่าดีเทลค่อนข้างลงตัว ก็เลยตัดสินใจว่าเขียนเลยแล้วกัน และจากบทนำก็คงเห็นแล้วว่าพระเอกเรื่องนี้จะฉีกแนวพระเอกเรื่องอื่นๆ ของเราอยู่สักหน่อย ซึ่งก็เป็นความตั้งใจที่อยากเขียนคาแรคเตอร์หลายๆ แบบให้ท้าทายตัวเองบ้าง อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไรมาบอกกล่าวให้รู้กันได้นะคะ ^^




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2556    
Last Update : 1 กันยายน 2556 22:10:50 น.
Counter : 1927 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.