Group Blog
 
All blogs
 

ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ หวานรักวันที่ 12 สิงหา

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++



ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ หวานรักวันที่ 12 สิงหา

อากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศทำให้ณรงค์ไม่อยากลุกจากเตียงแม้จะรู้ว่าสายแล้ว สมองอันงัวเงียของเขาจำได้รางเลือนว่าวันนี้เป็นวันหยุดราชการ จึงคิดว่าจะกอดคนร่วมเตียงแล้วหลับต่ออีกสักพัก แต่พอตะแคงกลับไปอีกด้านเพื่อรวบตัวใครบางคนมากอด เขากลับพบแต่เตียงโล่งๆ พร้อมกับเสียงคุ้นหูที่ดังแว่วๆ มาจากทางห้องนั่งเล่น

"ยังไม่มีแพลนจะทำอะไรวันนี้เลยครับแม่...ก็คงอย่างนั้น...ครับ ก็ดีเหมือนกัน...งั้นผมไม่กวนแล้ว สุขสันต์วันแม่ครับ แล้วคุยกันใหม่"

น้ำเสียงทุ้มนุ่มหูเป็นท่วงทำนองที่ใครได้ยินก็ต้องสัมผัสได้ถึงความรักและเทิดทูนของคนพูดที่มีให้คู่สนทนาเต็มเปี่ยม น่าเสียดายที่เจ้าตัวจะใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้กับมารดาเพียงคนเดียว

ก็ดูขนาดเขาที่คบกันมาปีกว่าแล้วนี่สิ ยังไม่เคยได้ยินไรอันคุยด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนี้ด้วยสักครั้ง

ไม่นานหลังเสียงคุยโทรศัพท์เงียบไป เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับที่หนุ่มลูกครึ่งร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง ไรอันขมวดคิ้วมองณรงค์ที่ปรือตาขึ้นมองเขาก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งพลางดึงผ้าห่มไปกอด

"Are you planning to sleep all day?"

"เปล่า...แต่วันนี้วันหยุดนี่นา ผมก็อยากพักผ่อนสบายๆ บ้างสิ"

ไรอันไม่ต่อบทสนทนาด้วย เพียงแต่เดินไปเปิดม่านหน้าต่างแล้วมองออกไปยังภายนอกที่แสงแดดจัดจ้า ณรงค์หรี่ตาขึ้นอีกครั้งพลางยื่นมือหนึ่งออกไปหา

"รัก...มานี่หน่อย"

เจ้าของชื่อหันกลับมาพร้อมกับปิดม่านลง จากนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งบนขอบเตียงแล้วกอดอกมองท่าทางเกียจคร้านของณรงค์ด้วยแววตาเรียบนิ่ง

"Well?"

"เมื่อกี้คุณโทรหาแม่เหรอ?"

"ใช่ ก็วันนี้วันแม่นี่ ผมก็ทำแบบนี้ทุกปี แล้วคุณไม่โทรหาน้าหนิงรึไง?"

ไรอันรู้ดีว่าแม่แท้ๆ ของณรงค์เสียตั้งแต่เจ้าตัวยังเด็ก ดังนั้นผู้ที่คอยเลี้ยงดูมานอกจากพ่อก็คือน้าหนิงซึ่งเป็นแม่เลี้ยง และแม่ของน้องๆ ฝาแฝด

"ไว้บ่ายๆ เย็นๆ ค่อยโทรหาก็ได้ เห็นว่าพ่อพาน้าหนิงกับไอ้ลูกลิงสองตัวไปเยี่ยมยาย ตอนนี้ถึงผมโทรไปก็คงคุยไม่ค่อยสะดวกหรอก"

น้ำเสียงของณรงค์ไม่ได้แสดงอาการน้อยอกน้อยใจ เขารู้ว่าน้าหนิงและแม่ของน้าหนิงก็มองเขาเหมือนลูกหลาน เพียงแต่ญาติคนอื่นๆ ของบ้านนั้นไม่ได้สนิทสนมกับเขานัก และด้วยอายุสามสิบเข้าไปแล้วเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้อยากเรียกร้องหาที่ยืนในครอบครัวใหม่สักเท่าไหร่ ซึ่งพ่อเขาก็เข้าใจจึงไม่ได้ออกปากชวนให้ไปหา

ไรอันไม่ได้ถามต่อ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบลงอย่างแสดงความเข้าใจ ณรงค์จึงถือโอกาสจับมือของอีกฝ่ายมาคลึงเล่น

"ว่าแต่...น่าอิจฉาแม่คุณจังเลยนะ เวลาคุณเดินทางไปไหนก็โทรรายงานตัวกับแม่ก่อนค่อยโทรหาผมทุกที แถมเวลาคุยกับแม่ยังเสียงหวานกว่าคุยกับผมตั้งหลายเท่า"

หนุ่มลูกครึ่งเหลือบตาขึ้นมองณรงค์ที่กำลังดึงมือของตนไปจูบไล่ทีละนิ้ว ในใจเขานึกขัน แต่กลับแกล้งมุ่นคิ้วแล้วย้อนถามเสียงขรึม

"I didn't know you wanted to be my mother."

เอ่อ...เขาว่าเขาไม่ได้พูดว่าอยากเป็นแม่ของไรอันนะ แล้วทำไมโดนตีความไปแบบนั้นล่ะนี่

ณรงค์มองหน้าหนุ่มลูกครึ่งอย่างงุนงง สมองที่ยังไม่แจ่มใสทำให้เขาคิดอะไรได้ช้า ไรอันมองสีหน้าของคนที่ยังนอนมองเขาแล้วก็แสร้งถอนหายใจพลางดึงมือออก

"Forget it. ถึงคุณเป็นแม่ผมจริงก็เอาผมไม่อยู่หรอก"

ประกายหยอกเย้าในแววตาของไรอันทำให้สมองของณรงค์ปลอดโปร่งขึ้น อยู่กินกันร่วมชายคามาก็หลายเดือน ทำไมเขาจะอ่านภาษากายของคนรักไม่ออก

"แต่ผมว่าผมเอาคุณทางอื่นได้นะ"

ณรงค์เอ่ยยิ้มๆ พลางดึงแขนไรอันให้ล้มตัวลงหา จากนั้นก็พลิกกายขึ้นคร่อมทับแล้วตะโบมริมฝีปากลงบนซอกคอซึ่งเป็นจุดอ่อนของอีกฝ่าย แผ่นอกของคนเบื้องล่างกระเพื่อมไหวจากการหัวเราะก่อนที่ณรงค์จะได้ยินเสียงพร่าข้างหู

"You pervert."



++---End ตอนพิเศษ หวานรักวันที่ 12 สิงหา---++



A/N: ไม่ได้อัพบล็อกเสียนานเลย แต่เนื่องจากตอนนี้เขียนลงแฟนเพจแล้วจะไม่เอามาลงบล็อกด้วยได้อย่างไร สุขสันต์วันแม่ย้อนหลังนะคะทุกคน




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2556    
Last Update : 14 สิงหาคม 2556 13:56:14 น.
Counter : 571 Pageviews.  

ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ เอาใจ

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++



ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ เอาใจ


ขณะนั่งรอไรอันซื้อกาแฟที่ร้านในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งหลังเสร็จจากซื้อของด้วยกัน ณรงค์ก็นั่งเปิดนิตยสารซึ่งมีให้เลือกมากมายจากชั้นหนังสือที่อยู่ด้านหลัง เล่มหนึ่งที่เขาหยิบมาดูเป็นนิตยสารด้านการตกแต่งภายในซึ่งเน้นการแต่งบ้านสำหรับพ่อแม่มือใหม่ รูปถ่ายแต่ละรูปเน้นการตกแต่งด้วยเครื่องใช้สีสันสบายตา และมีเด็กเล็กๆ อยู่ในรูปเหล่านั้นเพื่อเน้นความปลอดภัยและการใช้งานจริง

“What are you reading?”

ไรอันเดินถือแก้วกาแฟเย็นที่ซื้อมาพลางเหลือบตาลงมองหนังสือบนตักของณรงค์ คนที่นั่งอยู่จึงชี้รูปในหนังสือให้ดู

“นิตยสารเล่มนี้น่าสนใจดีนะ ผมกำลังดูไว้เป็นไอเดียเผื่อมีลูกค้าที่อยากแต่งบ้านใหม่ตอนมีลูก”

“อือฮึ”

หนุ่มลูกครึ่งส่งเสียงในคอพลางนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นว่าณรงค์หยิบนิตยสารเล่มอื่นมาวางไว้บนโต๊ะด้วยจึงหยิบมาพลิกดูเพื่อฆ่าเวลาบ้าง แต่เมื่อเหลือบตาขึ้นเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงสนใจนิตยสารเล่มเดิมซึ่งเต็มไปด้วยภาพประกอบของเด็กทารกในการแต่งบ้านแบบต่างๆ แถมยังดูไปอมยิ้มไปอีก เขาจึงใช้หลอดดูดกาแฟเย็นในแก้วอึกหนึ่งก่อนจะถามขึ้น

“ดูท่าทางคุณจะชอบเด็กนะ ไม่อยากมีลูกเองบ้างหรือไง?”

ณรงค์ได้ยินคำถามก็ปรายตาขึ้นจากหน้านิตยสาร ทั้งน้ำเสียงและแววตาของคู่สนทนาตอนนี้จะว่ายิ้มก็ไม่ใช่ ไม่พอใจก็ไม่เชิง สรุปง่ายๆ ว่าเป็นสีหน้าที่พร้อมจะหาเรื่องถ้าหากเขาพูดอะไรไม่เข้าหูนั่นแหละ

อีกอย่างมาถามแบบนี้กับผู้ชายที่เป็นเกย์ ก็เท่ากับตั้งใจชวนทะเลาะดีๆ นี่เอง ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่เคยนึกอยากมีลูกสักหน่อย

ร่างสูงใหญ่ปิดนิตยสารในมือลงแล้ววางกลับไว้บนชั้น จากนั้นก็ยื่นมือไปกุมมือของไรอันบนโต๊ะแล้วบีบเบาๆ

“ดูเด็กที่ไหนก็ยังไม่น่ารักเท่ารูปคุณตอนเด็กหรอก จริงๆ นะ”

“ฮึ”

หนุ่มลูกครึ่งส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วเสมองออกไปนอกร้าน กระนั้นการที่อีกฝ่ายไม่ชักมือหนี แถมนัยน์ตายังมีประกายนุ่มนวลขึ้น เท่านั้นณรงค์ก็รู้ว่าปฏิบัติการ ‘ง้อ’ สำเร็จแล้ว

ถึงใครจะมองว่าไรอันเอาแน่เอานอนไม่ได้ เจ้าอารมณ์ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทีละเล็กละน้อย ณรงค์ก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้ว่าความจริงแล้วหนุ่มลูกครึ่งหาใช่ไม่สนใจความคิดของใคร แต่กลบเกลื่อนไว้ด้วยการแสร้งทำเป็นไม่แยแสต่างหาก โดยเฉพาะความเห็นของคนใกล้ตัวอย่างเขาด้วยแล้ว อีกฝ่ายใส่ใจค่อนข้างมากทีเดียว

ดังนั้นต่อให้โดนชวนทะเลาะแค่ไหน ณรงค์ก็ตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะไม่ท้อกับการพยายามตอกย้ำให้ไรอันเชื่อมั่นในตัวเขา เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เป็นการแสดงออกในแบบของอีกฝ่ายว่าต้องการให้เขาเอาใจ

แล้วคนที่ได้รับสิทธิ์ให้เอาใจหนุ่มลูกครึ่งได้โดยไม่ต้องกลัวจะโดนต่อย แถมบางครั้งยังได้รางวัลที่คุ้มค่ายิ่งกว่ากลับมาเสียด้วยซ้ำ ก็มีแต่เขาคนนี้คนเดียวนี่นา...


++---End ตอนพิเศษ เอาใจ---++




A/N: ช่วงนี้ชอบได้แรงบันดาลใจจากการดูรูปนั่นนี่ค่ะ สำหรับตอนนี้ก็ได้ไอเดียเพราะเปิดดูรูปเด็กทารก แล้วก็เลยนึกถึงตอนที่ณรงค์ฝันว่าได้เลี้ยงไรอันตอนเป็นเบบี๋ขึ้นมาทันที เลยขอเขียนถึงอีกสักจิ๊ดนึง อาจสั้นไปหน่อยแต่ก็คงพอให้หายคิดถึงนะคะ (^O^)/




 

Create Date : 02 มีนาคม 2556    
Last Update : 2 มีนาคม 2556 18:19:55 น.
Counter : 1252 Pageviews.  

ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ ไม่อยากขัดใจ

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++



ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ ไม่อยากขัดใจ 


"เดี๋ยวขากลับแวะซุปเปอร์กันก่อนดีไหม? เจมส์บอกว่าคืนนี้อาจจะแวะมาไม่ใช่เหรอ?"

"He might, he might not. Can never be sure with this guy."

เสียงสนทนาระหว่างชายหนุ่มสองคนดังสลับกับเสียงหายใจรัวเร็วและเสียงสายพานของลู่วิ่งไฟฟ้า รอบตัวมีชายหนุ่มและหญิงสาวหลายคนที่รักการดูแลสุขภาพกำลังออกกำลังกายกับอุปกรณ์ต่างๆ ในฟิตเนสขนาดใหญ่ สถานที่แห่งนี้จัดเป็นคลับออกกำลังกายชื่อดังที่มีสาขาทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งความจริงแล้วณรงค์กับไรอันไม่ต้องมาถึงที่นี่ก็ได้เพราะที่คอนโดของทั้งคู่ก็มีฟิตเนสที่เปิดให้ใช้บริการฟรี แต่เนื่องจากบริษัทมีสวัสดิการสมัครสมาชิกที่ฟิตเนสแห่งนี้ให้พนักงานทุกคน บางครั้งทั้งสองจึงขับรถมาที่นี่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ภายนอกฝาผนังกระจกบานใหญ่สามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของท้องถนนและสวนสาธารณะ แต่แม้กระจกจะติดฟิล์มสีเข้มเพียงใด ภาพท้องฟ้าที่โปร่งโล่งและเงาของอาคารที่ทอดลงบนพื้นก็บ่งบอกว่าแดดภายนอกคงแรงไม่ใช่เล่น

"คุณนี่อึดชะมัด"

ณรงค์ทักขณะเหลือบมองตัวเลขแสดงความเร็วและระยะทางบนลู่วิ่งของหนุ่มลูกครึ่ง ไรอันเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยยังเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียก็มักลงแข่งขันวิ่งมาราธอนเป็นประจำ แม้ว่าจะไม่เคยติดอันดับต้นๆ ทว่าก็พอจะอธิบายได้ถึงที่มาของเรือนร่างแข็งแรงสมส่วน ไหนยังจะกล้ามเนื้อที่ได้มาตั้งแต่สมัยที่เรียนมวยไทยตอนเด็กอีก

โดยเฉพาะสะโพกตึงแน่นที่โค้งงอนได้รูปนั่น...ยิ่งเวลาอยู่ใต้กางเกงผ้าร่มที่เปียกเหงื่อจนแนบลู่กับสัดส่วนก็ยิ่งดึงดูดสายตาคนที่ได้เห็นในระยะใกล้อย่างเขา ถึงแม้หนุ่มลูกครึ่งจะใส่กางเกงแนบเนื้อสีดำไว้ข้างใต้อีกชั้นก็ตาม

"คุณก็เหมือนกัน"

ไรอันเหลือบมองตัวเลขบนลู่วิ่งของณรงค์ก่อนจะเอ่ยกลับ ทว่าน้ำเสียงกับแววตาเหน็บแนมชัดเจนเพราะรู้ว่าสายตาของคนข้างกายกำลังจับจ้องส่วนไหนของตัวเองอยู่ นี่ยังไม่นับที่บ่อยครั้งเขามักโดนกวนใจตอนดึกดื่นจนกว่าจะได้นอนพักจริงๆ ก็ล่วงเข้าวันใหม่อีก

ณรงค์หัวเราะพลางยื่นมือไปกดปุ่มเพื่อลดความเร็วลง จากนั้นก็เปลี่ยนจากวิ่งเหยาะๆ มาเดินเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายหลังจากออกกำลังมานาน ครู่หนึ่งเขาก็หันไปหาไรอันที่เริ่มปรับลดความเร็วลงแล้วเช่นกัน

"เอาเกเตอเรดหน่อยมั้ย? เดี๋ยวผมลงไปซื้อมาให้"

ความจริงแล้วทั้งคู่มีกระติกน้ำพลาสติกที่นำติดตัวมาด้วย แต่ณรงค์รู้ดีว่าหลังออกกำลังกายหนักๆ แล้วไรอันจะชอบดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ที่เย็นจัดๆ จึงหันไปเสนอตัว ไรอันจึงพยักหน้า

"Get the blue one. Thanks."

ณรงค์พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจากห้องออกกำลังกาย ไม่นานหลังจากนั้นไรอันก็เดินไปนั่งพักบนม้านั่งตัวหนึ่งริมห้องซึ่งติดกับกระจกบานใหญ่ ร่างสูงแข็งแรงยกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อซึ่งเกาะพราวเต็มหน้าผาก เรือนผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนเปียกชุ่มจนเจ้าของต้องสางมือขึ้นขยี้เพื่อระบายความร้อน จากนั้นก็ถอดเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่ออกเพราะรำคาญเสื้อที่เปียกเหงื่อจนแนบติดตัวไปหมดแล้ววางไว้ข้างๆ

สายตาหลายคู่ชำเลืองมองมาทางหนุ่มลูกครึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องหลายหน เนื่องจากไม่เพียงใบหน้าหล่อคมและคิ้วดกเข้มที่ดูโดดเด่น ยังมีผิวกายสีงาช้างซึ่งเผยกล้ามเนื้อได้สัดส่วนกำลังดีทั่วเรือนร่าง หยาดเหงื่อที่ยังเกาะบนเนื้อตัวและไหลลงบนลำคอและแผงอกยิ่งดึงดูดคนที่ได้เห็นให้ยากจะละสายตาอย่างร้ายกาจ ไรอันรับรู้ได้ถึงการเป็นเป้าสายตาของตน แต่ก็ไม่ได้อินังขังขอบเพราะชินกับการจุดสนใจมาตั้งแต่สมัยยังเด็กที่แม่พามาเที่ยวเมืองไทยและใครต่อใครชอบเข้ามาทักทาย เขาเพียงแต่นั่งทอดสายตาไปข้างนอกขณะรอณรงค์เพื่อจะได้ไปอาบน้ำพร้อมกันและกลับ 'บ้าน' เสียที

"ขอโทษนะฮะน้อง ไม่คุ้นหน้าเลย ไม่ค่อยได้มาที่นี่เหรอ?"

What the fuck...ไรอันสบถในใจขณะเงยหน้าขึ้นมองคนถาม ผู้มาทักมีใบหน้าที่ไม่อาจเรียกได้ว่าหล่อเหลาเพราะโครงหน้าเหลี่ยมกับจมูกที่ค่อนข้างแบน หนวดหรอมแหรมเล็กน้อยเหนือริมฝีปากทำให้ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ใครเห็นก็คงยากจะลืมได้ ทว่าคำพูดเชิงเกี้ยวพาเช่นนี้ก็ใช่ว่าเขาจะเพิ่งประสบพบเจอเป็นครั้งแรก

"Excuse me?"

ไรอันจงใจไม่ให้รู้ว่าเขาเข้าใจภาษาไทยด้วยการแกล้งขมวดคิ้วแล้วถามกลับเป็นภาษาอังกฤษ เพราะอย่างไรเสียเขาก็ได้เปรียบที่โครงหน้าค่อนไปทางตะวันตกมากกว่าอยู่แล้ว คำถามของเขาทำให้อีกฝ่ายทำหน้าเหลอไปนิดหนึ่งก่อนจะรีบยิ้ม

"Oh sorry! I asked if you come often. Do you want to be a model? Fashion show, you know?"

ระหว่างอธิบายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูไป เจ้าตัวก็ใช้ภาษามือประกอบเหมือนพยายามจะช่วยให้เขาเข้าใจง่ายขึ้น ไรอันจึงค่อยเข้าใจว่าชายแปลกหน้าผู้นี้คงเป็นแมวมองในบริษัทจัดหานายแบบ แต่พอเห็นลักษณะการเคลื่อนไหวมือและได้ยินพูดประโยคยาวๆ เขาก็สรุปได้เช่นกันว่าหมอนี่คงเป็นพวกชายใจสาวที่พบเห็นได้ทั่วไปในวงการ

"Nah, I'm not interested in modeling."

ไรอันตอบพลางเท้าคางลงบนแขนข้างหนึ่งที่ชันไว้บนเข่า ขณะเดียวกันนั้นณรงค์กลับจากไปซื้อเครื่องดื่มแล้วและกำลังเดินกลับเข้ามาในฟิตเนส ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อเห็นใครก็ไม่รู้กำลังยืนคุยกับไรอันซึ่งกำลังนั่งทำหน้าเบื่อหน่าย เนื่องจากชายแปลกหน้าคนนั้นยืนหันหลังให้จึงไม่เห็นเขา ณรงค์นึกสนุกจึงเดินเข้าไปในระยะที่พอจะได้ยินบทสนทนาพลางวางถุงเครื่องดื่มลงบนพื้น จากนั้นก็ยืนพิงผนังกอดอกเพื่อรอฟังว่าทั้งคู่กำลังคุยเรื่องอะไร

หนุ่มลูกครึ่งเห็นณรงค์ตั้งแต่เดินกลับเข้ามาในฟิตเนสแล้ว แต่พอเห็นอีกฝ่ายยืนทิ้งระยะเหมือนตั้งใจมาแอบฟังแถมยังส่งยิ้มขี้เล่นให้เขาอีก ใบหน้าหล่อเหลาก็ชักจะมุ่ยขึ้นมา

"Why???? But you are so handsome. If you be a model, you will very ป๊อปปูล่าร์นะ"

น้ำเสียงของคนพูดที่พยายามตื๊อด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่ค่อยถูกไวยากรณ์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไรอันกลอกตา ฝ่ายณรงค์ที่จับความได้แล้วว่าทั้งคู่กำลังถกกันเรื่องอะไรก็ได้แต่กลั้นหัวเราะ ไรอันมองข้ามไหล่คนตรงหน้าไปยังร่างสูงที่กำลังยืนขำแล้วก็หรี่ตาลง

"That bastard..."

"หือ??"

แมวมองหนุ่มใหญ่ที่น่าจะอายุมากกว่าเขาพอสมควรเอามือทาบอกอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงเหี้ยมเย็น ไรอันขมวดคิ้วมองท่าทางสาวแตกของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ่งรำคาญมากขึ้น

"I didn't mean you. Anyway, I don't think my boyfriend would be happy if I become a model."

คราวนี้คิ้วที่กันจนบางของแมวมองหนุ่มใหญ่ยิ่งเลิกสูงจนแทบชนไรผม ไรอันตวัดเสื้อกล้ามที่ถอดออกขึ้นพาดบ่าก่อนจะเดินผ่านอีกฝ่ายซึ่งสูงกว่าไหล่เขานิดเดียวและตรงไปหาณรงค์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

"Are you planning to just stand there and watch?"

ไรอันเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มบนมุมปากของณรงค์จึงยิ่งขยายกว้างขณะตอบด้วยเสียงเบาไม่ต่างกัน

"ถ้าคุณสนใจจะทำอาชีพเสริมผมก็ไม่ขัดนะ แฟนผมออกจะหล่อนี่นา"

ณรงค์อาจจะขี้หึง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักความพอดี อีกอย่างหลังจากคบกันมาได้พักใหญ่จนเขารู้แล้วว่าในใจไรอันไม่มีใครอื่น นับแต่นั้นเขากลับภูมิใจมากกว่าที่เวลาไปไหนด้วยกันแล้วได้เห็นว่าคนข้างกายดึงดูดสายตาคนรอบข้างเพียงไร เพราะตระหนักดีว่าทุกตารางนิ้วบนร่างกายของไรอันนั้นมีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง

"อ๋า คุณพี่เป็นแฟนน้องเขาเหรอคะ น้องเขาหล่อแถมหุ่นเป๊ะขนาดนี้น่าจะเป็นนายแบบนะ ลุคแบบลูกครึ่งคมๆ อย่างนี้น่ะรับรองว่าแบรนด์ไหนก็อยากแย่งกันเอาไปเป็นพรีเซนเตอร์ค่ะ คุณพี่ช่วยอธิบายกับแฟนหน่อยสิ"

พอเห็นณรงค์ซึ่งเป็นคนไทยเหมือนกัน คราวนี้แมวมองหนุ่มใหญ่จีบปากจีบคอพูดแบบไม่เก็บอาการทันที แม้จะเสียดายอยู่บ้างที่ได้รู้ว่าหนุ่มหล่อที่หมายตาไว้กลับมีแฟนหนุ่มเสียแล้ว แต่ก็ไม่ถอดใจที่จะดึงหนุ่มลูกครึ่งมาเข้าสังกัดให้ได้

ณรงค์ได้ยินคำชักชวนของอีกฝ่ายก็ได้แต่กลั้นหัวเราะสุดความสามารถ เพราะตอนนี้ใบหน้าของไรอันซึ่งจ้องเขาอยู่ดูจะกำลังหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่คนพูดซึ่งยืนห่างไปด้านหลังไม่รับรู้แม้แต่น้อย

ขืนไม่รีบตัดบทเสียก่อนล่ะแย่แน่

"อย่าดีกว่าครับ แฟนผมเป็นพวกไม่ชอบโดนบังคับ ถ้าเขาอยากเป็นนายแบบจริงๆ ก็คงไม่ปฏิเสธอย่างนี้หรอก"

ร่างสูงใหญ่ยกมือสองข้างขึ้นจับไหล่ของไรอันไว้ หนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหันกลับไปอาละวาดคนที่มาตื๊อ สองเพื่ออวดความเป็นเอกสิทธิ์เพื่อตอกย้ำว่าคนนี้น่ะ 'ของเขา' จริงๆ

"เหรอ แหม...แต่น้องเขาหล่อจริงๆ นะ คุณพี่ล่ะเสียด๊ายเสียดาย หน้าตาแบบนี้ต้องขายดีแน่ๆ"

ไรอันไม่หันกลับไปมองคนพูดเพราะจับได้ถึงสายตาหวานเยิ้มที่จับจ้องแผ่นหลังเปลือยเปล่าของตัวเอง แต่หนุ่มลูกครึ่งก็ขบกรามกรอดจนณรงค์ชักเหงื่อตกแทนคนที่ไม่รู้ตัวว่าปากกำลังจะพาจน

"เอางี้แล้วกันครับ พี่ก็ให้นามบัตรผมไว้ ถ้าเกิดวันไหนเขาเปลี่ยนใจแล้วผมจะติดต่อไปหา"

หนุ่มลูกครึ่งตวัดสายตามองณรงค์อย่างฉุนๆ แต่คนตัวสูงกว่าได้แต่ขยิบตาให้ หลังจากรับนามบัตรมาเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็เดินออกจากห้องออกกำลังกายเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกัน หลังจากออกมาขึ้นรถและขับออกสู่ถนนใหญ่ได้สักครู่ ไรอันก็หันไปแบมือตรงหน้าณรงค์ขณะรถติดไฟแดง

"เอามานี่"

"หือ?"

ณรงค์แกล้งทำเสียงสูงในคอเหมือนไม่เข้าใจ แต่ไรอันรู้ว่าเขารู้ จึงกดเสียงต่ำอย่างข่มขู่มากขึ้น "นามบัตรที่เพิ่งได้เมื่อกี้น่ะ เอามานี่"

"อ้อ..."

ชายหนุ่มยิ้มพลางล้วงมือลงหยิบนามบัตรในกระเป๋าเสื้อออกมาช้าๆ ราวกับต้องการจะยั่วโมโห ซึ่งก็ได้ผลเพราะไรอันรีบฉวยกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กๆ ใบนั้นไปฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วยัดคืนกระเป๋าเสื้อณรงค์ด้วยความหมั่นไส้

"รู้ทั้งรู้ว่าผมไม่ชอบเป็นนายแบบ ไปให้ความหวังเขาทำไม"

ไรอันเอ่ยอย่างมีน้ำโห แต่น้ำเสียงผ่อนคลายลงจากเมื่อครู่ก่อน อาจเพราะหลังจากฉีกกระดาษไปแล้วจึงได้ระบายอารมณ์ไปบ้างก็เป็นได้

"ก็ผมเห็นเขาอยากให้คุณเข้าสังกัดเสียขนาดนั้น อีกอย่างไม่แน่ว่าเราอาจช่วยแนะนำคนอื่นให้ก็ได้นี่นา วงการนี้เขาก็คงต้องการคนใหม่ๆ ไปสลับหน้ากับพวกเดิมๆ อยู่แล้วล่ะ"

หนุ่มลูกครึ่งเอามือเท้าคางแล้วมองไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่อยากฟัง ณรงค์จึงได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า ชายหนุ่มหรี่เสียงเพลงในรถลง จากนั้นก็ใช้วิธีงอนง้อแบบสาวน้อยด้วยการยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยข้างที่วางอยู่บนตักของอีกฝ่าย

"หายโกรธเถอะนะ ผมไม่ยุคุณแล้วก็ได้ เดี๋ยวเราไปหาซื้อของที่ซุปเปอร์แล้วกลับบ้านกันดีกว่า เจมส์เพิ่งเมสเสจมาบอกผมว่าคืนนี้จะมากินข้าวด้วย"

ณรงค์ลอบถอนหายใจเมื่อคิดถึงหนุ่มลูกครึ่งอีกคนซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของไรอัน ดูเหมือนขานั้นก็จะชอบแวะเวียนมาสืบข่าวคราวความเป็นอยู่ของพวกเขาทั้งคู่เสียจริง แต่ณรงค์ก็ให้การต้อนรับอย่างดีเพราะรู้ว่าเจมส์ต้องคอยกลับไปรายงานทั้งพ่อและแม่ของไรอันและยังภรรยาที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของไรอันอีก

หนุ่มลูกครึ่งหันกลับมาจากหน้าต่างและปรายตามองนิ้วก้อยของทั้งคู่ที่เกาะเกี่ยวกัน จากนั้นก็เหลือบตาขึ้นสบกับแววตาของณรงค์ที่กำลังยิ้มให้ ถึงแม้จะไม่ค่อยอยากยอมรับ แต่พอโดนง้อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นหูมากเข้า ต่อให้หัวแข็งอย่างไรเขาก็ดื้อดึงได้ไม่ได้นาน

"เอาเศษกระดาษพวกนั้นมานี่ซิ"

คราวนี้ณรงค์เป็นฝ่ายแปลกใจเมื่อหนุ่มลูกครึ่งยื่นมือมาล้วงเศษนามบัตรจากกระเป๋าเสื้อของเขา แผ่นกระดาษแข็งสีดำพิมพ์อักษรสีเงินโดนฉีกจนแทบต่อให้เป็นสภาพเดิมไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าชิ้นส่วนที่ระบุหมายเลขโทรศัพท์จะยังพออ่านได้อยู่

"คุณจะทำอะไรเหรอ?"

ณรงค์ถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นไรอันกดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์เข้าเครื่อง หนุ่มลูกครึ่งจึงยิ้มก่อนจะกอบเศษนามบัตรเหล่านั้นคืนใส่กระเป๋าเสื้อให้เขาเช่นเดิม หากเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของไรอันอาจจะเผลอตัวหลงใหลไปกับความพร่าพรายบนใบหน้าหล่อเหลาก็เป็นได้ ทว่าณรงค์คุ้นเคยกับอีกฝ่ายมากพอที่จะสังเกตเห็นประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจหลังแววตาสีน้ำตาลอ่อนได้ดี

"That guy wants a model. I'll introduce him to someone I know."

ณรงค์ฟังแล้วก็เลิกคิ้ว "คุณหมายถึง? ...อ้อ เข้าใจละ"

ชายหนุ่มแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อรู้ว่าไรอันตั้งใจจะส่งใครไปแทน ก็น่าอยู่หรอกที่อีกฝ่ายจะหมั่นไส้เจมส์ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ เพราะนอกจากจะชอบแวะมาเยี่ยมเยียนฝากท้องที่คอนโดของพวกเขาสองคนบ่อยๆ แล้ว ทุกครั้งที่มานั้นเจมส์ก็มักหาโอกาสยั่วโมโหไรอันอย่างเพลิดเพลินอยู่เสมอ ญาติผู้น้องคนนี้ก็เลยรอจังหวะที่จะแก้เผ็ดมานานแล้วกระมัง

ณรงค์มองไรอันที่กำลังเปิดมือถือหารูปของเจมส์ในเครื่องอย่างนึกสนุกเพื่อจะได้ส่งไปให้แมวมองคนนั้น โดยที่ดูจะไม่รู้สึกแม้แต่น้อยว่าตัวเองยังเกี่ยวนิ้วก้อยกับเขาอยู่โดยไม่คิดจะดึงออก ส่วนเขาเองก็ไม่คิดจะทักท้วงและเพียงแต่หันกลับไปมองถนนด้านหน้ายิ้มๆ เพื่อรอสัญญาณไฟเปลี่ยนสี ในหัวก็นึกไปด้วยว่าคืนนี้ควรจะทำเมนูอะไรที่คนข้างตัวชอบทานดี

พอมาคิดดูอีกที ณรงค์ก็สงสารเจมส์นิดหน่อยที่คราวนี้จะต้องเป็นฝ่ายโดนไรอันแกล้งบ้าง แต่เมื่อนึกว่าถ้าหากทำให้ฝ่ายนั้นเข็ดจนลดความถี่ในการมายุ่มย่ามกับพวกเขาลงก็คงดีเหมือนกัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากไรอันทำอะไรแล้วมีความสุข เขาก็ไม่คิดอยากจะขัดใจเจ้าตัวทั้งนั้นแหละ...



++---End---++



A/N: ช่วงนี้เทรนด์ดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ไหนๆ คู่นี้เขาก็ชอบดูแลตัวเองกัน เลยพาไปออกกำลังที่ฟิตเนสเสียเลย เป็นไอเดียที่ปุบปับก็ได้มาเพราะนึกภาพไรอันเวลาออกกำลังจนเหงื่อไหลไคลย้อยแล้วอดใจไม่เขียนถึงไม่ได้ (คนเขียนหื่นนิ =..=) ส่วนตัวชอบความตรงไปตรงมาของไรอันมาก เขียนทีไรเหมือนได้ปลดปล่อยทุกที คงช่วยให้แฟนๆ ของคู่นี้หายคิดถึงกันได้บ้างนะคะ ^^ 




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2556 18:17:57 น.
Counter : 897 Pageviews.  

ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ A New Year's Lullaby

แนะนำ

สำหรับคนที่เพิ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ขออธิบายล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกสองคนซึ่งเป็นชายทั้งคู่ และอาจมีเนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน หรือคนที่ไม่นิยมเรื่องแนว Boy's Love ดังนั้นหากไม่ชอบอ่านนิยายแนวที่ไม่มีนางเอก ขอแนะนำว่าให้คลิกไปอ่านหน้า About me , เท้าพาไป หรือ พร่ำ(เพ้อ)รายสะดวก ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปค่ะ เราเตือนคุณแล้วนะคะ


++------++



ยินดีที่ได้รู้จัก...รัก ตอนพิเศษ A New Year's Lullaby


เทศกาลปีใหม่เป็นเวลาที่ใครๆ ควรได้ร่วมฉลองกับครอบครัว เพราะโรงเรียน ห้างร้านและบริษัทต่างพากันปิดทำการหลายวัน เปิดโอกาสให้คนที่ต้องไปทำงานหรือเรียนในต่างถิ่นได้กลับบ้านไปใช้เวลากับคนสำคัญก่อนจะกลับมาสู่วิถีชีวิตเดิมๆ ต่อไป

และนั่นเป็นสิ่งที่ณรงค์กับไรอันวางแผนไว้เช่นกัน เนื่องจากไรอันตั้งใจจะไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่เมลเบิร์นหลังจากในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญากับลูกค้าด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เมื่อกลางปี ทว่าเมื่อโทรคุยกับพ่อและแม่ที่ออสเตรเลีย กลับกลายเป็นว่าทั้งสองได้ซื้อแพคเกจเพื่อเดินทางไปเที่ยวยุโรปช่วงวันหยุดคริสต์มาสไว้แล้ว เขาจึงล้มเลิกแผนการกลับบ้านและรอให้สบจังหวะวันหยุดยาวครั้งต่อไปก่อน

ส่วนฝ่ายณรงค์ ตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะติดตามไรอันไปเยี่ยมบ้านตามที่พ่อของไรอันเคยชวนไว้ แต่เมื่อแผนการเดินทางไกลต้องล้มเลิก เขาจึงวางแผนจะพาไรอันไปฉลองกับครอบครัวที่กาญจนบุรีแทน แต่พอโทรไปถามพ่อก็ได้ความว่าทางนั้นนัดจะไปเที่ยวกับครอบครัวของพวกเพื่อนๆ ช่วงหยุดปีใหม่ สุดท้ายณรงค์กับไรอันจึงตกลงกันว่าจะไม่ไปไหนและเพียงแต่ฉลองกันสองคนที่กรุงเทพฯ

"I'm home."

ขณะที่ไรอันเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่ยประโยคนั้น เข็มนาฬิกาก็ชี้บอกเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ณรงค์ที่กำลังม้วนสายไฟหลังจากดูดฝุ่นเสร็จจึงเดินเข้าไปช่วยรับถุงหลายใบในมือหนุ่มลูกครึ่งมาถือเอง

"หนักมั้ย? น่าจะให้ผมไปด้วยตั้งแต่แรกจะได้ไปช่วยถือ"

ณรงค์เอ่ยเมื่อรับถุงมาเปิดดู และพบว่านอกจากอาหารกับของหวานที่ไรอันขับรถไปรับมาจากร้านของเพื่อนที่โทรสั่งไว้ ยังมีไวน์ แชมเปญและเสบียงอย่างอื่นที่เจ้าตัวคงแวะซื้อระหว่างทางกลับบ้านอีก

ไรอันเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะถอดแจ็คเก็ตออกระหว่างเดินเข้าไปในห้องนอน "If you had come with me, who would be here to clean the house?"

"ฮะๆ ก็จริง"

ณรงค์หัวเราะขณะเดินเอาถุงพวกนั้นไปวางบนเคาน์เตอร์ในครัว แต่ก็ไม่ได้คิดมากกับคำพูดของคนรัก เขาชินแล้วกับนิสัยพูดตรงๆ ไม่ประดิษฐ์ตกแต่งให้หวานหูของไรอัน อีกอย่างที่เจ้าตัวพูดก็เป็นความจริง เนื่องจากแม่บ้านของไรอันลางานกลับบ้านที่ต่างจังหวัดช่วงปีใหม่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำความสะอาดบ้านกันเองในระหว่างนี้ บังเอิญว่าณรงค์ค่อนข้างถนัดงานพวกนี้มากกว่า เขาก็เลยรับหน้าที่พ่อบ้านเองด้วยความเต็มใจ

"คุณจะให้ผมจัดอาหารพวกนี้ใส่จานเลยมั้ย?"

ณรงค์ร้องถามจากในครัว และได้ยินเสียงตอบ "Yes!" ดังมาจากในห้องนอน ตามด้วยเสียงสายน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง ร่างสูงใหญ่จึงชะงักมือที่กำลังหยิบกล่องอาหารออกจากถุง จากนั้นก็สาวเท้าตามเข้าไปในห้องนอนซึ่งมีห้องน้ำในตัวแทน

ไรอันเป็นคนไม่ล็อคประตูเวลาอาบน้ำ ซึ่งคงจะติดนิสัยมาจากช่วงที่ใช้ชีวิตคนเดียว ยิ่งพักหลังนี้เจ้าตัวไม่แม้แต่จะงับประตูเสียด้วยซ้ำ หลายครั้งที่ณรงค์ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะหนุ่มลูกครึ่งเคยชินกับการใช้ชีวิตร่วมกันแล้วเลยเห็นว่าไม่จำเป็นต้องอาย หรือว่าจริงๆ แล้วตั้งใจจะยั่วเขากันแน่

"นี่..."

"หือ?"

ไรอันซึ่งกำลังยืนเปลือยอยู่ใต้ฝักบัวเอี้ยวคอมามองเมื่อได้ยินเสียงทัก ณรงค์ที่กำลังยกแขนเท้ากรอบประตูจึงอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตาลงมองผิวเนียนสีงาช้างที่กำลังโดนสายน้ำโลมเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบั้นท้ายตึงแน่นเคร่งครัดที่ทำเขาคันไม้คันมืออยู่บ่อยๆ แม้แต่เวลาที่เจ้าตัวสวมกางเกงมิดชิด พอไล่สายตากลับขึ้นสบตากับหนุ่มลูกครึ่งอีกครั้ง เขาก็ไม่มั่นใจว่าประกายท้าทายในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาหรือไม่

"ผมก็อยากอาบน้ำเหมือนกันนะ วันนี้ทำงานบ้านจนเหงื่อออกไปหมดแล้ว"

ไรอันทำเสียงหึก่อนจะหันกลับไปปั๊มแชมพูมาขยี้ผม "อยากอาบก็อาบสิ ไม่มีใครห้ามคุณนี่"

ณรงค์มองคนที่หันกลับไปอาบน้ำโดยไม่สนใจเขาอีกแล้วก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ ก็เล่นเป็นเสียอย่างนี้...แล้วเขาจะไม่มันเขี้ยวอยากจับตีก้นได้ยังไงล่ะ ถึงจะรู้ว่าขืนทำจริงคงมีหวังโดนไล่ให้นอนนอกห้องก็เถอะ

"ผมถูหลังให้"

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างสูงสมส่วนพลางปั๊มสบู่จากขวดมาลูบไล้ไปบนแผ่นหลังกว้าง เมื่อไรอันหันกลับมาก็ขมวดคิ้วเนื่องจากณรงค์เข้ามาในห้องอาบน้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าครบทุกชิ้น ตอนนี้เสื้อกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จึงเปียกน้ำจนลู่ติดตัวไปหมด

"ไหนบอกว่าจะอาบน้ำ แล้วทำไมไม่ถอดเสื้อผ้า?"

ณรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ผมก็หวังว่าใครบางคนจะช่วยถอดให้เป็นรางวัลที่ทำงานบ้านวันนี้น่ะ"

ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือเป็นไปเอง แต่ดูเหมือนการพยายามยั่วอีกฝ่ายเพื่อดูว่าใครจะแพ้ก่อนได้กลายเป็นกิจวัตรของทั้งคู่ไปแล้ว ช่วงแรกๆ ณรงค์นึกว่าเขาคงคิดมากไป แต่พออยู่ด้วยกันนานเข้าและเริ่มอ่านแววตาของไรอันออกมากขึ้น เขาก็เริ่มสังเกตได้ว่าเวลาไหนที่หนุ่มลูกครึ่งอยากได้เวลาส่วนตัวจริงๆ และเวลาไหนที่ตั้งใจจะเล่นตัว

"Lazy bastard."

ไรอันเอ่ยยิ้มๆ ขณะดึงชายเสื้อที่เปียกชุ่มของณรงค์ขึ้น ผ้ายืดที่อุ้มน้ำทำให้ถอดลำบากกว่าปกติเล็กน้อย ณรงค์สูดหายใจลึกเมื่อโดนปลายนิ้วของหนุ่มลูกครึ่งป่ายไปโดนยอดอก แต่ใบหน้าเยือกเย็นของคนถอดทำให้ยากจะฟันธงว่าเมื่อครู่ตั้งใจหรือไม่

กระทั่งเมื่อกางเกงถูกถอดออกและโยนไว้มุมห้องน้ำ ณรงค์จึงรั้งเอวไรอันเข้าใกล้ร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วก้มลงแนบริมฝีปากร้อนผ่าวบนต้นคอและลาดไหล่กว้าง เสียงจูบบนผิวที่เปียกเพราะสายน้ำดังสะท้อนในห้องอาบน้ำกรุกระจกสี่เหลี่ยม มือใหญ่ทั้งสองข้างลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเนียนแน่นที่มีมัดกล้ามกำลังดี จวบจนมือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปขยุ้มหนั่นเนื้อด้านหลังพร้อมๆ กับที่ณรงค์เลื่อนใบหน้าเข้าหาริมฝีปากของหนุ่มลูกครึ่ง ร่างสูงใหญ่ก็ขมวดคิ้วเมื่อถูกไรอันใช้ปลายนิ้วชี้แตะบนริมฝีปากของเขาเป็นเชิงห้าม

"Not now. I'm hungry."

ไรอันยิ้มจนนัยน์ตาเป็นประกายเมื่อณรงค์ทำหน้าขัดใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจเขาอีกและหันกลับไปเงยหน้ารับน้ำจากฝักบัวเพื่ออาบน้ำต่อ คนที่ยืนอยู่ด้านหลังจึงได้แต่พยายามข่มช่วงล่างที่ร้อนรุ่มและช่วยไรอันถูหลังต่อจนทั้งคู่อาบน้ำเสร็จ

ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาเคยทำผิดเรื่องของธีระจนไม่กล้าขัดใจไรอันกันเล่า...

กว่าทั้งสองจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ท้องฟ้าภายนอกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาสลัว ไรอันเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนจะเข้าห้องครัวไปช่วยณรงค์จัดอาหารใส่จาน ไม่นานนักบนโต๊ะก็เรียงรายไปด้วยชุดอาหารสำหรับสองคน ซึ่งประกอบด้วยสลัดผัก สเต็กซี่โครงแกะ ซุปฟักทอง ขนมปังฝรั่งเศส ไวน์แดง ส่วนของหวานเป็นเค้กมิลเฟยซึ่งณรงค์เคยเห็นผ่านๆ แต่เพิ่งจะได้ชิมเป็นครั้งแรก

ถึงแม้อาหารมื้อนี้จะมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ก็รสชาติดีทุกจานสมกับที่มาจากร้านโปรดของไรอัน โดยส่วนตัวแล้วณรงค์ชอบอาหารไทยรสจัดจ้านมากกว่าอาหารตะวันตก แต่เขาก็พยายามปรับตัวให้เรียนรู้รสชาติใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพราะรู้ดีว่าไรอันทานอาหารแบบเขาไม่ค่อยได้

หลังจากทานมื้อเย็นกันจนหมดเกลี้ยงเพราะความหิว สองหนุ่มก็ย้ายที่มาดูหนังในห้องนั่งเล่นโดยดื่มไวน์กับแชมเปญไปพลางๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมานั้นต่างคนต่างงานยุ่งจนไม่ค่อยได้เข้าโรงภาพยนตร์บ่อยนัก ทั้งสองจึงมักซื้อหรือเช่าดีวีดีเรื่องที่สนใจมานั่งดูด้วยกันในเวลาว่าง

ระหว่างที่นั่งดูหนังด้วยกันบนโซฟา มีบางครั้งที่ณรงค์จะวาดแขนอ้อมไปวางบนไหล่คนข้างตัวบ้าง บางครั้งไรอันก็วางมือลงบนขาของเขาแล้วเอนตัวมาพิงไหล่บ้าง กิริยาแสดงความสนิทสนมเหล่านั้นล้วนเป็นไปเองจากความคุ้นเคยที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่พอหนังเข้าสู่ช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย ณรงค์ก็ชักรู้สึกว่านั่งไม่สบายตัวขึ้นทุกที

เปล่า...ไม่ใช่ว่าหนังบีบคั้นอารมณ์หรือน่าเบื่อจนทำให้ง่วง แต่เพราะว่ายิ่งได้นั่งใกล้ไรอันนานขึ้น สูดกลิ่นแชมพูหอมๆ จากเรือนผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนมากขึ้นเท่าไหร่ ความอัดอั้นที่เขายังไม่ได้ระบายออกตั้งแต่ตอนอาบน้ำก็โดนก่อกวนให้ฟุ้งจนแสร้งทำเพิกเฉยไม่ได้สักทีต่างหาก!

"รัก..."

ไรอันเอียงหน้าขึ้นจากไหล่ของณรงค์พลางเลิกคิ้ว เมื่อได้เห็นผิวแก้มอมชมพูเพราะดื่มไวน์ไปมากในระยะประชิด แถมริมฝีปากสีสดยังดูฉ่ำชื้นชวนให้ลิ้มรสอีก ณรงค์ก็ชักจะควบคุมตัวเองไม่ไหว

"หนังยังไม่จบเลย"

ไรอันเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาปิดปากณรงค์ไว้ก่อนจะทันได้จูบ เท่ากับนี่เป็นอีกครั้งที่เขาโดนปฏิเสธ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองรอยยิ้มของคนข้างตัวอย่างไม่เข้าใจ แต่พอไรอันเบนสายตากลับไปสนใจจอโทรทัศน์อีกครั้ง ณรงค์ก็ชักจะฉุนเพราะความน้อยใจขึ้นมา

ตกลงตอนนี้เขาสำคัญน้อยกว่าหนังเรื่องนี้รึนี่...

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอนโดยมีสายตาที่อ่านไม่ออกของไรอันมองตามไป ไม่นานณรงค์ก็เดินกลับออกมาด้วยสีหน้ามุ่ยนิดๆ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาอย่างเดิม แต่คราวนี้วางกล่องทรงยาวสีดำผูกริบบิ้นสีแดงขลิบทองไว้บนโต๊ะด้วย

ไรอันนึกอยากจะหัวเราะให้ดังๆ เมื่อเห็นณรงค์นั่งกอดอกแล้วหันหน้าไปทางอื่นโดยแสดงออกชัดเจนว่าไม่สนใจจะดูหนังอีกแล้ว ใจหนึ่งเขาก็นึกอยากแกล้งต่ออีกหน่อยเพราะไหนๆ หนังก็ใกล้จบเต็มทีแถมกำลังสนุกเสียด้วย แต่อีกใจก็เห็นใจณรงค์เพราะวันนี้เขาก็แกล้งอีกฝ่ายมากไปจริงๆ

หนุ่มลูกครึ่งหยิบรีโมทมากดปุ่ม pause ก่อนจะใช้เข่าข้างหนึ่งกระทุ้งเข่าณรงค์เพื่อเรียกความสนใจ ณรงค์จึงหันกลับมาหาด้วยท่าทางเหมือนยังพยายามจะรักษามาดงอนอยู่ แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้กลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อสังเกตเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไรอันใส่นั้นเหมือนจะถูกปลดกระดุมลงมากกว่าตอนที่นั่งทานข้าวกันในครัว ผลคือผิวเนื้อเนียนสีอ่อนถูกเผยสู่สายตาเขามากขึ้นไปโดยปริยาย

"What is that box?"

ไรอันเท้าศอกข้างหนึ่งบนพนักโซฟาพลางบุ้ยคางไปทางกล่องบนโต๊ะ ความจริงเขาพอจะเดาได้อยู่แล้วแต่อยากให้ณรงค์พูดเองมากกว่า พอโดนถามเช่นนั้น ณรงค์ถึงเพิ่งนึกได้และดึงสายตาขึ้นมาจากแผ่นอกของหนุ่มลูกครึ่งสำเร็จ ชายหนุ่มกระแอมเมื่อเห็นรอยยิ้มของไรอันที่ราวจะแทนคำพูดว่า 'รู้นะว่ามองอะไรอยู่'

"ของขวัญปีใหม่ ผมซื้อให้คุณ"

ชายหนุ่มพบว่าเสียงตัวเองแหบแห้งจนต้องกระแอมอีกครั้งขณะหยิบกล่องนั้นมาส่งให้ไรอัน หนุ่มลูกครึ่งจึงเลิกคิ้วพลางรับกล่องนั้นไปแล้วใช้นิ้วลูบไปตามผิวกระดาษแข็งของกล่องอย่างช้าๆ ซึ่งภาพที่เห็นทำให้ณรงค์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะคลั่งซะให้ได้

กล่องที่ณรงค์ให้มามีขนาดกว้างประมาณฝ่ามือและยาวประมาณหนึ่งฟุต ตัวกล่องทำจากกระดาษแข็งเนื้อหนาสีดำอย่างดีและไม่ได้ห่อกระดาษห่อของขวัญทับ มีเพียงริบบิ้นสีแดงขลิบทองที่ผูกไว้ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นของในโอกาสพิเศษ หนุ่มลูกครึ่งเหลือบมองณรงค์ที่ยังไม่ยอมหันมาสบตาด้วย ก่อนจะค่อยลงมือแกะริบบิ้นและดึงกล่องด้านในซึ่งเป็นแบบสอดออกมาอย่างไม่รีบร้อน

"นี่มัน?"

คราวนี้ไรอันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นของด้านใน น้ำเสียงที่บอกให้รู้ว่าแปลกใจจริงๆ ทำให้ณรงค์ค่อยยิ้มออกและหันกลับมาหา

"ชอบมั้ย? พอดีผมเห็นว่าช่วงนี้คุณต้องไปตีกอล์ฟกับพวกลูกค้าบ่อยๆ ก็เลยปรึกษาเจมส์ว่าจะให้ถุงมือกอล์ฟคุณเป็นของขวัญ เขาบอกว่าที่ออสเตรเลียมีถุงมือหนังจิงโจ้ที่คุณภาพดีกว่าที่อื่น ผมเลยขอให้เขาซื้อมาให้โหลนึงเลย"

ในกล่องทรงยาวบนตักของไรอันมีถุงมือข้างซ้ายอยู่ทั้งสิ้นสิบสองอันจริงๆ ทุกอันเป็นสีดำล้วนและทำจากหนังจิงโจ้ซึ่งเป็นยี่ห้อที่เขาเองก็รู้จักดี เขาหยิบถุงมืออันหนึ่งขึ้นมาสวมลงบนมือซ้ายซึ่งขนาดพอดีเป๊ะราวกับถูกวัดมาก่อน

"อ้อ..."

"หือ?"

ณรงค์ทำเสียงในคออย่างแปลกใจเมื่อไรอันทำเสียงพึมพำเหมือนนึกอะไรได้ แต่หนุ่มลูกครึ่งเพียงแต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า เพราะเขาเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อต้นเดือนณรงค์เคยทำทีเป็นสนใจอุปกรณ์ตีกอล์ฟของเขาแล้วถามนั่นถามนี่ คงจะอาศัยช่วงนั้นแอบดูว่าเขาใส่ถุงมือเบอร์อะไรนี่เอง

"ขอบคุณนะ That's so sweet of you."

คำชมจากปากคนรักทำให้ณรงค์ยิ้มออก และรอยยิ้มนั้นยิ่งขยายกว้างขึ้นเมื่อคนพูดขยับตัวมานั่งคร่อมตักเขาพลางยกสองมือมากอดไหล่และแนบริมฝีปากลงบนแก้มเบาๆ แต่ณรงค์ไม่พอใจกับรางวัลเพียงเท่านั้น เขาใช้สองมือรั้งเอวไรอันเข้าหามากขึ้นพลางทำปากยื่น

"ผมขอมากกว่าหอมแก้มได้มั้ย ไอ้นี่น่ะกว่าผมจะขอให้เจมส์ช่วยซื้อให้ได้ก็ลำบากเหมือนกันนะ เกือบได้มาไม่ทันวันหยุดปีใหม่ด้วยซ้ำ"

ไรอันแทบหัวเราะพรืดเมื่อโดนอ้อน แต่ก็ยิ้มและโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของคนขอโดยไม่อิดออด ทันทีที่กลีบปากฉ่ำนุ่มและหวานไปด้วยรสไวน์สัมผัสกับริมฝีปากตนเอง ณรงค์ก็รู้สึกราวกับความกระหายหิวที่อดรนทนเก็บไว้ได้รับการตอบสนองเสียที

"อืม..."

เสียงครางแผ่วดังในลำคอของทั้งคู่ขณะที่ลมหายใจคลุกเคล้าเป็นหนึ่งเดียว ณรงค์ดูดดุนรสหวานหอมจากช่องปากและปลายลิ้นอุ่นไปพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของไรอันจนหมดแผง จากนั้นก็ควานมือทั้งสองข้างไปทั่วผิวกายตึงแน่นและกล้ามท้องน้อยๆ ที่ชวนให้สัมผัสแล้วสัมผัสอีกไม่รู้เบื่อ ฝ่ายไรอันเองก็โยกกายบนตักแกร่งราวจะปลุกเร้าอารมณ์ของณรงค์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่แล้วให้เดือดมากขึ้นอีก ร่างสูงสมส่วนผละจากจูบที่ชวนให้มึนเมาเพื่อดึงเสื้อยืดของณรงค์ออก แต่แล้วเมื่อได้เห็นแผงอกอันเปลือยเปล่า หนุ่มลูกครึ่งก็ชะงักไปนิดหนึ่ง

"I'll be back. ...Wait here."

ไรอันวางมือลงบนอกณรงค์แล้วเอ่ยสำทับเมื่อเห็นเขาทำหน้างุนงงและพยายามจะลุกตาม ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นขณะมองไรอันเดินหายเข้าไปในห้องนอน แม้จะไม่ค่อยชอบใจที่ถูกขัดอารมณ์หวานๆ แต่ก็นั่งรอตามที่โดนบอกแต่โดยดี ไม่นานนักหนุ่มลูกครึ่งก็เดินกลับออกมา เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมทั้งแผงเผยโครงร่างที่ชวนให้คนเห็นหวั่นไหวไม่ว่าจะชายหรือหญิง

หนุ่มลูกครึ่งเอามือข้างหนึ่งซ่อนไว้ข้างหลังขณะเดินกลับมานั่งคร่อมตักณรงค์เหมือนเดิม แต่พอเขายื่นแขนไปเพื่อจะรั้งเจ้าตัวเข้าหา ไรอันกลับเอามืออีกข้างขึ้นมาปิดตาเขาไว้

"Close your eyes."

"เอ๊ะ?"

"เชื่อผมเถอะน่า หลับตาก่อน"

ณรงค์เม้มปากอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ยอมวางมือทั้งสองข้างลงบนขาของไรอันแล้วหลับตานิ่งตามที่โดนบอก ไรอันโบกมือตรงหน้าอีกฝ่ายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้แอบดูจริงๆ จากนั้นจึงยื่นมือไปคล้องรอบคอของณรงค์พร้อมกับของที่หยิบมาด้วย

สัมผัสเย็นๆ รอบลำคอทำให้ณรงค์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาสบตากับไรอันที่กำลังยิ้มให้ก่อนจะก้มลงมองสิ่งที่ห้อยอยู่กลางอก มือใหญ่หยิบจี้รูปเขี้ยวทรงเรียวแหลมขึ้นมา น้ำหนักของจี้บอกให้รู้ว่าไม่ใช่โลหะธรรมดาทั่วไป

"สร้อยเงินของ David Yurman ผมซื้อตอนไปประชุมที่ฮ่องกงคราวก่อน เหมาะกับคุณจริงๆ ด้วย"

ไรอันเลือกจะไม่อธิบายว่า David Yurman เป็นยี่ห้อเครื่องประดับหรูของอเมริกาที่ดาราฮอลลีวู้ดหลายรายเป็นลูกค้า และราคาเครื่องประดับแต่ละชิ้นนั้นไม่ใช่ว่าใครจะยอมควักเงินซื้อง่ายๆ แต่ณรงค์กลับไม่สะกิดใจกับชื่อยี่ห้อแปลกหูมากเท่ากับที่ได้ยินว่าไรอันซื้อสร้อยเส้นนี้ให้ตั้งแต่ทริปฮ่องกงครั้งล่าสุด

การเดินทางไปประชุมที่ฮ่องกงครั้งนั้นผ่านมาสองเดือนแล้ว หมายความว่าไรอันคิดถึงเทศกาลปีใหม่และเลือกซื้อของขวัญไว้ให้เขาตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งที่เขาเพิ่งจะเริ่มหาซื้อของขวัญให้อีกฝ่ายเมื่อต้นเดือนนี่เอง...

ทำไมเขาถึงได้ซื่อบื้ออย่างนี้นะ

"...ผมรักคุณ"

ณรงค์พูดอะไรไม่ออกนอกจากคำนั้น เขาไม่เคยเชื่อว่าตัวเองคิดผิดที่มอบหัวใจให้ไรอันทั้งที่การเริ่มต้นของทั้งคู่นั้นแสนจะลุ่มๆ ดอนๆ แถมกว่าหนุ่มลูกครึ่งจะเปิดใจให้ก็ทำเอาต้องแยกทางกันไปเป็นเดือน แต่ความเชื่อมั่นก็ทำให้เขาเลือกจะเดินตามหัวใจของตัวเองโดยย้อนกลับมาหาคนตรงหน้าอีกครั้ง และการได้ใช้ชีวิตด้วยกันทุกวันนี้คือหลักฐานสำคัญว่าเขาตัดสินใจถูกต้อง

"I know. Me too."

ไรอันตอบพร้อมกับใช้สองมือประคองหน้าเขาเอาไว้และเคลื่อนใบหน้าเข้าหา มือซ้ายยังคงสวมถุงมือที่ณรงค์ให้เป็นของขวัญโดยไม่ได้ถอดออก เช่นเดียวกับณรงค์ที่สวมสร้อยซึ่งเพิ่งได้รับเช่นกัน

ร่างสูงใหญ่ดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจนพ้นเรือนร่างสมส่วน จากนั้นก็ดันตัวหนุ่มลูกครึ่งลงนอนหงายบนโซฟาและเข้าทาบทับ ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วลำคอและแผ่นอกขาวเนียนอย่างหิวกระหาย เมื่อริมฝีปากสัมผัสกับตุ่มเนื้อสีชมพูเข้ม เขาก็ขบเม้มแล้วดูดอย่างแรงจนหนุ่มลูกครึ่งแอ่นหลังขึ้นจากโซฟาและใช้สองมือจิกไหล่กว้างแน่น

ไรอันหอบหายใจแรงเมื่อถูกเล้าโลมอย่างไม่บันยะบันยัง ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำขณะที่ริมฝีปากเผยอเพื่อช่วยสูดอากาศเข้าปอด นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงมองกลุ่มผมดำสนิทของคนที่กำลังคลอเคลียอยู่บนหน้าท้อง ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าความเป็นชายของตนกำลังตื่นตัวมากขึ้นทุกที สัมผัสเย็นๆ จากจี้เงินบนคอของณรงค์ที่ห้อยลงมาโดนหน้าท้องยิ่งสร้างสัมผัสอันขัดแย้งกับปลายลิ้นอุ่นจนกระตุ้นให้อารมณ์เตลิดมากขึ้นไปอีก

"Hey..."

"หืม?"

ณรงค์ขานรับในคอเมื่อไรอันใช้สองมือประคองหน้าเขาให้เงยขึ้น นัยน์ตาสองคู่จึงสบประสานก่อนที่ไรอันจะเอ่ยยิ้มๆ โดยที่แก้มเรื่อสีเลือดฝาดและนัยน์ตาฉ่ำเยิ้มเป็นประกายวาว

"สร้อยนั่นน่ะ...มีชื่อด้วยนะ"

ร่างสูงใหญ่เลิกคิ้ว เขาค่อยๆ ยันตัวขึ้นจนกระทั่งสายตาอยู่ระดับเดียวกับไรอัน นัยน์ตายั่วยวนที่มองกลับมาทำเอาณรงค์อยากจะจูบปิดปากหนุ่มลูกครึ่งให้เลิกคุยเพื่อที่ทั้งคู่จะได้เริงรักกันจนเข้าวันใหม่เสียที แต่ก็พยายามข่มใจแล้วถามเสียงแหบพร่า

"ชื่ออะไรเหรอ?"

ไรอันเหลือบตาลงมองจี้เงินรูปเขี้ยวที่ห้อยอยู่ระหว่างทั้งคู่ จากนั้นก็ใช้มือซ้ายที่ยังสวมถุงมือหนังสีดำกุมจี้นั้นไว้แล้วดึงให้ณรงค์ก้มลงหาอย่างช้าๆ ลมหายใจหอมหวานเจือกลิ่นไวน์กรุ่นจากริมฝีปากบางเมื่อเขาเอ่ยเสียงเบา

"Predator. That's what you are."

ริมฝีปากสองคู่แนบประทับ จากนั้นก็ไม่มีเสียงพูดคุยอีกภายในห้องที่เงียบสนิทนอกเหนือจากเสียงหอบครางและเสียงเรียกชื่อกันและกันอย่างเร่งเร้า เครื่องปรับอากาศดูจะไม่ช่วยให้ความเย็นใดๆ แก่ร่างทั้งสองที่บดเบียดและเคลื่อนไหวด้วยจังหวะซึ่งมีเพียงณรงค์และไรอันเท่านั้นที่บรรเลงร่วมกันได้ ความโหยหิวในเรือนร่างของกันและกันถูกเติมเต็มคราแล้วคราเล่าเสมือนว่าความหมายของชีวิตคืออ้อมแขนของคนที่กำลังกอดรัดตนอยู่เท่านั้น จวบจนเวลาล่วงผ่านสู่วันใหม่และความเหนื่อยอ่อนมีอำนาจเหนือความต้องการทางกาย ณรงค์จึงยอมปล่อยให้คนที่ต้องรองรับความต้องการซึ่งไม่สิ้นสุดของเขาได้นอนพัก กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงกอดเอวอีกฝ่ายไว้พร้อมกับซุกใบหน้าลงตรงซอกคอชื้นเหงื่อ เขาค่อยหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอและสูดกลิ่นกายอันคุ้นเคยเพื่อให้หัวใจที่เต้นถี่สงบลง

ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้รักคุณ...

ณรงค์คิดขณะที่ความอ่อนเพลียเริ่มซึมซ่านไปตามกล้ามเนื้อจนชวนให้อยากหลับไหล ชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่จะดำดิ่งสู่ห้วงนิทราและไม่รับรู้อะไรอีก เขาคล้ายจะสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนที่โอบเอวกลับและเสียงกระซิบแผ่วเบาหวานหูชวนให้ฝันดีว่า 'สวัสดีปีใหม่ ณรงค์'



++---End---++



A/N: เป็นตอนที่ปุบปับนึกได้ว่าอยากเขียนอะไรสักอย่างสำหรับปีใหม่ พอได้ไอเดียนี้ปุ๊บก็รีบเขียนให้จบในวันเดียวเลยค่ะ (เดี๋ยวนี้แม้แต่เรื่องสั้นยังใช้เวลาเขียนนานกว่า 1 วัน ถ้าเรื่องไหนเสร็จไวกว่านั้นได้จะ amazing สุดๆ *__*) ไอเดียตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากคนเขียนเองก็ไม่ได้ไปไหน ใช้เวลาปีใหม่อยู่กับบ้านเหมือนกัน เลยหามุกให้สองคนนี้ได้ฉลองกันทั้งที่ไม่ได้ออกไปไหนนี่ล่ะ ระหว่างเขียนตอนนี้ไปก็รู้สึกว่าณรงค์หื่นตลอดเวลา ส่วนไรอันนี่...เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเอ็นดู สงสัยเพราะว่าพอให้อยู่กับณรงค์นานเข้า นิสัยด้านน่ารักๆ เลยได้ออกมาเยอะขึ้นล่ะมั้ง

สำหรับเครื่องประดับยี่ห้อ David Yurman นี่มีจริงนะคะ เป็นแบรนด์ระดับ hi-end ของอเมริกา ตอนเขียนเรื่องนี้ก็ทำรีเสิร์ชประมาณหนึ่งว่าถ้าสองคนนี้จะซื้อของขวัญให้กันน่าจะเป็นของแบบไหน ส่วนถุงมือกอล์ฟหนังจิงโจ้ก็มีจริงๆ เจ้านายที่บริษัทเก่าเรามีธุรกิจเสริมนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่ายเจ้าถุงมือนี่ด้วย ส่วนเวลาเล่นกอล์ฟนั้นคนเล่นจะใส่ถุงมือข้างเดียวคือข้างตรงข้ามกับมือที่ถนัด กรณีนี้ไรอันถนัดมือขวาก็เลยได้ถุงมือซ้าย และถุงมือนี่พอใช้ไปนานๆ มันจะมีอายุงานของมันเอง ณรงค์เลยซื้อยกโหลให้ซะเลยน่ะค่ะ ที่แน่ๆ ราคารวมกันแล้วก็ยังไม่เท่าสร้อยที่ไรอันซื้อให้ XD ความจริงสร้อยนี้มีต้นแบบจากของจริงของ David Yurman ด้วย แต่ชื่อจริงๆ ว่า Claw Amulet เรามาเปลี่ยนให้เป็น Predator จะได้รู้สึกเท่ๆ ประมาณว่า "ผู้ล่า" น่ะค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ที่จะมีให้ณรงค์กับไรอันล่วงหน้า ขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ทุกคนด้วยนะคะ ^^







 

Create Date : 31 ธันวาคม 2555    
Last Update : 31 ธันวาคม 2555 10:46:45 น.
Counter : 1316 Pageviews.  

เก็บตกโพสต์เรื่อยเจื้อยเกี่ยวกับตัวละครจาก facebook Part 2


ตอนนี้อยู่ในช่วงพยายามปรับโหมดตัวเอง กลับมาตั้งใจเขียนคุณเชษฐ์กับภัทรกรต่อให้ได้เสียที เพราะไหนๆ ก็ส่งณรงค์กับไรอันถึงฝั่งฝันกันไปแล้ว (เอ่อ?) แต่ว่าเรื่องก็คืบคลานมาได้แบบอ้อยอิ่งมาก อาจเพราะทิ้งช่วงมานานบวกกับจริงๆ ก็ใกล้จบมากแล้ว เลยอยากพิถีพิถันเยอะหน่อย และคิดว่าคงไม่โพสต์ตอนใหม่จนกว่าจะเขียนสต็อกไว้ได้ถึงตอนจบหรืออย่างน้อยก็ใกล้จบละค่ะ และก่อนจะถึงตอนนั้น เพื่อไม่ให้บล็อกร้าง ก็เอาความเวิ่นเว้อจากในเฟสบุ๊คมาแปะอีกทีดีกว่า



เวิ่น เวิ่น และ เวิ่น

เมื่อคืนฟินจากการได้เห็นดราฟท์ปกคุณเชษฐ์กับภัทร แต่ยังเหลือปรับดีเทลกันอีกนิดหน่อย วันนี้ลางานเพื่อมาคุยกับอาจารย์ที่ ปรึกษาเรื่อง IS รู้สึกว่าเห็นแนวทางชัดเจนขึ้น ดีกรีความเครียดน้อยลง (มันคงไม่หายไปง่ายๆ จนกว่าจะผ่านสอบคอมพรีฯ รอบสุดท้าย) เมื่อเช้าแวะส่งนิยายให้ผู้ชนะจากเกมชิงรอบที่สองแล้วด้วย ขอไปเลือกก่อนว่าเกมชิงนิยายชุดที่สามจะเล่นอะไรดี เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยมาแปะละกันเนอะ

// เป็นสเตตัสที่เวิ่นเว้อจริงๆ เอิ้กส์



**********************


นักศึกษา (ป.โท) ตัวอย่าง

เมื่อได้ทำงานกับคนดีๆ จะได้รับพลังงานดีๆ และอยากทำอะไรดีๆ ไปเรื่อยๆ ว่าแล้วหัวกำลังแล่นก็เขียนนิยายสำหรับวาเลนไทน์เลยละกัน หนังสือเรียนจ๋า รออยู่ตรงมุมนั้นก่อนละกันนะ เอิ้กๆ



**********************


วูบหนึ่งขณะคิดถึงเนื้อหาตอนใหม่

รู้สึกว่าไม่ได้เขียนเป้กับวิวมานานมาก แล้วจู่ๆ ก็ได้ไอเดียเฉ้ย แต่วาเลนไทน์นี้อ่านณรงค์กับไรอันก่อนละกันนะเจ้าคะ (โฆษณาล่วงหน้าหนึ่งวัน เหอะๆ)



**********************


รีวิวนิยายลำนำรักสีรุ้งโดยคุณพลอย Emotion-P

นักอ่านท่านหนึ่งที่เป็นบล็อกเกอร์รีวิวนิยายได้ให้เกียรติรีวิว “ลำนำรักสีรุ้ง” ให้ และมาแปะบอกลิ้งค์ที่วอลล์ เลยขอเอามาแชร์ให้แฟนๆ นักอ่านด้วยค่ะ ^___^

คลิกอ่านรีวิวนิยาย ลำนำรักสีรุ้ง




**********************


ว่าด้วยการปรูฟนิยาย...จะว่าเป็นคนเรื่องมากก็ยอม (- -”)

เวลาเปิดเจอคำผิดในนิยายที่ผ่านการตรวจปรูฟมาแล้ว (ไม่ว่าจะนิยาย สนพ. หรือทำเอง) ก็จะคิดเสมอว่า ถ้าอย่างนั้นก็จะขอปรูฟด้วยตัวเองต่อไปดีกว่า มั่นใจว่าคำสะกดเราแม่นพอ อีกอย่างเป็นพวกทนอ่านทนปรูฟนิยายตัวเองซ้ำซากได้ ไหนๆ ก็จัดหน้าเองอยู่แล้วด้วย --- One woman show มากๆ ฮา~



**********************


เมื่อเจออะไรที่คล้ายกัน...

วันนี้ได้ทำงานกับลูกครึ่งคนหนึ่ง แล้วนึกถึงไรอันเลย เพราะหน้าฝรั่ง แต่พูดไทยชัด สำเนียงอังกฤษก็เป๊ะ แถมหุ่นดีโคตร เพียงแต่น้องเขาเป็นผู้หญิง และเขาพูดอังกฤษสำเนียงอเมริกันไม่ใช่ออสซี่ (=w=")



**********************


เผา(ไอ้)น้องหว้า XD

น้องหว้าโตเมื่อไหร่คงทำอาชีพเซลส์หรือนักการเมืองไม่ได้แน่ เพราะ:
1. ทะเล้นเกิน (เว้นว่าโตไปแล้วนิสัยเปลี่ยน แต่คงยากส์)
2. ความน่าเชื่อถือต่ำ ไม่ค่อยมีใครเชื่อเล้ยว่าโตมาน้องหว้าจะเป็นรุก และรุกแต่ผู้หญิง XD



**********************


คุณเชษฐ์ขา...ขอร้องงงงงงงง

ให้คนอ่านรู้กันให้หมดว่าคนเขียนมันติงต๊อง (แต่กำลังจะเขียนต่อแล้วนะ = =")





**********************


เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนโด o_O

เห็นธุรกิจอสังหาฯ กำลังเติบโต คอนโดใหม่ผุดพรึ่บแล้วก็อยากเขียนนิยายเกี่ยวกับธุรกิจนี้อีก แต่โปรเจ็กต์ที่ยังค้ำคอก็ชิ้นเบ้อเริ่ม...กลับไปอ่านว่าต้นทำธุรกิจยังไงในแม้นมั่นคำสัญญาแก้ขัดละกัน// กระซิก



**********************


กลิ่นดอกโมกหอมจริงๆ นะ

วื่อวึงยามบ่าย (เป็นเพื่อนกับเวิ่นเว้อ) แวะร้าน Boots ใต้ตึกหลังมื้อกลางวัน เจอขวดนี้วางขายอยู่ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในตอนพิเศษของคุณเชษฐ์กับภัทรจะมีพูดถึงดอกโมกนิดหน่อยด้วยเลยสอยมาซะ เผื่อฉีดผมให้หอมๆ แล้วจะบิ๊วท์อารมณ์เขียนคุณเชษฐ์ได้ลื่นๆ (ตอนหลักยังไม่จบ มันเขียนตอนพิเศษรอแล้ว XD)

ปล. สารภาพว่าเขียนตอนต่อไปเสร็จแล้วแต่ยังไม่ค่อยพอใจ ขอเขียนให้ถึงตอนจบหรือเห็นแววจบรำไรก่อนถึงจะแปะให้อ่านนะคะ เป็นพวกเขียนแบบไม่ค่อยแพลนแต่แรกก็ลำบากงี้ล่ะ = =”




**********************


เดี๋ยวคงได้มี Part 3, Part 4 ….ไปเรื่อยๆ จนได้สร้างห้องใหม่ในบล็อกแยกไว้ให้โดยเฉพาะเลยแหงๆ อ่านแล้วก็ทำใจกับความเวิ่นเว้อวื่อวึงของคนเขียนหน่อยนะคะ




 

Create Date : 08 มีนาคม 2555    
Last Update : 8 มีนาคม 2555 10:24:56 น.
Counter : 414 Pageviews.  

1  2  3  4  

Applebee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]






ลายปากกา



~ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ~
ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมดหรือส่วนใดไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!

Friends' blogs
[Add Applebee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.