ไบโอติน (Biotin)

ไบโอติน (Biotin) หรือ vitamin H จัดเป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี วิตามินชนิดนี้ บางครั้งจะรู้จักในชื่อของ โคเอ็นไซม์ อาร์ ( Coenzyme R ) ร่างกายสามารถสร้างเองได้เป็นจำนวนมาก โดยแบคทีเรียจากลำไส้

ไบโอตินพบได้ใน เนื้อสัตว์ ไข่แดง กล้วย ตับ ข้าวกล้อง ถั่ว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่างๆโดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด แครอท ไบโอตินจะไม่ถูกทำลายเนื่องจากการประกอบอาหาร การสูญเสียไปโดยมากจะไปกับน้ำที่ล้างหรือน้ำที่ต้มประกอบอาหาร นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดที่อยู่ในลำไส้ (lactobacillin) สามารถผลิตไบโอตินได้

ความสำคัญของไบโอตินมีหลายประการ เช่น ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (fat metabolism) ช่วยสังเคราะห์กรดไขมันบางชนิด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งเสริมการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายหลายชนิด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผมและเล็บ

ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ไบโอตินเป็นกรดที่มีกำมะถันอยู่ด้วยในโมเลกุล ผลึกของ ไบโอตินเป็นรูปเข็มยาว ในธรรมชาติมักเกิดรวมอยู่กับกรดอะมิโนไลซีน ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล.

สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดไบโอตินก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติจะมีการอักเสบของเยื้อบุต่างๆ ผิวหนังแห้งลอก ตกสะเก็ด มีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ซึม ปวดเมื่อยตามตัว ระดับคอเลสเตอรอลสูง โลหิตจางแม้จะได้รับเหล็กเพียงพอ การขับปัสสาวะลดลง

ประโยชน์ต่อร่างกาย
• ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในขบวนการต่างๆของร่างการ เช่น กระบวนการเผาพลาญของร่างกาย ขบวนการสร้างกรดไขมัน พิวรีน

• เป็นตัวส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และอินซูลิน อีกทั้งยังรักษาสุขภาพของผิวหนัง ผม ต่อม เหงื่อ และกระดูกอ่อนอีกด้วย

• เป็นตัวส่งเสริมความเจริญเติบโตของร่างกายที่สำคัญ ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินซี

• เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพผิวหนัง เส้นผม ประสาท และกระดูกอ่อน

• ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์

ปริมาณที่แนะนำ
ปกติร่างกายจะสามารถสร้างไบโอตินได้อยู่แล้วจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่ง ถ้าหากรวมกับอาหารที่ได้รับในแต่ละวันถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ก็เชื่อว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับไบโอติน วันละ 100 – 200 ไมโคกรัม เด็ก(ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป) ควรได้รับวันล่ะ 85 – 120 ไมโคกรัม

ข้อมูลอื่นๆ

• มีการดูดซึมที่ลำไส้เล็ก และมีการขับออกทางปัสสาวะ

• อาหารหรือสารต้านฤทธิ์ ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินบี 12 กรดโฟลิค กรดแพนโทเธ็นนิค วิตามินซี กำมะถัน

• มักจะไม่พบการขาดไบโอตินในผู้ที่รับประทานอาหารครบหมู่หรืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีรวม แต่อาจจะพบในผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานโดยเฉพาะยาในกลุ่ม Sulfa เนื่องจากเชื้อพวก Lactobacillin จะถูกทำลาย การบริโภคไขขาวดิบในปริมาณสูง และนานติดต่อกันอาจทำให้สาร avidin ในไข่ขาวจับกับไบโอตินทำให้ไบโอตินไม่สามารถดูดซึมได้ก็อาจนำมาซึ่งภาวะการขาดไบโอตินได้ นอกจากนี้การใช้ยาต้านชัก (anti-seizure) เป็นเวลานานติดต่อกันก็สามารถก่อให้เกิดการขาดไบโอตินได้เช่นกัน

• อาการที่พบในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ได้แก่ อาการทางผิวหนัง (ผิวหนังอักเสบ) แห้งเป็นขุย ผมร่วง เล็บเปราะ กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย แสบตา เป็นต้น อาการที่น่าสนใจคือ ผมร่วง ผมบาง ซึ่งผมร่วงบางชนิดเกิดจากเส้นผมไม่แข็งแรงเนื่องมาจากร่างกายสร้าง keratin ได้น้อย

• ไบโอตินจึงมีความสำคัญในการช่วยสร้าง keratin ในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ประโยชน์ของไบโอตินอีกประการหนึ่งก็คือช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บมือ และเล็บเท้า โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะเนื่องมาจากขาดสารไบโอติน

• ขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม คือ 1-3 มิลลิกรัมต่อวัน และต้องใช้กับผู้ที่มีผมร่วง เนื่องมาจากการขาดไบโอตินเท่านั้น ส่วนขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บคือ 2.5 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจุบันยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงหรือการเป็นพิษของวิตามินบีชนิดนี้

ข้อมูล: http://www.amcclinic.com/biotin.php

Smiley บีบี้ Smiley




Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 5 สิงหาคม 2552 0:08:39 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
bee4ever
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]









บีบี้รู้สึกว่าบีบี้ชอบทำอาหารเอามากๆ หลังจากที่บีบี้ทดลองอบขนมหลายๆ อย่าง หลังจากทำเสร็จก็จะมีขนมหลายแบบหลายรสชาติทั้งแบบที่แทบจะกินไม่ได้จนถึงกระทั่งแบบที่อร่อยจนหมดหลังจากอบเสร็จ แต่ขนมทุกอย่างก็ต้องผ่านการชิมจากบีบี้ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ น้ำหนักตัวและสัดส่วนของบีบี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป ทำให้บีบี้ต้องกลับไปเล่นโยคะร้อนอีกครั้ง ซึ่งภายใน 3 สัปดาห์นี้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก บีบี้กำลังรอลุ้นว่าโยคะร้อนคราวนี้จะทำให้สิวขึ้นเขรอะอีกหรือเปล่า

Smiley บีบี้ Smiley





Last Updated Blogs

Strawberry Cream Cheese Cookies


Pineapple Tart & Taro Tart


Valentine's Day Chocolate For Someone Special


Pumpkin Cake


Yoghurt Banana Cake


Strawberry Cheesecake


Chichi no O-Bento ข้าวกล่องของคุณพ่อ


Macadamia Brownies


Japanese Cheesecake


เรียกมาคุยให้เขียนใบลาออก ใบลาออกมีผลหรือไม่..?


50 เรื่องขำๆ ในโฆษณาไทย


เมื่อบีบี้อยากกินอาหารเวียดนามที่ ... Winner House


คิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ... เลยไปที่ Atelier


Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add bee4ever's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.