All Blog
ผมหงอกหายวับไปกับตา ฉีดปุ๊บสวยเป๊ะ กับ ลอรีอัล Magic Retouch


ผมหงอกๆๆ เป็นเรื่องที่ทรมานสาววัยเจ้ อย่างพี่วิมากๆๆ
แต่วันนี้..พวกเรามีเฮ!! แล้วค๊า
ผมขาวเหรอ..ไม่รู้จัก
#3..2..1..เป๊ะ ผมดำสนิทเลย!!

L'Oreal Paris MAGIC RETOUCH
ลอรีอัล ปารีส เมจิค รีทัช
"ปิดโคนผมขาวได้ใน 3 วิ"



สวัสดีค๊า..หนุ่มๆ สาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องผมขาว
ผมหงอก หรือไฮไลท์วัยชราที่เรามักจะเรียกกัน..ฟังแล้วหดหู่เนอะ??
พี่วิ..เก็บสีผมหงอกทุก 2 อาทิตย์เลยนะคะ

ก็ไม่ได้อยากเก็บถี่ขนาดนี้หรอกนะ..แต่แหมมม..ผมใหม่ก็งอก..ยาวไวเหลือเกิน
ครั้นเราจะไม่เก็บสี ก็รู้สึก..แบบแย่อ่ะ!! มันดูแก่ มันดูไม่เป๊ะ
และที่สำคัญผมที่เส้นเล็ก และบางอยู่แล้วอย่างพี่วิ
พอโคนผม หงอกเท่านั้นแหละ..ยิ่งดูผมบาง ผมน้อย เหมือนหัวจะล้านเลยอ่ะ
ครั้นจะทำสีเติมโคนผมเองบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยอยาก 
เพราะอยากให้เส้นผมและหนังศรีษะได้พักบ้าง..ไรบ้าง

=======================
ด้วย หน้าที่ของพี่วิที่ต้องออกไปทำงาน พบปะคนจำนวนมาก
เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและบุคลิกภาพ ถือเป็นเรื่องที่ต้องดูแลพอสมควรเลยหล่ะ
ผมหงอก ผมขาว มักจะสร้างความกังวลใจให้พี่วิเสมอ ทำให้เสียบุคลิกค่ะ
ทุกอย่างดีเป๊ะหมด...."ปล่อยให้ผมหงอกนี่จบเลยนะ!!"

ถ้าฉุกเฉิน..เก็บสีผมไม่ทัน!!
โดยปกติพี่วิมักแก้ปัญหา โดยใช้มาสคร่าปาดๆ ปิดไปก่อนค่ะ
ถ้าเป็นวันพักผ่อน ก็จะปกปิด ด้วยเครื่องหัวเบาๆ ตามโอกาส



ซึ่งการปิดโดยมาสคร่าจะปิดได้ไม่สนิทนะค่ะ..
ยิ่งในเวลาที่มันหงอกเยอะมากๆ น่ะ 
และที่สำคัญผมมันแข็งมากค่ะ

ถ้าใช้มาสคร่าแบบกันน้ำทานะ ผมจะแข็งและกระด้างมากถ้าทำบ่อยๆ
ที่สำคัญกว่าคือล้างออก..ยากมากกกก ก. ไก่ ล้านตัวเลย

ถ้าใช้มาสคร่าแบบไม่กันน้ำ เวลาอยู่ที่ในอากาศร้อนมีเหงื่อซึมๆ ก็พอโอเค
แต่ถ้าร้อนแบบเหงื่อไหลลงมานี่..หายะนะ เกิดเลยค่ะ!! ไหลดำมาเป็นทางเลย!!
นี่ก็ So sad นะ!! เพราะว่า ต้องหาวิธีในการปิดผมขาวอยู่ตลอดๆ
เป็นเรื่องนึง ที่รู้สึกว่า..แก่แล้วเหนื่อยมากกับเรื่องนี้

=======================

แต่แล้ววันนี้ค่ะ..คุณขา
โลกก็กลับมาสวยงามในหัวใจวัยผมหงอก..อย่างพี่วิอีกครั้ง!!
เสมือนหนึ่ง..เทพธิดาแห่งความงามปราณีเจ้แล้ว..555+

#ฉีดปุ๊บสวยเป๊ะ
"ปิดโคนผมขาวได้ใน 3 วิ"

โคนผมดำ และหนาขึ้นทันตาเห็นเลยค่ะ!!


ไม่ใช่แค่เพียงปิดโคนผมขาวนะ ทำให้ผมไม่ดูบางและไม่เห็นหนังศรีษะด้วย
ดูเหมือนผมหนาขึ้นเยอะมากเลยค่ะ ทีนี้..ความสุขก็บังเกิดสิคะซิส ^_^

==========================
L'Oreal Paris MAGIC RETOUCH
ลอรีอัล ปารีส เมจิค รีทัช


พี่วิได้มาทั้งหมด 3 สีค่ะ 
Black สีดำ :  จะดำด้านๆ ไม่เงาวาวเว่อร์ๆ นะคะ สีธรรมชาติมากๆ
Dark Brown สีน้ำตาลเข้ม : สีนี้สวยมากค่ะ พี่วิลองฉีดทับผมขาวแล้ว
ปิดมิดชิดค่ะ แต่เผอิญช่วงนี้พี่วิผมดำ ..สีดำเลยเหมาะกว่า
Brown สีน้ำตาลอ่อน : สำหรับสาวๆ สีผมอ่อนลงมาหน่อย คลาสสิคดี แฟชั่นนิดๆ

ด้วย Revolutionary Technology
Effortless, damage less และ smudgless
- เม็ดสีเข้มข้น ปิดผมขาวได้แนบสนิทอย่างเป็นธรรมชาติ
- หัวฉีดแบบสเปรย์
- สีติดทน ไม่เลอะเปื้อน และล้างออกง่ายด้วยแชมพูสระผม

==========================

พี่วิได้มาสดๆ ร้อนๆ ก็รีบรีวิวเลย!!
ไม่ใช่อะไร..วันนี้ต้องมีไปงานด้วย..Workshop ระยะเผาขนมาก
เราก็ไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมเราหงอกเนอะ..พี่วิก็เลยลองเลยทันทีค่ะ

ซึ่งก่อนใช้..เราต้องเขย่าๆๆๆ ก่อนนะคะ
สีที่ออกมาจะได้ เม็ดสีแน่นเต็มที่

จากนั้นให้เราจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยก่อน
ของพี่วิคือไดร์ผมให้เรียบร้อยก่อนเลยค่ะ


พอเราเขย่าๆ และจัดทรงผมเข้าที่เรียบร้อยแล้ว
ก็พ่นๆๆ ลงไปเลยค่ะ



วิธีใช้คือ..

ให้ถือขวดสเปรย์ให้ห่างจากเส้นผม 10-15 เซนติเมตรค่ะ
ระยะขนาดนี้ ตัวสเปรย์จะกระจายได้ทั่วทั้งโคนผม และได้มุมที่กว้างกว่า
 อย่าจ่อ หัวสเปรย์ใกล้ผมเกินไป เพราะจะทำให้สีไม่กระจายนะคะ
ถ้าสีไม่กระจายจะทำให้สี ดูไม่สม่ำเสมอ เช้มเป็นดวงๆ เดี๋ยวจะดูไม่ธรรมชาติค่ะ!!

สเปรย์รอบแรกแล้ว ให้พักไว้ประมาณ 1 นาทีค่ะ
จากนั้นใช้หวี หวีจากโคนถึงปลาย 1 รอบเพื่อเช็คความละเอียดค่ะ
และถือเป็นการหวีส่วนเกินบางส่วนออกมาด้วย
ถ้าตรงไหนที่เราฉีดไม่ครบถ้วนในรอบแรก สามารถฉีดซ้ำได้เลยค่ะ

เพียงแค่นับถอยหลัง.. 3 วินาทีความสาวก็กลับมาเลย555+

กรี๊ดที่สุด!! ตรงที่ผมไม่เหนียว ไม่แห้ง ไม่แข็งกระด้าง
ที่สำคัญปิดผมขาวได้แนบสนิท สม่ำเสมอ ดูเป็นธรรมชาติอ่ะ
แค่ฉีดๆๆ พ่นๆๆ ล้างออกด้วยแชมพูสระผม..เริ่ดมากกก!!


ความประทับใจหลังทดลองใช้!!

1. ชอบตรงที่ปิดผมขาวได้แนบสนิท
2. ผมที่เคยดูบางเห็นหนังศรีษะ ตอนนี้ดูหนา ดูผมแน่น ดูหัวไม่ล้านไม่เถิก
3. ผมพลิ้วไหวเป็นธรรมชาติ ไม่แห้งไม่ลีบแบน และไม่เหนียวเหนอะหนะ
4. ระหว่างวันไม่ไหลเยิ้ม ไม่ทำให้เสียหน้า..เป๊ะปังมั่นเว่อร์ได้ทั้งวัน
5. ล้างออกได้ง่ายด้วยแชมพูสระผม รักตรงที่..ผมไม่กระด้างแห้งเสียด้วยค่ะ
และข้อสุดท้ายที่เริ่ดสุดคือ...
6. สะดวกมาก!! ใช้เวลาสั้นๆ เพียงแค่ 3 วิเราก็ปิดผมขาวได้แนบสนิท

*****ส่วนตัวเลยพี่วิชอบหัวสเปรย์ของ ลอรีอัล เมจิค รีทัชนะ
สเปรย์ออกมาได้แบบละเอียดสม่ำเสมอ แนวสเปรย์ไปในทิศทางเดียวกัน
คอนโทรลได้ง่าย แม่นยำในจุดที่เราต้องการสเปรย์ ณ จุดนั้นจริงๆ
เลยทำให้ปกปิดผมขาวได้แนบสนิทดีมาก

ทำให้วันนี้พี่วิไป Event ได้มั่นใจสุด..ระยะใกล้แค่ไหนก็ไม่หวั่น
โพสต์ท่าถ่ายรูปได้แบบมั่นใจสุดๆ เลยค่ะ

==========================

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บล็อกนี้จะเป็นประโยชน์และตอบโจทย์
ให้กับทุกๆ คนที่กำลังมีปัญหาเรื่องผมขาวอยู่นะคะ
บางทีเราก็อยากพักการทำสีปิดผมขาวบ้างอ่ะเนอะ

แต่ก็ไม่อยากให้ใครเห็นไฮไลท์วัยชราเราช่ะ?? ^^
นี่แหละตัวช่วยหลัก ที่มาโอบอุ้มหัวใจวัยแซ่บ 40+ อย่างพวกเรา



พี่วิพึ่งได้มาเหมือนกันค่ะ..ได้ข่าวว่า 
จะเข้าไทยประมาณกันยายนนี้นะคะ

ราคา กระป๋องละ 379 บาท

วางจำหน่ายที่ Tesco Lotus, Watsons, Tops, Homefreshmart, Eve&Boy, J&B

หรือ ช้อปออนไลน์ได้ที่ [http://bit.ly/2gaCamU]

    Disclaimer:  Sponsored by: L'Oreal Paris Thailand

    #3..2..1..เป๊ะ #ฉีดปุ๊บสวยเป๊ะ #LorealParis #MagicRetouch

    #แก่ได้ก็ต้องแซ่บได้ #Beauty4ties #BeautyBlogger #Thaiblogger 

    #ThaibeautyBlogger #Updatenewitem2017 #Newitem2017

    #Beauty4tiesUpdateitem2017 #Update2017 #Beauty4tiesreview #Howto




    Create Date : 13 สิงหาคม 2560
    Last Update : 8 กันยายน 2560 9:52:27 น.
    Counter : 3471 Pageviews.
    3 comment
    (โหวต blog นี้) 
    Review : Sequins Serum เพื่อผิวชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอย


    สวัสดีค๊า.. มีใครผิวธรรมดา หรือผิวแห้งบ้างคะ??
    ปกติแล้วเนี่ย..พี่วิมักจะพูดถึงแต่สกินแคร์ที่เหมาะกับผิวผสมเป็นหลัก
    ซึ่งจริงๆ แล้วภายใต้ผิวผสมของพี่วิ ทุกคนจะรู้ว่า
    จะมันมากเฉพาะช่วงทีโซนเท่านั้น ส่วนอื่นๆ เช่นหน้าผาก หน้าแก้ม จะแห้งมาก
    ยิ่งช่วงไหนอากาศเย็นๆ ก็แห้งลอกเป็นขุยเลยค่ะ

    แล้วพี่วิดูแลผิวอย่างไร??
    ปกติขั้นตอนในการบำรุงผิว พี่วิก็จะเริ่มจาก
    กลุ่มที่เป็นเอสเซ้นส์ หรือน้ำตบต่างๆ ก่อน แล้วถึงลงด้วยเซรั่ม
    และสุดท้ายด้วยกลุ่มครีมบำรุง หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์นั่นเองค่ะ

    แต่ในช่วงเวลา 1 อาทิตย์ก่อนเดือนพฤษภาคม แค่อาทิตย์เดียวค่ะ
    พี่วินอนน้อยมากๆๆ เร่งทำงานด่วน ได้นอนแค่วันละ 2-3 ชั่วโมง
    ดื่มน้ำน้อยอีก ช่วงกลางวันๆ ผิวไปโดนแสงแดดโดยตรงนานๆ ด้วย
    จู่ๆ ผิวก็แห้งมากกกก เหมือนที่เคยบำรุงมามันไม่เพียงพอเอาซะเลย

    ก็เลยมองหาสิ่งที่จะช่วยให้การบำรุงนั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น 
    เรียกว่าเอามาเสริมทับ จากสกินแคร์เดิมที่ใช้อยู่แล้วนั่นเองค่ะ 
    เพื่อการฟื้นฟูผิว ให้ผิวชุ่มชี้นขึ้น
    และดีต่อผิวแบบระยะยาวด้วย

    ล่าสุดเลยเมื่อ 3-4 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ประมาณต้นๆ เดือนพฤษภาที่ผ่านมานี่เอง
    มีโอกาสได้ลองเซรั่มตัวนึงค่ะ แล้วรู้สึกว่า..ผิวในส่วนที่แห้งนั้น
    ชุ่มชื้นขึ้นมากๆ ในขณะเดียวกันผิวในส่วนทีโซนก็ไม่มันเพิ่มขึ้นด้วย
    วันนี้พี่วิเลยตั้งใจมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

    ไปดูรูป  Before กับ After กันก่อนนะคะ


    มีความตื่นเต้นเหมือนกันไม๊...นี่ตื่นเต้นมากกก
    เพราะผลลัพธ์ที่ได้ มีแนวโน้มของผิวที่ดีขึ้นจริงๆ
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวที่ชุ่มชื้นขึ้น รูขุมขนที่กระชับขึ้น และรอยดำที่จางลง
    ชอบมากกกกก...

    ก่อนที่พี่วิจะชวนเม้าท์ไปยาวมาก 
    เราไปรู้จักผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่าค่ะ

    SEQUINS
    FACIAL SERUM
    เซรั่มบำรุงผิวหน้า สูตรนาโนอีมัลชั่น




    สิ่งที่สำคัญและน่าสนใจมากๆ เลยคือ
    ผลิตภัณฑ์นี้วิจัยและพัฒนาโดย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นค่ะ
    เป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการรับรองอนุสิทธิบัตรเมื่อปี พ.ศ. 2559
    และได้รับการรับรองให้เป็นลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

    นอกจากนั้นงานวิจัยดังกล่าวยังได้รับรางวัล Special Prize “Leading Innovation Award”
    และ รางวัล Honorable Mention ซึ่งเป็นรางวัลจาก International Intellectual Property
    Network Forum ในงาน 2015 Taipei International Invention Show & Technomart
    ที่ไทเป ประเทศไต้หวันอีกด้วย

    ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ คือ เเบร์เบอรี่ (Bearberry) และเลมอน (Lemon) 
    วิตามินบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่
    วิตามินอี, วิตามินบี3 และ วิตามินบี
    ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง

    “จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ซีรั่มเพื่อฟื้นฟูสภาพผิว
    สูตรนาโนอิมัลชัน 
    คือ การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีทางเภสัชกรรมมาเสริม
    ให้ผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำส่งสารสำคัญไปยับยั้ง
    กระบวนการสังเคราะห์เมลานิน อีกทั้งนำส่งไปยังชั้นหนังแท้
    เพื่อกระตุ้นเซลไฟโบรบลาสต์ ชะลอการเกิดริ้วรอย 
    ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้จุดด่างดำจางหายไปอย่างเห็นได้ชัด”



    พี่วิเริ่มทดลองใช้จริงๆ จากขวดเล็กค่ะ
    ชอบตรงที่หยิบจับ พกพาง่าย และราคาไม่แพงด้วย^^
    ขวดจะมีลักษณะเป็นขวดแก้ว น้ำตาลเข้มเนื้อด้านๆ เก๋ดีค่ะ





    เนื้อส้มผัสจะมีความลื่นๆ คล้ายออยล์ค่ะ...เกลี่ยง่าย 
    สีมีความขุ่นเกือบใส
    ซึมซาบสู่ผิวได้ดี แต่จะมีบางส่วนที่เคลือบผิวเราไว้
    ส่วนเรื่องกลิ่นนั้น จะมีกลิ่นระเรื่อๆ จากเลมอนค่ะ



    วิธีในการบำรุงผิวของพี่วิคือ

    บีบเซรั่มขึ้นมา 1 หลอดค่ะ แล้วบีบลงบนผิวเพียง 4 จุด
    จุดละ 1 หยดก็พอค่ะ

    จากนั้นนวดวนเบาๆ ประมาณ 2-3 นาที
    แล้วแต่ความง่วงค่ะ555+ 
    เพราะเราจะ "ใช้เซรั่มนี้เฉพาะก่อนนอนเท่านั้น" นะคะ

    ขณะที่นวดจะรู้สึกอุ่นๆ ผิวค่ะ ด้วยกลิ่นอ่อนๆ ของเลมอน
    ให้ความรู้สึกผ่อนคลายต่อผิว และดีต่ออารมณ์ขณะนวดมากๆ ^^

    ในจุดที่ผิวแห้งมากๆ บอกเลยว่าเซรั่มซึมซาบได้ดีมากๆ
    สำหรับในจุดทีโซนที่มันมากของพี่วิ พี่ก็จะทาบางๆ พอค่ะ
    เช้าตื่นขึ้นมาเราจะได้ผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นมากๆ



    ความรู้สึกหลังทดลองใช้ 3 เกือบ 4 อาทิตย์ที่ผ่านมา
    1. ผิวพี่วิฉ่ำขึ้นมากเลยในจุดที่แห้งๆ ค่ะ
    2. แต่งหน้าได้ง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องแต่งหนาๆ แค่เกลี่ยบางๆ 
    เครื่องสำอางก็ติดแล้ว แต่ติดทนขึ้นด้วย
    3. รอยดำจางลงเร็วขึ้น สีผิวดูกระจ่างขึ้นเบาๆ ค่ะ
    4. สำหรับเรื่องรูขุมขนนี่..ต้องบอกว่าแปลกใจมากๆ
    มันรู้สึกกระชับขึ้น ถึงจะไม่ชัดเจนขึ้นแล้วแบบ ว้าววว..แต่พี่วิเชื่อว่า
    ถ้าพี่วิใช้สัก 2 เดือนต้อง ว้าวและกระชับขึ้นมากกว่านี้แน่นอน

    โดยความเห็นของพี่วิเองนะ..น่าจะเป็นเพราะผิวเราที่ชุ่มชื้นขึ้น
    กักเก็บน้ำในผิวได้มากขึ้น ความฉ่ำของผิวเลยทำให้รูขุมขนกระชับและดีขึ้นค่ะ
    รู้สึกชอบมากเลย เพราะปัญหารูขุมขนของพี่วิ ก่อนหน้านี้น่ากลุ้มใจมากๆ




    สำหรับบล็อกนี้ พี่วิหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆ
    ที่มีผิวธรรมดา และโดยเฉพาะสาวๆ ผิวแห้งนะคะ พี่ว่าตอบโจยท์ได้ดีมาก

    สำหรับสาวผิวผสมที่แห้งเป็นช่วงๆ ของผิวหน้า อย่างพี่วิ ก็ใช้ได้เช่นกัน
    ในส่วนทีโชนก็ลงน้อยๆ บางๆ ส่วนไหนที่แห้งก็ลงปกติ
    ผิวของพวกเราจะได้สดใสเต่งตึง เจ้อยากเป็นสาว 2,000 ปี
    และเราจะผิวสวย..ไปด้วยกันนะคะ บ๊ายยยยย...

    Disclaimer:  Sponsored by: SEQUINS THAILAND
    มี 2 ขนาด

     ขวดใหญ่ 15ml. 1,190.-

    ขวดเล็ก 4ml. 290.-




    Create Date : 31 พฤษภาคม 2560
    Last Update : 10 กันยายน 2560 13:23:54 น.
    Counter : 7458 Pageviews.
    0 comment
    (โหวต blog นี้) 
    Review: Luminesce สกินแคร์เพื่อผิวสวยตึงกระชับ อ่อนกว่าวัย


    สวัสดีค่ะ..สาวๆ บล็อกนี้พี่วิขอมาอัพเดทย้อนหลังกันไกลหน่อยนะคะ
    ที่จริงพี่วิได้ลองใช้สกินแคร์เซ็ทหนึ่งในช่วงกลางมีนาคม ถึงปลายเดือนเมษายนค่ะ
    รู้สึกชอบนะ..แต่พึ่งมีโอกาสได้เรียบเรียบให้อ่านกัน

    สำหรับผลิตภัณฑ์ในบล็อกนี้..สาวๆ ที่อายุยังไม่ 40 อย่างพี่วิก็ใช้ได้นะคะ
    ถ้ารู้สึกเริ่มมีริ้วรอย หรือเกรงว่าริ้วรอยมันจะลึกชัดไปกว่าเดิม
    ก็เริ่มใช้ได้แล้วเลยค่ะ..มีหลายตัวที่น่าสนใจมากในเซ็ตนี้

    แต่ก่อนไปรู้จัก..มาดูหน้าเจ้ก่อน...ว่า 1 เดือนนิดๆ มันน่าปลื้มปริ่มขนาดไห





    LUMINESCE




    รุ่นพี่วิเวลาลองต้องจัดเต็ม!! ลองยกเซ็ทเลย...
    ที่แอบจ้องๆ มองๆ อยู่นานส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแพคเก็จด้วยล่ะ
    กับสีเทาๆ ที่ดูเรียบๆ แต่หรูหรา 
    อย่างเช่นแบบที่เป็นหลอดๆ ..เจ๋งมากตรงที่!!
    เราไม่ต้องกลัวฝาหาย..อีกต่อไป


    หรูหรา น่าใช้มาก
    ต้องยกให้กลุ่มหัวปั้มเหล่านี้ค่ะ



    เอาหล่ะทีนี้มาดู ปัญหาผิวของพี่วิกันดีกว่า...มีเยอะมากค่ะ..
    หลักๆ เลยคือริ้วรอย รองลงมาคือ รูขุมขนที่กว้าง ผิวแห้ง แต่ทีโซนมันมาก 
    สีผิวไม่สม่ำเสมอบ้าง และที่สำคัญผิวแพ้ง่าย ด้วยความที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วด้วย




    หลังจากที่มีโอกาสลองมาเดือนนิดๆ ก็รู้สึกชอบนะ
    จะว่าปลื้มเลยก็ได้อยู่นะ..พี่ชอบอยู่ 3 ตัวที่เรียกว่าปลื้มสุดๆ ในเซ็ตนี้
    เพราะพี่วิว่า..เหมาะกับปัญหาผิวเจ้าปัญหา ริ้วรอยเยอะๆ อย่างพี่ค่ะ

    มาดูกันเลยนะ...
    ตัวแรกเลยคือเซรั่ม 
    luminesce
     cellular rejuvenation serum
    (เซลลูลาร์ รีจูวีเนชัน เซรั่ม)


    ตัวเนื้อเซรั่มจะมีเนื้อสัมผัสเป็นเจล
    มีสีชมพูอ่อนๆ ใสๆ ค่ะ





    ทาบนผิวแล้วจะให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว

    เนื้อเซรั่มไม่แห้งเร็วจนเกินไปค่ะ
    ผิวจะรู้สึกสดชื่นและชุ่มชื่นทันที
    หลังจากลงสู่ผิวแล้ว จะไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้เลย
    รู้สึกชุ่มชื่นแต่สบายผิวมาก




    ด้วยสูตรส่วนผสมของ 
    luminesce
     cellular rejuvenation serum
    เป็นลิขสิทธิเฉพาะ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
    ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของเจอเนสส์ 
    เพื่อดูแลเรื่องปัญหาริ้วรอย และความอ่อนเยาว์โดยเฉพาะ

    ประโยชน์หลักๆ คือ 
    ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวชุ่มชื่น กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น


    ตัวที่สอง ที่โดนใจพี่วิคือ
    luminesce flawless skin brightener
    (ฟลอเลส สกิน ไบรท์เทนเนอร์)



    ตัวเนื้อสัมผัสมีลักษณะเป็นเจลค่ะ
    มีสีขาวใส..และมีเหมือนเม็ดบีด เป็นสีขาวผสมอยู่ด้วย




    มีความเข้มข้นกว่าตัวเซรั่มนะคะ
    ระดับการซึมซาบลงสู่ผิว..มีความใกล้เคียงกับตัวเซรั่มเลย
    แต่ผิวจะรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นไปอีก ผิวจะดูเงาใสขึ้น




    ด้วยสูตรส่วนผสม ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ที่เข้าไปทำงานได้ตรงจุด
    และแก้ปัญหาเรื่องรอยจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอโดยเฉพาะค่ะ

    ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเปปไทด์ Melanostatin5, วิตามิน B3, Transemic acid
    ที่ช่วยสกัดกั้นการสร้างเม็ดสีให้ทำงานน้อยลง และโดยเฉพาะเม็ดบีดสีขาวนี่เอง
    ที่ทำให้สัมผ้สได้ถึงผิวพรรณที่ดูขาวกระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้น
    หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ภายในไม่กี่วินาที


    ตัวที่ 3 ที่พี่วิชอบมากกก
    เรียกว่านางเอกในเซ็ตนี้เลยค่ะ
    Instantly Ageless
    (อินสแทนลี่ เอจเลส)




    เป็นครีมบำรุงรอบดวงตา ที่ให้ผลลัพธ์แบบโบท็อกซ์ แต่ไม่ต้องเจ็บตัวค่ะ
    มาเป็นกล่อง และแยกใช้เป็นแบบซองเล็กๆ
    ฉีกใช้ง่าย.. ที่สำคัญพี่มองว่าสะดวกดี ง่ายต่อการพกพาค่ะ

    จุดเด่นของ Instantly Ageless คือ
    1. Argireline รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าให้ผลลัพธ์ ที่ชัดเจนในการชะลอริ้วรอย
    เป็นสารเปปไทด์ที่ทำงานเหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ โดยอาร์จิเรลีนเป็นสารที่ได้รับการยอมรับ
    โดยทั่วไปว่าเป็นทรีทเมนท์เพื่อการชะลอริ้วรอย และไม่ใช่ว่าทุกส่วนผสมที่มีสารอาร์จิเรลีน
    จะทำงานได้ผลทั้งหมดนะคะ เพราะสูตรส่วนผสมที่แม่นยำเท่านั้นค่ะ
    ที่จะสร้างผลลัพธ์ในการจัดการริ้วรอยแห่งวัย

    2. Sodium Silicate and Magnesium Aluminum Silicate 
    ผสานส่วนผสมเอกสิทธิ์ของซิลิเคทส์สองตัว ซึ่งจะผนึกกำลังร่วมกัน
    เพื่อทำให้ผิวยกกระชับขึ้น ซึ่งซิลิเคทส์ทั้งสองตัวนี้
    จะทำให้ผิวตึงขึ้น รูขุมขนดูกระชับขึ้น และริ้วรอยต่างๆ และดูจางลง




    1 ซองจะสามารถ ใช้ได้ 2-3 ครั้ง
    แล้วแต่บุคคลค่ะ




    เนื้อสัมผัสจะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมที่ปราศจากน้ำมัน
    ไม่ข้นเหนียวเหมือนครีม จะมีสีชมพูอมส้มจางๆ

    เคล็ดลับในการทาครีมบำรุงรองดวงตาตัวนี้
    พี่วิขออธิบาย ทีละขั้นตอนนะคะ
    1. นวดซองเบาๆ เหมือนนวดเนื้อครีม 2-3 ครั้ง
    2. บีบออกมาจากซอง ไม่ต้องมากค่ะ ประมาณเม็ดถั่วเขียว
    3. แตะบนนิ้วนาง แล้วแตะๆๆ เบาๆ ที่บริเวณใต้ดวงตา
    เนื้อครีมจะค่อนข้างแห้งไวค่ะ.. แนะนำให้แตะไวนิดนึง
    4. รอให้เนื้อครีมแห้งสนิท โดยทิ้งไว้นิ่งๆ 1-2 นาที
    5. แต่งหน้าตามปกติได้เลยค่ะ

    ผิวจะรู้สึกได้ถึงความยกกระชับขึ้นทันที..อันนี้ลองเองก็ตกใจเอง!!
    น่าตื่นเต้นและประทับใจมาก

    แม้ว่าผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะไม่ถาวร คืออยู่ได้ 8-9 ชั่วโมงค่ะ
    แต่ในผลิตภัณฑ์ก็มีส่วนผสมที่ช่วยดูแล เรื่องปัญหาริ้วรอยด้วย
    ถ้าใช้เป็นประจำทุกวันก็จะช่วยลดริ้วรอยได้ดีทีเดียว

    Instantly Ageless เหมาะสำหรับใช้ในโอกาสพิเศษ
    หรือถ้าใครชอบก็สามารถใช้เป็นประจำทุกวันก่อนแต่งหน้าได้เลยค่ะ
    ที่สำคัญคือ..สามารถใช้ในระหว่างวันได้อีกด้วย
    ดีมากๆ ตรงที่..ไม่ต้องไปโบท็อกซ์ให้เจ็บตัวค่ะ


    ความรู้สึกส่วนตัว หลังทดลองใช้ผลิตภัณฑ์
    ตลอดระยะเวลา 1 เดือนกว่า ๆ ที่พี่วิลองใช้

    ในเรื่องของผิวหน้าโดยรวม พี่รู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น สดชื่นและสดใสขึ้น
    ในเรื่องของผิวกระชับขึ้นเนี่ย รู้สึกได้ตั้งแต่วันแรกที่ลองใช้
    คือหลังจากที่เซรั่ม และไบรท์เทนเนอร์ซึมซาบลงสู่ผิวแล้ว
    ผิวจะรู้สึกตึงกระชับขึ้นเลย..ไม่ได้มากมายขนาดเห็นได้ด้วยตาเปล่านะ
    แต่เราจะรู้สึกที่ผิวค่ะ ที่สำคัญผิวไม่มันหรือแห้งจากที่เคยเป็น..แต่รู้สึกนุ่มชุ่มชื้น
    หลังจากที่ใช้มาระยะหนึ่ง พี่ว่าผิวดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยเล็กๆ ตื้นๆ
    จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดมาก

    แต่ที่กรี๊ดและน่าแปลกใจมากที่สุดคือเรื่องของรอบดวงตา
    มันรู้สึกได้จริง ไม่ได้มโนไปเอง..คือพอทาปุ๊บ
    ริ้วรอยมันดูจางลงเลย ดูยกกระชับขึ้นจนน่าตกใจ
    พอใช้ครบ 1 เดือนนี่..เส้นเล็กๆตื้นๆ แทบมองไม่เห็นเลย
    แต่เส้นลึกๆ ยังพอเห็นอยู่ค่ะ..ตัวนี้เป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุดหลังจากที่เคยใช้
    บำรุงใต้ตามา...

    หลายคนอาจจะมีคำถามว่า...ถ้าเลิกใช้ไปจะเป็นอย่างไร??
    ตอบให้เลยค่ะ..ว่า!! ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง
    โดยเฉพาะคนที่นอนดึกมาก..เกือบเช้าอย่างพี่วิ
    นอนตี 3 ตื่น 8 โมงเช้า ดื่มน้ำก็น้อย แถมใช้สายตาเยอะ..
    ที่สำคัญอายุค่ะคุณ.. 40 กว่าแล้ว
    อย่างไรเราก็ต้องบำรุงไปตลอด!! 
    คือตราบใดที่เรายังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่ได้
    และอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ก็ต้องบำรุงไปตลอดนะคะ!!

    แต่พี่แค่รู้สึกว่า.. Instantly Ageless ให้ผลที่ชัดเจนมาก
    ในเวลาอันรวดเร็วด้วย ถ้าเค้าไม่เลิกผลิตไปซะก่อนนะ
    ก็ว่าจะซื้อใช้ไปเรื่อยๆ ค่ะ



    ราคาเป็นอย่างไรกันบ้าง..อืม...บางตัวก็แรงอยู่นะคะ
    แต่ตัวอายครีม ที่บำรุงรอบดวงตา พี่มองว่าราคาไม่แพงนะ
    เรียกว่าถูกเลยล่ะ สำหรับผลลัพธ์ที่ได้


    luminesce cellular rejuvenation serum
    15ml. ราคา 5,190.-

    luminesce flawless skin brightener
    30ml. ราคา 5,136.-

    Instantly Ageless
    1 กล่อง 50 ซอง ราคา 2,695.-

    Disclaimer:  Sponsored by: Luminesce




    หวังว่าบล็อกนี้น่าจะตอบโจทย์ได้สำหรับสาวๆ ที่กำลังคิดว่า..
    จะซื้อดีไม่ซื้อดี..แพงไปไม๊? ใช้ดีหรือเปล่า?

    ผลลัพธ์ของพี่วิ น่าจะช่วยหาคำตอบให้ทุกคนได้บ้างนะคะ
    ไว้พบกันใหม่ในบล็อกหน้าน๊า..ผิวสวยขึ้นแล้ว..
    เดี๋ยวเอา How to แต่งหน้ามาฝากเลยดีกว่า
    วันนี้ไปก่อนล่ะน๊า....บ๊ายยยย



    Create Date : 05 พฤษภาคม 2560
    Last Update : 13 กันยายน 2560 1:54:54 น.
    Counter : 7057 Pageviews.
    6 comment
    (โหวต blog นี้) 
    Review: สีผึ้งคำน่อย สีผึ้งโบราณาจากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ


    สภาพปากแตก แห้งลอก เป็นขุย พังสิคะงานนี้!!


    สวัสดีค่ะ..ทุกคน

    บล็อกนี้เอาใจสาวๆ ที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง

    ไม่ว่าจะแห้งน้อย แห้งมาก ลอกเป็นแผ่นๆ หรือแค่เป็นขุย


    เผลอไม่ได้เลยนะ..ต้องนั่งดึงหนังที่ปากตัวเอง

    ผลหรอคะ?? เลือดซิบเลยค๊า...




    สิ่งที่ตามมา..ยิ่งกว่าเลือกซิบๆ คือ ลอกไม่หายสักที ริมฝีปากก็เริ่มดำแล้วสิทีนี้

    บางคนมีอาการที่ว่า..หนังเริ่มแข็งขั้น เป็นเนื้อด้านๆ..ต้องระวังนะคะ

    ที่สำคัญเสียบุคลิกด้วยค่ะ..นั่งแกะปาก..เผลอๆ ลืมๆ เอ้า!! แกะอีกแล้ว


    นอกจากจะแสบ เป็นแผล ที่สุดของที่สุดคือ..

    เวลาริมฝีปากลอก ทาลิปสติกเท่าไหร่..ก็ไม่เนียนเรียบ ไม่สวย

    ปัญหาคือ..ลิปสติกที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งน่ะ.. เหงาเลยน๊า...

    ใครมีปัญหาเรื่องนี้บ้าง..วันนี้พี่วิมีเคล็บไม่ลับมาฝากค่ะ


    ปากเรียบ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น จากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ

    หืมมมม..ก็สีผึ้งไง!! 

    รวมไปถึงสครับจากน้ำตาลที่มีความเป็นธรรมชาติ100% 

    ไม่ได้ล้อเล่นแต่ช่วยได้จริง..ไปดูกันค๊า

    พี่วิสครับครั้งแรกเลย..ฟินมากกก




    เห็นผลลัพธ์แล้ว..อยากทำความรู้จักนางเอกของเราแล้วใช่ไม๊คะ??

    มาค่ะ..พี่วิจะเล่าให้ฟัง...


    ก่อนอื่นเลย ต้องบอกก่อนว่า..พี่วิมีโอกาสได้รับผลิตภัณฑ์

    จากการเปิดถุง eveandboy Grand Opening สาขาสยามสแควร์วัน

    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาค่ะ...


    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


    ครั้งแรกที่ได้เห็น 

    ตอนเปิดกล่องแล้วได้เห็นผลิตภัณฑ์..นี่กรี๊ดมากกก!!

    ทุกอย่างมีกลิ่นอาย..ของความไทยแบบโมเดิร์นสุดๆ

    ตั้งแต่ลายกล่องใส่ผลิตภัณฑ์ ที่คล้ายผ้าไทย..ดูสวยละมุนคลาสิค

    ตัวหลอดที่ใส่สีผึ้งมีน้ำหนักเบา พกพาง่าย ไม่ต้องกลัวแต่หัก


    ส่วนตัวเป็นคนชอบลายผ้าไทย ลายกนกอยู่แล้วด้วย 

    เห็นแล้วมีความหึกเหิม ในความเป็นไทย ..ใจมันเต้นแรง

    นี่คิดภาพไกลไปถึง..เวลาอยู่ข้างนอกในร้านอาหาร พอทานข้าวเสร็จ

    แล้วหยิบสีผึ้งคำน่อยมาทาริมฝีปากแทนลิปบาล์ม..โอ๊ยยย..อย่างเท่ค่ะ!!


    รู้สึกภูมิใจ..ปลื้มใจที่มีผู้ประกอบการในบ้านเรามองเห็นความสำคัญ

    ของผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ของโบราณๆ จากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ

    แล้วนำกลับมาผลิต ในรูปแบบที่ดูสวยทันสมัยขึ้น 

    แต่ยังคงมีวิธีการผลิต และส่วนผสมที่ดั้งเดิมจริงๆ อยู่


    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


    พี่วิรวบรวมข้อมูล รวมถึงการทดลองใช้มาอาทิตย์กว่าๆ

    จนรู้สึกว่า..ควรค่าแก่การรีวิวให้ทุกคนได้รู้จักสีผึ้งไทยโบราณ

    ที่ได้รับมาตรฐานการส่งออก..ไปรู้จักกันค่ะ


    สีผึ้งคำน่อย




    นี่พิมพ์ไปก็อยากนุ่งผ้าไทยสไบเฉียงเลยนะ..

    คือแบบอินเนอร์ขึ้นเลย^^ 

    เพียงประสบพบโปรดักส์ ก็หลงรักมิอยากให้ห่างกาย

    555+ งานละครไทยก็มาค๊า...


    พี่วิยิ่งรู้สึกภูมิใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเริ่มพยายามค้นหาข้อมูลของแบรนด์

    แล้วรู้ไปถึงว่า กว่าจะมาเป็นคำน่อยนั้น เจ้าของแบรนด์ใช้เวลาในการฝึก

    ใช้เวลาในการค้นหาวัตถุดิบ และพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับสากล

    มากว่า 10 ปีแล้ว 


    ก่อนที่จะเล่าให้ฟัง ทีละชิ้นเรามารู้จักสีผึ้งกันก่อนดีกว่า

    แต่โบราณกาลมา สีผึ้งไทยเรามี 2 ชนิดค่ะ




    1. สีผึ้งเคลือบปาก  สีผึ้งชนิดนี้ จะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียว 
    ทาเพิื่อเคลือบผิวริมฝีปาก คนโบราณ จะใช้ทาก่อน และหลัง กินหมากค่ะ
    เพื่อป้องกันน้ำหมากจับหรือเกาะที่ริมฝีปาก เพื่อไม่ให้ปูนกัดริมฝีปากนั่นเองค่ะ

    "พิมพ์ไป..ก็นึกถึงย่าทวด กับเชี่ยนหมากเลยค่ะ
    เคี้ยวๆ ไปก็น้ำหมากไหลที่มุมปาก นี่ยังเคยเอาปูนทาบนใบพลูสด
    ม้วนๆๆ ให้ย่าทวดเคี้ยว..เห้อออ..คิดถึงเลยค่ะ" ฮืออออ มีความนอกเรื่องตลอด^^

    2. สีผึ้งชนิดบำรุงผิวปาก คือทาระหว่างวัน ตอนไม่กินหมาก 
    มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน มีกลิ่นหอม และมีสีสันสวยงาม

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley




    ที่นี้เรามารู้จัก "คำน่อย" กันเลยค่ะ

    ว่ามีกี่ชนิด อะไรบ้าง 

    ซึ่งจะมีใบบอกสรรพคุณของสีผึ้งแต่ละตัว แนบมาเป็นการ์ดใบน้อยๆ มาให้ด้วยค่ะ

    เริ่มที่



    "สีผึ้งเนื้อทอง"



    สีผึ้งเนื้อทอง เป็นสีผึ้งโบราณเคลือบปาก
    ตำรับกำยานที่หุงสมานกำยานจนเป็นเนื้อเดียวกัน 

     มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม เบาบาง สีเหลืองทอง

    สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งเนื้อทองคือ ทาเคลือบริมฝีปาก
    เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้น ช่วยสมานผิวที่แห้งเป็นขุย
    และอาการริมฝีปากแห้ง ลอกที่มีอาการรุนแรงให้กลับมาเรียบเนียนได้เป็นอย่างดี


    "สีผึ้งชมพูนุท"



    สีผึ้งชมพูนุท เป็นสีผึ้งโบราณบำรุงผิวปาก
    ที่หุงอย่างละเมียดละมัย ได้เนื้อสีผึ้งที่นุ่มละมุน
    มีกลิ่นหอมหวานเหมือนขนม

    มีเนื้อสีชมพูสวยหวาน เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น 
    ที่ได้มาจากสมุนไพรปราศจากสีสังเคราะห์

    สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งชมพูนุท คือทาบำรุงปาก
    ให้ความชุ่มชื้นสูงและยาวนาน จึงช่วยให้ผิวที่ริมฝีปาก
    ชุ่มชื้นเรียบเนียนเปล่งปลั่งไม่แห้งเป็นขุย


    "สีผึ้งกะทิ"



    สีผึ้งกะทิ เป็นสีผึ้งโบราณบำรุงริมฝีปาก 
    หุงแบบโบราณเนื้อสีผึ้ง จึงนุ่มเนียนและมีกลิ่นหอมของกะทิ
    เป็นสีผึ้งตำรับที่อ่อนโยนที่สุด 

    มีเนื้อสีเหลืองอ่อน และกลิ่นเหมือนทอฟฟี่กะทิเลยค่ะ

    สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งกะทิ เหมาะกับคนที่ริมฝีปากแพ้ง่าย 
    ผู้ที่มีผิวบอบบางจากการเจ็บป่วย นอกจากช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นแล้ว
    เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

    กลิ่น สี รสชาติ เป็นอย่างไร??

    พี่วิได้พูดถึงไปบ้างแล้วคร่าวๆ ในแต่ละตำรับนะคะ
    แต่ขอสรุปให้อีกรอบนึงนะคะ..เพราะเชื่อว่า ทุกคนกำลังคิดว่า
    เอ๊ะๆๆ.. เราจะซื้อแยก หรือซื้อสะทุกตำรับดีน๊า...



    กลิ่น จะมีความแตกต่างกันเลยค่ะ ทั้ง 3 ตำรับ ให้ความหอมระเรื่อๆ
    ไม่ฉุนรุนแรงเพราะเป็นกลิ่นจากธรรมชาติ ไม่ใช่กลิ่นจากน้ำหอม
    ดังนั้นสาวๆ ที่แพ้น้ำหอมสบายใจได้ค่ะ..ถ้าถามว่าพี่วิชอบกลิ่นไหนที่สุ
    ขอตอบว่า ตำรับ "สีผึ้งกะทิ" 

    สี ในหลอดจะมีสีสันหวานละมุนดูคลาสสิคค่ะ
    ซึ่งพอทาบนริมฝีปากของเราแล้วนั้น..จะเป็นสีใสๆ
    ดังนั้นจึงเป็นข้อดีตรงที่ ไม่ว่าเราจะเลือกตำรับไหนก็ใช้ทาก่อน
    การทาลิปสติกสีโปรดของเราค่ะ..ไม่ทำให้สีลิปเพี๊ยน
    แต่ถ้าถามว่าพี่วิชอบพกพาสีไหนแนบกาย
    ต้องตอบว่า ตำรับ "สีผึ้งชมพูนุท"
    ยังคงคอนเซ็ปท์สาวหวานอยู่ค่ะ^^

    รสชาติ ถึงแม้จะมีสีสันหวานชวนรับประทานขนาดนี้
    สีผึ้ง "คำน่อย" ยังคงความเป็นสีผึ้งโบราณแท้ๆ ที่ไม่มีรสชาติใดๆ นะคะ

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

    นอกจาก สีผึ้งที่มีความน่าสนใจมากๆ แล้ว
    สครับ ก็ถือว่าเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่สาวๆ ควรมีติดบ้านไว้นะคะ
    ทางคำน่อยก็มีสครับน้ำตาล อยู่ 2 สูตรค่ะ


    ปราศจากสารเคมี Natural essention oil  ล้วนๆ ไม่ใช่น้ำหอมสังเคราะห์ 
    ช่วยให้ผิวปากขุย ผิวปากที่แห้งหลุดออกอย่างปลอดภัย 
    เพื่อเตรียมผิวปากพร้อมการบำรุง


    1. แมคคาเดเมียร์



    เป็นน้ำตาลเม็ดใหญ่ เหมาะสำหรับผิวปากที่แห้งแตกเป็นแผ่นๆค่ะ 

    ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง



    2. ชูก้าพลัม




    เป็นน้ำตาลเม็ดเล็ก เหมาะสำหรับผิวปากเป็นขุย

    และกระตุ้นการเกิดใหม่ของผิวให้แข็งแรง ใช้ได้ทุกวันค่ะ


    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


    วิธีการใช้ 

    มาดูวิธีการใช้และการทดลองของพี่วิกันดีกว่าค่ะ


    เริ่มแรกเลย..คือช่วงนี้พี่วินอนดึก ดื่มน้ำน้อย

    แล้วก็ Test Lipstick เยอะมาก

    ที่สำคัญเดาว่า..อาจจะแพ้ยาสีฟันด้วย..

    ปากพี่วิเลยลอกมากมา 2-3 วันแล้ว..เลยถือโอกาสลองของใหม่เลยค่ะ


    เริ่มจากพี่วิ เลือกที่จะสครับปากก่อน

    ด้วยความที่มันลอกเป็นแผ่น..พี่เลยเลือกสูตร แมคคาเดเมียร์




    วิธีสครับ พี่วิแตะน้ำสะอาดที่ริมฝีปากก่อน แล้วลงน้ำตาลสครับทับ 
    แล้วนวดวนเบาๆ ประมาณ 2-3 นาที

    เป็นการสครับผิวที่แห้งลอกให้หลุดออกค่ะ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
    แต่ผลออกมา ดีเกินคาดหวังมากจริงๆ ค่ะ


    ต่อด้วย ขั้นตอนบำรุงรักษากันเลยค่ะ

    เริ่มด้วยการทาสีผึ้งชมพูนุชก่อนค่ะ
    เพราะมีความชุ่มชื้นที่ค่อนข้างสูง แต่ไม่เยิ้มเหนอะหนะ
    และช่วยสมานแผลได้ด้วย



    ขั้นตอนสุดท้าย ทาสีผึ้งเนื้อทองบางๆ
    ช่วยสมานแผลอีกแรง และเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิว
    ในยาวนานขึ้นไปอีก



    ซึ่งพี่วิลองตลับเล็กๆ ที่มีมาคู่กับแบบหลอดค่ะ
    โดยปกติถ้าเราเลือกซึ้อสีผึ้งรุ่นใดรุ่นหนึ่ง จะมีกระปุกเล็กๆ มาให้ในกล่องด้วย
    จุดประสงค์หลักๆ เพราะอยากให้เรา ได้ใช้ควบคู่กัน

    เพื่อเป็นการบำรุงและเคลือบริมฝีปากไปพร้อมๆ กัน
    ให้ถูกต้องตามหลักและเคล็ดลับวิธีโบราณค่ะ..ไม่ได้แถมให้เล่นๆ น๊า

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

    ความรู้สึกส่วนตัว 
    หลังมีโอกาสทดลองใช้
    สีผึ้งโบราณและสครับน้ำตาล "คำน่อย" แล้วนั้น

    1. พี่วิประทับใจตัวน้ำตาลสครับมากนะ คือจัดการหนังที่ลอกๆ
    ได้แบบอ่อนโยน และเกลี้ยงเกลามาก
    ที่สำคัญหวานอร่อยค่ะ555+ สครับแล้วผิวไม่แห้งตึงด้วย

    2. สีผึ้งโบราณ มีความดีงามตรงที่ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย
    ถึงแม้จะทาทับกันทั้ง 2 ตำรับก็สามารถทาลิปสติก ทับได้แบบปกติมาก
    สีลิปสติกยังคงติดทนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ
    เราเหมือนมีเบสที่รองและเคลือบริมฝีปากไว้ให้เราก่อนค่ะ

    3. ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นขึ้นมาก และมั่นใจมากๆ ว่า
    ถ้าสครับริมฝีปากและใช้สีผึ้งคำน่อยจากต่อเนื่อง 
    สีของริมฝีปากจะดูชมพูระเรื่อขึ้นแน่ๆ

    4. กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบธรรมชาติแท้ๆ โดยเฉพาะสีผึ้งกะทิ
    แนะนำว่าต้องลอง...หอมละมุนโบราณๆ ดีมากกก

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

    ในการ์ดใบน้อยๆ ที่ทางแบรนด์แนบมา
    มีข้อแนะนำการใช้ ให้ได้ผลลัพธ์ด้วยนะ
    โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆ ค่ะ

    ตอนเช้า
    ให้ทาสีผึ้งชมพูนุท และทาทับเบาๆ อีกรอบด้วยสีผึ้งเนื้อทองค่ะ
    โดยเฉพาะวันที่พึ่งสครับ หรือปากลอกหนักๆ ทาทับ 2 ตำรับเลยค่ะ
    แล้วสามารถทาลิปสติกทับได้เลย




    ระหว่างวัน
    ทาสีผึ้งชมพูนุท หรือสีผึ้งกระทิ 
    ก่อนการทาลิปสติกแท่งโปรดค่ะ




    ตอนเย็น หรือวันที่เรามีริมฝีปากลอก
    ให้ทำดังนี้ค่ะ

    สครับริมฝีปาก เพื่อผลัดเซลล์ผิวด้วยแมคคาดีเมีย ลิปสครับ
    ควรสครับอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งค่ะ

    และในระหว่างที่ริมฝีปากเราเริ่มลอกน้อยลง
    หรือสาวๆ ที่ลอกเบาๆ เป็นขุยๆ ให้ใช้สครับชูก้าพลัม
    สครับเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นผิวให้แข็งแรง 

    ในการใช้ชูก้าสครับให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีคือ
    ตักชูก้าสครับออกมา แล้วบีบด้วยน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย
    สครับเบาๆ 5-7 นาที แล้วจึงล้างออกค่ะ




    ขั้นตอนสุดท้าย..คือก่อนนอน
    ให้ทาด้วยสีผึ้งชมพูนุท แล้วทาสีผึ้งเนื้อทองทับอีกรอบนึงค่ะ
    เช้าตื่นขึ้นมา...บอกเลยว่าสุขภาพริมฝีปากดีขึ้นมาก
    ไม่แห้งลอกเลยค่ะ..ชุ่มชื้นกำลังดี
    ทำอย่างต่อเนื่องเพื่อที่สีปากที่คล้ำๆ จะดูลดเลือนลง
    และดูระเรื่อขึ้นด้วยค่ะ

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


    เดี๋ยวนี้พกติดตัวตลอดนะคะ

    เพราะระหว่างวัน ที่ทานข้าวเสร็จแล้ว

    ก็ "คำน่อย" ก่อนเลยค่ะ





    หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบล็อกนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้จัก
    ประวัติ ชนิด และวิธีการใช้สีผึ้งไทยๆ ของเรานะคะ


    อยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนค่ะ
    เพราะเป็นสีผึ้งโบราณจริงๆ และภูมิปัญญาไทยแท้ๆ เลย
    เพื่อแบรนด์ไทยของเรา จะได้โด่งดังไปไกลทั่วโลก...
    ของไทยเราดีมาก ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ของต่างชาติแน่นอนค่ะ

    Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

    หาซื้อได้ที่อีฟแอนด์บอย eveandboy 

    3 สาขา ที่สยามแคว์1, รังสิต และบางนาค่ะ

    สอบถามข้อมูล และสั่งซื้อ Online ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้นะคะ

    https://www.facebook.com/Khumnoi


    Disclaimer:  Sponsored by: สีผึ้งคำน่อย และ eveandboy








    Create Date : 06 มีนาคม 2560
    Last Update : 17 มีนาคม 2560 1:52:00 น.
    Counter : 5252 Pageviews.
    0 comment
    (โหวต blog นี้) 
    Natcare Scar Cream ลบรอยแผลเป็น รอยดำจากสิว และแผลคีรอยด์นุ่มขึ้นและจางลง


    แผล!! คำเดียวสั้นๆ แต่ทรมานใจมาก!!
    ยิ่งแผลเป็น แผลคีรอยด์ หรือแม้แต่แผลจากสิว
    ไม่ว่าจะแผลอะไร ก็ไม่อยากเป็นใช่ไม๊คะ? 
    แต่ถ้าเป็นแล้ว...เราจะรักษาอย่างไรเนี่ย!! ยากกว่าค่ะ Smiley


    สวยแบบ 40+ กับพี่วิวันนี้..เราจะมาพูดถึงครีมรักษารอยแผลกันค่ะ

    ทำไม!!  ดูได้ตามภาพเลยจ้า..



    อย่ามาขำ!! ที่เจ้ 40 กว่า แล้วยังเป็นสิว!!
    แหมๆๆ มันก็มีเล็ดรอดมาบ้าง..อะไรบ้าง..ค่ะ 555+
    รักษาสิวให้หายว่ายากแล้ว..รอยดำจากสิวเนี่ย..ยากกว่ามากกกก!!

    ในวัยรุ่น รอยแผล รอยสิวยังจางง่ายค่ะ อายุสัก 35จะรู้สึกว่าแผล จะหายช้ามาก
    แต่พอ 40 อัพไปแล้ว บอกเลยค่ะว่า..ช้ายิ่งกว่า ทั้งรอยแผลและรอยดำ 
    รอยดำบางจุด เกือบเดือน!! ยังจางไม่หมดเลยค่ะ

    เมคอัพทับเยอะๆ ก็ยิ่งดูหนาเนอะ ไม่เผยผิวไม่อินเทรนด์
    เมคอัพบางๆ ก็ทนดูตัวเองไม่ไหว..ตีนกาที่ว่าแย่ละ..รอยดำยังเยอะอีก
    ไม่ๆๆ เจ้จะไม่ทนค่ะ!!.. Smiley

    พี่วิใช้ทั้งยาแต้มสิว และลดรอยดำ ลดเลือนรอยแผล มาหลายแบรนด์อยู่ค่ะ
    ก็จะมีแนะนำสาวๆ บ่อยๆ แต่ก็มีบางคนบอกว่า..ลองตามแล้ว มันหายช้าอ่ะพี่วิ!!
    นั้นมาดูตัวนี้กันค่ะ

    ครั้งนี้มีโอกาสได้รู้จัก และลองอีกหนึ่งแบรนด์ค่ะ
    เรียกว่าใหม่มาก..สำหรับพี่วิเลย..มาดูผลลัพธ์กันดีกว่า..




    กรี๊ดดด..เลยค่ะ!!
    รอยช้ำ รอยดำ รอยแผล..ไม่มากวนใจอีกแล้ววว..
    จริงๆ ผลลัพธ์เห็นได้ชัดตั้งแต่ 7 วันแรกแล้วค่ะ
    รอยแผลจะไม่ดำมากอย่างที่เคยเป็น และจางเร็วกว่าปกติ
    ผิวในจุดที่ทา ดูชุ่มชื้นขึ้นด้วย..

    พอคบ 14 วันแทบจะไม่เห็นรอยเลยค่ะ..
    ความสำคัญมันอยู่ตรงที่..ดีใจค่ะ!! "ที่เราไม่ต้องโบกปกปิดหนาๆ"

    อะไรที่ช่วยให้พี่วิดีใจขนาดนี้..ไปรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ


    Smiley SmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmiley Smiley

    NATCARE Scar Cream
    แนทแคร์ สการ์ครีม สูตรเข้มข้น



    ช่วยในการลดรอยแผลเป็นค่ะ
    ส่วนผสมหลักๆจะเป็นว่านหางจระเข้อโรบา และโจโจ้บา ออยล์
    ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดเลือนรอยแผลเป็น ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก



    Natcare มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง
    กว่า 89%* พึงพอใจต่อประสิทธิภาพในการลบรอยแผลเป็น ไม่แพ้และระคายเคือง

    นอกจากนั้นยังมี วิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง
    มีส่วนช่วยซ่อมแซมบริเวณรอยแผลให้กลับคืนสภาพเป็นปกติ
    แผลจึงหายไว และมี วิตามินอี ในการลดริ้วรอยและจุดด่างดำได้อีกด้วยค่ะ

    นี่แหละ..เป็นคำตอบค่ะว่า..ครีมลดรอยแผลเป็นตัวนี้
    ทำไมถึงช่วยให้ จุดด่างดำจางลงได้เร็วขนาดนี้!!




    ลักษณะของเนื้อครีม
    จะมีสีขาวเข้มข้นค่ะ พอเกลี่ยไปกับผิวแล้ว ผิวจะดูชุ่มชื้น 
    แต่ไม่มัน ไม่เป็นเงาค่ะ ซึมซาบไว

    นอกจากแผลสด หรือแผลที่พึ่งตกสะเก็ดจางหายเร็ว
    และรอยดำจางเร็ว อย่างที่พี่วิ ได้ทดลองไปแล้วนะคะ

    แผลเป็น ที่มันแข็งๆ หรือนูนเป็นไตๆ แบบคีรอยด์อ่ะค่ะ
    ก็สามารถใช้ Natcare Scar Cream ได้เหมือนกันค่ะ





    จากแผลในรูป พี่วิเป็นตั้งแต่อายุ 15 ค่ะ
    ช่วงนั้นเค้าฮิตเป็นอีสุกอีใสกันมาก วัคซีนก็ไม่มี
    เป็นคนอินเทรนด์ตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ เค้าเป็นก็เลยเป็นมั่ง!! 555+

    อุตส่าห์..เรียก "คุณสุกคุณใส" เพราะกลัวเป็นแผลเป็น..แน่ะ..ก็ยังไม่วาย!!
    ทิ้งรอยไว้เต็มที่เลยค่ะ มีทั้งที่แก้ม สันจมูก ข้อมือ และก็จุดนี้อยู่ด้านข้างหัวเข่าค่ะ

    แผลจะเป็นไตๆ พี่วิลองทา Netcare Scar Cream
    และรู้สึกว่าผิวตรงที่เป็นแผลเป็นมันนุ่มขึ้น ไม่เป็นไตแข็งๆ แล้วค่ะ
    แต่เรื่องสีผิว..ตรงนี้ช่วยไม่ได้นะคะ..เพราะมันเหมือนเป็นผิวหนังที่ผลิตมาใหม่
    เนื้อด้านๆ ต่างจากผิวปกติค่ะ..แต่แค่มัน "อ่อนนุ่มขึ้น ไม่แข็งเป็นไต" ก็ดีใจมากแล้วววว..




    ปกติแล้วพี่วิจะทา เช้าและเย็นวันละ 2 ครั้งค่ะ
    เวลาทา ควรนวดๆ ถูๆ เบาๆ สักครู่ เพื่อครีมทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ
    ถ้ามีเวลาก็สามารถทาได้ถึงวันละ 3-4 ครั้งต่อวันได้เลยค่ะ

    แต่ถ้าใครรถล้ม หรือหกล้ม แผลถลอก ควรล้างแผลให้สะอาด
    ด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ แล้วทายาให้แผลแห้งก่อนนะคะ

    โดยเฉพาะแผลลึกๆ เมื่อแผลตกสะเก็ดแล้ว ค่อยทาด้วย
    ครีม Natcare Scar Cream ค่ะ แผลจะไม่ดำมาก
    รอยดำจะจางไว และผิวชุ่มชื้นไม่ระคายเคือง 
    เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และปราศจากน้ำหอมด้วยค่ะ


    Smiley SmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmiley Smiley

    Disclaimer:  Sponsored by: Natcare Thailand
    ขนาด 10 กรัม ราคา 450 บาท
    ขนาด 18 กรัม ราคา 750บาท

    มีจำหน่ายที่ Supermarketที่ Emporium, Emquartier, Paragon,
    The Mall บางกะปิ งามวงศ์วาน บางแค, ร้านขายยา Apex ทุกสาขา,
    ร้านขายยา Ucare ทุกสาขา และ ร้าน Tsuruha

    หวังว่าบล็อกนี้ จะมีประโยชน์กับทุกๆ คน
    ที่กำลังกังวลใจกับรอยแผลเป็นทั้งจากสิว และแผลเป็นต่างๆ นะคะ
    วันนี้พี่วิไปก่อนแล้วล่ะค่ะ ..พบกันใหม่ในบล็อกถัดไปน๊า..
    บ๊ายยยยย...







    Create Date : 16 ตุลาคม 2559
    Last Update : 13 พฤศจิกายน 2559 12:58:40 น.
    Counter : 14172 Pageviews.

    0 comment
    1  2  3  4  5  6  7  8  

    BlogGang Popular Award#13



    beauty4ties
    Location :
    กรุงเทพฯ  Thailand

    [ดู Profile ทั้งหมด]
    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
     ฝากข้อความหลังไมค์
     Rss Feed
     Smember
     ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]



    หวัดดีค๊า...ก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวเองคร่าวๆ นี๊สนึงนะคะ..^_^ พี่วิชอบในเรื่องเมคอัพและการดูแลตัวเองค่ะ เลยอยากมาแชร์ความรู้เท่าที่มี และประสบการณ์ต่างๆ ในทุกๆ เรื่องที่ได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ทั้งหมดเก็บไว้ในบล็อกนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานเขียนที่พี่หลงรักมากๆ ตอนนี้เวลาใครถามว่าทำงานอะไรก็จะตอบสวยๆว่า "เป็นนักเขียนอิสระ ไม่มีสังกัดค๊า" 555+

    แต่พี่วิอาชีพหลักเป็นแม่ค้านะ...พี่วิทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆอยู่ในประตูน้ำค่ะ เป็นธุรกิจผลิตเสื้อผ้า ออกแบบเองและค้าส่งค่ะทำมาได้ 7 ปีแล้ว ปี 2557 นี้ถือว่าธุรกิจเสื้อผ้าซบเซาที่สุดและเศรษฐกิจแย่สุดๆ สำหรับเจ๊!! แต่เจ๊ก็จะสู้สุดใจขาดดิ้นค่ะ ^^

    ด้วยเข้าวัย40แล้วล่ะค่ะ..แต่เป็นคนสดใสร่าเริงคุยเก่ง เลยดูจะเป็นคนโลกสวยคิดบวกไปนิด..เพราะพี่บอกตรงๆว่ายังไม่อยากแก่เลยจิงจี๊ง..และพี่มั่นใจว่า...การคิดบวกช่วยให้เราแก่ช้าลงจริงๆ ค่ะ

    เป็นคนมีปัญหาผิวหน้าค่ะ...เอาเป็นว่าขอ...ออกตัวแรงๆอีกสักรอบค่ะว่า...!!!..พื้นฐานหน้าแท้ๆ..จัดว่ายอดแย่!!!..แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่าผิวหน้าที่มีกระ..สีผิวไม่สม่ำเสมอ..รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยแห่งวัย40อย่างพี่วิ..จะทำนุบำรุงหรือบูรณะปกปิด..ตบแต่งพัฒนาได้ไม๊..อย่างไรบ้าง?? ก็เลยตั้งใจอยากมาแชร์ความรู้ เรื่องความสวยความงาม การดูแลตัวเอง..รวมถึงการดำเนินชีวิตแบบเราๆ วัยเนี้ยะ!!!..กับทุกๆคนน่ะค่ะ..ถือว่าบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังนะ

    และต้องขอโทษเพื่อนๆไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ..
    1. ภาษาที่เรานำมาโพสท์คงใช้ตัวสะกดที่ไม่ถูกต้องบ้าง
    2. จริตจก้านของเราที่อาจจะเยอะแยะ!!..ไปซะหน่อยเพราะความที่เป็นคนขี้เล่นมว๊ากกน่ะค่ะ

    อยากให้ทุกคนมีความสุข..หัวเราะขำขันอารามณ์ดี..เลยต้องขออนุญาตกันก่อนอย่าถือสากันเลยน๊า.. อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้มทุกวันนะค๊ะ..^_^

    นอกจากที่บล็อกนี้แล้ว..ทุกคนสามารถติดต่อพูดคุยกับพี่วิทุกวันได้ที่ Facebook นะคะ --> Beauty4ties

    ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^
    New Comments