Group Blog
 
All blogs
 

ผื่นผ้าอ้อม.. แค่ตดก็แสบตูด !!

วันก่อนอานะทำเอาอิแม่อิพ่อจิตประหวั่นตอนกลางดึก จู่ๆ ก็ร้องๆๆ จนเอาใจไม่ถูก

อุ้มกันตั้งแต่ตี 2 ยัน 6 โมงเช้า สิริรวมเวลามา 2 คืน

จนต้องมาค้นหาสาเหตุว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

มองดูแรกๆ ก็ไม่มี หรือว่าเห็บกัด.. หรือว่าเห็น.. อะจึ๋ย!!



ก็ไม่รู้สิ แหวกดูหมดแล้วมาเห็นตรงรูก้น หรือรูตูดดด มีรอยแดงตามรอยแยกเส้นรูทวาร ประหนึ่งตูดฉีกจากแรงเบ่ง ก็พ่อเจ้าประคุณชอบตดระรัวถี่ยิบเป็นปืนกล เวลาจะอึก็ตัวแดง หน้าแดง เราก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็ก พอเห็นมีรอยเหมือนเลือดซึมๆ ซิบๆ คิดว่าคงจะแสบ เวลาลูกอึจึงพยายามเช็ดกันบ่อยๆ

รุ่งสายอีกวันก็พาไปหาหมอที่พญาไท 3 คุณหมอตรวจให้อย่างละเอียดบอกว่าเป็นอาการของผื่นผ้าอ้อม เด็กแพ้ก็จะทำให้ึขึ้นผื่นแดง รักษาได้ง่ายมาก ลูกหมอก็เป็น


วิธีที่คุณหมอแนะนำ (ง่ายจริงๆ + หายจริงๆ ลองแล้ว)

เวลาเด็กอึหรือฉี่เปรอะเปื้อนแล้วเรา อยากทำความสะอาดให้นำก้นเด็กไปแช่น้ำอุ่น (อุ่นกำลังดี) วักน้ำผ่านๆ ล้างเบาๆ อาจมีถูผ่านๆ อย่างเบามือแล้วก็ใช้ผ้าซับไม่ต้องเช็ด (ย้ำว่า..ไม่ต้องเช็ด ยิ่งเช็ดลูกจะยิ่งเจ็บ) แล้วก็ทาด้วยยาสำหรับกันผื่นผ้าอ้อม (ที่พญาไท 3 จ่ายเป็นยี่ห้อ Bepanthen)



จากนั้นก็ให้กลางวันเปลี่ยนเป็นใช้ ผ้าอ้อมผ้า เน้นว่าให้ขยันเปลี่ยนบ่อยๆ เวลาที่ลูกขับถ่าย อาจเหนื่อยพ่อแม่นิดนึงแต่ลูกก็จะหายไวเพราะไม่เปียกแฉะอับชื้น



ส่วนกลางคืนก็เป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปเปลี่ยนทุก 3 ชม. ซึ่งเมื่อเด็กขับถ่ายหรือก้นเปรอะให้ทำความสะอาดเช่นนี้แล้วทายาซ้ำ การันตีว่า 3 วันหาย

เมื่อฝนมาทำจริงก็เห็นผลว่า.. วันที่ 2 อาการอานะดีขึ้นมาก ดีขึ้นแบบในรูปด้านบน จริงๆ อานะแพ้จนก้นแดงมากกว่านั้น แต่ไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ คาดว่าพรุ่งนี้จะดีขึ้นตามลำดับ และดึกๆ ก็ไม่ค่อยร้องไห้งอแงเหมือนในวันที่เจ็บมาก




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2553 1:12:04 น.
Counter : 6867 Pageviews.  

เมื่ออานะท่อน้ำตาตัน..ก็เลยต้องไปหาหมอฉึกๆ

เมื่อวานตอนบ่ายๆ ซุป'ตาร์ของแม่ฝน+พ่อเกียง ตาขวาบวมปิด ขี้ตาสีเหลืองกรังเกาะรอบๆตา ลืมตาไม่ขึ้น น้ำตาไหลซึมๆ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพราะอาบน้ำ น้ำเข้าตาหรือเปล่า ก็เปล่านะ.. ไม่ได้ทำนะเธอว์



ปก ติฮีจะเหวี่ยงติ้วๆๆ ทุกอย่าง นมช้าก็ร้องเหงือกสั่นและอ่ะ เมื่อคืนหลังจากที่ตาบวมกลับนิ่งสนิท เขย่าก็แล้ว โยกซ้าย โยกขวาก็นิ่งพ่อแม่ก็ตกใจ ทำไมลูกไม่วีนใส่เลยต้องกวนให้ตื่นก็ไม่ยอมตื่น นมก็ไม่ค่อยอยากกิน โทรไปแผนกเด็กอ่อนเค้าให้ใช้น้ำต้มสุำกเย็นบีบหมาดเช็ดขี้ตา

แต่..แต่.. มันไม่น่าจะถูกต้องนะ ฝนเลี้ยงแมวเปอร์เซีย ลูกแมวจะมีปัญหาตาแฉะบ่อยเนื่องจากมีปัญหาท่อน้ำตา ก็เลยนำมาวิเคราะห์กับลูกว่าน่าจะเหมือนกัน อีกอย่างน้ำต้มสุก (น้ำเปล่าสะอาด) มันจะยิ่งทำให้ตาอักเสบ และอาการลามมากขึ้น ต้องเป็นน้ำเกลือล้างแผลสิถึงจะถูก ฝนก็ใช้น้ำเกลือเช็ด แต่เกียงก็ให้ทำตามที่แผนกเด็กแนะนำ จริงๆ อยากเอาเธอรามัยซินแก้ขัดไปก่อน แต่ว่ารอไปให้หมอสั่งดีก่า

วันนี้ตอนเที่ยงกว่า พาอานะไปพญาไท 3 อานะพกพาขี้ตาไปก้อนใหญ่ ไม่กล้าเช็ด เพราะกลัวหลักฐานไม่เพียงพอ 555 เดี๋ยวหมอวิจัยไม่ถูกโรคเลยเก็บไ้ว้โชว์ก่อน



วันนี้ คุณหมอแนะนำว่าฝนใช้วิธีการใช้น้ำเกลือเช็ดถูกต้องแล้ว บีบหมาดๆ และปาดออกข้าง สำลี 1 ชิ้นเช็ดครั้งเดียวไม่ควรเช็ดรวมกับตาที่ไม่เจ็บ ส่วนยาที่ให้มาคือ Fucithalmic จะไม่เหนียวข้นเหมือนอย่างเธอรามัยซิน ตัวยาทีี่ให้นี้จะเป็นกึ่งเจลใสๆ ให้บีบใส่หัวตา 1-2 หยด แล้วคลึงๆ หัวตาเบาๆ ให้ยาทั่วตา (ควรล้างมือก่อนทำ) ถ้าเป็นเด็กโตจะกรอกตาได้แล้วไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ใช้ประมาณ 5-7 วัน หยอดเช้า-เย็น และจากนั้นคุณหมอก็สอนนวดหัวตา (ใกล้ๆ กับดั้ง) เพื่อให้อาการท่อน้ำตาตันหายดีขึ้น ทำประมาณ 10 ครั้งต่อ 1 รอบ แต่วันหนึ่งสามารถทำได้หลายรอบ



ซึ่งอาการที่น้องอานะเป็นคือ อาการท่อน้ำตาตัน ส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการติดเชื้อซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเป็นฝีบริเวณถุงตา

วันนี้เลยมีข้อมูล "อาการท่อน้ำตาตัน" มาฝาก

ท่อน้ำตาตัน ในเด็กแรกเกิดบริเวณ หัวตาจะมีรูเปิดเล็ก ๆ เรียกว่า รูท่อน้ำตา เป็นทางเดินของน้ำตาเพื่อให้น้ำตามีการหลั่งออกมาจาก ต่อมน้ำตา ให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตา น้ำตาที่ออกมาจะถูกปั๊มเข้าถุงทางเดินน้ำตาแล้วไหลลง ท่อน้ำตา ซึ่งเปิดเข้าสู่โพรงจมูก และบริเวณรูท่อน้ำตานี้เองที่เกิดการอุดตัน ทำให้น้ำตาที่ผลิตออกมาไม่สามารถไหลลงรูท่อน้ำตา ไปได้ จึงทำให้มีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา และมีขี้ตาแฉะร่วมด้วย ส่วนใหญ่หายได้เองภายใน 1-2 เดือน แต่ถ้ามีการสะสมของขี้ตามาก มีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ท่อน้ำตาทำให้เกิดอาการอ ักเสบขึ้นมาได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษา ก็จะลุกลามไปที่เยื่อบุตา กระจกตา ได้เช่นกัน

พ่อแม่ช่วยลูกได้

1. การนวดหัวตาให้ลูก จะช่วยเปิดรูท่อน้ำตาของลูกได้ โดยมีหลักการนวดง่ายๆ ดังนี้ ถ้า ใช้นิ้วไหนนวด ต้องตัดเล็บให้สั้น และล้างมือให้สะอาดก่อนนวดทุกครั้งใช้ปลายนิ้ววางบริเวณหัวตา สังเกตดูจะมีปุ่มเล็กๆ บริเวณหัวตา วางปลายนิ้วลงแล้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ แล้วลากนิ้ว ลงมาตามสันจมูก ประมาณ 10 ครั้ง

2. วิธีทำความสะอาด ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำอุ่นบิดหมาด แล้วเช็ดจากหัวตาไป หางตา และใช้สำลีก้อนนั้นเพียงรอบเดียวแล้วทิ้งไปเลย ห้ามเช็ด ซ้ำไปมา จะทำให้เชื้อโรคเข้าท่อน้ำตาได้ง่าย ถ้าลูกมีอาการน้ำตาคลอ หรือขี้ตาแฉะ อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ให้เช็ดออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การล้างท่อน้ำตาได้ ยินชื่อแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่อยากให้ลูก ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ แต่ในเด็กบางรายที่มีอาการ ท่อน้ำตาตันจริง ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งคุณหมอจะใช้การล้างท่อน้ำตา โดยใช้น้ำเกลือ (มีเครื่องมือเฉพาะสำหรับสอดเข้าไปในท่อน้ำตาเด็ก) ร่วมกับการหยอดตา ซึ่งไม่มีอันตรายใดๆ บางครั้งก็ใช้การรักษานี้กับเด็กโต ที่มีอาการหวัดบ่อย มีผลทำให้ท่อน้ำตาตันได้เช่นกัน

ท่อ น้ำตาตัน ไม่ใช่อาการที่รุนแรงแต่อย่างใด ลูกน้อยที่เพิ่งเริ่มมีอาการ คุณแม่อาจจะใช้วิธีการนวด และรักษาความสะอาดอย่างที่กล่าวไปแล้ว แต่ถ้าลูกมีอาการขี้ตาแฉะมากขึ้น เริ่มมีสีเหลืองเขียวหรือเป็นนานผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จะเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาค่ะ



ตอนนี้พอหยอดตาและนวดหัวตาไปอานะก็ดีขึ้นมาก ตาใสสะจนไม่นอน ต้องให้มันได้อย่างนี่สิ ถึงจะเรียกว่า ซุปเปอร์อานะคนเดิม



Love อานะมากมาย จ๊วบๆ เดี๋ยวก็หายแล้วเด้อ




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 21 ตุลาคม 2553 20:53:36 น.
Counter : 1831 Pageviews.  

เห่อคลอดน้องอานะแว้วว..10/10/10

ตอนแรกว่าจะคลอดเองแต่ว่ามันทนไม่ไหวและอึดอัดแค่ 37 สัปดาห์กว่าๆ ก็เริ่มสุดๆ กับชีวิตและค่ะ เดินไม่ไหว ปวดหน่วง มีอาการน้ำเดินไม่เป็นเวลา และก็บวกกับไม่ซีเรียสเรื่องผ่าคลอด หมอว่าไง เจ๊ก็ว่างั้น หุหุ

วันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553 คุณหมอนัดแค่นัดไปดูว่าจะคลอดเองได้ไหม หรือว่าต้องผ่าตัด คำตอบทีี่ได้คือ เด็กกลับหัวแล้วแต่หงายหน้าขึ้น ดังนั้นถ้าจะคลอดเองต้องมาดูอาการอีกทีวันที่่ 12 แต่ว่าถ้าไม่รอจะมีฤกษ์มาแล้วสามารถผ่าคลอดได้ เพราะว่าถ้าถึงวันนั้นเด็กไม่ก้มหัว (แหม..กับแม่มันยังไม่ยอมตั้งแต่ในท้อง เหอๆ) ก็ต้องผ่าคลอด ฝนกับเกียงเลยมาปรึกษากันว่าจะเอาไงดีหนอ??..

สรุป ว่าก็ได้ตัวเลือก 2 ช้อย คือ จะให้เกิดวันที่ 10/10/10 หรือจะเอา 20/10/2010 เลขไหนดีหนอ..

เลยมาลงถามให้เพื่อนๆ โหวตกันก็ได้ 10/10/10 เป็นส่วนใหญ่

จากนั้นก็เลยไปหาฤกษ์คือ ช่วงเวลา ฝนก็เลือกเวลาประมาณ เที่ยงคืน

แต่ต้องไม่เลยตีหนึ่ง เพราะเนื่องจากวันที่คลอดเป็นวันอาทิตย์เด็กอาจใจร้อน

แต่ว่าฤกษ์ที่ได้จะช่วยเรื่องอารมณ์ได้ดีขึ้น

เมื่อได้วัน เวลาแล้วก็มานั่งทำใจ ว่าจะเจ็บแค่ไหน แล้วพร้อมแค่ไหน ตื่นเต้นมาก

เพราะเกิดมาก็ไม่เคยจะต้องผ่าตัดใหญ่ หรือเจ็บป่วยจนต้องไปนอนรพ.ไรแบบนี้

ต้องอดอาหาร+น้ำไปตั้งแต่ช่วงหลัง 5 โมงเย็น เมื่อถึงเวลาก็ไปรอที่ รพ.พญาไท 3

ฝนเลือกคลอดแบบไฮพรีเมี่ยม ไหนๆ จะเจ็บสักครั้งก็ขอสุดยอดไปเลยครับท่านน..

เพราะว่าราคาไฮพรีเมี่ยมมันจะไม่มีพวกดอกจันต่างๆ ซ้อนอยู่ได้ทุกอย่างครบ

และได้ดูลูกแบบ 24 ชั่วโมงเหมือนหลินปิงด้วยอ่ะ เจ๋งดีเน๊อะ





ประมาณ 6 โมงเย็น (ต้องไปตรวจเช็คร่างกายและเตรียมตัวก่อนผ่าตัด 6 ชม.)

สิ่งที่ตื่นเต้น คือ การให้น้ำเกลือเพราะไม่เคยมาก่อน กลัวเข็มอีกต่างหาก แต่แล้ว...



ไม่รู้ทำอีท่าไหน ก็ว่าเล่นนู่นนี่ คุยไปมา หันมาอีกทีก็ได้เลือด ไอ้ข้อต่อที่หมุนๆ มันหลุด

สงสัยจะไปเกี่ยวกับขอบเตียง และพยาบาลก็มาโกนจิมิ สวนอึ ทายาชาที่หลัง

เจ้าหน้าที่ห้องคลอดก็มาสอบถามประวัติ เมื่อเคลียร์ชีวิตเรียบร้อย

แล้วก็มานอนอัพเดท FB ให้กับเพื่อนๆ สักพักเป็นการฆ่าเวลา



เมื่อได้เวลาประมาณ 5 ทุ่ม 45 เจ้าหน้าที่ก็มาเข็นไปที่ห้องผ่าตัดชั้น 3
โอ้ว..เหมือนจะกลัวแต่ก็เฉยๆ นะ เพราะเชื่อในหมอคิดบวกสะงั้น
คุณแฟนก็ไปเตรียมตัวกับเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและก็สอนวิธีใช้กล้องให้ เจ้าหน้าที่
เพราะทางนู้นอนุญาตให้คุณพ่อเด็กเข้าไปให้กำลังใจและถ่ายรูปให้

เมื่อเข้าไปก็ถึงเวลาที่คงเป็นจุดสำคัญของหลายๆ คนที่ว่าจะต้องลุ้นว่าจะเจ็บไหม คือ การบล๊อคหลัง

วิธีการบล๊อกหลัง

เค้าให้เราทำตัวงอเป็นกุ้งกอดเข่า แต่เห็นเจ้าหน้าที่บอกจะฉีดยาชาให้ก่อน จริงๆ ไม่รู้สึกไรมาก (พูดจริงๆ) แล้วเจ้าหน้าที่ก็บอกอย่าหันมามอง หายใจกับอ๊อกซิเจนเยอะๆ จะดีกับตัวเองและลูกในท้อง แล้วก็มีความรู้สึกว่ายาชามันวืดด..เข้าไปที่สันหลังแต่ไม่ได้แสบร้อนหรือ เจ็บปวดใดๆ (เอ๊ะ..แปลก) เจ้าหน้าที่หลายคนวุ่นวายกับการกั้นฉากให้สูงเกือบติดเพดาน ค่อนข้างทำงานกันรวดเร็วมาก

และก็มีการสวนท่อปัสสาวะกระบวนการนี้กลัวมาก หลายคนบอกเจ็บ ทำไมเราไม่เจ็บอีกและ มันแค่มีความรู้สึกมีไรเสียบเข้าไป แต่เร็วมาก และก็จบ ไม่เห็นจะต้องทรมานเหมือนหลายๆ คนโดน อาจเป็นเพราะบล๊อคหลังไปแล้วก็ได้

แต่ไอ้ที่ฝนให้ความสนใจมาก คือ ไอ้ที่เข้าใส่ยาตรงบริเวณหลังมือแทนน้ำเกลือทำไมมันแสบร้อนนัก ไอ้ท้องเนี่ยไม่รู้เลยว่าึถึงไหนแล้ว เมื่อได้ยินเสียงหมอตัวเองมาก็ดีใจ คุณหมอก็ชวนคุยสารพัด เป็นไงครับ ..
เลือกเลขสวยเลยนะ .. เดี๋ยวขอทายาหน่อย รู้สึกเหมือนหมอสัมผัสใช่ไหม ยังไม่ได้ผ่าง่ายๆ หรอก ไม่ต้องตื่นเต้นนะ อืม..เราก็ชิลไปกับหมอ
คุณแฟนเข้ามาช้าจัง ฝนพยายามมองหา สักพักก็มีเสียงเจ้าหน้าที่ดังไกลๆ
บอกว่าขออนุญาตให้คุณพ่อเข้าไปนะคะ คุณแฟนเดินมาแล้วก็มานั่งตรงหัว
แล้วก็บอกว่าโห..ผ่าและ แผลใหญ่เชียะ.. อ้าว.. อีนี่.. ถ้าไม่บอกจะรู้สึกดีมาก เพราะไม่รู้เลยว่าเค้าทำไรอยู่ไม่รู้สึกอะไร



พอแฟนบอกก็เลยเร่งดมอ๊อกซิเจนใหญ่เลย ง๊วง ง่วงจะหลับ
และก็ผลัดกับจะอ้วก เข้าใจแล้วว่าทำไมต้องอดข้าว อดน้ำก่อน ไม่งั้นมีน้ำลายยืดเป็นหมาบ้าแน่ๆ (ทุเรศจริงเรา)
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ยังคงไม่รู้สึกตัวใดๆ แต่รู้ว่าลำตัวเราเหวีั่ยงไปมาเพราะว่าเป็นไปตามแรงหมอและผู้ช่วยต่างๆ



สักพักก็็ได้ยินเสียงเด็กร้อง เสียงยังกะลูกแมว เจ้าหน้าที่พาน้องไปทำความสะอาดตัว แล้วก็ส่งมาให้แม่กับพ่อดู ระว่างที่เราทำการลุ้น เจ้าหน้าที่ก็บรรเลงการถ่ายภาพให้รอบห้อง สุดยอดจริงๆ แต่เราไม่มีอารมณ์แอ๊กท่าอ่ะ

อานะมาแว้ว.. หนูหล่อมาก ซุป'ตาร์ของแม่ เหอๆ





(เมื่อวาน 19/10/10 ไปเช็คสุขภาพ (ครบ 7 วัน) หนัก 3.250 กก.ค่ะ)

จากนั้นคุณแฟนต้องออกไปดูเค้าวัดส่วนสูง น้ำหนักเด็กที่ห้องเด็กอ่อน ฝนก็แยกไปห้องพักฟื้นก่อนกลับไปขึ้นห้องพัก 2 ชั่วโมงเพื่อดูอาการ เตียงข้างๆ ก็อ้วกบ้างไรบ้าง ไอ้เราก็มึนยานิดๆ แต่ทนไว้ อยากกลับไปห้อง อยากกลับไปดูน้องที่กล้องมาก เืมื่อได้เวลาก็ถูกเข็นไปที่ ห้องที่นี่จะมีพยาบาลดูแลให้ตลอดทั้งคืน เค้าก็มาวัดความดันตลอด วันแรกรู้สึกจะไม่หลับไม่นอน วันที่สองเลยโดนยานอนหลับสะงั้นเลย ระหว่าง ที่อยู่ รพ. ต้องขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทั้งหลายที่มาเยี่ยมฝนหลังคลอดมากๆ หลายคนก็มากันไกล หลายคนก็นำของมาฝากน้องเยอะแยะมากมาย ต้องขอบคุณมากๆ จ้า









ที่ต้องขอบคุณเป็็นพิเศษคือ ทีมงาน jeban.com มากๆ ค่า ดีใจมากๆ ที่พี่ๆ ยกทีมมาเยี่ยมทั้งออฟฟิตเลยง่่ะ จิระๆ ก็มาด้วย ขอบคุณสำหรับของขวัญและก็มิตรภาพดีๆ ที่ได้จากทางเวปนี้ เพราะสาวๆ หลายคนที่มาเยี่ยมก็ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนในเวปจีบันทั้งนั้น >__< ดีใจหลายๆ



ของเล่นน้องอานะ ฝนก็เปิดเล่นก่อนลูกอีกง่ะ 555 ไ้ว้เจอกันวันมิตติ้งเขาใหญ่นะคะ แม้จะเล่นอะไรกับคนอื่นไม่ได้เนื่องจากเป็นแผลอยู่ แต่ก็อยากไปร่วมกิจกรรมมว๊ากกก ก็เล่นท้องตั้ง 9 เดือนไม่ได้ผ่อนคลาย ไม่ได้ไปไหนต่อไหนเลย งานนี้ขอไปบ้าง ให้แฟนเลี้ยงลูกไป สุดยอดคุณแม่จริงๆ ตลอดดดดด



เมื่อได้เวลากลับบ้าน (จริงๆ กลับเร็วไปหน่อย เพราะดันคลอดเที่ยงคืนมันเลยคิดเงินตั้งแต่วันที่ 9 สะงั้น) ก่อนกลับเจ้าหน้าที่ก็มาประคบร้อนที่ตัวและันัดให้มาทำสปาหลังคลอดอีกครั้งหลัง จากนี้อีกเดือนกว่าๆ แฟนไปเคลียร์เงิน ฝนกับแม่ก็เก็บของและก็ไปรับน้อง อ้อ..ทีี่นี่รับทำเรื่องแจ้งเกิดให้ด้วยก็กรอกรายละเอียดให้ไป

กลับมาบ้านคืนแรก ปวดประสาทอย่างแรงง ทำไมเลี้ยงยากจัง ไม่เหมือนในเกมส์ซิมเลย ก็ปล้ำกันอยู่นาน ทั้งคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ รุ่งเช้าก็ไม่ได้นอนสรุปนอนกันไปแค่ 1 ชม. โอ้ว... คืนที่ 2 ก็นอนไปไม่ถึง 3 ชม. แล้วแบบปั๊มนมไม่ทัน เพราะนมยังไม่เยอะ แต่ว่าก็พยายามกินขิงและแกงเลียงเยอะๆ

หลายคนเห็นอานะแล้วบอกว่าจมูกโ่่ด่งจริงอะไรจริง เออ..เหมือนที่ไปซาวด์ 4D มาเลยอ่ะ ไม่ผิดหวังมากๆ ดังนั้นแนะนำแม่ๆ ว่า 4D สามารถบ่งบอกใบหน้าคุณลูกได้อย่างชัดเจน ฝนมาเทีียบดูก็เหมือนนะ เหมือนประมาณ 50 %







 (ภาพตอนไปซาวด์ 4 มิติ เมื่อตอนท้อง 26 สัปดาห์)


จากนั้นในวันถัดมา ใบหน้าเริ่มอวบอิ่มขึ้น



ที่หายๆ ไป ไม่ได้ตอบเมลล์ เช็คกล่องข้อความและโพส เพราะไปปลุกปล้ำและปรับตัวกันอยู่ ช่วงนี้อาจเงียบไปหน่อย แต่ว่าก็โอเคค่ะ สู้ๆ เมื่อวานวัดรอบพุงดู จากท้องใหญ่ๆ ใกล้คลอดตอนนั้นประมาณ 40 นิ้ว ตอนนี้เหลือ 35 และน้ำหนักหลังคลอดจาก 58 ก็เหลือ 52 กก.จ้า



ไว้จะอัพเดทเรื่องน้องอานะให้อ่านกันบ่อยๆ นะคะแ่ม่ยกทั้งหลาย ช่วงนี้ใบหน้าก็ดีขึ้น เชื่อแล้วว่าคลอดน้องแล้วทำให้ใบหน้าใสจริงอะไรจริง เลิศศศศศ... เหมือนถ่ายเลือดไปเลยเน๊อะ

อ้อ...มีอีกเรื่องหนึ่ง จำได้ว่ามีคนเคยบอกว่าให้มองรูปเ็ด็กเยอะๆ มองเด็กหน้าตาน่ารักดูบ่อยๆ จะได้มีลูกออกมาน่ารัก ฝนก็เลยมีภาพหนึ่งที่เซฟไว้หน้าเดสทอปแล้วมองประจำ มองตั้งแต่ท้องอ่อนๆ เวลาใช้คอมฯมันต้องเห็นทุกครั้ง ก็ได้แต่ขอให้ลูกออกมาน่ารักแบบนี้เถิด.. เหมือนไม่เหมือนแล้วแต่เพื่อนๆ มองกันนะจ๊ะ แค่เอามาเปรียบเทียบให้ชม



ยิ่่งมีลูก ยิ่งรักแม่มาก โอ้ว.... เป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจสุดๆ เจ้าสิ่งมีชีวิตน้อยๆ เช่นนี้




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 21 ตุลาคม 2553 20:42:45 น.
Counter : 1806 Pageviews.  

พาทัวร์การไปอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ

ภาพจากกล้อง BB มันอาจไม่เวิร์คเท่าไหร่เน้อ กล้องจริงๆ พังเลยถ่ายรูปมาน้อยมากๆ **



วันนี้ได้ฤกษ์ไปทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ตามที่คุณหมอนัด ช่วงเวลา 26 สัปดาห์



ฝนกับแฟนตื่นเต้นมากกกกกก... เคยเห็นแต่ 2 มิติมาตลอด



แต่ก็แบบอยากเห็นที่เคลื่อนไหวได้ แล้วภาพเต็มๆ ตัวของเด็กจริงๆ



หมอนัดวันนี้ 10.30 น. รีบบึ่งไปพญาไท 3 ทันที








เมื่อไปถึงก็ไปทานข้าว เพื่อให้คุณลูกได้ตื่นมางับๆ อาหารในท้อง



คือ ฝนกลัวลูกหลับมาก เดี๋ยวพอหมอจะถ่ายแล้วไม่เห็นอะไรสะงั้นมัวแต่นอนนิ่ง



ได้เวลาก็ไปรอคุณหมอในห้องซาวด์อย่างใจระทึก








ปิดบังโฉมหน้าพ่อไว้สักนิดเพราะไม่ชอบออกสื่อ อิอิ



ฝ่ายคุณพ่อจะนั่งข้างคุณหมอ  ฝ่ายคุณแม่จะนอนบนเตียง  ปลายเตียงจะมีจอเพื่อให้เราดูอีกเครื่อง








จากนั้นคุณหมอก็ทาเจลเหลวๆ บนท้องเพื่อให้สะดวกต่อการใช้เครื่องมือ



คุณแม่ต้องเลื่อนกางเกงต่ำมาก เกือบเห็นจิ๊มิ ไม่ต้องอายนะจ๊ะ เพราะหมอเค้าจะมีพยาบาลมาทำให้



ที่นี่ดีมาก ตั้งแต่ตรวจมายังไม่รู้สึกว่าหมอจะมาแตะเนื้อต้องตัวมากมายเลย (แอบเขินไง)



คุณหมอจะขอโทษก่อนจับทุกครั้ง คือรู้สึกดีจัง แล้วก็จะให้พยาบาลจัดการบนเนื้อตัวเราในท่วงท่าที่ต้องการแทน




ฝนการซาวด์ได้ผลดังนี้คร้าบบบบ......



น้อง ANA //  ANAWAT  ANAWATCHAWAN (น้องอานะ อนวัช อนวัชวรรณ)



ตั้งใจตั้งชื่อให้พ้องกับนามสกุล อ่านแล้วจะงงๆ สักนิด











ฝนใช้เวลานานมาก เพราะคุณลูกดันหลับ T^T หลับสะงั้น แล้วก็เอามือปิดหน้าอีก แอร๊ยส์...



แต่คุณหมอก็อาศัยความพยายามกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง



มีทั้งนอนตะแคง เอาที่ซาวด์กดๆ ให้เด็กรำคาญ ให้ฝนลุก ให้ฝนนอน



ณ เวลานั้นอยากจะถอดกางเกงไปเลย ไม่..อง ไม่..อายแว้ว  >__< ทำไมมองไม่เห็นเลยง่ะ



สุดท้าย... น้องก็ท่าเดิม    แอบเซ็งนิดหน่อย แต่เห็นแค่นี้ก็น้ำตาจะไหลแล้วดีใจมากกกกกก





คุณหมอบอกว่า.. น้องดั้งโ่ด่งมากเลย จมูกแบบนี้ระวังดื้อนะครับ คุณพ่อ คุณแม่ต้องเอาให้อยู่นะ ฮ่าๆ



ฝนกับแฟนแอบปลื้ม จมูกแบบนี้มาจากไหนหว่า สงสัยจะได้มาจากแม่ฝน ฝนกับแฟนก็มีกันพอหายใจ ฮิฺฮิ





ในระหว่างพูดคุยกับคุณหมอตอนซาวด์ 4 มิติ หมอก็ให้ภาพ 2 มิติเก็บไว้ดูเล่นอยู่หลายใบ







ฝนใช้เวลาค่อนข้างนานอยู่ เมื่อเสร็จแล้วก็รอสักพักและไปจ่ายเงินและไปรับ DVD



ค่าซาวด์ที่นี่ 3,000 บาท ถ้าไม่ได้เป็นเมมเบอร์คุณแม่



พอทำแล้วก็เหลือ 2,700 บาท (รวมค่าซาวด์กับค่าห้องตรวจ)




ในการตั้งท้อง 1 ครั้ง สามารถทำแบบนี้ได้ตอนอายุครรภ์ประมาณ 26 สัปดาห์ขึ้นไป หรือในเดือนที่ 7 จะชัดเจนมาก



แต่สิ่งที่ต้องวัดดวงกัน คือ การลุ้นว่าน้องในครรภ์จะหันหน้าหรือหันหลัง หรือเอามือปิดบังใบหน้านานแค่ไหน



ฝนเองก็ลุ้นมากมาย ก่อนหน้าไปตรวจก็รู้สึกว่าดิ้น แต่ที่ไหนได้เค้าถีบเราตั้งหาก แต่ช่วงบนหลับปกติ



หันหน้าชนผนังมดลูกและถุงน้ำคร่ำยังจะมาบังอีก คุณหมอก็พยายามสุดๆ ได้แค่นี้



และเมื่อคุณหมอเปิดเคสอื่นๆ ที่มาตรวจก่อนหน้านี้ก็พบว่าเราโชคดีจังที่คุณหมอคนนี้พยายามให้มากมาย



มีรูปให้เราเลือกเยอะ แม้สิ่งที่เห็นหมอจะบอกว่าไม่ชัดมาก แต่ก็พอใจแล้วจ้








และจากซาวด์ก็ได้ทีี่ระลึกกลับบ้านมาเป็นเล่มบันทึกกับภาพและ DVD







จบการพาทัวร์ง่ายๆ สั้นๆ แต่เพียงเท่านี้นะจ๊ะ



( รอบพุง ณ บัดนาว 36 นิ้ว //  น้ำหนักก็ 55.5 กิโล )



( คุณลูกอายุ 26 สัปดาห์ 2 วัน น้ำหนัก 960 กรัม )









เพิ่มเติมข้อมูล (ขอบคุณเวป http://www.perfectwomaninstitute.com/4-Dimension-Ultrasound.php)



อัลตร้าซาวด์  คืออะไร?


อัลตร้าซาวด์ นั้นเป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง  ซึ่งมีความถี่สูงกว่า 20,000  Hz คลื่นเสียงอัตร้าซาวด์นี้ ปัจจุบันได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือแพทย์  ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ  รวมทั้งการตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์




อัล ตร้าซาวด์ 4 มิติ ทำงานอย่างไร?


ปัจจุบัน เครื่อง อัลตร้าซาวด์ นั้นมีการทำงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น  เครื่อง อัลตร้าซาวด ์ในสมัยเริ่มแรก  สามารถมองเห็นภาพทารกได้เป็นแบบ 2 มิติ คือ ภาพที่มีความกว้างและความยาว หรือภาพตัดขวางตามแนวของคลื่นเสียง ที่ถูกส่งออกไป ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้ทีละระนาบในแต่ละครั้ง  แม้ว่าภาพที่จะได้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก  แต่ภาพที่เห็นจะดูไม่เหมือนทารก แต่ในเครื่อง อัลตร้าซาวด์ สมัยใหม่นั้นเครื่องจะเก็บสะสมปริมาตรของเสียงที่สะท้อนออกมาหากหัวตรวจใน แบบดิจิทัล และแสดงภาพออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งมีความลึกของภาพ  ทำให้ภาพของทารกดูเหมือนจริงมากยิ่งขึ้นและยิ่งไปกว่านั้นเครื่องตรวจ อัล ตร้าซาวด์ 4 มิติ ยังสามารถเก็บภาพ 3 มิติแต่ละภาพไว้แล้วนำมาแสดงผลเรียงต่อกันกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือน เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จึงเรียกภาพที่เห็นนี้ว่า Real time ด้วยเทคโนโลยี อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ นี้จึงช่วย ให้เราสามารถศึกษาพฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้อย่างชัดเจน




ข้อดีของ การตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ




  • ระยะเวลาในการตรวจครรภ์สั้นลง  เนื่องจากสามารถมองเห็นร่างกายของทารกและอวัยวะต่างๆ ได้จากภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์

  • อวัยวะภายนอกของทารกในครรภ์สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วย อัลตร้าซาวด์ 2 มิติ เช่น ใบหน้า แขน ขา นิ้วมือ

  • พฤติกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน  ซึ่งการตรวจด้วย อัลตร้า ซาวด์ 2 มิติ อาจมองเห็นได้ยาก หรือไม่อาจมองเห็นได้  ยกตัวอย่างเช่น  สามารถมองเห็นทารกกำลังหาว  ดูดนิ้ว  ยิ้ม  กลืนน้ำคร่ำ  กระพริบตา  หรือขยับนิ้วมือ

  • ความผูกพันในครอบครัว ระหว่างพ่อแม่ลูกเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์





อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ  ตรวจอะไรได้บ้าง
?


การตวจ อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ  แม้ว่าจะนำมาซึ่งความปลื้มปิติของคุณพ่อคุณแม่และสมาชิกในครอบครัว  แต่ควรพึงระลึกว่าการ อัลตร้าซาวด์  4  มิติ  มิใช่แค่เป็นการตรวจเพื่อความบันเทิงสุขภาพของทารกในครรภ์จะได้รับ ความสนใจเป็นอันดับแรก  และแพทย์จะทำการประเมินว่าทารกมีการเจริญเติบโต  และมีพัฒนาการใน ครรภ์เหมาะสม  ซึ่งรวมถึง




  • ตำแหน่ง ทารก  สายสะดือ  และปริมาณน้ำคร่ำที่อยู่ล้อมรอบ ทารก

  • โครงสร้างกะโหลกศรีษะ และสมอง ทารก

  • หัวใจ  และการไหลเวียนเลือดของ ทารก

  • กระดูกสันหลัง  กระเพาะอาหาร  กระเพาะปัสสาวะ  และไตของ ทารก

  • แขน  ขา  มือ  เท้า  และนิ้ว

  • ใบหน้า  และอวัยวะต่างๆ  บนใบหน้าของ ทารก

  • เพศของทารก (หากต้องการให้แจ้งให้ทราบ)

  • อัตราการเจริญเติบโต ของทารก ขนาดรอบศีรษะ ความยาวและน้ำหนัก





อายุ ครรภ์ที่เหมาะสมในการตรวจอัลตร้าซาวด์  4  มิติ


ทุกช่วงของอายุครรภ์สามารถทำการตรวจด้วยอัต ร้าซาวด์  4  มิติได้  ในช่วงอายุครรภ์น้อยๆ  จะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพของ ทารกทั่วร่างกาย  ในขณะที่การตรวจในช่วงที่อายุครรภ์มากจะช่วยให้มองเห็นราย ละเอียดต่างๆ  ของร่างกายของทารกได้มากขึ้น  เนื่องจากมีการพัฒนาอวัยวะต่างๆ ของร่างกายไปมาก อย่างไรก็ตามสำหรับการตั้งครรภ์เดี่ยวช่วงอายุครรภ์ที่จะ ให้ภาพที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 26 - 33 สัปดาห์  สำหรับการตั้งครรภ์แฝดช่วงอายุครรภ์ 24 - 28 สัปดาห์




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2553    
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 18:15:18 น.
Counter : 1270 Pageviews.  

Review : ดูแลผิวสวยในช่วงตั้งครรภ์ + วิตซีที่ใช้ทาตัวตามรอยดำต่างๆ

แม่ท้องจะผิวคล้ำขึ้นตั้งแต่ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และมักจะคล้ำขึ้นเรื่อยๆ จนถึงคลอด แต่หลังจากคลอดแล้ว สีผิวจะค่อยๆ จางลงเองในช่วงตั้งครรภ์ผิวพรรณของคุณแม่มักมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดจากฮอร์โมนส่วนหนึ่ง และอีกปัจจัยภายนอกที่ทำให้สภาพผิวที่เคยสดใสต้องเปลี่ยนไปก็คือ ‘แสงแดด’ นั่นเอง โดยเฉพาะในเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน คุณแม่ยิ่งต้องระวังและดูแลผิวเป็นพิเศษ

ผิวเปลี่ยนไปเมื่อตั้งครรภ์

พอตั้งครรภ์แล้ว อาจจะสงสัยว่าทำไมผิวจึงคล้ำขึ้น มีรอยด่างดำ กระ ฝ้า ขึ้นมากกว่าตอนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ สาเหตุหลักๆ มีดังนี้

ฮอร์โมนเพศ : พอตั้งครรภ์แล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายจะสูงขึ้น จึงทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากกว่าปกติ นอกจากนี้ การกินยาคุมกำเนิดหรือการใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนเป็นส่วนผสม ก็มีส่วนกระตุ้นให้ผิวหนังเกิด ริ้วรอยและจุดด่างดำได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

แสงแดด : หากอยู่กลางแดดที่จัด เกินไป ผิวหนังจะถูกกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดมากกว่าบริเวณอื่น หมองคล้ำและเกิดริ้วรอยมากกว่า

กรรมพันธุ์ : ส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับการเกิดกระ ถ้าคนในครอบครัวเป็น ก็จะมีโอกาสเป็นกระมากกว่าคนที่ครอบครัวไม่ได้เป็นเรื่องผิวๆ กับริ้วรอย เมื่อตั้งครรภ์

ฝ้า : เกิดจากการเพิ่มจำนวนเม็ดสีที่ผิวหนัง เป็นผื่นสีน้ำตาล ที่ใบหน้าหรือบริเวณที่ถูกแสงแดด มักจะเกิดขึ้นทีละช้าๆ และเป็นเหมือนกันทั้ง 2 ข้างของใบหน้า และจะมีสีคล้ำขึ้นเมื่อถูกแสงแดด ในบางคนอาจพบรอยดำบริเวณหัวนม รักแร้ ขาหนีบ หรือ อวัยวะเพศร่วมด้วย

กระ : เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ มีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ขอบเขตไม่ชัดเจน มักพบกระจายทั่วใบหน้าและแขน ถ้าโดนแดดสีจะเข้มขึ้นและจะจางลงเมื่อไม่โดนแดด กระแบ่งออกเป็น

กระเนื้อ : เป็นตุ่มสีน้ำตาลหรือสีดำ เป็นก้อนเล็กๆ ผิวเรียบหรือขรุขระ มักพบบริเวณใบหน้า คอ หรือลำตัว บางท่านอาจมีกระเนื้อขึ้นในระหว่างที่ตั้งครรภ์ และมักมีจำนวนมากขึ้นตามอายุ บางส่วนจะหายไปเองหลังคลอด

กระแดด : เป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ มักขึ้นตามบริเวณหน้าหรือแขน พบในผู้ที่มีอายุมากหรือผู้ที่ต้องทำงานกลางแสงแดดเป็นเวลานาน

ติ่งเนื้อสีน้ำตาล : เกิดจากการติดเชื้อราที่ผิวหนัง เนื่องจากแม่ท้องมักขี้ร้อนและเหงื่อออกง่ายทำให้เกิดเชื้อราบริเวณที่อับชื้นหรือซอกพับต่างๆ ได้ง่าย เช่น คอ ใต้ราวนม รักแร้ ขาหนีบ ซึ่งติ่งเนื้อจะไม่หายไปหลังคลอด แต่ต้องให้คุณหมอตัดหรือใช้เลเซอร์จี้ออก

ดูแลผิวให้สวย

ริ้วรอยบางประเภทถึงแม้จะไม่สามารถรักษาให้หายได้ทันที แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเพิ่มขึ้นได้

หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน และทาครีมกันแดดก่อนออกแดดทุกครั้ง (ควรทาก่อน 15-20 นาที) สวมหมวกหรือกางร่ม

หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอางที่มีฮอร์โมนหรือมีสารสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม

ดูแลผิวหนังอย่าให้เกิดการอับชื้น เมื่อเกิดผื่นคันควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามากินหรือทาเอง

ไม่เครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

หมั่นกินผัก ผลไม้ และดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ

หลีกเลี่ยงการใช้สบู่เพราะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมัน ตามธรรมชาติไป ควรเลือกครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์แทน หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นเพื่อบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว

ที่มา http://www.motherandcare.in.th/

.........................................................................................................................

เข้าสู่โหมดแนะนำตัวที่ใช้ ณ บัดนาว เป็น Oriental Princess
Natural Intensive C Repairing Serum : แกับ Radiance C : Radiant Toner


ที่เลือกใช้เพราะว่าเมื่อได้ปรึกษาหลายท่านที่ท้องและผู้มีประสบการณ์ก็บอกว่า Vit C เป็นตัวที่สาวตั้งครรภ์ใช้ได้ตัวหนึ่งในการดูแลผิวพรรณ ดังนั้นฝนคงต้องหาตัวช่วยด่วน ก่อนที่อาการด้านบนจะเป็นมากขึ้น

คุณสมบัติ

Repairing Serum : ซีรั่มฟื้นฟูผิวกลางคืน ช่วยบำรุงผิวหมองคล้ำอย่างเข้มข้น เพื่อผิวใหม่ที่สดใสเปล่งประกาย

Radiant Toner : โลชั่นเช็ดผิวหลังการล้างหน้า ทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างและช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรก และเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วออกได้อย่างอ่อนโยน เพื่อเตรียมผิวให้ฉุ่มฉ่ำ พร้อมเตรียมสภาพผิวให้พร้อมต่อการซึมซาบสารบำรุงอย่างเต็มที่ในขั้นตอนต่อไป

ที่เลือกใช้ 2 ตัวนี้เพราะเลือกเฉพาะที่คิดว่าจำเป็น ถ้าทั้งเซ็ตเกรงว่าจะมากเกินไปกับการบำรุงเพราะก็หลายตัวอยู่ ที่ทั้งล้างทั้งมาส์กซึ่งมันไม่จำเป็นนะจ๊ะ จะเยอะไปนิด

ปัญหาที่ประสบ : ข้อพับทุกส่วนดำ (ดำมาก น่าตกใจ) แนวก้นที่นั่งกับเก้าอี้ก็คล้ำ (ส่วนขาด้านหลัง) ก็คล้ำลง ผิวหยาบๆ ไม่นุ่มเนียน ไม่ร่วมหน้าท้อง เพราะหน้าท้องจะใช้ตัวบำรุงอีกประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ



วิธีใช้ :

1. จะใช้ Radiant Toner เช็ดผิวในส่วนที่เป็นรอยดำ รอยกังวลใจต่างๆ (ยกเว้นบริเวณหน้าท้อง) เช่น ข้อพับแขน ขา ก้น ฯ เนื่องจากทุกเช้า-เย็น เราต้องทาครีมจำนวนมาก เมื่ออาบน้ำเสร็จจึงต้องทำความสะอาดผิวด้วยการเช็ดสิ่งสกปรกตกค้างสักนิด

2. จะใช้ Repairing Serum เป็นตัวทาบำรุงหลังจากเช็ดโทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว เน้นทาในส่วนที่เป็นปัญหา รวมทั้งทาแขนและขาด้วย (ยกเว้นหน้าท้อง)

"ผลการทดลองพบกว่าผ่านไป 1 อาทิตย์ (เพิ่งซื้อมาใช้ได้อาทิตย์เดียว แต่ผลค่อนข้างชัดเจนดีจัง) ผิวเนียนและลดความหยาบไปได้มาก ถ้าทาตอนก่อนนอนตื่นเช้ามาจับผิวก็รู้สึกนุ่มดี ผิวลื่นๆ เนียนๆ ความกระจ่างใสของผิวโอเคเลย ตามรอยดำที่ดำมากอาจเห็นผลช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้รับการบำรุง แต่ตรงส่วนที่เป็นรอยคล้ำตามแทบที่สัมผัสกับเก้าอี้ก็เห็นชัดว่าเริ่มคืนสภาพปกติ แต่ก็ไม่ได้ขาวเจริญหู เจริญตาเหมือนก่อน เพียงแต่อาการดีขึ้น"



  กลิ่น   ให้เต็ม 10 คะแนน กลิ่นอ่อนๆ น่าใช้ ไม่วิงเวียนหัว



  คุณภาพ   ให้ 8 คะแนน เพราะต้องการดูผลระยะยาวสักนิด



  ราคา   ให้ 10 คะแนน ราคาย่อมเยาว คุณภาพโอเคเลย อ่านจากรีวิวในจีบันหลายคนก็ชอบ



  การซึมสู่ผิว   ให้ 9 คะแนน ไม่เหนียวเหนอะ กำลังดีถึงดีมาก



  ความพึงพอใจ   ให้ 8 คะแนนใช้ง่ายดี ซึมไว

(แต่ถ้าเป็นโทนเนอร์ต้องใช้ชุ่มๆ สักนิดจะเห็นคราบสกปรกที่เกิดจากครีมตกค้างได้ชัดเจน)




นับว่าน่าสนใจทีเดียวและจะใช้ต่อไป อีกอย่างผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีคุณภาพที่สาวจีบันรีวิวแล้วนับว่าคุณภาพแจ่มเกินราคาจริงๆ

ยังไม่ได้ใช้ทดลองทาและเช็ดกับผิวหน้านะคะ เพราะผิวหน้าไม่ได้ใช้ Vit C ตัวนี้

โอกาสหน้าจะรีวิวโลชั่นบำรุงผิวที่ใช้ทาตัว ณ ปัจจุบัน ต่อไป




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2553 13:44:39 น.
Counter : 10479 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

ตีไม่แรง ไม้แพง แต่งตัวเท่ห์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]











Blog นี้ไม่ได้อยู่ในหน้า Up Date รวม Bloggang

อ่านเรื่องอัพเดทล่าสุดได้จากด้านล่างที่แปะไว้

หรือไม่เข้าไปที่ All About Blog นะคะ

New!! : UP Date


BABY UPDATE














Bloggang : Fonkan



ฝนขอสงวนลิขสิทธิ์งานเขียน

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539

ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน

หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความที่เขียนไว้

ใน blog นี้ไปใช้เด็ดขาด...

ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง

โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


--------------------------------------------------------

งานเขียนใน Blog นี้จะเน้น ภาพประกอบการเขียน

ขอบคุณที่ติดตามอ่าน (สังเกตจากคนเข้าชม)

--------------------------------------------------------

เวปไซด์สำหรับสิว รักษาสิวเอง ไม่พึ่งหมอ

http://www.loving-shop.com/

หากสนใจเว็ปไซต์ส่วนตัวฝน คลิ๊ก....

http://www.fonkan.com

--------------------------------------------------------





fon&kieng


Google
Friends' blogs
[Add ตีไม่แรง ไม้แพง แต่งตัวเท่ห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.