Scenery Resort ...ความประทับใจที่ต้องกลับมาอีกครั้ง
ทริปนี้ไปกันครบครอบครัวเลยคุณพ่อคุณแม่ น้องสาว เราและคุณสามี จองที่พักล่วงหน้า 6 เดือน 555 ซึ่งขนาดจองล่วงหน้าขนาดนี้ ตอนที่จอง ช่วงเสาร์-อาทิตย์ของเดือนพ.ย. - ธ.ค. ก็เต็มหมดแล้วค่ะ แต่ก็โชคดีไป เพราะตอนที่จอง ยังไม่ท้องเลย ถ้าจองช่วงธันวาได้ ก็คงไม่กล้าไปแน่ๆ เพราะกำหนดคลอดต้นมกรา 53 เลยอ่ะ


ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สำหรับ Scenery resort มีไม่บ่อยที่เราจะไปซ้ำ....แต่ที่นี่ก็ทำให้เราไปซ้ำอีก และคาดว่าจะไปอีกๆๆๆ อิอิ...



คราวก่อนก็พาแม่ๆ (แม่สามีและแม่เรา) มา เลือกพักบ้าน คทาดินกับเมอริโน เป็นหลังที่สร้างใหม่...คราวนี้ก็เลยเปลี่ยนบ้าง เลือกจองโซนเก่า 3 หลังแรก โดยเลือก ฮามาต้ากับแพงโกล่า...


ประเดิมด้วยรูปที่พักก่อนละกันนะ...แต่บอกก่อน มีไม่เยอะค่ะ เพราะเน้นถ่ายรูปคน (อีกแล้ว 5555) แล้วอีกอย่าง Scenery ก็มีคนรีวิวเยอะแยะแล้ว ถ่ายรูปสวยๆกันทั้งนั้นด้วย ฝีมือเรามันห่วย 555 แต่เอาให้ดูพอหอมปากหอมคอเป็นไอเดียนะคะ

เริ่มที่บ้านฮามาต้า เรากับคุณสามีพักห้องนี้ค่ะ ห้องนี้คือห้องที่อยู่ติดลำธาร แล้วก็มองเห็นทุ่งหญ้าเขียวๆที่เค้าเลี้ยงวัวกะแกะอ่ะค่ะ




ข้อเสียของห้องนี้ มีนิดเดียวเอง ก็คือ พอเข้าไปปุ๊บก็จะเป็นเตียงนอนเลย ในขณะที่ห้องแบบอื่นๆจะมีเหมือนเป็นโซฟาไว้นอนดูทีวี นั่งเล่นได้



วิวจากห้องนอนนี่จะแจ่มมากๆๆ เพราะผนังด้านข้างเป็นกระจก นอนมองทุ่งหญ้าเขียวๆ มีความสุขมาก (แต่ความเป็นส่วนตัว ก็จะไม่ค่อยมีนิดนึง ถ้ามีคนเดินมาใกล้ๆ)



นอกชาน มีโต๊ะนั่งเล่น ไว้ทาน dinner หรือ breakfast ก็ได้ วิวแจ่มๆ แบบพาโนรามา อิอิ



จุดเด่นของห้องนี้อีกอย่าง (นอกจากใกล้ลำธาร และสระจากุชชี่) ก็คือ อุโมงค์ยาวที่เป็นทางเข้าของห้องน้ำค่ะ แต่เราไม่ได้ถ่ายอุโมงค์มานะ พอสุดอุโมงค์ ก็จะเจออ่างน้ำใหญ๋ สุดโรแมนติกแบบนี้



ชอบค่ะ ใหญ่ดี แถมจุดไฟ โรแมนติกมาก (เสียดายไม่มีจากุชชี่ในอ่าง หุ หุ) เห็นในรูปยังไง ของจริง ก็สวยอย่างงั้นค่ะ


เอาล่ะ ...ไปดูบ้านแพงโกล่าที่ครอบครัวเราพักบ้างค่ะ ห้องนี้จะมีโซนนั่งเล่นนะคะ ทำให้พักได้ 3 คนเลย โดยไม่ต้องมีเตียงเสริมค่ะ (อีกคนก็เสริมนอนบนโซฟาเลย)...ห้องนี้ก็มองเห็นวิวทุ่งหญ้าเหมือนกันค่ะ แต่เราว่าฮามาต้าวิวแจ่มกว่านะ







ส่วนห้องน้ำ ก็มีอ่างน้ำ โรแมนติกไม่แพ้กัน แต่ขนาดจะเล็กกว่าฮามาต้า แต่ข้อดีคือ อาบน้ำไป เห็นวิวทุ่งหญ้าด้วยค่ะ



รวมมิตร สิ่งละอันพันละน้อยนิดนึง...

- ทุกห้องเค้าจะมีโปสการ์ด (หลาย version เลยนะ) กะสบู่แกะน้อยแถมให้ค่ะ ใครมาถึงแล้วแวะร้านขายของ อย่าเพิ่งเผลอไปซื้อนะคะ (น้องเราเผลอไปแล้ว เสียเงินฟรี อิอิ) เพราะเค้ามีแจกในห้องอยู่แล้วค่ะ

- สบู่แกะน้อย หอมมากค่ะ เราชอบ..ใครไปฝากซื้อซักก้อนได้มั้ย อิอิ

- ทุกห้องจะมีเตา Bar-B-Q ให้ค่ะ สามารถสั่งชุดบาร์บีคิว (ทะเล หมู-ไก่ เนื้อ มาปิ้งทานที่ห้องได้ สำหรับ dinner)

- ไวน์ที่อยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้แถมนะคะ ต้องจ่ายตังค์ค่ะ (แฟนเราเกือบไปแล้ว 555)




Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley



หมดและ สำหรับรูปที่พัก...ทีนี้มาถ่ายรูปเล่นเย็นๆใจกันดีกว่า ช่วงที่เราไปคราวนี้ คือ ต้นตุลาเลยค่ะ อากาศยังไม่เย็นเลย แต่เสียเงินแบบ cool rate นะ 5555 (ธรรมดา 4500 ต่อห้อง cool rate 5000 บ.ต่อห้อง สำหรับ weekend) ถ่ายไป ก็ออกอากาศเหงื่อไหลไคลย้อยนิดๆ แต่ก็ไม่หวั่น (ท้องก็ไม่หวั่น)







อดเปรียบเทียบกะรูปเก่าตอนมาคราวที่แล้วไม่ได้ ผ่านไปปีกว่าๆ ก็กลายเป็นจั๊งซี่








ถ่ายกะน้องสาว...2 วัย หัวใจวัยสะรุ่น อิอิ




3 วัย หัวใจวัยสะรุ่น (เหมือนกัน 555)




ตอนกลางคืน เราจอง Bar-B-Q เอาไว้ด้วยค่ะ ก็เลยขึ้นไปปิ้งๆย่างๆกันบนดาดฟ้าของบ้านแพงโกล่า (หลังพ่อแม่เรา) บรรยากาศดีมากๆๆเลยล่ะ


คุณพ่อคุณแม่ พระเอก+นางเอก ของทริปนี้




2 มือปิ้ง ผู้เสียสละ (รมควัน และได้กินน้อยกว่าคนอื่น 555)




อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า ต่างก็แยกย้ายกันไปนอนค่ะ...ขอบันทึกไว้นิดนึง แบบว่า พ่อตา & ลูกเขย ดวลไวน์กันอยุ่พักใหญ่ๆ...สามีเรากลับมาที่ห้องอีกทีสลบเหมือด 5555


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley



ตอนเช้า...เราให้เค้ามาเสริฟ Breakfast ที่ห้องกันเลยค่ะ แต่คราวนี้ย้ายมาทานที่ห้องเราบ้าง บรรยากาศดีจริงๆนะ เหมือนมีบ้านอยู่ในฟาร์มของตัวเอง 555 วิวสวย อากาศดี แล้วก็เป็นส่วนตัวมากๆ




หลังจากนั้น เราก็ไปให้อาหารแกะกัน...สำหรับแขกที่พักที่นี่จะให้อาหารน้องแกะฟรีค่ะ แต่ถ้าไม่ใช่แขก จะเสียค่าหญ้า กำละ 40 บาทนะ...ตอนแรกจะให้ตอนเย็นๆ แต่เห็นคนมาให้เยอะแล้ว ทั้งวันเลย น้องแกะคงจะอิ่มหมดแล้ว เลยคุยกันว่า จะมาให้ตอนเช้าแทนละกัน (เริ่ม 10 โมง - 6 โมงเย็น) ... ปรากฏได้เรื่องเลยค่ะ เพราะน้องแกะหิวโซมากๆๆๆๆ 555 เรียกว่าแถบจะกระโดดรุมทึ้งเราเลยอ่ะ เราเลยต้องรีบๆให้ เพราะแฟนเรากลัวแกะจะกระโดดชนเราล้มซะก่อน (เพราะท้องอยู่)




เมามันส์กันมากๆๆ โดนแกะรุม เหอ เหอ



พออาหารหมด แกะก็จากไป ...แม้แต่หน้าก็ไม่หันมา




ให้อาหารน้องแกะกันแล้ว ก็เตรียมตัวกลับกันค่ะ...เราชอบ Scenery อีกอย่างก็คือ ตอนกลับ เค้าจะมีการถ่ายรูปให้แขกที่มาพักด้วย ถ่ายเสร็จ ก็ print รูปกลับไปได้เลย..เราแนะนำให้เอา handy drive ขอ save รูปเค้ามาเลยนะคะ เพราะจะได้ไฟล์ขนาดเต็มๆ เอาไปอัดขยายได้ค่ะ ถ้ารอให้เค้าส่งเมลล์มา จะได้ขนาดย่อแล้วอ่ะค่ะ

เราได้ 2 รูป เพราะพัก 2 ห้อง..รูปแรก คือ รูปด้านบนสุด...รูปที่ 2 คือ รูปนี้




ทิ้งทวนรูปสุดท้าย ก่อนออกจากรีสอร์ท...ให้ชื่อภาพว่า "ตำรวจจับผู้ร้าย" อิอิ
คือว่า คุณพ่อเราเป็นตำรวจค่ะ...ดูจาก action แล้ว ไม่เบาเลยใช่ป่ะ




อ้อ ก่อนกลับ เราก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ทค่ะ ซึ่งเป็นอะไรที่แนะนำนะคะ เพราะอาหารอร่อย บรรยากาศดี วิวสวย ได้นั่งมองน้องแกะ เด็กๆมาให้อาหารน้องแกะ และบรรดานางแบบนายแบบที่อยากถ่ายรูปกะแกะ...เพลินๆดี 555 (อีกอย่าง แถวๆสวนผึ้ง เราว่าไม่เห็นมีร้านอาหารที่ไหนน่าทานเลยอ่ะค่ะ ถ้าไม่งั้น ก็ต้องเข้าเมืองราชบุรีไปเลย ซึ่งเวลาก็อาจจะเลทไปหน่อย ไม่ทันเที่ยง)




สรุปว่า เป็นทริปที่ประทับใจมากๆๆค่ะ ได้ไปกันทั้งครอบครัว มีความสุขที่ซู๊ดเลยย...แล้ว Scenery ก็เป็นอะไรที่ประทับใจอยู่แล้ว ต้องมาอีกแน่นอนค่ะ อิอิ

My comment

คงไม่ต้อง Comment อะไรมากมายสำหรับที่นี่นะคะ เพราะดีไปหมดทุกอย่าง ที่พักสวย บริการดีสุดๆ ครั้งแรกประทับใจยังไง ครั้งนี้ก็ประทับใจเหมือนเดิม (แต่คราวนี้อากาศร้อนไปนิด ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกะรีสอร์ท) แล้วเราว่า เค้ามีการปรับปรุงอยู่ตลอด ถึงจะผ่านมาหลายปี แต่รีสอร์ทก็ปรับปรุง เพิ่มนู่นนิดนี่หน่อยตลอด ทำให้มาได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อค่ะ

แต่ที่อยากจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมคือ เรื่องห้องพัก เพราะเห็นมักจะมีคนมาถามบ่อยๆว่าห้องไหนดี

ฮามาต้า - ในความคิดเรา เราชอบห้องนี้ที่สุดค่ะ เพราะเห็นวิวทุ่งหญ้า ซึ่งถ้าเป็นวันธรรมดา เค้าจะเอาน้องแกะมาปล่อยที่นี่ด้วย (แต่เสาร์-อาทิตย์ เค้าเอาไปให้คนเลี้ยงที่โซนด้านหน้าหมด ทำให้ไม่ได้เห็นน้องแกะเลย ) แล้วก็ยังอยู่ใกล้ลำธาร จากุชชี่+ซาวน่า ถ้าใช้จะบริการก็สะดวกดี และที่สำคัญ จะอยู่ด้านในสุด ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากๆๆๆ เงียบสงบดี ข้อเสียคือ ห้องเล็กไปหน่อย

แพงโกล่า - ดีรองลงมาค่ะ เพราะก็เห็นทุ่งหญ้าเหมือนกัน และมี living room ให้นั่งเล่น

คทาดิน + เมอริโน (และอีก 2 ห้องโซนใหม่) - ห้องโซนใหม่จะดีในแง่ห้องพักจะสวยกว่า กว้างขวางกว่า แต่วิวจะเป็นวิวภูเขาทางด้านหลังอ่ะค่ะ จะไม่ได้ติดกะทุ่งหญ้า แล้วก็อาจจะมีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะ เพราะที่นี่จะมีคนมาถ่ายรูปตลอด กับอีกอย่าง ก็จะไกลจากจากุชชี่ + ซาวน่า

ทั้งหมดนี้ ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคะ เพราะบางคนเน้นห้องสวย ใหม่ อะไรแบบนี้ ก็ต้องเลือกห้องโซนใหม่ค่ะ แต่ถ้าใครเน้นวิว บรรยากาศสงบ เราก็แนะนำห้องโซนเก่าค่ะ




Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 16:42:26 น.
Counter : 1696 Pageviews.

5 comment
สัมผัสความเขียวขจีของฤดูฝน @ มุติมายา , เขาใหญ่
เที่ยวหน้าฝนอาจจะเป็นอะไรที่ไม่สนุกนักในสายตาของใครหลายๆคน แต่สำหรับเรา กลับชอบซะอีกค่ะ เพราะว่าอากาศจะดีมากๆๆ เราชอบดมกลิ่นฝนตก มันหอมดี บรรยากาศก็ชุ่มฉ่ำมากๆ อิอิ

สำหรับ "มุติมายา" เป็นที่พักเครือเดียวกับ "คีรีมายา" ค่ะ คือเป็นส่วน residence ที่เค้าขายขาด แล้วก็เอามาให้คนเช่าเป็นคืนๆเหมือนรีสอร์ท เราก็ซื้อ voucher เค้ามาจากงานท่องเที่ยวไทย เดือนมีนา 52 นี่ล่ะค่ะ แต่กว่าจะได้ไป ก็กันยาแน่ะ voucher เกือบหมดอายุ 555


เริ่มต้นทริป แวะทานกลางวันกันที่ร้านโปรด Vincotto เสียดายมาแค่ 2 คน เลยได้กินแค่ 3 อย่าง 555 มีสลัดอกเป็ด เนื้อปูอบชีส และ steak เนื้อนุ่ม อร่อยทุกอย่างเหมือนเดิม




ตั้งแต่ท้องนี่ ออกตัวไว้ก่อนเลยนะ ว่าไม่ค่อยได้ถ่ายรูปที่พักเท่าไร่ 555 จะเน้น "นางแบบ" เป็นหลัก นัยว่า พาลูกมาเที่ยว อิอิ ปกติจะถ่ายทุกมุมละเอียดยิบ แต่ตอนนี้เน้นคนอ่ะค่ะ อย่าว่ากันนะ

มาดู Lobby กันเลยละกัน



เนื่องจากรีสอร์ตนี้จะเป็น pool villa ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่แขกก็จะ enjoy อยู่ในวิลล่าของตัวเอง ในส่วนที่เป็นพวก public pool หรือ facilities ส่วนกลางเค้าก็จะไม่เน้นเท่าไร่ มี public pool 1 สระ แล้วก็มีร้านอาหาร 1 ร้าน บริการทั้ง 3 มื้อไปเลย ( voucher มี breakfast กะ afternoon tea ให้ ถ้าจะทานอาหารเย็น ก็จ่ายเอง เราก็ทานที่นี่ ราคาเท่ากับร้านอิตาเลียนในรร.ทั่วไป)

แต่ถึงแม้ว่าจะไม่เน้น facilities ส่วนกลาง แต่สระว่ายน้ำที่นี่ก็ยังใหญ่ได้ใจนะ



ถ่ายรูปด้วยซะหน่อย เป็นที่ระลึกว่ามาตอนท้อง 6 เดือน อิอิ



เดินเล่นชมส่วนกลางกันเล็กน้อย ก็นั่งรถกอล์ฟไปวิลล่ากันเลยค่ะ...ตัว villa ก็จะเรียงรายกันไปแบบในรูปนี้...เห็นข้างนอกมันเหลี่ยมๆชอบกล แถมยังดูเล็กๆด้วย



แต่ว่าพอเข้าไปข้างในจริงๆ มันใหญ่มากๆค่ะ กว้างขวางดี...

อ้อ อีกอย่าง ถ้าใครไป แนะนำให้ request ขอห้องฝั่งที่ติดกับสนามกอล์ฟนะคะ ห้องที่เราพัก คือ ห้อง 919 ซึ่งทำเลดีมากๆ เพราะติดกับสนามกอล์ฟ ทำให้เวลาเล่นน้ำ เป็นส่วนตัวมากๆ แล้วก็มองเห็นวิวภูเขากับสนามกอล์ฟเขียวๆ มันสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกค่ะ ยิ่งถ้าฝนตกนะ บรรยากาศดีมากๆๆ

ถึงแล้วค่ะ villa ของเรา (อันนี้ถ่ายจากด้านในของตัววิลล่า ที่ติดสนามกอล์ฟค่ะ)



เอาล่ะ ไปดูรูปห้องพักกันเล็กน้อยละกัน อย่างที่บอก ไม่ได้ถ่ายเยอะอ่ะค่ะ...เริ่มจากห้องนอน



มองทะลุเข้าไปเป็นห้องน้ำ ใหญ่โต กว้างขวาง อลังการมากๆค่ะ มีอ่างอาบน้ำอยู่กลางห้อง





ทีวีในวิลล่าจะมี 2 เครื่องนะคะ เครื่องนึงในห้องนอน อีกเครื่องอยู่ที่ living room ระหว่างห้องนอนกับ living room ก็จะกั้นเป็นสัดส่วน (เป็นห้อง) แต่ก็มีมูลี่แบบนี้



ด้านนอกเป็น living room เราชอบ day bed (เรียกงี้รึป่าวไม่รู้) ของเค้ามากเลยอ่ะค่ะ มันกว้าง นอนดูทีวีสบายมากๆๆ ยิ่งถ้าใครมากันเป็นครอบครัวนะ สบายเลย นอนเป็นเตียง (คู่) ได้เลยอ่ะ



ทริปนี้เราเพิ่งซื้อ handycam มาใหม่ เลยวุ่นไปเลยครับ ภรรยาถ่ายรูป สามีถ่ายวิดีโอ กว่าจะเสร็จหมด เกือบชม. 555 แต่ก็เอามาเปิดดูได้เลยนะ




ถัดไปก็เป็นโต๊ะกินข้าวกับครัวเล็กๆ มีตู้เย็น และไมโครเวฟให้







ออกไปด้านนอก ก็จะเจอ pool ค่ะ ในความเห็นเราว่า pool ที่นี่ใหญ่ใช้ได้เลยทีเดียว และถึงแม้จะไม่ได้มองไปเห็นวิวทะเลสวยๆ แต่ความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ก็ทำให้สบายตา สบายใจค่ะ



ศาลาริมสระ อ่านหนังสือ chill chill ท่ามกลางสายฝน(นิดๆ) สบายมากๆ หรือถ้าแดดดี จะเลือกนอนเตียงอาบแดด หรือ เข้าๆจะนั่งจิบกาแฟที่โต๊ะไม้เล็กๆ ก็โรแมนติกทุกแบบเลยค่ะ






ถ่ายรูปเล่นเล็กน้อย



ตอนเย็น เราก็ทานอาหารกันที่รีสอร์ทเลยค่ะ เพราะทางเข้าค่อนข้างลึกเหมือนกัน ถ้าออกไปข้างนอก อาจจะลำบากเล็กน้อย


~~~~~~~~~



ตืนเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ว่ายน้ำเล่นอีกเล็กน้อย ก็ได้เวลาไปตะลุยเขาใหญ่กันค่ะ เคยมาหลายครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายน่าจะ 3 ปีมาแล้ว (คือมาพักที่เขาใหญ่ทุกปี แต่ไม่เคยขึ้นเขาใหญ่เลย 555) อยากสูดอากาศดีๆอีก เอาให้แน่นปอดกันไปเลย 555 เผื่อเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย...

ตอนแรกว่าจะไป Primo Posto แต่เช้า คนจะได้ไม่เยอะ แต่คิดๆแล้ว ไปสูดอากาศยามเช้าที่เขาใหญ่ดีกว่า เพราะไหนๆที่พักเราก็ใกล้ๆ แล้วอากาศวันนี้ก็ดีด้วย ถือว่าทำเพื่อตัวเอง + ลูก รับอากาศบริสุทธิ์ซะหน่อย



จุดชมวิว



ลงมาจากเขาใหญ่ ก็แวะซื้อไก่ย่าง ส้มตำ กลับไปกินที่ที่พัก 555 แบบว่า กินอิตาเลียนมา 2 มื้อ ชักเลี่ยนจริงๆล่ะ เหอ เหอ...และจากนั้น ก็ check out ออกตอนเที่ยงค่ะ


ขากลับ จริงๆไม่ได้กะจะแวะ Primo แล้ว เพราะคิดว่าคนคงเยอะ แต่ว่าคุณสามีบอกว่า แวะๆไปเถอะ จะได้ปิด job ซะที 555 เพราะเราไม่เคยมา ไม่งั้นก็จะอยากมาอีกเรื่อยๆ ไปๆซะให้มันเสร็จๆ....ก็เลยเอาซะหน่อย...

พอไปถึง ก็คนเยอะจริงๆอ่ะแหละค่ะ ก็ถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอ เพราะไม่ค่อยเห่อเท่าไร่แล้ว เนื่องจากมันฮิตมานาน (คือ มาให้รู้ว่าเป็นไงเท่านั้นเอง)










เสร็จจาก Primo ก็ไปแวะกินกาแฟกันที่บ้านไร่นิดหน่อย (นานๆทีน๊า อิอิ) แล้วก็กลับกทม.ค่ะ

เป็นทริปที่มีความสุขจริงๆเลย ได้พักผ่อนเต็มที่ ที่พักก็สวย บรรยากาศก็ดี ถือว่าได้ charge แบต สูดอาการบริสุทธิ์เต็มปอดไปเลยค่ะ...แนะนำให้ลองมาพักดูนะคะ แล้วจะติดใจ...เรายังกะว่า ถ้ามีเจ้าตัวเล็กแล้ว ก็จะพามาพักที่นี่อีกเลยค่ะ ถือเป็น ที่พักสุดยอดแห่งนึงในเขาใหญ่เลยนะ จะมากัน 2 คน ก็โรแมนติก จะมาเป็นครอบครัว ก็สบาย เพราะห้องกว้างขวางมาก แนะนำค่ะ แนะนำ

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ







Create Date : 25 ตุลาคม 2552
Last Update : 25 ตุลาคม 2552 11:39:23 น.
Counter : 3003 Pageviews.

6 comment
หลงรักสีม่วง..ของบ้านพวงคราม @ บ้านอ้อมกอดขุนเขา, สวนผึ้ง
ทริปนี้ถือเป็นปุ๊บปั๊บทริปของเราอีกทริปเลยทีเดียวค่ะ เนื่องจากมีเหตุให้ต้องไปสวนผึ้ง พอรู้ว่าจะได้ไปค้าง 1 คืน ก็นึกถึง บ้านอ้อมกอดขุนเขา ขึ้นมาทันที เพราะเป็นที่พักที่อยากไปมากกก (รองจาก Scenery ซึ่งก็เคยไปแล้ว) แต่ก็คิดว่า ที่พักเค้า hot มาก ยิ่งเสาร์-อาทิตย์ จองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ นี่เหลือแค่ไม่ถึงอาทิตย์จะมีห้องเหลือเหรอ..

แต่ก็ลองเสี่ยงดูในเว็บไซต์เค้าค่ะ ปรากฏว่า มีห้องเหลืออยู่แค่ 2 ห้องเอง (ซึ่งก็ดีใจมากๆแล้ว ที่ยังเหลือ) คือ บ้านพวงคราม กับ บ้านปีบทอง แต่ตัวเราเอง ไม่ค่อยชอบสีม่วงเท่าไร่ 555 (ชอบพวกสีชมพู สีเหลืองมากกว่า แต่ห้องเต็มหมดแล้ว) แล้วไป serch หาจากพันทิพนี่แหละ มีคนมาแนะนำบ้านปีบทอง เพราะอยู่ติดคอกม้า เป็นส่วนตัวมาก

รุ่งเช้ารีบโทรไปจองที่บ้านอ้อมกอด ปรากฏ เค้าบอกว่า เหลือหลังเดียว คือ บ้านพวงคราม เพราะบ้านปีบทองมีคนจองแล้ว จ่ายแล้วด้วย แต่เว็บเค้าอัพเดทไม่ทัน เศร้าเลยเรา

ไม่เป็นไร...พวงคราม ก็พวงคราม...คิดในใจว่า ยังไงก็ได้พัก บ้านอ้อมกอด แล้วนะ..

แต่พอไปถึง ได้รับกุญแจ แล้วเปิดประตูบ้านเข้าไป...ผิดคาดแฮะ...รู้สึกชอบจังเลย..ห้องตกแต่งสวยมากๆ ถึงจะเป็นสีม่วง แต่ก็ดู ว๊าน หวาน อ่ะ..


มาดูรูปห้องกันเลยดีกว่านะ...เตียงสีขาว กับภาพบนหัวเตียงลายดอกไม้สีม่วง เข้า concept บ้านพวกคราม...





จริงๆปลายเตียงจะมี ทีวี ตู้เย็น แล้วก็ ดีวีดีให้พร้อมนะคะ แต่ว่า ลืมถ่ายมาซะงั้นอ่ะ

มีมุมนั่งเล่นเล็กๆ..จริงๆไม่ค่อยได้นั่งหรอก เพราะที่นั่งเล็กไปนิ๊ดด แต่ก็ทำให้ห้องกว้างดี



ที่ชอบมากๆ...ประตูห้องน้ำ..เอ๊ะ ไม่ใช่สิ เป็นแค่ผ้าม่านสีม่วงบางๆเองอ่ะค่ะ แอบหวิวเล็กน้อยนะ ถ้าไม่ได้มากับคู่รักนี่อาจจะทำใจลำบากหน่อย 555 แต่จะบอกว่า มันสวยมากมาย...ได้อารมณ์ หวานๆ ปน เซ็กซี่



ภายในห้องน้ำ ใหญ่โต กว้างขวางดีจังค่ะ...อ่างอาบน้ำ ขนาดใหญ่มากก (ขอเดือนว่าใช้เวลารองน้ำ ค่อนข้างนานนะคะ ถ้าจะอาบ ต้องเผื่อเวลาไว้เลยค่ะ) และที่ชอบ คือ ผนังที่เจาะเข้าไป เป็นไฟดวงเล็กๆ โรแมนติกดี..ไอเดียคล้ายๆ Scenery แต่คิดว่า เจ้าของเป็นญาติๆกัน ก็หยวนๆน่า



อีกด้านของห้องน้ำค่ะ...เห็นรูปที่แปะผนังนั่นมั้ยล่ะ..น่ารักเชียว



กลับมาดูรูปห้องเต็มๆอีกทีค่ะ...



มีเก้าอี้เล็กๆ ที่ระเบียง ไว้ให้นั่งชมบรรยากาศยามเช้า (และยามเย็น) ของรีสอร์ทด้วยนะคะ...คุณสาเรา ชอบนั่งดื่มเบียร์ตรงนี้ อิอิ



สรุปแล้ว...หลงรักสีม่วงค่ะ ตอนนี้...ใครว่าสีม่วงเป็นสีที่ดูลึกลับ หรือ เซ็กซี่ แต่เราว่า บ้านอ้อมกอด ทำให้ สีม่วง ดูหว๊าน หวาน มากกว่าค่ะ...ดูสิคะ ใส่ใจในทุกๆรายละเอียดจริงๆ



เจ้าของเค้าก็ช่างสรรหา อะไรที่มัน "ม่วงๆ" มาตกแต่งจริงๆเลยอ่ะ ดอกไม้ ภาพวาด เจกัน ทุกอย่าง ม่วงไปหมดจริงๆ แม้กระทั่งที่รัดผ้าม่านยังม่วงเลยอ่ะ อิอิ



ชื่นชมกับห้องพักเสร็จ ก็ได้เวลาไปเดินเล่นรอบๆรีสอร์ทค่ะ..เราว่า เค้าทำรีสอร์ทได้น่ารัก น่าพักสุดๆเลยล่ะค่ะ ร่มรื่นด้วย แล้วก็จะมีพวกของตกแต่งกระจุ๊กกระจิ๊กเต็มไปหมดเลยอ่ะ



มุมถ่ายรูปก็เยอะ...อ้อ ที่นี่มีร้านอาหาร แล้วก็ร้านกาแฟบรรยากาศน่านั่งด้วยนะคะ ...ถ้าใครไม่ได้มาพัก อาจจะลองมานั่งเล่น ดื่มกาแฟ ก็ได้บรรยากาศค่ะ




ทิ้งท้ายรูปสุดท้ายไว้ด้วยรูปนี้ดีก่า...



อยากเห็นความสวีทเต็มๆ 555 เชิญที่ลิงค์นี้เลยค่ะ


My comment

ที่พัก - สวย น่าพักค่ะ เราชอบการตกแต่งห้องมากๆ ดูเป็นแนวผู้หญิงหวาน น่าจะถูกใจสาวๆหลายคนค่ะ (แต่ไม่รู้หนุ่มๆจะชอบป่าวนะ)

การบริการ - ถือว่าโอเคค่ะ พนักงานก็ดูแลเอาใจใส่ดี ขอยกตัวอย่าง 1 เรื่อง คือ เรื่องที่จอดรถ เนื่องจาก ที่จอดที่นี่ เค้าทำเป็นเหมือนระแนงไม้เลื้อย ประมาณว่า ให้ต้นไม้เป็นหลังคาให้กับรถ แต่จะบอกว่า มันแย่มากค่ะ เพราะ ดอกไม้ กิ่งไม้ อะไรไม่รู้ มันร่วงลงมาเต็มไปหมด ยิ่งฝนตก ยางของดอกไม้ มันจะทำให้รถเหลืองเป็นคราบเลยค่ะ

คุณสาเราเลยกริ้วเล็กน้อย ตื่นเช้ามาดูรถ แล้วสกปรกมากๆ...เลยไปโวยวาย แต่ทางรีสอร์ทก็ดีค่ะ ให้เด็กของเค้า มาช่วยล้างรถให้ และบอกว่า กะลังจะปรับปรุงที่จอดรถให้เป็นแบบหลังคาจริงๆค่ะ ก็นับว่า รับผิดชอบดีอ่ะค่ะ

ราคา - เราว่าที่พักก็สมราคาดีนะคะ ไม่แพงเกินไป เสาร์-อาทิตย์ คืนละ 3,500 บาทค่ะ

บรรยากาศห้องอาหาร - อันนี้เราชอบมากๆค่ะ เสียดายไม่ได้ลงรูป (รูปเยอะแล้วอ่ะ) ยิ่งอากาศดีๆ ไม่ร้อน (วันที่เราไปโชคดีมาก ที่ไม่มีแดดเลย แต่ก็ไม่เจอฝน) นั่งทานอาหาร chill chill ได้ทั้งมื้อเช้า และมื้อเย็น มันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น สบายๆ มากเลยค่ะ เหมือนนั่งทานข้าวในสวน หน้าบ้านเรา อะไรแบบนี้...ประทับใจค่ะ



Create Date : 23 มีนาคม 2552
Last Update : 23 มีนาคม 2552 22:07:52 น.
Counter : 2057 Pageviews.

7 comment
ทริปนี้เพื่อแม่ๆ(และตัวเอง) ที่ Scenery Resort สวนผึ้ง ราชบุรี
สำหรับ Scenery resort เชื่อว่าเป็นที่ๆทุกคนรู้จักกันดีนะคะ เพราะว่า แม้จะเป็นรีสอร์ทเล็กๆ แต่ก็โด่งดังในหมู่นักเที่ยวกันพอสมควรล่ะ เราก็เป็นอีกคนที่ใฝ่ฝันอยากจะไปมาก อยากตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ที่เค้าเปิดใหม่ๆ มีแค่ 3 หลัง จนมีรีสอร์ทใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะ แต่ที่นี่ก็ยังคงติดตลาด ห้องเต็มตลอด จนเราล้มเลิกความคิด..

จนเมื่อเดือนตุลาปี 2007 ได้มีโอกาสมาสวนผึ้งเป็นครั้งแรก แต่พักที่รีสอร์ทอื่น ซึ่งก็ประทับใจในบรรยากาศของสวนผึ้งมาก เพราะวิวนี่เหมือนไปเชียงใหม่เลย (ตอนนั้นไปตอนปลายฝน) แต่ว่าใกล้กรุงเทพเหลือเกิน ขับแค่ 2.30 ชม.เท่านั้น แล้วครั้งนั้นเอง ก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม Scenery ...

แบบว่า ตื่นเช้ามาก ก็เลยออกมาขับรถเล่น ปรากฏผ่าน Scenery ก็เข้าไปเมียงๆมองๆ จนพนักงานเค้าออกมาถาม เราก็กล้าๆกลัวๆเพราะไม่ได้พักที่นี่ แต่แค่อยากจะขอดูหน่อย เกรงใจคนที่พัก เพราะรีสอร์ทเค้าเล็ก และก็มีความเป็นส่วนตัวมาก แต่คุณพนักงานก็ช่างใจดี พาเราชมซะรอบ ให้ถ่ายรูปด้วย ซึ่งบรรยากาศยามเช้านั้น สวยมากๆจริงๆ มีหมอกจางๆ มีทุ่งหญ้า มีลำธาร...โอ๊ยยย หลงรักเข้าให้แล้ว ชั้นต้องมาพักที่นี่ให้ได้...และที่สำคัญ เราทั้ง 2 คน อยากพาบรรดาแม่ๆมาจังเลย เพราะเหมาะให้ผู้ใหญ่มาพักแบบสบายๆ สูดอากาศดีๆ เป็นทริปที่ไม่เหนื่อยจนเกืนไป

กลับกรุงเทพจัดการจองห้องพักเลยค่ะ ห้องเต็มไปถึง ม.ค. 51 เอาวะ ล่วงหน้าเลย 3 เดือน จอง 2 ห้อง เพราะพาคุณแม่ของสามี (แม่ผัวนั่นเอง 555) กับคุณแม่ตัวเองมาด้วย เป็นทริปครอบครัวสุขสันต์ไป อิอิ

ไปดูบ้านพักกันเลยค่ะ..เราจองบ้าน 2 หลัง คือ คอริเดล และคฑาดิน อยู่ข้างๆกันค่ะ แต่ว่าข้างในตกแต่งคล้ายๆกัน (แทบจะเหมือนกัน) เลยเอาหลังที่ตัวเองพักมาให้ดูละกันค่ะ เป็นหลังกลาง 1 ใน 3 หลัง ...แต่ เอ่ออ จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ

อันนี้หลังริมสุด ที่คุณแม่ๆพักกันค่ะ



มองออกไป ก็เป็นหลังที่เราพัก




มาดูในบ้านกันเล้ยยย ทั้ง 2 หลัง ภายในก็จะคล้ายๆกันค่ะ



เปิดเข้าไปก็จะเจอ ส่วนที่เป็นเหมือน living room เล็กๆ มีทีวี แล้วก็โซฟานั่งสบายสุดๆ





เห็นมั้ยคะ ข้างๆโซฟานั่นอะไร...ห้องน้ำแอบเซ็กซี่ด้วยนะ

ไปดูส่วนเตียงนอนดีก่า







highlight เลยคือ หน้าต่างห้องนอนนั้น กว้างมากก เห็นวิวเขาเขียวๆ สวยมากค่ะ แถมยังเปิดได้ด้วยนะ ถ้าอากาศดีๆ ลมพัดเย็นสบาย ไม่ต้องพึ่งแอร์ค่ะ



ไปดูห้องน้ำบ้างค่ะ



ชอบมากๆๆๆเลยอ่ะค่ะ ห้องน้ำกว้างดี แล้วก็เป็นสัดเป็นส่วน





อ่างอาบน้ำ ใหญ่มากๆ และที่บอกว่า ถ้าเปิดม่าน ก็จะเห็น living room ค่ะ



เอาล่ะ ขึ้นไปดูดาดฟ้าบ้างนะคะ....ก็กว้าง น่านั่งเล่น นอนอ่านหนังสือ อีกนั่นแหละ



คือ มีโต๊ะอาหาร ไว้สำหรับจะทาน dinner หรือ breakfast ที่ห้องก็ได้ มีเตาบาร์บีคิวด้วย มีเตียงไว้นอนอ่านหนังสือ มีเปลไว้นอน ชิลล์ ชิลล์ คือ เรียกว่า ใส่ใจในรายละเอียดทุกๆส่วนจริงๆค่ะ




ตอนเย็นๆ ก็เดินเล่นถ่ายรูปกัน happy happy...บรรยากาศที่ลำธาร




ถ่ายคู่หน้าบ้าน



เดินไปเรื่อยๆ



ไปชมแกะตัวเป็นๆดีกว่า





กับแกะปลอมๆ อิอิ



ต่างคน ต่าง enjoy กับสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก





เริ่มมืด บรรยากาศก็สวยไปอีกแบบ



dinner สั่งบาร์บีคิวมาปิ้งกินกันบนดาดฟ้า



หลับฝันดีแล้ว ตื่นเช้ามา ก็มาขี่ช้างกัน



เห็นแดดสวยๆ ขอเป็นนางแบบหน่อยนะ อิอิ





สรุป ประทับใจ Scenery มากๆ ให้ 5 ดาวเลยค่ะ (หรือ 6 ดาวดีหว่า) ทั้งในแง่ที่พักและบริการ ประทับใจสุดๆ ชอบมากๆ แล้วจะกลับมาอีกแน่นอนค่ะ




Create Date : 31 มกราคม 2551
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 16:35:43 น.
Counter : 978 Pageviews.

1 comment
ฟาร์มโชคชัย...เด็กไปได้ ผู้ใหญ่ไปก็ happy ....อิอิ
ช่วง 16-17 ก.ย. ครอบครัวของเราได้มีโอกาสไปฟาร์มโชคชัยค่ะ ฟังดูว่าไปกันเป็นครอบครัวเหมือนจะมีเด็กๆไปด้วยนะ แต่จริงๆแล้ว ประกอบไปด้วย คุณพ่อ-คุณแม่ น้องสาว (ของเรา) และ เรากับสามีค่ะ อารมณ์แบบว่า อยากกลับไปเป็นเด็กๆ เที่ยวกับพ่อแม่พี่น้อง อีกครั้ง อิอิ

ไปฟาร์มโชคชัยงวดนี้ เราซื้อแพคเกจของเค้าไปเลยค่ะ ที่มีทัวร์ฟาร์มโชคชัย มีเรียนทำไอศครีม และที่พักแบบเต๊นท์(ติดแอร์) 1 คืน รวมอาหาร 3 มื้อด้วย ตกคนละ เกือบๆ 4 พัน ก็แพงเหมือนกันนะ แต่ก็โอเคอ่ะค่ะ ประทับใจนะ

เริ่มต้นโปรแกรม ก็ขับรถมาถึงที่ฟาร์มโชคชัยราวๆ 11.30 ได้ ก็จะนัดพบกันที่นี่ค่ะ



จะมีบริการอาหารกลางวัน และก็แนะนำฟาร์มโชคชัยก่อน





อาหารกลางวันก็จะมีพวกสปาเก็ตตี้ ซุปข้าวโพด แฮมเบอร์เกอร์ ไส้กรอก ลูกชิ้น ก็เยอะดีเหมือนกัน



หลังจากกินเสร็จ ก็จะเป็นการทัวร์ของฟาร์มโชคชัยอ่ะค่ะ อันนี้ก็จะมีไป join ทริปกับคนที่มาแบบซื้อทัวร์อย่างเดียวด้วย ส่วนโปรแกรม หลายๆคนคงรู้แล้ว ก็จะมีชมโชว์โคบาล ชมรีดนมวัว ประมาณนั้น ส่วนครอบครัวเรา เคยมากันแล้ว ก็เลยเน้น ถ่ายรูป 555








2 รูปนี้ เรากะสามีตั้งใจถ่ายเลียนแบบ สมัยที่จีบกันใหม่ๆ มาเที่ยวฟาร์มโชคชัยกันเป็นทริปแรกๆ (เอาไว้หารูปสมัยก่อนได้ จะเอามาแปะเพื่อเปรียบเทียบ 555)





และเวลาที่ทุกคนรอคอย ก็คือ class ทำไอศกรีม อิอิ เนื่องจาก ยังไม่มีใครเคยทำเลย และส่วนตัว เรากะน้อง ชอบกินไอติมนมของ อืมม มิลค์ มาก เค้าว่าทำแล้วจะได้เอากลับบ้านด้วย เลยกระตือรือร้นเป็นพิเศษ



ครอบครัวสุขสรรค์



จริงๆการทำไอติมก็ง่ายมากๆเลยอ่ะค่ะ แค่เอานมสด ผสมน้ำเชื่อม และไซรับสำหรับกลิ่นต่างๆ ถ้ารสสตรอเบอร์รี่ ก็เอาน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ใส่ ถ้าคุ้กกี้แอนด์ครีม ก็เอาโอริโอ้บดใส่ แล้วก็ใส่เครื่องปั่น พอออกมา ก็ตักใส่ถ้วยกระดาษ ตกแต่งด้วยช๊อคชิพ หรือเยลลี่ให้สวยงาม..จบ..

น่าเสียดายที่รสที่เรากะน้องชอบ คือ รสนม แต่เค้าไม่ให้ทำ เพราะมันง่ายเกินไป ไม่ต้องผสมอะไรเลย ไอติมที่ได้เอากลับบ้าน ก็คือรสอื่นๆที่ทำในห้อง เลยอดได้รสนมเลยอ่ะ

จบจากเรียนทำไปติม ก็เป็นอันจบโปรแกรมทัวร์ฟาร์มวันนี้ค่ะ

ต่อไป ก็เดินทางไป บูทีค แคมป์ กันบ้างนะคะ

*****************

มาชมภาพบริเวณแคมป์กันค่ะ เค้าบอกว่า เป็นป่าที่ปลูกอยู่ในบริเวณฟาร์ม ใช้เวลา 15 ปีเชียวนะ














ไปดูห้องพักกันบ้างค่ะ อย่างที่ทราบ ห้องพักที่นี่จะเป็นเต็นท์ติดแอร์นะคะ ข้างไหนก็สะอาด กว้างขวางดีค่ะ ก่อนไปนึกภาพไม่ออกเลยว่าเต๊นท์ติดแอร์เป็นยังไง แต่พอไปเห็น ก็ประทับใจดีนะ





แอร์ที่บอก ก็เป็นตัวแค่นี้แหละค่ะ



และที่น่ารัก เค้ามีเหมือนพวกสบู่ ผ้าเช็ดตัว ใส่เป็นตระกร้าไว้เลย น่ารักดี กระติกน้ำแข็ง ก็ใส่น้ำแข็งกะโค้กกระป๋อง (ฟรี) ไว้ให้ด้วย อยากบอกว่า ดีจัง น้ำเย็นไปจนถึงเช้า โดยไม่ต้องมีตู้เย็นเลยค่ะ



ไปดูห้องน้ำบ้างนะคะ...ส่วนของโซนห้องน้ำ จะแยกออกมาต่างหาก ไม่ได้มีอยู่ในเต็นท์ค่ะ แต่ก็สะอาดดี เป็นแบบนุ่งลมห่มฟ้านิดนึง เห็นธรรมชาติ

บริเวณอ่างล่างน้ำ สำหรับล้างหน้า แปรงฟัน



และนี่คือในห้องน้ำ ที่บอกว่า ชมธรรมชาติค่ะ ส่วนตัวเรา ชอบมากๆเลยแหละ มันรู้สึกดี เปลี่ยนบรรยากาศ



พักผ่อนที่เต็นท์ อาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อย ก็ได้เวลาของอาหารเย็นค่ะ เป็นพวกบาร์บีคิว แล้วก็มีสเต๊กด้วย...สำหรับอาหารเย็น ต้องบอกว่า เยี่ยมเลยล่ะค่ะ อาหารเยอะ หลากหลายดี กินกันอิ่มสุดๆๆ



ก่อนนอน อย่าลืมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยนะคะ เพราะห้องน้ำ มันไกลนิดนึง ถ้าต้องตื่นขึ้นมากลางดึก มันทรมานสุดๆ อิอิ

**********

สำหรับโปรแกรมตอนเช้า ก็เป็นโปรแกรมที่เราชอบมากๆๆอีกเหมือนกันค่ะ เค้าให้ตื่นมาตั้งกะ 6 โมงเช้า เดินบริหาร ขึ้นเขาเล็กๆ ที่ชื่อเขาน้อย เห็นวิวฟาร์มชัดเจนเชียว อากาศก็ดีสุดๆ



ลงจากเขา ก็บริการอาหารเช้าแบบตระกร้าปิคนิก บรรยากาศดีมาก เค้ากางเต๊นท์ กลางทุ่ง ให้เราได้ทานอาหารในบรรยากาศฟาร์มยามเช้า



ตอนแรกเค้าบอกว่าจะมีอาหารแบบปิคนิค เราก็ยังคิดว่าสงสัยแจกแซนวิช คนละอัน กับชา กาแฟอะไรงี้ แต่ที่ไหนได้ เค้าแจกตระกร้าปิคนิคคนละตระกร้า น่ารักเชียว



แต่ยังไงก็ยังมีชา กาแฟ บริการอยู่



เสร็จจากอาหารเช้า ก็กลับเต็นท์ อาบน้ำ แล้วก็เก็บของเตรียมตัวกลับบ้านค่ะ และระหว่างรอรถมารับ ครอบครัวเรา ก็ถ่ายรุปเช่นเคย อิอิ







สรุปทริปนี้ดีกว่านะคะ..ส่วนตัวเราค่อนข้างประทับใจค่ะ ตัวแคมป์ค่อนข้างทำได้ดี สะดวกสบาย สะอาด พนักงานก็ดูแลดีค่ะ แบ่งข้อดี ข้อเสียเป็นข้อๆเลยดีกว่า

ข้อดี

1. ที่พักเป็นธรรมชาติมากๆๆ แบบว่าชอบนอนเต็นท์อยู่แล้วอ่ะค่ะ
2. ห้องน้ำสวยดี อาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ ก็ชอบอีกน่ะแหละ
3. โปรแกรมทัวร์ฟาร์ม ก็โอเค ไม่อัดจนเกินไป พอมีเวลาให้แต่ละ activity
4. อาหารใช้ได้ในทุกๆมื้อ
5. โปรแกรมออกกำลังตอนเช้า ดีมากๆ ให้คนเมืองอย่างเราๆได้สูดอากาศบริสุทธิ์ อากาศก็เย็นดี บรรยากาศนั่งทานข้าวเช้าท่ามกลางฟาร์ม มันสบายอย่างบอกไม่ถูก

ข้อเสีย

1. แพงไปนิดนะ 555
2. เต๊นท์ค่อนข้างติดกันเกินไปนิด คือถ้าเปิดแอร์ แล้วปิดหน้าต่าง(เต๊นท์) ก็ไม่เป็นไรอ่ะค่ะ ไม่แออัดมาก แต่ถ้ากรณีที่อยากเปิดหน้าต่าง รับลม คนเดินผ่านไปผ่านมา หรือเต๊นท์ข้างๆก็จะเห็นด้านในเต๊นท์หมดเลย จริงๆเราเอง อยากนอนแบบเปิดเต๊นท์ สูดกลิ่นป่าๆมากเลย แต่ว่ามันไม่มิดชิดอย่างที่บอก เราก็เลยต้องนอนเปิดแอร์ ทั้งๆที่อุตส่าห์มานอนแบบแคมป์แล้วนะเนี่ย
3. น่าจะมีโปรแกรมแบบว่า ที่พักอย่างเดียวน่ะค่ะ เพราะคนที่เคยไปทัวร์ฟาร์มแล้ว ก็คงไม่อยากมาทัวร์ซ้ำ แต่อาจจะอยากมาพักเต๊นท์ซ้ำก็ได้ (อันนี้คอมเมนต์เค้าไปแล้วแหละ ไม่รุ้ตอนนี้มีรึยัง แต่ตอนเราไป มีขายแต่เป็นแพคเกจ)
4. ให้ check out เร็วมากๆๆๆ คือกว่าจะเข้าที่พักได้นี่ก็ 4-5 โมงเย็นแล้วอ่ะค่ะ แล้วเวลา check out ยังให้ออกประมาณ 9 โมงได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมเร็วอย่างงั้น เพราะเราก็อยากนอน enjoy อ่านหนังสือ อะไรในเต๊นท์ ชิลล์ ชิลล์ หน่อย แต่ให้อยู่เต๊นท์สั้นมากอ่ะ เหมือนแค่ให้นอนอย่างเดียว น่าจะให้ออกได้ซัก 11 โมงนะคะ

สรุปรวมๆ ก็ยังประทับใจอยู่ค่ะ ....อย่างที่หัวข้อบอกค่ะ ไม่จำเป็นต้องคิดว่าพาเด็กๆไปนะคะ ผู้ใหญ่อย่างเราๆนี่แหละ charge bat ดีนักแลค่ะ..ลองไปกันดูนะคะ

ไว้พบกันใหม่ ทริปหน้าค่ะ




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2550 18:31:50 น.
Counter : 4106 Pageviews.

4 comment
1  2  

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments