check up 1 เดือน & ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ-บี เข็มที่ 2 (14/2/14)

 

 

วันนี้เรามีนัดคุณหมอ 12.30 น. ค่ะ ถือเป็นคิวนอกอีกเช่นเคย

เพราะพยาบาลจะโทร.มานัดเวลาก่อนแค่ 1 วัน

เราไปถึงก่อนเวลา ก็เลยพอมีเวลาถ่ายรูปเล่นกันบ้าง

(มีบทเรียนจากตอนมิสาว่า มีรูปถ่ายกับลูกน้อยมากกก คราวนี้เลยต้องจัดหลายรูปหน่อย

ไม่งั้นเวลาหารูปถ่ายกับลูกตอนเล็กๆ มันไม่มีเลยอ่ะ

ซึ่งสาเหตุที่ไม่มี เพราะ อยู่บ้าน กิ๊กจะโทรมสุดๆๆๆ 555 เลยไม่อยากถ่าย

จะสวยอยู่ ก็วันมารพ.นี่แหละ เลยต้องถือโอกาสนี้ถ่าย 555)

  

 

สิตาครบ 1 เดือน ความรู้สึกคือ มีเนื้อมีหนังขึ้นเยอะ 555

แต่ยังไม่รู้ว่าจะนน.เท่าไร่

ก็ลุ้นอีกล่ะ (เหมือนตอนมิสาเด๊ะเลย 555)

และยิ่งสิตามีอาการแหวะนมด้วย เราก็เป็นห่วง

สรุปคือ นน. 3,880 กรัม สูง 51 ซม.ค่ะ

 (อ้วนกว่า แต่สั้นกว่า มิสา 555)

 

 

โดนคุณหมอว่าเล็กน้อย เพราะ.นน.ขึ้นเยอะไป

คือ ขึ้น 1000 กรัม นับจากแรกเกิด หรือ จริงๆ คือ 1,200 กรัม นับจากตอนออกจากรพ. (2,650)

แต่ก็นะ ...จริงๆแอบดีใจ 555

ก็อยากมีลูกอ้วนๆบ้างอะไรบ้าง

 

 

ส่วนตอนหาหมอ สิตาอารมณ์ดีตลอดนะ

ไม่ว่าจะตรวจจมูก ตรวจหู ตรวจปาก

แต่พอสุดท้าย โดนเข็มจึก ก็ร้องไห้แง๊ๆๆอยู่ดี 555

แต่พอกิ๊กอุ้ม ก็หายทันทีค่ะ Smiley

 

ส่วนเรื่องน้ำนม ต้องถือว่า นมมาเยอะมากค่ะ

คือ 1-2 อาทิตย์แรกนี่คัดตลอดเวลา ทุก 2 ชม.เลย

แต่ด้วยความที่ลูกยังกินน้อยอยู่ และกิ๊กไม่เน้นทำ stock

(เพราะเป็น full time mom เน้นกินเต้า)

มันก็เลยค่อยๆลด แบบตั้งใจให้ลด

สรุป 1 เดือน ก็มี stock 30 ถุง และ ปั๊มให้มิสากิน วันละ 8 ออนซ์ทุกวันค่ะ Smiley

 

 




Create Date : 11 มิถุนายน 2557
Last Update : 27 มิถุนายน 2557 11:53:30 น.
Counter : 988 Pageviews.

2 comment
สิตา 1 เดือน...เวลาผ่านไป..ไวเหมือนโกหก (14/2/14)
 

กิ๊กมีความหวังมาจากรพ.ว่าสิตาจะเลี้ยงง่าย เพราะพยาบาลมีฉายาให้ว่า 01 เลี้ยงง่าย 555

(อยากรู้ว่ามาจากไหนต้องอ่านตอนอยู่รพ.ค่ะ อิอิ)

ซึ่งหลังจากที่สิตากลับบ้านมา 2 อาทิตย์แรก ก็ไม่ทำให้ผิดหวังนะ

เพราะว่า สิตาเลี้ยงง่ายมากๆค่ะ

 

 

 

คือ กินนม แล้วก็นอน ไม่มีร้องกวนโยเยเลย

 อย่างตื่นมา เค้าก็ไม่ร้องนะ ได้แต่ทำนอนตาแป๋วๆ จนเราต้องเข้าไปอุ้มเอง หรือถ้าหิวนม อย่างมากที่สุด ก็ร้องแอ๊ะๆๆๆ

 

 คุณตานี่ถึงกับออกปากว่า ไม่ได้ยินเสียงร้องเด็กเลย เลี้ยงง่ายมาก

 เพียงแต่จะยากกว่ามิสานิดนึงตรงที่ 

ระยะเวลาการนอน และการกินนมมันค่อนข้าง vary มาก 555

 

 

 

อย่างมิสา กินนมแล้ว เค้าก็จะนอนยาวไปเลย 3-4 ชม.

 แต่สิตา จะมีตั้งแต่ 2-3-4 ชม. แล้วก็ cycle ยังไม่แน่นอน

เดี๋ยวกินแล้วนอน ไม่ก็นอนแล้วตื่นมากิน

 ส่วนตอนกลางคืน ตอนแรกกิ๊กลุ้นอยู่นะ ว่าจะกวนบ่อยรึป่าว

 แต่เอาเข้าจริง คือ กินนมแล้วก็หลับได้  (2-3-4 ชม.)

 แต่ดีที่ว่าเวลาตื่นมากินนม พอกินนมเสร็จ ก็หลับต่อได้เลย ไม่ได้กวนอะไรเรา

 (จริงๆคือเรานอนต่อได้ แต่เผอิญกิ๊กต้องปั้มนม เลยไม่ได้นอนอยู่ดี 555)

 

 

เพราะฉะนั้นที่เค้าว่า เด็กจะยังไม่รู้เวลากลางวันกลางคืน ก็ตัดไปได้

เพราะสิตานอนกลางคืน ดีกว่ากลางวัน (สบายเรา อิอิ)

 

 

แล้วเวลาเอานอนเนี่ย ก็ง่ายอีกล่ะ เพราะไม่ต้องอุ้มกล่อมเลย กินนม แล้วก็สามารถวางบนเบาะ

 เค้าก็นอนได้เอง สบายๆ คือ อะไรก็ง่ายไปหมด นอนก็เยอะ

 

แต่จุดเปลี่ยน จะอยู่ที่หลัง 2 อาทิตย์ไปนี่แหละ 555

 คือ จะเริ่มมีเสียงร้องบ้างแล้วนะ ส่วนมากจะเวลาหิวนม แต่ยังร้องไม่ดังมากเท่าไร่

 แล้วก็เวลานอน อาจจะต้องมีอุ้ม (ของคุณยาย คือ วางบนเบาะแล้วแกว่ง)บ้าง

 คือ เริ่มรู้เรื่องมากขึ้นและ มีตื่นมากขึ้น แต่รวมๆก็ยังเลี้ยงไม่ยากเท่าไร่

 

 กลางคืน ก็นอนดีเหมือนเดิม

 

เล่ามาเหมือนจะดีซะหมด แต่จริงๆที่กิ๊กกลุ้มใจมาก คือ

สิตามีอาการ "แหวะนม" ง่ายมากๆค่ะ

เรียกว่า กินทุกครั้งแหวะทุกครั้งเลย

ตอนแรกคิดว่า เพราะยังไม่เรอรึป่าว

เพราะสิตาก็เรอยากด้วย อุ้มพาดบ่าอะไรก็ไม่เรอ

แล้วมันก็เลย แหวะ

แต่เราก็ลองหาข้อมูลดู เค้าก็ว่า เด็กอาจจะมีอาการนี้ได้

เพราะ กล้ามเนื้อหูรูดตรงรอยต่อของหลอดอาหารและกระเพาะยังทำงานได้ไม่ดี

ไม่ต้องตกใจไป อาการจะค่อยๆดีขึ้นเอง

(เท่าที่เคยถามมา เพื่อนบอกว่า ถึง 6 เดือนแน่ะ T_T)

 ซึ่งกิ๊กก็กลัวว่า ลูกจะกินไม่พอไง เพราะกินไปก็แหวะหมด

ก็ลองถามเพื่อนๆหลายๆคน

ปรากฏว่า ก็มีเด็กๆเป็นกันเยอะ

แต่เราไม่รู้เลย เพราะมิสาไม่เป็นเลย

กินนมเสร็จ จับเรอ เรียบร้อยทุกที

ส่วนสิตาก็ กินเสร็จ แหวะทุกที เหอ เหอ

คำแนะนำ คือ ต้องจับเค้านอนบนหมอน หรือ จับนั่งให้ตั้งๆไว้

ตั้งนานๆเลย ให้นมมันผ่านลงไปเรียบร้อย จะได้ไม่ย้อนขึ้นมาอีก

ก็พอช่วยได้บ้าง แต่มันต้องตั้งนานจริงๆ คือ บางทีมันเมื่อยไง 555

บางทีพอนอนลงเร็ว อ้าว..ก็แหวะอีกล่ะ

เฮ้ออ แม่ล่ะกลัวหนูนน.ไม่ขึ้นจริงๆเล้ยย

ไว้ลุ้นกันตอนครบ 1 เดือนนะคะ คุณลูก Smiley

 




Create Date : 09 มิถุนายน 2557
Last Update : 27 มิถุนายน 2557 11:49:34 น.
Counter : 762 Pageviews.

1 comment
Check up อายุครบ 5 วันค่ะ (19/1/14)

 

เนื่องจากคุณหมอบอกว่าสิตามีพังผืดใต้ลิ้น คุณหมอเลยกลัวว่าจะดูดนมได้ไม่ดีและนน.อาจจะไม่ได้ตามเกณฑ์ คุณหมอก็เลยนัดมา check up หลังจากกลับบ้านไป 2 วันค่ะ (อาจจะนานกว่านี้ได้ ถ้าน้องกินนมดี ไม่มีปัญหาอะไร)

พอครบ 5 วัน กิ๊กได้พาสิตามา check up ที่ BNH และได้บอกคุณหมอถึงเรื่องว่า ไปตัดมาแล้ว แต่สิตายังดูดได้ไม่ดีเหมือนเดิม คุณหมอก็บอกว่า ก็ต้องให้ดูดไปเรื่อยๆ พยายามเอาเข้าเต้าให้ลึกๆ เดี๋ยวก็เป็นเอง...คือ เด็กอะเนอะ จะไปสอนให้ทำหยั่งงั้นหยั่งงี้ก็ไม่รู้เรื่องอ่ะ 555 ทางเดียวที่ทำได้คือ ให้ดูดไปเรื่อยๆ อย่าไปท้อ อย่าไปให้ขวดก่อนก็พอ

ซึ่งผลจากการดูดนมได้ไม่ดี ทำให้กิ๊กค่อนข้างกังวลว่า นน.ลูกจะขึ้นดีรึปาว ประกอบกับสิตาชอบแหวะนมด้วยค่ะ เลยกังวล...แต่ผลจากการกลับบ้านไป 2 วัน สิตาก็ นน.ขึ้นจาก 2,650 กรัม เป็น 2,690 กรัมค่ะ เฉลี่ยขึ้นวันละ 20 กรัม ซึ่งคุณหมอบอกว่า โอเคค่ะ Smiley

 

*ในรูปพิมพ์ผิดนะคะ จริงๆต้องอายุ 5 วัน 555

 

ในรูปนี้คือ ใส่ชุดเดียวกันกับมิสา ตอนมิสา 7 วัน เพื่อไปเช็คอัพนน.เลยค่ะ อิอิ

คาร์ซีทอันเดียวกันด้วย ได้ฤกษ์เอามาใช้อีกครั้ง...คุ้มดี Smiley




Create Date : 07 มิถุนายน 2557
Last Update : 7 มิถุนายน 2557 12:21:30 น.
Counter : 696 Pageviews.

0 comment
Tongue Tie...เมื่อหนูสิตาต้องผ่าตัดตั้งแต่อายุ 4 วัน (17/1/14)

 

อย่าไม่น่าเชื่อว่าปัญหาเดิมที่เคยเกิดกับมิสา สิตาก็ต้องมาเป็นกับเค้าด้วย (อะไรจะเหมือนกันขนาดนั้น) นั่นก็คือ ปัญหาเรื่อง Tongue Tie นั่นเองค่ะ (ตามอ่านรายละเอียดเรื่องนี้ได้จากลิงค์นี้ค่ะ) พอคุณหมอบอก ก็เลยไม่ตกอกตกใจเท่าไร่ ก็คิดว่า เดี๋ยวจะพาไปตัดที่เดิมกับที่มิสาตัด ก็คือ ที่รพ.เซนต์หลุยส์ แต่พอคุณหมอบอกว่า ให้รีบไปตัดเลยนะ ให้ไปวันเดียวกับที่ออกจากรพ.เลย (คือ ก่อนกลับบ้านก็ให้หแวะทำเลย) เราก็ตกใจ เลยถามคุณหมอว่า เป็นเยอะเหรอคะ คุณหมอบอกว่า ใช่ เป็นเยอะ คุณหมอกลัวเค้าจะดูดนมได้ไม่ดี (เพราะตอนมิสา คือ ไม่ได้เป็นมาก จะตัดหรือไม่ตัดก็ได้) แล้วนน.จะไม่ขึ้น...กิ๊กเลยมาลองดู เออ จริงนะ เพราะสิตาเค้าดูดได้ไม่ถึงลานนมอ่ะค่ะ แล้วก็ทำให้เจ็บหัวนมมากๆๆ คือ หัวนมแตกตั้งกะอยู่รพ.แล้ว (ตอนมิสามาแตกที่บ้าน) เจ็บสุดๆ ก็เลยบอกพี่หยี่ให้ช่วยนัดหมอให้ด้วย เอาวันที่ออกจากรพ.เลย หาหมอเดิมยิ่งดี แต่ดันจำชื่อหมอไม่ได้แล้ว Smiley พี่หยี่ก็จัดการนัดเสร็จสรรพ ก็ปรากฏได้คุณหมอคนเดิมกับที่ทำให้มิสา ก็เลยทำให้อุ่นใจ

อย่างมิสาต้องผ่าตัดตั้งกะอายุ 6 วัน ก็ว่าน้อยแล้วนะคะ แต่สิตาน่าสงสารกว่า เพราะต้องโดนผ่าตัดตั้งกะอายุ 4 วันค่ะ 5555 ออกจาก BNH ก็วิ่งตรงมาเซนต์หลุยส์เลย ให้พี่หยี่ขับหาที่จอดใกล้ๆ ส่วนตัวกิ๊กเองลงมาก่อน ที่น่าแปลกใจ คือ รู้สึกตัวเองเดินอุ้มลูกได้สบายๆ ไม่เหมือนคนเพิ่งผ่าตัดคลอดมา 4 วัน 555 รพ.ใหญ่มาก ก็เดินขึ้นลิฟท์กันไป แข็งแรงสุดๆ 55 จนคุณพยาบาลที่ลงทะเบียนเห็น เลยเรียกรถเข็นให้ บอกเอารถเข็นดีกว่าค่ะ 555 พอมาป๊ะหน้ากับคุณหมอ คุณหมอจำเราได้อีกแน่ะ 555 บอกว่า ทำไมเป็นเหมือนกันเลย 2 พี่น้อง ... (นั่นสิคะ ทำไมๆๆๆ)

 

ระหว่างนั่งรถจาก BNH ไปรพ.เซนต์หลุยส์

 

แล้วก็เหมือนเดิม คือ คุณหมออุ้มสิตาเข้าห้องผ่าตัดไปกัน 2 คน ปล่อยให้พ่อกับแม่รอหน้าห้อง คราวนี้เราปล่อยสิตาให้อยู่ในมือคุณหมอแบบสบายๆ ไม่ค่อยห่วงอะไร เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว 555 ระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที คุณพยาบาลก็อุ้มสิตาออกมาส่ง มองเห็นจุดเล็กๆเหมือนแผลร้อนในที่ใต้ลิ้นสิตา และมีเลือดซึมๆ รู้สึกสงสารลูกมากอยู่เหมือนกันค่ะ....หลังจากนั้นก็เลยลองไปให้นมสิตาที่ห้องให้นม เพื่อลองเทสต์ดูว่า ดูดนมได้รึป่าว...แต่คราวนี้ใจเสียเลยนะ เพราะสิตาไม่ดูดเลยค่ะ ดูดไม่ได้ คุณพยาบาลก็ช่วยกันสุดฤทธิ์ ทั้งเอาไปอุ้ม ไปบิวท์อะไรอยู่นาน ลองดูดนิ้วด้วย ก็ไม่สำเร็จ ใช้เวลานานมากๆๆๆๆ (นานกว่ามิสาเยอะเลย) กว่าจะดูดได้ ซึ่งพอดูดได้ ก็เหมือนเค้ายังชินกับการดูดแบบเดิมๆ (กระดกลิ้นได้น้อยๆ) ทำให้ไม่ได้ดูดดีขึ้น และกิ๊กก็ยังเจ็บเหมือนเดิม คุณพยาบาลบอกว่า ต้องฝึกไปเรื่อยๆ เพราะเค้ายังไม่ชิน...สรุป กลับบ้านมา ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ดูดแบบเดิมๆ แม่เจ็บแบบเดิมๆอยู่ 555

ระหว่างนั่งรอหมอที่รพ.เซ็นต์หลุยส์

 

 

 

ในรูปนี้คือ ใส่ชุดเดียวกันกับมิสา ตอนมิสา 7 วัน เพื่อไปเช็คอัพนน.เลยค่ะ อิอิ

คาร์ซีทอันเดียวกันด้วย ได้ฤกษ์เอามาใช้อีกครั้ง...คุ้มดี Smiley




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 7 มิถุนายน 2557 12:06:37 น.
Counter : 779 Pageviews.

5 comment
บันทึกประสบการณ์ผ่าคลอด 4 วัน 3 คืน @ BNH Hospital (14/1-17/1/14)

 

เมื่อต้องเข้ารพ.ในวัน Bangkok Shutdown (13 ม.ค. 57)

ถ้าจะเริ่มบันทึกถึงการคลอดท้องนี้ ก็คงต้องเริ่มตั้งแต่เข้ารพ.กันเลยทีเดียว 555 เพราะกำหนดผ่าคลอดสิตา คือ วันที่ 14 ม.ค. 57 เวลาประมาณ 8 โมงเช้า ซึ่งถ้าใครผ่าก่อนเที่ยงเนี่ย รพ.เค้าจะให้เรามานอนรอได้ก่อน 1 คืน (ฟรี อิอิ) โดยเข้าเช็คอินห้องพักได้ตั้งแต่เวลา 20.30 น. นั่นแปลว่า กิ๊กจะต้องเดินทางมารพ. BNH (ซึ่งอยู่ระหว่างถ.สีลมกับสาทร ทีมีม็อบพอดี๊พอดี) ในวันที่ 13 ม.ค. 57...

ซึ่งตอนแรกที่ตัวเองรู้ว่าจะมี BKK shutdown ในวันนี้เนี่ย ก็ออกอาการเซ็งเลยนะ คือ นึกว่าจะพ้นแล้วไง มาคลอดตั้งกลางเดือนม.ค....ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ ถ้าปิดถนนแล้วเราจะไปยังไง ? กิ๊กไปโพสต์ลง FB เพื่อนๆก็เป็นห่วงกันใหญ่ ให้เลื่อนบ้างอะไรบ้าง แต่กิ๊กก็ไม่ได้เลื่อน (ห่วงฤกษ์มากกว่า 555) ก็ได้โทร.ไปถามเรื่องรถพยาบาลสำรองไว้ ถ้าเค้าปิดถนน.อย่างน้อย ก็คงเปิดให้รถพยาบาลไป

แต่ปรากฏว่า พอถึงวันที่ 13 จริงๆ ก็ลองดูๆ ปรากฏว่า ปิดถ.สีลม แต่สาทรไม่ได้ปิด ซึ่งเราก็คงไปทางนั้น (จากเจริญนคร) แล้วเราก็ออกจากบ้านค่ำๆด้วย เพราะเค้าให้เข้าได้หลัง 2 ทุ่มครึ่ง...ซึ่งพอออกจากบ้านจริงๆ ปรากฏกลายเป็นว่า ถนนโล่งมากกกก วิ่งข้ามสะพานสาทรถึงรพ.ฉลุยมาก ไม่เกิน 15 นาทีก็ถึง (รึถนนอาจจะโล่งกว่าวันปกติด้วยซ้ำ เพราะคนไม่กล้าออกจากบ้าน 555) พอไปถึงรพ. ก็รีบไลน์บอกทุกคนที่เป็นห่วงว่าถึงแล้วนะ รถโล่งมาก เป็นอันสบายใจหายห่วงได้ 555

 

 

 

ประสบการณ์ผ่าคลอด (14 ม.ค. 57)

ประสบการณ์ผ่าคลอดท้องนี้ ขั้นตอนต่างๆก็ยังคงเหมือนเมื่อตอนท้องแรก (ก็น่าจะเป็นหยั่งงั้นป่ะ 555) ลองไปอ่านกันดูได้นะคะ ที่ลิงค์นี้....จะมีแตกต่างไปบ้าง ก็คือ ส่วนห้องรอผ่าคลอด รู้สึกว่าจะทำใหม่ (รพ. renovate ใหม่) เป็นห้องๆ มีผ้ากั้นเรียบร้อย (ตอนนั้นเหมือนเอาเตียงจอดรออยู๋หน้าห้อง 555) และตอนที่ให้พี่หยี่เข้ามา เป็นตอนหลังบล็อคหลังเรียบร้อยแล้ว คือ เข้ามาท้ายสุด (หลังจากส่งกิ๊กเข้าห้องรอผ่าคลอด)...คราวนี้ก็ฝากกล้องไว้กับพี่หยี่ แต่ไม่ต้องมีแว่นแล้ว อิอิ ส่วนหน้าตา ก็แต่งไว้แล้วเรียบร้อย ไม่พลาดเหมือนคราวที่แล้ว 555

วินาทีที่ลูกจะออกจากท้อง ยังคงตื่นเต้นเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดิมนิดนึง เพราะท้องนี้ซาวด์น้อยมาก (แค่ 2 ครั้ง ครั้งสุดท้าย คือ 7 เดือน และไม่ได้ซาวด์ 4 มิติ) ทำให้ไม่ค่อยเห็นลูก เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าเค้าจะสมบูรณ์ทุกอย่างรึป่าว ก็เลยลุ้นมากหน่อย กับอีกเรื่อง คือ เรื่องนน.ลูก เพราะคนนี้ดูเหมือนจะตัวเล็กกว่ามิสา (และผ่าออกมาก่อนด้วย ตอน 38 วีค ของมิสา 39 วีค) ก็เลยกังวลๆอยู่...ส่วนความตื่นเต้น วินาทีที่ลูกออกมานั้น ยังคงตื่นเต้นถึงขึดสุดเหมือนเดิม พอได้ยินเสียงเด็กร้องเท่านั้นแหละ น้ำตามันก็ไหลพรากๆเหมือนเดิมเลย 555 (ตอนแรกยังนึกว่าจะไม่ไหลนะ เพราะท้อง 2 ที่ไหนได้)...

จากนั้นพยาบาลก็อุ้มลูกมาให้ถ่ายรูป 3 คน...ขำคุณหมอวิสัญญี เดินมาถอดหมวกพร้อมจัดผมให้เสร็จสรรพ บอกว่าจะได้ถ่ายรูปสวยๆ 555 ...พอเห็นลูกครั้งแรก ก็พยายามประเมินขนาดลูก รู้สึกว่าตัวเล็กจัง จะนน.โอเครึป่าว 555...ซึ่งพอหมอสูติจัดการเย็บท้องเรียบร้อย แล้วเหลือพยาบาลเก็บงานอยู่ (คือไม่รู้เค้าทำอะไรบ้าง รู้แต่เหลือเราและพยาบาล) แป็บนึง คุณหมอ ก็รีบเดินเข้ามาบอกว่า ลูกหนัก 2,866 นะคะ (เหมือนคุณหมอก็ลุ้นไปด้วย เพราะมีบอกว่า เท่าคนโตใช่มั้ย เหมือนว่าคุณหมอกลัวน้อยกว่าคนโต 555)...แปลกดีที่พอรู้ว่า 2800 แล้วก็โล่งอก สบายใจ ทั้งๆที่ท้องแรก พอรู้ว่า 2800 กลับเครียด เพราะตอนนั้นอยากให้ถึง 3 พัน แต่ท้องนี้คิดว่าตัวจะเล็ก พอถึง 2800 ก็ดีใจแล้ว 555 (แสดงว่า ความรู้สึกขึ้นกับความคาดหวัง ไม่ใช่นน.จริงๆ 555)

 

 

พอถึงตอนนอนรอดูอาการก่อนกลับห้องเนี่ย ท้องแรก จำได้ว่านอนไม่หลับ ทำให้มึนทั้งวัน ท้องนี้เลยตั้งใจมากๆๆๆ ชั้นต้องหลับๆๆๆ แต่ปรากฏ ยังไม่ทันจะได้หลับ พยาบาลก็มาเข็นกลับห้องซะแล้ว คิดว่าน่าจะนอนอยู่ไม่เกินชม.อ่ะค่ะ (ท้องแรก เหมือนนอนแบบ 3 ชม.อะไรแบบนี้) มาถึงห้องพักตอนประมาณ 10 โมงกว่าๆ พี่หยี่ก็รออยู่ที่ห้อง แล้วก็เหมือนจะคุยๆอะไรกันได้ รู้เรื่องดี ไม่มึนเท่าไร่ ประมาณ บ่ายโมง พยาบาลก็พาลูกมาให้ดูดนมค่ะ

ซึ่งวันแรกเนี่ย บอกได้เลย ท้องนี้มึนน้อยกว่าท้องที่แล้วมากๆ ท้องที่แล้ว มึนแบบต้องนอนอย่างเดียว รับโทร.อะไรไม่ได้เลย แต่ท้องนี้ ก็มึนนิดๆ คือ ไม่เชิงมึน เหมือนง่วงมากกว่า 555 แต่สามารถอ่านไลน์ อ่าน FB ได้ 555 ตอนบ่ายๆ คุณแม่พามิสา พาญาติๆมา ก็ยังสามารถพูดคุยได้ สั่งให้ถ่ายรูปได้ (แต่จริงๆ คือ รู้สึกง่วงนอนมากกว่า 555)

 และที่ดีใจมาก สำหรับการผ่าครั้งนี้ คือ วันรุ่งขึ้น เมื่อต้องลุกเดินครั้งแรก (ผ่าคลอด หมอให้นอนราบ 24 ชม.) ปรากฏว่า เจ็บน้อยกว่าคราวที่แล้วเยอะเลย 555 ตอนแรกเตรียมใจเต็มที่ เพราะรู้ว่ามันเจ็บสุดๆ (เขียนขู่คนอื่นไว้ในบล็อคด้วย 555) ปรากฏว่า พอลองลุกเดินไปเข้าห้องน้ำดู เฮ้ย มันไม่เจ็บเท่าไร่แฮะ แค่วันแรก ก็เดินเหินได้สบายเลย วันต่อๆไป ไม่ต้องพูดถึง ขนาดหมอยังชมว่า คุณเดินได้คล่องมากเลยนะเนี่ย ^^" ใครๆเห็นก็ชมกันหมด เดินได้สบาย ขนาดว่าวันที่ 4 ออกจากรพ. แล้วไปต่อที่รพ.เซ็นหลุยส์ ก็เดินจากรถไปวอร์ดเด็กเอง (ไกลนะ เพราะรพ.ใหญ่มาก) พอใครรู้ว่าเพิ่งผ่ามา 4 วัน ก็ชมกันใหญ่ว่าเก่งนะเนี่ย อิอิ...ก็เป็นอะไรที่งงๆเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร บางคนก็บอกว่า ท้อง 2 แล้ว อายุมากขึ้น มันจะโทรมขึ้น (หมายถึง สุขภาพแย่ลง เหนื่อย เจ็บมากขึ้น) แต่ของกิ๊กตรงกันข้ามอ่ะ รู้สึกกระฉับกระเฉง ว่องไวกว่าท้องแรกเยอะเลย ... ดีใจจัง Smiley

แต่ที่ลุ้นกว่าท้องแรก คือ เรื่องปัสสาวะครั้งแรกหลังถอดสายปสว.ออก เพราะมันปัสฯไม่ออกเลยน่ะจิ เค้าบอกว่า ถ้าไม่ออกเนี่ย ต้องสวนปสว. ซึ่งเจ็บมาก (เพราะไม่ได้ฉีดยาชา สวนสด) กิ๊กก็กลัวมากเลย ...ท้องแรก จำได้ว่า ครั้งแรกก็ออกเลย เลยไม่มีปัญหา แต่คราวนี้ ลองอยู่ 3 ครั้ง ประมาณเกือบ 6 ชม. (หลังถอดสายแล้ว) คือ ปวดนะ แต่พอไปนั่งมันไม่ออก ก็กลัวมาก...ครั้งสุดท้าย เข้าไปนั่ง ทำใจให้สบายสุดๆๆๆ ในที่สุด ก็ออกเองได้ โล่งอกเลย เป็นอันผ่านไปได้สบายๆ ^^

 

ด.ญ. นาริสิตา มารายงานตัวแล้วค่า

 

ชื่อจริง ด.ญ. นาริสิตา ชื่อเล่น สิตา ค่ะ

ชื่อจริง พ่อกับแม่เลือกเอง เอาให้คล้องกับนิรามิสา พี่สาว

ส่วนชื่อเล่น เลียนแบบมิสา คือ เอาพยางค์หลังของชื่อมา เป็น สิตา ก็เก๋ๆไทยๆดีน๊า

นน.แรกเกิด 2,866 กรัม ส่วนสูง 48 ซม.

เกิดเวลา 8.xx วันที่ 14 ม.ค. 2557 ค่ะ

(วันเกิด แม่แอบไปดูฤกษ์มา เพราะเลือกไม่ได้จริงๆ แต่ 14 ม.ค. ในปฎิทิน ก็เป็นวันธงชัยด้วยนะลูก ^^)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ว่าด้วยเรื่อง Breastfeeding

 

ท้องนี้ นมมาไวมากกกก...เริ่มตั้งแต่ที่รพ. ที่พอคลอดสิตาปุ๊บ พอพยาบาล พามาดูดครั้งแรก ตอน บ่ายโมงตรง (คลอด 8 โมง) นมก็มาทันที (ตอนมิสา นมมาตั้งวันที่ 3 แน่ะ) แต่ก็ยังไม่คิดอะไรมาก พยาบาลเอายาโมทิเลี่ยมมาให้ก็กินปกติ ดื่มน้ำขิง ดื่มน้ำร้อน กะโด๊ปให้นมมาเต็มที่ ตอนไปห้องให้นมในวันที่ 2 (รอบบ่ายโมง) เห็นแม่ๆในห้องนั่งประคบเต้ากันใหญ่ เราก็ยังว่า ของเราไม่ต้อง เพราะมันไม่ได้แข็ง ได้คัดอะไรเล้ยย หารู้ไม่...

 




พอบทนมจะมา มันก็มาทันที จริงๆ ส่วนใหญ่สิตากินเต้าเดียวหลับตลอด ณ ตอนนั้น ยังไม่รู้ว่านมมาเยอะ ก็บอกคุณพยาบาลว่า ลูกเอาแต่หลับไปยอมกิน แต่พอลองปั๊มกระตุ้นหลังลูกดูด นมออกมา 1 ออนซ์ได้ ( รอบ 9 โมง วันที่ 3 ) พยาบาลเลยบอกว่า นมแม่เยอะนี่เอง ตัวเล็กเลยกินเต้าเดียวอิ่ม แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก

รูปนมที่ปั๊มได้ รอบ 9 โมงเช้าของวันที่ 3 หลังลูกดูด ข้างนึง 0.5 ออนซ์ อีกข้าง 1 ออนซ์ (จำไม่ได้ว่าข้างไหนให้ลูกดูด)....ตอนมิสา อย่าว่าอะไรเลย ปั๊มได้แค่ติดก้นขวด 5555

 




วันที่ 3 รอบ 5 โมงเย็น มิสากินแค่เต้าเดียวอิ่ม มันก็เลยเหลืออีกเต้า ซึ่งคัดมากๆๆๆ ขอพยาบาลปั๊ม ก็ปั๊มไม่ออก เริ่มรู้สึกถึงอาการคัดเต้าอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่รู้ทำไง เพราะต้องรอให้ลูกดูดรอบต่อไป คือ 3 ทุ่ม ซึ่งพยาบาลก็บอกว่า ช่วงนี้นมจะมาเยอะหน่อยนะแม่  (คือ ช่วง 2-3 ทุ่ม จะมาเยอะกว่าตอนกลางวัน แปลว่า จะคัดเยอะขึ้น) พอรอบ 3 ทุ่ม สิตาก็ดูดอีกเต้าออก แต่ไม่หมด กินเสร็จ ก็มาปั้มออกอีก แต่มันเหมือนพอเต้าเริ่มแข็ง ก็จะปั๊มไม่ค่อยออก (แม้จะประคบแล้วก็ตาม) ตอนนี้เริ่มมีพยาบาลหลายคนบอกว่า แม่นมเยอะนะเนี่ย แล้วคืนที่ 3 ทั้งคืน ก็เป็นคืนที่ต้องจดจำเลย เพราะว่า คัดเต้ามากกก....คัดจนนอนไม่หลับ นอนตะแคงไม่ได้ ตอนหงายก็ดันปวดหลัง (ที่นอนแข็งมาก ขอบอก) ไหนๆ ก็นอนไม่ได้อยู่แล้ว ก็ไปให้นมที่ห้องให้นมเลยละกัน เพราะ 2 คืนที่ผ่านมา รอบตี 1 กับรอบ ตี 5 กิ๊กจะให้พยาบาลเอาสิตามาดูดที่ห้อง แล้วก็ให้นมท่านอนไปเลย แต่คืนที่ 3 มันไม่ไหวจริงๆ ต้องไปที่ห้องให้นม เพราะต้องประคบนม และต้องปั๊มหลังกินเสร็จ (ถ้าที่ห้องจะไม่มีที่ประคบ และไม่มีเครื่องปั๊มนม)


สรุป ไปห้องให้นมตอน 00.45 น. กลับมาอีกที ตี 2 ซึ่งนอนไม่หลับเหมือนเดิม ก็เลยตั้งนาฬิกาไว้ ตี 4.45 เผื่อไปประคบนมก่อน ก่อนให้นมรอบตี 5 มีเวลานอน 2 ชม.นิดๆ ซึ่งก็บอกเลยว่า นอนไม่หลับเลย พอตี 4.45 ลุกขึ้นมาแปรงฟัน แล้วก็ไปห้องให้นม กลับมาอีกทีก็ 6 โมงเช้า ได้หลับซัก 1 ชม. ก็ตื่น เตรียมตัวอาบน้ำ กินข้าว เพื่อไปให้นมรอบ 9 โมงเช้าอีก สรุป คือ ไม่ได้นอนทั้งคืน น๊อครอบเลย เหอ เหอ


วันสุดท้าย วันที่ 4 เป็นวันที่จะได้กลับบ้าน ลุ้นมากว่าสิตาจะได้ออกจากรพ.รึป่าว เรื่องนม คิดว่าน่าจะพอ แต่กลัวลูกตัวเหลือง ปรากฏว่าผ่าน...สิตากลับบ้านได้ ตอนกลับ พยาบาลเอานมที่เราปั๊มระหว่างอยู่รพ.มาให้คงเพราะลูกไม่ได้กินเลย ได้มาตั้ง 5-6 ออนซ์ ถุงใหญ่มาก เลยเริ่มรู้แล้วว่า สงสัยจะนมเยอะจริง 555

ซึ่งกลับมาบ้านแล้วก็คัดเต้ามากก คัดจนเจ็บ ทรมาน เลยคุยกับเพื่อนที่คลอดใกล้ๆกัน และท้อง 2 เหมือนกัน เพื่อนบอกว่า เพื่อนรู้ว่า ท้อง 2 นมจะมาเร็ว และเด็กจะยังกินน้อยอยู่ เพื่อนเลยไม่กินโมทิเลี่ยม แล้วก็ไม่ปั๊มกระตุ้น (ปั๊มหลังลูกดูด) ทำให้นมมากำลังพอดีๆ ไม่คัดเต้าเหมือนเรา....แม่ๆท้อง 2 จะทำตามก็ได้นะคะ จะได้ไม่คัดเต้าเหมือนกิ๊ก (เฉพาะ ท้อง 2 นะ)

 

ได้กลับบ้านแล้วคร่า

 

แม้ว่ากิ๊กจะมั่นใจว่ามีน้ำนมพอแน่นอน แต่ก็ยังคงกลัวว่าสิตาอาจจะยังไม่ได้กลับบ้านเพราะค่าตัวเหลืองอาจจะไม่ผ่าน ก็เลยมีลุ้นบ้าง แต่ในที่สุด ก็ผ่านเรียบร้อย และถึงน้ำนมเยอะ แต่นน.ตัวสิตาก็ลดลงอยู่ดี วันที่ออกจากรพ.ลดเหลือ 2,650 กรัม คุณหมอนัด follow up อีก 2 วัน (คือ เท่ากับอายุ 5 วัน) เพื่อดูนน.ต่อไป

มีเรื่องน่าปลี้มเล็กๆเกี่ยวกับสิตานิดนึง คือ ตอนที่พยาบาลห้องเนิร์สเค้าอุ้มสิตามาให้กิ๊กให้นม พยาบาลเล่าว่า น้องเลี้ยงง่ายมากเลยค่ะ ไม่ร้องกวนเลย คือ พอตื่นก็นอนลืมตาแป๋วๆ ไม่ร้องโยเยเลย (แล้วก็ถามว่า พี่สาวเลี้ยงง่ายหยั่งงี้รึปาว) กิ๊กก็ อ๋อ ค่ะ ...ไม่ได้คิดไรมาก  พอให้นมเสร็จ กิ๊กนั่งปั๊มนมต่อ พอปั๊มเสร็จ ก็เดินไปดูลูก(ที่อยู่ที่ห้องเนิร์สแล้ว) พยาบาลก็บอกว่า หลับปุ๋ยแล้วแม่ ไม่ดิ้น ไม่ร้องอะไรเลย....แล้วกิ๊กก็ไปได้ยินพยาบาลคนอื่นเค้าคุยกัน เค้าบอก 01 ยังคง concept เลี้ยงง่ายเหมือนเดิม 555 คือเหมือน แอบเมาท์นะ แต่เราได้ยิน 555...code 01 มันมาจากเบอร์ห้องพักกิ๊กค่ะ (ที่นี่เค้าจะเรียกเด็กเป็นเบอร์ห้อง) มันเลยเหมือนว่า เป็นที่รู้กันว่า 01 เลี้ยงง่าย อะไรแบบนี้....เลยมาบอกพี่หยี่บอก ขอให้กลับไปบ้าน 01 เลี้ยงง่ายจริงๆเหอะ 555 Smiley

 

 

 

ได้กลับบ้านแล้ว แต่ใช่ว่า สิตาจะได้กลับบ้านเลยนะคะ...เพราะคุณหมอบอกว่า สิตามีปัญหา tongue tie ค่ะ 555 เหมือนพี่มิสาเลย ใครอยากรู้ตามไปลิงค์นี้เลยค่ะ...คุณหมอเลยกลัวจะดูดนมได้ไม่ดี เลยบอกให้รีบไปตัดซะ ให้ไปตอนบ่าย(วันกลับ)เสียเลย เพราะว่าเป็นเยอะ เดี๋ยวดูดนมได้น้อย นน.ไม่ขึ้น (ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณหมอนัดวันที่ 5 แทนที่จะเป็นวันที่ 7) ซึ่งกิ๊กก็เลยพาไปตัดที่เดียวกับมิสา คือ ที่รพ.เซ็นหลุยส์ค่ะ...เรื่องนี้เดี๋ยวเอาไว้ต่อตอนหน้านะคะ ^^




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 7 มิถุนายน 2557 12:13:06 น.
Counter : 5287 Pageviews.

3 comment
1  2  

Beauty & Bambi
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



นิยามตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบ เที่ยว กิน ช๊อป ค่ะ...แต่ตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้อัพเรื่องเที่ยวบ่อยๆ เพราะลูกยังเล็กอยู่...ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอัพเรื่องลูกซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ^_^

*** เราไม่ค่อยได้เข้ามาเช็คที่ blog เท่าไร่ ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วมีคำถาม รบกวนถามมาทางหลังไมค์ หรือ อีเมลล์เลยนะคะ (ดูอีเมลล์จาก profile ได้ค่ะ) เรายินดีตอบทันทีค่ะ แต่ถ้ามาทิ้งคำถามไว้ที่ blog มันอาจจะนานกว่าเราจะมาอ่านเจออ่ะค่ะ ***
New Comments