Group Blog
 
All blogs
 
ศาสนาฮินดู ภูมิจักรวาล และพื้นฐานของสถาปัตยกรรมไทย





วันนี้ขณะที่ฉันกำลังเขียนบทรายการท่องเที่ยวเมืองไทย ซึ่งสัปดาห์นี้รายการได้พาไปเที่ยวจังหวัดลำปาง หนึ่งในที่เที่ยวของลำปางก็คือวัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งผังของวัดนี้สร้างตามคติความเชื่อเกี่ยวกับไตรภูมิจักรวาลในศาสนาพราหมณ์ ฮินดูโบราณ
พลันก็นึกถึงเมื่อ 7-8 ปีก่อน สมัยที่ฉันยังเรียนอยู่ปี 5 ช่วงนั้นก็จะไม่มีวิชาเรียนแล้ว แต่ละคนก็จะทำพวก project study หรือ independent study เจาะลึกไปในแนวทางหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ตัวเองจะเลือก และวิชาสัมมนา ซึ่งวิทยากรที่มาบรรยายก็จะมาจากที่นิสิตเสนอชื่อโหวตกัน แล้วเราก็ไปเชิญมา

ครั้งหนึ่งวิทยากรที่มาบรรยายก็คือปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในขณะนั้น ซึ่งก็คือ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ พวกเราโชคดีที่ไม่ต้องถึงขนาดทำเทียบเชิญไปยังตำหนักปลายเนินของท่าน เพราะท่านเป็นบิดาของเพื่อนเราคนนึงชื่อ 'แจ็ค' แจ็คซึ่งถึงแม้จะมียศเป็นม.ล. พวกเราบางคนก็ยังเรียกนำหน้าว่า'ไอ้' เพราะ(ท่าน)แจ็คเป็นพวกติดดิน ง่ายๆ ท่าทางเป็นคนไม่ชอบพิธีรีตรอง 55
ฉันซึ่งจริงๆ อยู่ห้องเดียวกะแจ็คมาตั้งแต่ม.3 พอมาอยู่มหาลัยก็อยู่คณะเดียวกัน ภาควิชาเดียวกันอีก จึงเคยได้ยินนามของท่านพ่อของแจ็คมานานนนนน (คงไม่ต้องบอกว่าได้ยินได้ยังไง 55) วันนั้นเพิ่งเป็นเกียรติได้ฟังท่านบรรยาย

เท้าความมานานแต่ยังไม่จบ ต้องเล่าก่อนว่าท่านอดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พระบิดาของท่านคือ ม.จ.เพลารถ จิตรพงศ์ พระโอรสลำดับที่ 8 ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือพระบิดาแห่งสถาปัตยกรรมไทย หรือ 'นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม' ผู้ออกแบบวัดเบญจมบพิตร(สมัยประถม ร.ร.ฉันต้องพาไปเวียนเทียนที่วัดเบญฯทุกปีในวันวิสาขบูชา) รวมทั้งได้ออกแบบพระเมรุและพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นงานเฉพาะทางหลายครั้ง เช่นพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
และเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.4 เป็นพระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5
ด้านดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์ท่านยังชำนาญการเล่นระนาด และปี่พาทย์ (งานพระนิพนธ์ของท่านก็ได้แก่ คำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงเขมรไทรโยค)
เคยอ่านเจอมาว่า 'พระโอรสธิดาของท่าน ยังเชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ ซึ่งตรงกับพระราชนิยมในสมเด็จพระเทพฯ เล่ากันว่านานมาแล้วเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพฯจะทรงเริ่มเรียนดนตรีไทย มีผู้กราบทูลทัดทานว่าระนาดไม่เหมาะกับผู้หญิง แต่หม่อมเจ้าหญิงวังนี้ (ตำหนักปลายเนิน) ทรงระนาด จึงเสด็จมาทรงฝึกซ้อมดนตรีที่วังนี้' นอกจากนี้พระองค์เป็นบุคคลไทยคนที่ 2 ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก
สรุปให้ฟังง่ายๆบ้านๆว่า ท่านพ่อของแจ็คเป็นหลานปู่ขององค์นริศ และองค์นริศก็คือทวดของแจ็คนั่นเอง

ดังนั้นฉันจึงสนใจการบรรยายของท่านวันนั้นเป็นพิเศษ ท่านได้ฉายภาพสถาปัตยกรรมไทย และไทยประยุกต์หลายแห่ง อธิบายถึงหลักพื้นฐานที่มาของสถาปัตยกรรมไทยโบราณโดยรวมว่า..

เมื่อศาสนาฮินดู-พราหมณ์ได้แพร่อิทธิพลเข้ามาในดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีความเชื่อที่ว่าจักรวาลที่เราอยู่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นเป็นแบบแนวนอน(Horizontal) แบนๆ มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง เป็นที่อยู่ของเทพเจ้า เขาพระสุเมรุถูกล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดร (Cosmic Ocean) สลับกับภูเขาทั้ง 7 ที่มุมของจักรวาลทั้ง 4 จะมีทวีป 4 ทวีป ความสำคัญจะอยู่ที่จุดศูนย์กลาง หรือการรวมศูนย์




หรือ


ในผังมีวงแหวนหลายวงซ้อนกันอยู่ วงต่างๆเหล่านี้คือมหาสมุทรและทวีปภูเขาซึ่งสลับกัน ในคติฮินดูมีรูปวงแหวนเป็น ทวีปหกวง ในคติพุทธมีวงแหวนเป็นทวีป เจ็ดวง และมีทวีปนอกออกไปอีก ๔ มุม ตรงกับทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก

ดังนั้นสิ่งที่สามารถเห็นเป็นรูปจำลองของจักรวาลตามความเชื่อที่ชัดเจนที่สุดก็คือ 'สถาปัตยกรรม'
และที่เห็นได้ง่ายๆก็คือ 'วัด' อย่างเช่น วัดที่มีสถูปเจดีย์ พระปรางค์ หรือมีสิ่งที่เป็นจุดสูงสุดอยู่ตรงกลาง และมักล้อมรอบตรงมุม 4 มุมด้วยเสา หรือพระปรางค์องค์เล็ก หรือวิหาร 4 ทิศ
(ตัวอย่างด้านล่างฉันรวบรวมมาเอง)


โบราณสถานสมัยทวาราวดี ที่วัดทุ่งพระเมรุ จ.นครปฐม
(ผังของวัดทุ่งพระเมรุ จ.นครปฐม และบริเวณที่พระศิลาขาวเคยประดิษฐานอยู่ ภาพจากหนังสือ"วัฒนธรรมผสมในศิลปกรรมสยาม" โดย วินัย ผู้นำพล)


แผนผังวัดไชยวัฒนาราม จ.อยุธยา สร้างขึ้นในสมัยอยุธยายุคปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง


พระปรางค์วัดอรุณ สมัยกรุงศรีอยุธยาเหมือนกัน





พระอุโบสถที่วัดโพธิ์ ล้อมรอบด้วยวิหาร 4 ทิศ

พื้นที่ล้อมรอบจุดศูนย์กลาง สถูปเจดีย์ พระปรางค์ หรือพระอุโบสถซึ่งเป็นพื้นที่ราบ ก็คือ 'มหานทีสีทันดร (Cosmic Ocean)' นั่นเอง
ท่านม.ร.ว.จักรรถยังได้ยกตัวอย่างอุโบสถตามวัดที่เห็นโดยทั่วไปก็มักจะมีการตั้งกระถางไว้รอบๆ เป็นมุมๆ บางทีก็แทนภูเขาทั้ง 7 ด้วยเหมือนกัน

และมีสิ่งหนึ่งที่จำลองเขาพระสุเมรุมาโดยตรงก็คือ พระเมรุมาศ พระเมรุและเมรุ



พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5
เมรุ อันเป็นองค์ประกอบของพระเมรุ คือ เมรุทิศ ที่เป็นเมรุประจำ 4 ทิศ หรือ 8 ทิศ ทำรอบพระเมรุมาศ 4 ทิศ หากเป็น 8 ทิศ จะสร้างระหว่างเมรุทิศทั้ง 4
source:th.wikipedia.org/wiki/พระเมรุมาศ

ส่วนตัวอย่างสถาปัตยกรรมในประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ที่เห็นชัดที่สุดก็คือประเทศกัมพูชา



'นครวัด' สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย แต่ต่อมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้เปลี่ยนให้เป็นวัดในศาสนาพุทธนิกายมหายาน
source: th.wikipedia.org

ที่อินโดนีเซียก็มี



แผนผังวัดโบราณที่บาหลี

นำข้อมูลมาบอกเล่าต่อในวันนี้ก็เผื่อใครได้ไปชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมไทย จะได้เข้าใจถึงความหมาย และที่มาของสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้น
สถาปัตยกรรมนั้นเหมือนกับการรวมศาสตร์ 2 อย่างไว้ด้วยกัน ซึ่งก็คือ วิทยาศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์
ความสวยงามของรายละเอียดบนสถาปัตยกรรมทุกส่วนล้วนมีความหมายเป็นเหตุเป็นผลซ่อนอยู่
บางอย่างเราอาจนึกไม่ถึงอย่าง 'ศาลพระภูมิ' ก็มาจากความเชื่อเดียวกันนี้ เวลาไปวัดวาอารามก็ลองสังเกตดูศิลปะ เรียนรู้เข้าใจ แล้วอย่าลืมนำไปเล่าต่อสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นหลัง หรือเผยแพร่ให้ฝรั่ง ชาวต่างชาติ ชื่นชม และเข้าใจซาบซึ้งด้วยนะ อิอิ

ข้อมูลประกอบ: http://www.vcharkarn.com/varticle/88


Create Date : 21 กรกฎาคม 2553
Last Update : 31 ตุลาคม 2559 21:39:13 น. 0 comments
Counter : 4396 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

be Amazing
Location :
77th United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add be Amazing's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.