การสวดบทพระมหาจักรพรรดิ์ สวดเพื่ออะไรครับ
การสวดบทพระมหาจักรพรรดิ์ สวดเพื่ออะไรครับ
โห ถามดีมากนะฮะ ถามดีมากฮะ จักรพรรดิ์คือใคร ไม่มีใครรู้นะฮะ
ถ้าไม่ศึกษา จักรพรรดิ์นี่คือ สุดท้ายคือพระอรหันต์นะฮะ พระอรหันต์
ทรงเครื่องฮะ แต่เป็นแก้ว

พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ถ้าไม่บวชก็เป็นจักรพรรดิ์นะฮะ
จักรพรรดิ์คือพระแก้วมรกตอ่ะนะฮะ พระทรงเครื่องนะฮะ นั่นคือจักรพรรดิ์
คนที่จะไปเกิดเป็นจักรพรรดิ์คือโพธิญาณ 90% ต้องโพธิญาณนะฮะ
ต้องปรารถนาเป็นโพธิสัตว์หรือพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในกาลข้างหน้า
ท่านก็สร้างบารมีไปเรื่อยๆ

พุทธเจ้ามี 3 ระดับ คือ
ปัญญา ศรัทธา วิริยะนะฮะ

องค์ปัจจุบันนี่ท่านเป็นปัญญานะฮะ ใช้เวลาน้อยหน่อย

คือ ท่านบอกเรื่องของจักรพรรดิ์เนี่ยนะฮะ
มันเป็นบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์
ที่ท่านให้สวดเพราะอยากให้เข้าใจในโลกของวิญญาณ
โลกวิญญาณที่เราตายเนี่ย ทุกคนสัมผัสได้นะฮะ
ไม่มีใครสัมผัสไม่ได้หรอก มีความรู้สึกนะฮะ ลองสวดไป
เวลาสวดที่ไหนก็น้อมไปแถวๆนั้น ให้ภพภูมิทั้งหลาย
คือ โลกวิญญาณมาสวดกับเรา เรามีรูปนามนะฮะ เรามีกายใจ
ครบองค์ประกอบของกรรมที่เราทำ แต่เวลาตายไป
มีแต่ใจ เป็นโลกของโอปาติกะ เป็นโลกผีฮะ ไม่มีธาตุ
เพราะงั้นทำบุญไม่ได้นะฮะ ต้องผ่านที่เรา

เพราะฉะนั้นเวลาเราสวดเนี่ย เราจะมีความรู้สึกว่า
เราไม่ได้สวดคนเดียว นี่คือการสัมผัส

ท่านให้เชื่อนะ ท่านอยากให้เชื่อเรื่องพวกนี้
ถ้าไม่เชื่อแล้วยากนะฮะ ถ้าไม่เชื่อนี่ ยาก ท่านบอก
มันไปทำบาป ถ้าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ท่านบอก
เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเนี่ย เรื่องกรรมท่านว่า
เรื่องการบันทึกนะ

ทุกวันนี้ เราใช้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ลบมาก
หรือบวกมาก นั่นคือข้อมูลนะฮะ
สิ่งที่เราทำอะไรไว้ในโลกนี้ ไม่สูญไปไหนนะฮะ
ไม่สูญไปไหนฮะ อยู่ นึกเมื่อไรก็มาเมื่อนั้นล่ะ
โกหกไม่ได้นะฮะ กรรมนี่ โกหกไม่ได้ นึกเมื่อไรก็มา
ถ้าเราไม่นึกล่ะ ไม่มา

เพราะฉะนั้น ท่านบอกว่า พุทธศาสตร์นะ
เราเป็นพุทธศาสตร์นะ หยุดที่เรา เรื่องราวทั้งหมดเลยนะฮะ
หยุดที่เรา อย่างในที่ทำงานนี่นะฮะ ถ้ามีปัญหากัน
หยุดที่เรา แล้วก็จบ ท่านบอกเราจะไม่เป็นทุกข์
นี่คือพุทธศาสตร์นะฮะ มีประโยชน์มาก
เพราะฉะนั้นลองสวดดูฮะ จิตอยู่ที่พระ แล้วก็สวดไป
สวดสบายๆนะฮะ สวดใช้อิริยาบถทั้ง 4 นะ
ไม่ใช่เข้าห้องพระแล้วสวด
ไม่ใช่นะฮะ ตอนกินข้าวก็สวดได้ ตอนขับรถมาทำงานก็สวดได้
ก่อนนอนก็สวด ตื่นนอนก็สวด ใช้เวลาไม่นาน ไม่กี่ปี จะเข้าใจนะฮะ
ง่ายๆ ไม่ยากหรอก

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:28:50 น.
Counter : 119 Pageviews.

0 comment
การกำพระ คือ อะไร , อานิสงส์ของการนอนสวดมนต์ ,เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด
การกำพระ คือ อะไร

กำพระ หมายถึงว่า
เอาพระ(พระผงจักรพรรดิ์)ที่แจกน่ะมากำ
(ขอฟรีได้จากเว็บวัดถ้ำเมืองนะ)
มากำไว้ในมือ จิตอยู่ที่พระนะฮะ
น้อมจิตเข้าไปที่พระ นึกถึงพระที่กำ
ใช้ความรู้สึกอยู่ที่พระนะฮะ

สมมติว่าเรากำพระเนี่ย รู้สึกนะ มีความรู้สึก
เราสัมผัสได้นะฮะ ไม่ใช่สัมผัสไม่ได้ ทุกคนสัมผัสได้นะฮะ

เราเกิดมาเนี่ย มีความรู้สึกทุกคน ไม่มีใครไม่มีความรู้สึก
ออกจากท้องมา เวลาหิวก็ร้องแล้ว เวลาป่วยก็ร้อง
นั่นคือความรู้สึกนะฮะ ตั้งแต่เด็กยันเดี๋ยวนี้ ความรู้สึกทั้งนั้นน่ะ
จากรูป รส กลิ่น เสียง จากตา หู จมูก ลิ้น กาย เข้าที่จิตหมด
ความรู้สึกเกิดหมด แต่ความรู้สึกนั้นจะเป็นบวกหรือลบ
จะเป็นความเพลิดเพลิน ความเศร้า มันอยู่ในนั้นเองความรู้สึก
ที่เรารับมาเนี่ยแหละ

เพราะฉะนั้น หลวงปู่ท่านว่า พุทธศาสตร์
ท่านว่าท่านสอนนะฮะ พุทธศาสตร์
เป็นศาสตร์ที่ว่าตามสภาพของความเป็นจริง จริงทุกอย่าง
เรื่องจริงคือพุทธศาสตร์ ไม่มีอ้อมค้อมนะฮะ ท่านสอนไม่มี
ท่านพูดเรื่องข้างนอกก็คือตาเห็น ข้างในก็คือจิตเห็นนะฮะ
มันเห็นได้สองด้าน

อย่างรูปหลวงปู่เนี่ย ถ้าเรามองธรรมดาเนี่ย มันก็เห็นรูปท่าน
ตาเราจะเห็น แต่ถ้าเรามองท่านบ่อยๆเนี่ย จิตเราก็จะสัมผัส
ก็คือความรู้สึกไง เนี่ยแค่นี้ก็เป็นกรรมฐานได้แล้ว

ทำไมท่านถึงให้กำพระ เพราะจิตมีที่ยึดนะฮะ มีที่ยึด
พระเป็นสื่อพลังงานนะฮะ เป็นสื่อนะฮะ รูปหลวงปู่เป็นสื่อนะฮะ
เป็นสื่อที่ท่านทำในอดีตจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นสื่อพลังงาน
เป็นสื่อของความดีทั้งหมด เพราะเป็นสื่อของพระ

คนที่ทำกรรมฐาน ไม่มีที่ยึดนะฮะ ทำยากนะฮะไม่ใช่ทำง่ายๆ
โดยจิตไม่มีที่ยึดเนี่ย ยากนะฮะ
เคยทดลองทำอาณาปานนุสติ 1 ปีนะฮะ ไม่ไหวฮะ
ลมมันละเอียดมากเลยฮะ จับไม่ได้ ต้องเพิ่มอีกหลายปีนะฮะ
ก็เลยหยุด ไม่เอา มาจับภาพ มาจับภาพให้มันอยู่ มันไวกว่า

เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองท่านเนี่ย เราจะรู้เลย ท่านทำอะไรมาเราก็รู้ฮะ
มีข้อมูลหมดเลย เหมือนพระที่แจกให้ไปเนี่ย จิตเราอยู่ที่พระใช่ไหม
พระนี่ก็ดึงพลังงานมาที่พระ พลังงานอยู่ในโลกเนี่ยไม่ไปไหน


ทำไมท่านถึงให้กำพระ เพราะอย่างเนี้ย พระ ท่านให้กำ
ว่างๆนึกถึงพระ ว่างๆนะ ใช่ไหม เออ ทุกคนว่างไหมทุกวัน
อย่างน้อยๆ 10 20 นาที 30 นาทีว่าง จิตติดอยู่ที่พระ
อยู่บ่อยๆนะไม่ไปไหนนะฮะ จิตไม่ไปไหนจิตอยู่ที่พระนี่แหละ
ลืมเรื่องราวทั้งหมดแหละ สิ่งที่ทำในอดีตมันลืมได้ฮะ
เพราะจิตมันเพลินในพระ ลืมทั้งความทุกข์ความสุขด้วย ลืมฮะ
กรรมฐานทำได้ตลอด 24 นะฮะ ไม่ใช่จะไปวัดแล้วค่อยทำนะฮะ
ไม่ใช่ คิดผิดแล้วฮะ หลวงปู่ท่านบอกว่า เอ็งตื่นขึ้น รู้สึกทำเลย
นอนก็ทำจนกว่าหลับ เพราะฉะนั้น 24 ชม. จิตทำงานตลอด 24
ไม่มีพักเลย


อานิสงส์ของการนอนสวดมนต์

อันดับแรก ถ้านอนแล้วสวด ฝันร้ายไม่มีแล้วฮะ
ตัดการฝันร้ายนะ ฝันร้ายก็คือกรรมในอดีตนะฮะบางอย่าง
นั่นล่ะ มันจะมารับประทานเรานะฮะ เราทำทั้งดีและไม่ดีในอดีตเนี่ย
เราสามารถไม่รู้ แต่เราใช้ความรู้สึกได้นะฮะ อย่างที่พูดเมื่อกี้นี่
ความรู้สึกเนี่ยฮะ ถ้าเราสวดมนต์ไปบ่อยๆเนี่ย
ความรู้สึกเราจะเริ่มบวกขึ้นไปแล้วนะฮะ บวกนะ ไม่มีลบแล้วต่อไป
ถ้าเราฝึกไป ไม่นานนะฮะ อย่างน้อยๆก็ 4-5 ปีประมาณนี้
ถ้าทำทุกวันนะฮะ ก็จะรู้แล้วว่าจิตเรายังไง เราควบคุมโดยพระ

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

ชัดๆท่านบอก อธิบายแบบชัดๆ คนในโลกเนี้ยทั้งหมดนี่
มีใครเอาบุญและบาปไปได้ไหม ไม่ได้ท่านบอก
มันอยู่ในโลกเนี่ย แต่ตัวจิตเป็นตัวบันทึกแค่นั้นเอง
ถ้าเราคิด มาฮะ ถ้าเราคิดถึงความสบายในอดีต
มาเป็นฉากๆเลย ถ้าเราคิดถึงความทุกข์ล่ะ มันก็มา
ถ้าเราไม่คิดล่ะ ไม่มาฮะ นั่นคือพุทธศาสตร์นะฮะ
พุทธศาสตร์จริงๆ คือ การเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์เนี่ย

มนุษย์ โลกมันกลมนะฮะ มันเปลี่ยนเรื่อยฮะ มันเปลี่ยนฮะ
ไม่มีใครอยู่ได้นาน พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเต็มที่นะ
100 เดียว กลางๆด้วย ถ้าคนอารมณ์ดีนะ ฝึกกรรมฐานอารมณ์ดี
ก็อยู่ได้ 200-300 อ่ะได้ อยู่เป็นกัปป์ก็ได้ เพราะอารมณ์ดี
ชัดนะฮะ จิตควบคุมธาตุเราอยู่นะฮะ จิตเราเนี่ย มันควบคุมอยู่
คุณควบคุมได้มันอยู่ ถ้าควบคุมไม่ได้ เผา ยังไงก็เผาฮะ
นี่คือจริง เรื่องจริงฮะ

เพราะงั้น หลวงตาทำงานแบงค์นะฮะ เมื่อก่อนนี้
บอกก่อนนะฮะ ทำงานแบงค์ ไปฝึกที่หลวงปู่มา 10 ปีนะฮะ
ท่านสอนสภาพตามความเป็นจริงนะฮะ
ท่านสอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดฮะ

มนุษย์เอาอะไรไปไม่ได้หรอกท่านบอก ทิ้งไว้แต่สิ่งที่ตัวเองทำ
แล้วก็กลับมา ความรู้สึกเดิมก็ทำ เจอสภาพสังคมที่ดีก็ดี
เจอสังคมที่ไม่ดีก็ไม่ดีท่านบอก ถ้าไม่มีพื้นฐานก็ไปตามสังคมนั้นๆ
ถ้ามีพื้นฐานก็หลีกท่านบอก ก็หลีกโดยกรรมฐาน
เราอยู่ที่ไหนก็ได้ท่านบอก เราอยู่กับใครก็ได้ ถ้าเรามีกรรมฐานไง
เราไม่จำเป็นต้องไปวิเวกท่านบอก กายวิเวกไม่ต้อง ถ้าเราทำจิตวิเวก
จิตวิเวกก็อยู่อย่างนี้ อยู่กันหลายๆคนแบบนี้ อยู่เยอะแยะเนี่ย
ทำในใจ สวดมนต์ในใจ ไม่รับรู้เรื่องอะไร นั่นคือจิตวิเวก ชัดเจนนะ
ถ้ากายวิเวกก็อยู่คนเดียว ในป่า หรือ ในห้อง
จิตวิเวก กายมันก็วิเวก กายวิเวก จิตมันก็วิเวก ก็มันอยู่ด้วยกันไง
นั่นชัดเจนนะ

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:29:00 น.
Counter : 309 Pageviews.

0 comment
กรรมฐาน คือ อะไร ,การกราบพระเป็น เป็นอย่างไร
กรรมฐาน คือ อะไร

กรรมคือ การกระทำ
ฐานคือ จิตฮะ
คืองานของจิตโดยตรง

กรรมฐานก็ไม่มีอะไรฮะ ศีล สมาธิ และปัญญา
ระหว่างสามเส้าเนี่ย ใครจะขึ้นต้นด้วยตัวไหนก่อนก็ได้นะฮะ
แต่ต้องไปหากัน

เพราะฉะนั้น วิธีกราบของหลวงปู่ท่านจะใช้ถวายชีวิตฮะ
คำว่า พุทธัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ เวลาก่อนนอน เวลาจะไปกราบวัดที่ไหน
ท่านจะใช้อย่างนี้ ถวายชีวิตเลย เป็นบูชาด้วยชีวิตทุกครั้งที่กราบ
เวลากราบให้นึกถึงพระ ไม่ใช่กราบเหมือนทั่วๆไปนะ
มันเป็นพื้นฐาน ท่านบอก ถ้าเรากราบพระไม่เป็น
ไปทำกรรมฐานอย่างอื่นไม่ได้หรอก
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยฮะ กราบพระยังไม่เป็น

การกราบพระให้เป็น เป็นอย่างไร

เอ้าชาวเว็บ กราบพระพร้อมกัน

พุทธัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ
ธัมมัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ
สังฆัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ

พุทธัง วันทามิ
ธัมมัง วันทามิ
สังฆัง วันทามิ
ครูอุปัชฌาย์อาจาริยะคุณัง วันทามิ
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ
(สาธุ)

มันเป็นวิธีกราบของหลวงพ่อท่าน(หลวงปู่ดู่) เวลากราบพระ
พอเรานึกถึงพระเนี่ย แล้วเราก็กราบนะฮะ เรากราบในใจ
แล้วเราก็ใช้จิตเป็นตัวกราบ คือจิตเนี่ยคือตัวเราเอง ท่านบอก
ธาตุไม่ใช่เรา เราควบคุมมันเฉยๆ ตอนปฏิสนธิอ่ะ เราเกิดพร้อมกับมัน
ดังนั้น เวลาตายเนี่ย จิตไม่ตาย ธาตุตาย ท่านถึงเรียกว่า กรรมฐาน
ที่ครูบาอาจารย์โบราณท่านสอนเรื่องกรรมฐาน

เพราะฉะนั้น วิธีกราบของหลวงปู่ท่านจะใช้ถวายชีวิตฮะ
คำว่า พุทธัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ เวลาก่อนนอน เวลาจะไปกราบวัดที่ไหน
ท่านจะใช้อย่างนี้ ถวายชีวิตเลย เป็นบูชาด้วยชีวิตทุกครั้งที่กราบ
เวลากราบให้นึกถึงพระ ไม่ใช่กราบเหมือนทั่วๆไปนะ
มันเป็นพื้นฐาน ท่านบอก ถ้าเรากราบพระไม่เป็น
ไปทำกรรมฐานอย่างอื่นไม่ได้หรอก
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยฮะ กราบพระยังไม่เป็น

เพราะยุคปัจจุบันเนี่ย ส่วนใหญ่จะเอายอดฮะ แต่ไม่มีฐาน
เพราะฉะนั้นจะทำให้ขี้เกียจไม่ทำ จะไปนู่นไปนี่ตลอด ว่างๆ
จริงๆฐานตัวนี้เราทำได้ตลอด เราต้องกราบพระทุกวันนะบางคนน่ะ
เวลานอนก่อนนอนตื่นนอนเนี่ย กราบฮะ หลวงพ่อท่านให้กราบ
แล้วจิตเราก็จะอยู่กับพระฮะ ถ้าเรากราบบ่อยๆ แค่กราบพระเนี่ยนะฮะ
เราก็ปิดอบายภูมิแล้วนะฮะ ก็เรากราบทุกวันอ่ะ ถวายชีวิตทุกวัน
จากนี่จนวันตายอ่ะคิดดู แค่กราบพระนะฮะ บางคนมองข้ามนะ
แค่กราบพระ ท่านบอกกราบทั้งข้างนอกและข้างใน

กราบข้างในคือจิตฮะ กราบข้างนอกก็คือธาตุเรามองเห็นอ่ะ
สมมติว่าเรากำพระเนี่ย รู้สึกนะ มีความรู้สึก เราสัมผัสได้นะฮะ
ไม่ใช่สัมผัสไม่ได้ ทุกคนสัมผัสได้นะฮะ ถ้าเรากราบเป็น
เราก็รู้แล้วว่าพระเป็นยังไง ทีนี้เรากราบไม่เป็น
มันก็เลยไม่มีความรู้สึกอะไร

หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556




Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:17:51 น.
Counter : 178 Pageviews.

0 comment
การภาวนาพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ (ไตรสรณคม) กับ บทมหาจักรพรรดิ์ แบบไหนดีกว่ากัน
คำถามแรกนะครับ เขาถามว่า การภาวนาพุทธัง
หรือไตรสรณคมอ่ะนะครับ
กับภาวนาสวดบทมหาจักรพรรดิ์
แบบไหนนะครับ จะดีกว่ากัน เหมาะสมกว่ากัน

ตอบ มันเหมือนกันนะฮะ เพราะจักรพรรดิ์กับไตรสรณะคม
มันเหมือนกันนะฮะ แต่มันสั้นกับยาวแค่นั้นเอง บทสวดมนต์
ก็คือความหมายของบทนะฮะ ไม่มีอะไร
บทสวดที่เราสวดทุกวันจะสั้นหรือจะยาว นั่นคือการสวดมนต์นะฮะ
สวดมนต์ภาวนาอันเดียวกันนะฮะ คือกรรมฐานอันเดียวกันฮะ
คือทำที่จิตฮะ
ถ้าเราชอบบทไหน ถ้าสวดแล้วมันเพลิน
ภาวนาแล้วมันเพลินเอาบทนั้น อย่าไปเปลี่ยนนะฮะ"

ที่มา :
หลวงตาม้าตอบปัญหาธรรม 26 มีนาคม 2556



Create Date : 02 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 7:17:28 น.
Counter : 236 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  

basicka
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog