Veritatem dies aperit. เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงเสมอ

Justice of the Peace
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Justice of the Peace's blog to your web]
Links
 

 
17. วัดคินคะคุจิ ตำหนักทองเรืองรองกลางน้ำ

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)



วัดนี้มีชื่อจริงว่า วัดโระคุอนจิ (Rokuon-ji) ส่วน คำว่า คินคะคุ (Kinkaku) เป็นชื่อเรียก ตำหนักทอง ที่ตั้งอยู่ริมสระในวัด ตำหนักทองนี้ สร้างโดย โชกุน อะชิคางะ โยชิมิทสึ (Ashikaga Yoshimitsu) ซึ่งเป็นโชกุน รุ่นที่ 3 ของตระกูลอะชิคางะ เมื่อ ค.ศ.1397 วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนไทยทุกคน ที่เคยดูการ์ตูนเรื่อง อิ๊กคิวซัง เพราะมักจะใช้ตำหนักทองแห่งนี้ เป็นฉากของเรื่องบ่อยครั้ง ส่วนท่านโชกุนในเรื่องอิ๊กคิวซัง ก็คือ ท่านโชกุนอะชิคางะ โยชิมิตสึ คนนี้นี่เอง...


ใบไม้เปลี่ยนสีที่หน้าวัด



อ้า.... ง่ำ


หลังจากซื้อตั๋ว (ที่เราว่าเป็นตั๋วที่เก๋ไก๋ไฮโซที่สุดแล้ว) ราคา 400 เยน แล้ว ...ก็เดินเข้าวัดกันเลยครับ



เมื่อเราเข้าประตูวัด เราก็จะพบกับตำหนักทองคินคะคุ ตั้งตระหง่านสะท้อนแดดระยิบระยับ รอต้อนรับพวกเราอยู่แล้ว ...





ตำหนักทองแห่งนี้ มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า ชาริเด็น (Shariden) ตั้งอยู่ริมสระเคียวโคะชิ (Kyoko-chi) ซึ่งจำลองว่าเป็นห้วงมหาสมุทร มีเกาะอะชิฮาระ (Ashihara) เป็นเกาะใหญ่กลางสระ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ได้รับจากจีนว่า เมื่อสร้างสระน้ำ ก็ต้องมีเกาะอยู่กลางสระ เพื่อให้เซียน หรือผู้วิเศษมาประทับ และให้ผู้สร้างมาอธิษฐานขอพรจากเซียนให้ตนมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว หรือเป็นอมตะ






ตำหนักทองคินคะคุ หรือ ชาริเด็น นี้ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ
ชั้นล่างสุด คือ “ชินเด็น-ซุคุริ” (Shinden-zukuri) เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสำนัก มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “โฮ-ซุน-อิน” (Ho-sui-in)
ชั้นที่สอง คือ “บุเคะ-ซุคุริ” (Buke-zukuri) เป็นสถาปัตยกรรมแบบบ้านซามุไร มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “โช-อน-โด” (Cho-on-do)
ชั้นที่สาม คือ “คะระโย-ซุคุริ” (Karayo-zukuri) เป็นสถาปัตยกรรมแบบวัดในนิกายเซน มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “คุกเคียว-โช” (Kukkyo-cho) (ข้อมูลจากแผ่นพับของทางวัดครับ)



ส่วนบนยอดหลังคาตำหนัก ทำเป็นรูปหงส์ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “โฮโอ” ซึ่งก็คือ นกฟีนิกซ์ หรือ หงส์ที่เป็นสัตว์ในตำนานความเชื่อของจีนคู่กับมังกร นกโฮโอเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นอมตะ เพราะเชื่อว่า เมื่อมันรู้ตัวว่าจะตาย ก็จะเสกเปลวไฟมาเผาร่างของตัวเองจนกลายเป็นขี้เถ้า แล้วมันก็จะเกิดร่างขึ้นมาใหม่จากกองขี้เถ้านั้น ดังนั้น ผู้มีอำนาจในญี่ปุ่นสมัยโบราณจึงมักจะสร้างสิ่งของที่เกี่ยวกับนกโฮโอเอาไว้มาก เพราะเชื่อว่าจะทำให้ตนมีชีวิตเป็นอมตะเหมือนนกโฮโอด้วย... ที่เกียวโต นี้ มีนกโฮโอที่มีชื่อเสียงอยู่ 3 ตัว ตัวแรกอยู่ที่วัดคินคะคุจิแห่งนี้ ตัวที่สองอยู่บนยอดหลังคาวัดกิงคะคุจิ ส่วนตัวที่สาม เป็นนกโฮโอคู่ผัวเมีย อยู่บนยอดหลังคาวัดเบียวโดอิน





นอกจากนี้ ในวัดยังมีสวนสวย ๆ ที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ไม่แพ้สวนของวัดอื่น ๆ เลยทีเดียว




นอกจากตำหนักทองคินคะคุ ที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ด้านในวัด ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าชินอุน (Shin-un) สระอันมิน-ตะคุ (Anmin-taku), ห้องชงชาเซกกะ-เทย์ (Sekka-tei Tea House), ศาลเจ้าฟุโด-โด (Fudo-do) เป็นต้น


ห้องชงชาเซกกะ-เทย์



แผ่นป้ายขอพรอิ๊กคิวซัง... มีเขียนเป็นภาษาไทยเยอะเหมือนกันนะเนี่ย



ศาลเจ้าฟุโด-โด


ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ ร้านขายเครื่องราง และของที่ระลึก ที่คนมุงเต็ม ขายดิบ ขายดี เราเองก็ซื้อเครื่องรางคิตตี้ จากวัดนี้ไปหลายชิ้น หมดไปหลายตังค์ทีเดียว

เราออกจากวัดนี้ตอนประมาณ 15.30 น. เราคิดว่า น่าจะยังไปเที่ยวที่อื่นอีกได้สักที่ เลยตัดสินใจขึ้นรถบัส สาย 101 ไปลงที่ป้าย Nijojo-mae เพื่อไปเที่ยวปราสาทนิโจ แต่ปรากฏว่า เราไปถึงตอนประมาณ 16.00 น.นิด ๆ เขาปิดประตูไม่ขายบัตร ไม่ให้เข้าเสียแล้ว เราเลยอดเที่ยวไปตามระเบียบ เลยตัดสินใจว่าจะไปหาข้าวเย็นทาน แถว ๆ ถนนชิโจ (Shijo-dori) ซึ่งเป็น Shopping Street ของเกียวโต ที่พวกเราก็นั่งรถผ่านกันทุกวัน น่าจะมีอะไรน่าสนใจให้พอได้ทานกันบ้าง ซึ่งก็ได้ไปทานข้าวเย็นที่ร้านโยชิโนยะ ร้านเดิมที่ทานตอนกลางวัน แต่กินกันคนละเมนู พอทานเสร็จแล้ว ก็ไปเดินเล่นกันในห้างไดมารู...

ที่ชั้นใต้ดินของห้างไดมารู เป็นแหล่งรวมอาหารและขนมที่ใหญ่โตมาก อาหารน่าทานทุกอย่าง แบบว่า ถ้ารู้งี้ ไม่รีบทานข้าวเย็นที่ร้านโยชิโนยะนั่นซะก็ดี แถมพอใกล้ๆ 3 ทุ่ม ห้างจะปิด พวกอาหารสด อาหารคาวก็จะปิดป้าย Sale ลดราคากัน เราเดินดู เดินเลือกร้านขนมกันอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจทานเค้กของร้าน Giotto ที่รูปร่างสวยงามมาก ๆ สมเป็นร้านเค้กญี่ปุ่น แม้จะซื้อแค่คนละถ้วย เขาก็จัดการห่อและใส่น้ำแข็งแห้ง ใส่ถุงสวยหรูมาให้อย่างดี ...

พอซื้อเสร็จ ออกมาก็ได้เวลาห้างปิดพอดี ที่ชั้น 1 พวกพนักงานขายประจำเคาน์เตอร์ทุกคน ออกมายืนหน้าเคาน์เตอร์ของตัวเอง แล้วก็โค้งคำนับขอบคุณลูกค้าทุกคน เรารู้สึกเหมือนเป็นพระราชาเลย ที่เดิน ๆ ไปแล้วมีคนคอยมาโค้งคำนับให้ตลอดทาง เราดูว่า พนักงานที่ญี่ปุ่นนี่ โค้งคำนับขอบคุณกันแบบจริงจังใจ แม้ว่าเราจะไม่ได้ซื้อสินค้าอะไรจากเขาเลย แต่เขาก็ยังขอบคุณเรา โค้งกันแบบนอบน้อมจนหัวแทบจะติดพื้นเลยทีเดียว แสดงว่าที่นี่อบรมพนักงานให้มี Service Mind ต่อลูกค้าดีมาก ไม่เหมือนกับพนักงานขายในห้างเมืองไทย ที่ยกมือไหว้แบบเสียไม่ได้

พอกลับมาถึงโรงแรม ก็ได้เวลาแกะกล่องเค้กทานกันแล้ว ..ของดาว เป็น Strawberry Short Cake แต่ทำแบบใส่ถ้วยเซรามิค ข้างบนเป็นสตรอว์เบอร์รี่ กับวุ้นเต้าหู้ ที่เห็นเป็นรูปดอกไม้อันใหญ่ ๆ นั่นเป็นเมอแรงก์ ข้างในถ้วยเป็นช็อตเค้กสตรอว์เบอร์รี่ ส่วนของเรา เป็น Green Tea Cake ข้างบนเป็นโมจิ กับถั่วแดง แล้วก็วิปครีม โรยผงชาเขียว ข้างในเป็นวุ้นชาเขียวมัทฉะ ขมกำลังพอดี ๆ ทานแล้วลื่นคอเหมือนดื่มชาเขียวเข้ม ๆ เลย แล้วก็มี วุ้นโยกัง ถั่วแดงกวน รสชาติดีเยี่ยมสมราคาถ้วยละ 700 กว่าเยน




คืนนี้ได้อยู่เกียวโตเป็นคืนสุดท้ายแล้ว แอบเสียใจเล็กน้อย เพราะประทับใจเกียวโตมาก ดาวกับเรา ถึงกับตั้งความหวังว่า ถ้ามาญี่ปุ่นคราวหน้า จะจัดทริปเที่ยวเกียวโตเมืองเดียว 10 วัน กันเลยทีเดียว...


Create Date : 31 พฤษภาคม 2553
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 7:44:30 น. 4 comments
Counter : 916 Pageviews.

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:54:16 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ขอตามมาเที่ยววัดคินคะคุจิ ตำหนักทองเรืองรองกลางน้ำด้วยคนค่ะ

เสียดายตอนไปญี่ปุ่นไม่ได้แวะไปที่นี่


โดย: mamminnie วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:43:42 น.  

 
น่าไปเที่ยวจัง
ยังไม่มีโอกาสได้ไปกะเค้าเลยย


โดย: Somyachi วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:33:05 น.  

 
สวัสดีครับ คุณนนนี่มาแล้ว : ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ

สวัสดีครับ คุณ mamminnie : ของจริงสวยมาก ๆ ครับ คนเยอะมากด้วย แทบต้องต่อคิวกันถ่ายรูปเลย...เอาไว้มีโอกาสกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นใหม่ อย่าลืมไปนะครับ

สวัสดีครับ คุณ Somyachi : ต้องลองไปเที่ยวญี่ปุ่นดูสักครั้งครับ แล้วจะติดใจ ขนาดผมยังหลงแล้วเรย...


โดย: Justice of the Peace วันที่: 1 มิถุนายน 2553 เวลา:8:52:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.