Veritatem dies aperit. เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงเสมอ

Justice of the Peace
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Justice of the Peace's blog to your web]
Links
 

 
14. ชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางสายฝนโปรย ที่วัดโทฟุคุจิ

วัดโทฟุคุจิ

พอลงรถบัสที่ป้าย Tofukuji-michi เราก็เอ๋อ ๆ พอสมควร เพราะมันไม่มีป้ายบอกทางอะไรเลย ดีที่ว่า มีคนญี่ปุ่นคู่หนึ่งลงป้ายเดียวกับเราด้วย และดูท่าทางน่าจะไปเที่ยววัดโทฟุคุจิ เช่นเดียวกับเรา พวกเขาเองก็ดูเหมือนกับเพิ่งมาเที่ยวครั้งแรกเหมือนกัน พอดีเห็นคนผู้ชายเดินไปคุยกับคนที่เดิน ๆ อยู่แถวนั้น พอเขาคุยเสร็จ เราก็เลยได้โอกาส เข้าไปถามเขาว่า จะไปวัดโทฟุคุจิ ไปยังไง เขาก็บอกว่า ให้ตามพวกเขามาเลย เพราะเขาก็จะไปวัดโทฟุคุจิเหมือนกัน ก็เลยโชคดีที่มีคนช่วยนำทางให้...

จากป้าย Tofukuji-michi ต้องเดินต่อไปอีกไกลน่าดู ประมาณเกือบหนึ่งกิโลเมตรได้ ต้องเดินผ่านถนนและทางรถไฟเลี้ยวเข้าไปในซอกเล็กซอยน้อยอีกต่างหาก ตอนนั้น ฝนก็ยังตกตลอด ทั้งเราทั้งดาว ตัวเปียกฝนเฉอะแฉะไปหมด อากาศที่เย็นอยู่แล้ว มาเจอฝนอีกก็ยิ่งหนาวหนักเข้าไปอีก แต่ในที่สุดพวกเราก็มาถึงวัดโทฟุคุจิจนได้

วัดโทฟุคุจิ เป็นวัดยอดนิยมอันดับต้น ๆ อีกแห่งหนึ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของเกียวโต โดยเฉพาะภาพจากมุมมหาชน คือ ภาพจากระเบียงไม้ ทางเข้าวัด ที่มองไปอีกฝากฝั่งหนึ่ง จะมองเห็นระเบียงไม้สึเต็นเคียว (Tsuten-kyo) ที่ทอดตัวอยู่เหนือหุบเหวและลำธารด้านล่างที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ที่ถือเป็นจุดขายและมุมบังคับในการถ่ายรูปของวัดนี้เลยทีเดียว


จากระเบียงไม้มุมมหาชน เราต้องเดินต่อไป เพื่ออ้อมเข้าตัววัด และจะได้ไปยืนอยู่บนสะพานสึเต็นเคียวที่เราเห็นในรูป แล้วมองกลับมาอีกฝั่งหนึ่ง


วิหารฮอนโด


โชคดีที่เส้นทางเดินชมในวัด มีระเบียงทางเดินไม้ทอดยาวไปเรื่อย ช่วยเราเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องเปียกฝนมากนัก เป็นตัวช่วยทำให้เราไม่หมดอารมณ์เที่ยวไปเสียก่อน

บรรยากาศทั่วไปภายในวัดก็สวยมาก เต็มไปด้วยต้นโมมิจิสีแดง ตัดกับสีเขียวของพื้นหญ้ามอส และต้นไม้อื่น ๆ แถมอากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ จากฝนตก ทำให้เกิดหมอกจาง ๆ ลอยอยู่ตรงหน้า ...ดาวถึงกับบอกว่าเป็นภาพที่เหมือนกับอยู่ในความฝันเลยทีเดียว















อันนี้ โรงเรียนอนุบาลแถววัดโทฟุคุจิครับ...ดาวเห็นว่า น่ารักดีเลยถ่ายรูปมาด้วย


เที่ยวตลาดนิชิกิ ตลาดเก่าเยาวราชของเกียวโต

เราเดินเที่ยวกันอยู่จนถึงประมาณ 15.30 น. จากนั้นก็เริ่มคิดว่าจะไปไหนต่อ เพราะฝนก็ยังไม่หยุดตก และตอนนี้ก็ยังสว่างอยู่ เลยคิดว่าน่าจะไปเที่ยวตลาดนิชิกิ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นครัวของเกียวโต และคนในห้องก้นครัว เคยโพสกระทู้ว่า ถ้าไปเกียวโตต้องอย่าลืมมาเที่ยวตลาดนิชิกิ และเราก็กะว่าจะได้ไปหาอาหารเย็นทานด้วย เราจึงเดินออกไปขึ้นรถบัสคราวนี้ เราเดินมาขึ้นรถที่ป้าย Tofukuji ซึ่งอยู่ใกล้วัดโทฟุคุจิมากกว่าป้าย Tofukuji-michi (ดูจากแผนที่ Bus Navi Map แล้ว แยกไม่ออกหรอกครับ ว่าป้ายไหนใกล้กว่ากัน) แล้วขึ้นรถบัส สาย 202 ไปลงป้าย Gion...

ที่ป้าย Gion เราเจอคนไทย เป็นผู้หญิงสองคน กำลังดู Bus Navi Map กันใหญ่ เรามอง ๆ อยู่ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไทยรึปล่าว แต่คุยกับดาวว่าน่าจะเป็นคนไทย พอดีเค้าเงยหน้ามาจากแผนที่ ดาวกับเค้าพูดพร้อมกันเลยว่า “อ้าว...คนไทยนี่...” ปรากฏว่า พวกเขากำลังหาทางกลับไปสถานีเกียวโต เพื่อขึ้นรถไฟกลับโอซาก้า พวกเราก็เลยแนะนำให้เขาเดินย้อนกลับไปอีกหน่อยเพื่อไปหาป้าย Gion ซึ่งแม้จะชื่อป้ายเดียวกัน แต่มันก็อยู่กันคนละมุมถนน เพื่อรอรถบัส สาย 206 ที่จะวิ่งไปสถานีเกียวโต ส่วนพวกเรา ก็ต่อรถบัส สาย 207 ไปลงป้าย Shijo Karasuma ... เดินอ้อมไปหลังห้างสรรพสินค้าไดมารุ ก็จะเป็นตลาดนิชิกิ ตอนนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. และฝนหยุดตกแล้ว ทำให้เดินเที่ยวได้สบายขึ้น แต่อากาศก็ยังหนาวเย็นอยู่เช่นเดิม

ตลาดนิชิกิ เท่าที่เราเห็น เหมือนเป็นตลาดสดที่ให้คนในพื้นที่ มาซื้อหาของสด ของแห้ง เครื่องปรุง หรือพวกอุปกรณ์ทำครัว นำกลับไปปรุงทานที่บ้านมากกว่าจะเป็นร้านอาหารที่ให้บริการทานที่ร้าน เวลาที่เดิน ๆ ดู ก็ให้อารมณ์ประมาณเดินตลาดเก่าเยาวราช ทำนองนั้น เพียงแต่ที่นี่สะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า และราคาก็แพงกว่าเป็นธรรมดา...

ทีแรก เราตั้งใจว่าจะมาหาร้านเต้าหู้ลือชื่อ Konnamonjaya ตามที่หนังสือคู่มือท่องเที่ยวเกียวโตแนะนำไว้ว่า มาตลาดนิชิกิ ต้องมาทานให้ได้ แต่เราเดินอยู่ตั้งนานก็ไม่เจอ ที่เจอก็มีแต่แบบว่าซื้อกลับไปทานที่บ้านเท่านั้น ไม่มีที่ให้นั่งทานในร้าน นอกจากนี้ ร้านอาหารในตลาดนิชิกิ ก็มีไม่มาก และก็มักจะเป็นร้านซูชิ หรือซาชิมิ ที่ดาวไม่ทาน...

พอเดินจนสุดตลาด เห็นแล้วว่าไม่ค่อยมีอะไร ก็ต้องเดินย้อนกลับมาอีกที ตอนนั้นน่าจะราว 18.00 น. แล้ว ร้านรวงก็เริ่มทยอยปิดลง เราเลยตัดสินใจไปหาร้านอาหารทานกันข้างนอกตลาด ตั้งใจว่าจะทาน ราเม็ง ร้าน Ippudo ที่ขึ้นชื่อหนักหนาว่าอร่อยล้ำ เดิน ๆ มาเห็นร้านราเม็งร้านหนึ่ง ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า (ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ) แต่ตอนนั้นมันหิวแล้ว จะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่สนใจแล้วล่ะ...

เมนูอาหารเย็นของดาว เป็นเต้าหู้ผัดเผ็ดแบบจีน ทานกับข้าวสวย ส่วนของเรา เป็นมิโซะราเม็ง รสชาติก็อร่อยพอใช้ได้ ส่วนเต้าหู้ผัดเผ็ดของดาว ตอนแรก ๆ ก็เห็นชมว่าอร่อยดี แต่ทาน ๆ ไปแล้วเริ่มบ่นว่าเผ็ด ร้อน เลยทานต่อไปไม่ไหว

เมื่อทานเสร็จแล้ว เราก็เดินทางกลับโรงแรมกัน วันนี้ได้พักผ่อนเร็วมาก ก็ดีเหมือนกัน เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปอาราชิยามะกันแต่เช้า…



Create Date : 24 พฤษภาคม 2553
Last Update : 24 พฤษภาคม 2553 8:32:42 น. 5 comments
Counter : 1500 Pageviews.

 
แวะมาทักทายครับ
ชอบใบโมมิจิ สวยมาก
และย่านของกินนี่สิเด็ดสุด


โดย: pragoong วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:41:30 น.  

 
ติดตามชมด้วยคน รูปสวยมากค่ะ



โดย: winter green berry วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:03:31 น.  

 
ภาพสวยเชียว อยากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีบ้างจัง


โดย: inint&anant วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:14:33 น.  

 
นี่ก็เป็นอีก 1 ฤดู ที่อยากไปเห็น..

เีดี๋ยวเก็บสะสมแต้มไปเรื่อย ๆ ..ค่ ะ.. วิชาเริ่มแก่กล้า..


โดย: poongie วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:46:45 น.  

 


โดย: chokun123 วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:12:14 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.