โรคไข้ซิกา

ลักษณะโรค

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบครั้งแรกในลิงที่ประเทศอูกันด้า เมื่อพ.ศ.2490 มีรายงานพบการระบาดในพื้นที่ทวีปแอฟริกา เอเชีย หมู่เกาะแปซิฟิก และอเมริกา

อาการของโรค 

ระยะฟักตัวของโรค 3-12 วัน อาการคล้ายไข้เลือดออก คือ มีไข้ ผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ  ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรง  ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรืออาจทำให้เด็กทารกที่คลอดมามีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด

การวินิจฉัย

สามารถแยกเชื้อโดยการตรวจหาสารพันธุกรรมและการแยกเชื้อไวรัส จากตัวอย่างเลือดของงผู้ป่วย  

การรักษาโรค

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง  จึงสามารถรักษาได้ด้วยการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาลดไข้ หรือยาบรรเทาอาการปวด  แนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประมานแอสไพริน หรือยาในกลุ่มที่ลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ [NSIDS] เพื่อป้องกันเลือดออกในอวัยวะต่างๆ

การป้องกัน 
  • ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด
  • ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ไม่ให้มีพื้นที่หรือภาชนะที่มีน้ำขัง
  • ถ้ามีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ พบแพทย์โดยด่วน

สำหรับผู้เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค

ระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด โดยสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และใช้ยาทาป้องกันยุง หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด

ที่มา: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธรณสุข

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อายุรกรรมทั่วไป

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2559 15:59:17 น.
Counter : 497 Pageviews.

1 comment
วันมะเร็งโลก

ปัจจุบันนี้ ประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งมากขึ้นและถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ ควรทำความรู้จัก เนื่องจากในแต่ละปีมะเร็งได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกให้อัตราที่สูงมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงภัยร้ายจากโรคมะเร็ง รวมถึงรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง จึงได้มีการกำหนด วันมะเร็งโลก ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์

          โดยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่องค์การอนามัยโลกและสมาคมต่อต้านมะเร็งสากลกำหนดให้เป็นวันมะเร็ง โลก (World Cancer Day) เพื่อบรรเทาปัญหาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง หลังจากพบว่ามะเร็งคือแชมป์อันดั บ1 ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปถึงปีละ 7,600,000 แสนคน และคาดว่าอีก 17 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มถึง 13 ล้านคน 

          สำหรับในประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ติดต่อกันหลายสิบปี โดยจากข้อมูลในปี 2554 มีผู้เสียชีวิต 61,082 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย เป็นชาย 35,437 ราย และหญิง 25,645 ราย องค์การอนามัยโลกคาดมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 118,600 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

          โดยมะเร็ง ที่ผู้ชายป่วยมากที่สุดได้แก่มะเร็งตับ ปอด ลำไส้และทวารหนัก ต่อมลูกหมาก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนในผู้หญิงได้แก่มะเร็งเต้านม ตับ ปากมดลูก ปอด ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากการใช้ชีวิตแบบคนเมือง นิยมกินแต่เนื้อสัตว์ กินผักผลไม้น้อย ออกกำลังกายน้อย 

          ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เตรียมผลักดันการเพิ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก เป็นนโยบายของประเทศเช่นเดียวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยได้มอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และสถาบันวิจัยและประเมินเทคโลยีทางการแพทย์ หรือไฮแทป ศึกษาความเป็นไปได้ คาดจะเสร็จภายในกลางปีนี้ เพื่อเสนอต่อ ครม. ซึ่งการตรวจคัดกรองจะเป็นการค้นหาคนที่เริ่มมีความผิดปกติของลำไส้ เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาได้เร็วตั้งแต่ระยะเริ่ม ต้น โอกาสหายมีมาก การเสียชีวิตลดลง

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2559 16:23:23 น.
Counter : 417 Pageviews.

1 comment
โรคหัวใจขาดเลือด

tiktok

ปกติหัวใจคนเราทำงานตลอด 24 ชม. ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือหยุดเต้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งตัวหัวใจเองด้วย เส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่นมีการอุดตันจากไขมัน มีการตีบจากผนังเส้นเลือดแข็งขาดความยืดหยุ่น จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอที่จะทำงานต่อไปได้ อาจจะเป็นแบบเฉียบพลันรุนแรงถึงกับเสียชีวิตทันทีก็มี หรืออาจมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เนื่องจากเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ บางรายมีเจ็บร้าวไปที่ด้านในของแขนซ้าย คอ หลัง และขากรรไกรซึ่งอาจเกิดขณะมีภาวะตึงเครียดทางจิตใจ ขณะออกกำลังกาย ขณะร่วมเพศ หรือขณะรับประทานอาหาร ลักษณะอาการดังกล่าวอาจอยู่นานไม่เกิน 15 นาที ถ้ามีอาการหนักมากขึ้นและนานมากกว่า 30 นาที อาจจะแสดงถึงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงานหรือตายไปบางส่วนแล้ว 

ปัจจัยที่มีผลทำให้คนเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้แก่ ภาวะโคเลสเตอรอลสูงในเลือด ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์สูงในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และความตึงเครียดทางจิตใจ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า โรคหัวใจขาดเลือดนี้มีปัจจัยที่มาจากปัญหาโภชนาการเป็นส่วนใหญ่ ท่านเองสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ โดยท่านจะต้องมีความตั้งใจที่จะดูแลรักษาตนเอง หมั่นตรวจเช็คร่างกายตามระยะเวลาที่เหมาะสม และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษา หากท่านยังไม่สามารถควบคุมปัญหาเหล่านั้นได้โดยง่าย

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 27 มกราคม 2559
Last Update : 27 มกราคม 2559 10:28:26 น.
Counter : 416 Pageviews.

1 comment
การจัดฟันในเด็ก / วัยรุ่น

โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักมีฟันเรียงตัวไม่เรียบเหมือนการสบฟันปกติ ซึ่งมีฟันเรียบสวยงาม เรียงตัวเป็นระเบียบและมีขนาดของฟันพอดีกับขนาดของขากรรไกร ดังนั้น ทันตกรรมจัดฟันจึงเป็นแขนงหนึ่งของวิชาทันตกรรม ซึ่งเน้นในการป้องกัน และรักษาความผิดปกติที่ตำแหน่งของฟัน ปัญหาของทันตกรรม จัดฟันมักเกิดจากฟันมีขนาดไม่สมดุลกับขากรรไกร เช่น ฟันซี่ใหญ่เกินไป และขากรรไกรเล็กส่งผลให้เกิดฟันซ้อนเกหรือฟั้นยื่นผิดปกติไปทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ในกรณีเช่นฟันซี่เล็ก แต่ขากรรไกรมีขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เกิดช่องว่างระว่างซี่ฟัน นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆ เช่น การเรียงตัวของฟันผิดปกติทำให้มีการสบฟันผิดปกติ เช่น อาจมีการสบลึกหรือสบเปิด

ถ้าบุตรหลานของท่านมีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น ควรไปพบทันตแพทย์ โดยทันตแพทย์จะส่งให้บุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์จัดฟัน ส่วนมากมักใส่เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นหรือถอดได้ การจัดฟันจะได้ผลดีในช่วงเด็กและวัยหนุ่มสาวตอนต้น ซึ่งยังมีการพัฒนาการของขากรรไกรและฟันอยู่ ระยะเวลาทั่วไปในการจัดฟันประมาณ 18 และ 30 เดือน

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมความงามและรากเทียม

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 26 มกราคม 2559
Last Update : 26 มกราคม 2559 14:59:03 น.
Counter : 378 Pageviews.

1 comment
โรคเมอร์ส

องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ณ วันที่ 7 มกราคม 2559 จากรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 26 ประเทศ พบผู้ป่วยยืนยัน จำนวน 1,626 ราย เสียชีวิต 586 ราย

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรป (ECDC: European Centre for Disease Prevention and Control)  รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ณ วันที่ 14 มกราคม 2559 รวมแล้ว ผู้ป่วย 1,649 ราย เสียชีวิต 638 ราย โดยพบรายงานผู้ป่วยทั้งหมด จาก 26 ประเทศ ดังนี้ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน เลบานอน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ เนเธอร์แลนด์ ออสเตเรียตูนีเซีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา และไทย

สถานการณ์ในประเทศไทย  วันนี้ (24 มกราคม 2559) กระทรวงสาธารณสุข รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ รายที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นชายชาวโอมาน อายุ 71 ปี ขณะนี้รักษาตัวในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร วันนี้ผู้ป่วยมีอาการรู้สึกตัวดี เหนื่อย ได้รับออกซิเจนและยาบรรเทาอาการ เนื่องจากมีอาการอักเสบที่ปอด รับประทานอาหารได้ 

สธ.พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางรายที่ 2 ของประเทศไทย เป็นชาวโอมาน 

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส รายที่ 2 ของประเทศไทย เป็นชายชาวโอมาน ขณะนี้รักษาตัวในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร มีผู้สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ทั้งหมด 252 คน เสี่ยงสูง 37 คน ทั้งหมดยังไม่ใช่ผู้ป่วย ยังไม่แพร่โรค ขณะนี้ทราบชื่อและที่อยู่ และดำเนินการติดตามทั้งหมด ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยึดมาตรการ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ หากกลับจากพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด มีไข้ ไอ รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง สงสัยโทร สายด่วน 1422  

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์  แถลงข่าว การดำเนินการเฝ้าระวัง คัดกรองผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรองอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง โดยในวันนี้ได้พบผู้ป่วยยืนยันโรครายที่ 2 ของประเทศไทย ผู้ป่วยเป็นชาย อายุ 71 ปี ชาวโอมาน เดินทางเข้าประเทศไทย วันที่ 22 มกราคม 2559 เนื่องจากรักษาที่โรงพยาบาลที่โอมาน ด้วยอาการไข้ ไอ มาประมาณ 1 สัปดาห์ อาการไม่ดีขึ้น จึงเดินทางมาประเทศไทย โรงพยาบาลได้รับตัวในห้องแยกโรค พร้อมส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อเมอร์ส ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ และโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ผลบวก  

ต่อมาในวันที่ 23 มกราคม 2559 เวลา 18.20 น. ได้ส่งต่อมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร พร้อมส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อเมอร์ส ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ผลบวกเช่นกัน  อาการผู้ป่วยในเช้าวันนี้  ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี มีอาการเหนื่อย ได้รับออกซิเจนและยาบรรเทาอาการ เนื่องจากมีอาการอักเสบที่ปอด รับประทานอาหารได้ ยังนอนพักรักษาตัวที่ห้องแยกโรค สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข ต้องดำเนินการต่อคือ การติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ ประกอบด้วย ญาติที่เดินทางมาพร้อม 1 คน (เสี่ยงสูง) ลูกเรือและผู้โดยสารบนเครื่องบน 218 คนที่ยังอยู่ในประเทศไทย (จากทั้งหมด 239 คน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 คน เสี่ยงต่ำ 195 คน)  คนขับรถแท็กซี่ 1 คน (เสี่ยงสูง) พนักงานโรงแรม 1 คน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 30 คน (เสี่ยงสูง 11 คน) 

โดยผู้สัมผัสทั้งหมดนี้ จะนำเข้าระบบเฝ้าระวังติดตามอาการจนครบ 14 วัน จนพ้นระยะฟักตัวของโรค ในจำนวนมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 37 คน ประกอบด้วยญาติ 1คน ผู้โดยสารบนเครื่องบิน 23 คน คนขับรถแท็กซี่ 1 คน พนักงานโรงแรม 1 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 11 คน จะรับไว้ในสถานที่ที่เตรียมไว้ เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะแนะนำให้แยกตัวเอง ลดการสังคมกับผู้อื่น มีระบบติดตามจากเจ้าหน้าที่

ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้ เป็นรายที่ 2 ของประเทศไทย เรามีประสบการณ์ในการทำงาน ทำให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงน้อยลง ระบบตรวจจับได้เร็วขึ้นใช้เวลาเพียง10ชั่วโมงเท่านั้น มีระบบการประสานงานที่ดีทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน  ด่านควบคุมโรค ตรวจคนเข้าเมือง ทำให้ทราบชื่อ ที่อยู่ผู้สัมผัสและติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยได้ทั้งหมด พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลที่มีระบบควบคุมป้องกัน เชื้อโรคไม่สามารถออกมานอกโรงพยาบาลได้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอให้ประชาชนใช้มาตรการ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ หากเดินทางไปประเทศการระบาดของโรคเมอร์ส กลับมาภายใน 14วัน หากมีไข้ ไอ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง มีข้อสงสัย โทรปรึกษา สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422   

MERS-COV คืออะไร

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 25 มกราคม 2559
Last Update : 25 มกราคม 2559 11:15:32 น.
Counter : 370 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog