Computer vision syndrome สายตาพังจากการใช้คอมพิวเตอร์




eye

Computer vision syndrome คือกลุ่มอาการทางตาที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยจะมีอาการดังกล่าวข้างต้น มีการศึกษาพบว่าประมาณ 90% ของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน เคยประสบกับหนึ่งในกลุ่มอาการนี้ ทั้งนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

• ขณะเราจดจ่อกับการอ่านหนังสือหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์ เราจะกระพริบตาน้อยลงจึงทำให้เกิดอาการตาแห้งง่ายขึ้น
• แสงสว่างภายในห้องไม่เหมาะสม รวมทั้งการมีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์
• การที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่เรียบคมชัดเท่าตัวพิมพ์บนหน้าหนังสือ หรือการมีความไม่นิ่งของสัญญาณในจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้เราต้องพยายามในการโฟกัสมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ง่ายขึ้น
• ระยะห่างจากหน้าจอ ระดับสายตาในการมองจอคอมพิวเตอร์ หรือท่าทางในการในการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ตา

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 31 พฤษภาคม 2559
Last Update : 17 มิถุนายน 2559 12:26:52 น.
Counter : 255 Pageviews.

1 comment
วันงดสูบบุหรี่โลก


tobacco


องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งใน ปี ๒๕๕๙ นี้ ประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดประเด็นในการรณรงค์ คือ "ซองบุหรี่แบบเรียบ ลดภัยเงียบ ลดโรค"

หยุดบุหรี่ ก่อนชีวิตดับ 

มะเร็งปอด เป็นโรคที่พบมาก และเป็นสาเหตุการตายในอันดับต้นๆ ทั้งเพศชาย และหญิงในประเทศไทย และอุบัติการณ์ของโรคนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเพศหญิง ผู้ป่วยมะเร็งปอดร้อยละ 90 เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ ธรรมชาติทางชีววิทยาของโรคมะเร็งปอด ทำให้พบผู้ป่วยเมื่อเริ่มมีอาการ ในขณะที่โรคอยู่ในระยะลุกลาม และแพร่กระจาย เป็นผลให้ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 90 เสียชีวิตจากโรคมะเร็งภายในเวลา 1-2 ปี โรคมะเร็งปอดพบมากในผู้สูงอายุวัย 50-75 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สูบบุหรี่ปริมาณมาก และประมาณร้อยละ 5 เป็นผู้ที่ต้องสูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่น ผู้ที่สูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่นจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดเพิ่ม ขึ้นร้อยละ 26 จำนวนมวนของบุหรี่ที่สูบต่อวัน และชนิดของบุหรี่ที่สูบจะสัมพันธ์กับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด ผู้ที่สูบบุหรี่ร้อยละ 15 จะเกิดโรคมะเร็งปอดภายในเวลา 30 ปี ถ้าเลิกสูบบุหรี่สามารถลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดลงเหลือเท่าผู้ ไม่สูบบุหรี่ได้ภายในเวลา 15 ปี

กลยุทธ์รับมือกับอาการอยากบุหรี่

ถ่วงเวลา เมื่ออยากสูบบุหรี่ อย่าเพิ่งเปิดซองบุหรี่หรือ จุดบุหรี่ เมื่อผ่านไป 5 นาทีผ่านไป ความอยากจะลดลง แล้วความตั้งใจของคุณที่จะเลิกก็จะกลับมา 
หายใจลึกๆ ช้าๆ หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ 3 - 4 ครั้ง 
ดื่มน้ำ ค่อยๆจิบน้ำ และ อมไว้สักครู่ให้รู้รสน้ำแล้วจึงกลืนลงคอ 
เปลี่ยนอิริยาบถ อย่าคิดเรื่องการสูบบุหรี่ เปลี่ยนอิริยาบถทำอย่างอื่นแทน เช่น ฟังเพลง ไปเดินเล่น หรือ ไปหาเพื่อนฝูง เพียงมวนเดียวก็ผลร้าย ขอให้ใจแข็ง การกลับไปสูบบุหรี่แม้เพียงมวนเดียวจะเป็นผลทำให้กลับไปสูบใหม่ คุณต้องต่อสู้กับความอยากให้ได้ การเลิกสูบบุหรี่ คือ การต่อสู้กับความอยาก แม้กระทั่งบุหรี่เพียงมวนเดียว และต่อสู้กับจิตใจของคุณเอง 
อดเป็นวันๆไป พยายามตั้งใจให้วันผ่านไปโดยไม่สูบบุหรี่ จำบุหรี่มวนแรกของคุณได้ไหม? บางทีอาจจะทำให้คุณเวียนหัวไม่สบาย ก็ได้ ทำดีต่อร่างกายของคุณให้ปรับสภาพได้โดยไม่ต้องมีนิโคติน 
เครื่องดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มประเภทโคล่า เหล่านี้มีคาเฟอีน แต่ไม่มีนิโคติน การที่ไม่มีนิโคตินทำให้ร่างกายดูดซึมคาเฟอีน เข้าไปมากกว่าธรรมดา ทำให้กระวนกระวายและนอนไม่หลับ พยายามดื่มกาแฟให้น้อยลง หรือ ให้อ่อนลงหรือดื่มเครื่องดื่มคล้ายกาแฟ น้ำเปล่า น้ำผลไม้ หรือไดเอ็ดโคล่าที่ไม่คาเฟอีน 
เตือนสติตัวเอง เอาเหตุผลที่เลิกบุหรี่ที่เคยจดไว้ออกมาดู และคิดถึงสิ่งที่อยากทำให้ฐานะผู้ไม่สูบบุหรี่ 
ปฏิเสธบุหรี่ จากผู้อื่น อย่าเกรงใจเมื่อผู้อื่นให้บุหรี่คุณ คุณมีสิทธิปฏิเสธบุหรี่โดยไม่ทำให้ใครเดือนร้อน 
เมื่อมือว่าง พยายามใช้มือทำโน่นทำนี่อย่าปล่อยให้มือว่าง เอากุญแจมาขยำ หรือนับลูกประคำก็ได้ 

การสูบบุหรี่กับสิ่งเสพย์ติดอื่นๆ มีรายงานการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่จะไม่สามารถต้านทานความอยากสูบบุหรี่ได้เมื่อดื่มเหล้าเข้าไป เหล้าและสิ่งเสพย์ติดอื่นๆ จะทำให้คุณมีความอดทนต่อความอยากสูบบุหรี่ได้น้อยลง ดังนั้น ขอให้พยายามหลีกเลี่ยง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และสิ่งเสพย์ติดอื่นๆ สัก 2 - 3 สัปดาห์ 

คลินิกลดเลิกแอลกอฮอล์และสารเสพติด รพ.กรุงเทพพัทยา

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 31 พฤษภาคม 2559
Last Update : 31 พฤษภาคม 2559 12:56:20 น.
Counter : 338 Pageviews.

1 comment
คนรอบข้างคุณมีภาวะ.. โรคซึมเศร้าหรือไม่?


depression

 

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างรุนแรง โดยไม่มีสาเหตุอารมณ์ซึมเศร้า อาจเริ่มต้นจากน้อยๆ ไปหามาก ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ไม่แจ่มใส หดหู่ เศร้าหมอง มีทุกข์ จนถึงเบื่อหน่าย ท้อแท้ เบื่อชีวิต คิดว่าตนเองไร้ค่า คิดอยากตาย และอาจจะฆ่าตัวตายได้ ผู้ป่วยจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยได้แก่ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง ผอมลง เซื่องซึม นอนไม่หลับ ขาดสมาธิ ความจำเสื่อม เหนื่อยง่าย เพลีย ไม่มีแรง เบื่องาน หรือเบื่อกิจกรรมที่เคยทำแล้วสนุก ความรู้สึกทางเพศจะลดลงจนหมดไป การเบื่อสังคมอาจแสดงออกด้วยการเก็บตัว แยกตัว เซื่องซึม ขาดความมั่นใจในตนเอง เครียดง่าย กังวลง่าย มองโลกในแง่ร้าย ไม่เห็นทางแก้ไขปัญหา

โรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรงมาก อาจเกิดอาการโรคจิตร่วมด้วย เช่น มีอาการหลงผิด หรือหูแว่ว โรคนี้มักเกิดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น จนถึงวัยกลางคน เกิดได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีความเครียดเป็นสาเหตุ เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีอันตรายเนื่องจากผู้ป่วยอาจฆ่าตัวตายได้ อย่างไรก็ตามโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ผลดีมาก การใช้ยาร่วมกับจิตบำบัด จะช่วยให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายเป็นปกติเหมือนเดิม เมื่อหายแล้ว แพทย์จะให้รับประทานยาป้องกันต่ออีกประมาณ 6-12 เดือน ไม่ควรหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้มีอาการอีกได้ง่าย 

สาเหตุ

1. โรคซึมเศร้ามีสาเหตุมาจากปัจจัยรวมๆ ทางด้านจิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวภาพ
2. โรคซึมเศร้ามักเกิดตามหลังความผิด หรือการสูญเสียจากพราก เช่น บุคคลที่รักตายจาก คนรักตีจาก ความกดดันด้านสังคม การเรียน การงาน หรือการเงิน สภาพชีวิตที่โดดเดี่ยวว้าเหว่ ขาดความรักความอบอุ่น เป็นต้น
3. โรคซึมเศร้ามิได้เกิดจากสภาพจิตใจที่เปราะบาง อ่อนแอ อย่างที่เข้าใจกันผิดๆ หากแต่มีหลักฐานจากการวิจัยมาตลอด 20 ปีนี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของสมดุลย์ของสารเคมี ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมอง มีผลต่ออารมณ์ซึมเศร้าของคน โดยเฉพาะสารซีโรโทนิน นอร์เอปิเนฟรีน และโดปามีน
4. หากมีประวัติการเจ็บป่วยโรคนี้ในญาติ ก็เพิ่มการป่วยโรคนี้กับสมาชิกอื่นในบ้าน แต่ก็มิได้หมายความว่า จะเป็นกันทุกคน ปัจจัยที่กระตุ้นให้คนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ มีโอกาสเกิดอาการก็คือ ความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้นเพื่อรักษาสมดุลย์ของอารมณ์
5. สภาพจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่ง ต่อการเกิดโรคซึมเศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเอง และโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่าย เมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น
6. หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้
7. สาเหตุที่จะกระตุ้นการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยก็คือ การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม ทางสภาพจิตใจ ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย

อาการ

1. ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาที่มากระทบ เป็นภาวะที่เกิดจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามากระทบ เช่น ย้ายบ้าน ตกงาน เกษียน เป็นต้น โดยจะพบอาการซึมเศร้าร่วมด้วยได้ แต่มักจะไม่รุนแรง ถ้ามีคนมาพูดคุย ปลอบใจก็จะดีขึ้นบ้าง อาจมีเบื่ออาหารแต่เป็นไม่มาก ยังพอนอนได้ เมื่อเวลาผ่านไป ค่อยๆ ปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าที่มีก็จะทุเลาลง
2. ผู้ป่วยอาจเป็นประเภทที่มีอาการ 2 ขั้ว หรือขั้วเดียว ประเภทมีอาการสองขั้ว มีอาการแกว่งระหว่างขั้วหนึ่งที่มีอาการเฟื่อง กับอีกขั้วตรงข้ามที่มีอาการแฟบ หรือซึมเศร้า ช่วงเฟื่องสมองจะตื่นตัวคิดอะไรว่องไว อาจถึงขั้นอัจฉริยะ พูดเร็ว ทำเร็ว รุกรานผู้อื่น ใช้เงินมากอย่างไม่เสียดาย เจ้าตัวจะมีความสุข แล้วทำให้ผู้อื่นมีความทุกข์ เป็นอยู่พักหนึ่ง อาการจะแกว่งไปทางตรงข้ามคือแฟบ มีอาการซึมเศร้า กลัว วิตกกังวล ทำอะไรไม่ได้ ตัดสินใจไม่ได้ ของที่เคยทำได้ง่ายๆ ก็กลัวไม่กล้าทำ รู้สึกตัวเองมีความผิดเกินเหตุ กลัวในเรื่องต่างๆ อย่างควบคุมไม่ได้ กินอาหารไม่ลง นอนไม่หลับ มีความคิดวนเวียนอยู่ในเรื่องโทษตัวเอง และวิตกกังวลอย่างแสนสาหัส วนๆ ซ้ำซากอยู่อย่างนั้น อย่างไม่สามารถหลุดออกไปได้ ความทุกข์ท่วมท้นอย่างน่าสงสาร
3. ในโรคอารมณ์แปรปรวน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนกับโรคซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง และมีอยู่บางช่วงที่มีอาการออกมาในลักษณะตรงกันข้ามกับอาการซึมเศร้า เช่น อารมณ์ดีเบิกบานมากผิดปกติ พูดมาก ขยันมาก เชื่อมั่นตัวเองมากกว่าปกติ ใช้เงินเปลือง เป็นต้น ซึ่งทางการแพทย์เรียกระยะนี้ว่า ระยะแมเนีย ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนบางครั้งจะมีอาการของโรคซึมเศร้า บางครั้งก็มีอาการของภาวะแมเนีย
4. พบบ่อยว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะมีอาการวิตกกังวล ห่วงโน่นห่วงนี่ ซึ่งเป็นอาการหลักของโรควิตกกังวล ที่ต่างกันคือในโรควิตกกังวลนั้น จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น สะดุ้ง ตกใจง่าย ร่วมด้วย อาการเบื่ออาหารถึงมีก็เป็นไม่มาก น้ำหนักไม่ลดลงมากเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และโรคซึมเศร้านั้นนอกจากอาการวิตกกังวลแล้วก็จะพบอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต ร่วมด้วยโดยที่อาการอารมณ์เศร้านี้จะเห็นเด่นชัดกว่าอาการวิตกกังวล

ขอบคุณที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

 

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 30 พฤษภาคม 2559
Last Update : 30 พฤษภาคม 2559 13:51:40 น.
Counter : 342 Pageviews.

1 comment
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในสตรีตั้งครรภ์


Weight

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในคนตั้งครรภ์ เป็นดัชนีที่สำคัญต่อการบ่งบอกสภาวะทารกในครรภ์ ถ้าน้ำหนักเพิ่มน้อย ทารกที่คลอดออกมา จะพบว่ามีปัญหาทางสุขภาพค่อนข้างสูงกว่าเด็กทารกที่น้ำหนักแม่ปกติ และถ้าหากน้ำหนักตัวแม่ก็เพิ่มมากเกินพอดี ก็อาจจะก่อปัญหาแก่ทารกได้เช่นเดียวกัน

น้ำหนักตัวที่พอดีนั้น ในผู้ตั้งครรภ์ตลอด 280 วันหรือ 10 เดือน ควรจะเพิ่มโดยเฉลี่ยตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 10 -15 กิโลกรัม ในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากมีสภาวะการแพ้ท้อง น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มเพียง 1-2 กิโลกรัม ตลอด 3 เดือนหลังจากนั้นควรจะเพิ่ม 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ดังนั้น ควรจะมีเครื่องชั่งน้ำหนักได้ตรวจสอบน้ำหนักตัวทุกสัปดาห์ ถ้ามีความผิดปกติ ควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลท่านนะคะ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 27 พฤษภาคม 2559
Last Update : 27 พฤษภาคม 2559 14:02:32 น.
Counter : 355 Pageviews.

1 comment
Dual Yellow


Dual Yellow


Dual Yellow เป็นเครื่องเลเซอร์ของบริษัท Norseld จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผลิตเลเซอร์ชนิดนี้ได้ 

Dual Yellow Laser มีแหล่งกำเนิดพลังงานเลเซอร์ คือ สาร Copper และ Bromide ทำให้แสงเลเซอร์ ที่เครื่องผลิตออกมามีถึง 2 ชนิดด้วยกัน คือ แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร และแสงสีเขียว ความยาวคลื่น 511 นาโนเมตร เมื่อมองในแง่ของ Chromophore absorption พบว่า แสงสีเหลืองสามารถถูกดูดซับได้ดีใน Oxyheamoglobin จึงเหมาะสำหรับการรักษารอยโรคต่างๆที่มีสีแดง ได้แก่ เส้นเลือดผิดปกติ ปานแดง รอยแผลเป็นสีแดง เป็นต้น ส่วนแสงสีเขียวจะถูกดูดซับได้ดีใน Melanin จึงใช้สำหรับรักษารอยโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ได้แก่ รอยแผลเป็นสีดำ กระ หรือรอยดำที่เกิดขึ้นภายหลังการอักเสบของผิวหนัง (Post Inflammatory Hyper-pigmentation) เป็นต้น

นอกจากนี้เครื่อง Dual Yellow Laser new version ยังมี Y10G mode ที่เกิดจากการผสมแสงเลเซอร์ทั้ง 2 ความยาวคลื่นออกมาในสัดส่วน แสงสีเหลือง 100% ร่วมกับแสงสีเขียวอีก 10% เพื่อใช้สำหรับรักษาฝ้าและ Rejuvenation ให้ใบหน้าขาวใสยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันเครื่อง Dual Yellow ได้พัฒนาเทคโนโลยีของการปล่อยพลังงานแสงเลเซอร์ที่เรียกว่า Fast Edge MicroPulses หรือ FEM technology คือ เทคโนโลยีที่ให้พลังงานเลเซอร์สูงสุดที่ 3 กิโลวัตต์ (kW) ในระยะเวลา (pulse duration) สั้นๆ ทั้งหมด 22,000 pulses/วินาที ทำให้เกิดกระบวนการ Photo Chemical Effect ใต้ผิว เพื่อทำลายเม็ดสีดำ (Melanin) และรอยแดง โดยไม่ทำให้เกิด Thermal Damage

Gold Standard for Melasma Treatment
Dual Yellow laser ได้รับการยอมรับให้เป็น Gold Standard for Melasma Treatment เนื่องจาก Dual Yellow Laser สามารถผลิตแสงเลเซอร์ได้ถึง 2 ชนิดความยาวคลื่น (Wavelengths) ด้วยกัน ได้แก่ 511nm สำหรับรักษาความผิดปกติของเม็ดสี (Melanin) และ 578nm สำหรับรักษาความผิดปกติของเส้นเลือด ใช้ในการรักษารอยแดงต่างๆและสิวได้ ซึ่ง Dual Yellow สามารถเลือกให้ปล่อยแสงเลเซอร์ทั้ง 2 ชนิดออกมาพร้อมกันได้ จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาเพิ่มขึ้น ช่วยลด VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี (Melanin) ใต้ผิว ทั้งยังลดเส้นเลือด และเม็ดสี (Melanin) ที่เป็นปัจจัยหลักของการเกิดฝ้า 

สำหรับเครื่อง Dual Yellow ใน version ใหม่ล่าสุดจะมี FEM mode ในรอยโรคต่างๆ ดังนี้
- Skin Lightening : ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ในการรักษาครั้งแรก
- Melasma : เพื่อให้ผลการรักษาฝ้าที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของฝ้าได้อีกด้วยการลด VEGF สาเหตุหลักที่กระตุ้นการกลับมาเป็นซ้ำของฝ้า

ทำไมควรรักษาด้วย Dual Yellow Laser ?
แสงเลเซอร์ของ Dual Yellow ที่ถูกปล่อยออกมาเป็น pulse ที่เล็กมากๆ ประมาณ 30 ns ที่ความถี่ 16 kHz กระตุ้นให้เกิดการสะสมความร้อนทีละน้อยในเส้นเลือด จึงไม่ทำให้เส้นเลือดแตกเกิดเป็นจ้ำ (Purpura) ภายหลังการรักษา และไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงในการรักษา ทั้งนี้ยังสามารถปรับตั้ง Duration time และ Off time ได้จึงช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบได้ ช่วยให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นอีกด้วย

Dual Yellow Laser เหมาะกับการรักษาใดบ้าง?
1. รอยแดงและเส้นเลือด เช่น รอยสิว ไฝแดง ปานแดง เส้นเลือดฝอย
2. กระ ฝ้า ปานดำ รอยแผลเป็นสีดำต่างๆ
3. ติ่งเนื้อ ไฝ เนื้องอกใต้ตา หูด
4. รอยแตกลาย ท้องลาย
5. รอยแผลผ่าตัดและรอยแผลอุบัติเหตุ 
6. ริ้วรอย โดยเฉพาะ รอยขมวดคิ้ว รอยบนหน้าผาก ตีนกา รอยใต้ตา ร่องแก้ม

การรักษาด้วย Dual Yellow Laser ปลอดภัยหรือไม่ ?
ปลอดภัย เพราะได้รับ US FDA และ CE ที่ชัดเจน และเป็นเลเซอร์ที่รักษาเฉพาะเจาะจงในบริเวณที่มีปัญหา ไม่ทำลายผิวบริเวณใกล้เคียง นอกจากนั้น Dual Yellow ยังมี Mode ใหม่ ที่ได้รับการรับรองให้เป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน หรือ Gold standard ในการรักษาฝ้า โดย Dual yellow จะช่วยลดปริมาณการสร้างเม็ดสี (Melanin) ใต้ผิวบริเวณฝ้าลง ลดปริมาณสาร VEGF หรือสารกระตุ้นเส้นเลือด ทำให้ลดโอกาสเกิดการกลับมาเป็นใหม่ของฝ้า และลดฝ้าที่เกิดจากเส้นเลือดได้ดีมากอีกด้วย

ควรทำการรักษาบ่อยแค่ไหน ?
จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับรอยโรคและการประเมินของแพทย์ผู้ให้การรักษา บางรอยโรค เช่น การรักษาเส้นเลือดฝอยผิดปกติ ไฝแดง หรือกระตื้นอาจให้การรักษาเพียง 1-2 ครั้ง ส่วนการรักษาสิว การทำให้หน้าขาวใส (Rejuvenation) และการรักษาฝ้าแนะนำให้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์/ครั้ง

ขณะทำการรักษาเจ็บหรือไม่ ?
การรักษาด้วยเครื่อง Dual Yellow Laser เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง ก่อนให้การรักษาไม่จำเป็นต้องทายาชา(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรอยโรคและการประเมินของแพทย์) ระหว่างเข้ารับการรักษาจะรู้สึกเหมือนเข็มแตะเบาๆที่ผิว และภายหลังการรักษาอาจจะรู้สึกอุ่นและผิวมีสีชมพูเรื่อๆเพียงเล็กน้อยเล็กน้อย แต่จะหายไปได้เองหลังจากนั้น 

หลังการรักษาเป็นอย่างไร ?
ส่วนมากกลับไปทำงานได้เลย ภายหลังการรักษา ถ้ามีอาการแสบร้อน ควรใช้ผ้าเย็นประคบไว้ก่อนจนดีขึ้น ควรจะทายากันแดดไว้ตลอดหลังการรักษา งดการขัดผิวหรือทายาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวพรรณและศัลยกรรมความงาม

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 26 พฤษภาคม 2559
Last Update : 26 พฤษภาคม 2559 14:17:15 น.
Counter : 344 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog