พบผู้หมดสติควรทำอย่างไร?


Chest compression

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะช่วยผู้หมดสติคือ ต้องตั้งสติของตัวเองไม่ให้ตกใจจนทำอะไรไม่ได้ หลังจากนั้นให้ทำการเรียกหรือเขย่าตัวผู้หมดสติว่ายังมีการตอบสนองหรือไม่ ถ้าไม่มีการตอบสนอง ให้สังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการกระตุกหรือชักเกร็งหรือไม่ หรือหายใจเฮือก หรือหยุดหายใจ และ ถ้ามีให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน จากนั้นให้รีบขอความช่วยเหลือ จากโรงพยาบาลทันที และถ้าสามารถทำการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น

ขั้นตอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย การนวดหัวใจ (Chest compression) โดยปกติสมองสามารถทนต่อการขาดออกซิเจนได้ประมาณ 4 นาทีเท่านั้น ถ้านานกว่านี้ จะทำให้เซลล์สมองเสียหายได้ ดังนั้นการนวดหัวใจจึงเป็นการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น แค่การนวดหัวใจเพียงอย่างเดียวโดยไม่จำเป็นต้องเป่าปากร่วมด้วย ก็ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ของผู้ป่วยได้แล้ว วิธีการนวดหัวใจทำได้ดังนี้ วางส้นมือข้างที่ถนัดไว้ตรงบริเวณกลางหน้าอกของผู้ป่วย และนำมืออีกข้างหนึ่งวางทับไว้ด้านบน ระหว่างทำการนวดหัวใจให้แขนเหยียดตรงตลอดเวลา จากนั้นให้ทำการกดหน้าอกให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว โดยทำการกด และปล่อยหน้าอกให้คืนตัวสุดก่อนการกด แต่ละครั้ง กดด้วยความเร็วอย่างน้อย 100 ครั้งต่อนาที (หรือ 25 ครั้งต่อ 15 วินาที) และพยายามทำการนวดหัวใจให้ต่อเนื่องกันให้มากที่สุด เทคนิคการนวดหัวใจในปัจจุบันนั้น มีการเปิดสอนอยู่หลายที่ โดยสามารถสอบถามได้ที่มูลนิธิสอนช่วยชีวิต (www.thaicpr.com)

“เบอร์โทรติดต่อ เพื่อขอความช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วน”
เหตุเกิดในกรุงเทพฯ ขอความช่วยเหลือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1646
เหตุเกิดนอกกรุงเทพฯ ขอความช่วยเหลือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1669


ขอบคุณที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 17 สิงหาคม 2559
Last Update : 17 สิงหาคม 2559 13:53:30 น.
Counter : 316 Pageviews.

1 comment
โรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ


older

โรคข้อเสื่อมถือเป็นโรคที่พบบ่อย และสร้างปัญหาให้กับผู้สูงวัยในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโรคข้อเสื่อมพบในตำแหน่งของข้อที่รับน้ำหนักมาก คือ ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อต่อกระดูกสันหลัง เป็นต้น

สาเหตุของโรคข้อเสื่อมเกิดจากการใช้ของอวัยวะนั้นๆ เป้นเวลานาน การใช้งานอย่างหนัก และด้วยอายุที่มากขึ้นก็เป็นตัวแปร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวข้อกระดูกเสื่อมซึ่งมักจะเกิดร่วมกับอาการข้ออักเสบด้วย

อาการในระยะแรกอาจมีการขัดหรือฝืดในข้อเป็นครั้งคราวหากมีการอยู่นิ่งเป็นเวลานาน บางรายอาจมีอาการเจ็บปวดร่วมอยู่ด้วย ซึ่งการเจ็บปวดบริเวณข้อเหล่านี้ อาจสัมพัน์กับการทำกิจกรรม เช่น การขึ้นลงบันได การออกกำลังกายหักโหม นั่งยองหรือนั่งแบบผิดสุขลักษณะ หากมีการอักเสบร่วมด้วยอาจจะมีอาการบวมแดง บริเวณข้อเข่า ข้อเท้า

การรักษาโรคข้อเข่าจะเน้นที่การบรรเทาอาการเจ็บปวด และป้องกันการอักเสบควบคุมให้เกิดการอักเสบน้อยลง ไม่ให้ส่งผลกระทบในชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ในการรักษาควรเป้นการทำกายภาพบำบัดข้อบริเวรนั้นควบคู่ไปกับการใช้ยาบรรเทาอาการปวดข้อ ในกรณีที่มีอาการเสื่อมของข้อรุนแรง การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็สามารถทำได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

การลดน้ำหนักและการออกกำลังกายเป็นทางเลือกหนึ่งของการป้องกันและบรรเทาดรคข้อเสื่อม การลดน้ำหนัก หรือการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถือเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุด เพราะน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อกระดูกเสื่อม และทำให้การดำเนินโรคเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น เนื่องจากข้อต่างๆ ของร่างกายต้องรับแรงมากกว่าปกติ การลดน้ำหนักจะทำให้อาการปวดข้อดีขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายที่เป็นแบบแอโรบิกช่วยทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป ซึ่งจะเป้นประโยชน์มากกับข้อที่รับน้ำหนักโดยตรง

การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อนั้นๆ มีความแข็งแรง และช่วยผ่อนแรงกระแทกที่กระทบกับข้อโดยตรงแล้ว ยังช่วยทำให้ข้อสึกช้าลง หรือช่วยควบคุมแนวการรับน้ำหนักของข้อนั้นๆ ให้อยู่ในแนวที่ตรงขึ้น ทำให้ข้อรับน้ำหนักน้อยลง

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 16 สิงหาคม 2559
Last Update : 16 สิงหาคม 2559 15:05:09 น.
Counter : 296 Pageviews.

1 comment
วุ้นตาเสื่อมเกิดจากอะไร


uveitis

วุ้นตาเสื่อมอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

• ภาวะความเสื่อมตามวัย ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
• การอักเสบในวุ้นตาและจอตา (intermediate and posterior uveitis) ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย การติดเชื้อ หรือภาวะทางกายอื่นๆ เช่น มะเร็ง
• ภาวะเลือดออกในน้ำวุ้นตา จากอุบัติเหตุหรือโรคที่ทำให้มีความผิดปกติของหลอดเลือด

ปัจจัยเสี่ยง

• อายุเกิน 50 ปี
• สายตาสั้น
• เคยมีอุบัติเหตุที่ตา
• ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดต้อกระจก
• เบาหวานขึ้นจอตา
• การอักเสบในตา

ทำอย่างไรเมื่อมีวุ้นตาเสื่อม

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่วุ้นตาเสื่อมมักเกิดจากความเสื่อมตามวัย อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้น ควรพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัย หาสาเหตุอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้อง และรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาการดังนี้ คือ เห็นเงาดำจุดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบในตา หรือเห็นเงาคล้ายม่านบังตาบางส่วน ควรรีบพบจักษุแพทโดยเร่งด่วน

ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อมาพบแพทย์

ผู้ที่มีอาการของวุ้นตาเสื่อม จำเป็นต้องได้รับการตรวจวุ้นตาและจอตา โดยแพทย์จะทำการตรวจตาส่วนหน้าก่อน หลังจากนั้นจะหยอดยาขยายรูม่านตาเพื่อที่จะสามารถตรวจดูจอตาและวุ้นตาได้อย่างละเอียด ซึ่งหลังจากหยอดยาขยายรูม่านตาแล้ว จะทำให้ตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้ และใช้สายตาในระยะใกล้ไม่ได้ เป็นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยอาจจะไม่ปลอดภัยหากต้องขับรถเอง และควรเตรียมแว่นกันแดดเพื่อช่วยลดอาการตาสู้แสงไม่ได้

วุ้นตาเสื่อมรักษาอย่างไร

1. โดยมากวุ้นตาเสื่อมไม่จำเป็นต้องรักษา การเห็นเงาดำลอยไปมาในตาอาจก่อให้เกิดความรำคาญ แต่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถปรับตัวได้ และเงาดำหรือแสงวาบจะค่อยๆลดลงและหายไปในที่สุด
2. กรณีที่พบการฉีกขาดของจอตาร่วมด้วย ต้องได้รับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์หรือการจี้ความเย็น เพื่อปิดรอยฉีกขาดและป้องกันการเกิดจอตาหลุดลอกตามมา
3. รักษาโรคทางตาอื่นๆที่เป็นสาเหตุ

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ตา

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 15 สิงหาคม 2559
Last Update : 15 สิงหาคม 2559 11:25:46 น.
Counter : 304 Pageviews.

1 comment
ต่อมลูกหมากอักเสบ


Prostate

ต่อมลูกหมากอักเสบจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยขัดต้องเบ่ง บางครั้งมีอาการปวดเอว ปวดหลัง และปวดท้องน้อยร่วมด้วย บางรายอาจเป็นมากจนปัสสาวะไม่ออก ในกรณีที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้หนาวสั่นร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในช่องเชิงกราน จนทำให้น้ำปัสสาวะบางส่วนไหลย้อนกลับเข้าไปในต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการอักเสบ หรือเกิดจากการที่มีการคั่งค้างของน้ำอสุจิ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอ

ผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าต่อมลูกหมากอักเสบ แพทย์จะต้องตรวจ โดยการคลำต่อมลูกหมากจากทางทวารหนัก ต้องตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีการอักเสบมาจากระบบทางเดินปัสสาวะ หรือ จากต่อมลูกหมาก และอาจต้องใช้วิธีนวดต่อมลูกหมาก เพื่อให้ได้สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมาก เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ต่อไป
การรักษาส่วนใหญ่จะได้ผลดีโดยใช้ยาปฏิชีวนะ และยารักษาตามอาการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้รักษา การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยได้ และในบางรายที่รักษาไม่หายขาด แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก


ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 11 สิงหาคม 2559
Last Update : 11 สิงหาคม 2559 11:12:30 น.
Counter : 298 Pageviews.

1 comment
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คืออะไร?


Cardiac arrest

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หมายถึง ภาวะที่หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะ ส่วนต่างๆของร่างกายอย่างทันที สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีโรคหัวใจอยู่เดิมโดยที่เจ้าตัวอาจไม่ทราบ หรือไม่เคยตรวจมาก่อน และถ้าในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในหนึ่งชั่วโมงหลังมีอาการ เราจะเรียกภาวะนี้ว่า “Sudden cardiac death” ซึ่งภาวะนี้เกิดได้กับใครก็ได้โดยไม่จำเป็นต้อง ป็นโรคหัวใจหรือมีโรคประจำตัวอื่นใดมาก่อน

“สาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน”

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากความผิดปกติของหัวใจโดยกำเนิด หรือสาเหตุภายนอกที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นก็ได้ สำหรับผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปมักเกิดจาก โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute myocardial infarction) ส่วนผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 35 ปีส่วนใหญ่เกิดจาก โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาชนิดไม่ทราบสาเหตุ (hypertrophic cardiomyopathy ) ซึ่งภาวะนี้การออกกำลังกายเป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ก็ยังอาจเกิดจาก ภาวะเส้นเลือดหัวใจขาดเลือดในคนอายุน้อย (premature coronary artery disease ) หรือภาวะเส้นเลือดหัวใจผิดปกติโดยกำเนิด (congenital coronary artery anomalies) เช่น โรค Marfan’s syndrome ส่วนสาเหตุภายนอกที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เช่น ภาวะที่มีวัตถุกระแทก อย่างรุนแรงที่บริเวณหน้าอก ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่า commotio cordis นอกจากนี้ผู้ที่ใช้ยาโด๊ปเพื่อการแข่งขัน เช่นการใช้สาร anabolic-androgenic steroids ก็เป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้เช่นกัน

“ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน”

สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปี ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่พบบ่อยได้แก่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ฯลฯ ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้ทราบ ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า เรามีโรคเหล่านี้หรือไม่ และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคร่วมด้วย ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปีนั้นต้องอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายจากแพทย์เป็นหลัก เพื่อค้นหาว่า มีโรคความผิดปกติโดยกำเนิดหรือไม่ซึ่งอาจจะยังไม่แสดงอาการใดๆ ก็ได้ และผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

ขอบคุณที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 10 สิงหาคม 2559
Last Update : 10 สิงหาคม 2559 11:26:47 น.
Counter : 267 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog