การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก Sleeve Gastrectomy (3)


การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก

หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะถูกนำมาที่ห้องพักฟื้น โดยอาจมีการใช้หน้ากากออกซิเจนเพื่อช่วยในการหายใจ ผู้ป่วยอาจยังมีความรู้สึกงัวเงียหลังจากรู้สึกตัวแล้ว และจะมีสายน้ำเกลือที่แขนเพื่อให้อาหารและสารน้ำทางเส้นเลือดจนกว่าผู้ป่วยจะรับประทานอาหารได้ ขณะอยู่ในห้องพักฟื้น พยาบาลจะคอยตรวจเช็กชีพจรและวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ และจะย้ายผู้ป่วยไปยังห้องพักเมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น หากผู้ป่วยรู้สึกคลื่นไส้ควรแจ้งพยาบาล

โดยทั่วไปผู้ป่วยจะพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3 วัน แต่ขึ้นกับความสมบูรณ์ของร่างกายของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด หากผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดหรือต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม อาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการควบคุมอาหารทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยจะได้รับแผนการรับประทานอาหารจากแพทย์ และต้องเข้ารับคำปรึกษาจากนักโภชนาการ โดยทั่วไปแล้วควรปฏิบัติดังนี้

หลังผ่าตัดสัปดาห์แรก ผู้ป่วยจะรับประทานได้แต่อาหารเหลว เช่น ซุปใส ชา กาแฟ.... เครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาลและไม่อัดลม น้ำผัก น้ำผลไม้ โยเกิร์ต แต่ผู้ป่วยจะต้องจำกัดปริมาณสารน้ำที่ได้รับในแต่ละครั้ง และให้รับประทานครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง

ใน 2 สัปดาห์ถัดมา ผู้ป่วยจะได้รับการจำกัดให้รับประทานอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ เช่น ข้าวต้ม หลังจากนั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นอาหารปกติ แต่ควรรับประทานในปริมาณน้อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและนานกว่าปกติก่อนกลืน และไม่ควรดื่มน้ำพร้อมกับการรับประทานอาหาร ควรดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหาร 15-30 นาที

ผู้ป่วยจะได้รับรายละเอียดผลการผ่าตัดในภายหลัง และจะต้องกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อตรวจเช็กหากจำเป็น โดยปกติแล้วแพทย์จะทำการนัดให้ผู้ป่วยกลับมาตรวจเป็นระยะๆ  โปรดตระหนักว่ารูปแบบการใช้ชีวิตและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากต่อการที่จะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักการผ่าตัดโรคอ้วนนั้นเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยการควบคุมหลังจากนั้น 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://m.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services-th/surgery-center-th/item/882.html

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 10 กันยายน 2559
Last Update : 10 กันยายน 2559 10:45:49 น.
Counter : 387 Pageviews.

1 comment
การดูแลตัวเอง...มะเร็งปากมดลูก...ความกังวลใจในคุณผู้หญิง...




Cervical cancer

หากคุณมีปัจจัยบางอย่างหรือหลายอย่างดังที่กล่าวมา และ ไม่มั่นใจว่า ณ เวลานี้ คุณมีเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสร้ายชนิดนี้ วันนี้… มีแนวทางการดูแลตัวเองที่ทุกคนสามารถทำได้ มาฝากเป็นเกร็ดความรู้ดังต่อไปนี้ค่ะ

กลุ่มอายุ 9-26 ปีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ สามารถป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส HPV และเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ปากมดลูกเกิดความผิดปกติ จนในที่สุดเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง ได้โดยโดยการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (สามารถฉีดวัคซีนได้ทุกโรงพยาบาลค่ะ)

กลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี ควรเริ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายใน 3 ปีหรือเริ่มตรวจเมื่ออายุครบ 21 ปี และควรทำการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปีจนถึงอายุ 30 ปี

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://m.bangkokpattayahospital.com/th/newsroom-th/health-articles-th/item/1016-hpv-th.html

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 09 กันยายน 2559
Last Update : 9 กันยายน 2559 17:37:47 น.
Counter : 376 Pageviews.

1 comment
การดำเนินโรค และการป้องกันโรคกรวยไตอักเสบ


kidney01

การดำเนินโรค

  • หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจมีภาวะไตวายหรือโลหิตเป็นพิษแทรกซ้อนภายในเวลาไม่นาน
  • หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาการไข้จะค่อยๆ ทุเลาภายใน 2-3 วัน แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ
  • ต่อจนครบ 14 วันเป็นอย่างน้อย จึงจะกำจัดเชื้อให้หมดไป
  • หลังจากหายเป็นปกติแล้ว แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาตรวจซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้กลายเป็นกรวยไตอักเสบเรื้อรัง

การป้องกัน

1. ดื่มน้ำมากๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เชื้อที่แปดเปื้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะถูกขับออกไป
2. ไม่อั้นปัสสาวะ การอั้นปัสสาวะจะทำให้เชื้อที่แปดเปื้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะมีการบ่งตัวเพิ่ม
จำนวนและย้อนขึ้นไปถึงกรวยไตจนเกิดโรคได้
3. หลังถ่ายอุจจาระ ควรทำความสะอาดโดยการใช้กระดาษชำระเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อลดโอกาสที่จะแปดเปื้อนเข้าท่อปัสสาวะ ซึ่งอยู่ด้านหน้าของทวารหนัก หากเช็ดจากด้านหลังมาด้านหน้าก็อาจทำให้เชื้อเข้าไปในท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น
4. เมื่อมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ควรได้รับการรักษาอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลามขึ้นไปที่กรวยไต

ที่มา ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคไตและไตเทียม

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 08 กันยายน 2559
Last Update : 8 กันยายน 2559 14:15:33 น.
Counter : 326 Pageviews.

1 comment
การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก Sleeve Gastrectomy (2)




การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  1. ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องตรวจร่างกายและส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะเข้ารับการผ่าตัด
  2. เข้ารับคำแนะนำด้านโภชนาการ
  3. เข้ารับการทดสอบสภาพจิตใจว่าพร้อมจะเข้ารับการผ่าตัดและพร้อมจะเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพหลังการผ่าตัดหรือไม่
  4. ประเมินภาวะโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคปอด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมโรคต่างๆ เหล่านี้ และเข้ารับการผ่าตัดได้
  5. หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ จะต้องหยุดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด 2-3 สัปดาห์ รวมถึงหลังการผ่าตัดด้วย เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้าและเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาต่างๆ
  6. แจ้งแพทย์และพยาบาลหากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่
  7. หากกำลังรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถรับประทานยาชนิดใดได้บ้างและควรหยุดรับประทานยาชนิดใดก่อนการผ่าตัด
  8. งดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืนในวันที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด หากมียาที่ต้องรับประทานตามแพทย์สั่ง ให้รับประทานยาพร้อมจิบน้ำน้อยๆ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

เนื่องจากการผ่าตัดนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาสลบ ดังนั้นจึงอาจมีความเสี่ยงได้เท่าๆ กับการผ่าตัดอื่น ส่วนภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสมควรได้รับการผ่าตัดหรือไม่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://m.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services-th/surgery-center-th/item/882.html

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 07 กันยายน 2559
Last Update : 7 กันยายน 2559 10:49:06 น.
Counter : 306 Pageviews.

1 comment
ความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก...ความกังวลใจในคุณผู้หญิง...





ความเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งผลให้คุณผู้หญิงที่ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือสาวใหญ่ มีโอกาสเป็นโรค “มะเร็งปากมดลูก” ได้ ลองมาดูเช็คลิสต์นี้ดูสิคะว่า สาเหตุใดบ้างที่ทำให้คุณอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก

1.มีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย
2.มีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีคู่นอนหลายคน
3.รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน (ถ้านานกว่า 5 ปี จะมีความเสี่ยงสูง)
4.มีจำนวนการตั้งครรภ์และการคลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง
5.มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เริม เป็นต้น
6.สูบบุหรี่
7.ขาดการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
8.ขาดสารอาหารบางชนิด โดยฉพาะผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อย มีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดพบบ่อย รวมทั้งมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้มาก

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://m.bangkokpattayahospital.com/th/newsroom-th/health-articles-th/item/1016-hpv-th.html

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 06 กันยายน 2559
Last Update : 9 กันยายน 2559 17:39:00 น.
Counter : 347 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog