ลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ 9 ขวบ


hpv01

ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม และจากสถิติโรคมะเร็งในประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยหน้าใหม่ถึง 6,400 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 3,000 รายต่อปี โดยสาเหตุหลักที่พบมากที่สุดคือการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus Infection) สายพันธุ์ชนิด 16 และ 18 ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยทราบว่า ไวรัสทั้งสองชนิดนี้สามารถป้องกันได้มากกว่าร้อยละ 70 เพียงฉีดวัคซีนลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก HPV ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ
(ที่มาข้อมูล: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

ไวรัส HPV ร้ายกว่าที่คิด

ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) สายพันธุ์ชนิด 16 และ 18 ผ่านทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด ดังนั้นผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วจึงนับว่ามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส HPV โดยปัจจัยเสี่ยงเกิดจาก

• มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
• มีคู่นอนหลายคน
• มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
• ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
• ไม่สวมถุงยางอนามัย
• สูบบุหรี่
• อื่นๆ

hpv02

คู่นอนคนเดียวคนเดิมก็ติดเชื้อ HPV ได้

ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่า แม้จะมีเพศสัมพันธ์กับสามีเพียงคนเดียวมาตลอดก็สามารถติดเชื้อ HPV ได้เช่นกัน หากฝ่ายชายมีเชื้อ HPV อยู่ ที่สำคัญผู้หญิงมักชะล่าใจกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพราะคิดว่าตนเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง อีกทั้งอายหรือกลัวที่จะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทำให้แนวโน้มการเกิดมะเร็งปากมดลูกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

hpv03


ทำความเข้าใจวัคซีน HPV ให้ถูกต้อง

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่ผลิตจากชิ้นส่วนโปรตีนของเชื้อไวรัสซึ่งไม่ก่อโรค แต่มีประสิทธิภาพช่วยสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อไวรัส HPV โดยปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ (Cervarix) ป้องกันเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 16 และ 18ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมากกว่าร้อยละ 70

วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Gardasil) ป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่าร้อยละ 70 และป้องกันเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ได้ถึงร้อยละ 90

hpv04


วัคซีน HPV ยิ่งฉีดแต่เด็ก ยิ่งประสิทธิภาพสูง

การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV สามารถช่วยป้องกันโรคนี้ได้ โดยควรฉีดในเด็กผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 9 – 14 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดในการรับวัคซีน HPV เนื่องจากมีผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า เด็กผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยดังกล่าวมีการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันดีกว่าช่วงอายุอื่นๆ และเป็นวัยที่ยังไม่เคยมีกิจกรรมทางเพศมาก่อน

อีกทั้งโดยปกติแล้วการฉีดวัคซีน HPV สำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปจะต้องฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อเริ่มฉีดเข็มแรก หลังจากนั้นอีก 2 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 2 และครบ 6 เดือนจึงฉีดเข็มที่ 3 ซึ่งผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง ได้ผลดีไม่เท่ากับผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

และเมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุ 9-14 ปี ซึ่งจะฉีดเพียง 2 ครั้งเท่านั้นคือ เดือนแรกและอีก 6 เดือนถัดมา ผลการวิจัยพบว่าภูมิคุ้มกันตอบสนองได้ดีมากเท่ากับการฉีดวัคซีน 3 ครั้ง นั่นคือ จำนวนเข็มน้อยกว่า ประสิทธิภาพสูงกว่า และป้องกันไวรัส HPV ได้ตลอดชีวิต

นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่ผู้หญิงที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน HPV ผู้ชายก็เช่นเดียวกัน เพราะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อ HPV สู่ผู้หญิงได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหูดหงอนไก่ในเพศชายและโรคมะเร็งทวารหนักด้วย

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเฟิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดูเว็บไซต์ที่ www.bangkokpattayahospital.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ปรึกษาแพทย์ได้ ที่นี่




Create Date : 25 กรกฎาคม 2560
Last Update : 25 กรกฎาคม 2560 14:33:54 น.
Counter : 186 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pigget mui
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยได้รับการรับรองมาตราฐานระดับสากล JCI สามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลโรคที่มีความซับซ้อนได้อย่างครบวงจรและทันสมัยมากที่สุดในภาคตะวันออก
All Blog