เด็กหญิงกล้วยไข่ กับ ใบไม้สีเขียว


เด็กหญิงกล้วยไข่
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่ารักโลกเพียงลมปาก*


...ฟ้า บอกเธอกี่ครั้งกี่หน ว่าใจคนควรยื่งใหญ่ดั่งใจฟ้า
...ภูเขา บอกเธอกี่ครั้งกี่หน ว่าใจคนควรหนักแน่นดั่งภูผา
...แม่น้ำ บอกเธอหรือเปล่า ว่าใจเราควรเยือกเย็น
...ตะวันบอกเธอหรือเปล่า ว่าใจเราควรซื่อตรง

ผู้พ่ายแพ้ บอกเรากี่ครั้ง
ผู้พลาดพลั้ง บอกเรากี่หน
คนหลงทาง บอกว่าทางนั้นวกวน

... แต่ใครบางคนไม่รับฟัง
...ก็หัวใจเรายัง คงเต้นรำ ในเสียงเพลงที่เราไม่เข้าใจ


.กวีซีไรต์ ศักด์สิริ มีสมสืบ.



(ปล.ขอบคุณเจ้าของรูปHeadที่ให้แอบเอารูปมาแปะไว้นะคะ)
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เด็กหญิงกล้วยไข่'s blog to your web]
Links
 

 

เชียงใหม่ . . . ในวันวาน

เกือบสองปีผ่านมาแล้ว
แต่ความทรงจำวันนั้นไม่เคยหายไปไหน
มันยังอิ่มอุ่นอยู่ใกล้ๆในวันที่เราเหงา. . . ....




กี่ครั้งแล้วที่คุณอยากไปไหน ...
ก็รีบจัดกระเป๋าแบกเป้ขึ้นหลัง แล้ววิ่งตามหาฝันทันที!



เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ก่อนวันแม่สักสองสามวัน
เมื่อฉันรู้ว่า ปีนี้แม่ไม่อยู่บ้าน และฉันไม่มีเรียน
ที่แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวสมองทันทีทันใด คือ
"เชียงใหม่!!"

....นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
....นั่นคือ ครั้งแรก ที่ทำให้มีครั้งต่อๆมา อย่างทุกวันนี้



จำได้ว่าช่วงนั้นคิดถึงเพื่อนๆที่เชียงใหม่มากๆๆๆๆ
พวกเขาจึงเป็นกลุ่มบุคคลแรกที่ถูกนึกถึงเมื่อหาวันหยุดได้
ประจวบเหมาะที่เป็่นช่วงหยุดรับปริญญา
และเพื่อนสาวเชียงใหม่กลับมาจากต่างประเทศพอดี



ครั้งนั้นเป็นครั้งที่ขึ้นดอยอินทนนท์ไปอย่างไร้จุดหมาย
... แต่สบายใจที่สุด !!





ฉันกับเพื่อนๆเลยรีบแพคกระเป๋าชวนกันขึ้นดอยทันที
ก่อนที่จะหาโอกาสอีกไม่เจอ

อินทนนท์ฤดูฝน.... บังคับให้เราออกไปไหนมากไม่ได้
พวกเราโชคดี ได้บ้านพักจากพี่ๆบนอุทยาน
ที่เรารู้จักกันตอนไปทำค่ายบนดอย
ก็เลยได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่ในบ้าน

วันแรกพอไปถึง ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ฝนตกตลอด
พอถึงเวลาก็แค่เดินไปกินข้าวที่ร้านสวัสดิการ
...เดินฝ่าสายฝนที่แข่งกันตกลงมา
วันนั้นพวกเราทำได้แค่นั่งฟังเสียงน้ำไหลผ่านชายคาบ้าน
มองสนามหญ้าสีเขียว
มีเสียงน้ำไหลในลำธารหน้าบ้านเป็นเพลงกล่อม
นั่งสับไพ่ไป ก็พูดคุย ถามสารทุกข์สุขดิบกันไปตามภาษา



แต่วันที่เหมือนจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นในครั้งนั้น
มันมักเป็นหัวข้อที่พวกเราเอามาพูดถึงกันเสมอ....


" คิดถึงวันนั้นจัง "

วันที่แค่นั่งมองสายฝนก็มีความสุขแล้ว




... เคยใช้ชีวิตแบบเนิบช้า เคล้าเสียงฝนกันไหมล่ะ

บรรยากาศวันนั้มันใช่เลย!!

ร่างกายพวกเราวันนั้นมันเย็นจนสั่น
เสื้อผ้าก็เตรียมมาไม่หนาพอ
.. . แต่ในใจพวกเรากลับอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ...




เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนก็ยังคงรอทักทายเราแต่เช้า
ฝนลงเม็ดไม่ขาด แต่พวกเราก็เลือกที่จะคว้าเสื้อตัวหนา
แล้วเริ่มออกเดินกัน
เราเดินกันตามทางจากหน้าที่ทำการอุทยาน
ไปทางตลาดม้ง ทางที่มุ่งไปสู่ยอดดอยอินทนนท์
เราพยายามจะโบกรถขึ้นยอดดอยกัน และแล้วก็ทำสำเร็จ


บนเส้นทางสายนั้น เส้นเดียวกับที่พวกเราผ่านมาทุกครั้ง

หากแต่เช้าวันนั้นมันกลับเป็นเส้นทางที่ระคนไปด้วย
.รอยยิ้ม. และ .ความอิ่มใจ. ตลอดทาง


นานๆที. . ... . . .
ที่พวกเราจะได้เอาหน้าปะทะกับ ลมเย็นๆ
และ ไอฝน ในวันวุ่นวายที่หากแต่กลับไม่ต้องคิดเรื่องใดเลย




เวลาผ่านไป . .. . ...
จนมาถึงวันนี้ หากเมื่อเราย้อนนึกถึงการเดินทางครั้งนั้นเมื่อใด

... .... ก็ยิ้มอิ่มใจกันทุกที
มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเรา.....
ไม่ต้องพูดกันมาก
ไม่ต้องคิดกันมาก
ไม่ต้องมีอะไรให้ทำมากมาย


แค่ปล่อยให้เวลาเดินไป
. .. .. . . . ปล่อยใจไปกับสายฝน กับไอหมอก



" ความสุขมันก็ล้นใจพวกเราแล้ว "



ตั้งแต่วันนั้น เราทั้ง 6 คน
ยังไม่สามารถกลับมารวมตัวกันได้เหมือนวันนั้นเลย
ทั้งที่ลึกๆ พวกเราต่างก็รู้เต็มอกว่า ...... . . . .

" อยากให้ช่วงเวลาแบบนั้น หวนคืนมาอีกครั้ง "


แล้วเราจะเฝ้ารอ ... . .. . .
วันที่ทั้ง 6 คน จะกลับไปอินทนนท์พร้อมหน้ากัน
. . . . . ...ในวันใหม่





" มันเป็น อดีต ที่เรามองกลับไปเมื่อใด ก็ อุ่นใจ เสมอ "


"ภาพในความทรงจำ มันไม่เคยเลือนลางไปจากกลางใจ".












 

Create Date : 03 มิถุนายน 2553    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2553 22:43:31 น.
Counter : 184 Pageviews.  

วังน้ำเขียว ก่อนโอโซนจะลดลง

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อาทิตย์ที่กรุงเทพร้อนรุ่ม
ครอบครัวเราว่างพร้อมกันพอดี เลยขอหนีไปวังน้ำเขียว
หนีไปแบบ ต้องคอยติดตามข่าวตลอดเวลา....
บ้านเราตกข่าวไม่ได้จริงๆ เลือดสื่อมวลชนมันอยู่ในสายไปเสียแล้ว!



วังน้ำเขียว... ครั้งล่าสุดที่มา สัก๒ปีที่แล้ว
แต่ตอนนั้นมาเจาะจงไปป่าชุมชนท่าวังไทร เลยไม่รู้สุกเหมือนมาวังน้ำเขียวเท่าไหร่

แต่เมื่อ๖ปีก่อน!!! นั่นแหละ คือวังน้ำเขียวของจริง
เมื่อ๖ปีก่อน มีโอกาสได้มาค่ายเยาวชนกระทิงน้อย๑๐วันบนเขาแผงม้า
แล้วเขาก็มีกิจกรรมหนึ่ง แบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ แยกไปอยู่โฮมเสตย์
ศึกษาวิถีเกษตรวังน้ำเขียว ฉันมีโอกาสไปอยู่โฮมเสตย์บุไทร
ซึ่งก็คือ..ที่ๆฉันกลับไปในวันนี้

กลิ่นไอความทรงจำ บรรยากาศวันนั้น มันยังวนเวียนอยู่ไม่จางหายเลย



บ้านหลังที่ไปอยู่เมื่อหกปีก่อน



ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปบุไทร แต่พอไปถึงวังน้ำเขียวแล้์ว ก็ลองแวะไปดู
แผนแรกกะจะขึ้นเขาใหญ่แต่ก็ไม่ได้ขึ้น

วังน้ำเขียววันนี้ กับ เมื่อ๖ปีที่แล้ว แตกต่างไปบ้างนะ

จำได้ว่าสมัยนั้น โรงแรม รีสอร์ทไม่ผุดเร็วเป็นดอกเห็ดขนาดนี้
สมัยนั้น นายทุนเพิ่งมาเริ่มกว้านซื้อที่ใหม่ๆ
ก็มีแต่โฮมเสตย์บุไทรเนี่ยแหละ ....แต่ตอนนี้บุไทร ทรุดโทรมไปเยอะเลยแหละ


มานี่ ไม่ได้หวังเที่ยวอะไรมาก มานั่งรถ ชมวิว ชมธรรมชาติ
พ่อกัยแม่ก็ชอบบรรยากาศที่นี่มาก


เราแวะไปดูโฮมสเตย์และรีสอร์ทแถวนั้นกัน
แวะสวนลุงไกร ฟาร์มเห็ด สววนเบญจมาศไม่มีดอกแล้ว
แล้วก็แวะไปผาเก็บตะวัน(อช.ทับลาน)
เมื่อ๖ปีก่อนไปผาชมตะวัน แต่เค้าบอกตรงนั้นมันเล็ก เลยเปลี่ยนมาที่นี่แล้ว
ว้าาาาาาาาเสียดายจริงๆ


อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง


พวกเราเลือกขับรถมาทาง กบินฯเพื่อมาโผล่วังน้ำเขียว แล้วก็วิ่งเป็นวงกลม ตัดทางไปเขาแผงม้า เขาใหญ่ แล้วไปออกมวกเหล็ก ผ่านทางร้าน A cup of Love, ทางขึ้นเขาแผงม้า, ทางเข้าสวนลุงโชค
แล้วระหว่างทางก็ขับรอบอ่างเก็บน้ำลำพระ เพลิง ชอบบรรยากาศมากกก
ผ่าน Primo Posto ด้วย แต่กว่าจะถึงก็เย็น เลยไม่ได้เข้าไปถ่ายรูป
กะว่าวิ่งทางนี้ เพื่อให้มาออกตรงปากทางร้านDaily home พอดี เพราะจะมาหาของกินที่นี่

กว่าจะออกจากที่นั่น ก็เย็นพอดี ขับรถกลับกรุงเทพฯ



ที่พักที่สวนลุงไกร



ทุ่งหญ้าที่ บ้านไร่โอโซน



ผาเก็บตะวัน



A cup of Love ก่อนแยกขึ้นเขาแผงม้า



Primo Posto



Daily Home ; Yummy!




ทริปนี้ไปกันเหมือนเล่นRallyจริงๆ แผนที่ทางหลวงไม่มี มีแต่แผนที่ท่องเที่ยวที่ปริ๊นมาจากอินเตอร์เน็ต ฉันกับพ่อช่วยกันใช้เซ๊นของตัวเอง และประสบการณ์ที่มีมานำทาง ตลกดีนะ



แนะนำ!! วังน้ำเขียว(บุไทร) หาทางเข้ายากมากกกป้ายไม่ชัดเจน หากขับมาจากกทม. กรุณาอย่าลืมเตรียมแผนที่ทางหลวงไปนะจ๊ะ!!!





Free TextEditor




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2553 22:12:16 น.
Counter : 325 Pageviews.  

เชียงใหม่ ...ฤดูไหน

ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันจำไม่ได้แล้วแหละว่าขึ้นมาเชียงใหม่กี่ครั้ง
ตั้งแต่จำ ความได้ ก็ได้ยินคำนี้กรอกหูอยู่ทุกคืน ...


... เพลงประจำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือเพลงที่แม่ใช้กล่อมนอนตอนกลางคืน
และมันก็เป็น เพลงแรกๆเลยแหละที่ฉันร้องได้
หลังๆมานี่แทบจะพูดได้เลยแหละ ว่าฉันมาเชียงใหม่ทุกปี
แรกๆสาเหตุที่มาก็มาทำค่าย
เวลาผ่านไป สาเหตุที่มาเชียงใหม่ก็เพราะคิดถึงเพื่อนๆที่นี่ ...





ส่วนตอนนี้ หรอ ที่ขึ้นมาเชียงใหม่ก็คงเพราะ มัน 'ผูกพัน' ไปแล้ว โดยไม่รู้ตัว .....


สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเหตุให้ฉันขึ้นเชียงใหม่โดยไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน
ถึงฉันจะมาที่นี่โดยนับครั้งไม่ถ้วน แต่ความรู้สึกแต่ละครั้งมันก็ไม่เคยเหมือนกันเลยนะ แปลก!

มาครั้งนี้ ได้เจอกับเพื่อนๆกลุ่มใหม่ ที่เพื่อนสนิทฉันแนะนำให้รู้จัก ....
เห็นมิตรภาพของพวกเค้าแล้วรู้สึกดี
มันน่ารักดีนะ เพื่อนๆอยู่หอชั้นเดียวกัน มีอะไรก็เดินไปมาหาสู่กันได้
เพื่อนฉันพาเดินไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนห้องอื่นๆ

พอสักพัก ก็มีคนมาเคาะห้องที่ฉันอยู่
ชวนออกไปหาอะไรกินมื้อดึกกัน ฉันไม่ปฏิเสธหรอก
ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกัน แต่ก็คุยกันสนุกสนานเฮฮา

หลังอาหารมื้อนั้นพวกเราตกลงกันขี่มอไซไปอ่างแก้วกัน
ตอนประมาณเที่ยงคืนได้
ที่ไปเพราะเราจะไป ตกเงือก กัน!!!
จะไปเดินเล่นใต้อ่างแก้วด้วย ฮ่าฮ่าาาาา
ไม่นานก็ถึงอ่างแก้ว โว้ววววว เหม็นที่สุดเลย!!!
ฤดูนี้น้ำลด มันเลยเหม็นกลิ่นหอยเน่า
แล้วพวกเราก็ลงไปเดินใต้อ่าง แก้วกันจริงๆ!!

เพียงแป๊บบบบเดียว มีเสียงไซเรนรถตำรวจดัง
เค้ามาไล่พวกเราออกจากที่นั่น พวกเรารีบหลบกันตรงสันเขื่อน
แต่มันไม่ช่วยอะไรหรอก เพราะมอไซจอดเรียงเป็นแถวเลย
ก็ตลกและสนุกไปอีกแบบ

วันถัดมาเป็นวันอาทิตย์ เสร็จธุระตอนกลางวัน
ฉันกับเพื่อนๆกลุ่มเมื่อคืนก็ไปเดินเล่นถนนคนเดินกัน
เดินไปเรื่อยๆ มีความสุข


มาเชียงใหม่ครั้งนี้ เพื่อนสนิทฉันมีเวลาไปเที่ยวกับฉันมากขึ้น
มันน่าดีใจจริงๆนะ
อยากไปไหนก็ขี่รถไป ไม่ต้องรีบ
หิวก็แวะกิน นั่งรถกินลมชมวิวไปเรื่อย

มันเหมือนกับว่า เราก็ไปที่เิดิมที่เราเคยไปกันนะ
แต่ความสุขมันก็ไม่เคยหายเลย
มันก็วนเวียนอยู่รอบๆตัวเราตลอดนี่แหละ


แค่มีคนที่เรารักอยู่ด้วย ...แค่นั้นก็คงทำให้มีความสุขได้แล้วนะ ;)





อ่างแก้วก่อนเข้าหน้าร้อนอ่างแก้วก่อนเข้าหน้าร้อน





บ่าย วันแรก ฉันต้องบอกลาเพื่อนคนหนึ่ง
ตอนแรกก็เพียงบอกลาแล้วเพื่อนก็เดินไปที่รถ

ซักพักเค้าเดินกลับมาแล้วพูดว่า เราลืมของว่ะ....
แล้วเพื่อนก็อ้าแขนออก บอกว่า 'ยังไม่ได้กอดแกเลย'
ได้ยินแบบนั้นใจเราก็พองโตเลย
เราสนิทกะเพื่อนคนนี้นะ แต่ไม่ค่อยจะได้กอดกันเวลาบอกลาสักเท่าไหร่หรอก
แต่ช่วงนี้มันมีเรื่องอะไรเยอะแยะเข้ามาให้ สับสนวุ่นวาย

อ้อมกอดของเพื่อนรักเนี่ยแหละ ...ทำให้สุขใจขึ้นแยะเลย


...ถึงเชียงใหม่จะร้อน แต่ใจฉันมันก็ยังอบอุ่นเสมอ *







ที่สุขใจเมื่อมาเชียงใหม่ ไม่รู้สาเหตุเพราะ สถานที่ หรือ เพราะคน นะ

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร 'ตอนนี้มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งไปแล้วแหละ ^..^'



ที่

อ่างแก้วเมื่อต้นปี










 

Create Date : 30 เมษายน 2553    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 17:55:54 น.
Counter : 112 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.