ความดีก็เหมือนกางเกงใน มีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์
Group Blog
 
All blogs
 

อยุธยามหามงคล อิ่มบุญไหว้พระ 9 วัด

ปีฉลูนี้หยอกแรงเชียวค่ะ เพราะฉันตกงานรับปีใหม่เลย อิอิ ขอสารภาพว่าหนนี้เป็นรอบที่สอง (เพียงแต่คนละปี) ก็เลยมีกำลังใจดีขึ้น แต่ไม่ได้ท้อถอยนะคะ ยังยืนยันว่าจะหางานต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนเห็นความสามารถอีกครั้งค่ะ เมื่อว่างซะขนาดนี้จึงเจียดเวลาไปทำบุญไหว้พระ 9 วัดเสริมดวงที่อยุธยาดีกว่า และก็ถ่ายรูปสวยๆ มาให้ชมกันด้วยค่ะ

เริ่มต้นเวลาเก้าโมงเช้าที่วัดแรก "วัดใหญ่ชัยมงคล" เป็นวัดที่มีเจดีย์สูงใหญ่ที่สุดในอยุธยา พระเจดีย์ชัยมงคลนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงมีชัยในการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชแห่งกรุงหงสาวดี อย่าลืมกราบนมัสการ "พระพุทธชัยมงคล" เพื่อความเป็นมงคลทั้งปวงค่ะ









ห้ามพลาดกับ "วัดพนัญเชิงวรวิหาร" เพื่อนมัสการ "หลวงพ่อโต" หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "ซำปอกง" โดยความศรัทธานับถือเพื่อความเจริญรุ่งเรืองด้านการค้าพาณิชย์



เดินทางกันต่อค่ะ รีบจรลีไปที่ "วัดสุวรรณดาราราม" วัดประจำตรกูลของรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี อันมีความงดงามสูงค่าในด้านจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี



เผลอแป๊บเดียวจะเที่ยงแล้วค่ะ เหลืออีกตั้งหลายแห่งที่ยังไม่ได้ไป ต่อกันดีกว่าที่ "วัดธรรมิกราช" ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระอารามหลวงที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้เป็นที่สดับพระธรรมเทศนาเป็นประจำ นมัสการ "พระพุทธไสยาสน์" องค์ใหญ่คู่วัด เพื่อความมีเมตตามหานิยมและช่วยคุ้มครองรักษาจากโรคภัยหรืออันตรายทั้งปวง



หลังจากหม่ำข้าวจนอิ่มท้องพร้อมลุยต่ออย่างมุ่งมั่นด้วยใจที่เปี่ยมศรัทธา วัดที่ห้าคือ "วิหารมงคลบพิตร" เพื่อนมัสการ "หลวงพ่อมงคลบพิตร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อไหว้แล้วจะช่วยเสริมมงคลและเมตตาบารมีให้กับชีวิต



อย่าเพิ่งเหนื่อยกันนะคะ ไปต่อที่วัดอันดับที่หกกันค่ะ "วัดหน้าพระเมรุราชิการาม" นับเป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกเผาทำลายโดยฝีมือพม่า แวะไปนมัสการ "พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชรญ์บรมไตรโลกนาถ" กันเถอะค่ะ พระพุทธรูปทรงเครื่ององค์นี้งามสง่าสะดุดตา สร้างความประทับใจให้กับฉันมากมาย ว่ากันว่าหากได้กราบไหว้จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเราได้ครบเครื่องเชียวล่ะ



และแล้วก็มาถึงวัดที่เจ็ด "วัดเชิงท่า" ซึ่งต้องเร่งทำเวลานิดนึง และวัดนี้ก็อยู่ไม่ไกลมากนัก ที่สำคัญคือบรรยากาศเงียบสงบมากๆ คนไม่พลุกพล่าน และยังอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกต่างหาก ไหนๆ ก็มาแล้วไปขอพรจากรูปหล่อ "พระภิกษุสิน" กันเถอะค่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" นั่นเอง



อุ้ยตาย...สี่โมงแล้วค่ะพี่น้อง เหลืออีกแค่สองวัดก็จะบรรลุความตั้งใจแล้ว ต่อกันที่ "วัดกษัตราธิราชวรวิหาร" เป็นวัดที่มีความงดงามที่สุดวัดหนึ่งในพระนครศรีอยุธยา เพราะมีองค์พระประธานที่มีแท่นฐานผ้าทิพย์ปูนปั้นซึ่งช่างศิลป์บรรจงฝีมือสร้างอย่างประณีตงดงามมากๆ



ไชโย!! วัดสุดท้ายแล้วค่ะ คราวนี้ทอดน่องชมวัดได้เอื่อยๆ ซะที ไม่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาอีก วัดที่เก้าคือ "วัดพุทไธศวรรย์" วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณตำหนัก "เวียงเหล็ก" ซึ่งเป็นที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง นมัสการ "หลวงพ่อดำ" อนเป็นพระประธานของวัด เชื่อกันว่าเป็นมงคลด้านการอยู่ยงคงกระพัน รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะการรับราชการตำรวจค่ะ



เป็นไงบ้างคะ รู้สึกอิ่มบุญไปพร้อมๆ กับฉันบ้างไหม ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาว่างก็หาโอกาสไปนมัสการขอพรให้กับตัวเองและคนที่รักบ้างนะคะ นอกจากจะได้บุญกันถ้วนหน้าแล้ว เรายังเห็นอีกมุมของเมืองอยุธยาด้วยว่ามีประวัติศาสตร์และสถานโบราณที่ยังงดงามมากขนาดไหน ส่วนรูปด้านล่างนี้เป็นความชอบส่วนตั๊ว..ส่วนตัวค่ะ เห็นว่าดูแล้วงดงามอย่างศิลปะมากๆ จึงขอฝากเป็นการทิ้งท้ายให้ชมกันมั่งค่า



(ขออภัย ณ ที่นี้ หากข้อมูลมีความผิดพลาดประการใด เพราะอาจจำชื่อวัดสลับกันหรือรูปสลับที่ ก็อย่าโกรธกันนะคะ ช่วยชี้แจงไว้ด้วยค่ะ จะได้กลับมาแก้ไขให้ถูกต้อง ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบล็อกคนตกงานนะคะ จุ๊บ..จุ๊บ )




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2552 0:56:19 น.
Counter : 1887 Pageviews.  

เพลงเพราะ อาหารอร่อย @ ขันอาษา เชียงใหม่

ขันอาษา
Thai Food Meets Good Music

เมื่อมีโอกาสแวะขึ้นไปแอ่วเมืองเจียงใหม่ทั้งที ช่วงเวลาฮอลิเดย์สี่วันก็ไม่อยากพลาดโปรแกรมสำคัญหลายอย่าง ซึ่งรวมไปถึงการพบปะเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ห่างหายกันไปหลายปีด้วย ดังนั้น การมาเยือนครั้งนี้จึงไม่ต่างอะไรจากงานเลี้ยงรุ่นขนาดย่อมทีเดียว

และจุดนัดพบที่ง่ายต่อการรวมพลก็คือ 'ขันอาษา' ร้านอาหารที่คุ้นหูกันดีสำหรับชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะคนอ่าน HIP Magazine นิตยสารแจกฟรีที่มีบรรณาธิการเป็นคนเดียวกันกับเจ้าของร้านสุดฮิปแห่งนี้ ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารไทยรสชาติอร่อย และมีเพลงดีๆ จากกรุซีดีของ บก. (สมชาย ขันอาษา) ให้ฟังทุกแนวดนตรี พวกเราเลือกนั่งโต๊ะด้านนอกมองแดดยามเย็นริมคูเมือง ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกสบายใจจนไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตในเมืองกรุงอีก

ส่วนเมนูอาหารของร้าน เกือบทั้งหมดจะเป็นอาหารไทยภาคกลาง ซึ่งสมาชิกในแก๊งต่างรับรองว่ารสชาติจัดจ้าน อร่อยไม่มีที่ไหนเทียบ (ไม่ได้เวอร์นะ) ยิ่งเป็นเมนูยำนั้น บอกได้เลยว่าถึงใจสุดๆ! จะเลือกสั่งเป็นเมนูยำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ไม่ผิดหวังแน่นอน หลายเสียงเชียร์ให้ลองชิม น้ำพริกมะม่วง ที่มาพร้อมผักสดและปลาสลิดทอด, แกงป่าเนื้อเค็ม และ หน่ออั่ว อาหารจานเด็ดที่หาทานได้ไม่ง่ายนัก และถึงแม้จะเน้นอาหารไทย แต่อาหารประเภทสปาเกตตี้ของที่นี่ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ขอแนะนำ สปาเกตตี้หมูเกลือผัดน้ำมันมะกอก เส้นเหนียวนุ่มหอมเครื่องเทศ รสชาติอร่อยแบบไทยๆ จนเป็นที่ติดอกติดใจของชาวต่างชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน

ทุกวันที่ 20 ของเดือน ทางร้านจะมีดนตรีเล่นสดให้สนุกกันเดือนละครั้ง ซึ่งแนวหลักๆ ก็คือ แจ๊ซซ์ แล้วยังมีบลูส์, ร็อค, เร็กเก้ สลับสับเปลี่ยนกันไป โชคดีที่วันนี้เราโทร.มาจองสำรองที่นั่งล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นคงต้องยืนแกร่วอยู่หน้าร้านเป็นแน่ เพราะส่วนใหญ่วันดีๆ แบบนี้ลูกค้าจะแน่นขนัดตลอดคืน

แม้ร้าน ‘ขันอาษา’ จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางมากนัก แต่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆ แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยมิตรภาพและเสียงหัวเราะของผู้คนที่มาจากต่างทิศต่างเมือง ซึ่งได้หล่อหลอมขึ้นเป็นความประทับใจจนยากจะลืมเลือน....


ขันอาษา
Open : ทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 – 24.00 น.
Address : 87 ถ. ศรีภูมิ คูเมืองด้านใน ต. ศรีภูมิ อ. เมือง จ. เชียงใหม่
Tel. 0-1681-0037





 

Create Date : 04 มกราคม 2552    
Last Update : 5 มกราคม 2552 2:01:08 น.
Counter : 466 Pageviews.  

ตะลุยปราณบุรี เมืองนี้น่าคบหา!!!

Smiley Let’s Go For A Trip  Smiley

 


หลากเรื่องเล่าจากปราณบุรี


                ไชโย!!! ในที่สุดก็ได้เวลาพักร้อนกันซะที เราและเพื่อนๆ จึงนัดแนะกันไปเที่ยวผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของสมองซะหน่อย ผลโหวตปรากฏว่าหลายคนเลือกท่องปากน้ำปราณฯ เพราะอยากสัมผัสความเงียบสงบของคลื่นลมทะเล และต้องการชื่นชมธรรมชาติอันงดงามของป่าชายเลนที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

 


                การเดินทางได้รับการอำนวยความสะดวกโดยรถตู้ปรับอากาศชั้นนำ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างไม่แพงนัก โดยวิ่งเข้าเส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) จากนั้นก็เข้าสู่ตัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกินสี่ชั่วโมง

 


ก่อนเข้าไปเช็คอินที่โรงแรม พวกเราได้แวะล่องเรือชมทิวทัศน์ที่หมู่บ้านเขาแดง เนื่องจากเห็นว่ายังเป็นเวลาเช้าอยู่ อีกตั้งสามชั่วโมงกว่าจะเที่ยงวัน ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอเขาสามร้อยยอด ซึ่งได้รับการกล่าวถึงว่ามีระบบนิเวศน์ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์สุดๆ เรือหางยาวพาเราล่องเอื่อยๆ ไปตามลำคลอง ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ (ราคา 400 บาทต่อคน / ต่อ 1 เที่ยว) แต่ละคนพากันตื่นเต้นกับทัศนียภาพข้างทาง ส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างกับนกกระจอกแตกรัง

 


                หลังจากเรียกน้ำย่อยกับโปรแกรมแรกแล้ว คนขับรถตู้ก็รีบต้อนพวกเราให้ขึ้นรถเพื่อเดินทางไปเช็คอินที่โรงแรม พร้อมกำชับว่าให้เวลาเก็บสัมภาระครึ่งชั่วโมง เพราะต้องไปยังวนอุทยานปราณบุรีก่อนบ่ายโมง ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองเก่า - คลองคอบ เป็นโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีพื้นที่กว้างขวางขนาด 1,984 ไร่ ด้วยทิวทัศน์สวยงามแบบป่าบกผสมป่าเลน เหมาะสำหรับการศึกษาธรรมชาติอย่างยิ่ง โดยใช้เส้นทางเดินศึกษาป่าชายเลนที่ทางวนอุทยานฯ ทำไว้ ตลอดระยะทางจะมีป้ายบอกเล่าเรื่องราวสภาพป่าและสิ่งมีชีวิตเป็นระยะๆ ทำให้พวกเราได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย

 


                เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปที่เลขสามแล้ว เราจึงจำใจตัดแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งทิ้ง เพราะเกรงว่าจะไปไม่ได้ครบตามโปรแกรม จึงคัดให้เหลือเฉพาะที่ที่อยากไปจริงๆ มากกว่า ถ้ำพระยานครคือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สถานที่ตั้งอยู่บริเวณเขาเทียน ใกล้บ้านบางปู ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศเหนือ เสียดายวันนี้คลื่นลมแรงจัด บรรดาเรือเช่าจึงงดบริการ ทำให้พวกเราต้องเดินข้ามเขาเทียนเป็นระยะทาง 530 เมตร เหนื่อยแทบขาดใจแต่ก็ไม่ยอมแพ้ ถ้ำพระยานครเป็นถ้ำขนาดใหญ่ บนเพดานมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้ จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือ “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลัง โดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นี้นับเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำจังหวัดอีกด้วย

 


                จากนั้นก็ไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่เขาเจ้าแม่ทับทิมเป็นจุดสุดท้าย เพื่อชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองปราณฯ เมื่อมองลงมาจะเห็นแม่น้ำปราณบุรีและหมู่บ้านปากน้ำปราณสุดลูกหูลูกตาทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ภายในศาลประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่เทียนโหวเซี้ยบ้อหรือเจ้าแม่ทับทิมทอง ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของชาวปากน้ำปราณอย่างมาก เพื่อนๆ หลายคนยกมือไหว้ทำปากขมุบขมิบ ไม่รู้ว่าแอบขอพรอะไรกันนะ ส่วนเราขอแค่ให้ผลสอบออกมาผ่านฉลุยก็โอเคแล้ว เพี้ยง......

 


                เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปไวเหลือเกิน พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปกรุงเทพฯ ตะลุยกับรายงานกองโตอีกล่ะ ว้า...แย่จัง ทริปนี้แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่พวกเราก็สนุกและได้ความรู้จากสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองปราณฯ มากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเมื่อนำมาหารกันแล้ว ปรากฏว่ายังเหลือเงินติดกระเป๋ากลับบ้านไปหยอดกระปุกอีกต่างหาก เที่ยวจังหวัดเดียวแต่ได้ฟิลทั้งธรรมชาติแบบป่าเขาและทิวทัศน์ทางทะเลเลยนะ

 


ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศดีๆ แบบเราบ้าง ขอแนะนำเลยว่าเที่ยวปราณบุรีดีกว่า เพราะนอกจากจะใกล้กรุงเทพฯ แล้ว ยังสามารถจัดโปรแกรมทัวร์ได้แบบเต็มอิ่มอย่างแน่นอน Smiley

 






Free TextEditor




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2551 0:45:10 น.
Counter : 331 Pageviews.  

2 วัน 1 คืน กับเรื่องเล่าของเมืองพัทยา


     หากเปรียบเมืองพัทยาในวันนี้ เธอคือสาวสะพรั่งเต็มวัยที่มีผู้คนมากหน้าหลายตารุมล้อมไม่เว้นแต่ละวัน เธอเป็นผู้หญิงหลากบุคลิกที่บางคราวก็ดูไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม แต่อีกแง่มุมหนึ่งกลับซ่อนเร้นความลับบางอย่างให้เราค้นหาด้วยใจระทึก ฉันกับพัทยาเหมือนเพื่อนที่คบหากันมานาน เพราะเราไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ทุกคราวที่แวะมา...เพื่อนคนนี้มักจะมีอะไรแปลกใหม่ให้ประหลาดใจอยู่เสมอ Smiley
     ปัจจุบันหาดพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก แทบทุกจุดมักเต็มไปด้วยโรงแรมและสถานบันเทิงซึ่งเปิดบริการตลอดเวลา เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด Smiley ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ชายหาดทางด้านเหนือค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปนั่งพักผ่อนหรือเล่นกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนสถานบันเทิงเริงรมย์มากมาย



     แม้ท้องฟ้าวันนี้จะมืดทะมึนไปด้วยเมฆฝน Smiley แต่ทะเลพัทยาก็ไม่ได้ทำให้ฉันผิดหวังเท่าไรนัก ผู้คนต่างเชื้อชาติยังคงหลั่งไหลเข้ามาเฮฮาหน้าหาดจนคับคั่ง Smiley เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเปี่ยมสุขช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่หม่นหมองให้สดใสขึ้นทันตาเห็น ฉันนั่งปล่อยอารมณ์ไปกับแสงแดด สายลม Smiley จนกระทั่งเวลาบ่ายคล้อย จึงเปลี่ยนจุดหมายเพื่อไปหากิจกรรมสนุกๆ ทำก่อนที่ตะวันจะลาลับขอบฟ้า Smiley


     สิ่งที่เรียกความสนใจจากฉันเป็นอันดับแรกคือ การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของ “วิมานใต้ทะเล” ที่พาไปสัมผัสโลกใต้น้ำด้วยเรือดำน้ำที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน Smiley ชมทัศนียภาพน่าตื่นตาตื่นใจ พบกับความเป็นอยู่ของฝูงปลานานาชนิดพร้อมปะการังสวยงาม ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะล้านและเกาะสาก ผมเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติใต้น้ำนาน 1.30 ชั่วโมง รู้สึกประทับใจจนอยากซื้อเวลาเพิ่ม แต่น่าเสียดายที่ที่นี่ให้บริการเพียง 3 รอบต่อวันเท่านั้น คือ 10.30 น. / 11.20 น. / 13.00 น. โดยบางวันอาจเปลี่ยนแปลงตารางตามสภาพภูมิอากาศ แถมทุกรอบยังแน่นขนัด เนื่องจากมีกรุ๊ปทัวร์มาลงตลอดช่วง ฉะนั้น ขอแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจว่าให้โทร. 0-3841-5234 เพื่อทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันจะดีกว่า (www.thaisubmarine.com)
    


     จุดหมายต่อมาคือ สวนสนุกพัทยาปาร์ค เพราะฉันต้องการลิ้มรสความเสียวด้วยการขึ้นหอชมวิวที่สูงสุดในภาคตะวันออก ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 180 เมตร และเลือกการลงจากหอคอยโดยโหนสลิงลงมาสู่เบื้องล่าง  Smiley เนื่องจากตื่นเต้นและเร้าใจสุดๆ ส่วนคนที่ใจไม่กล้าพอยังมีอีก 2 ทางให้เลือกคือ นั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือกระเช้าเหาะลงมาแทน บนหอคอยจะมีภัตตาคารที่หมุนรอบตัวตลอดเวลา เพื่อให้ผู้รับประทานอาหารได้ชมวิวทิวทัศน์ไปพร้อมๆ กัน (บริการอาหารเฉพาะมื้อเที่ยง) ภายในบริเวณมีสวนสนุกที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นหวาดเสียวนานาชนิด สระน้ำวน และบันไดลื่นน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง โดยเสียค่าเข้าครั้งเดียวตามแพ็คเกจก็สามารถเล่นเครื่องเล่นได้ฟรีทุกอย่าง Smiley


    แหล่งกระตุ้นต่อมอะดรีนาลินแห่งที่สามของวันนี้ จะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก “พัทยา คาร์ท สปีดเวย์” Smiley ถนนเทพประสิทธิ์ ซอย 9 ซึ่งด้านในมีกิจกรรมมันส์ๆ ให้ทำหลากหลาย โดยเริ่มต้นการผจญภัยแบบเบาะๆ กับรถ ATV จากนั้นต่อด้วยการประลองความเร็วกับรถโกคาร์ทบนสนามที่สมบูรณ์แบบที่สุด อัตราค่าบริการอยู่ที่ 250-500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของสนามและรถ แต่ที่ทำเอาฉันหัวใจแทบหยุดเต้นเป็นบั้นจี้จั้มพ์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สูง 60 เมตรเทียบเท่าตึก 20 ชั้น ด้วยความอยากถ่ายรูปและบันทึกวิดีโอกลับไปอวดเพื่อนฝูง ฉันจึงยอมเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นอันตรายหรอกนะ เพราะเขามีทีมงานมากประสบการณ์คอยควบคุมความปลอดภัยและประกันอุบัติเหตุให้กับลูกค้าทุกคน สายยางบั้นจี้จะมี 3 สี ได้แก่ แดง เขียว ดำ แบ่งแยกตามน้ำหนักของผู้เล่น ราคาค่าความเสียวคนละ 1,600 บาทต่อครั้ง ถ้าอยากเบิ้ลอีกรอบก็จ่ายเพิ่ม 1,000 บาทเท่านั้น


     และสุดท้ายกับ เพนท์บอลปาร์ค กีฬากลางแจ้งที่นิยมเล่นกันในสนามป่าที่จัดเตรียมไว้ ผู้เล่นจะสวมชุดเกราะ แว่นหน้ากาก และใช้ปืนยิงเฉพาะของเพนท์บอลโจมตีฝ่ายตรงข้าม คนที่ถูกยิงด้วยลูกสีเพนท์บอลเป็นเครื่องหมายแสดงต้องออกจากเกมส์ สีที่ว่านี้เป็นสีผสมอาหารที่ไม่มีสารพิษและล้างออกง่าย อัตราค่าบริการเริ่มต้น 50 ลูก 400 บาทต่อคน Smiley
     แต่ถ้าใครมีเวลาน้อยและอยากสนุกสนานแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับเพนท์บอลอย่างเดียว ลองแวะไปที่ เพ้นท์บอล เวิลด์ ถนนเลียบหาดจอมเทียน ระหว่างซอย 8-9 ซึ่งเป็นสนามป่าที่ท้าทายไหวพริบมากทีเดียว สามารถจุผู้เล่นได้สูงสุด 20 คน ค่าบริการเริ่มต้น 50 ลูก คนละ 350 บาท ไม่จำกัดชั่วโมง เล่นจนกว่าลูกสีจะหมด หากเติมเพิ่มอีก 50 ลูก จะได้ส่วนลดพิเศษเหลือเพียง 250 บาท


     พัทยาใต้เป็นย่านที่เก่าแก่และค่อนข้างวุ่นวายกว่าส่วนอื่นๆ ของเมือง โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่มักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมารวมตัวกันแบบมิได้นัดหมาย เพื่อหาความสำราญใส่ตัวก่อนรุ่งสางของวันถัดไปจะมาถึง ถนนแห่งนี้ได้ถูกกำหนดให้เป็นเขตเดินเท้าหรือชื่อที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีว่า Walking Street สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ มากมาย อาทิ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องกีฬา ร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น SmileySmileySmileySmileySmileyนอกจากนี้ที่นี่ยังมีบาร์เบียร์และอัลคาซาร์โชว์อีกหลายแห่ง หน้าร้านจะมีพนักงานสาวสวยแข่งกันตะโกนเรียกแขกที่เดินผ่านไปมาอย่างเซ็งแซ่ 



     ฉันมองดูวิถีชีวิตของคนที่นี่ไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะหยุดตรงหน้าหญิงสาวซึ่งแต่งกายและทำท่าทางเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ เธอแสดงเก่งจนต้องทิปไปหนึ่งร้อยบาทด้วยความชอบใจ ใกล้ๆ กันก็มีการแสดงมายากลของชายหนุ่มผู้หนึ่ง เรียกเสียงปรบมือจากชาวต่างชาติได้อย่างล้นหลาม ฉันเดินทอดน่องจนรู้สึกเมื่อยล้าจึงพักจิบเบียร์เย็นๆ ที่บาร์เบียร์ จากนั้นก็กลับห้องเพื่อนอนพักผ่อนเตรียมตัวลาจากพัทยาในวันรุ่งขึ้น



     การมาหนนี้ของฉัน...แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ความรู้สึกที่มีก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ฉันยังรักพัทยาเหมือนวันที่เราเพิ่งพบเจอกันใหม่ๆ ที่นี่มักมีสิ่งให้ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ ดังนั้น ทุกครั้งที่ฉันมาเยือนจึงมีเรื่องเล่ากลับไปฝากเพื่อนฝูงโดยไม่ซ้ำกันสักนิด SmileySmileySmileySmiley






Free TextEditor




 

Create Date : 26 เมษายน 2551    
Last Update : 20 สิงหาคม 2551 16:47:03 น.
Counter : 2017 Pageviews.  


bambygirl2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตกงานรอบสองแล้วค่ะ แก้อาการฟุ้งซ่านด้วยการเขียนบล็อกนี่แหละ เข้ามาอ่านและเม้นท์กันเยอะๆ นะค๊า....
Friends' blogs
[Add bambygirl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.