Photobucket

Iced Tea ที่ Nepal - ตอนที่ 8

วันที่ 8: Pokhara – Kathmandu เดินทางกลับเมืองหลวงด้วยเครื่องบินลำเล็กซึ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วถี่ตอนแลนดิ้ง 
เดินเล่นในเมือง Kathmandu แบบบรรยากาศเหงาๆ
เพราะร้านค้าปิดหนีขบวนสหภาพแรงงานประท้วง

ตื่นเช้ามาวันที่ 8 ในเนปาลก็เจอฝนตกตั้งแต่เช้า
ฝนตกปรอยๆ บวกกับลมหนาวของเมือง Pokhara ยิ่งทำให้อากาศหนาวเข้าไปใหญ่
เราจัดกระเป๋าเสร็จก็ลงมาทานอาหารเช้า
คุณไกด์ก็แจ้งข่าวร้ายตั้งแต่ไข่เจียวกับขนมปังยังไม่ออกมาเสิร์ฟว่า
รถบัสระหว่างเมืองหยุดวิ่งเป็นเวลา 2 วัน มีการปิดถนนและชุมนุมตามเมืองใหญ่
เพราะมีการประท้วงของสหภาพแรงงานตามที่ได้บอกไปเมื่อวาน
นี่แปลว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ก็จะต้องอยู่ในเมืองเหงาๆอย่าง Pokhara ไปอีก 2 วัน
ซึ่งนั้นจะทำให้ไม่ได้เที่ยวในตัวเมือง Kathmandu และอาจกลับไปไม่ทันไฟล์ทกลับเมืองไทยด้วย

ประโยค "I think everything will be OK." ของคุณไกด์เมื่อวานนี่ทำเราไม่โอเคอยู่หลายนาที

...

...

สุดท้ายเรากับลูกพี่ลูกน้องก็ตัดสินใจจ่ายเงินเพิ่มคนละเกือบๆ 2,500 บาท รวมเป็น 5,000 บาท
เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ บินจาก Pokhara กลับ Kathmandu
การเดินทางไปสนามบินก็ทุลักทุเล เพราะฝนตกแถมไม่มีรถวิ่งเลย 
เพราะทางกลุ่มผู้ชุมนุมเค้าแจ้งไว้แล้วว่า ไม่รับประกันความปลอดภัยบนท้องถนนSmiley
ร้านค้านี่ปิดเกือบหมด บรรยากาศออกแนวเมืองร้างในหนังซอมบี้
โชคดีที่สัมภาระเราไม่มาก มีเป้แบบ backpacker 1 ใบ กับกระเป๋าถือเล็กๆ
ต้องขอบคุณใครก็ตามที่เตือนว่าให้เอาชุดกันฝนไปด้วยเวลาเดิน trekking ได้งัดมาใช้ก็ตอนนี้
จากที่พักไปถึงสนามบิน ถ้าเดินแบบไม่มีฝนตกก็น่าจะซัก 20 นาที แต่เราใช้เวลากว่า 40 นาที
เพราะฝนตกหนัก รองเท้าแตะเราก็เกาะพื้นไม่ค่อยดี เลยตัดสินใจถอดรองเท้าเดินเลยดีกว่า
ระหว่างทางก็เจอเพื่อนร่วมทางฝรั่งตาน้ำข้าวและชาวญี่ปุ่นหลายคน
สภาพเป็นลูกหมาตกน้ำกันทุกคน เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ลืมไม่ลงแน่ๆ

Pokhara Airport

บรรยากาศในห้องรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน Pokhara
มีทั้งชาวเนปาล แขกอินเดีย ฝรั่งตาน้ำข้าว และคนไทย :)

สนามบิน Pokhara ยังพึ่งพาระบบ manual หลายอย่าง
ทั้งระบบสายพานโดยแรงมนุษย์, ตรวจสัมภาระแบบ 1 ต่อ 1
และการที่ผู้โดยสารต้องค้นหาเครื่องบินเองท่ามกลางเครื่องบินที่จอดเรียงราย

พอเห็นเครื่องบินเราก็อึ้งๆไปเล็กน้อย เพราะเคยชินกับเครื่องบิน AirAsia กับ NokAir
เครื่องบินของ Agni Air เป็นเครื่องบินขนาดเล็กจุคนได้ไม่เกิน 20 ที่นั่ง
ตอนแรกก็สบายดี เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ ได้เห็นวิวสวยๆ
แต่พอจะ landing ที่ Kathmandu นี่กลัวมาก เพราะนักบินขับเลี้ยวซ้ายทีขวาที
ทำมุมเอียงเกือบ 45 องศาอีก แถมภาพที่เห็นเบื้องล่างคือสหภาพแรงงานที่เดินประท้วงกันอยู่
เป็นครั้งแรกที่นั่งเครื่องบินแล้วต้องสวดมนต์ สุดท้ายก็ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
พร้อมกับปฏิญาณกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะไม่บินภายในประเทศที่เนปาลอีกแล้ว 
ยอมนั่งรถบัส 8 ชั่วโมงอย่างตอนขามา ยังรู้สึกปลอดภัยกว่า Smiley

กลับมาดูรูปแล้วอ่านข่าวก็ช็อคอีก

เพราะลูกพี่ลูกน้องที่ไปด้วยกัน เค้ามาเล่าว่ามีเครื่องบินสายการบิน Agni Air ตกที่ Jomsom
ไม่กี่วันหลังจากที่เราเดินทางด้วยสายการบินนี้ แล้วพอเราไปอ่านข่าวดูก็ค้นพบว่า
Registered No. ของเครื่องบินที่ตกมันเลขเดียวกันกับเครื่องนี้เลยอ่ะ
"9N-AIG" พุทโธ ธรรมโม สังโฆ...

(เนื้อหาข่าว >> คลิกที่นี่ )

ทางเกสเฮ้าส์ที่ Kathmandu ส่งคนขับรถมารับที่สนามบิน

เค้าต้องติดกระดาษไว้ที่กระจกรถว่า "Tourist" เพราะไม่งั้นอาจจะถูกทุบกระจกรถได้ (เค้าว่ามางั้น)
ย่านทาเมลที่เคยคึกคักก็เงียบมาก
ไม่ค่อยมีร้านเปิด ยังไงวันนี้ก็ไม่มีแผนเที่ยวใดๆ เพราะตามแผนการเดินทาง
เราต้องใช้เวลา 8 ชั่วโมงกว่าจะมาถึง Kathmandu แต่ด้วยเครื่องบินหวาดเสียว ทำให้เรามาถึงภายใน 25 นาที
7 ชั่วโมงกว่าๆที่ได้แถมมา เลยถูกใช้ไปเพื่อการเดินสำรวจบริเวณรอบๆย่านทาเมล

ร้านอาหารที่เปิดมีไม่มาก ส่วนใหญ่คือร้านที่อยู่ในซอกซอย ไม่ติดถนน

ก็เดินดุ่มๆเข้าไป สั่งอาหารเกาหลี - ซุปกิมจิ
เป็นอาหารที่มาคิดย้อนหลังว่า สั่งไปได้ไง
ไปเที่ยวเนปาล สั่งอาหารเกาหลี ยังไงก็ไม่เข้ากัน >.<

ที่ย่านทาเมลมีอาหารนานาชาติให้เลือกทาน โดยเฉพาะอาหารตะวันตก
จานนี้เป็นแฮมเบอร์เกอร์ รสชาติโอเคเลย

ร้านปิด คนไม่มี
บรรยากาศเงียบเหงาของย่านทาเมลในวันที่มีขบวนประท้วง

อีกอย่างที่สังเกตได้จากการวนดูอาหารที่เนปาล คือ ผักผลไม้ลูกใหญ่มาก

คิดถึงผลไม้รถเข็นที่เมืองไทย ดูแล้วสะอาดกว่ากันมาก
คนที่นี่ผ่าแตงโมกันแล้วขายกันเป็นซีกเลย ไม่ต้องหั่นเป็นชิ้นๆแบบคนไทย

รถสามล้อรอผู้โดยสารแบบเหงาๆ

ว่าแล้วก็ออกจากย่านทาเมลไปสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆที่พอจะเดินได้ดีกว่า

โดยสถานที่ที่เราเลือกฆ่าเวลากันก็คือ The Garden of Dream
ซึ่งเป็นสวนดอกไม้อยู่ใกล้กับย่านทาเมลมาก แถมดูปลอดภัยจากการชุมนุม
เพราะกำแพงสูงใหญ่ และมียามรักษาการณ์ดูแลข้างหน้า

ค่าเข้าชม The Garden of Dream สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 200 Rs

เข้ามาแล้วเหมือนไม่ได้อยู่ที่ประเทศเนปาลเลย เพราะการตกแต่งเป็นสวนแบบยุโรป
บรรยากาศสงบ ไม่มีเสียงจอแจของย่านทาเมล
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายคนนอนอ่านหนังสือกันเพลินๆที่นี่

บรรยากาศดีมาก แดดอุ่นๆกับลมเย็นๆมาเจอกัน


หลังจากกลับมาจากเนปาลก็เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์
ก็ได้ทราบประวัติคร่าวๆของสถานที่แห่งนี้ว่าเคยเป็นสวนของนายพลท่านหนึ่ง
(Field Marshall, Kaiser Sumsher Rana)
สร้างตั้งแต่ปี 1920 รวมๆอายุถึงปัจจุบันก็ 90 กว่าปี
โดยแต่เดิมมีอาคารหลักทั้งหมด 6 หลัง แทนฤดู 6 ฤดูในเนปาล
แล้วก็มีสถาปัตยกรรมอื่นๆที่ได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งสวนของยุโรป
อย่างเช่น บ้านนก (birdhouse), เฉลียง (veranda), ซุ้มไม้เลื้อย (pergolas)


พอท่านนายพลเสียชีวิตลงในปี 1964 สวนแห่งนี้ก็ตกเป็นของหลวง
แต่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร สภาพสวนจึงทรุดโทรม พื้นที่ก็เหลือเพียงครึ่งเดียวจากของเดิม
จนกระทั่งปี 2000 รัฐบาลออสเตรียเข้ามาช่วยปรับปรุงสภาพสวนให้สวยอย่างที่เห็นในปัจจุบัน


กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ปรับปรุงอยู่นาน 7 ปี
ตกแต่งอาคารให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ร้านกาแฟ
เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ
สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่โรแมนติกที่สุดในเมือง Kathmandu ล่ะ

มีมุมสวยๆหลายมุมให้ถ่ายรูปกัน

ส่วนร้านกาแฟกับอาหารนั้นเราไม่ได้เข้าไปใช้บริการ
แต่ก็เห็นว่าได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย
ต้องเสริมโต๊ะเก้าอี้ออกมาจากร้านอยู่หลายโต๊ะ

คนที่ชอบถ่ายรูปดอกไม้น่าจะชอบที่นี่
เพราะมีดอกไม้สวยๆปลูกไว้เป็นสัดส่วน
อย่างสระดอกบัวสีส้มนี่อยู่ตรงกลางของสวน
เป็นดอกบัวสีที่ไม่ค่อยเห็นในประเทศไทย

สรุปว่า The Garden of Dream เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Kathmandu ที่สวยงาม
ไม่เห็นทัวร์เมืองไทยบรรจุสถานที่นี้เข้าไปในแผนการเดินทางทั้งๆที่อยู่ใกล้ย่านทาเมลมาก

ออกจาก The Garden of Dream เราก็ตรงดิ่งกลับย่านทาเมลเพื่อหาอาหารเย็นทานกัน

เดินซอกแซกไปตามแยกต่างๆก็เห็นร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Momotaro
จำได้ว่าเพื่อนที่เคยมาทำงานระยะสั้นๆที่ Kathmandu เขียนมาแนะนำว่าให้ลองทาน

ม็อบจากไป บรรยากาศคึกคักก็กลับมา

เกี๊ยวซ่าน้ำจากร้าน Momotaro อร่อยดี

ทำให้หายคิดถึงอาหารแถบบ้านเราไปได้บ้าง
ส่วนพิกัดร้านนี้จำไม่ได้เพราะบังเอิญไปเจอ --"
แต่น่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเดียวในย่านทาเมล

ไก่เทอริยากิ รสชาติโอเคเลย

สรุปว่าการเดินทางในเนปาลวันที่ 8 ผจญภัยหลากหลายสถานการณ์

ทั้งการเดินตากฝนไปสนามบิน
บินข้ามเมืองด้วยเครื่องบินลำเล็กแบบหวาดเสียว
เจอม็อบในย่านทาเมล
พักผ่อนในสวนสวยๆที่ The Garden of Dream
ชิมอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Momotaro

เหตุการณ์แบบไม่คาดฝันแบบนี้แหละ คือ เสน่ห์การเที่ยวแบบแบกเป้เอง
ส่วนวันต่อไปก็จะเป็นการเที่ยววัดและสถานที่สำคัญในเมือง Kathmandu




Create Date : 20 ตุลาคม 2556
Last Update : 20 ตุลาคม 2556 20:28:07 น. 3 comments
Counter : 640 Pageviews.

 

Like ให้เป็นคนที่ 1
อ่านและชมภาพเพลิดเพลินดีค่ะ
แม้จะสมบุกสมบันจังค่ะ
พอผ่านมาแล้วมองย้อนก็ได้อะไรเเยอะดี
ชอบจังไปเนปาลแต่สั่งอาหารเกาหลี
ภาพสวยทุกภาพเลยค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:0:16:59 น.  

 
เล่นเอาหิวเลย อาหาร


โดย: mariabamboo วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:10:04:15 น.  

 
ขอคุณมากๆนะ
ใช้ทำการบ้านได้สบายเลย



โดย: ิทิตา IP: 1.20.53.194 วันที่: 19 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:30:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Backlit.Iconic
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ค้นพบว่าการถ่ายรูปและการเดินทางทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น เป็นงานอดิเรกที่ไม่เคยเบื่อ ชอบแวะเวียนไปชิมอาหารและขนมจากร้านบรรยากาศดีๆ ชอบงานสถาปัตยกรรมและการอ่านหนังสือ :)

ข้อความและภาพถ่ายทุกรูปในบล็อคนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ค่ะ ห้ามเผยแพร่ ดัดแปลง ลงในสื่ออื่นๆโดยไม่รับอนุญาต หากต้องการนำรูปหรือข้อความไปเผยแพร่หรือใช้ในทางพาณิชย์ กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อคที่ backlit.iconic@gmail.com หรือทางกล่องข้อความนะค่ะ

รับชมบล็อค wordpress ได้ที่ http://backliticonic.wordpress.com ค่ะ
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Backlit.Iconic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.