Group Blog
 
All blogs
 
[Review] Biore UV Perfect Face Milk SPF50+ PA+++ (ขวดสีขาว)

เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา มาดูมาชมกันก่อน ไม่ซื้อหาไม่ว่ากันจ้า

เย้ยยยยย ไม่ได้มาขายของนะ จะมารีวิวให้ดูต่างหาก ดูแล้วไม่ชอบไม่ซื้อมาใช้ไม่ว่ากันจ้า

เดี๋ยวจะนอกเรื่องไปไกลกลับมาดีกว่าวันนี้จะมาเสนอขาย เอ้ย!!! เสนอรีวิวกันแดดราคาไม่แพง

หาซื้อง่ายตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วไป นั่นก็คือ

Biore UV Perfect Face Milk SPF50+ PA+++

ก่อนอื่นมารู้จักกับ UVA UVB SPF และ PA กันก่อนดีกว่าค่ะ

     ในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ซึ่งจะมีการเขียนอธิบายอยู่ข้างหลอดของครีมกันแดด UV-A UV-B ซึ่งรังสี UV ทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ ชนิด AและB ก็มาจากแสงของดวงอาทิตย์ ส่องมายังพื้นโลก จะเป็น UV-A 95 % UV-B 5 % ซึ่งทำให้เกิดปัญหาของผิวพรรณตามมา และมี UV-C ซึ่งจะไม่ลงมาบนพื้นผิวโลก เนื่องจากชั้นโอโซนช่วยกรองเอาไว้ ซึ่ง UV-C เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

     รังสีจาก UV-A จะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย หน้าคล้ำได้ ฉะนั้นเวลาไปทะเล แล้วผิวคล้ำเกิดจาก UV-A

     ส่วนรังสีจาก UV-B Burning คือผิวไหม้แดด เกรียมแดด อย่างกรณีไปอาบแดด แล้วผิวไหม้ ผิวเกรียม เกิดจาก UV-B ฉะนั้นจึงต้องมีครีมกันแดดป้องกันทั้ง
ทั้ง UV-A และ UV-B

     เพราะรังสี UV ที่ทะลุผ่านชั้นบรรยากาศลงมาคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดสารพันปัญหาผิวในระยะยาว โดยเฉพาะริ้วรอยและจุดด่างดำ สาเหตุของฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำ กว่า 80% เป็นผลมาจากแสงแดดและรังสี UVA, UVB จากหลอดนีออนและหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้จะทาครีมดีๆเซรั่มประสิทธิภาพสูง ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากหากอยากมีผิวที่สวยยาวนาน

     ส่วน SPF มีชื่อเต็มๆว่า Sun Protection Factor หมายถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดก่อนจะเกิดอาการไหม้ของผิว(ปกป้องผิวจากรังสี UVB)ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าผิวของคุณทนต่อแสงแดดได้เป็นเวลา 15 นาทีจะเกิดอาการไหม้ การทาครีมป้องกันแสงแดด SPF 30 นั้นจะช่วยให้ผิวจะทนได้ 450 นาที ก่อนที่ผิวจะไหม้ จึงสรุปได้ว่า ค่า SPF เป็นค่าจำนวนเท่าของเวลาในการทนต่อแสงแดด ก่อนที่ผิวจะไหม้ (ป้องกันรังสี UV-B) ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ จึงไม่จำเป็นว่าจะต้องป้องกันรังสี UVA ได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ที่สูง ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันรังสี UV ได้ดีเสมอไป.

     และสุดท้าย PA หมายถึง Protection Grade of UVA หรือระดับการป้องกันแสง UV-A นั้นเอง แต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหน่วยบอกระดับการซึมซับยูวีเออย่างละเอียดแบบ SPF เพราะฉะนั้นค่า PA เลยเป็นแค่การบอกคร่าวๆด้วยเครื่องหมาย + มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ คือ PA+ , PA++ และ PA+++ จริงๆแล้ว PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภทของคุณสาวๆแล้วหล่ะค่ะ แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานๆ ก็เพิ่มเป็น PA++ หรือระดับสูงสุดที่ PA+++ ก็ได้ค่ะ

แกะห่อกันก่อนดีกว่า ดึงตรงรอยปรุๆด้านข้าง นั่นแหละจ้าจะได้แกะง่ายๆ

ออกมาแล้ว

ด้านหลังแพ็คเกจจะบอกคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์

คุณสมบัติเด่นของบิโอเร ยูวี เพอร์เฟค เฟส มิลค์ SPF 50 + / PA +++ โลชั่นน้ำนมป้องกันแสงแดดสำหรับผิวหน้า

เป็นทั้ง Make up base + UV block + Oil control
- UV Extra Block วิทยาการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย SPF 50+ / PA+++ จึงช่วยลดสาเหตุของผิวหมองคล้ำจากแสงแดด
และริ้วรอยก่อนวันอันควร
- All-Day Matte Make up Base ปรับผิวให้ดูเรียบเนียนไม่มันหมองคล้ำ พร้อมควบคุมความมันให้เมคอัพสวยติดทนนานตลอดวันด้วย Sebum absorbing powder
- โลชั่นเนื้อน้ำนมซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ หน้าไม่ขาวลอยเพียงครั้งแรกที่ใช้สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางเบาราวกับแป้งสบายผิวตลอดวัน
- ไม่มีสีไม่มีกลิ่น

บอกวิธีใช้(บอกว่าสามารถทาทับเมคอัพได้ด้วยนะคะ แต่ยังไม่ได้ลองเลยค่ะ เดี๋ยวลองแล้วจะมาบอกอีกที) ส่วนประกอบทั้งหมด(สามารถบอกประเภทของครีมกันแดดได้ด้วยนะคะ) คำเตือน ปริมาณสุทธิ สถานที่และวัน เดือน ปี ที่ผลิต

ประเภทของครีมกันแดด มีทั้งหมด 3 ประเภท (โดยดูจากส่วนผสมที่มีอยู่ในครีมกันแดดนะคะว่าเป็นประเภทใด) ดังนี้ คือ

1.  Chemical Sunscreen เป็น ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ในตัวครีมกันแดด(แต่ก็ไม่ได้ดูดซับไว้ได้ทั้งหมดนะคะ) ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพัก สารเคมีเหล่านี้ก็เสื่อมสภาพ นั่นคือสาเหตุที่เราจึงต้องทา ครีมกันแดด ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง การเลือกใช้ ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมีปริมาณมาก อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังโดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย

2. Physical Sunscreen เป็น ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสาร ที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จะเรียกครีมชนิดนี้ว่า “Non-Chemical” ซึ่งมีส่วนผสมหลักก็คือ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium dioxide) และ ซิงค์ ไดออกไซด์ (Zinc dioxide)ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายเคืองต่อผิวหนัง น้อยกว่าสารในกลุ่มแรก แต่มีข้อด้อยคือ ครีมกันแดด ประเภทนี้ไม่สามารถให้ SPF ที่สูงๆ ได้ และเมื่อทาบนผิวหนังแล้ว หน้าจะดูขาวมาก

3. แบบผสม Chemical-Physical Sunscreen เป็นการเสริมข้อดี ลดข้อด้อยในแต่ละส่วน นั่นคือ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนัง จากสารประเภทสารเคมี และ ลดความขาวเมื่อทาครีม และ เสริมประสิทธิภาพ ในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน

     ความจริงแล้วทั้ง Chemical Sunscreen และ Physical Sunscreen ต่างก็เป็นสารเคมีนะคะ เพียงแต่การเล่นคำโฆษณา (อีกแล้นครับท่าน!) ที่ได้โอกาสเรียก Physical หรือ “Non-Chemical” อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าไม่ได้เป็นสารเคมี แต่นั่นคือชื่อชนิดของครีมกันแดดเฉยๆนะคะ confirm ค่ะว่าทั้ง 2 ชนิดต่างก็เป็นสารเคมี แต่หน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่าแบบเคมีคอลจะดูดซับรังสียูวีแทนผิว ในขณะที่แบบฟิสิคอลจะสะท้อนรังสีออกไป

สำหรับกันแดดรุ่นนี้ขนาดปกติปริมาณสุทธิ 30 มิลลิลิตร (ตอนมาในขวดจะมีผลิตภัณฑ์บรรจุอยู่ไม่เต็มขวดอยู่แล้วนะคะ มีถึงประมาณคำว่า Perfect Face Milk ค่ะ)

    ฝาเปิดเป็นเกลียวหมุน ปากขวดเป็นรูขนาดเล็กสามารถควบคุมปริมาณตอนเทได้ง่ายค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะหกออกมาเยอะเกินไป

ลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเนื้อโลชั่นค่อนข้างเหลว สีขาว ไม่มีน้ำหอม แต่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ค่อนข้างแรง ในรูปหากสังเกตุดีๆ จะเห็นความแตกต่างระหว่างด้านที่ทากับด้านที่ไม่ทาครีมกันแดดด้านที่ทาผิวจะดูเงาๆ เหมือนมีอะไรมาเคลือบไว้ (ขออภัยรูปเล็กไปหน่อยค่ะ)

ก่อนใช้เรามาทดสอบกันก่อนว่าแพ้หรือไม่
     ให้ทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ (delay sensitivity) ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ ค่ะ หวังว่าจะเลือกครีมกันแดดใช้ได้ถูกใจและปกป้องผิวสวยๆของเรากันได้แล้วนะคะ

     นกทดสอบตั้งแต่ก่อนใช้แล้วไม่แพ้แต่อย่างใดจ้า ( ความจริงก็ใช้มาตั้งหลายขวดแล้วแหละไม่แพ้หรอกแต่อยากทดสอบให้ได้ดูกันเฉยๆ จ้า สาวๆ และหนุ่มๆ ควรจะทดสอบการแพ้ของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดก่อนที่จะนำมาทาลงบนใบหน้าของเรานะจ๊ะ อย่าลืมว่าหน้าเรามีเพียงหน้าเดียว หากเสียแล้วไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้เหมือนหัวเทียนนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นกันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ)

การทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง
      ควรทาครีมกันแดดให้หนาเพียงพอ ปริมาณที่ใช้ไม่ควรน้อยเกินไป (เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดลดลง) ก่อนอยู่กลางแดดอย่างน้อย 15 นาทีและจำนวนครั้งที่ทาต่อวันก็สำคัญนะคะถ้าอยู่ในออฟฟิศห้องแอร์วันละครั้งก็เพียงพอค่ะ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดดโดนลมอาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากการทาครีมกันแดดซ้ำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกันแดดได้อีก อย่างไรก็ตามนอกจากการทาครีมกันแดดแล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วยนะคะ อาจจะใส่แว่น ใส่หมวก กางร่ม เนื่องจากครีมกันแดดไม่ว่าจะมีค่า SPF สูงเพียงใดก็ไม่ได้กันแดดได้ 100 % ค่ะ

ใบหน้าหลังจากทาครีมบำรุงทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนทาครีมกันแดดลงไป


นกจะเปรียบเทียบให้ดูกันค่ะว่าสามารถคุมมันได้จริงหรือเปล่า โดยใบหน้าด้านซ้ายของรูปนกใช้ฟิล์มซับความมันออกจากใบหน้าก่อนนะคะ ส่วนด้านขวาไม่ได้ซับมันออกค่ะ

เมื่อทาครีมกันแดดลงไปแล้ว จะเห็นได้เลยว่าหน้าดูมันน้อยลงและดูขาวขึ้นด้วยเนื่องจากว่าครีมกันแดดตัวนี้เป็นเมคอัพเบสอยู่ในตัวจึงช่วยปรับผิวให้ดูสว่างขึ้น

ทดสอบความมันโดยใช้ฟิล์มซับมันซับลงไปบนใบหน้าทั้งด้านซ้ายและขวา

 จะเห็นว่าทั้งสองด้านความมันมีน้อยมากแทบจะไม่ต่างกัน แสดงให้เห็นว่าถึงแม้เราจะมีความมันอยู่บนใบหน้าแต่เจ้าตัวนี้ก็สามารถช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าของเราได้เป็นอย่างดีไม่ต่างกับด้านที่เราใช้ฟิล์มซับความมันออกไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแห้งสนิทแบบไม่ความมันเลยนะคะ

สรุปผลจากการใช้ ครีมกันแดดเนื้อน้ำนม เกลี่ยง่ายไม่เป็นคราบ ชอบมากตรงที่ทาไปซักพักมันจะกลายเป็นเหมือนแป้งลื่นๆ หน้าดูเนียนๆดีค่ะ ไม่เหนอะหนะ บางเบาสบายผิวหน้า ไม่ทำให้หน้ามันและช่วยควบคุมความมันได้ในระยะนึงแต่พอผ่านไปซัก 3-4 ชั่วโมง หน้าก็จะเริ่มกลับมามันเหมือนเดิม สามารถใช้เป็นเบสปรับสีผิวในตัวทาแล้วหน้าจะดูสว่างขึ้นด้วยค่ะ ไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นแต่อย่างใดค่ะ

ข้อเสีย กลิ่นแอลกอฮอล์ค่อนข้างแรง มีแอลกอฮอล์อยู่ค่อนข้างเยอะระบุเป็นส่วนผสมในระดับต้นๆ อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายและผู้ที่แพ้แอลกอลฮล์ค่ะ

ให้คะแนน 9 เต็ม 10 ค่ะ หักที่แอลกอฮอล์เยอะ

ปิดท้ายด้วยวิธีเลือกซื้อครีมกันแดด

     1. มีคุณสมบัติครบในการป้องกันทั้งรังสี UVB และ UVA ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น

     2. ดูที่ค่า SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่าส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ตัวอักษร PA และเครื่องหมาย
 + ปกติคนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ

     3. เลือก ครีมกันแดด ที่มีสารเคมีที่กัน UVA ได้ดีอย่างน้อย 2 ชนิด เช่น Oxybenzone + TiO2 หรือ Parsol 1789 + ZnO เป็นต้น

     4. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water
Resistance)

ค่า SPF ซักเท่าไรดี
     ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ไม่ได้ดีต่อผิวเสมอไป เพราะหากคุณไม่ได้ไปออกแดดแรงจัด แต่ดันชโลมครีม ลูบไล้โลชั่นที่มีค่า SPF ระดับสูงมากๆ เช่น SPF70 หรือ SPF90 แทนที่ผิวจะปลอดภัย กลับกลายเป็นได้รับสารเคมีเพิ่มเข้าไปในผิวซะอย่างงั้น โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้ที่มีผิวบอบบาง และแพ้ง่าย การใช้ครีมที่มีค่า SPF สูง อาจทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ง่ายๆ ทางออกที่ดีสำหรับผู้มีผิวบอบบางคือ การใช้ครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำลงมาสักหน่อย และขยันทาให้บ่อยครั้งอีกสักนิด ซึ่งอาจคำนวณเองได้ง่ายๆ โดยการนำตัวเลขที่ต่อท้าย SPF มาคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะหมายถึงจำนวนนาทีที่ครีมกันแดดนั้นจะป้องกันรังสี UVB ได้ เช่น SPF15ให้นำ 15 x 30 จึงเท่ากับครีมนั้น สามารถป้องกันรังสี UVB ได้นาน 450 นาที

     หลายคนเมื่อออกแดดจัด เช่น เล่นน้ำทะเล โต้คลื่นลมเสียจนเพลิน มักหลงลืมเวลาที่จะทาครีม หรือโลชั่นกันแดดซ้ำอีกครั้ง ทั้งที่ส่วนใหญ่ด้านข้างผลิตภัณฑ์มักระบุไว้ชัดว่า ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงเมื่อออกแดด การออกแดดเพลินจนลืมเวลาเช่นนั้น จะส่งผลเสียต่อผิวคุณอย่างมากค่ะ เพราะผลจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีแนวโน้มเกิดผิวไหม้เกรียมมากกว่าผู้ที่ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ถึง 5 เท่า ฉะนั้นถ้ารักที่จะมีผิวสวยเมื่อทาครีมป้องกันผิวอย่างดีแล้ว ก็ต้องไม่ลืมคำนวณเวลาที่จะต้องทาครีมกันแดดซ้ำอีกรอบอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ




Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 16 ธันวาคม 2556 20:10:36 น. 0 comments
Counter : 11141 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

babybirdzaa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Copyright © 2010- babybirdzaa.bloggang.com allrights reserved.
Friends' blogs
[Add babybirdzaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.