Lilypie - Personal pictureLilypie Fourth Birthday tickersLilypie - Personal pictureLilypie Second Birthday tickersDaisypath Anniversary tickers

Group Blog
 
All blogs
 

เคที่ไปเที่ยวฝรั่งเศสกับอังกฤษ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2554 เป็นครั้งแรกที่เคที่ไดนทางไปต่างประเทศเป็น

ครั้งแรก ติ๊กมีพี่สาวอยู่ที่ฝรั่งเศสที่เมือง bordeaux ติ๊กเคยไปฝรั่งเศสเมื่อ 7

ปีมาแล้ว และได้พบกับโรบินที่นั่น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่จะได้ไป ติ๊กดีใจมาก

และรอคอยวันนี้ เพราะต้องการที่จะขอบคุณ ครอบครัวสามีเก่าของพี่สาวที่

คอยให้การช่วยเหลือตอนที่ยอู่ที่นั่น เราเดินทางโดยสายการบิน air france

เครื่องออกเวลาเที่ยงคืน โชคดีที่ ที่นั่งไม่เต็ม ติ๊กก็เลยได้ให้เคที่นอนยาวใน

ที่ของติ๊กและติ๊กก็ไปหาที่อื่นที่ว่างนั่ง ซึ่งก้อยู่ไม่ไกล เคที่เลยได้นอนตลอด

การเดินทาง ส่วนติ๊กก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะห่วงลูก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไป

ด้วยดีเราถึง สนามบิน ชาล เดอ โกล แต่ที่เหนือ่ยไปกว่านั้นคือเราต้องต่อ

เครื่องบินเพื่อจะไป bordeaux ยังดีที่เคที่ไม่งอแงเลย



แล้วเราก้เดินทางถึงสนามบิน พี่สาวขับรถมารับที่สนามบิน การเดินทางครั้งนี้

ต้องขอบคุณพี่สาวมาก ที่ช่วยออกค่าเครื่องบินให้ครึ่งหนึง แถมยังให้ที่พัก

จ่ายค่าอาหารต่างๆและค่าเดินทางต่างๆพาไปเที่ยวตลอดระยะเวลา 10 วัน ที่

อยู่ที่ฝรั่งเศส โดยที่สามีติ๊กไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

วันแรกกับอาหารมื้อแรก



มื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษเพราะได้เพื่อนพี่สาวที่เป็นเชฟที่ร้านอาหารไทยมาช่วย

ทำและร่วมทานข้าวกัน ได้ทานอาหารไทยที่อร่อยมาก




เมือง bordeaux เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องไวน์ โรบินสามีติ๊กเลยชอบมากที่ได้

ดื่มไวน์แถม สามีพี่สาวก็ดื่มแต่ไวน์คุณภาพดีๆสามีติ๊กเลยได้ดื่มไปด้วย

ติ๊กไม่ได้เจอหลานสาว 3 ปีกว่าแล้วคิดถึงมากมาย จะว่าไปหลานสาวติ๊ก

คล้ายๆติ๊กทั้งนิสัยและหน้าตา จนบางทีเราคิดว่าเราสลับลุกกัน




ติ๊กได้ซื้อชุด สวยไปฝากหลานสาว เธอชอบมากเลย เธอชื่อ อลิเซ่ อายุ 6

ขวบค่ะ ติ๊กเตยได้เลี้ยงเธอตอนที่เธออายุ 1 เดือน




หลานสาวของติ๊ก เธอเกิดก่อนกำหนด ทำให้มี นน ตัวตอนเกิด น้อยมาก

ตอนที่ติ๊กได้มาช่วยเลี้ยง เธอต้องทานวิตามินสารพัดเพื่อให้ ในสิ่งที่เธอขาด

แล้วพอเธอโตขึ้นมา เธอก็มีนิสัยคล้ายติ๊กคือเป็นเด็กที่กินยากมาก คือต้อง

ทะเลาะกันแทบทุกมื้ออาหารเพราะเธอจะไม่ชอบเคี้ยว เหมือนกับติ๊กตอน

เด็กๆที่ไม่ชอบทานข้าวจนเป็นโรคขาดสารอาหาร

แต่เธอก็เป็นเด็กที่ร่าเริงและฉลาดมาก เธอสามารถเล่นเกมในคอมและท่อง

อินเตอร์เตเป็นแล้วในวัยเท่านี้


วันรุ่งขึ้นเราไปเดินเที่ยว bordeaux








ช่างมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ลูกๆของเราได้เจอกันได้เล่นด้วยกัน เมื่อ 7

ปีที่แล้วเราได้แต่นั่งรถไฟ มาแต่ตอนนี้พี่สาวขับรถได้และมีรถขับพาเรามา

เที่ยว ได้ทานอาหารที่เมื่อก่อนเราได้แต่เดินผ่าน ถึงเด็กๆจะพูดกันคนละ

ภาษา แต่รู้สึกได้ว่าเด็กๆเข้ากันได้ดีและมีความสุขที่ได้เจอกัน




ติ๊กกับพี่ค่อนข้างผูกพันกันเพราะเรามีกันแค่ 2 คนพี่น้องติ๊กจึงอยากให้ลูก

ของเราผูกพันกันถึงแม้จะอยู่กันคนละประเทศ ต่างภาษาแต่ถ้าเค้าติดต่อกัน

อยู่เสมอเมื่อเค้าโตเชื่อว่าเค้าจะผูกพันกันเหมือนเราเหมือนพี่น้อง



ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้เราได้พูดคุยกันมากขึ้น ถึงแม้ตัวจะอยู่ไกล

แต่ใจเราใกล้กันติ๊กรักหลานสาวเหมือนเป็นลูกของติ๊กเอง

และติ๊กก็นับถือพี่สาวของติ๊กและรักเค้ามากๆเพราะเค้าต้องอยู่เพียงลำพังใน

ต่างแดนขณะที่ติ๊กได้อยู่เมืองไทยและมีพ่อแม่คอยให้ความช่วยเหลือ

และพี่สาวติ๊กเป็นผญที่เข้มแข็งมาก ไม่ว่าเจอเรื่องร้ายๆแค่ไหน พี่ก็จะยังยิ้ม

สู้ไม่ค่อยแสดงความอ่อนแอให้ติ๊กเห็น



และติ๊กยังนึกขอบคุณพี่เสมอที่ทำให้ติ๊กได้พบกับโรบินสามีที่ติ๊กรักและได้มี

ความสุขอยู่ทุกวันนี้

ติ๊กดีใจที่ได้กลับมาฝรั่งเศสอีกครั้งช่างเหมือนฝัน เพราะติ๊กไฝ่ฝันตลอด

อยากใช้ชีวิตในยุโรปแต่ก็ไม่เคยมีโอกาส เพราะสามีตัดสินใจมาอยู่เมือง

ไทยตั้งแต่เราตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

ชีวิตมันเหมือนขาดอะไรซักอย่างที่ไม่ได้ทำตามฝัน



แต่การได้กลับมาอีกครั้งถึงจะเป็นเพียงการมาเที่ยวแต่มันก็ช่วยเติมเต็ม

บางอย่างที่ ตอนนี้ติ๊กมีกล้องอย่างดีที่สามารถจะเก็บภาพได้มากเท่าที่จะ

มากได้มีวิดีโอถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก และได้มายอมรับกับความเป็นจริงที่ว่า

คนอ่อนแออย่างติ๊กไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตที่เมืองนอกได้หรอกเพราะมีแต่

การต่อสู้แข็งขัน ชิงดีชิงเด่น ยิ่งชีวิตคนเมืองยิ่งต้องต่อสู้ดิ้นรน แม้แต่พี่สาว

ของติ๊กที่ว่าเก่งก็ยัง ล้มลุกคลุกคลาน แต่ตราบใดที่พี่สาวยังใช้ชีวิตอยู่เมิอง

นอกติ๊กก็อาจจะได้มีโอกาสอยู่บ้างที่ไปฝรั่งเศสอีก

เราโชคดีมากที่การเดินทางครั้งนี้อากาศที่ฝรั่งเศสอุ่นดีมากเลย



พึ่งรู้ว่าที่ฝรั่งเศสเค้าเจาะพื้นใต้ดินทำเป็นที่จอดรถลึกมากตั้ง 6-7 ชั้นน่ากลัว

มากๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าเมืองเก่าแก่แบบนี้แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย



ครั้งแรกที่เคที่ได้ขี่ม้าหมุนใหญ่ขนาดนี้ป้าแอ๋มก็เป็นคนจ่ายให้



เคที่ชอบและมีความสุขมากๆและก็แล้วก็ได้เวลากลับ



เคที่กับแด็ดดี




แล้วมาตามเคที่ไปเที่ยว ชาโต เซนเตอมิลเลียน กันนะคะ




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2554 21:48:52 น.
Counter : 471 Pageviews.  

เที่ยวหัวหิน 7-10 มีนาคม 2554

หลังจากที่ได้ไปซื้อแพ็คเก็จที่งานไทยเที่ยวไทย ก็ได้ทริปไปเที่ยวหัวหินอีกรอบ ติ๊กตั้งใจกลับไปพักที่โรงแรมชมวิวอีกเพราะชอบวิวทะเลและใกล้ชายหาด และเราก็รู้สึกเป็นกันเองที่นี่

การเดินทางก็ราบรื่นไม่มีฝนตกเลย





ภาพสาวน้อยกับหน้าทะเล้นดีใจได้มาทะเล



มาคราวนี้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เคที่เยอะเลยเพราะรู้ว่าต้องใช้เสื้อผ้าเปลืองแน่ๆ แถมได้ซื้อชุดว่ายน้ำใหม่ให้เคที่ด้วย คราวนี้เคที่อายุ 3.6 ขวบพี่ๆที่โรงแรมยังจำหนูได้ดีตอนที่หนูมาเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว




พอมาถึงก็เล่นน้ำทะเลกันเลย บางทีการได้มารำลึกความหลังก็ทำให้เราไม่ลืมว่าเราเคยมีความสุขแค่ไหนกับการมีเวลาให้กัน

ลูกคืแก้วตาดวงใจ การมาเที่ยวคราวนี้ยังไม่ได้พาเฟลิมาด้วยแต่คราวหน้าต้องพาลูกมาให้ได้




มาคราวนี้ได้กล้องใหม่ทำให้ภาพสวยมากกว่าเดิมมาก คราวนี้เคที่ไม่กลัวน้ำแล้วเล่นอย่างสนุกสนาน บางทีเล่นน้ำมากเกินไปกลัวจะไม่สบายเอา



มาคราวนี้โชคดีมากๆที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่ตลอดทำให้อากาศไม่ร้อนจนเกินไป

ได้ใช้เวลาเล่นกับลูกอย่างเต็มที่เล่นตักทรายกัน เล่นน้ำทะเลกัน เดินเล่นกัน

แล้วระหว่างที่เล่นก็มีคนมาขอถ่ายรูปเคที่ เคที่ก็ยิ้มอย่างเต็มใจ แถมไปเดินเล่นที่เพลินวานก็มีคนขอถ่ายรูปด้วย ขนาดไม่ใช่ดารานะนี่อิอิ



ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีอะไรเป็นพิเศษ เรียกว่าเรียบง่ายมากๆ แต่เราก็มีความสุขในแบบของเรา




ด้วยความที่ติ๊กเป็นคนขี้อายพอมีคนมาทักเคที่ก็ทำให้เราเป็นคนกล้าสู้หน้าคนมากขึ้น



การได้ปลีกวิเวกมาหาความสงบบ้างก็ดีทำให้เรามีเวลาได้คุยกันมากขึ้น

สามีชอบน้อบใจเราก็ชอบน้อยใจว่าเราไม่ค่อยคุยกัน เพราะติ๊กก็จะใช้เวลา

ส่วนมากกับลูกส่วนเค้าก็ทำอะไรเป็นกิจวัติ อย่างตอนเย็นสามีจะต้องได้ดื่ม

เบียร์ ติ๊กก้ต้องพาลูกออกไปขี่จักรยานเรา ก็ไม่ได้คุยกันตกเย็นก็เข้านอน 2

ทุ่มตรงเวลา ติ๊กก็นอนดึกเราไม่ค่อยทำกิจกรรมด้วยกันเหมือนแต่ก่อนเพราะ

เค้าก็ไม่ค่อยชอบออกไปไหน ซึ่งมันต่างกันตรงนี้ติ๊กก็พึ่งเข้าใจว่าที่เราอายุ

ต่างกัน แต่ก็ไม่เข้าใจสามีที่เปลี่ยนไป แต่ก็ไม่รู้ใครที่เปลี่ยนไป ติ๊กหรือเค้า

แต่ติ๊กไปเคยคิดว่าจะต้องเป้นปัญหาใหญ่เพราะก็รู้ว่าไม่มีใครเพอร์เฟค อย่าง

น้อยเราก็ยังได้ทำความเข้าใจกันและปรับเข้าหากัน ไม่มีอะไรทำให้ติ๊ก

เปลี่ยนใจแน่นอน แต่ติ๊กเคยบอกสามีว่า ชั้นให้สัญญาชั้นจะไม่เป็นฝ่ายทิ้ง

เธอ แต่ถ้าเธอไม่มีความสุขที่อยู่กับชั้น ชั้นก็ไม่ฝืนเธอ แต่ก็คงเพราะรักถึงจะ

มีความแตกต่างแต่เราก็ผ่านมันมาได้ตั้ง 7 ปีแล้ว




บางทีสามีก็ขี้ใจน้อย เพราะเหมือนเค้าต้องการให้เราอยู่ด้วยตลอดเวลาทั้งๆ

ที่เราก็ต้องดูแลลูก จนมีหลายทีติ๊กอยากให้เค้าพาเราไปอยู่อังกฤษเพราะ

อย่างน้อยเค้าจะได้มี กลุ่มเพื่อนของเค้าหรืออะไรกิจกรรมอะไรที่ไม่ต้องผูก

ติดกับเราตลอดเวลา ติ๊กยอมที่จะมีชีวิตยุ่งยากเพื่อเค้าแต่เค้าก็ยืนยันที่จะอยู่

เมืองไทย ก็คงต้องรอดูต่อไปปัญหามีไว้ให้แก้เน๊อะ ก็คิดว่าเคที่เข้า รร เฟล

เข้า รร เราจะมีเวลาให้กันมากขึ้น ขนาดไม่ได้ทำงานทำการยัง ไม่เคยแยก

จากกันเลยยังเป็นถึงขนาดนี้ คนอื่นเค้าไม่เจอกันเป็นปีๆเค้าก็อยู่กันได้




มาเที่ยวคราวนี้มีเพลินวานที่ถ่ายรูปสุกฮิป วันรุ่นเพียบเลย เลยจับเคที่แต่งตัว

ให้เข้ากับบรรยากาศซะหน่อย



แต่ยังไงเราก็จะพยายามปรับตัวเพื่อเค้าให้ได้ ติ๊กเป็นคนไม่ดื่ม ไม่สูบ ติ๊ก

ก้เลยไม่เข้าใจเค้า ที่เค้ามีปัญหาสุขภาพ หนักๆเค้าช่วงนี้ ทั้งๆที่เค้าไม่ควรจะ

สูบบุหรี่แล้ว แต่เค้าก็ยังไม่เลิก แถมเหมือนคนอื่นๆก็คิดว่าเราไม่รักสามีถึง

ไม่ทำให้เค้าเลิก เราพยายามจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ได้แต่ทำใจว่าอะไรจะ

เกิดก็ต้องเกิด




ทั้งๆที่เราก็รู้ว่าเราคงมีเวลาอยู่ด้วยกันไม่เกิน 20 ปีแต่ถ้าเค้ายังสูบหนักกว่านี้

เวลามันก็คงสั้นลง ทั้งที่เค้ารู้ทั้งรู้เค้าก็ไม่ยอมเลิก สงสารลูกจัง ที่เค้าอาจจะ

ไม่ได้มีพ่อ ในยามที่เค้าเข้าสู่วัยสาว เพราะถ้าเค้าไม่ดูแลตัวเองก็อาจจะเกิด

อาการกล้ามเนื้อหัวใจตายซักวัน ซึ่งเค้าก็รู้แต่ก็ไม่พยายามที่จะทำอะไร เรา

ก็โกรธตัวเองที่ต้องมองคนที่เรารัก มีโรคแบบนี้และเราก็ช่วยอะไรเค้าไม่ได้

เพราะเค้าอาจจะรักบุหรี่มากกว่าเรา




เค้าคงไม่รักเรามากพอที่จะตัดขาดจากเพื่อนของเค้านั่นคือบุหรี่ สงสารก็แต่

ลูกที่ พ่อเค้าไม่คิดถึงพวกหนูเลย ทุกวันนี้เหมือนเค้าไม่มีกำลังใจจะทำอะไร

เลย ไม่อยากออกไปไหนหรือทำกิจกรรมอะไร เอาแต่สูบบุหรี่



ในชีวิตเราช่างน่าสมเพศ ต้องคอยแต่ทุกข์กับคนอื่น ทั้งๆที่เราไม่เคยทำให้

ใครต้องมาทุกข์เพราะเราเลย จะว่าไปไม่มีใครสนใจใยดีด้วยซ้ำ ว่าจะมีชีวิต

ยังไง รู้สึกยังไง แต่เราต้องคอยแคร์ทุกคนรอบข้างว่าเค้าจะมีความสุขมั้ย

แต่ไม่เคยมีใครถามเรา ว่าเรามีความสุขมั้ย เพราะเราไม่เคยทำตัวให้เป็น

ปัญหาของใคร ไม่เคยทำให้พ่อแม่มีปัญหาเค้าก็เลยยิ่งได้ใจว่าเราอยู่ได้ไม่

เคยทุกข์ร้อน แถมมีปัญหาก็แก้เองมาตลอด พอมีสามีเค้าก็ยิ่งไม่สนใจใหญ่

สามีเคยเป็นคนที่ดึงเราขึ้นมาให้เรามีกำลังใจในชีวิตแต่วันนี้เค้า กลับอ่อนแอ

แล้วเราจะเดินต่อไปได้ยังไง ไม่มีกำลังใจจากใครเลย นอกจากลูกที่ยังไม่รู้

ประสีประสา


เราไปเที่ยวกลับมา ก็มาเจอปัญหาเดิมๆที่สามีสูบหนัก แล้วบางวันก็ไม่สบาย

วนเวียนอยู่แบบนี้ ทุกข์ใจแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง



คงต้องพยายามกันต่อไป แต่เค้าเป็นคนผลักไสติ๊กให้ออกห่าง ทั้งๆที่เคยคิด

ว่าเค้ารักเรามากแต่ตอนนี้รู้สึกเค้ารักบุหรี่มากกว่าเรา และลูก เค้ากลายเป็น

คนขี้หงุดหงิดและตีตัวออกห่างจากสังคมมากขึ้น อยากให้มีแต่เค้ากับเรา



ทุกวันนี้พยายามที่สุด แต่ไม่รู้ที่จะทำยังไง คงต้องอยู่แบบสุขทุกข์ไปตาม

ประสา





ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะไม่แสดงให้ลูกเห็นว่าเราทุกข์ เพราะเด็กเค้ารับรู้ได้เร็ว

อยากให้สามีกลับมาเป็นคนที่เข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อน แถมเราก็ไม่มีกำลังใจ

ก็ไม่รู้จะเอาจากไหนมาให้เค้า พยายามทำทุกวันให้ดีที่สุกแต่มันเหนื่อยจังที่

ต้องเห็นคนที่เรารักทำร้ายตัวเองทุกวันและเราดูก็รู้ว่าเค้าไม่มีความสุขแต่ก็

ช่วยอะไรไม่ได้






 

Create Date : 12 มีนาคม 2554    
Last Update : 14 มีนาคม 2554 23:18:13 น.
Counter : 417 Pageviews.  

เกาะกูด ปีเตอร์แพนรีสอร์ท

เมื่อวันที่ 17 พ.ย 53 เนื่องจากได้พาเคที่ไปแคสงาน โฆษณาปามโอลีพ และเคที่ได้เป็นตัวสำรองก็เลยได้มีโอกาสตามกองถ่ายไปถ่ายที่เกาะกูด การเดินทางก้สบายเพราะรถตู้มารับถึงบ้านออกเดินทางตี 5 ถึงท่าเรือแล้วก็นั่งสปีดโบทไปที่เกาะ




ยังดีที่เคที่ไม่เมาเรือเลย ปกติถ้านั่งเรือธรรมดาก็ใช้เวลา 2 ชมกว่าจะถึงเกาะแต่เรือสปีดโบ๊ทใช้เวลา 1 ชม

งานนี้เราเดินทางกัน 2 คนแด็ดดี๊ไม่ได้ไปด้วย




เราเข้าพักที่ ปีเตอร์แพนรีสอร์ท สถานที่สวยมากวิวก็สวย มีห้องทั้งหมดเพียง 40 กว่าห้อง

อันนี้ลิงค์รีสอร์ท

http://www.peterpanresort.com/




เคที่ก็เลยชอบใจใหญ่เล่นน้ำทั้งวันเลย


วิวจากที่รีสอร์ทก็สวยมาก เคที่ไม่นอนกลางวันเลยเราพักที่นี่เป็นเวลา 2 คืน เหมือนมีคนจ้างมาเที่ยว ได้เที่ยวแถมได้ตังค์อีกไม่ต้องทำไรเลย




ตามมาดูรูปกันเลยนะคะ รูปเยอะมากเสียดายงานนี้เคที่ไม่ได้เป็นตัวจริงไม่งั้นพี่สาวคงได้เห็นผลงานหลานเพราะจะไปออกที่ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยมและก็สวิสเซอร์แลนด์ค่ะ







 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2554 17:11:09 น.
Counter : 428 Pageviews.  

ทริปสมุย 26-28 ส.ค 53

เนื่องจากได้ไปเที่ยวงาน amezing grand sale 2010 ที่ผ่านมาติ๊กก็ได้ซื้อแพ็คเก็จ ของ ละไมบุรี รีสอร์ท ที่เกาะสมุยด้วยราคาที่จูงใจเพราะ ราคาแพ็คเก็จ ต่อคน 2600 บาท ได้นำเที่ยวรอบเกาะ และได้ดำน้ำที่หมู่เกาะอ่างทอง



แล้วก็ยังโชคดีได้เจอตั๋วของนกแอร์ที่แสนถูกโปร 990 เจอผู้ใจดีจองตั๋วไว้แต่ไปไม่ได้เลยขายต่อให้กับติ๊กในราคารวมค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วแล้ว 3800 บาท



วันเดินทางเครื่องออก ตอน 6.00 น ไปถึงสนามบินดอนเมืองแล้วรู้สึกใจหาย จากสนามบินที่เคยมีคนเนืองแน่นก็เงียบเหงาไปถนัดตา อาหารเปิดขายตอนตี 5 ได้กินข้าวหมูกรอบไปจานนึงอร่อยมาก



พอขึ้นเครื่องอะไรเรียบร้อยก็เอาแล้วสิอาหารที่กินเข้าไปอยากจะออกมาซะงั้น เลยต้องเข้าไปอ้วกรู้สึกดีขึ้นทันทีเลย ไม่น่าตะกระเลยเรา พอเครื่องลงที่สนามบิน นครศรีธรรมราช เราก็ได้ไปต่อรถทัวร์ของลมพระยา นั้งรถทัวร์เพื่อจะไปลงที่ท่าเรือดอนสัก ใช้เวลา 1.30 ชม แล้วก็ไปขึ้นเรือของลมพระยา ถึงเกาะสมุยประมาณเกือบบ่าย มีรถของรีสอร์ทมารับที่ท่าเรือ พอถามว่าถ้านั่งแท็กซี่ไปรีสอร์ทราคาเท่าไหร่ ก็450 บาท โหแพงอะ



พอถึงรีสอร์ทก็อาบน้ำอาบท่าทานข้าวกลางวันที่รีสอร์ทนั่นละเเหนื่อยแล้ว มาดูรูปกันก่อน



เย้จะถึงสมุยแล้ว







พอบ่าย 3 โมง รถตู้ของรีสอร์ทก็พาเราเที่ยวรอบเกาะ ที่แรกที่ไปคือหินตาหินยาย เพราะอยูใกล้เรามาก วิวสวยมากเลยลมก็เย็นดีมาครั้งนี้ช่างโชคดีท้องฟ้าสดใสทะเลก็สวย แต่แดดแรงไปนิดส เป็นครั้งแรกที่เรา 2 คนได้มาสมุย แถมได้โอกาสได้มาเที่ยวกันสองคนทำให้รักเรายังหวานอยู่เหมือนเดิม การมีลูกก้ทำให้มีเวลาให้กันและกันน้อยลง




แล้วเราก็ไปต่อที่น้ำตกท้ายเมือง





น้ำตกสีขุ่นๆไปหน่อยไม่น่าเล่นเหมือนที่เกาะช้างเลย แล้วเราก็ค่อนข้างเหนื่อยกันแล้วอะอยากกลับไปนอน แต่ก็ยังต้องไปวัดพระใหญ่





แดดแรงมากร้อนเท้าด้วย





ตบท้ายด้วยหอยนางรมใหญ่ยักษ์ตัวละ 40 บาท มาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะเลย






ทริปวันที่ 2 เราไปเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองกัน เรือออกประมาณ 8 โมง กว่าจะไปถึงก็นานเหมือนกันเนอะ เป็นการท้าทายมากสำหรับโรบินต้องปีนเขาไปสูงเหมือนกันเพื่อที่จะไปดูทะเลใน lagoon เหนื่อยมากแต่ก็สวยมาก ทริปครั้งนี้เราเป็นคนลูกทัวร์คนเดียวที่เป็นคนไทยนอกนั้นต่างชาติหมด เลยรู้สึกแปลกๆเล็กน้อย มาชมภาพกันเลย





ถ้ารู้ว่าต้องไปทั้งวันนะจะเตรียมทุกสิ่งอย่างใส่กระเป๋าเลยเพราะของบนเกาะแพงมากน้ำมะพร้าวลูกละ 50 บาทนึกว่าจะถูกเพราะเห็นบนเกาะมะพร้าวเต็มไปหมด แต่ทะเลสวยมากเลยอิจฉาคนใต้ได้เห็นวิวอย่างนี้ทุกวันเลย







มีคนได้พายเรือคายักด้วยอยากพายมั่งจังแต่ก็กลัว ขนาดไปยืนบนดาดฟ้าเรือยังกลัวจะตกเลย ไม่รู้เค้าไปยืนกันได้ยังไง อาหารเที่ยวก้อร่อยเพราะออกแนวอาหารฝรั่งอิอิ เราชอบอยู่แล้ว



ไปดู ลากูน







เราเป็นกลุ่มแรกที่ไปถึงเกาะเลยคนยังไม่เยอะแต่พอหลังๆคนมากันติดๆแทบจะไม่มีที่ให้ยืนเลย





ทางเดินก้ชันมากเสียวสะดุดหินอยู่เหมือนกัน โกรธตัวเองที่ไม่ยอมเตรียมรองเท้าผ้าใบมาด้วยดันเอาส้นสูงมาช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี





แถมของบนเกาะสมุยก้แพงมากด้วย ก่อนจะมาเกาะสมุยได้ไปเดินงานโอท็อปได้กระเป๋าสานจากสุราษใบละ 80 บาทแต่ที่เกาะนี้ขาย 450 อึ้งเลย








ได้นอนพักผ่อนเดินสำรวจเกาะเล็กน้อย พอบ่าย 3 ครึ่งก้ได้เวลากลับ




คืนนี้เรา 2 คนตั้งใจจะไปทานอาหารที่หาดเฉวง ขึ้นรถ 2 แถวถามราคา คนละ 100 บาทสรุปไปกลับ 400 บาท คิดว่าคราวหน้าจะเดินเอาแพงเกิน

เราตัดสินใจกินอาหารอินเดียกันก็อร่อยดี







การมาเที่ยวครั้งนี้ถึงแม้จะระยะสั้นแค่ 2 คืน 3 วันแต่ก็ทำให้เราได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นและทำให้เราได้มีเวลาทำสิ่งต่างร่วมกันเหมือนครั้งที่เรายังไม่มีลูก มีเวลาให้กันและกัน




เหมือนเป็นการเติมพลังให้กับชีวิต

ให้ชีวิตคู่ของเรากลับมาสดชื่นมีน้ำหล่อเลี้ยงอีกครั้ง




เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆจ้า

ขอสวีทกันบ้าง









การเดินทางครั้งนี้ยาวไกลและก็ทรหดพอดู แต่ก็คุ้มค่าได้เห็นทะเลอันสวยงาม แถมไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จะได้กลับไปเยือนอีกแต่ก็มีความประทับใจกับเกาะสมุยมากๆเลยจ้า

ขากลับเครื่องบินไม่ดีเลย์เลยดีมากๆเลย ถึงดอนเมืองตรงเวลาแต่ดันมารถติดที่ถนนแจ้งวัฒนะเพราะงานเมืองทองซะนี่เซ็งเลย (เราอะชิวๆแต่สามีสิบ่นตลอดทาง)










 

Create Date : 31 สิงหาคม 2553    
Last Update : 2 กันยายน 2553 21:24:58 น.
Counter : 705 Pageviews.  

เกาะช้าง 9-12 ส.ค 53

เนื่องจากครบรอบ แต่งงาน 6 ปีที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เลยถือโอกาศไปฉลองที่เกาะช้าง เราเคยมาเกาะช้างเมื่อ 6 ปีก่อน และก็ไม่ได้แวะมาเที่ยวอีกเลย

เราเดินทางด้วยการขับรถเมื่อครั้งก่อนเรามาด้วยรถตู้ ก่อนที่เราจะเดินทางมาเนื่องจากเป็นหน้าฝนจึงได้ข่าวเกี่ยวกับ น้ำป่าไหลหลากท่วมที่พัก รร ดุสิต และก็มีดินถล่มทำให้ค่อนข้างกลัวเหมือนกันแต่ก้ภาวนาว่าเราคงไม่โชคร้าย

เราได้จองแพ็คเก็จเที่ยวที่ศูนย์สิริกิต เลยได้ที่พักในราคาที่ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับหน้า high season เราพักที่ ช้างคลิฟ รีสอร์ท ห้องพักโอเชี่ยน วิว ซึ่งเราจะมองเห็นวิวทะเล และได้รับลมเย็นๆตลอดเลย มาดูกัน




โชคดีมากที่ตอลดเวลาที่พักจะเจอฝนแค่ช่วงเย็น เพราะเราออกไปเที่ยวกันตั้งแต่เช้า แถมไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมน้ำตกเพราะเป็นช่วงวันแม่ ก็เลยขับรถไปเล่นน้ำตก คลองพลู น้ำตกธารมะยม น้ำเย็นมาก แถมมองเห็นตัวปลาเลย




การมาเที่ยวครั้งนี้ เกาะช้างเปลี่ยนแปลงไปมากจากเมื่อ 6 ปีก่อน มีที่พักหลากหลาย และมีร้านอาหารหลากหลายมากขึ้น ได้ไปทานอาหารที่ ร้านไอยรา และก็มีอาหารอินเดีย และก็มีไอริชผับ มี ฟิชแอนชิป ด้วย

ขอบคุณสามีสุดที่รัก






ทริปนี้ไม่มีเด็กๆเพราะอยากเที่ยวพักผ่อน จริงๆนานๆจะมีโอกาสแบบนี้

วิวจากในห้องอยากจะนอนชมวิว ตลอดเลย







ตอนวันกลับโชคร้ายนิดหน่อยดันขับรถเหยียบตะปู ต้องรอคนมาช่วยเปลี่ยนเกือบ ชม ยังดีมีพลเมืองดีมาช่วยก็เลยให้ค่าน้ำใจนิดหน่อยดีใจจังที่ยังมีคนดีๆ แบบนี้

ตามมาดูสไลด์เอาละกันนะคะ




และก็แอบไปตั้งกระทู้แบ่งปันกับเพื่อนห้องบลู ดีใจที่ได้เห็นคนไปเที่ยวเอาภาพสวยๆมาแบ่งให้ชม

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9581775/E9581775.html









 

Create Date : 18 สิงหาคม 2553    
Last Update : 18 สิงหาคม 2553 14:06:39 น.
Counter : 358 Pageviews.  

1  2  

katie-thanika
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากแบ่งปันเรื่องราวชีวิตตัวเองและครอบครัว

Friends' blogs
[Add katie-thanika's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.