Lilypie - Personal pictureLilypie Fourth Birthday tickersLilypie - Personal pictureLilypie Second Birthday tickersDaisypath Anniversary tickers

Group Blog
 
All blogs
 

กลับโคราช 28 พ.ค 53

เนืองจากวันที่ 28 พ.ค ครอบครัวติ๊กกลับโคราชไปพักผ่อนและปลูกต้นไม้ โชคดีพอไปถึงฝนก็ตกได้ความช่มฉ่ำ เย็นสบายแถมได้ไปเยี่ยมอาพอดี อาติ๊กคลอดลูกแล้วเป็นหลานชายชื่อ เฟเบียน ครึ่งฝรั่งเศส หนูน้อยน่าตาน่ารักมากเสียดายที่พ่อเค้าไม่ต้องการ


กลับบ้านคราวนี้บ้านติ๊กรกมากเพราะไม่ได้กลับไปเกือบ 5 เดือนหญ้าขึ้นรกเต็มเลย แถมเครื่องตัดหญ้าก็ดันมาเสียเพราะโดนใช้งานอย่างหนัก

เคที่ชอบโคราชมากเพราะมีเพื่อนเล่นด้วยเยอะแถมมีที่ให้วิ่งเล่นโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะล้มเจ็บเหมือนในเมืองเพราะมีแต่หญ้านุ่มๆคอยรองรับ

กลับคราวนี้ได้เจอพี่สาวที่น่ารักจากพันทิพนี่แหละชื่อพี่ปอ อยากบอกว่าทั้งพี่ปอและพี่เคนน่ารักและเป็นกันเองมาก บ้านพี่ปออย่บุรีรัมภ์ ยังอุตสาห์มาเยี่ยมติ๊กถึงโคราชไว้กลับจะไปเยี่ยมอีกแน่นอนค่ะ

สาวน้อยแอคท่ากับสวนหลังบ้าน







กลับบ้านคราวนี้ได้รองน้ำฝนไว้เยอะมากและดีใจที่ได้เห็นน้ำเยอะๆให้ผืนดินชุ่มชื่น


ปีนี้เด็กๆรุ่นเดียวกับเคที่ได้เข้าอนุบาล 1 กันหมดแล้วแต่เคที่ยังไม่ได้เข้าเพราะติ๊กตั้งใจจะให้เข้าตอนครบเกณฑ์ คือ 3.7 เดือนพอดีถึงตอนนั้นเคที่ก็คงจะแก่สุดในชั้นและก็คงจะพร้อมที่สุด





ถ้าลูกต้องไป รร ติ๊กคงใจหายเหมือนกันเพราะเคที่ก็เหมือนเพื่อนติ๊ก แต่ก็จะได้ทำให้ลุกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆนอกจากที่ เราสอนเค้า


ตั้งใจจะให้ลูกเรียนใกล้บ้านจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า และไม่จำเป็นที่ รร ต้องแพงและมีชื่อเสียง มีอยู่ในใจแล้วก็คือ รร อนุบาล มณียาใกล้บ้าน







พอดีได้ซื้อผ้าไหมมาแถมเป็นผ้าคาดบ่าก็เลนนึกสนุกลองใส่ให้เคที่ดีกว่าดูว่าจะน่ารักมั้ย อยากให้ลูกรักความเป็นไทย เป็นอีสาน โตขึ้นจะสอนให้เซิ้งกระติ๊บเลย จะได้เข้ากับชุด




กะว่าจะกลับโคราชอีกเดือนหน้าและจะปลูกต้นสักซัก 30 ต้น ในที่ดิน 3 ไร่ที่ติ๊กซื้อไว้ตั้งใจจะปลูกต้นไม้ ไม่ใช่ปลูกเพื่อเอาไว้ตัดนะแต่จะปลูกไว้ให้เป็นป่าให้เป็นสวน เก็บไว้ให้ลูกหลานได้มีร่มเงา






อย่างน้อยกลับโคราชคราวนี้เราคงเหนื่อยมากเลยเพราะต้องปลูกต้นไม้ถึง 30 ต้น แต่ต้นสักโตเร็วแป๊บๆก็โตสูงใหญ่แล้วมีแต่คนบอกเราบ้าแทนที่จะเอาที่ไปทำประโยชน์แต่ ติ๊กกลับจะไปปลูกต้นไม้ใส่ ติ๊กเกิดมาในดินแดนแห้งแล้งไม่อยากให้อีสานแห้งแล้งไปมากกว่านี้ อย่างน้อยก็มีที่สวนไว้ให้ลูกได้พักผ่อนหย่อนใจ ปลูกมะม่วงทุกพรรณมีเยอะก็แจก เพราะสมัยติกเด็กๆติ๊กเข้าใจว่า เพราะดินแดนแห้งแล้งไม่สามารถปลูกอะไรได้ เราถึงไม่ค่อยมีผลไม้ทาน ทุกอย่างต้องซื้อหมด แต่ที่จริงแล้วดินแดนแห่งนี้สามารถปลูกผลไม้ได้หลายชนิดเพียงแต่ไม่มีใครอยากจะปลูก ในสวนของติ๊กมีมะม่วงกว่า 20 ต้น ทุกปีได้ผลผลิตเยอะมากได้แจกให้คนแถวนั้นได้กิน







สองพ่อลูกเดินเล่นด้วยกัน





ขอชุดไทยอีกแอค






ในสวนติ๊กมีมะนาวด้วยนะอิอิ





อยากทำให้ทุกคนเห็นว่าผืนดินที่แห้งแล้งเราก็สามารถฟื้นฟูมันกลับขึ้นมาใหม่ได้ ติ๊กจะทำให้ทุกๆคนเห็นว่า ถ้าเราเดินตามรอยในหลวงเราก็คงไม่อดตายไม่จำเป็นต้องมีที่ดินเยอะๆไว้ทำนาเพียงอย่างเดียว ติ๊กคนนึงที่จะลองทำสิ่งที่แตกต่างออกไป




สวนหลังบ้านค่ะ ปลูกสารพัดอย่างแต่ที่ภูมิใจสุดก็คงมะนาว





เคที่ชอบเล่นน้ำมากเล่นได้ทุกวันไม่มีเบื่อเพราะร้อนค่ะ แต่ก็ไม่ต้องเสียดายน้ำเพราะได้รดน้ำต้นไม้ไปในตัว





แล้วจะมาต่อนะคะภาค 2 นะคะ




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2553    
Last Update : 11 มิถุนายน 2553 17:40:47 น.
Counter : 1243 Pageviews.  

กลับโคราช 25 มี.ค 52

หลังจากห่างหายไปนาน เนื่องจากไปทำภารกิจอันใหญ่หลวงนั่นคือเรากำลังจะมีน้องให้เคที่ ตอนนี้ก็ท้องได้5เดือนแล้ว ช่วง3เดือนแรกทรมานมากเลย ทานอะไรก็ไม่ได้อ้วกออกหมด ตอนนี้ค่อนข้างลำบากเพราะเราอุ้มลูกก็ไม่ได้ลูกก็กำลังน่ารักอ้อนให้อุ้ม เราก็อยากอุ้มแต่ก็ห่วงลูกในท้องยังดีที่มีคนช่วยเลี้ยง

ได้กลับโคราชครั้งนี้แล้วรู้สึกสดชื่น ปีนี้มะม่วงติดลูกมากคงจะกินกันไม่ทันเลย สามีดีใจใหญ่บอกห้ามกินตอนดิบนะชั้นอยากเก็บไว้ให้มันสุก(หวงอย่างกับตัวเองจะกินหมดคนเดียว) ที่สวนเรามีต้นมะม่วงประมาณเกือบ20 ต้นและมีแทบทุกพันธ์ ปลูกมา5ปีพึ่งจะได้ผลงามๆก็ปีนี้ โรบินถ่ายรูปไปอวดแม่ที่อังกฤษใหญ่เลย บอกว่าถ้าชั้นมีสวนมะม่วงอย่างนี้ที่อังกฤษคงรวยไปแล้ว

ช่วงที่เราไปพายุโซนร้อนเข้าพอดีเลยเจอฝนตกแทบทุกวันทำให้อากาศไม่ร้อนมาก แต่ก้ร้อนสำหรับโรบินและเคที่อยู่ดี

ร้อนจังเล่นนำกันมั้ยคะ



เด็กข้างโอ่ง ได้เล่นน้ำแล้วสดชื่น



เดินเล่นในสวน




หนูเดินเล่นในหมู่บ้าน ชุดหนูสวยมั้ย



มาชมสวนบ้านหนูกัน แด๊ดี๊กำลังเห่อมะม่วง



และนีก็กำลังปลูกดอกไม้ ไม้เลื้อยชื่อสายน้ำผึ้งเวลาออกดอกหอมมากเลย



สวนหลังบ้านหนูชอบวิ่งเล่น




ที่ว่างเปล่าที่เราซื้อเอาไว้มีโครงการจะปลูกผลไม้ และต้นไม้ให้เต็มเลย



และเราก็จะขุดสระไว้เลี้ยงปลาด้วย



ช้างมาเยี่ยมบ้านเราอีกแล้ว เย้เย้




มามี้ให้หนูลอดท้องช้างด้วย



หนูเก่งมั้ยไม่ร้องเลย แถมยังชอบช้างด้วย
วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะแล้ว เคที่จะมาเล่าเรื่องต่างๆช่วงที่หายไปใหม่
บายบายค่ะ




 

Create Date : 04 เมษายน 2552    
Last Update : 4 เมษายน 2552 14:27:47 น.
Counter : 407 Pageviews.  

บ้านหนองเชือก อ.ชุมพวง

และแล้วหน้าฝนก็ผ่านไป แต่เอาภาพบรรยากาศที่ผ่านมาให้ได้ชมกัน ปีนี้ฝนตกค่อนข้างหนักเพราะที่โคราชบ้านเราไม่เคยมีน้ำเยอะขนาดนี้



แต่ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนแต่ดีซะอีก นาที่บ้านได้น้ำเต็มอิ่ม
เราซื้อที่ไว้อีก3ไร่กะว่าจะทำไร่สวนผสม คือแบบว่าเศรษบกิจพอเพียงเดินตามทางในหลวง " ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก"
และเราจะทำให้ชาวบ้านเห็นว่า ที่นาสามารถปลูกอย่างอื่นได้



มาดูภาพบรรยากาศบ้านเรากันดีกว่า ด้านหน้าบ้าน


พับเรือกระดาษลอยเล่นหน้าบ้าน






โรงจอดรถ ว่าแล้วก็คิดถึงหน้าฝนกว่าจะเวียนมาเจอกันอีกก็หลายเดือน
บ้านที่นนท์เราแทบไม่มีสวนเลย เพราะสวนที่โคราชเราก็เยอะจะตายอยูแล้วกลับบ้านที่ไรหญ้าขึ้นเท่าหัวเข่า ยังดีที่มีญาติพี่น้องช่วยตัดให้บ้าง แต่ช่วงนี้หน้านาเค้าคงเกี่ยวข้าวกันอยู่ คงไม่มีใครตัดหญ้าให้ แต่เดี๋ยวปีใหม่เราก็ขึ้นไปแล้ว





และนี่ก็ซุ้มส้มตำ อิอิ เอาไว้นั่งกินส้มตำกันที่บ้านส้มตำราคาถูกมาก สั่งตำเครื่องครบ ให้เส้นเยอะมาก กินจนเหลือราคา15บาท ต่างจาก กทม มาก 30 บาทหาเส้นแทบไม่เจอ ว่าแล้วก็อยากกิน



และนี่ก็บ้านหลังน้อย เราอุส่าห์ขนหินมาประดับตั้ง20กระสอบได้เท่านี้เอง







จะว่าไปก็สวยดีเนอะเราจัดเรียงเองกะมือ ค่อยคุ้มค่าเหนือยหน่อย
ว่าแล้วไปหาหาส้มตำกินก่อนดีกว่า ขอให้มีความสุขกับหน้าหนาวนะค้า




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2551    
Last Update : 7 ธันวาคม 2551 17:41:25 น.
Counter : 424 Pageviews.  

ถิ่นกันดารอีสานบ้านเฮา

เนื่องจากกลับบ้านคราวที่แล้วเจอฝนตกหนักมากเลยเอาภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน

บางครั้งเราก็ไม่อยากกลับโคราชนะเพราะต้องนั่งรถตั้ง5ชั่วโมงและก็ต้องเตรียมอาหารการกิน และก็ต้องทำกับข้าวกินเอง

สามีเค้ารักบ้านที่โคราชมากกว่าที่นนท์อีก เพราะเค้าชอบธรรมชาติและได้เผาเศษขยะและได้ตัดหญ้าและได้ไปดูกิจกรรมต่างๆในหมู่บ้าน

ทำให้เราต้องแบ่งเวลาของบ้านที่โคราชกับนนท์ให้เท่าๆกัน บรรยากาศธรรมชาติและญาติพี่น้องที่เป็นกันเองก็พอเราไปถึงเราก็ไม่อยากกลับเหมือนกัน

ตอนแรกตั้งใจไปอยู่แค่2อาทิตย์ก็เลยอยู่เพลินเป็น1เดือนเพราะเราชอบหน้าฝนกับหน้าหนาวอากาศดีมากเลย

ภาพถนนน้ำท่วม


ทางเข้าหมู่บ้านกันดารมากค่ะ ทำให้เราต้องมีรถ2คันด้วยเหตุจำเป็น เพราะรถเก๋งคงไม่มีสิทธ์ผ่านถนนเส้นนี้ได้แน่นอน และนี่ก็เป็นถนนเมนหลักระยะทาง40กิโลเมตรกว่าจะถึงหมู่บ้านเราค่ะ


ตอนที่เราพาแม่สามีอายุ86ปีมาเยี่ยมเธอบ่นใหญ่เลยค่ะว่า เราอยู่แถบชายแดนเหรอทำไมมันกันดารห่างไกลความเจริญอย่างนี้และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือบุรีรัมภ์ค่ะต้องขับรถไป1ช.ม.กว่าจะถึง



ชั่วอายุคนกี่รุ่นต่อกี่รุ่นถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน แต่เราก็ไม่เคยเปลี่ยนใจที่จะหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะที่นี่คือต้นกำเหนิดชีวิต ตระกูลและร้ากเหง้าของเราคือที่นี่



เราอยากจะเอารูปไปลงช่อง7จริงๆ เผื่อเค้าจะช่วยย้ำเตือนผู้รับผิดชอบในพื้นที่ให้เห็นและเข้ามาช่วยเหลือบ้าง ตอนเราสร้างบ้านเศษอิฐเศษหินเหลือเราก็เอามาเทที่ถนนเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างแต่เราก็เป็นเพียงมดตัวน้อยๆเพียงตัวเดียวคงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราก็ยังทำเท่าที่เราจะทำได้

อย่างเราบริจาคเงินช่วยสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประถมที่เราเคยเรียน ซื้อหนังสือไปบริจาคให้ห้องสมุดโรงเรียน และเราตั้งใจจะทำทุกปีเพราะตั้งแต่เราจากโรงเรียนนี้มาเป็นเวลา17ปีแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยอาคารเรียนผุพังเด็กๆไม่มีหนังสือดีๆอ่าน ไม่มีอุปกรณ์กีฬา

เราจำได้ว่าเราสอบได้ที่1ตลอดเพราะเราชอบเรียนหนังสือมากแต่ที่โรงเรียนก็ไม่มีหนังสือดีๆให้อ่านเลย และครอบครัวเราก็ไม่มีเงินซื้อหนังสือให้ก็จะมีแต่หนังสือเรียนก็ยืมรุ่นต่อรุ่นผ่านการซ่อมแล้วไม่รู้กี่ครั้ง

หนังสือเล่มแรกที่ราคาแพงที่สุดก็ที่เราเคยมีก็ตอน10ขาบราคา250บาทเป็นสารานุกรมภาษาอังกฤษทำให้เราชอบภาษาอังกฤษตั้งแต่ตอนนั้น และก็ทำให้เราเป็นคนบ้าสะสมหนังสือมากชอบซื้อมาเก็บไว้ถึงแม้จะยังไม่ได้อ่านและเคารพหนังสือมากเพราะเหตุที่ขาดแคลนตั้งแต่เด็ก

เรายังโชคดีที่ได้มีโอกาสย้ายมาเรียนโรงเรียนในกรุงเทพ ทำให้เห็นความแตกต่างของเด็กที่ต่างจังหวัดและเด็กในก.ทม.

พอเราย้ายเข้ามาเรียนที่ก.ท.มจากเด็กที่สอบได้ที่1ตลอด ก็กลายเป็นที่10เด็กที่ ก.ท.มเก่งกว่าเรามาก โรงเรียนที่ก.ทม มีทุกอย่างที่เด็กๆในต่างจังหวัดอยากจะมี

เราเข้าห้องสมุดทุกวันเพราะทึ่งกับสิ่งที่เด็กในก.ท.ม มีแต่พวดเค้าก็ไม่เห็นว่ามันวิเศษ ตั้งแต่นั้นไม่ว่าเราจะเรียนที่ไหนเราก็ต้องเป็นสมาชิกห้องสมุดตลอดและเข้าห้องสมุดทุกวัน เหตุเพราะขาดแคลนหนังสือตอนเด็ก

ทำให้เราพยายามจะทำอะไรก็ได้เพื่อทดแทนไม่ว่าจะซื้อหนังสือนิทานหร์อหนังสืออะไรก็ตามที่เราไม่มีตอนเด็กอาจจะเรียนกได้ว่าบ้าหนังสือก็ว่าได้ เราไม่อยากให้เด็กคนไหนรู้สึกเหมือนเรา อย่างน้อยสิ่งจำเป็นพื้นฐานอย่างหนังสือและอุปกรณ์การเรียนเค้าควรจะมีสิทธ์ได้เท่าเทียมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในภูมิภาคนี้

เราไม่อยากให้เค้ารู้สึกขาดเพราะมันยากที่จะเติมเต็มเหมือนอย่างเราตอนนี้ไม่ว่าสามารถมีหนังสือกี่ร้อยกี่พันเล่มมันก็ไม่สามารถมาทดแทนช่วงเวลาแห่งวัยเด็กที่ต้องมีหนังสือนิทานอ่านได้จินตนาการไปกับภาพ

และไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะว่ายุคนี้แล้วยังมีอีกเหรอเด็กที่ขาดแคลนอย่างนั้น เชื่อเถอะค่ะอย่างน้อยก็เด็กๆที่โรงเรียนหนองอ้อวิทยาคม กิ่งอำเภอลำทะเมนชัยจังหวัดนครราชสีมา ไม่ใช่เด็กๆโง่นะคะแต่เค้าไม่มีสื่อการเรียนการสอนที่พร้อมเหมือนเด็กในก.ท.มเท่านั้นเอง

จากเรื่องหมู่บ้านกลายเป็นเรื่องซีเรียสไปเลยแต่ก็ได้ระบายบ้างก็รู้สึกดีอยากให้เห็นความเหลื่อมล้ำของสังคมที่มีมากในบ้านเมืองเรา





 

Create Date : 02 ธันวาคม 2551    
Last Update : 3 ธันวาคม 2551 9:00:56 น.
Counter : 867 Pageviews.  

ช้างมาเยี่ยมบ้านเรา

ครั้งนี้พี่สาวเรากับหลานมาเยี่ยมเราและโชคดีมากที่กลับมาบ้านครั้งนี้มีช้างเข้ามาเยี่ยมถึงหมู่บ้าน ช้างมาจากสุรินทร์และเดินทางไปเรื่อยๆเพื่อที่จะเข้ากรุงเทพ โรบินเห็นแล้วก็สงสารช้างเราได้ช่วยให้เงินเป็นค่าซื้อผลไม้ให้ช้างกิน แต่ก็ช่วยมากไปกว่านี้ไม่ได้ เค้าพยายามที่จะขายงาช้างให้เราด้วยแต่เราไม่อยากสนับสนุนในด้านนี้ อลิเซ่ หลานเราได้มีโอกาสขึ้นหลังช้างเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่กลัว


เราชอบที่บ้านนอกอย่างนึงคือ ทุกอย่างมีคุณค่าหมด เราต้องแยกขยะนะเพราะจะมีคนมารับซื้อขยะ อย่างขวดแก้ว หรือกระป๋องจะได้เงินดีมาก ต่างจากเมืองนอกที่ต้องจ้างคนมาขนขยะที่เราไม่ต้องการแล้ว


และที่บ้านนอกดีอย่างตรงที่เราแทบไม่ต้องใช้เงิน เพราะกว่าจะไปถึงตัวเมืองจากบ้านเราก็ใช้เวลาไป1ชั่วโมง และกลับอีก1ชั่วโมง ทำให้เราไม่ค่อยอยากจะไป และตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นั่นเราก็ต้องทำกับข้าวกินเอง บังคับตัวเองไปในตัวเพราะไม่มีที่ไหนทำกับข้าวขาย และเราก็ต้องมีอาหารสดตุนไว้ให้พอในแต่ละอาทิตย์


เราอยู่ที่นี่เราว่าเวลาผ่านไปไวนะเพราะมีงานสวนให้ทำเยอะเรามีสวน3ไร่ ใส่ปุย พรวนดินต้นไม้ ปลูกนั่นตัดนี่ และตอนเย็นก็เดินเล่น ได้เวลาก็ทำกับข้าว พอ1ทุ่ม คนในหมู่บ้านเข้านอนกันหมดแล้ว

ใหม่ๆเราเป็นคนขี้อายไม่ค่อยคุยกับใคร เพราะเราย้ายเข้ากรุงเทพตั้งแต่ 9 ขวบและก็กลับมาเยี่ยมปู่ย่าแค่ปีละครั้งทำให้เรา จำใครเป็นใครไม่ค่อยได้นักและเราก็คิดว่าเรายังเด็ก เราต้องก้าวกระโดดจากเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ไวมากจนบางทีทำตัวไม่ค่อยถูก จากเด็กคนนึงที่ไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่มาเป็นมีความสำคัญมากใครมีงานที่ไหน มีงานบุญอะไร เป็นต้องมาเชิญเราถึงแม้เราจะไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อนตลอดชีวิตเรา แต่ตอนนี้พอเรามีอะไรขึ้นมา มีแต่คนอยากรู้จัก ญาติที่เราไม่เคยรู้ว่าเรามีก็อยากมาหามารู้จัก บางทีเราก็อึดอัดเหมือนกันที่ต้องกลายเป็นคนสำคัญ เราไม่ค่อยชอบสังคมและรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องเข้าสังคมและสนทนากับคนแปลกหน้าแต่การเป็นผู้ใหญ่บางทีก็ต้องปรับตัวให้ได้
ต้องขอโทษด้วยถ้าพาออกนอกเรื่องคืออารมณ์มันพาไป
แล้วจะเล่าเรื่องกว่าเราจะสร้างบ้านสำเร็จว่ามันหนักหนาแค่ไหน





 

Create Date : 25 ตุลาคม 2551    
Last Update : 25 ตุลาคม 2551 20:41:12 น.
Counter : 369 Pageviews.  

1  2  

katie-thanika
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากแบ่งปันเรื่องราวชีวิตตัวเองและครอบครัว

Friends' blogs
[Add katie-thanika's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.