กึ่งอัตโนมัติ เว็บล๊อค
Group Blog
 
All blogs
 

บันทึกการเดินทาง: ทริปสายฝน #1 [กรุงเทพฯ - ชัยภูมิ - ภูเขียว - ภูหินร่องกล้า ]

Away (from home)

First Trip: [ Rainy Trip ] [ BKK - Chaiyaphum - Phu Khiew - Phu Hin Rong Kla ] *

24/9/49 - 6.15 น.

ผมเดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่ตีสามครึ่ง รู้สึกเพี้ยนๆ ที่ตัวเองยอมนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากบ้าน (แถวบางแค) มาจนถึงหมอชิต พี่เขาคิด 200 บาท แต่ผมก็ถือว่าคุ้ม อย่างน้อยผมก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น รู้จักคนเพิ่มขึ้นอีกหลายประเภท รู้จักชีวิตในส่วนที่ผมไม่เคยได้ไปสัมผัส

จริงๆ เสียเวลาไปมากทีเดียว เราใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง กว่าจะเดินทางไปถึงหมอชิตได้ หลงทางไปมาก แต่ก็มาถึงทันเวลา รถจะออกตอน 6 โมง ผมไปถึงและโทรหาเพื่อน ทั้งสองคนยังมาไม่ถึง และบอกให้ผมไปจองตั๋วก่อน ได้ตั๋วรถ ปอ.1 สาย กรุงเทพฯ - ชัยภูมิ ของ ชัยภูมิแอร์

อีก 15 นาทีต่อมาผู้ร่วมชะตากรรมของผมอีกสองคนก็มาถึง พวกมันไปเตรียมตัวกันนิดหน่อย เป็นการประเดิมใช้เงินก่อนการเดินทางเล็กๆ น้อยๆ

แล้วการเดินทางครั้งนี้ก็เริ่มขึ้น รถทัวว์ออกสายไป 15 นาที แล้วเพื่อนผมก็ค้นพบว่าผมลืมเอาเมมโมรี่ของมือถือมา เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด เพราะผมจะอดฟังเพลงไปตลอดทริปนี้ :'( แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังพอมีเมมในเครื่องมากพอให้บันทึกภาพได้


11.00 น.

คนรถบอกเวลาเราตรงมาก เรามาถึงชัยภูมิตอน 11 โมงพอดี ในระหว่างการเดินทางก็ไม่มีอะไรมากนัก ค่อนข้างหน้าเบื่อเสียด้วยซ้ำ เพลงก็ไม่มีฟัง แล้วก็หิวเสียด้วย แต่ก็ยังดีที่เขามีหยุดรถให้ลงไปทานข้าวกัน ตอนนั้นคงสัก 8 โมงเช้าได้ แต่ว่า ที่ที่ลงไปก็ยังมีหมอกลงจัด

ทิวทัศน์สองข้างทางตลอดการเดินทางค่อนข้างแปลกตาทีเดียว ทุ่งนาสีเขียวสดใส สลับกับทุ่งข้าวโพด แต่ท้องฟ้าไม่สดใสนัก มีสายฝนโปรยปรายลงมาบ้างเล็กน้อย เรื่องนี้ทำเอาพวกเราเซ็งๆ ไปเหมือนกัน ท่าทางทริปถ่ายภาพครั้งนี้จะไม่ค่อยได้เรื่องเสียแล้ว

แต่เอาเถอะ ยังไงก็มาถึงชัยภูมิแล้ว อันดับแรกพวกเราก็ต้องหาที่พักกันก่อน


12.00 น.

พวกเราได้ที่พักที่ ผศ.อพาร์ทเม้นท์ รู้สึกจะเป็นที่ที่ถูกที่สุดแล้ว ก็ดี ประหยัดงบไว้ก่อน แล้วก็เดินออกมาที่วัดหน้าที่พัก ว่าจะเข้าไปไหว้พระกัน แต่โบสถ์ก็ปิด แล้วก็เลยเดินออกไปหาอะไรกินกัน

มาถึงตอนนี้ผมก็ลืมไปแล้วว่าตอนนั้นไปกินอะไรกัน* แต่คงไมได้ไปไกลกว่าแถวที่พักมากนัก เสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ ก็เลยตกลงกันว่าจะไปที่น้ำตกตาดโตน


16.30 น.

ตอนนี้เราอยู่บนรถกระบะ กำลังเดินทางออกมาจากตาดโตน ทำเอาเพื่อนผมชอบ Vigo มากเลยทีเดียว กำลังเครื่องก็ดี เครื่องก็นิ่ง น้ำมันก็ประหยัด แต่ยังไงผมก็ไม่ชอบกระบะนะ

พวกเราโชคดีที่เจอพี่ใจดีให้ติดรถลงมาจากน้ำตกด้วย อันที่จริงต้องบอกว่าขอติดรถเขามาด้วยมากกว่า พี่คนขับเป็นผู้หญิง มากับแฟน(ฝรั่ง) เข้าใจว่าคงมาเที่ยวกัน แล้วก็กำลังจะเข้าไปในตัวเมืองพอดี เป็นครั้งแรกที่เคยโบกรถเที่ยวจริงๆ นะเนี่ย

ขาขึ้นน้ำตกพวกเราขึ้นรถสองแถวไป จากตัวเมืองชัยภูมิไปอีกประมาณ 20 กิโลก็ถึงทางเข้าน้ำตก แต่ก็ต้องเดินไปอีกประมาณ 3-4 กิโลได้ พวกเราก็ได้พี่ใจดีคนหนึ่งรับขึ้นรถไปด้วย

**บนน้ำตกตาดโตนก็ไม่มีอะไรมาก น้ำตกขนาดกลางๆ ไม่ได้ใหญ่มากนัก มีหลายชั้นอยู่ แต่ก็เป็นชั้นเตี้ยๆ มีคนเล่นกันอยู่บ้าง ทั้งๆ ที่น้ำขุ่นจนเกือบจะเป็นสีกาแฟ พวกเราก็ถ่ายรูปกันมาบ้าง ผมเองก็แย่เหมือนกัน เพราะไม่รู้จะวัดแสงยังไงดีกับน้ำสีนี้ เลยจำใจต้องถ่ายคร่อม เสียฟิล์มไปเยอะทีเดียว ฟ้าก็ไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่นัก ฟ้าสีขาวนิ่งสนิท แสงค่อนข้างน้อยมาก จริงอยู่ที่ทำให้ถ่ายน้ำตกง่ายขึ้น แล้วก็ไม่ต้องใช้ ND แต่ว่า แสงอย่างนี้ภาพก็แบนสิ

เราเดินลุยกันไปเรื่อยๆ สอบถามจากคนที่อยู่แถวนั้นก็บอกว่าชั้นข้างบนก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากตรงนี้แล้ว ก็เลยไม่ไปต่อ คงไม่มีอะไรให้ถ่ายแล้ว พวกเราก็เลยลงมา


19.00 น.

พวกเรากลับเข้าที่พัก อาบน้ำ แล้วก็เตรียมตัวออกไปลุยในรอบค่ำกัน

กว่าเราจะกลับเข้าถึงที่พักได้ก็ห้าโมงกว่าๆ แล้ว เหนื่อยกันพอควร ทั้งจากการลุยน้ำตก และการเดิน แต่ว่าอย่างน้อยพวกเราก็คงเดินในเมืองนี้ไม่หลงแล้วละ เมืองมีอยู่แค่นี้จริงๆ -_-''

เราออกจากที่พักกันมาตอนหนึ่งทุ่มพอดี แต่ว่าเมืองทั้งเมืองเหมือนเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดหมดแล้ว เราก็เลยกลายเป็นเหมือนตัวประหลาดในเมืองนี้ไปเสียแล้ว :(


21.20 น.

พวกเรากลับเข้าที่พักกัน สองคนนั้นซื้ออะไรมาดื่มกันนิดๆ หน่อยๆ ผมก็มี แต่เป็นน้ำผลไม้ รสชาดใช้ได้ทีเดียว แต่ออกจะแพงไปเสียหน่อย ขวดนิดเดียวเกือบ 30 บาท

ซื้อหนังสือมาด้วย ตั้งใจว่าจะเอาไว้อ่านแก้เซ็ง แต่ก็ยังไม่ได้อ่าน จริงๆ ที่ซื้อมาเพราะเห็นภาพของคุณอนุชัยในเล่มต่างหาก

มื้อเย็นเราไปกินพิซซ่าเมืองชัยภูมิกันมา(เพื่ออะไรหว่า) รสชาดใช้ได้ทีเดียว ก็อิ่มกันพอควร ที่นี่แค่ทุ่มกว่าๆ ก็ปิดเกือบจะหมดแล้ว ขนาดห้างโลตัสสามทุ่มก็จะปิดหมดแล้ว ช่างเป็นเมืองที่หลับไหลไวเสียจริงๆ พวกเรารู้สึกแปลกๆ แต่ก็ชอบ มันแตกต่างจากเมืองที่ไม่เคยหลับไหลอย่างกรุงเทพฯ โดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ

ผมสอบถามจากคนที่นั่นก็ได้ความว่าที่นี่ไม่มีโรงหนังเลย คนส่วนมากก็ดูจากหนังแผ่น ส่วนถ้าอยากดูในโรงก็ต้องไปที่โคราช หรือขอนแก่น ก็ถึงว่าว่าทำไมฮุ้งไม่ได้ดู seasons change เสียที

ตอนขาไปเราเดินกันไป แต่ขากลับด้วยความขี้เกียจของอีกสองคน และผมด้วย พวกเราก็เลยนั่งรถสามล้อกันมา ได้ความรู้สึกแปลกๆ ไปอีกแบบ สามล้อที่นี่ไม่เหมือนรถตุ๊กตุ๊ก แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ต่างกันนัก ดูเหมือนเป็นการเอารถสามล้อถีบ มารวมกับรถมอเตอร์ไซค์ ประหยัดแรงคนขับ แล้วก็ประหยัดเวลาคนนั่งดีเหมือนกัน

พอกลับถึงที่พักพวกเราก็กินๆ ดื่มๆ ไอ้ที่ซื้อกันมา เจ้าสองคนนั้นซื้อกระป๋องสีเขียวๆ ยาวๆ มาคนละกระป๋อง แล้วก็มีถั่ว กับขนมกันอีกนิดหน่อย นักดูทีวีกันไปเรื่อยเปื่อย ว่าแต่ว่า ที่นี่เงียบสงบดีจริงๆ


*ผมทำสมุดที่เขียนบันทึกจริงๆ ไว้หายไปแล้วครับ เข้าใจว่าติดอยู่บนรถของพี่ใจดีคนหนึ่ง ที่เขียนคือเขียนขึ้นมาสดๆ นี้ล่ะครับ อาศัยความทรงจำเอา

**รูปขอติดไว้ก่อนนะครับ ยังไมได้ล้างจากฟิล์มมา




 

Create Date : 29 กันยายน 2549    
Last Update : 29 กันยายน 2549 15:25:23 น.
Counter : 99 Pageviews.  


กึ่งอัตโนมัติ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กึ่งอัตโนมัติ : semi_automatic
Friends' blogs
[Add กึ่งอัตโนมัติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.