Auto Car, Car Review, Automotive, Cars News, Used Car

ขั้นตอนการจองเลขทะเบียนรถยนต์ใหม่

การจองเลขทะเบียนรถยนต์ใหม่มี 2 แบบดังนี้
 
1. เลขหมวดที่ต้องประมูล
เป็นพวกเลขสวย เลขตอง, ห่าม หรือเบิ้ลต้องเข้าไปประมูล มีเปิดประมูลเป็นช่วงๆ แต่ละหมวด แต่ละหมายเลขราคาเริ่มต้นก็ไม่เท่ากัน


-การเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถของกรมการขนส่งทางบกโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่


      1. ป้ายทะเบียนจังหวัดกรุงเทพฯ จัดประมูลเป็นประจำทุกเดือนที่กรมการขนส่งทางบก โทรสอบถาม 1584, 0-2271-8704-7, 0-2643-2442
      2. ป้ายทะเบียนต่างจังหวัด การจัดประมูลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนรถเก๋งของจังหวัดนั้น เช่น จังหวัดชลบุรีจัดประมูลทุกปี จังหวัดนครนายก 10 ปีต่อครั้ง เป็นต้น ติดต่อสอบถาม ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้นได้เลย


ผู้ที่ต้องการทะเบียนประมูลจำเป็นต้องมีหลักประกันที่ต้องจ่ายในเบื้องต้นก่อนเข้าร่วมประมูล


โดยหลักประกันเป็นเงินที่ต้องชำระก่อนที่จะได้สิทธิเข้าร่วมประมูล จะแยกตามกลุ่มเลข ดังนี้



กลุ่มที่ 1
- เลขสี่ตัวเหมือน เช่น 1111 2222 9999
ราคาหลักประกันต่อ 1 หมายเลข 30,000 บาท
(5,000 บาท สำหรับส่วนภูมิภาค)


กลุ่มที่ 2
- เลขสามตัวเหมือน เช่น 111 222 999
- เลขสองตัวเหมือน เช่น 11 22 99
- เลขตัวเดียว เช่น 1 2 9 และเลขคู่ 8 เลขคู่ 9
ได้แก่ 8899 9988 8989 9898 8998 9889
ราคาหลักประกันต่อ 1 หมายเลข 10,000 บาท
(2,000 บาท สำหรับส่วนภูมิภาค)


กลุ่มที่ 3
- เลขหลักพัน เช่น 1000 2000 9000
- เลขเรียง และเลขคู่
ราคาหลักประกันต่อ 1 หมายเลข 3,000 บาท
(1,000 บาท สำหรับส่วนภูมิภาค)


กลุ่มที่ 4
- เลขคู่ติด 0 เลขคู่ติด 6 เช่น 2266,7007
ราคาหลักประกันต่อ 1 หมายเลข 1,000 บาท
(500 บาท สำหรับส่วนภูมิภาค)

 กรมขนส่งได้เปิดช่องทางการเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถผ่านทางอินเตอร์เน็ตเพื่อความสะดวกไว้ด้วย ต้องมีเอกสารดังนี้


  - บุคคลธรรมดา สำเนาบัตรประชาชน, ใบลงทะเบียน(สามารถพิมพ์ได้จาก Website), หลักฐานการโอนเงิน
  - นิติบุคคล สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด, สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจลงนาม(กรณีบริษัท) หรือหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจลงนาม(กรณีหจก.), ใบลงทะเบียน , หลักฐานการโอนเงินทั้ง 2 กรณีหากไม่ได้เข้าร่วมประมูลเองต้องมีการมอบอำนาจ โดยมีเอกสารเพิ่มเติมคือหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท, สำเนาบัตรประชาชน


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tabienrod.com/


2. เลขหมวดที่ไม่ต้องประมูล (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
     ถ้าเลขที่อยากได้ไม่ได้อยู่ในหมวดเลขสวยๆ ต้องเข้าไปเลือกเองจองเอง "เจ้าของรถ(ชื่อคนซื้อ)ต้องไปจองเองหรือญาติพี่น้องที่นามสกุลเดียวกันกับเจ้าของรถเท่านั้น" (มอบอำนาจให้คนอื่นไปจองแทนก็ไม่ได้เช่นกัน) โดยนำบัตรประชาชนไปยื่นพร้อมแบบฟอร์มคำขอ 
     
     ก่อนไปควรเลือกตัวเลขที่ชอบไว้สัก 10 ชุด (เพื่อความรวดเร็ว) ตอนกรอกแบบฟอร์มก็เรียงลำดับตามความชอบ 1-10

    
หากเลขที่เราชอบยังว่างหรือไม่มีใครจองไปก่อน ก็ได้ทันที เสร็จแล้วจะได้ใบจองเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ มา เอาไปจองนี้โทรไปบอกเซล ที่เหลือเซลจะจัดการขั้นตอนที่เหลือให้ ต้องจดทะเบียนภายใน 60 วัน


เช็คว่าตอนนี้เปิดให้จองถึงหมวดไหนแล้วที่นี่ --->  http://apps.dlt.go.th/vrtsdi/number.htm


สถานที่ติดต่อ อาคาร 2 ชั้น 5 กรมการขนส่งทางบก


เวลา 08.30  - 16.00 น.  (พัก 12.00 - 13.00)









 

Create Date : 13 มีนาคม 2553    
Last Update : 13 มีนาคม 2553 16:13:33 น.
Counter : 17674 Pageviews.  

ถ้าดึงเบรกมือ ขณะขับรถ จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าดึงเบรกมือ ขณะขับรถด้วย "ความเร็ว 30 km/hr " จะเกิดอะไรขึ้น
ในกรณีพื้นเป็นสนามหญ้า , พื้นกรวด และพื้นคอนกรีต


รถหยุดทันที รถหมุน หรือรถชะลอแล้วค่อยหยุด หรืออย่างอื่นครับ


จากคุณ : นายเวิ่นเว้อ




* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *


ความคิดเห็นที่ 3

ตอนดึงเบรคมือ ถอนคันเร่ง หรือ เปิดคันเร่งอยู่ตำแหน่งเดิมครับ ?

ถ้าถอนคันเร่ง ล้อหลังจะเริ่มล๊อค
ไถลเบา ๆ ถ้าตัวรถตั้งตรงอยู่
รถอาจไถลตรง ๆ หรือไถลเฉ แล้วแต่ท้ายจะไหลหรือไม่ไหลครับ

ส่วนถ้าคันเร่งยังเปิดอยู่ตำแหน่งเดิม
ผมว่า เบรคมือแพ้แรงเครื่องยนต์ครับ
รถอาจแทบไม่ลดความเร็วเลยก็ได้

จากคุณ : Non-Slim






ความคิดเห็นที่ 9

ผมเคยลองที่ประมาณ 50 กม./ชม. บนถนนต่างจังหวัดโล่งๆ ไม่มีรถเลย ดึงแล้วผ่อนคันเร่งนิดนึง ผลคือล้อหลังล๊อคแต่รถยังไถลไปข้างหน้าตรงๆ ความรู้สึกเหมือนรถลอยๆ คล้ายๆจะควบคุมไม่ได้แต่พอปลดเบรคมือก็วิ่งไปต่อปกติครับ

ถ้าอยากลองหาสนามหรือลานโล่งๆน่าจะปลอดภัยกว่าครับ

จากคุณ : whocares





ความคิดเห็นที่ 17

จะเกิดอาการ ท้ายรถจะกดต่ำลง เพราะแรงเบรค มากน้อยต่างกันไปตามแต่
ชนิดช่วงล่างด้านหลัง

ดึงแรงมากๆ ล้อก็จะล็อคตาย ไถลไป วิ่งตรงก็ไม่เท่าไร (เคยทำครั้งนึง ดังลั่นเลย)
ถ้่าเข้าโค้งอยู่ท้ายจะกวาดนิดๆ เพราะรถวิ่งไม่เร็ว ไม่น่าเป็นอะไร โมเมนตั้มไม่มาก
ดึงพอเหมาะ รถก็ช้าลง แล้วก็หยุด
ใช้ฉุกเฉินเมื่อเบรคแตกได้ เพราะคนละวงจรกันกับระบบปกติ

สภาพผิวถนนต่างกัน ผลต่างกัน
พื้นหญ้า ไถลเงียบๆ พร้อมขุดดินไปพลางๆ
พื้นกรวด ครืดๆ เสียงดัง แหวกหินกรวดไปเป็นทาง
พื้นคอนกรีต เสียงเอี๊ยดดังที่สุด ระยะเบรคสั้นกว่า และยางสึกไปเยอะเลย

แรงจับของเบรค ถ้า 2 ข้างไม่เท่ากัน รถอาจจะท้ายปัดได้

จากคุณ : kosmo






ความคิดเห็นที่ 20

ถ้าเป็นรถใหม่ สัญญาณเบรดมือจะดัง รำคาญ+หนวกหู
ถ้าวิ่งมาตรง ๆ รถจะหยุด ไม่เกิน 4-5 วิ นอกจากจะเร่งความเร็วฝืนระบบเบรค
ถ้าดึงเบรคมือขณะเข้าโค้ง รถขับหน้า พอไถลไปได้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วและพื้นถนน
แต่ถ้าเป็นรถขับหลัง ฝึกชำนาญแล้ว ความเร็วไม่เกิน 60 กม/ชม ก็จะดริฟท์แบบท้ายปัดได้ครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รถที่ไม่ได้ปรับแต่งมา ความเร็วไม่สูงอาจจะแค่ผ้าเบรคสึกนิดหน่อย แต่ถ้าความเร็วสูง+พื้นคอนกรีตยางอาจเสื่อมสภาพเร็วได้ครับ

จากคุณ : Cho_shang





ความคิดเห็นที่ 21

รถก็จะค่อยๆ หยุดครับ ไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่หักพวงมาลัย

จากคุณ : puylogin








 

Create Date : 13 มีนาคม 2553    
Last Update : 13 มีนาคม 2553 14:51:36 น.
Counter : 1230 Pageviews.  

ประโยชน์ของ Diffuser


Rear diffuser visible below license plate.




Rear diffuser protruding from below bumper. Note the strakes for straightening airflow.




Top: Lateral view; the red circles mark the front air dam/splitter and rear diffuser.
Bottom: Underbody view.


Diffuser นี้ทำหน้าที่เสริม Aerodynamics

โดย....Diffuser จะทำการ "รีด" อากาศใต้ท้องรถให้ออกไปทางด้านท้ายรถอย่างรวดเร็ว...

อย่างที่ทราบกันดีว่ารถจะมีการทรงตัวที่ดี ถ้าสามารถทำให้มีอากาศไหลผ่านใต้ท้องรถให้น้อยที่สุด

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรถแข่งจึงเตี้ยแทบจะติดดิน ... เพราะนอกเหนือจากการที่จุด cg (center of gravity) จะอยู่ต่ำ ซึ่งช่วยให้พลิกคว่ำยากแล้ว... ขณะที่รถวิ่งอากาศยังเข้าไปใต้ท้องรถได้น้อย... ทำให้มีแรงต้านน้อย... และมีอาการ "ลอย" น้อยลง...

แต่เราคงไม่อาจปิดกั้นอากาศที่เข้าไปใต้ท้องรถได้ทั้งหมด..

ดังนั้น... การแก้ไขก็คือ "กำจัด" มันออกไปให้เร็วที่สุดนั่นเอง...






 

Create Date : 12 มีนาคม 2553    
Last Update : 12 มีนาคม 2553 13:59:50 น.
Counter : 1888 Pageviews.  

น่ารู้..ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+

-ประเภท3 ... ถ้าเราถูกเราต้องเรียกร้องเอง ถ้าเราผิดประกันเราชดใช้คู่กรณี.


-ประเภท3+ ... ถ้าเราถูก และเข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ ประกันเราชดใช้ให้เรา ถ้าเราผิด ประกันเราชดใช้คู่กรณี และเข้าเงื่อนไขการซ่อมรถเรา ต้องจ่ายexcess 2,000บาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์.

ค่าเสื่อมราคาของรถ เวลารถยนต์เคยเกิดอุบัติเหตุ และรถยนต์ที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย ราคารถยนต์จะต่างกัน.

ค่าขาดประโยชน์และภาระที่เพิ่มขึ้น
ถ้าเราต้องใช้รถยนต์ในการทำงาน เวลาที่เราไม่มีรถยนต์ เราต้องเช่ารถยนต์มาใช้ทดแทน ทำให้เราขาดประโยชน์ เราสามารถเรียกร้องจากคู่กรณีได้ครับ

โดยส่วนใหญ่การเรียกร้องจากส่วนนี้ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากเราต้องแสดงหลักฐานภาระหรืออาชีพของเรา เจ้าของรถจะโยนให้ประกัน ประกันจะต่อรองกับเราค่อนข้างมาก ยกเว้นเรามีหลักฐานชัดเจน เช่นเราเป็นเซล ต้องเดินทางประจำ เวลาไม่มีรถยนต์เราต้องเช่ารถยนต์ทดแทน และมีหลักฐานและค่าใช้จ่ายชัดเจน.


ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8964203/V8964203.html




 

Create Date : 12 มีนาคม 2553    
Last Update : 12 มีนาคม 2553 13:34:45 น.
Counter : 188 Pageviews.  

จากนาทีฉุกเฉิน---> ดับเครื่อง แล้วรถจะหยุด จริงใช่ไหมคะ

เมื่อวานดูรายการนาทีฉุกเฉิน
คือ มีคุณผู้หญิงจะเข้าเกียร์ผิดเป็นเกียร์ถอยหลัง
แล้วเกิดอาการตกใจ ทำอะัไรไม่ถูก
รถกระบะ ถอยหลัง ตกและจมลงในน้ำ
ผลสุดท้ายเธอเสียชีวิต
( ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ )

แล้วมีการนำเสนอว่ารถจมน้ำแล้วยังสามารถเปิดกระจกได้
เพราะไฟจากแบตตารี่ทำงานอยู่
( รายการเขาแช่แบตตารี่ในถังน้ำให้เห็นเลย )
ให้ออกจากรถทางหน้าต่าง
วิธีนี้ เข้าใจได้และจำได้ขึ้นใจ เพราะเคยได้ยินนานละ

ทีนี้พิธีกรบอกว่า....
ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ให้มีสติ
ให้ดับเครื่องรถทันที จะช่วยได้
รถจะหยุด ประมาณนี้ค่ะ

ที่อยากจะถามคือ
1. รถจะหยุดได้จริงหรือเปล่าคะ แล้วหยุดนี่ หยุดนิ่ง ๆ เลย
หรือว่า มันยังไหลต่อไปได้อีก
2. ถ้าข้อ 1 หยุดได้เพราะเป็นเกียร์ธรรมดา
แล้วเกียร์ออโต้ล่ะคะ..... ดับเครื่องปุ๊บ รถจะหยุดไ้ด้หรือเปล่า


จากคุณ : harutai
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 10:35:59

ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8971793/V8971793.html





ความคิดเห็นที่ 2

ตามความเข้าใจผมนะ

รถจมน้ำ มันมีแรงดันน้ำไม่ใช่หรือ ใช่ว่าจะเปิดกระจกกันง่ายๆ กระจกไฟฟ้านี่ถ้าลงไปแล้วระบบไฟมันซ็อต ต่อให้แบตใช้งานได้ก็หมดประโยชน์ ส่วนมือหมุนน่าจะพอลุ้นอยู่ครับ

ส่วนที่บอกว่าต้องมีสติ อันนี้จริงครับ ถ้าไม่มีสติมักจะมีเรื่องเศร้าให้เห็นแน่ๆ

แต่ที่ว่าดับเครื่องแล้วรถจะหยุดทันที ผมว่าไม่ว่าเกียร์ออโต้หรือธรรมดา ถ้าดับเครื่องโดยไม่แตะเบรครถมันไม่หยุดนิ่งทันทีหรอกครับ น่าจะมีแรงเฉื่อยทำให้รถไหลไปได้ในระยะหนึ่งครับ

จากคุณ : คุณก้อง
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 10:47:24




ความคิดเห็นที่ 9

มีสติเหยียบเบรค ดีที่สุด

ดับเครื่องแล้วพาวเวอร์ไม่ทำงานนะคะ พวงมาลัยจะหนักมากๆ

ขนาดเคยขับพวงมาลัยธรรมดามา มาหมุนพวงมาลัยพาวเวอร์ตอนดับเครื่องยังทำไม่ได้เลยค่ะ


แป้นเบรคก็เหยียบไม่ค่อยจะลงด้วยนะ ถ้าดับเครื่องอ่ะ



ดีที่สุด มีสติ เข้าเกียร์ ถ้าไม่ชัวร์ ก็หันไปมองสักนิดว่าตัวเองเข้าเกียร์อะไรไว้ แล้วค่อยออกตัว


เห็นบางคน จะออกตัวก็จะออก โทรศัพท์ก็จะคุย สติ สมองแบ่งกันทำงาน

จากคุณ : Rarin-รริญ
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 11:01:58





ความคิดเห็นที่ 12

เป็นความเห็นที่แปลกมากครับ
ถามผมว่า ถ้ามีสติ อะไรทำได้ง่ายสุด
1. เหยียบเบรค
2. ปลดเกียร์
3. ดับเครื่อง
ใครขับรถเป็นรู้กันอยู่แล้วว่า การเหยียบเบรคทำได้เร็วสุด รองมาก็เปลี่ยนเกียร์ และดับเครื่องจะยากที่สุด เพราะต้องเอื้อมมือ บิดกุญแจ หมุนกลับ มันหลายขั้นตอน และที่สำคัญ รถก็ไม่ได้หยุดทันที

ดังนั้น การใช้ห้ามล้อ หรือเบรคนั้น น่าจะได้เร็วสุด หากมีสติ

แล้วที่มันเกิดๆ เนี่ย มันก็เพราะไม่มีสติอยู่ดีหล่ะครับ

ทีนี้ มาดูกันว่า เมื่อตกน้ำลงไปแล้ว อะไรอันตรายที่สุด

เมื่อรถจมน้ำ อากกาศจะเหลืออยู่ในรถช่วงหนึ่ง และค่อยๆ ไหลออกไปตามรูต่างๆ ของรถ
ทำให้เรามีเวลาพอตั้งสติ

แล้วข้อถกเถียงคือ เปิดกระจก หรือปิดกระจก อะไรดีกว่ากัน
สำหรับผม จากประสบการณ์ ต้องปิดกระจกครับ อากาศมันจะพยุงรถไว้ให้จมช้าลง
หลังจากนั้น ตั้งสติได้ ให้ปลดเข็มขัดนิรภัยก่อน มองหาของแข็งเตรียมไว้ ซึ่งนั่น รถจะค่อยๆ จมลงเรื่อยๆสำรวจตัวเอง บาดเจ็บตรงไหน
ทำไมไม่ให้เปิดกระจก แล้วรีบออกจากรถหรือครับ เพราะอากาศจะออกจากรถเร็วมาก การจมจะเร็วมากเช่นกัน
แล้วถ้าคุณเปิดโดยที่ขาดสติแล้วหล่ะก็ คุณอาจจะออกจากรถไม่ได้ เพราะอาจจะยังออกจากรถไม่ได้ เพราะอาจจะไม่ได้ปลดเข็มขัด
ร่างกายอาจจะบาดเจ็บ จนออกจากรถไม่ได้เร็วอย่างใจคิด
ทีนี้จมเร็วเลย แทนที่จะมีเวลาซักสองนาที กลับเหลือแค่ 20 วินาที แล้วเกิดตะกายออกมาไม่ได้อย่างใจคิด คุณอาจจะโดนช่องหน้าต่างกดคุณจมไปพร้อมรถ แบบไม่มีอากาศให้หายใจ
เมื่อรถจมลงไปแล้ว หากกระจกสนิท อากาศจะมีให้หายใจได้นานเลยครับ แต่ถ้ารถพลิก อันนี้ก็ต้องเร็วกันหน่อย
เพราะอากาศออกทางใต้รถได้มากกว่าทางหลังคา
ทีนี้ พอตั้งสติได้ อย่าบิดกุญแจดับเครื่อง เครื่องจะติดรือไม่ติดช่างมัน แต่การปิดกุญแจ ทำให้ระบบไฟฟ้าบางอย่างหยุดทำงาน รวมไปถึงกระจกไฟฟ้าด้วย หายใจลึกๆ สองสามครั้งก่อน แล้วสูดให้เต็มปอด จากนั้น ทำขั้นตอนการอออกจากรถ
แต่ก่อนไปพึ่งกระจก ให้พยายามเปิดประตูก่อน ถ้าไม่ได้ ก็กดปุ่มกระจกไฟฟ้า
ถ้าไม่ได้ ก็ของแข็งที่เหล่ไว้น่ะทุบไปที่บานหน้าเลย มันจะได้กว้างๆ ไม่ต้องไปพยายามกับบานข้างแล้วครับ
จากนั้น ตะกายออกจากรถครับ เมื่อพ้นตัวรถ ให้ปล่อยตัวเองลอยไปตมน้ำก่อน เพื่อหาทิศให้แน่นอนว่าอันไหนไปทางผิวน้ำ
เพราะร่างกายเรา เมื่อมีอากาศในปอด จะลอยน้ำ จากนั้น ค่อยๆ ว่ายพุ่งไปตามทางที่เราลอยขึ้น
มีสถิติการตายในหลายๆ แหล่งน้ำ ที่ตายเพราะพยายามตะกายลึกลงไปเรื่อยๆ เพราะเห็นแสง ซึ่งคิดว่าเป็นผิวน้ำ
แต่จริงๆ กลับเป็นแสงสะท้อนจากขยะใต้น้ำ ก็เลยตายไปซะงั้น

สติเท่านั้นครับ

จากคุณ : BigA
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 12:53:43




ความคิดเห็นที่ 15

เมื่อจมอยู่ในน้ำ
ให้เอามือจับปลายเท้า ทำลักษณะเหมือนแมงกะพรุน ร่างกายจะลอยขึ้น
ทำให้ทราบทิศทาง เพื่อพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำได้

จากคุณ : ลูกโท๊ะ
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 13:12:14




ความคิดเห็นที่ 17

เห็นด้วยกับ การมีสติและการใช้เบรค

สำหรับการออกจากรถตกน้ำ

โอกาสที่ดีที่สุดคือ

หนีออกจากรถระหว่างที่รถยังไม่จม อย่าทิ้งโอกาสดีที่สุดไปโดยรอจนน้ำเข้าเต็มรถ

โดยทั่วไปรถจะไม่จมทันที มีรายงานจากกรณีอุบัติเหตุว่าใช้เวลา3-4นาที โดยทั่วไปหน้ารถจะทิ่มลงเพราะหนักกว่า ประตูจะเปิดยากเนื่องจากแรงดันน้ำ แต่ถ้าโชคดีประตูบานใดอยู่เหนือน้ำหรือมีส่วนอยู่ใต้ระดับน้ำยังไม่มากก็เปิดออกได้เลย โอกาสที่ประตูหลังมีมากกว่า

โอกาสถัดมาที่เป็นไปได้สูงคือทางหน้าต่างที่ยังไม่จมน้ำ(ด้านหลังมีโอกาสมากกว่า) เปิดหน้าต่างนั้นด้วยมือหมุนหรือสวิชไฟฟ้าซึ่งมีโอกาสที่ยังทำงานได้อยู่(มีการทดลองแล้วว่ารถจมน้ำกระจกไฟฟ้ายังสามารถใช้ได้ถ้าไม่ชำรุดจากการชน) หากกระจกไฟฟ้าไม่ทำงาน พยายามทุบใกล้มุมกระจกหน้าต่างโดยใช้ของแข็งหรือใช้เท้าถีบ ค้อนทุบกระจกฉุกเฉินจะมีค่ามากกว่าสิ่งใดในโลกในนาทีนั้น ดูรูปข้างล่าง(มีใบมีดไว้ตัดเข็มขัดนิรภัยในตัว) กระจกหน้าแบบlaminateแข็งสุดรองลงมากระจกหลัง หน้าต่างทุบแตกได้ง่ายสุด

หากรถจมแล้วจะเปิดประตูหน้าต่างยากเพราะแรงดันน้ำ ใช้วิธีรอจนน้ำเข้ารถทั้งคันจึงจะเปิดได้ สูดอากาศเต็มปอดแล้วดำน้ำลอดผ่านประตูออกมา





จากคุณ : akeb
เขียนเมื่อ : 11 มี.ค. 53 13:23:45







 

Create Date : 12 มีนาคม 2553    
Last Update : 12 มีนาคม 2553 13:27:15 น.
Counter : 294 Pageviews.  

1  2  

blackcamera
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blackcamera's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.