ความดีไม่จีรัง
มีกะตังค์ ซิยั่งยืน
Group Blog
 
All Blogs
 
ไพร่ฟ้าหน้าใส

คำว่า ไพร่ เมื่อก่อนใครๆ ก็ล้วนเป็น ไพร่ฟ้าหน้าใส ในแผ่นดินทั้งนั้น

จนเมื่อไม่มีระบบไพร่แล้วนั้นแหละ คำว่า ไพร่และผู้ดีจึงกลายมาเป็นคำว่า โดย ผู้ดี คือ ผู้ประพฤติดี พูดดี คิดดี ทำดี ส่วนไพร่ก็คือผู้มีความประพฤติตรงข้ามกับผู้ดี

แต่ต่อมากลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ได้ยินในนิยาย ก่อนจะมีการตบตีกันระหว่างพวกสมองกลวงที่เรียกตัวว่าผู้ดี กับไพร่ ซึ่งกลายเป็นว่า ผู้ดี คือ คนที่มีเงินมากๆ และถือว่าตัวมีอำนาจเหนือคนอื่น และคนที่มีเงินน้อยกว่าตัว คือ ไพร่

ทั้งที่ความเป็นจริง ผู้ดี ยังคงหมายถึง คนที่คิดดี พูดดี ทำดี จิตใจดี ดังเดิม แต่คนคงลืมเลือนกันไป เพราะคนมีเงินเสียงดัง ทำให้หลงเข้าใจไปว่า สิ่งที่ตัวคิด ทำ และพูดคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่...ความดี

ค้าขาย มุ่งหวังกำไร ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี นั่นคือ ความถูกต้อง แต่ไม่ใช่ความดี ... การกระทำทุกอย่างต้องมีจริยธรรมควบคู่

คนทำดี ทำได้ไม่เด่น และไม่ดังเท่า เพราะเป็นสมัยที่เงินเป็นใหญ่ ใครมีเงินจะเรียกผีมาโม้แป้งยังได้เลย

และเมื่อไม่นานได้เห็นคำว่า "เลือดไพร่" เราก็งง ต้องตั้งสติ ตอนนี้เป็นระบบประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นไพร่ฟ้าของใคร

เขามาเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเขาได้รับพระราชทานมาโดยถูกต้องจากพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว

ดังนั้น เลือดไพร่ของเขาในที่นี้น่าจะหมายถึง ผู้ประพฤติตน ตรงข้ามกับผู้ดี ที่เขาพูดดี ทำดี คิดดี

เหมือนคำว่า อำมาตย์ ซึ่งเมื่อก่อนที่เราเป็น ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เรามีพระเจ้าแผ่นดินปกครอง ขุนนางผู้ช่วยบริหารแผ่นดินของพระองค์ก็เป็นอำมาตย์ ซึ่งก็มีดีบ้างเลวบ้างตามธรรมชาติคน แต่มีเจ้านายท่านปกครองดูแล ก็คงไม่มีเลวมากซักเท่าไร

ตอนนี้เราเป็นประชาธิปไตย โดยมีในหลวงเป็นองค์ประมุข ท่านมิได้ยุ่งเกียวกับการบริหารบ้านเมืองใดใดเลย

แต่ท่านก็พยายามช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินผ่านทางโครงการพระราชดำริต่างๆ ด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ และมีผู้ร่วมถวาย

แต่หากมีคนอยากพูดถึง อำมาตย์ ก็น่าจะหมายถึง ขุนข้ำขุนนางทั้งหลายที่บริหารบ้านเมือง ซึ่งตอนนี้ก็คือ รัฐมนตรี ทั้งหลายที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปมา จนหาคนรับผิดชอบเรื่องใดๆ ไม่ได้เลย บางคนเข้ามา ก็ทำสัญญาขายชาติขายแผ่นดินหน้าตาเฉย ด่ากันไปมาจนลืมว่า ตัวเองก็เคยอยู่ตรงนั้น

อนิจจัง อนิจจา พูดมาก พูดไปมา จนลืมคิด ลืมแก่น ลืมประเด็น แต่ก็ยังเก่งที่ต่างพาคนอื่นๆ หลงประเด็นตามตัวเองไปได้

แม้จะเกรงกลัวอันธพาล ที่ออกมาสำแดงตัวทั่วบ้านเมือง จนเราไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

เห็นคนทำไม่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดี ก็ได้แต่เงียบ (น่าละอายไม่น้อย)

อย่างไรก็ดี ได้ค้นความหมายของคำว่า "ไพร่" มาให้อ่านทบทวน เพื่อคุณๆ ทั้งหลายจะได้ไม่หลงประเด็น

เพราะเรายังอยากเป็น "ไพร่ฟ้าของแผ่นดิน"

ไพร่

คือ ราษฎรทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเจ้านาย ขุนนาง และทาส บุคคลกลุ่มนี้มีมากที่สุดในสังคม ชายฉกรรจ์ทุกคนเมื่อมีอายุถึงกำหนดเริ่มตั้งแต่ 18 หรือ 20 ปี ต้องไปขั้นทะเบียนสังกัดมูลนาย มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมา ทั้งในภาวะที่สังคมสงบหรือมีสงคราม โดยที่ไม่มีการให้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด ไพร่แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ ไพร่หลวง ไพร่ส่วย ไพร่สม

ไพร่หลวง

หมายถึง ไพร่ที่ขึ้นต่อพระมหากษัตริย์โดยตรง ถูกเกณฑ์แรงงานมาทำงานตามที่ราชการกำหนด ซึ่งพระมหากษัตริย์จะแบ่งให้ไปทำงานในกรมหรือกองต่างๆ เข้าเวรทำงานตามเวลาที่ถูกกำหนด คือ 6 เดือนต่อปี (เข้าเดือนออกเดือน)

ไพร่ส่วย

หมายถึง ไพร่ที่ส่งเงินหรือสิ่งของมาแทนตัวของไพร่แทนการทำงานเพื่อชดเชย อาจเนื่องจากอยู่ไกลจากเมืองหลวง เข้ามารับราชการไม่สะดวก ตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการส่งเงินมาแทนแรงงานมากขึ้น เงินที่ส่งมานี่เรียกว่า เงินค่าราชการ เก็บในอัตราเดือนละ 2 บาท หรือปีละ 12 บาท

ไพร่สม

หมายถึง ไพร่ที่ขึ้นต่อขุนนางและข้าราชการต่างๆ เพื่อทำงานรับใช้โดยตรง ไพร่นี้จะตกเป็นของมูลนายนั้นจนกว่ามูลนายจะถึงแก่กรรม ไพร่สมจะถูกโอนมาเป็นไพร่หลวง แต่บุตรของมูลนายเดิมมีสิทธิยื่นคำร้องของควบคุมไพร่สมนี้ต่อจากบิดาก็ได้
สิทธิทั่วไปของไพร่ เช่น ไพร่จะอยู่ภายใต้สังกัดของมูลนายคนใดคนหนึ่ง ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไพร่ไม่สามารถย้ายสังกัดได้นอกจากมูลนายของตนจะยินยอม ที่ดินของไพร่สามารถสืบทอดไปยังรุ่นต่อไป แต่ถูกจำกัดสิทธิในการย้ายที่อยู่ และต้องขึ้นทะเบียนตามภูมิลำเนาของตน เป็นต้น หลังจากที่เข้าเวรทำงานครบ 6 เดือนแล้ว สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวเพื่อประกอบอาชีพในครอบครัวได้อิสระ เว้นแต่ในยามสงคราม



Create Date : 22 มีนาคม 2553
Last Update : 22 มีนาคม 2553 13:16:15 น. 7 comments
Counter : 2173 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:13:02:27 น.  

 
ชอบจังเลย^^

...เฮ้อออแต่ปัจจุบัน
มีบางกลุ่มกำลังแปลความหมายผิดเพี้ยน
ไปจากความเป็นจริง

หมายถึง กำลังหยิบยื่นความคิดผิดๆให้ตรงกันข้าม
แย่จังเลยเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน


โดย: อิอิ IP: 203.144.144.164 วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:14:13:46 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:19:20:30 น.  

 
วันก่อนคุยกับแม่เรื่อง "ไพร่" อยู่เหมือนกันค่ะ
ว่าใช้กันผิดหรือเปล่า

เฮ้อ .. สงสารประเทศไทยค่ะ


โดย: เต้าหู้ใบเตย วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:21:59:53 น.  

 
T^T อยากให้ทุกคนเข้าใจ และมองให้เห็นถึงความจริงว่ากำลังทำอะไรเพื่อใครกันแน่ เรื่องมันคงไม่จบเพราะแต่ละฝ่ายไม่ได้หวังให้ประเทศร่มเย็นประชาชนเป็นสุข ไม่ใช่เรื่องคิดต่างจึงแตกแยก แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้แตกแยกเพื่อเอาชนะ ประเด็นเรื่องไพร่จึงถูกนำมาตีความใช้แบบเพี้ยนๆ ถึงกระนั้นเราก็เป็นคนที่ยอมเป็นไพร่ฟ้าดีกว่าเป็นขี้ข้าคนรวยที่โกงเนียนๆนะ


โดย: ผ่านมาค่ะ IP: 124.122.188.252 วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:17:47:27 น.  

 
^
^
ชอบใจ ให้กิฟ อิอิ


โดย: แวะมา IP: 115.67.82.144 วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:13:29:51 น.  

 
เเล้วตกลง ไพร่ฟ้าหน้าใส หมายถึงกลุ่มคนพวกใดคาบ


โดย: แดเด้เเดแอปเ IP: 182.232.48.60 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:20:09:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทำดีต่อไปนะคะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทำดีต่อไปนะคะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.