พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ทริปนี้ตั้งใจจะไป "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอู่ทอง" ไปดูความเป็นมาของเมืองอู่ทอง ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวมรวมโบราณวัตถุที่มีอายุหลายพันปี จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ระหว่างนครปฐมกับอู่ทอง เมืองใดเกิดขึ้นก่อนกัน พิพิธภัณฑ์ที่นี่ไม่ห้ามเรื่องถ่ายภาพค่ะ แต่เราก็ควรทราบว่าไม่ควรใช้แฟลชในการถ่าย นอกจากจะไปรบกวนคนอื่นแล้ว แสงจากแฟลชจะทำร้ายสีของวัตถุให้ซีดลงค่ะ

ให้ภาพเล่าเรื่องค่ะ

พอเข้าถนนมาลัยแมน เลยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ต้นหางนกยูงข้างถนนออกดอกสีส้มแสดสวยงาม



เสียค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ คนละ 30 บาท มีเอกสารพิมพ์สี่สีให้อีกหลายฉบับค่ะ



ภาพสลักบนหินเรียกว่า "กุฑุ"



ที่นี่มีการขุดพบลูกปัดมากหมายหลายสี และหลายชนิด





นอกจากลูกปัด ที่นี่ยังขุดพบสร้อยคอทองคำ ตุ้มหู กำไร เป็นต้น





อักขระบนหินเรียกว่า "ปุษยคีรี"






นอกจากนี้ยังขุดพบธรรมจักร และเสา ในสภาพที่ถือว่าสมบูรณ์ค่ะ




ออกจากพิพิธภัณฑ์ฯ เราก็ไปวัดเขาสรรเพชญาราม ไปไหว้พระ และถวายสังฆทาน ได้ทราบมาว่าที่นี่มีพระนอนอายุกว่าพันปี เราไปถึงก็ขึ้นเขาก่อนค่ะ ไปกราบสังการะรอยพระบาทฯ ขับรถขึ้นไปได้ค่ะ



ป้ายหินที่แขวนคือปุษยคีรีค่ะ












ภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ และรอยพระพุทธบาท

แล้วเราก็ลงมากราบพระสังฆ์ เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่องค์งามมาก แม้จะมีอายุเป็นพันปีก็ตาม












แล้วก็กลับค่ะ ก่อนกลับก็แวะตลาดอู่ทอง แวะทานก๋วยเตี๋ยวกันที่ตลาดน้ำฯ



ตลาดไม่ได้ใหญ่โตค่ะ






จบทริปค่ะ ความตั้งใจ จะไปเก็บภาพแหล่งโบราณคดีมาแบ่งปันค่ะ รอติดตามนะค่ะ





Create Date : 28 พฤษภาคม 2558
Last Update : 28 พฤษภาคม 2558 14:20:07 น.
Counter : 486 Pageviews.

1 comment
พิพิธภัณฑ์จันทรเกษม จ.พระนครศรีอยุธยา

วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 ตั้งใจจะขึ้นนครสวรรค์ ไปหาพี่สาวที่เคารพนับถือท่านหนึ่ง แต่ก็ต้องปรับแผนใหม่ ด้วยพี่เขากับครอบครัวจะเดินทางไปเที่ยวสังขละบุรี เราเลยไปอยุธยาใกล้ ๆ ไปชมพิพิธภัณฑ์จันทรเกษม เสียค่่าเข้าชมคนละ 20 บาท คนน้อยมาก แต่อากาศร้อนลับแลบเลย

ความเป็นมาของพระราชวังแห่งนี้ อ่านเพิ่มเติม>>> http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1


ประตูทางเข้า




อาคารหลังนี้รวบรวมพระพุทธรูปหลายสมัย







อาคารหลังนี้เก็บของเก่าเช่น ประทุนเรือ ตู้เก็บพระไตรปิฏก ปืนใหญ่ กระสุนปืนใหญ่ เป็นต้น


ประทุนเรือโบราณ ลวดลายงดงามมาก เป็นลายที่แกะลงบนไม้


ลายรดน้ำด้านข้างตู้เก็บพระไตรปิฏก เป็นรูที่ยักษ์กับเทวดา แย่งมัคนารีผล


ปืนใหญ่โบราณที่ตั้งอยู่บนหลังช้าง


ระฆังโบราณ


อาคารนี้เป็นไม้ทั้งหลัก มีเพียงระเบียงทางเดินที่เป็นปูน


เศียรพระพุทธรูปโบราณ



ของที่นี่มีไม่มาก ด้วยมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง เจ้าหน้าที่บอกว่าของที่มีค่าส่วนใหญ่จะถูกรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่กรุงเทพฯ

หลังจากออกจากพิพิธภัณฑ์ก็เดินทางกลับ แต่คนขับรถพาเลี้ยวหลงไปไหนต่อไหน ต้องย้อนกลับ มาเจอวัด ๆ หนึ่งมีเจดีย์เก่า จึงแวะเข้าไปชม ปรากฎว่าคือวัดวรเชษฐ์ ที่ถูกหลงลืม แรกที่จะมาอยุธยาก็หวังอยากมาวัดนี้ แต่พอไปคุยกับเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์บอกว่าวัดอยู่นอกเกาะเมือง บอกทางก็คงมาไม่ถูก แต่เราหลงและได้มา เก็บภาพไม่ได้มาก เพราะอากาศร้อนมาก ตั้งใจว่า ครั้งหน้าจะพาน้องสาวมาด้วย และจะเก็บภาพให้มากกว่านี้

อ่านเพิ่มเติม >>> http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9500000019019



ข้าง ๆ ก็จะมีโบสถ์กลางบึงที่สร้างขึ้นมาใหม่ มาวัดนี้ว่าจะทำถวายสังฆทาน เพราะจัดเตรียมของไป เวลาออกต่างจังหวัดก็จะจัดเตรียมของไว้สำหรับถวายสังฆทานแทบทุกครั้ง แต่หาพระรับไม่ได้เลย
ความรู้สึกที่ยืนอยู่บนระเบียง ณ วัดวรเชษฐ์ เหมือนเป็นคนที่อยู่วงนอก และมองเข้าไปในเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ







Create Date : 08 พฤษภาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2558 13:22:53 น.
Counter : 98 Pageviews.

0 comment
ไหว้พระ ชมวัง @ เพชรบุรี


ทริปนี้ ไปเที่ยวเมืองเพชรตั้งใจจะทำบุญไหว้พระประจำวันเกิด เลยชะแว๊บไปร้านที่คุณต๋อยแนะนำ "นุชทอดมัน-ขนมจีน" ร้านนี้ต้องจองล่วงหน้านะค่ะ ไปถึงร้านเต็มค่ะ เลยต้องฆ่าเวลาที่เหลือด้วยการข้ามไป "วัดข่อย" ซึ่งอยู่ตรงข้าม ชื่อวัดธรรมดา ๆ แต่ภายในอลังการนะค่ะ


ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง "พระมหาชนก" และ "สุวรรณสาม"

ด้านล่างเป็นปฏิมากรรมปูนปั้น พระอินทร์ พระพรหม และท้าวจตุมหาราชค่ะ หลวงพี่ท่านบอกว่าปั้นจากช่างหลาย ๆ คนนะค่ะ ไม่ใช่ช่างคนเดียวปั้น งดงามอ่อนช้อยค่ะ นี่คือสกุลช่างเมืองเพชรค่ะ




โชคดีมากเลยได้กราบพระเศรษฐีนวโกฏ ขอให้ชีวิตนี้เหลือกิน เหลือใช้ สาธุๆๆ





ด้านหลังโบสถ์หลังนี้ เป็นปฏิมากรรมปูนปั้น สวยงามค่ะ เรื่องพระมหาชนก






ทำบุญไหว้พระเสร็จก็ได้เวลาพอดี ร้านนี้สำหรับ จขบ. ครั้งเดียวพอค่ะ แต่ถ้าใครอยากไปลิ้มลอง เก็บเบอร์โทรฯ มาให้ค่ะ ต้องโทรฯ ไปจองก่อนนะค่ะ

แล้วเราก็เลยไป "พระที่นั่งมฤคทายวัน" พาน้องสาวไปเที่ยววัด เธอชอบมากเลย ค่าเข้าคนละ 30 บาท หากต้องการขึ้นพระที่นั่งฯ คนละ 60 บาท ขึ้นไปก็ไม่มีคนบรรยาย ไปเดินอ่านกันเอง ช่วงที่ไปพระที่นั่งฯ อยู่ระหว่างการซ่อมค่ะ แต่ก็สามารถขึ้นไปเดินชมได้ บางส่วนก็เริ่มผุ พระที่นั่งฯ องค์นี้งดงาม ไปทุกครั้งก็ไม่เคยเบื่อ
















ด้านบนพระที่นั่ง เขาห้ามถ่ายภาพค่ะ


ทะเลด้านหน้าพระที่นั่งฯ ค่ะ เขาห้ามลงเล่น

ขากลับแวะเข้าเมืองเพชรฯ เพื่อกลับทางคลองโคน ผ่านวัดเก่าวัดหนึ่ง ดูดีมากเลย




อยู่ใกล้ ๆ กับเรือนจำค่ะ ขับรถหลงเข้าถึงได้เจอค่ะ




Create Date : 08 พฤษภาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2558 13:23:12 น.
Counter : 131 Pageviews.

0 comment
@ เชียงของ, เชียงราย
หลังจากไหว้พระเสร็จเราก็เดินทางต่อเพื่อไปพักที่เชียงของ ระหว่างทางเราได้แวะชม "พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ" เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมผ้าของไทยลื้อ สวยงามมาก ๆ ซึ่งคงหาค่าไม่ได้ ด้วยเจ้าของผ้าแต่ละชิ้นนั้น บางท่านก็ได้ตายไปแล้ว




ถ่ายตัวเองมาให้มาชม


หมวกใบนี้สวยค่ะ คงเก่ามาก ถามผู้ดูแล บอกว่าซื้อมาจากชาวบ้าน แถว ๆ ชายแดน ไม่รู้ที่มาเหมือนกัน


ที่นี่ก็มีผ้าทอขายเหมือนกัน แต่แพงราคา ผืนละ 2,500 - 2,800 บาท

ที่พักหาไม่ยากค่ะ เข้าซอยข้างโรงพัก และขับลงไปเกือบสุดท้าย ก็เจอแล้วค่ะ





ทริปนี้ เป็นเศษค่ะ ไปกัน 3 คน เลยขอนอนคนเดียวค่ะ


ติดต่อกับโรงแรมโดยตรงค่ะ ได้คืนละ 500 บาท





เดินขึ้นไปมีร้านอาหารหลายร้านค่ะ จำไม่ได้แล้วว่าทานร้านชื่ออะไร ราคาไม่แพงค่ะ


ที่นี่เขาเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังกันด้วยค่ะ


พระอาทิตย์ขึ้นมาทักทาย .. ยามเช้า

พอสาย ๆ ก็เดินทางไป "แก่งผาได" เพื่อไปยลโฉม และทานอาหารกลางวัน ให้ชิล ๆ


ระหว่างทางเจอร้านกาแฟ เลยแวะชิมขนมอร่อย ๆ กัน วิวดีซะด้วย


แม่น้ำด้านล่างนั่นคือ "แม่น้ำโขง" ค่ะ




จะมองเห็นเกาะแก่งไกล ๆ น้ำแม่น้ำโขงลดลงมากจริง ๆ แต่ก็เห็นเรือโดยสารวิ่งนะค่ะ เรือที่วิ่งไปหลวงพระบาง

ขากลับแวะร้าน OTOP ระหว่างทาง เพิ่งเห็นว่าอยู่ใกล้ ๆ กับ "พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ" ตอนขาไปเลย แต่ทำไมเราไม่เห็น ผ้าที่สวยมาก เป็นกลุ่มแม่น้ำทอกันด้วยมือค่ะ ... ว่าจะไม่แบกอะไรกลับบ้านแล้วนะ ...




และแล้ว.. ก็เสียตังจนได้ ฟันมา 2 ผืนค่ะ ผืนละ 500 บาท เป็นสีแดงกับสีน้ำเงิน เป็นผ้าทอผสมไหม นานาชอบ

คืนนี้นอนพักบ้านน้องในเมืองค่ะ เช้ามาไป "พิพิธภัณฑ์อูบคำ" พาพี่ที่ไปด้วยไปชม เราเคยเข้าไปแล้ว เมื่อหลายปีที่ก่อนที่มาเชียงราย วัตถุโบราณภายในมีเพิ่มขึ้นนะค่ะ เป็นวัตถุโบราณที่หาไม่ได้แล้ว ของบางอย่างแม้แต่ในพิพิธภัณฑ์ใหญ่ที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีค่ะ

ด้านในเข้าห้ามถ่ายค่ะ เก็บภาพด้านนอกมาให้ชมค่ะ







ไม่น่าเชื่อเราใช้เวลาในการชมของภายในเกือบ 3 ชั่วโมง ประมาณ 11.00 น. กว่า ๆ สารถีก็มารับเราไปทานบะหมี่หมูแดง และแวะไหว้พระ ที่วัดพระสิงห์






ภาพวาดบนฝาผนังค่ะ


ดอกสาละค่ะ


ขอบคุณที่แวะมาชมนะค่ะ



Create Date : 08 พฤษภาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2558 13:23:23 น.
Counter : 106 Pageviews.

0 comment
@ เชียงแสน, เชียงราย
ได้กลับมาวัดปูเข้าอีกครั้ง วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสามเหลี่ยมทองคำค่ะ เป็นวัดเก่าแก่อายุประมาณ 1,200 ปีขึ้น




บันไดนาคเดินขึ้นไปยังโบสถ์เก่าค่ะ


โบสถ์หลังเก่าค่ะ ภายในห้ามผู้หญิงเข้าค่ะ ให้กราบท่านอยู่ด้านนอกได้


ชอบปูนปั้นที่วัดนี้ ที่วิจิตรบรรจงลงลายสวยงาม










หลังจากถ่ายภาพเป็นที่พอใจแล้ว เราก็ออกเดินทางไปยัง "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสน" เห็นสมบัติภายในแล้วรู้สึกสลดใจ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ถึงอายุของเมืองแสนว่าอยู่ในช่วงสมัยใด เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจากหลักฐานที่พบทางโบราณคดี เชียงแสนมีอายุอยู่ในยุคเดียวกับอาณาจักรสุโขทัย คือประมาณ 700 กว่าปีขึ้น หลักฐานที่เก่าแก่กว่านี้ของเชียงแสนไม่มีการขุดพบ





แหม...จะขุดพบได้ไง เพราะตกไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลหมดแล้ว หากต้องการจะไปดูของเก่าจริง ๆ แนะนำนะค่ะที่ "พิพิธภัณฑ์อูบคำ" >>> http://www.oubkhammuseum.com/ จะได้พบพระเชียงแสน รุ่นสิงห์ 1 อายุกว่า 1,000 ปี

แล้วเราก็เข้าที่พักกัน คืนนี้เราพักกันที่ "สบายแอดเชียงแสน" >>> http://www.sabaihotel.co.th/home/ โทรฯ ติดต่อกับโรงแรมโดยตรง ได้คืนละ 750 บาทค่ะ ไม่มีอาหารเช้า หน้าโรงแรมฝั่งตรงข้ามมีร้านขายอาหารตามสั่ง รดชาติโอเค ราคาตามเมืองท่องเที่ยวค่ะ จานละ 40 บาท หากต้องการหลากหลายเลือกได้ต้องตื่นเช้าหน่อยนะค่ะ ไปทานในตลาดเช้าได้

มีดูที่พักกันค่ะ ถือว่าใหม่ และโอเคมาก แอร์เย็นฉ่ำ นอนหลับสบายทั้งคืนค่ะ





เช้าวันรุ่งขึ้นเราเช็คเอ้าท์ และแวะพระธาตุจอมกิตติ พร้อมเดินเวียนรอบองค์พระธาติ ตามรอยพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ













แล้วล้อก็หมุนต่อไปยัง "พระธาตุผาเงา" ค่ะ




แล้วเราก็มุ่งหน้าไปยังเชียงของ เส้นทางช่วงนี้ขึ้นเขาค่ะ ถนนวกไปวนมา เล่นเอาคนนั่งเบาะหลัง เมารถ เพี้ยนเพลีย




Create Date : 08 พฤษภาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2558 13:23:34 น.
Counter : 72 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

arete
Location :
สมุทรสาคร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ความเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่เรารู้จัก เราไม่จำเป็นต้องเป็นใครที่เราไม่รู้จัก...เพื่อใครบางคน
All Blog