Bloggang.com : weblog for you and your gang

The Blog To Love @ First Click : บลอกของคนชอบเขียน ถึงขั้นคำไม่วาง พยางค์ไม่เว้น ที่หวังให้คนที่แวะเข้ามา อ่านแล้ว 'รักแรกคลิก' ....

Group Blog

 
All blogs

 

กรอบ

หลายวันก่อน ฉันเข้าไปสำรวจเวปไซต์ National Gegraphic เพื่อหาไอเดียมาจุดประกายงานโปรเจกของตนเอง

ติดใจภาพนี้ ตรงที่ช่างภาพเล่นมุมมองกับ 'กรอบ'



(ขอบคุณภาพจากเวป NG)


เด็กชายสองคนจากดินแดนตะวันออกไกลกำลังขนเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีแต่ตัวกรอบไปที่ไหนสักแห่ง

ฉันมองภาพนี้ทีแรก รู้สึกสงสารเด็กๆจับใจ บ้านเมืองในระยะสงคราม ทุกคนต้องดิ้นรน กรอบทีวีที่เด็กๆช่วยกันขนอยู่นี้อาจจะกลายเป็นโต๊ะวางของในบ้านเก่าๆของพวกเขา

แต่อีกแง่มุมหนึ่ง บางทีพวกเขาอาจกำลังขนกรอบทีวีไปเป็นของเล่นชิ้นใหม่ก็ได้

ภาพเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน ถ้าเราเอาความรู้สึกส่วนตัวไปตัดสิน บ่อยครั้งเราก็ชี้วัดบทสรุปอย่างผิดๆถูกๆ หรือบางทีก็โดนอคติของเราเองกลั่นแกล้งให้หลงทาง


ฉันนึกถึงภาพภาพหนึ่ง ที่ฉันเก็บไว้ในโฟลเดอร์ส่วนตัว ฉันมักคลิกภาพนี้ขึ้นมาดูบ่อยๆเวลาที่ใจร่ำๆจะพ่ายแพ้ ใกล้จะเอนเอียงไปหาโหมดความเศร้า



ถ้าความทุกข์คือฤดูหนาว เรานี่แหละที่เปลี่ยนฤดูหนาวในใจเป็นฤดูใบไม้ผลิได้ ถ้าเราอยากทำ

และ 'กรอบ' บางทีก็มีไว้เปิดช่องว่างทางความคิด ไม่ใช่มีเพื่อปิดกั้นเสมอไป

ช่วงนี้โฆษณาทางทีวีชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับสินค้า TV ไร้กรอบกำลังออกแพร่ภาพค่อนข้างถี่

เจ้าของสินค้าเขาคงมีเหตุผลในการผลิตนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์เขา ซึ่งพอฉันเห็นโฆษณาสินค้าตัวนี้ ถึงเพิ่งสงสัยว่าเจ้ากรอบของทีวีแสนขรึมนี้ จะมีใครรำคาญมันได้ลงคอด้วย

เพราะในความเป็นจริง ถึงทีวีจะกรอบหนา กรอบบาง ( คลับคล้ายขอบพิซซ่า) กรอบเหลี่ยม หรือกรอบมน เวลาเราดูทีวี สิ่งที่จะทำให้เราหัวเราะ หรือร้องไห้ก็เกิดจากภาพและเสียงที่โลดแล่นอยู่ในกรอบนั้นเป็นสำคัญไม่ใช่หรือ


ฉันเชื่อมั่นเสมอว่ากุญแจสำคัญที่ไขเราไปสู่ 'ความสุข' แม้ว่ามันจะถูกเก็บงำไว้ในกรอบสักกี่ชั้น อยู่ที่คำคำนี้

- - ทัศนคติ - -


 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 10:53:55 น.  

ถูหลังให้พ่อ


ต้นเล็บมือนางหน้าบ้าน ออกดอกแดงสวย แต่ลูกสาวบ้านนี้ถูกขอร้องว่าโปรดอย่าทาเล็บเลย เพราะพ่อไม่ชอบ



ดอกชวนชมสีสดใส ฝีมือพ่อ


ฉันเกิดในสมัยแผ่นดินรัชกาลที่เก้า แต่พระบารมีของรัชกาลที่ห้ายังแผ่ปกมาถึงรุ่นฉันในวันนี้ ด้วยวันปิยมหาราชที่ผ่านมา เป็นวันหยุดราชการที่ทำให้ฉันมีโอกาสกลับบ้านมาอยู่กับพ่อเพิ่มอีกหนึ่งวัน

เช้าวันนี้ พ่ออารมณ์ดี หนีบหนังสือพิมพ์ไปนั่งอ่านที่โต๊ะหลังบ้านสบายใจ เวลาพ่ออยู่กับบ้าน พ่อมักสวมเพียงกางเกงผ้าขาสั้นและไม่สวมเสื้อ เพราะพ่อเป็นคนขี้ร้อน

เมื่อฉันเดินผ่านพ่อไปในครัว ฉันสังเกตเห็นตรงกลางหลังพ่อมีฝุ่น เลยเอามือปัดให้ พ่อสะดุ้งและยกมือป้องทำท่ายังกับนินจาระวังภัย จนฉันต้องกลั้นหัวเราะพลางรีบแจ้งว่าแค่เอามือปัดฝุ่นที่หลังให้เท่านั้น ไม่ได้คิดหลอกแต๊ะอั๋งเสียหน่อย

แล้วฉันเลยอาสาพ่อว่า หนูถูหลังให้เอาไหม เพราะมั่นใจว่าเวลาพ่ออาบน้ำ คงเอื้อมไปถูขี้ไคลตรงกลางหลังไม่ถึงสักเท่าไร

ทีแรกพ่อบ่ายเบี่ยงตามฟอร์ม แต่เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของฉัน พ่อก็ตกปากรับคำและเออออว่า ก็ดีเหมือนกัน

ฉันวิ่งไปหาม้านั่งพลาสติกตัวเล็กมาวางในห้องน้ำให้พ่อนั่งสบายๆ และหยิบแปรงถูหลังขนนุ่มๆมาเตรียมพร้อมกับปฏิบัติการถูหลังให้พ่อ

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่มีโอกาสได้ถูหลังให้พ่อผู้มีฟอร์มมาก และปากแข็งเป็นที่สุด จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ถูหลังให้พ่อเป็นตอนที่พ่อเพิ่งกลับมาจากผ่าตัดหลังใหม่ๆ และอาบน้ำไม่สะดวก แต่หลังจากนั้นพ่อไม่เคยเอ่ยปากรบกวนลูกอีกเลย

ฉันบรรจงเทครีมอาบน้ำอย่างดีลงบนหลังพ่อ และใช้แปรงถูวนไปเรื่อยๆโดยพยายามออมแรงไว้ กลัวพ่อจะเจ็บเกินไป แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงบอกว่า เหมือนมดขึ้นมาไต่หลังเล่นยุกยิกๆ ให้เพิ่มระดับความซาดิสต์เข้าไปอีก

ฉันขัดหลังให้พ่อไปสักพัก พ่อถามว่าขี้ไคลออกมามากไหม

ฟองดำปี๋เลยพ่อ...ฉันตอบ แม้ฟังดูโอเวอร์เกินเหตุแต่ก็ทำให้คนโดนขัดหลังหัวเราะเสียงดังก้องห้องน้ำ

ระหว่างถูหลัง ฉันถามพ่อว่าสบายตัวขึ้นไหม พ่อเฉไฉไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องด้วยการแซวว่าดีนะที่เทศกาลวิ่งควายของเมืองชลฯผ่านไปแล้ว ไม่อย่างนั้นพอถูหลังให้พ่อเสร็จก็พาไปส่งประกวดได้เลย ฉันได้แต่นึกในใจ แหม พ่อช่างเปรี้ยว...

เมื่อถูหลังเสร็จ พ่อขอตัวอาบน้ำต่อด้วยตนเอง พอพ่อออกมาก็ตะโกนหน้าห้องน้ำว่า ตัวเบาไปตั้งหลายกิโล ผิวงี้นุ้มนุ่มยังก๊ะผิวดารา สบายจริงๆ !! พร้อมทั้งให้พรฉันเสียใหญ่โต

ฉันอมยิ้มนึกถึงอารมณ์ขันของพ่อที่เอาโถชักโครกเก่าจากบ้านญาติมาทำเป็นกระถางต้นไม้หน้าบ้าน เป็นนัยว่ามีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน แถมยังตลกร้ายปลูกต้นอ้อยกับต้นชวนชมไว้ในโถเป็นปริศนาธรรมเสียอีกด้วย



ศิลปะสื่อผสมของพ่อ ในชื่อ ...บ้านนี้มีลูกสาว... ตั้งโชว์ไว้หน้าบ้านประกาศศักดาอย่างภาคภูมิ ส่วนรถเข็นสนิมเกาะ มาอยู่ในเฟรมโดยบังเอิญ แต่ฉันคิดเล่นๆแบบตลกร้ายว่า พ่อคงหมายถึงว่า บ้านนี้มีลูกชายด้วย : )

แต่แทนที่จะโกรธ ฉันกลับชอบใจมากและยกย่องให้มันเป็นมุมโปรดของบ้านไปเสียอีก ฉันคิดเข้าข้างตัวเองว่า วันนี้สิ่งที่ทำให้พ่อคงพอให้ฉันได้เลื่อนตำแหน่งจากส้วมหน้าบ้านอย่างที่โบราณว่า มาเป็นแปรงถูหลังคู่บ้านให้พ่อได้บ้างละมัง

เวลาได้ยินพ่อหัวเราะ ฉันมักเห็นเงาของแม่ทับซ้อนขึ้นมา และเบี่ยงไปทาบอยู่ข้างๆเงาพ่อเสมอ

บางทีชีวิตก็สอนให้เรารู้ว่าการขาดสิ่งใดไป ก็เพื่อให้เรามีโอกาสชดเชยสิ่งที่ขาดด้วยการดูแลอีกสิ่งที่ยังเหลืออยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ฉันนึกอยากเดินไปกอดพ่อให้เต็มวงแขน แต่ฉันผู้ซึ่งมีฟอร์มมาก ซึ่งคงรับมรดกจากพ่อมาเต็มๆทำได้แค่เพียงยิ้มกว้าง และสัญญากับตัวเองเงียบๆว่า จากนี้ไปจะหยิบแปรงถูหลังกับม้านั่งพลาสติกมาเสนอพ่ออีกบ่อยๆ

 

Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 16:34:47 น.  

ไปรษณีย์เจ้าขา ดราม่าเต้าฮวย สาขาโรงเจ#2


ขอบคุณรูปจาก google


( ต่อจากตอนที่แล้ว)

เจ้าหน้าที่มองฉันอย่างหลากใจ คงไม่มีลูกค้าคนไหนถามจูจี้จุกจิกเท่าฉันมาก่อนละมัง เขาจึงเพียงชี้มือบุ้ยใบ้ไปที่ฟอร์มข้างล่าง และบอกว่ากรอกชื่อ-ที่อยู่ผู้ส่งให้ดีแล้วกัน

ตรงช่องผู้รับนั้น ขอแค่มีชื่อคนรับก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ส่งถึงอย่างแน่นอน...

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ฉันอ่านพบบทความในนิตยสารเล่มหนึ่ง บอกว่าการเผากระดาษเงินกระดาษทองหรือข้าวของถึงผู้ล่วงลับ เป็นเพียงการสมมติ

ฉันตีความการอธิบายในบทความนี้ว่ามันคงเป็นการปลอบประโลมคนที่ยังอยู่ว่าถึงจะสมมติ แต่ก็เป็นทางออกทางหนึ่งที่คนที่ยังอยู่รู้สึกว่าได้ทำอะไรสักอย่างที่แสดงถึงความคิดถึงอย่างสุดหัวใจแล้วโดยมีเปลวไฟและควันเป็นพยาน

ฉันเลิกกิจกรรมส่งของทางไปรษณีย์ ที่สาขาโรงเจมาได้สามสี่ปีแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันเชื่อถือข้อมูลในบทความ หรือว่าฉันลบหลู่ความเชื่อตามพิธีกรรมแบบจีนที่ถือปฏิบัติกันมา

เพียงแต่ฉันออกจะกังวลว่าของขวัญที่ส่งไปให้โดยไม่ระบุที่อยู่ผู้รับนั้น จะถึงมือแม่จริงๆหรือเปล่า เพราะตั้งแต่ฉันใช้บริการไปรษณีย์สาขาโรงเจ แม่ไม่เคยแจ้งกลับว่าได้รับของจากฉันเลย...

ฉันจึงเลือกทำบุญกับโรงเจอุทิศให้แม่ด้วยวิธีซื้อโลงศพบริจาคแทน เพราะถึงอย่างไรการทำบุญก็อยู่ที่เจตนา และสุดท้ายมันก็ได้ประโยชน์เพื่อการกุศลเหมือนกัน

ไฮไลท์ก่อนกลับบ้านหลังการเที่ยวโรงเจแสนสนุกคือการอุดหนุนเต้าฮวยสาขาข้างโรงงิ้วอย่างน้อยหนึ่งถ้วย




มันเป็นกิจกรรมแบบ THE MUST ที่ฉันมักไม่พลาดในฐานะนายกสมาคมเต้าฮวยคลับแห่งภาคตะวันออก

ฉันจำได้ดีถึงเต้าฮวยถ้วยแรกที่มีโอกาสกินข้างโรงงิ้ว เสียงโฉ่งฉ่างของการแสดงบนเวที เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของตัวละครแต่ละตัว กับไฟฟลูออเรสเซนส์แสบตาแถวขอบเวทีดูจะเร่งเร้ารสชาติของเต้าฮวยถ้วยเล็กนั้นให้อร่อยขึ้น

ฉันถือถ้วยอย่างบรรจงไปนั่งตรงม้านั่งยาวติดเวที คนมาดูงิ้วส่วนมากมักเป็นอาแปะ อาเฮีย มีอาม่าอยู่แค่สองสามคนเท่านั้น อาจเพราะคนดูกลุ่มผู้หญิงกำลังง่วนกับกิจกรรมไหว้เจ้าในศาลเจ้าก็เป็นได้

ฉันไม่เข้าใจบทสนทนาภาษาจีนหรือเรื่องราวที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นบนเวทีนั้นเลย จึงต้องอาศัยความกล้ากึ่งเขินอีกครั้งด้วยการยื่นหน้าไปถามอาแปะแปลกหน้าที่นั่งดูงิ้วข้างๆ

อาแปะหันมาเล่าให้ฉันฟังย่อๆอย่างอารมณ์ดี ฉันจำต้องแปลไทยสำเนียงอาแปะเป็นภาษาไทยอีกครั้งในสมอง แต่น้ำเสียงมีเมตตาของอาแปะทำให้ฉันค้นพบว่าแม้ตัวละครงิ้วจะกำลังรบกันสนั่นบนเวที

แต่ถ้าคนพากย์พากย์เสียงนุ่มๆ ละครงิ้วบู๊ล้างผลาญอาจกลายเป็นแนวดราม่าผดุงคุณธรรมได้ในทันที


ความทรงจำเล็กๆน้อยๆของการเดินเที่ยวโรงเจก็เหมือนการกินเต้าฮวย
มันอาจไม่อิ่มท้องหนักแน่นเหมือนอาหารมื้อหลัก
แต่ทุกครั้งที่ได้กินหรือแม้แต่เมื่อนึกถึง
ก็อิ่มอุ่นเสียจน
อยากจะเก็บปาท่องโก๋กรอบชิ้นจิ๋วอันสุดท้ายในชาม
เอาไว้เคี้ยวพิรี้พิไรในปากนานๆ


 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 8:30:54 น.  

ไปรษณีย์เจ้าขา ดราม่าเต้าฮวย สาขาโรงเจ #1




ทุกปีเมื่อเทศกาลกินเจมาถึง ถนนสายกลางบริเวณหน้าโรงเจของเมืองชลฯจะคล่าคล่ำด้วยรถรา และร้านรวง

มองเผินๆเหมือนกลุ่มพันธมิตรกำลังเคลื่อนทัพมาตั้งหลักประท้วง เพราะธงเหลือง ป้ายเหลือง และอะไรต่อมิอะไรที่ล้วนแต่ใช้วัสดุสีเหลืองเป็นหลักจะถูกนำมาประดับประดาทุกพื้นที่

ฉันไม่ได้ถือศีลกินเจชนิดต้องขนเอาถ้วยชามในบ้านมาล้างขัดแบบบางบ้าน แต่ก็เต็มใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเทศกาลนี้

แค่เพียงบังคับตนเองให้มีวินัยและละกิเลสในการกินเพียง 10 วัน นอกจากเป็นการฝึกตนกลายๆแล้ว ยังรู้สึกว่าเมื่อกินเจ ผิวพรรณจะผ่องใสราวกับเพิ่งฉีดโบทอกซ์มาหมาดๆอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย

กิจกรรมที่ฉันชอบในช่วงเทศกาลคือการไปเดินเที่ยวรอบโรงเจ

ฉันชอบบรรยากาศที่อยู่รายล้อมคนสวมชุดขาว หน้าตาอิ่มเอิบ ร้านค้าขายอาหารเจ ของใช้ ของที่ระลึกจากเมืองจีนที่มักเน้นสีแดงและสีทอง เสียงเพลงจีนหงุงหงิงจากลำโพงร้านขายซีดีสวดมนต์ เสียงพ่อค้าแม่ค้าเรียกซื้อสินค้า เสียงต่อรองราคา และกลิ่นควันธูปจางๆที่อวลออกมาจากศาลเจ้า

ฉันทึ่งกับเมนูอาหารบางชนิดที่ยังอุตส่าห์สร้างสรรค์ออกมาขายกันเอิกเกริก เช่น หมูสะเต๊ะเจ ก๋วยเตี๊ยวตือฮวนเจ กระเพาะปลาเจ ทั้งที่ชื่อมันมีเนื้อสัตว์ทนโท่ แต่เมื่อพะคำว่า เจ ต่อท้ายเมนู

ดูเหมือนจะกลายเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่คนสวมชุดขาวพร้อมใจกันเข้าไปอุดหนุนกันอุ่นหนาฝาคั่ง

ฉันจำได้ว่าตอนฉันยังเด็ก แม่ซึ่งมีอาชีพค้าขายมักขนวัตถุดิบเช่น ข้าวสาร- น้ำตาลเป็นกระสอบ ผักเป็นมัดๆ ฯลฯไปให้แม่ครัวประจำโรงเจใช้ประกอบอาหารให้ผู้คนทั่วไปที่โรงทาน

ทีแรกฉันนึกว่าแม่โชคดีได้เป็นแม่ค้าผูกขาดการส่งของให้โรงเจ แม่คงได้กำไรมาก แต่ต่อมาถึงรู้ว่าแม่ขนของไปบริจาคโดยไม่คิดเงินสักบาท

ฉันจึงได้เรียนรู้และซึมซับความสุขของการให้จากต้นแบบอย่างแม่ ซึ่งกลายเป็นนิสัยติดตัวฉันไปตลอดชีวิต

ถัดออกมาจากโรงทาน จะมีลานกว้างนำไปสู่ประตูใหญ่ของศาลเจ้า เหมือนเป็นด่านสุดท้ายที่กั้นเขตระหว่างคนรับเจ้าถือศีลเคร่งครัดกับผู้มาเยี่ยมโรงเจทั่วไปออกจากกัน

เยื้องประตูทางเข้าศาลเจ้า มีโต๊ะยาวตัวเขื่องตั้งไว้บริการไปรษณีย์อยู่หนึ่งสาขา ซึ่งไปรษณีย์สาขาโรงเจจะพิเศษกว่าไปรษณีย์ทั่วไป ตรงที่ลูกค้าสามารถมาเลือกซื้อชุดของขวัญที่ระลึกเพื่อส่งให้ญาติผู้ล่วงลับได้

ฉันเคยลองใช้บริการนี้เป็นครั้งแรกตอนทดลองส่งของให้แม่ ทุกสิ่งทุกอย่างในชุดของขวัญล้วนทำด้วยกระดาษรีไซเคิลทั้งสิ้น ซึ่งชุดที่ฉันเลือกให้แม่ประกอบด้วยเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ รวมถึงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อNOKA

ฉันนึกขำ เพราะสมัยแม่ยังอยู่ มือถือยังไม่แพร่หลายในบ้านเรา ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าแม่ได้รับของ แม่จะเคืองฉันไหมที่ไม่ได้ส่งคู่มือการใช้มาด้วย

ฉันจำได้ว่าตอนใช้บริการครั้งแรก ฉันเป็นลูกค้าที่ป้ำเป๋อพอใช้ เพราะฟอร์มที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้ลูกค้ากรอกรายละเอียดนั้นมีแต่ตัวหนังสือเป็นภาษาจีนทั้งหมด ไม่มีฟอร์มและตัวอย่างการกรอกแบบที่เห็นตามเคาเตอร์ธนาคารแต่อย่างใด

ฉันจึงต้องอาศัยความกล้ากึ่งเขิน ขอตัวช่วยจากเจ้าหน้าที่ให้อธิบายแบบฟอร์มให้หน่อย

ช่องแรก - ชื่อผู้รับ
ฉันเขียนลายมือสวยๆลงไปในช่อง บุรุษไปรษณีย์ ( ซึ่งคงเป็นทีมงานของเจ้าองค์ใดสักองค์ที่อยู๋ในโรงเจ) จะได้ส่งได้ถูกคนตามความประสงค์ของผู้ส่ง

ช่องถัดมา เจ้าหน้าที่บอกให้ฉันลงไปกรอกฟอร์มด้านล่างเป็นชื่อผู้ส่ง และที่อยู่ของผู้ส่ง

ถึงตอนนี้ ฉันเงยหน้าถามเจ้าหน้าที่โรงเจว่า ฉันยังกรอกช่องผู้รับยังไม่เสร็จ ....ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน แล้วฉันจะเขียนที่อยู่ผู้รับได้อย่างไร

 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 9:02:40 น.  

ตำนานรักวังปารุสก์



เมื่อวานพี่ชายคนโตแวะมาเยี่ยมบ้าน และเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ยืมอ่าน หน้าปกเป็นหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลาคมสัน ชื่อเรื่องเขียนว่า 100 ปี จุลจักรพงษ์ 1908 – 2008

จำได้ว่าเมื่อต้้นปี พี่ชายเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวชมบ้านจักรพงษ์ ค่าเข้าชมรวมกับค่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้รับแจกเป็นที่ระลึกด้วย

หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันนึกต่อไปถึงหนังสือเก่าแก่ชุด เกิดวังปารุสก์ ที่อยู่บนชั้นหนังสือพ่อมาเนิ่นนานตั้งแต่ฉันจำความได้ ด้วยเพราะชื่อผู้็้แต่งเป็นบุคคลเดียวกับบุรุษบนหน้าปกหนังสือเล่มนี้


พ่อเป็นนักสะสมหนังสือ โดยเฉพาะที่พ่อสนใจเป็นพิเศษคือเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรื่องเจ้าเรื่องนาย พ่อเล่าว่าพ่อสั่งซื้อหนังสือชุด เกิดวังปารุสก์ ทั้งที่พ่อยังช่วยปู่ทำนาและใช้ชีวีิตเป็นชาวนาชาวสวน เมื่อหนังสือชุดนี้ส่งมาถึง พ่อกำลังบวชจำพรรษาอยู่ หนังสือชุดนี้บนชั้นหนังสือของพ่อจึงมีประวิัติศาสตร์ยาวนานไม่แพ้เรื่องราวในนั้น นับว่าพ่อเป็นชาวนาที่ทันสมัยพอสมควรทีเดียว




ฉันเคยอ่านเกิดวังปารุสก์ตามคำแนะนำของพ่อ ตั้งแต่ยังอยู่ชั้นประถมปลาย ตอนที่อ่านยังไม่รู้็้เรื่องรู้็ราวหรือเข้าใจอะไรลึกซึ้้งนัก เรียกได้ว่าอ่านเอาสนุก และตื่นเต้นไปกับชีวิตชาววังที่ออกจะมีขนบประเพณีประณีต แตกต่างจากวิถีชีวิตกระโหลกกะลาของผู้อ่านรุ่นเยาว์เช่นฉัน

เมื่อเวลาผ่านไป จนหนังสือ 100 ปีจุลจักรพงษ์มาถึงมือฉัน ประสบการณ์ชีวิตและวัยทำให้ฉันทำความรู้จักกับประวัติของสกุลจักรพงษ์อย่างตั้งอกตั้งใจ รู้็สึกเหมือนนั่งดูละครชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่มีทั้งสุข ทุกข์ การพบเจอ การพลัดพราก และความไม่เที่ยงของชีวิตไม่ต่างจากปุถุชนทั่วไป


พระองค์จุลในวัยเยาว์



วัยหนุ่ม


พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรือ พระองค์จุล เป็นพระโอรสพระองค์เดียวในจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ กับ หม่อมคัทริน (Cathrine Desniksky) ชาวรัสเซีย



เรื่องราวความรักต้องห้ามของเจ้าฟ้าเมืองไทย กับสตรีต่างชาติชาวรัสเซียซึ่งเป็นทูลหม่อมพ่อ และหม่อมแม่ของพระองค์ นำพาให้ผู้อ่านเรียนรู้ข้อจำกัดของการดำรงชีวิตแบบเจ้า ขณะเดียวกันก็เห็น ความมุ่งมั่นตั้งใจและัการเสียสละเพื่อความรัก

หรือภาพสะท้อนจากแต่ละัช่วงชีวิตของพระองค์จุล จะำได้เห็นทั้งภาพแสนสุขของพระองค์ในวัยเยาว์ จนถึงช่วงเวลาของความทุกข์จากการพลัดพรากที่บทจะมาก็มาพร้อมๆกัน


พระองค์จุล และหม่อมเอลิสะเบธ - พระชายาซึ่งเป็นสตรีชาวอังกฤษ





มรว.หญิงนริสรา ธิดาเดียวในพระองค์จุลและหม่อมเอลิสะเบธ / และฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) ทายาทรุ่นต่อมาของสกุล


ไม่ใช่เพราะฉันคลั่งไคล้ฮิวโก้ หรือสนใจใคร่รู้แวดวงหนุ่มลูกครึ่ง แต่เพราะเรื่องราวชีวิตจริงของครอบครัวหนึ่งต่างหากที่ทำให้ฉันวางหนังสือไม่ลง



ฮิวโก้ เลวี่ สังเกตได้ว่าใบหน้าละม้ายพระองค์จุลในวัยหนุ่มอย่างมาก


ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้จบในคืนเดียวอย่างตั้งใจ และเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆให้ฉันนึกอยากหยิบเอาหนังสือ เกิดวังปารุสก์มาอ่านอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ ทัศนคติหรือมุมมองที่ได้จากการอ่านจะไม่เหมือนสมัยอ่านครั้งแรกอย่างแน่นอน



เรือนริมน้ำของบ้านจักรพงษ์ ที่ท่าเตียน ฉันเคยนั่งเรือบนแม่น้ำเจ้าพระยาและชื่นชมความร่มรื่นของบ้านริมแม่น้ำหลังนี้โดยไม่รู้ว่าเป็นบ้านใคร - -
ฉันนำภาพนี้มาประกอบเพราะรู้สึกว่าชีวิตคนเราเหมือนเรือในแม่น้ำ


ชีวิตเรียบง่ายของฉันอาจไม่มีตำนานรักคลาสสิก ระบือนามแบบในหนังสือเล่มที่เพิ่งอ่านจบ แต่มันก็ไม่สลักสำคัญเท่ากับการที่ตำนานชีวิตของสกุลจักรพงษ์สอนให้ฉันรู้็ว่าความไม่แน่นอนของชีวิตเป็นความจริงแท้ ที่วนเวียนอยู่รอบตัวเราทุกคนเหมือนออกซิเจนที่เข้าออกผ่านลมหายใจเราทุกเมื่อเชื่อวัน

 

Create Date : 12 ตุลาคม 2552
Last Update : 12 ตุลาคม 2552 10:33:00 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

Love At First Click

Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

An ordinary woman who loves to write and who loves to know what love is.
 
Friends' blogs
[Add Love At First Click's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.