Group Blog
 
All blogs
 

Life Of Pi : ชีวิตของเรา


bank-163

 

นี่เป็นหนึ่งในหนังที่ผมรอจะชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปี

ไม่ใช่เพราะเคยอ่านหนังสือ หรือได้ยินคุณงามความดีอะไรของเรื่องนี้

แต่เพราะมันเป็นหนังที่มีความเป็นสหประชาชาติโดยแท้

กล่าวคือ สร้างจากนิยายที่เขียนโดยชาวแคนาดา

ออกทุนโดยอเมริกา ใช้ดาราอินเดีย ผู้กำกับจากจีน

แถมในเรื่อง เรือที่พายนั่งไปแล้วล่ม ยังเป็นเรือญี่ปุ่นอีกต่างหาก

 

“ชีวิตของพาย” ซึ่งคงไม่มีใครอ่านว่า ไลฟ์ ออฟ พี

เป็นเรื่องการผจญภัยของเด็กหนุ่มชาวอินเดียคนหนึ่ง

ที่สูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุทางทะเล

ระหว่างการเดินทางย้ายถิ่นฐานจากอินเดียไปยังแคนาดา

 

พายรอดมาได้พร้อมกับเสือตัวหนึ่งชื่อริชาร์ด ปาร์เกอร์

ซึ่งมีที่มาของชื่อแบบพิสดาร พอๆกับชีวิตของพายนั่นแหละ

พร้อมม้าลายและลิงอุรังอุตัง ทั้งหมดอยู่ในเรือชูชีพลำเดียวกัน

พายเรียนรู้จะอยู่รอดด้วยสติ ปัญญา ศรัทธา

ท่ามกลางความอดอยาก ยากแค้น สิ้นหวัง และโหดร้ายในบางครั้ง

 

ชีวิตเป็นการผจญภัยอย่างหนึ่งครับ

ชั่วชีวิตของเรา อาจต้องผจญสิ่งที่เราคาดไม่ถึงในหลายๆเรื่อง

แต่ภัยที่เราผจญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็คือทุกข์

ทุกข์กายบ้าง ทุกข์ใจบ้าง บางอย่างเราก็ไม่ทันสังเกต

เช่นความปวดเมื่อยร่างกาย ที่พลิกขยับตัวก็คลายได้

 

บางอย่างเราก็ชินกับมันจนเห็นเป็นของปกติธรรมดา

เช่นทุกข์จากการที่หายใจเข้าแล้วไม่ได้หายใจออก

หรือหายใจออกแล้วไม่ได้หายใจเข้า 

หรือทุกข์จากการที่ร่างกายต้องการขับถ่ายของเสีย

เราไม่ค่อยเรียกมันว่าทุกข์ เพราะเราเจอมันบ่อย

เราอยู่กับมันจนชิน รู้แล้วว่าจะต้องจัดการกับมันยังไง

แต่กับทุกข์บางอย่าง ที่ไม่ได้มี ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ

มักเป็นเรื่องยากสำหรับเรา

 

วันแรกๆที่พายต้องอยู่กับเจ้าเสือริชาร์ด ปาร์เกอร์ ก็เช่นกัน

เขาทั้งกลัว ทั้งหวาดหวั่น ขาดสติจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

แต่พอเริ่มตั้งสติได้ เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของเสือมากขึ้น

พายก็รู้วิธีที่จะอยู่ร่วมเรือลำเดียวกับริชาร์ด ปาร์เกอร์ได้จนวาระสุดท้าย

 

ถ้าเปรียบเสือเหมือนความทุกข์ที่น่าหวาดหวั่น

อยากการพลัดพรากจากคนที่รัก การต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ

ความแก่ ความเจ็บ และความตาย หรือทุกข์อื่นใด

การต้องอยู่กับมันแบบขาดสติ โดยไม่เคยเข้าใจธรรมชาติของทุกข์เลย

ย่อมเป็นเรื่องยากและลำบากเป็นอย่างยิ่ง

 

แต่กับคนที่มีสติ สังเกต เรียนรู้ธรรมชาติ ความจริงของทุกข์

อยู่ทุกวันๆ ย่อมมีโอกาสจะใช้ชีวิตแบบทุกข์น้อยกว่าผู้อื่น

 

สิ่งที่น่าสนใจในตอนท้ายเรื่องคือ

มีบางคนไม่เชื่อเรื่องที่พายเล่า เพราะมันพิสดารเหลือเชื่อเกินไป

พายเลยมีอีกเรื่อง ที่ยังคงโหดร้าย น่ากลัว แต่ดูเป็นไปได้มากกว่า

เอาไว้เล่าให้คนที่ “อยากได้ยินในสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่า” ฟัง

อันนี้เป็นมุขของคนเขียนเขานะ ที่เจตนาทำให้คนสับสน

ว่าอันไหนเป็นเรื่องจริง อันไหนหลอก

แต่ลืมไปว่าทั้งสองเรื่อง มันคือนิยายเรื่องเดียวกัน

แต่สิ่งที่สำคัญ มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก

เพราะเรื่องของพายกับริชาร์ด ปาร์เกอร์ อย่างไรก็เป็นนิยาย

แต่ทุกข์ที่เราทุกคนต้องเจอนี่สิ ของจริง

สุขสันต์วันที่เรือชีวิตยังไม่ถึงฝั่งนะครับ





 

Create Date : 05 มีนาคม 2556    
Last Update : 5 มีนาคม 2556 18:45:59 น.
Counter : 1524 Pageviews.  

ทุกข์ของคนมี (มาก)



bank-164

ผมเพิ่งซื้อแท็บเล็ตมาเครื่องนึง หลังจากเล็งหาศึกษามาสองปี
ระหว่างกำลังเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจ คุ้นเคยกับมัน
ก็เริ่มโหลดแอปพลิเคชันที่น่าสนใจ มีประโยชน์มาใช้ด้วย


ทีนี้เห็นภรรยาเขาโหลดเกมสร้างสวนสัตว์มาเล่น
เห็นน่าสนุก ผมก็โหลดบ้าง นึกว่าเอาไว้เล่นๆ
เอาเข้าจริง เล่นได้สองวันก็บอกภรรยาว่าผมเลิกแล้วนะ

ไม่ได้บอกเลิกกะเธอนะ ยังอยากมีชีวิตอยู่ แต่เลิกเล่นเกมน่ะครับ
เพราะเกมสมัยนี้ มันเปลี่ยนแค่กราฟฟิก แต่นิสัยไม่เคยเปลี่ยน
ยังเป็นเกมที่สร้างภาระให้เราเหมือนเดิม ไม่เสื่อมคลาย

สร้างอะไร ปลูกอะไร ผลิตอะไรไว้ อีกห้านาที ชั่วโมงนึง ต้องกลับมาดู
กลับมาสั่งการต่อ ไม่งั้นจะเน่า หมดอายุ - -“


แถมเดี๋ยวนี้ เกมเขาฉลาดขึ้น มีหลอกล่อให้เราซื้อ item เพื่ออัพเกรดโน่นนี่
เล่นอยู่สองวัน อ้ะ...ชักไม่สนุก ต้องตกเป็นข้าทาสของเกม
เลยนึกได้ว่า เออ...การมีอะไรอย่างหนึ่ง มันไม่ได้นำมาแต่สุขนะ
ทุกข์ ก็อยู่ในกล่องเดียวกันด้วย

ผมมีบ้านหลังเล็กๆ ไม่หรูหราเป็นคฤหาสน์ขนาดนั้น
แต่ก็มีภาระเรื่องหนี้ ค่าซ่อมบ้าน เดี่ยวน้ำไม่ไหล เดี๋ยวไฟดับ
เดี๋ยวท่อน้ำรั่ว เดี๋ยวต้นไม้ตาย เดี๋ยวปลวกมา เดี๋ยวต้นไม้โตเกินไป


คนมีมือถือ แท็บเล็ตหลายเครื่อง ก็มีภาระต้องคอยหอบหิ้วไปโน่นมานี่
ซื้อปุ๊บจ่ายตังค์ แล้วยังต้องซื้อเคส ติดฟิล์ม ซื้อซิม จ่ายรายเดือน

คนมีแฟนก็ต้องมีภาระคอยติดต่อโทรหา ต้องรายงานตัว
ต้องคอยห่วง ต้องอธิบาย ต้องขจัดข้อขัดแย้ง
ยิ่งมีแฟนมาก ยิ่งทุกข์มากเพราะปัญหายิ่งเยอะ ว่าไหม

คนมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องคอยเฝ้า คอยหาคนดูแลบริหาร
พอแก่ตายไปก็ต้องจัดการมรดกให้ดี ไม่งั้นลูกๆตีกันตาย

หลายคนมีความเชื่อว่า ยิ่งมีมาก ยิ่งสุขมาก
อะไรก็เหอะ ขอเยอะไว้ก่อน ข้าวของเงินทองนี่
แต่ไม่รู้ทันกับดักของการมี ว่ายิ่งมาก ยิ่งหนักนะครับ

อะไรที่ขึ้นชื่อพะยี่ห้อต่อท้ายว่า “ของเรา” มันเป็นภาระทั้งนั้น

ทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง หน้าตา รูปร่าง
ร่างกายก็เป็นภาระนะ ลองดูสิครับว่า ของใช้ในบ้าน
ค่าใช้จ่ายเราแต่ละวัน มีเกี่ยวกับร่างกายเยอะแยะไปหมด

บางคนมีน้ำหอมสิบขวด แชมพูเจ็ดยี่ห้อ โลชั่น ยาสีฟัน
แปรงสีฟัน ไดร์เป่าผม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว รองเท้า ฯลฯ

ไม่ได้บอกว่า การมีเป็นเรื่องผิดนะครับ ผมไม่ได้ปฏิเสธการมี
เพราะหลายๆอย่าง ก็จำเป็นและควรมี เช่น ปัจจัยสี่
แต่หลายๆอย่าง ก็ไม่จำเป็น และไม่ควรมีมากไป
เพราะทุกครั้ง ทุกอย่างที่เรามี แปลว่าเรามี...ภาระ ด้วย

มีมาก หนักมาก มีน้อย หนักน้อย ไม่มีเลยก็เรียกว่าขาด
ฉะนั้นดีที่สุด ไม่ใช่มีมาก หากคือ มีพอดี

คนที่มีความสุข ไม่ใช่คนที่มีทุกอย่างที่อยากได้
แต่คือคนที่รู้จักละความอยาก ในสิ่งที่ไม่จำเป็น
ไม่สมควรแก่ฐานะ และเป็นภาระมากเกินตัว

สุขสันต์วันที่ยังพอมีครับ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 5 มีนาคม 2556 11:58:04 น.
Counter : 1330 Pageviews.  

บทเรียนจากคุณครู


BOH165 resized

(ภาพประกอบโดยความใจดีของคุณ SevenDaffodils ครับ)

Q : “มีครูที่เคยเรียนกับท่านสมัยมัธยมปลาย ตอนนั้นท่านดูเข้มแข็งมาก
พอเกษียณ กลับดูอ้างว้างจนเขียนออกมาเป็นบทกลอนว่าชีวิตหลังเกษียณเหงามาก
อ่านแล้วกลัวว่า ขนาดครูผู้เสียสละอุทิศตนทำความดีงาม ยังต้องมีภาวะเช่นนี้
เราควรเตรียมตัวเช่นไรเพื่อเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์เช่นนี้คะ”

A : ฝึกอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ
คืออยู่กับความจริงเฉพาะหน้าไว้บ่อยๆครับ

จุดพลาดของคุณครูท่านนี้คือ
ท่านยึดมั่นถือมั่น ใจท่านขาดธรรมะบางข้อไป
เลยขาดปัญญา ยอมรับความจริงไม่ได้
ว่าทุกอย่างในชีวิต มันเป็นเรื่องชั่วคราวทั้งนั้นแหละ

โลกนี้มีคุณครูอยู่มากมายในทุกที่ทุกแห่งแหล่งศึกษา
ทำหน้าที่บอกทาง ชี้ทางให้นักเรียนได้เดินไปสู่ความเจริญ

แต่ครูที่สำคัญและยิ่งใหญ่ ผู้สอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ก็คือพระพุทธเจ้าของพวกเรานี่เอง

อันนี้ไม่ได้ยกย่องกันลอยๆ แต่เพราะความรู้ที่ท่านสอน
ไม่ใช่ความรู้กิ๊กๆ ก๊อกๆ กระจอกงอกง่อย
แถมท่านสอนลูกศิษย์ที่มีจริตหลากหลาย
ตั้งแต่เทวดา มาร พรหม เรื่อยมาถึงมนุษย์ผู้มีปัญญา
เมตตากระทั่งพวกท้ายๆ แถวยังไม่พ้นแนวโคลนตมอย่างผม

หนึ่งในความจริงที่มีตรงกับเรื่องนี้มาก คือ โลกธรรม ๘
ท่านสอนไว้ว่า โลกนี้มีความจริงอยู่ ๔ คู่ ๘ อย่าง

คือเมื่อมีลาภ ก็มีความเสื่อมไปของลาภ เป็นธรรมดา
เมื่อได้ยศมา ก็มีความเสื่อมไปของยศ เป็นธรรมดา
เมื่อมีคำสรรเสริญ ก็จะมีคำนินทา คู่กันเป็นของธรรมดา
เมื่อสุขมาถึง ก็ย่อมมีทุกข์ สลับมาแสดงตัว เป็นของธรรมดา เช่นกัน

พิจารณาแบบนี้บ่อยๆ แล้วใจจะเบา
เวลาได้อะไรมา ก็ไม่หลงใหลได้ปลื้มมาก
เวลาเสียอะไรไป ก็ไม่ตีอกชกตัวว่าผัวทิ้ง

คนชมก็ยิ้มๆ แล้วก็ไม่หลงตัวยืดตัวพองอะไรมาก
คนด่าก็ยิ้มๆ แล้วก็เข้าใจว่ามันธรรมดาโลก

ตอนมียศมีตำแหน่ง มีชื่อเสียง ก็อยู่กับมันแบบมีสติ มีปัญญา
รู้ว่ามันของชั่วคราว เหมือนตำแหน่งนางสาวไทย
กระทั่งแชมป์โลกอะไรต่างๆ ก็ล้วนแต่มีวาระของเขานะ
ไม่ได้เป็นกันยาวข้ามเวลาตั้งแต่อริสโตเติลเกิด
เลยเถิดไปจนถึงสตีฟจอบส์ตายเสียเมื่อไหร่

ตอนสุขมา ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไหลไปในความประมาท
ตอนทุกข์มา ก็ยิ้มรับได้ เข้าใจว่ามันของธรรมดา
แล้วมันก็มาแค่ช่วงเวลาหนึ่ง

คนมีสติ มีปัญญา จะเห็นความจริงว่า
ไม่มีอะไรเลยที่เป็นของถาวรในชีวิตนี้
จึงไม่สมควรเลย ที่จะยึดมั่นถือมั่นกับอะไรให้ใจทุกข์
พิจารณาแบบนี้ทุกวันๆ ทุกบ่อยๆ นะครับ

เท่ากับว่าคุณครูท่านนี้ได้สอนเจ้าของคำถาม
ทั้งเมื่อตอนที่ยังเป็นครู และตอนที่ท่านเกษียณแล้ว

สุขสันต์ทุกๆ วันที่มีครูครับ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2556 7:12:46 น.
Counter : 860 Pageviews.  

Wreck-It Ralph : ดี-ชั่วอยู่ที่ตัวทำ

bank166

เคยมีความคิดหรือความเชื่อแบบนี้ไหมครับว่า…
ชีวิตเราเกิดมาเพื่อล้มเหลว เป็นเบี้ยล่างคนอื่น
เกิดมาพร้อมถูกสาปให้มีแต่โชคร้าย เจอเรื่องแย่ๆตลอดเวลา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในยุคที่ชีวิตเราเริ่มผูกพันกับดิจิทัล
ยุคที่แทบทั้งโลกถูกย่อลงไว้ในโทรศัพท์มือถือ
คนจำนวนมากยังคงเชื่อเหมือนเมื่อหลายหมื่นปีก่อนว่า
ชะตากรรมของตนถูกลิขิตโดยเทพหรือพลังลึกลับ

ใครที่เกิดทันยุคที่เกมอาเขตเฟื่องฟู สมัยที่เรายังเล่นเกมจากตู้
ไม่มีมือถือ ไม่มีเพลย์สเตชัน น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ฉากแรกๆแล้ว

Wreck-It Ralph หรือในชื่อไทยว่า “เร็ค อิท ราล์ฟ วายร้ายหัวใจฮีโร่”
เป็นเรื่องของราล์ฟ ตัวร้ายในเกมตู้ยอดนิยมเกมหนึ่ง
ที่เบื่อชีวิตของตนที่ต้องคอยรับบทผู้ร้าย
ถูกดูถูก ดูแคลนและมองข้ามจากเพื่อนร่วมเกม

จนต้องตัดสินใจหนีออกจากเกมของตน ไปตามหาเหรียญทอง
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวร้ายอย่างเขาก็เป็นฮีโร่ได้เหมือนกัน

การตัดสินใจของราล์ฟ ในทางหนึ่งก็ทำให้เกิดความวุ่นวายโกลาหล
แต่เมื่อเขาตัดสินใจรับผิดชอบและลงมือแก้ไขปัญหาเหล่านั้น
ผลลัพธ์ก็ลงเอยด้วยความสวยงามตามสไตล์ดิสนีย์ครับ

ในทางพุทธ คำว่าโชคดี โชคร้าย เรื่องบังเอิญไม่มี
พรหมลิขิต ความเฮง ความซวยก็ไม่มี
มีแต่สิ่งที่เป็นผลจากการกระทำของแต่ละคน ที่สะสมไว้ต่อเนื่องยาวนาน
เรารู้จักในชื่อสั้นๆเรียกว่า “กรรม” หรือ “ชะตากรรม” ครับ

การเกิดมาในบทบาทชาติตระกูลไหน ก็ด้วยการส่งผลของกรรม
ตอนจะตาย ตายในบทบาทชาติตระกูลแบบไหน ก็เพราะกรรมอีกเช่นกัน

บางคนเกิดมาชาติตระกูลดี แต่ใช้ชีวิตผิดทางด้วยมิจฉาทิฐิ
ยิ่งใช้ชีวิตไป ชีวิตยิ่งต่ำลงๆ ต่ำลงๆ จนตอนตายอยู่ต่ำกว่าตอนเกิดลิบลับ
แบบนี้ท่านเรียกว่ามาสว่างไปมืด อย่างพระเทวทัต

บางคนเกิดมาต่ำต้อย เป็นเด็กน้อยถูกทิ้งในกองขยะ
แต่ใช้ชีวิตถูกทาง มีสัมมาทิฐิ ความเห็นถูกเห็นตรง
ชีวิตก็สูงขึ้นๆ สูงขึ้นๆ เมื่อตอนตาย ทางไปก็ไปสว่าง ไปดี
แบบนี้ท่านเรียกว่ามามืดไปสว่าง อย่างหมอชีวกโกมารภัจจ์

ไม่มีใครทำให้เราเป็นคนดี หรือคนเลวได้ ถ้าเราเลือกจะไม่ทำ
ชีวิตทุกชีวิตถูกลิขิตด้วยผลกรรมที่เราแต่ละคนทำ

แต่การนิยามตัวเองว่าเป็นคนดี บางทีก็ต้องระวังนะครับ
เคยเห็นคนเก่งๆ ที่มั่นใจว่าตนเป็นคนดี รู้มากแล้วมีมานะอัตตาสูงๆ ไหมครับ
นี่แหละจุดอ่อนของคนเก่ง คนดี

ความยึดมั่นถือมั่นว่าฉันดี ฉันรู้ ฉันเก่ง ฉันรักชาติ ฯลฯ
มันจะปิดจะบังใจตัวเองไว้ ให้เห็นแต่ความผิด ความไม่ดีของคนอื่น
เว้นไว้แต่กิเลสในใจตัวเอง

เคยมีครูบาอาจารย์รูปหนึ่งชื่อหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ท่านสอนไว้ว่า “คนดี เขาไม่ตีใคร”

ราล์ฟซึ่งเป็นตัวเอกในหนังเรื่องนี้ ก็เกือบทำพลาดเช่นกัน
ด้วยความที่ตั้งใจมากว่าจะต้องได้เหรียญทองมาคล้องคอ
คิดว่านั่นคือสัญลักษณ์ของคนดี ของคนที่โลกเชิดชู

แต่ลืมคิดถึงผลกระทบที่ตามมา ความเดือดร้อนที่คนอื่นต้องเจอ
กว่าจะคิดได้ก็เกือบจะสายเกินไป ดีที่มันเป็นหนังนะครับ
เลยกลับไปแก้ไขอะไรทัน ไม่งั้นคงจบแบบไม่สวยเท่าไหร่

พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนธรรมะหรือหลักของคนดีไว้ ๗ ข้อครับ
ท่านให้หลักว่า จะเป็นคนดี ต้องรู้จักเหตุ รู้จักผล
รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักบริษัท รู้จักบุคคล

ไม่ใช่คิดว่าเจออะไรไม่ดี ไม่ถูก ไม่ควร แล้วจะพูดจะทำอะไรก็ได้
ไม่ดูสถานะตัวเอง ไม่ดูกาลเทศะ ไม่ดูประชุมชน ไม่ดูว่าคนฟังเป็นใคร

ชีวิตจริงเรานี่ ถ้าพังไปแล้ว
ซ่อมไม่ได้ง่ายๆเหมือนในเกมนะครับ

สุขสันต์วันที่ยังเลือกทำกรรมได้ด้วยสตินะครับ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2556 8:41:36 น.
Counter : 1493 Pageviews.  

ชัยชนะที่แท้จริง


bank-153

(ภาพประกอบโดยความใจดีของคุณ SevenDaffodils ครับ)

ได้ดูจ่าแก้ว พงศ์ประยูรต่อยชิงเหรียญทองโอลิมปิกไหมครับ

ถ้าได้ดู รู้สึกเหมือนที่เขาก่นด่ากันไหมว่าแก้วถูกโกง ฯลฯ
บางคนดูแล้วอาจนึกอยากเปลี่ยนการออกเสียงชื่อ AIBA
หรือสมาคมมวยสมัครเล่นสากล เป็น “ไอ้บ้า” ให้รู้แล้วรู้แรด

ไม่ว่าดูแล้วจะรู้สึกอะไร ไม่ใช่ปัญหาเท่ากับว่า
มีความรู้สึกเกิดขึ้นแล้ว เรารู้สึกตัวว่าใจกำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่หรือเปล่า

ต่อให้จ่าแก้วได้รับการชูมือเป็นผู้ชนะ ถ้าเราดีใจแล้วไม่รู้สึกตัว
ในฐานะนักเรียนวิปัสสนาที่กำลังฝึกหัดเจริญสติ
ก็ต้องนับว่าสอบตกนะครับ

มวยเป็นกีฬาความหวังเหรียญทองในโอลิมปิกของไทยมานานแล้ว
การผิดหวังในเหรียญที่มีโอกาสแค่เอื้อมที่จะได้ แล้วพลาดไป
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เรารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้

แต่ถ้ามีสติสักนิด อาศัยปัญญาไตร่ตรองสักหน่อย
ความจริงโอลิมปิกก็เป็นกิจกรรมที่สมมติเอาโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่ง
ไม่ได้มีคุณค่าความหมายอะไรเกินกว่านั้น

ถ้าพูดกันตรงๆแบบชาวพุทธ
ถึงจะได้สักร้อยพันเหรียญทอง ก็ยังไม่มีใครพ้นทุกข์นะครับ
แถมในทางหนึ่ง ถ้าไม่มีสติ ไม่มีปัญญาแล้วไซร้
ก็อาจจะพบว่ามันช่วยเสริมสร้างกิเลส อติมานะให้ใหญ่ขึ้น

อย่างที่มหาอำนาจเคยใช้โอลิมปิกเป็นเวทีประกาศศักดา
ด้วยการเอาเปรียบประเทศคู่แข่ง มาแล้วหลายครั้ง
ใครนึกไม่ออก ไปค้นประวัติการแข่งโอลิมปิกที่มิวนิกสมัยฮิตเลอร์ดูได้

สิ่งที่น่าจะห่วงมากกว่าเรื่อง จ่าแก้วโดนโกงจริงไหม
จึงเป็นเรื่องที่ว่า เรากำลังโดนความอยากเอาชนะ
และโทสะมันหลอกเอาหรือเปล่า

บางคนในทวิตเตอร์ก็ทวีตเรื่องนี้ดีนะ เขาบอกทำนองว่า
เราได้รู้ว่าการถูกโกงมันเจ็บ ฉะนั้นเราก็ต้องไม่ทำเสียเอง

การต่อต้านความอยุติธรรมที่ดีที่สุด ก็คือต้องรู้จักยุติด้วยธรรม
อาศัยธรรมะในการยุติ เช่นการมีสติ มีขันติ มีอภัยทาน
มีปัญญา รู้ว่าโอลิมปิกมันเรื่องสมมติ ส่วนกิเลสน่ะของจริง

สุขสันต์วันที่เราชนะกิเลสได้บ้างเป็นครั้งคราวครับ




 

Create Date : 13 มกราคม 2556    
Last Update : 13 มกราคม 2556 15:09:52 น.
Counter : 1253 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 213 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.