Group Blog
 
All blogs
 
พ่อครัวหัวป่าก์


(ภาพประกอบที่งามด้วยฝีมือ ด้วยความเอื้อเฟื้อของคุณ SevenDaffodils)

สมัยเด็กๆ ผมเคยสงสัยว่า ทำไมต้องเรียกพ่อครัวหัวป่าก์
แล้วทำไมป่าก์ ต้องมี ก ไก่ การันต์

เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ป่าก์ มาจากภาษาบาลีว่า ปากะ หมายถึงการทำอาหารการกิน

ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้เข้าครัวฝึกทำอาหารบ่อยๆ ครับ

ผู้ชายสมัยนี้ ถ้าหวังพึ่งฝีมือทำครัวจากสาวๆ เห็นจะต้องนอนหาวไปก่อน
ใช่ว่าจะดูแคลนกันนะครับ แต่ต้องยอมรับว่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป

สาวๆ รุ่นนี้ เขาไม่ค่อยได้เรียนเรื่องการบ้านการเรือนเหมือนยุคพ่อแม่เรา
แล้วส่วนมากก็ต้องทำงานนอกบ้าน ไม่ใช่เป็นแม่บ้านอย่างเดียวเหมือนก่อน
จะคอยให้เขามาแสดงเสน่ห์ปลายจวัก อาจจะได้ตักแต่อากาศใส่ท้อง

อีกอย่าง มีคนเคยบอกว่าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ รุ่นต่อรุ่น
ผู้ชายมักจะทำอาหารอร่อยกว่าคุณผู้หญิง ทีแรกผมไม่ค่อยเชื่อ
แต่เขาบอกว่า ลองดูสิว่าพวกเชฟใหญ่ตามโรงแรม ส่วนมากมีแต่ผู้ชายนะ

เออ... จริงของเขาแฮะ

เท่าที่ลองทำมา ผมบอกได้ว่าผมชอบทำอาหารนะ
เริ่มจากทำแกงจืดได้ต้มโคล้ง ทำพะโล้ได้ต้มเปรต
ทำอาหารฝรั่งเศสได้อาหารอีสาน เหมือนๆ หลายคนตอนหัดทำนั่นแหละ

หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ผมเริ่มเรียนรู้จากบทเรียน
หาอ่านเอาในเว็บบ้าง แอบไปยืนดูเขาทำตามร้านต่างๆ บ้าง
ว่าอาหารจานไหนต้องใช้เครื่องปรุงอะไร ใส่อะไรก่อนหลัง
แล้วมาลองทำเองดู

จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายนะ
เพราะอาหารแต่ละจาน มันมี "กุญแจ" สู่ความอร่อยของมัน
ตั้งแต่วัตถุดิบ เช่นจะทำหมูทอดก็ต้องเลือกนะ
ว่าจะเอาเนื้อส่วนไหนของหมูมาทำ สะโพก สันนอก สันใน หรือสันคอ

ไหนจะต้องรู้วิธีหมัก เครื่องปรุงเพื่อหมัก ระยะเวลาหมัก
จะต้องใช้น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันปาล์ม ไฟแรงแค่ไหน
ใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะสุกกรอบนอกนุ่มใน

จากที่เป็นพ่อครัวหลงป่า ก็เริ่มเห็นแววพ่อครัวหัวป่าก์บ้างแล้ว
บางวันฟอร์มดีเข้าฝัก แทบจะนึกขอดวลกับเจมี่ โอลิเวอร์ กันเลยทีเดียว

อันนี้พูดขำๆ นะครับ ขืนเขามาดวลจริง
ผมคงต้องท้าตำส้มตำยกครกกันเท่านั้นเอง

แต่โลกนี้ ของมีค่าไม่มีฟรี ของดีไม่มีฟลุก
ทุกอย่างย่อมเกิดเพราะมีเหตุของมัน
เพื่อทำเหตุให้อาหารมันอร่อย มันก็ต้องรู้จักสังเกต เรียนรู้ว่า
อะไรคือเหตุที่ทำให้อาหารจานนั้นมันอร่อย แล้วลงมือทำ

ถ้าเปรียบชีวิตคนเราเป็นโต๊ะอาหาร
เราทุกคนย่อมเป็นพ่อครัวของชีวิตตัวเอง

ว่าจะเลือกปรุงไข่เจียว ผัดเปรี้ยวหวาน อาหารไหหลำ
ยำสามเผ็ด เป็ดกวางโจว หมั่นโถวกวางเก้งอะไรก็แล้วแต่
จะมีใครมากำหนดเมนูให้เรา หรือเรากำหนดเอง ก็ขึ้นกับเราอีก

อาหารบนโต๊ะชีวิตของเรา จะอร่อยหรือกร่อยลิ้นแทบสิ้นใจ
มันก็เป็นไปตามเหตุแลปัจจัย ไม่ใช่เพราะเราสั่งให้มันอร่อยได้

เราสั่งให้อาหารมันสุกเองก็ไม่ได้ อร่อยเองก็ไม่ได้
แต่เราทำเหตุให้มันสุก ให้มันอร่อยได้

ฉันใดฉันนั้น
ถ้าอยากให้อาหารบนโต๊ะแห่งชีวิตมัน "สุข" ก็ต้องรู้นะครับ
ว่าส่วนผสมอะไร วัตถุดิบแบบไหน ปรุงด้วยวิธีไหน จะให้ความสุข

เช่น ถ้ารู้จักทำทาน ใช้ชีวิตอยู่ในศีล ๕ มีสติ เมตตา ภาวนา
ก็ไม่ยากนักที่จะมีความสุขได้ในชีวิตนี้

แต่ถ้ามุ่งหวังจะได้มรรคผลนิพพาน ก็ต้องภาวนากันจริงๆ จังอีกระดับ
กายขยับ ใจรับรู้ ใจเขยื้อน ใจเคลื่อนไป ใจก็รับรู้
ต้องทำในรูปแบบ แบ่งเวลาไหว้พระ สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิบ่อยๆ

จะไปคอยให้มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ติดกัน ๗ วัน แล้วค่อยไปภาวนาที่วัด
อันนั้นเห็นจะไม่ทันรับประทาน คนที่ได้รับประทานเรา ก็คือกิเลส

โลกนี้เป็นไปเพราะเหตุ อยากทานกล้วยก็ต้องปลูกกล้วย
อยากทานทุเรียนก็ปลูกทุเรียน อยากมีความสุข ก็ต้องสร้างเหตุแห่งสุข
ไม่ใช่ทำแต่บาปอกุศล ทำเหตุแห่งทุกข์ร้อน
แล้วมาบ่นว่าทำไมไม่เจอความสุขสักที

สำหรับอาหารจริงๆ ถ้าจะรอพึ่งอาหารถุง ก็ไม่ว่ากัน
แต่อาหารสำหรับชีวิตคือบุญกุศล ไม่มีใส่ถุงขายนะ

เคยเห็นท้ายรถแท็กซี่ สองแถว เขาติดคำขวัญว่า
"ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง"

จริงของเขานะ...

สุขสันต์วันที่ยังหายใจเข้า หลังจากหายใจออกครับ

ปล. ฝากโหวตให้บล็อกนี้ ในหมวดบล็อกธรรมะหน่อยนะครับ
จริงๆไม่ได้ห่วงเรื่องชื่อเสียง แต่เห็นว่าถ้าติดอันดับกะเขา
ก็จะช่วยให้คนสนใจมาอ่าน ได้ประโยชน์เยอะขึ้น เท่านั้นเอง


Create Date : 08 ธันวาคม 2553
Last Update : 8 ธันวาคม 2553 7:10:27 น. 17 comments
Counter : 1863 Pageviews.

 
อยากทานกล้วยก็ต้องปลูกกล้วย
อยากทานทุเรียนก็ปลูกทุเรียน อยากมีความสุข ก็ต้องสร้างเหตุแห่งสุข


จริงๆด้วยค่ะ


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:8:34:31 น.  

 
ได้ความรู้ใหม่เลยครับ ผมก็สงสัยด้วยเหมือนกัน

สมัยนี้พึ่งพาผู้หญิงไม่ได้จริงๆเรื่องอาหาร แต่จริงๆนับแต่โบราณ คนทำครัวเก่งๆจริงๆก็ผู้ชายนี่หล่ะครับ เชฟระดับโลกน้อยนักจะเป็นผู้หญิง


โดย: endless man วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:10:00:55 น.  

 
แหม ก็ผู้ชายทำอาหารรสชาติจะคงที่กว่าผู้หญิงนี่คะ ส่วนผู้หญิงจะทำอาหารตามความรู้สึก กะๆเอาชิมรสดู บางทีก็เค็มไปหน่อย เปรี้ยวไปหน่อย แล้วผู้ชายก็มาติ เลยให้ทำเองซะเลย หุหุ (ประสบการณ์ตรง..)


โดย: spiyaart วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:14:07:17 น.  

 
ตอนนี้อาหารที่เคยกิน มันเน่าไปเสียแล้ว แต่ก็ยังเกิดความเสียดายทุกครั้งที่เห็น เศษอาหารที่เคยกินมานาน อยากเริ่มปรุงอาหารใหม่แต่ไม่กล้าออกไปจ่ายตลาดซะที เอิ๊กๆๆๆ


โดย: poopoo IP: 202.183.193.44 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:15:37:45 น.  

 
มีผู้หญิงที่ทำกับข้าวให้อร่อยที่สุดในชีวิต
เป็น แม่ เป็นย่า เป็นยาย ค่ะ
เป็นกับข้าวธรรมดาๆ
ที่ทำให้ทานทุกวัน
เว้น วันที่ ผู้ชาย ที่เป็น พ่อ
จะทำอาหารจานเด็ด(ของตัวเอง)
เท่านั้น
สุขใจ ในวันที่กลับบ้านไปให้แม่ทำกับข้าวให้กิน
นะคะ


โดย: candy IP: 115.67.130.17 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:19:04:09 น.  

 
ดีใจที่เป็นผู้หญิงและทำอาหารเป็น ( จากคุณย่า และคุณแม่) เพราะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้คนอื่นมีความสุข เวลาเห็นคนอื่นทานอาหารฝีมือเราทำ อิ่มเลย .... อิ่มใจของเราเอง


โดย: phenprapa IP: 124.121.119.42 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:19:25:07 น.  

 
จริงนะค่ะ .. ทุกอย่างเราสร้างเองได้
เราคิดว่าสุขก็ต้องสุข คิดว่ามันเป็นทุกข์
มันก็ทุกข์ไปสองเท่าแล้ว ...

"ใจ" เราสำคัญที่สุด พยายามจะเข้าใจ
กับการศึกษาธรรมง่ายๆ เพราะฉะนั้น หลังๆ นี้
จะขอมาอ่านบทความเก่าๆ เขียนไว้แต่ก่อน
ของบล็อกคุณแอสตันนี่ล่ะค่ะ


บล็อกธรรมะต้องโหวตแน่นอนค่ะเหมือนทุกครั้งค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:22:24:07 น.  

 
บางทีเราก็ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยที่เราไม่รู้ตัวเหมือนกันนะ (ต้องการผลอย่างหนึ่งแต่ทำเหตุอีกอย่างหนึ่ง...ด้วยความไม่รู้ว่า นั่นคือ จะได้ผลในทางตรงกันข้าม)คุณเคยเป็นแบบนั้นหรือเปล่า


โดย: เขียว IP: 58.137.39.253 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:10:42:13 น.  

 
ชีวิตจริงบางทีมันไม่ง่ายแบบนั้นดอก...แต่เปรียบเทียบกับการปลูกต้นไม้ก็เห็นชัดดีค่ะ
อยากเล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เรารู้จัก เธอรักสามีของเธอมาก ตามติดแจเพราะรักและอยากให้สามีรักตอบ มีหลายคนเตือนว่าไม่ควรจู้จี้จุกจิกมากไป เขาจะยิ่งหนีห่างไปแต่เธอกลับทำสิ่งตรงกันข้าม ด้วยความไม่รู้ ผลก็คือเธอยิ่งตามเขายิ่งหนีเธอไปไกล
ก็มันเกิดจากความไม่รู้นั่นเอง


โดย: เขียว IP: 58.137.39.253 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:10:48:46 น.  

 



วันนี้ตั้งใจใจมาโหวตให้เหมือนทุกครั้งค่ะ
best dharma blog เต็ม 3 เลยค่ะ
ปกติเข้ามาอ่านประจำค่ะ เพียงแต่ไม่ได้เม๊นท์เท่านั้นเอง


โดย: มินทิวา วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:5:14:01 น.  

 
ด้วยคะ
best dharma blog
เข้ามาอ่านเมื่อไหร่ ก้อได้ใจไปเมื่อนั้นคะ


โดย: ปุณชลักษมิ์ IP: 115.87.77.159 วันที่: 12 ธันวาคม 2553 เวลา:17:22:11 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทุกคะแนนโหวตล่วงหน้านะครับ ^^

ผมไม่ค่อยรู้จักใครใน บล็อกแกงค์ ถ้าผลโหวตออกมา ไม่ติดอันดับ ก็ต้องถือว่าเป็นไปตามเหตุปัจจัย ^^


โดย: aston27 วันที่: 13 ธันวาคม 2553 เวลา:13:15:45 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่เอ๊ด

อ่านไปยิ้มไป ขำขำกับการหัดทำกับข้าวของพี่
และมันก็ต้องมีบทปิดให้ข้อคิดกระตุกสติเช่นเดิม

แวะมาหาแหล่งวัตถุดิบดีดีไว้ปรุงอาหารชีวิตตัวเองเช่นเคยค่ะ

งานเปิดตัวหนังสือเล่มสามถึงลางานไปไม่ได้
แต่ไม่พลาดในการจับจองหนังสือไว้และซื้อเข้าห้องสมุดบริษัท รวมทั้งให้กลุ่มมิตรอันเป็นที่รักด้วยค่ะ

โหวตไม่ได้แต่เป็นผู้แอบลุ้นอยู่ข้างหลังละกันค่ะพี่^^


โดย: หญิง IP: 115.31.177.35 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:8:17:20 น.  

 
โหวตยังไงล่ะคะ
ไม่ค่อยได้ทำกับข้าวค่ะ แต่คิดว่าทำบ่อยๆๆคงจะอร่อยน่ะแหละ อิอิ หลงตัวเอง
แต่ชีวิตนี้ปรุงให้อร่อยไม่ง่ายเลย ถ้าละละกิเลสหลายอย่างได้อยู่กับสิ่งที่มีไม่ไช่สิ่งที่ฝันได้คงจะสุขเยอะค่ะ

เรือ่งหาคนรู้ใจเนี่ยหายากจริงๆๆเลยค่ะ ทำเหตุไงดีละคะเนี่ย เหอๆๆ


โดย: คนหน้ากลม IP: 61.47.18.239 วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:11:59:20 น.  

 
เข้ามาโหวตโดยเฉพาะค่ะ


โดย: พลอย (พลอยแพรวา ) วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:12:42:27 น.  

 
ต้องเป็นสมาชิกบล้อกแกงค์ ถึงจะโหวตได้น่ะครับ

ตรงมุมขวาบนของบล้อกจะมีหัวข้อ Bloggang Awards อยู่

ดูรายละเอียดทีนั่นได้ครับ


โดย: aston27 วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:12:54:17 น.  

 
เป็นคนทันสมัย ทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นเหมือนกันค่ะ หุ หุ


กดโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^


โดย: ต้นอ้อ -^_^- IP: 58.8.35.175 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:13:35:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 210 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.