ภัยแห่งสังสารวัฏนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าภัยอื่นใด - อัสติสะ
Group Blog
 
All blogs
 

๐๗๐-เหตุที่….ไม่เท่ากัน



บางวันเราอาจจะคิดว่า ทำไมหนอ ถึงไม่มีใครคิดเหมือนเรา ทำไมต้องมีคนคัดค้านความคิดของเราด้วย ทำไม งานของเราจึงไม่ราบเรียบเท่าที่ควร หรือ คิดว่า ถ้าไม่มีคนนี้ก็ดีสิ ถ้ามีคนนี้มาช่วยก็ดีไม่น้อย… (อะไรประมาณนั้น)

ทุกคนต่างมีความคิด ต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ต่อตนเองและคนที่อยู่รอบข้างของเรา เราต้องเรียนรู้ในความแตกต่างของกันและกัน บางคนถนัดด้านนี้ อีกคนเชี่ยวชาญด้านโน้น อีกคนชอบช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง

ถ้าหากเราเรียนรู้ตนเองก่อน ว่าเราเองก็มีความต่างอยู่ แม้แต่ร่างกายของเราก็มีความแตกต่างกัน หากแต่ว่าความแตกต่างนี้ มันมีประโยชน์และถูกใช้ในการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น คนปกติจะใช้มือเดินแทนเท้าทั้งวันไม่ได้ และจะใช้เท้าเขียนหนังสือให้คนอื่น อ่านรู้เรื่องก็ไม่ได้เช่นกัน หากแต่เวลาเราอยากเขียนหนังสือ เราก็ต้องใช้เท้าเดินไปยังโต๊ะหนังสือ ใช้มือหยิบปากกาขึ้นมาเขียน อย่างนี้

นิ้วมือเราเองก็สูงไม่เท่ากัน หากแต่ความไม่เท่ากันนี้เอง มันมีความเหมาะสม และลงตัวอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว เราจะจับวัตถุ สิ่งของได้มั่นคงก็เพราะ นิ้วมือแต่ละนิ้ว อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่มีใครแย่งตำแหน่งหน้าที่ของใคร

ดังนั้นหากเราเรียนรู้ เหตุของความต่างนี้ และรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ไม่พยายามไขว่ขว้า แย่งชิงกันเองในทางมิชอบ เราทุก ๆ คนก็จะอยู่เป็นสุข และสังคมก็จะสงบสุขด้วย

หากแต่เราแข่งขันกันเอง ต้องการหน้าที่ ความรับผิดชอบอย่างเดียวกัน เหมือนกับนิ้วทั้ง ๕ ที่พยายามเหยียดยาวเท่ากัน เสมอกัน แล้วเราจะจับวัตถุ สิ่งของให้แข็งแรงมั่นคงได้อย่างไร




 

Create Date : 29 กันยายน 2551    
Last Update : 29 กันยายน 2551 7:48:33 น.
Counter : 448 Pageviews.  

๐๖๙-สถาบันเสริมความงาม



ผู้หญิงทุกวันนี้สวยขึ้นจริง ๆ หรือเป็นเพียงเครื่องสำอางราคาหลักพันที่ทำให้เธอดูดีขึ้น แล้วภายใต้เครื่องสำอางนั้นมีอะไร…?
ภายใต้ผิวหนังลึกลงไป ๓ มิลลิเมตรมีอะไร…?
ลึกลงไปในสมองและรอยหยัก จนถึงความคิดของพวกเธอนั้นมีอะไร…?

มีผู้หญิงคนหนึ่ง วันนี้เธอดูสวย เมื่อวานก็ดูสวย และพรุ่งนี้ก็คงสวย
มีใครหลายคน ชมเธอมากมายว่าสวย ดูดี
แต่เมื่อลองคบหา สนทนาพูดคุยดูแล้ว กลับพบว่าเธอไม่ได้สวยอย่างที่คิดไว้แต่ต้น
สิ่งที่ไม่สวยนั้นไม่ใช่รูปกาย หากแต่เป็นจิตใจต่างหาก
จิตใจที่เต็มไปด้วย ความโลภ
จิตใจที่เต็มไปด้วย ตัณหา
จิตใจที่เต็มไปด้วย ความอยาก
จิตใจที่เต็มไปด้วย ความเกลียด อิจฉากัน

สิ่งเหล่านี้มันมากพอที่จะทำให้เรารู้สึกได้ และไม่อยากจะเข้าใกล้ ถึงแม้วันนั้นเธอจะใส่น้ำหอม ที่มีกลิ่นชวนจมูกมากเพียงใดก็ตาม

นี่เรารังเกียจเธอจริงหรือ ?
กลับมาถามปัญหาที่สับสน ทั้งที่เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คนอื่นไม่สนใจจะถามกัน

‘ไม่ใช่…’ เราก็ยังชอบอยู่

เพียงแต่รังเกียจ ในสิ่งที่เธอนั้นแสดงออกมา ได้แก่ คำพูดอันหยาบโลน
คำพูดแทะโลมสองแง่สามง่าม คำพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ(ทั้งวัน) สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เรารังเกียจไม่ใช่ รูปร่างหน้าตา

พระพุทธเจ้าทรงตั้งสถาบันความงามขึ้นมา ภายหลังเราเรียกกันติดปากว่า ‘พุทธศาสนา’
สถาบันความงามนี้ มุ่งตกแต่ง เสริมสร้างให้คนมีความงามทางด้านจิตใจ ให้มีความรักความเมตตาต่อกัน
เมื่อคุณผ่านสถาบันนี้ไป ความงามนี้จะไม่มีวันจากคุณไปอีก มันเป็นความงามที่บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ถ้้าคุณเห็นแล้ว สัมผัสแล้วคุณจะชื่นชอบกับความงดงามประเภทนี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน เพราะถึงแม้สถาบันนี้ จะยินดีรับสร้างความงามให้กับทุกคน แต่ก็รับรองผลแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติ มีความเห็นที่ถูกต้อง และซื่อตรงต่อสถาบันเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างความในระดับที่ไม่ต้องกลับมาขี้เหร่ อีกต่อไป

แต่หากใครที่ต้องการเป็นลูกค้าแบบชั่วคราว ต้องการความงามประเภท ๓ วันสวย ๔ วันขี้เหร่ สถาบันก็สามารถทำให้ได้อย่างไม่คิดค่าแรง เพราะแรงงานทั้งหมด เกิดจากการกระทำของคุณเองทั้งสิ้น

ทุกวันนี้คุณอาจจะเดินเข้าร้านเสริมสวย ตกแต่งความงามของร่างกายและใบหน้า ทุก ๆ อาทิตย์ แต่ว่าคุณเคยเข้าไปร้านเสริมสวย ที่รับตกแต่งความงามของจิตใจ ให้บริสุทธิ์ สดใส มีเจ้าของร้านชื่อ ‘พระพุทธเจ้า’ หรือยัง


* ป.ล. ไม่ได้กล่าวว่า
หรือต้องการตำหนิผู้หญิงนะครับ
แต่อยากจะให้ย้อนกลับมาดูตัวเองเท่านั้น
ซึ่งก็ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
เพียงแต่หัวข้อและที่เจอในชีวิตประจำวัน
มันเหมาะสมลงตัวที่เขียนแบบนี้ครับ

และข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามีผู้หญิงอีกมากที่สวย
ทั้งภายนอกและภายในครับ
อย่างน้อยก็คนที่ทนอ่านบทความนี้จบ...คนหนึ่งล่ะ







 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 27 กันยายน 2551 12:52:51 น.
Counter : 222 Pageviews.  

๐๖๘-ป่าช้าในโรงแรม ๕ ดาว



การเติบโตของการท่องเที่ยวเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรมการโรงแรม ตามจังหวัดใหญ่ ๆ ในประเทศไทยเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ต่างก็มีโรงแรม และรีสอร์ทระดับ ๔-๕ ดาวผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด เพื่อสนองและตอบรับกับทศวรรษแห่งการท่องเที่ยวไทย ไม่เพียงแต่ชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้าหลัก แต่ก็ยังมีชาวไทยที่กระเป๋าหนัก จะแวะเวียนเข้าพักโรงแรมประเภทนี้เสมอ หนึ่งในนั้นก็เป็นเพราะความประทับใจจากสถานที่ การต้อนรับ และการบริการที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

เมื่อไรก็ตามหากเกิดความขัดแย้งทางการเมืองกันภายในประเทศ ก็จะมีผลไปกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นห่วงโซ่ เป็นวัฏจักรที่เกี่ยวเนื่องกัน
นับวันวัฏจักรประเภทนี้ก็จะซับซ้อนขึ้น มากเรื่อย ๆ

หลายปีก่อนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์โรงแรมระดับ ๕ ดาวแห่งหนึ่ง เขาจ้างมาติดตั้งระบบความปลอดภัยในอาคาร มีระบบป้องกันเพลิงไหม้เป็นต้น การได้คลุกคลีกับงานระบบ และการก่อสร้าง มันทำให้เราได้เรียนรู้ในแง่มุมหนึ่งของคนที่มีชื่อในสังคมว่า “กรรมกร”
แม้ว่าโดยงานนั้นจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรง แต่ก็มีส่วนร่วมกันสร้าง และเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างตึก อาคารจำนวนมากในกรุงเทพมหานคร

บุคคลเหล่านี้เขาต้องเสี่ยงชีวิต เสี่ยงตายกับการทำงานอย่างมาก บางครั้งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจ้างงาน ค่าแรงที่ถูกอยู่แล้ว ยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในชนบทอีก บางวันจะเห็นพวกเขากินข้าวกลางวันกันเป็นกลุ่ม ๆ กับข้าวนั้นก็เป็นอาหารที่เตรียมมาเอง เป็นอาหารพื้น ๆ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่ามันอร่อยมากกว่าอาหารของคนรวยบางคนเสียอีก

อุบัติเหตุจากการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่คนอื่นบอกว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ป้องกันได้เสมอ หากเราใส่ใจที่จะทำ การเร่งงานมากเกินไปก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กรรมกรไทย ต้องจบชีวิต สังเวย เศษซาก อิฐ ซาก ปูน มามากต่อมากแล้ว หากแต่บางที่ก็ปิดข่าว บางที่ก็เป็นข่าวลือเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่รู้กันในวงการรับเหมา เพราะการมีข่าวออกไปมาก ๆ ก็จะเป็นผลเสียต่อภาพรวมของอาคาร ยิ่งถ้าเป็นโรงแรมแล้ว ต้องปิดข่าวประเภทนี้ให้เงียบที่สุด

และนั่นก็เป็นผลพวงของการเร่งการเจริญเติบทางเศรษฐกิจ เพราะเจ้าของโรงแรมต้องการเปิดใช้งานให้ทันเวลา ทันต่อการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ไม่ต้องการให้ดอกเบี้ยที่กู้มาบวมเบ่งจนเกินระดับที่จะรับได้

ในที่สุดโรงแรมแห่งนั้นก็เสร็จสิ้นตามเวลากำหนดเปิดพอดี พร้อมกับการโล่งใจจากการทำงานหนักของข้าพเจ้า วันหนึ่งก็ได้มีโอกาสได้นั่งทอดอารมณ์ มองแขกที่มาเข้าพักในโรงแรม บางคนมองแป๊บเดียวก็รู้ว่ามีเงิน บ้างก็เป็นนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวต่างชาติ บางคนมากันสองคน บางคนก็มาเป็นกลุ่ม แล้วก็ทำให้เรานึกสะท้อนใจว่า

กว่าที่เราจะสร้างสรรค์ตึกนี้จนเสร็จ กว่าที่จะมาเป็นอาคารระดับนี้ได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการอย่างมากมาย คนพวกนั้นจะรู้หรือเปล่าว่ามันเหนื่อยแค่ไหน และต้องมีคนตายเพราะการก่อสร้างมากเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวบางคนหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น แอร์เย็นช้าเกินไป น้ำไหลไม่แรง เขาจะคิดหรือไม่ว่า กว่าที่จะทำให้น้ำไหลมาได้หรือต่อไฟฟ้าเข้ามาได้ มันเหนื่อยยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วก็จะทำอะไรได้ทุกอย่าง มีเงินเยอะก็ทนงตัวว่าเป็นพระเจ้า สามารถสั่งงานหรือใช้ให้คนอื่นทำอะไรก็ได้ อย่างนั้นหรือ …

ทุกคนนั้นก็มีความอยากจะสุขสบาย ไม่แตกต่างกัน แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน มันก็ต้องการที่ปลอดภัยและอุ่นใจเช่นเดียวกับมนุษย์อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เพียงแต่ถ้าเรารู้จักมองในอีกมุมหนึ่ง การเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มี่ไม่เป็นประโยชน์ไปบ้าง เพื่อรักษาสิ่งที่มีค่า คู่ควรที่จะเรียกและสรรเสริญว่าเป็น มนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน

วันนั้นก็ได้คิดว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ทำงานใช่ไหม…
แม้งานที่เราทำนั้นจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินเดือนก็ตาม แต่สิ่งที่ทำมันก็ไม่ต่างอะไรกับรับใช้กิเลส ตัณหา ของพวกมนุษย์ด้วยกัน เรากำลังทำงานที่เกิดจากตัณหา หรือว่าเราทำงานเพื่อรับใช้ตัณหาของผู้อื่น เรากำลังมีส่วนสร้างและพอกพูนตัณหาให้กับตัวเองและผู้อื่นเสียแล้วกระมัง แต่คิดได้ตอนนี้มันก็สายเกินไปที่จะถอยหลังแล้ว เพราะหากไม่ทำงานแบบนี้ เราก็ต้องไม่มีอะไรจะกิน ต้องทนอยู่อย่างนี้ต่อไปก่อน

มนุษย์ที่เข้าพักในโรงแรมนี้ ก็คือคนเช่นเดียวกับเราหรือท่านทั้งหลาย เขายังมีกิเลส มีตัณหา มีความอยากอยู่มากมาย ความอยากในการเสพกาม ความอยากในการกินเมนูเด็ด ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าอาหารที่กินไปนั้น ส่วนใหญ่มันประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ มีสัตว์จำนวนมากมายที่ต้องสังเวยชีวิต มาสนองความอยากของมนุษย์ ทุกครั้งที่ท่านกินเข้าไปซากสัตว์ก็จะสะสมอยู่ภายในร่างกายท่าน มากขึ้น ๆ ทุกวัน จนเหมือนกับว่าร่างกายนี้เป็นป่าช้าขนาดย่อม ๆ

และทุกครั้งที่ท่านเข้าพักในโรงแรมนี้ ท่านก็จะเป็น “ป่าช้าในโรงแรม ๕ ดาว” อย่างนั้นเอง



*ขอบคุณที่มาของภาพจาก
http://www.watsomanas.com




 

Create Date : 26 กันยายน 2551    
Last Update : 26 กันยายน 2551 8:12:49 น.
Counter : 694 Pageviews.  

๐๖๗-เรือที่ลอยตามกระแส



ถ้าเปรียบการดำเนินชีวิตของคนเราเป็นดั่งเรือลำน้อย ที่ไม่มีหางเสือ ไม่มีไม้พาย ไม่มีแม้กระทั่งจุดหมายที่จะไป มีเพียงกระแสของน้ำที่คอยซัดให้เราไหลไปตามยถากรรม

ในแม่น้ำนี้ บางช่วงก็ไหลเชี่ยว บางช่วงก็หยุดนิ่ง ช่วงที่หยุดนิ่งทำให้เรามีเวลาในการคิดไตร่ตรอง เรื่องการเดินทางที่ผ่านมา ว่าเราพบเจออะไรมาบ้าง ความสนุกสนาน ความทุกข์ทรมาณ การดื่มด่ำจากความสุข สิ่งเรานี้เองที่เราผ่านมาอย่างโชกโชน

ทุกวันนี้ได้แต่นั่งมอง มองผิวน้ำที่นิ่งสนิท ซึ่งมันพร้อมที่จะไหลไปอีกเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบได้

เมื่อมองเพื่อนร่วมเดินที่อยู่ข้าง ๆ หลายคนก็ประสบชะตาเดียวกัน คือไม่มีไม้พาย ไม่มีหางเสือ เมื่อถามถึงสิ่งเหล่านี้ เขาก็ตอบว่า ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ เราก็ต้องไหลไปตามกระแสแห่งแม่น้ำนี้อยู่ดี เรื่องอะไรเราจะหาอุปกรณ์ให้เหนื่อยเปล่า สู้ชื่นชมกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อม รอบ ๆ ตัวดีกว่า ในที่สุดเมื่อกาลเวลาผ่านไป ทุกคนก็ลืมไม้พาย ลืมหางเสือกันจนหมดสิ้น

เรือเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงกระแสน้ำที่ไหลแรงมาจากทางเหนือ ความแรงของกระแสน้ำนั้น ทำให้รู้สึกโคลงเคลงไม่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยอยู่บ้าง บางช่วงเจอช่วงโ้ค้งของแม่น้ำ สังเกตเห็นว่าเรือหลายลำ ลอยเคว้งไปติดกับกอไผ่ ทุกคนต่างทรมาณจากหนามอันแหลมคม และพยายามช่วยตัวเองให้หลุดจากกอไผ่นั้น

เกิดความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น สายน้ำไหลอย่างเชี่ยวกราดและบ้าคลั่ง หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยโขดหิน และมีซากขอนไม้ขวางอยู่ข้างหน้า

จะทำอย่างไรดี ที่จะประคองเรือลำนี้ไม่ให้แตกไปได้ เมื่อมองเรือที่เดินทางมาด้วยกัน หลายลำเริ่มนึกถึงหางเรือ และไม้พายขึ้นมา บ้างก็ตะโกนหาไม้พายกันจ้าระหวั่น มีเรือหลายลำต้องอัปปางลง เนื่องจากกระทบกับโขดหินที่ขวางทาง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ก็ผ่านมาได้อย่างหวุดหวิด !

กระแสน้ำเริ่มไหลช้าลง คนที่รอดมาได้เริ่มมองเห็นคุณค่าของหางเสือ และไม้พาย เขาพยายามหยุดเรือให้นิ่งด้วยกำลังกายทั้งหมด
และเก็บเกี่ยวท่อนไม้ตามทาง มาทำเป็นไม้พาย และหางเสือ เพื่อประคองเรือไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ซึ่งมันกำลังจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า




 

Create Date : 24 กันยายน 2551    
Last Update : 24 กันยายน 2551 8:04:41 น.
Counter : 179 Pageviews.  

๐๖๖-รถไฟขบวนที่ ๔ (โบกี้ที่ ๒)



มีข่าวลือถึงขบวนรถไฟขบวนหนึ่ง ที่จะพาเราไปยังสถานที่ ที่ไม่ต้องประสบเคราะห์ และภัยพิบัติจากธรรมชาติอีก สถานที่แห่งนั้นชาวเมืองอยู่กันอย่างร่มเย็น ไม่มีเรื่องเดือดร้อนให้ทุกใจแต่ประการณ์ใด มันจึงเป็นเมืองในฝันของหลาย ๆ คน

แต่การจะไปยังเมืองนั้นต้องอาศัยรถไฟเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถไปด้วยวิธีอื่น รถไฟขบวนนี้เกิดจากเรี่ยวแรงและกำลังการสร้างสรรค์ของบุคคลผู้หนึ่ง โดยมีทีมงานของเขาเป็นผู้สนับสนุนคอยช่วยเหลือ และจะติดตามขึ้นขบวนรถไฟนั้นไปด้วยกันทั้งหมด(เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว)

บุคคลที่ไม่ได้ร่วมสร้างรถไฟขบวนนี้ ก็สามารถขึ้นไปได้เช่นกัน แต่ต้องซื้อตั๋วที่มีราคาแพงมาก ซึ่งคุณต้องทำงานอย่างสุจริต ต้องไม่ปล้น หรือโกงผู้อื่น และต้องเป็นที่มีความอดทน รู้จักเก็บออมเงิน และเสบียงที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง ไม่ใช้จ่ายฟุุ่มเฟือยเสียไปกับเรื่องไร้สาระทางโลก

ต้องประพฤติตามแบบนี้เป็นเวลานานหลายสิบปี จึงจะมีเงินพอที่จะซื้อตั๋วนี้ได้ แต่มีน้อยคนจะเอาเงินที่ได้มาซื้อตั๋วรถไฟเพื่อไปยังเมืองที่สงบกว่า ส่วนมากพอพวกเขามีเงิน เขาก็พอใจที่จะเอาเงินไปซื้อทรัพย์สินอย่างอื่น เพื่อหาความสุข บำรุงความอยากของตนในเมืองนี้ต่อ

มีหลายคนที่มาส่งคนรักที่สถานีรถไฟ และต้องกลับไปหาเงินซื้อตั๋วเพราะจำนวนเงินยังไม่พอ บางคนมีเงินซื้อตั๋ว แต่มาไม่ทันรถไฟ ก็ไม่มีสิทธิ์ติดขบวนรถนี้ไปได้ อย่างเช่นข้าพเจ้าเป็นต้น

ข้าพเจ้านั่งลงอย่างอาลัย

“นี่เป็นขบวนที่เท่าไหร่แล้วหนอ ที่พลาดหวังมา”

บางขบวนก็เงินซื้อตั๋วไม่พอ บางขบวนก็มาเร็วไปเร็ว บางขบวนก็มาก่อนเวลา และหลังบ้าง บางขบวนก็กำหนดไม่ได้เลยว่าจะมาเวลาไหน บางขบวนต้องรอกันนับแรมปี ทำให้คนที่จะเดินทางไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย จึงจำเป็นต้องมีสติ อยู่ตลอดเวลา ไม่เผลอนอนหลับนาน ๆ หรือ เผลอใช้เงินหมดไปการกิน ท่องเที่ยวมากเกินไป จึงจะมีโอกาสขึ้นรถไฟ

มีข่าวประกาศว่า รถไฟขบวนหน้าจะมาถึงสถานีนี้อีกนานนับแรมปี บางทีอาจจะกินเวลาถึงร้อยปี ขอให้ผู้ที่อยู่ในชานชลา กลับบ้านไปก่อน เมื่อรถไฟใกล้จะมาถึงจะมีการแจ้งข่าวให้ทราบภายหลัง

ข้าพเจ้าเกรงว่ากว่าจะถึงเวลานั้นเงินและเสบียงที่สั่งสมมา อาจจะหมด หรือไม่ก็ถูกปล้นไปก็เป็นไปได้ เพราะช่วงนี้ ข่าวโจรผู้ร้ายเริ่มชุกชุมขึ้นเรื่อย ๆ และอีกอย่างหนึ่งช่วงนี้เกิดภัยพิบัติ ถี่ขึ้นทุก ๆ วัน หากต้องรอถึงร้อยปี มีหวังเราต้องตายไปก่อน หรือไม่ก็ถูกฆ่าตายไปก่อนเป็นแน่

“ยังไม่หมดหวัง ๆ ทางยังมีอยู่ …” มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมา
“เราต้องใช้เท้าของเรา…นี่แหละ…วิ่งไปตามรางรถไฟนี้ ข่าวว่ามีคนตามทันมาแล้ว” เสียงชายชราผู้หนึ่งร้องตะโกน มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ

มีชายหนุ่มอีกกลุ่มหนึ่งออกมาสนับสนุนชายชรา และยืนยันว่ารถไฟยังไปไม่ไกล จอดรออยู่สถานีหน้า แต่ต้องใช้เท้าเดินตามทางรถไฟ ต้องไปให้ทันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถ้าไปไม่ทัน รางรถไฟจะถูกหญ้าปกคลุม และสูญหายไปในที่สุด

ข้าพเจ้ามองไปที่รางรถไฟของขบวนที่ ๔ เริ่มมีหญ้ารกปรกคลุมมากขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปเพียงครึ่งวันก็ตาม เพราะ ณ ที่นี้กาลเวลาและสรรพสิ่งเติบโตเร็ว ช้า ไม่เท่ากัน

“ไปกันเถอะ…พ่อหนุ่ม เพียงเรามีศรัทธาและความเพียร เราจะไปให้ทันรถไฟขบวนที่ ๔ ก่อนค่ำ อย่างแน่นอน” เสียงกระซิบที่ปลุกข้าพเจ้าให้ตื่นเมื่อสักครู่ ดังขึ้นมาในโสตประสาทอีกครั้ง

ข้าพเจ้าไม่รอช้า รีบลุกขึ้น วิ่งไปตามเส้นทางรถไฟขบวนที่ ๔ เช่นเดียวกับคนกลุ่มนั้น ด้วยความหวังว่า ศรัทธาและความพากเพียรของข้าพเจ้า คงจะมีผลให้ถึงจุดหมายหมายทางโดยสวัสดิภาพ…นั่นเอง
-จบ-




 

Create Date : 22 กันยายน 2551    
Last Update : 22 กันยายน 2551 7:35:39 น.
Counter : 341 Pageviews.  

1  2  

อัสติสะ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ทุกข์ใดจะทุกข์เท่า การเกิด
ดับทุกข์สิ่งประเสริฐ แน่แท้
ทางสู่นิพพานเลิศ เที่ยงแท้ แน่นา
คือมรรคมีองค์แก้ ดับสิ้นทุกข์ทน






Google



เมื่อมองทุกอย่างว่าเริ่มต้นจาก...จิต เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองของคนใหม่ว่า มีจุดเริ่มต้นจากดวงจิต เราจะสามารถหาทางยับยั้งแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี คือยับยั้งแก้ไขกันที่จิต เมื่อจิตเราบริสุทธิ์ มีความสงบ ความสุขก็จะตามมาหาทันที มันจึงไม่ใช่ความสุขที่ถูกปรุงแต่งแบบโลก ๆ แต่เป็นความสุข ที่ปราศจากความดิ้นรนค้นหา เป็นความสงบเยือกเย็นหาประมาณมิได้จริง ๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add อัสติสะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.