ภัยแห่งสังสารวัฏนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าภัยอื่นใด - อัสติสะ
Group Blog
 
All blogs
 

๐๕๐-จิ๊กซอชีวิต...



หากย้อนกลับไปช่วงประมาณยุคเศรษกิจตกต่ำราวปี '41-42
ช่วงนั้นข้าพเจ้าก็กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ก็เรียกว่าเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มรูปแบบ
สมัยนั้นจำได้ว่าพวกเราจะมีสิ่งหนึ่งที่ ฮิตกันมาก ๆ นั่นคือการต่อจิ๊กซอ
ส่วนมากก็จะเป็นรูปวิว หรือรูปดาราที่เราคิดว่าเราชอบ
ข้าพเจ้าจะเดินไปตามตลาดนัด
และไม่พลาดที่จะแวะซื้อจิ๊กซอ มาต่อเล่น
มันได้ทั้งความเพลิดเพลิน และยังได้แสดงถึงความพยายามอีกด้วย
เมื่อต่อเสร็จก็นำมาใส่กรอบและก็ ติดโชว์ตามผนัง
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าเลือกที่ซื้อจิ๊กซอรูปพระพุทธเจ้า
จำได้ว่าเป็นปางอุ้มบาตร ที่เลือกนี้ก็เพราะเป็นปราง
ประจำวันเกิด จึงรู้สึกชอบและอยากจะได้จิ๊กซอรูปพระพุทธเจ้านี้
พอซื้อมาก็ต่อเสร็จภายในวันเดียว เพราะรูปนั้นไม่ได้ยากอะไรมาก
เพื่อน ๆ มาเห็นเราต่อจิ๊กซอรูปพระพุทธเจ้า เขาก็รู้สึกแปลก ๆ
เพราะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครเลือกกัน และบ่น ๆ กันว่าข้าพเจ้านี้
มีความคิดประหลาดแท้
แต่ในมุมของข้าพเจ้าแล้วมันก็ไม่เห็นแปลกอะไรเลย ทำไมเราต้องเลือก
ตามแบบคนอื่นด้วย ก็ในเมื่อเรารู้ว่าเราชอบอะไร เราก็เลือก และทำใในสิ่งนั้น
ไม่เห็นจะต้องใส่ใจกับความคิดคนอื่นเลย

รูปส่วนที่ยากที่สุดของการต่อก็คงหนีไม่พ้น ส่วนที่เป็นท้องฟ้า น้ำ และพื้นที่มีโทนสีเดียวกัน
มันทำให้เราเสียเวลาในการลองผิดลองถูกอยู่นานทีเดียว กว่าจะเจอส่วนที่ลงตัวและเข้ากันได้

จะต่างอะไรกับชีวิตเรา ที่ในประจำวันเราต่างเลือก ต่างค้นหาใครบางคน หรืออะไรบางอย่าง
ที่คิดว่าเหมาะสม และลงตัวมากสำหรับตัวเอง บางครั้งสิ่งที่เจอนั้นก็ง่ายดาย เหมือนส่วนของจิ๊กซอ
ที่มีสีตัดกันชัดเจน
แต่บางครั้งเราก็เจอส่วนที่ยาก และจำเป็นต้องลองผิดลองถูกกับชีวิต
เหมือนส่วนของจิ๊กซอที่มีโทนสีเดียวกันจำนวนมาก
หลายคนพยายามยัดเยียดจิ๊กวอที่ไม่เข้ารูป ให้กับชีวิตตัวเอง
จนสุดท้ายชีวิตของเขาต้องพังทลาย และต้องเริ่มต้นการต่อใหม่อีกครั้ง

แต่บางคนก็พยายามที่จะลองผิดลองถูก ลองปรับเปลี่ยนชีวิต เพื่อค้นหาส่วนที่ใช่ สำหรับตนเอง
ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบที่ได้ทำมาแล้ว และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเสมอเมื่อเจอสิ่งที่ดีกว่าในชีวิต




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2551    
Last Update : 6 สิงหาคม 2551 8:23:27 น.
Counter : 494 Pageviews.  

๐๔๙-ต่างคนต่างมุมมอง




เราเคยสังเกตตัวเองบ้างไหมว่า เรามีสายตาและมุมต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง
ข้าพเจ้าเองมักจะเป็นคนที่มีมุมมองไม่สูงมากคือ จะมองวัตถุสิ่งของเพียงแค่ระดับสายตาหรือต่ำกว่า
ทำให้บ่อยครั้งที่หาวัตถุสิ่งของไม่ค่อยจะเจอ
สองอาทิตย์ก่อนได้ย้ายที่ทำงานใหม่ ทำให้จำเป็นต้องย้ายที่พักด้วยเพราะไม่อยากเดินทางไกล
ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าการจราจรในกรุงเทพนั้นสาหัสเพียงใด การมีที่พักอยู่ใกล้ ๆที่ทำงานจึงเป็นการประหยัด
เวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง
ข้าพเจ้าได้ห้องพักเช่ารายเดือนห้องใหม่ แต่สภาพค่อนข้างเก่าพอสมควร ทำให้ราคาห้องพักถูกกว่าบริเวณเดียวกัน
ตอนนั้นตัดสินใจเช่าเลยโดยไม่ลังเลสักนิด เพราะเงินในกระเป๋าของเดือนนี้มีจำกัด
พอเข้าอยู่จริงก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย เพราะอ่างล้างหน้าเล็กเกินไป และชั้นวาง สบู่ ครีม ยาสีฟัน ก็อันตธานสูญหายไปด้วย
ข้าพเจ้ากวาดสายตามองเพื่อหาที่วาง แปรงสีฟันและยาสีฟัน แต่ก็ไม่พ้นที่จะวางลงบนขอบอ่างล้างหน้า เล็ก ๆ

วันก่อนมีเพื่อนมาพักอยู่ด้วยชั่วคราว เขาก็พยายามหาที่วางแปรงสีฟัน และก็ได้ที่วางเหนือกระจก
ซึ่งเป็นมุมที่ข้าพเจ้ามองข้ามไปโดยตลอด
มันจึงทำให้เราได้คิด แวบขึ้นมาในสมองว่า
หลาย ๆสิ่งที่เราทำนั้นคิดว่า ดีแล้ว ถูกแล้ว เหมาะสมแล้ว นั้นจะถูกต้องจริงหรือ...
เหมาะสมแค่ไหนกัน คนอื่นนั้นเขาก็อาจมีมุมมองที่แตกต่างกว่า ดีกว่าเราก็มีอีกเยอะแยะมากมาย

แต่เรามักจะมองข้ามไปเพราะอัตตา และมุมมองอันคับแคบ เอาความคิดเห็นของตัวเองเป็นหลักตัดสิน
จริงอยู่ว่าคนเราก็มีมุมมองมีชีวิตเป็นของตัวเอง เราเลือกทุกอย่างเพราะคิดว่าเหมาะสมกับตัวเอง
แต่เราเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า ยังมีสิ่งที่ประเสริฐ สิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่เสมอ
เพียงแต่เรายอมรับ ยอมเปิดใจให้กับความคิดของคนอื่นบ้าง..ก็เท่านั้น




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2551    
Last Update : 4 สิงหาคม 2551 8:31:35 น.
Counter : 510 Pageviews.  

๐๔๘-การแบ่งประเภทของเหล่าสัตว์




การแบ่งประเภทของเหล่าสัตว์ โดยจะเหมารวมเหล่าสัตว์ตลอด ๓๑ ภพภูมิกันเลย ถ้าพิจารณากันโดยละเอียดแล้ว ก็แบ่งได้ตามทิฏฐิก็มี ๒ ประเภทง่าย ๆ คือ สัมมาทิฏฐิ(ความเห็นชอบ) และ มิจฉาทิฏฐิ(ความเห็นผิด)บรรดาพวกที่มีวามเห็นชอบหรือ ความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงนั้น มีจำนวนน้อยกว่าพวกที่มีความเห็นผิดอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าสัตว์ที่มีปัญญาความเห็นชอบนี้ก็ยังมีระดับความเข้มข้นไม่เท่ากันอีก

แล้วอะไรกันที่เรียกว่าความเห็นถูกต้อง หรือ ความเห็นชอบกัน ถ้าจะว่าโดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับการเขียน ก.ไก่ ข.ไข่ คือเห็นว่าบุญบาป นั้นมีจริง มีความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และการเวียนว่ายตายเกิด มีความเห็นว่าศีลธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่เราพึงรักษา ยิ่งกว่าชีวิต เป็นต้น แต่ถ้าว่ากันโดยมืออาชีพแล้ว ความเห็นชอบ เห็นถูกนี้ ต้องมองสรรพสิ่งเป็นไปตามกฎ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และมองเห็นอริยสัจ ๔ (มองเห็นจริง ๆ ไม่ใช่เข้าใจ) นื่คือความเห็นชอบของระดับพระอริยบุคคล ซึ่งมีพระโสดาบัน เป็นต้นไป
จะเห็นได้ว่าสัมมาทิฏฐิระดับพื้นฐาน รากหญ้าหรือรากแก้วแล้ว คนที่บอกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธบางคนยังทำให้เกิดขึ้นไม่ได้เลย คือว่ากันโดยทฤษฎีนั้นเข้าใจง่ายกันทุกคน แต่พอให้ลงมือปฏิบัติตามความที่รู้ที่เรียนมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกลับล้มเหลว ไม่คู่ควรที่จะเรียกว่าชาวพุทธเลย

ชาวพุทธแท้จริงนั้นอยู่ที่การปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งครัดเท่านั้น นอกนั้นเป็นชาวพุทธเทียมหรือถ้าเทียบกับสิ่งของ ก็เป็นสิ่งของที่มีคุณภาพต่ำ ไม่คู่ควรต่อการงาน

เพราะพระนิพพานอันเป็นจุดหมายสูงสุดของศาสนาพุทธนี้ ไม่ใช่เรียนจบตามตำรา ได้เกียรตินิยมแล้วบรรลุอรหันต์เข้าถึงนิพพานซะเมื่อไหร่ แต่พระนิพพานนี้ต้องมีการเรียนรู้ และปรับสภาพความเข้าใจ และปฏิบัติให้ได้ตรงต่อความเข้าใจที่ถูกที่ควร ตามแนวคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

จึงอยากให้ท่านทั้งหลายลองสำรวจตัวเอง ดูว่าเราเป็นสัตว์โลกประเภทไหน มีกำลังสติปัญญาอยู่ขั้นไหน การสำรวจตัวเองนื้คือการมองตัวเองโดยความเป็นกลาง ถ้ามองดูแล้วตัวเองเป็นสัมมาทิฏฐิ แต่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันเป็นมิจฉาทิฏฐิ ก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนกันไปทีละนิด ผลสำเร็จในช่วงแรกก็ไม่ได้หมายเอาไปไว้ชาติหน้า แต่ให้ทรงอารมณ์ให้เป็นปกติ ให้มันเกิดเป็นผลในปัจจุบันนี้เป็นสำคัญ




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2551    
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 14:13:08 น.
Counter : 237 Pageviews.  

๐๔๗-เนื้อที่ติดบ่วง ย่อมแยกไม่ออกว่าใครเป็นนักบุญหรือนายพราน






เป็นธรรมดาของสัตว์ที่เมื่อเกิดภัยร้ายขึ้นกับตัวเอง ย่อมดิ้นรนหาวิธีทางเพื่อจะเอาชีวิตรอด เหมือนเช่น เนื้อที่ติดบ่วงนายพราน ก็ย่อมดิ้นรนเพื่อหาทางให้ตัวเองหลุดพ้นไปจากเรื่องพันธนาการ แม้ต้องใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดก็ต้องทำ

ดังนั้นเมื่อมันเห็นมนุษย์เข้ามาใกล้ ๆ มันจะวิ่งพล่าน หรือดิ้นทุรนทุรายหาทางหนี เท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มนุษย์ผู้นั้นจับตัวมันได้ง่าย ๆ ถึงแม้จะมีเชือกผูกติดอยู่ทีขามันก็ตาม
เมื่อมนุษย์พยายามจับขาของเนื้อตัวนั้น เพื่อที่จะปลดบ่วงให้มันเป็นอิสระ แต่มันก็ยังดิ้นรนไม่ยอมโดยง่าย และกระเสือกกระสนตามสัญชาติญาณสัตว์ เพราะสำคัญว่ามนุษย์ผู้นั่นจะมาเอาชีวิตของมันไป

เรื่องนี้ก็อุปมาได้ว่า…

เนื้อนั้นเปรียบได้กับมนุษย์ทั้งหลายบนโลก บ่วงบาศคือ วงจรของวัฏฏะสงสารที่เหล่าสัตว์ทั้งหลายติดข้องอยู่ บุรุษผู้มาปลดปล่อยคือ พระพุทธเจ้า การดิ้นรนเพื่อหนีเอาตัวรอดโดยขาดการพิจารณาก่อนนั้นคือ โมหะ ความหลงผิด

ทุกวันนี้มนุษย์โลกต่างรู้ว่าต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดแบบโลก ๆ โดยยกเอากิเลสตัณหามาติดยึดดิดว่าจะช่วยให้ตัวเองเอาตัวรอดได้ แต่จริง ๆ แล้ว เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นเหตุให้ตัวเองติดขัดต่อไปอยู่อย่างนั้น

แต่การหลุดการดิ้นรนสักระยะหนึ่ง แล้วหันมาพิจารณา ตรึกตรองโดยใช้เหตุผลและปัญญาตามหลักทางพุทธศาสนานั้น เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้เรารอดจากบ่วงบาศนี้ไปได้
หรือท่านว่าไง ?




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2551    
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 13:47:09 น.
Counter : 530 Pageviews.  

๐๔๖-ยิ่งรีบยิ่งถึงจุดหมายช้า(ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ)



เมื่อกลางปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีโอกาสเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทตากผ้าที่ จ.ลำพูน พร้อมกับเพื่อน ๆ อีก ๔ คน การเดินทางครั้งนั้นค่อนข้างยากลำบาก เพราะฝนตกตลอดทาง แต่ก็โชดีที่เมื่อถึงวัดแล้วฝนเริ่มซาลง ทำให้การเที่ยวชมนมัสการเป็นไปได้ด้วยดี

หลังจากไว้พระพุทธบาทตากผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ชวนเพื่อนขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปบนเขา ซึ่งตั้งอยู่ค่อนข้างสูงมาก ด้วยความตื่นเต้น และรีบเร่งทำให้ข้าพเจ้า วิ่งขึ้นนำหน้าเพื่อน เพื่อหวังจะได้ขึ้นไปถึงเป็นคนแรก

แต่ทว่าด้วยความรีบเร่งจนเกินไปนั่นเอง ทำให้เราเหนื่อยเร็ว พอขึ้นมาได้เพียงครึ่งทาง ก็เกิดอาการหอบ หายใจแทบไม่ทัน เมื่อหันหลังไปมองดูเพื่อน ๆ ซึ่งกำลังย่างเดินขึ้นมาแบบเนิบ ๆ แต่ไม่ช้าเพื่อน ๆ ก็เดินแซงเราขึ้นไปถึงยอดก่อนทีละคน ๆ จนในที่สุดข้าพเจ้าก็เป็นผู้รั้งท้ายด้วยอาการลมใส่

การเดินขึ้นเขาครั้งนี้ ได้ข้อคิดอยู่ประการหนึ่งคือ ความรีบร้อน รีบเร่งเกินไปนั้น บางครั้งก็ส่งผลร้ายมาสู่เราได้เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรกับการศึกษา เรียนรู้ ปฏิบัติธรรม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป ตามลำดับขั้นตอนอย่างช้า ๆ หากเรารีบเร่งเกินไป เนื่องด้วยปัญญาน้อย (เหมือนกับร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง มีกำลังน้อย) ก็จะสูญเสีย เดินพลัดพรากตกจากเขาไปเสียก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นแน่




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2551    
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 13:34:08 น.
Counter : 321 Pageviews.  

1  2  

อัสติสะ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ทุกข์ใดจะทุกข์เท่า การเกิด
ดับทุกข์สิ่งประเสริฐ แน่แท้
ทางสู่นิพพานเลิศ เที่ยงแท้ แน่นา
คือมรรคมีองค์แก้ ดับสิ้นทุกข์ทน






Google



เมื่อมองทุกอย่างว่าเริ่มต้นจาก...จิต เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองของคนใหม่ว่า มีจุดเริ่มต้นจากดวงจิต เราจะสามารถหาทางยับยั้งแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี คือยับยั้งแก้ไขกันที่จิต เมื่อจิตเราบริสุทธิ์ มีความสงบ ความสุขก็จะตามมาหาทันที มันจึงไม่ใช่ความสุขที่ถูกปรุงแต่งแบบโลก ๆ แต่เป็นความสุข ที่ปราศจากความดิ้นรนค้นหา เป็นความสงบเยือกเย็นหาประมาณมิได้จริง ๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add อัสติสะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.