ชีวิตนี้สั้นนัก..... แต่ก็อยากจะเดินทางไปทุกแห่งหน...ตามเหตุเเละปัจจัยที่พึงมี
Group Blog
 
All blogs
 

-`๏’-ลูกที่เราสร้างและตบแต่งให้สวยงามด้วยสองมือเรา-`๏’-




ลูกที่เราสร้างและตบแต่งให้สวยงามด้วยสองมือเรา

ซ่อม(ลูก)ได้.........ถ้าพ่อแม่เปิดใจยอมรับ

ไม่เคยคิดว่าเลี้ยงลูกจะยากขนาดนี้ อยากเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด อยากให้ลูกเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ ตั้งใจเรียน มาโรงเรียนอย่างมีความสุข เรียนสนุก เข้ากับเพื่อนๆและคุณครูได้ดี สุขภาพกายใจแข็งแรงพร้อมรับกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างสมวัย

แต่...สิ่งที่ได้ ลูกที่เอาแต่ใจตนเอง ขัดใจไม่ได้เลย ปี๊ดแตกไม่เลือกที่ หนูทำไม่ได้ทำให้หนูหน่อยซิ ทุกอย่างถูกจัดการเพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติทันที ด้วยมือของใครต่อใครในบ้าน ใครกันแน่ ที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ลูกคุณ ตัวคุณ หรือใครกันแน่

ฤาเพราะรักลูกมากจนความรักบังตา (ความรักทำให้คนตาบอดนะจะบอกให้) ลูกฉันดี ลูกถูกหมด ปกป้องจนมากเกิน หรือกลัว เลยมองไม่เห็นปัญหาหรือคิดว่าไม่สำคัญ เลยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใดๆของลูก ของตนเองและของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสทำกิจกรรมชุมชนเป็นสุข ที่วัดยายร่ม พันไมล์ได้รับคำชมเชยจากคุณครู รวมทั้งผู้ปกครองท่านอื่น ยืนยันว่าพันไมล์ ดีขึ้นมาก จนคุณครูถามเราว่า ทำอย่างไรกันบ้าง?

ปีกว่าที่ผ่านมาตอนนี้ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะตอนนี้จากหนูน้อยพันไมล์ที่เคยเป็นขาวีนประจำห้อง มือตบความเร็วสูง ไม่พอใจใครมือฉันถึงตัวก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง จากคุณหนูที่มีพี่เลี้ยงคอยปรนนิบัติถึงที่เกือบจะตลอดเวลาของกิจวัตรประจำวัน ทำให้เคยชินที่จะไม่ค่อยหยิบจับทำอะไรด้วยตัวเอง มีประโยคติดปากว่า “หนูทำไม่ได้” ไว้ก่อน ต้องคอยเรียกพี่เลี้ยงช่วยทำให้เสมอๆ จนติดเป็นนิสัย ที่ได้มาโดยมิตั้งใจ อีกทั้งยังชอบใช้คำสั่งอยู่บ่อยๆ กับทุกผู้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ พร้อมทั้งกริยาท่าทางอาจดูออกจะก้าวร้าวอยู่เนืองๆ และอารมณ์ที่มีการขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เราเริ่มต้นจากเข้าห้องโอทีร่วมการฝึกบำบัดด้านกล้ามเนื้อเอ็นข้อต่อ การทรงตัว การรับรู้ด้านสัมผัสต่างๆ ตลอดจนฝึกสมาธิความมั่นคงในอารมณ์

อีกทั้งกัลยาณมิตรเพื่อนๆ ผู้ปกครองที่น่ารัก ช่วยกันแนะนำสิ่งดีๆให้แก่กัน แนะนำให้ไปพบจิตแพทย์เด็ก อย่าเพิ่งตกใจไปก่อนนะ คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจคิดว่าจำเป็นจะต้องพบจิตแพทย์เลยหรือ ดูน่ากลัวเกินไป แต่ก็ได้ผลดีเกินคาด ขอย้ำว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในบ้าน แต่ต้องพาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับลูกไปพบคุณหมอด้วยกันทั้งหมด ไปเล่าเรื่องราว รับรู้ รับฟังแนวทางแก้ไขพร้อมๆกัน คุณหมอจะเก็บข้อมูลของทุกๆคนมาวิเคราะห์ ประเมินผล และชี้แนะแนวทางแก้ไขที่ต้องทำอย่างจริงจัง และชัดเจน
บรรยากาศในห้องเงียบ......หมอพูดตรงมากๆจนเราถึงกับอึ้ง พี่เลี้ยงออกไป ทำเอาพี่เลี้ยงหน้าซีดคิดว่าตกงานแล้วเรา.......แต่คุณหมอก็บอกว่า ดีใจด้วยที่คุณมีลูกที่ฉลาดมาก แต่เรื่องการเลี้ยงดูที่เรายังตามใจและทำให้ทุกสิ่งแบบเด็กเล็กๆ จนทำให้พันไมล์ใช้ความฉลาดจัดการพ่อ/แม่เสียอยู่หมัดในทุกเรื่อง คุณหมอพูดแบบไม่ต้องการคำตอบว่า ลูกน่ะฉลาด แล้วใครกันแน่ที่ไม่ฉลาด !!!

แบบว่ากลับบ้านมาจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบ้านและทำกันอย่างจริงจังเคร่งครัด เอาจริง ใช้วิธีพูดน้อยไม่บ่นมาก แต่เอาจริง ไม่ก็ไม่จริงๆ กลับถึงบ้านเก็บกระเป๋า เอาของออกและเตรียมของใช้วันพรุ่งนี้ใส่ประเป๋าให้เรียบร้อยก่อนที่จะเล่นและไปอาบน้ำ กินข้าวเองถ้าอิ่มไม่อยากกินเลยเวลาก็เก็บ ไม่ต้องตามป้อนและยัดเยียด พันไมล์เค้าก็ไม่เครียด เพราะการบังคับให้กินเค้าเกิดการเรียนรู้ว่าถึงเวลาตั้งโต๊ะเค้าจะไปเตรียมจาน อยากกินแค่ไหนตักแค่นั้น ถ้าอิ่มแล้วก็เอาข้าวไปให้นกแล้วเก็บ พี่เลี้ยงก็ต้องเปลี่ยนหน้าที่ออกจากพี่เลี้ยงไปเป็นแม่บ้านแทนอยู่ให้จากห่างพันไมล์ ลดบทบาทความช่วยเหลือทั้งหมด ให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเองอย่างเต็มที่ พ่อแม่ต้องใจแข็ง มีทิศทางเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจนและปฏิบัติเช่นเดียวกันตรงกัน นั่นเป็นผลจากหลังจากพบคุณหมอครั้งแรก กลับไปพบคุณหมออีกครั้งยังมีเรื่องอารมณ์ที่ยังตกค้างอยู่ คุณหมอแนะนำให้ทุกคนนิ่งเมื่อพันไมล์โกรธและอารมณ์ไม่ดีแยกเค้าเพื่อให้พันไมล์คูลดาวน์ลงก่อน แล้วค่อยเรียกมาคุยกันด้วยว่าสิ่งที่ทำไปมีเหตุและผลอย่างไร ตอนนี้เมื่อน้องเริ่มโวยวายและเรานิ่งเค้าเริ่มรู้ว่าสิ่งที่เค้าทำต้องมีอะไรที่ไม่ถูกเค้าจะหยุดและคิดเมื่อเค้าคิดได้เค้าจะมาขอโทษทันที และจะบอกเหตุผลหรืออะไรก็ตามที่เค้าคิดว่ามันเป็นเหตุผลของเค้าและความรู้สึกของเค้า เราต้องฟังและอธิบายให้เข้าใจ ตอนนี้พันไมล์เป็นพี่ อ. 2 ที่น่ารักแล้วนะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ถูกปลดออกจากตำแหน่งขาวีนมือไวอารมณ์ร้อนประจำห้อง จอมโวยวายถูกถอดออกจากร่าง มีอารมณ์ความมั่นคงมากขึ้น ใจเย็นลง ไม่ค่อยมีเพื่อนๆที่โดนลูกหลงจากมือตบหรืออารมณ์ของเธอ และอื่นๆ อีกมากมาย


คุณเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 ปีแล้วนะ คุณหมออธิบายว่าวิธีที่เราเลี้ยงลูกแบบที่เป็นอยู่คือแบบเด็กอ่อน ตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงสามขวบ ส่วนสี่ขวบถึงหกขวบเป็นวัยที่เข้าเรียนต้องสร้างเสริมวินัย เรายังดูแลลูกแตกต่างกับที่โรงเรียนอย่างสิ้นเชิง จะสังเกตได้จากที่โรงเรียนสอนให้ทำกิจกรรมด้วยตัวเอง, ให้เพื่อนร่วมชั้น แต่กลับไปถึงบ้านเรายังทำทุกสิ่งให้ลูกอยู่เลย ทำให้เด็กสับสน ว่าจะเอาอย่างไร


ณ วันนี้ถึงแม้พฤติกรรมของลูก กลับมาอยู่ในช่องทางที่ถูกที่ควร แต่ครอบครัวของเราก็ยังยืนยันที่จะดูแลให้เขามีพัฒนาการที่ดีต่อไป เพื่อเป็นคนดีและรู้เท่าทันสังคมบริโภคนิยมใบนี้ตลอดไป......ข้าวของเครื่องใช้เสียเรายังหาที่ซ่อม แล้วลูกล่ะลูกเป็นอะไร ซ่อมได้มั้ย.....ลูกที่เราสร้างและตบแต่งให้สวยงามด้วยสองมือเรา








 

Create Date : 24 ธันวาคม 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2551 11:33:24 น.
Counter : 391 Pageviews.  

นัดครั้งนี่..ที่-`๏’-สวนรถไฟ-`๏’-


สวัสดีสวยๆ ค่ะ..คุณลุงคุณป้าคุณน้า, คุณอาและคุณพี่ทุกท่านค่ะ...



วันนี้...(วันโน้น)หนูพันไมล์มีนัดที่สวนรถไฟค่ะ........เราไปกันไม่บ่อยเลย แทบจะนับครั้งได้..




บรรยากาศดีจัง...มีสนามหญ้าเขียวๆ และถนนเล็กๆ ให้ขี่จักรยานเล่น...แค่นี้ก็มีความสุขแล้วนะคะ












แต่วันนี้รู้สึกว่าจะพิเศษสักหน่อย.............
-`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’-

นัดครั้งนี่..ที่-`๏’-สวนรถไฟ-`๏’-
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E6915883/E6915883.html

-`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’--`๏’-






























ลิงค์ภาพและกระทู้เต็มๆ ที่พาน้องพันไมล์ไปถ่ายแบบ
รบกวนช่วย Copy Address ด้านบนไปนะครับ




 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 1 ตุลาคม 2551 8:17:16 น.
Counter : 365 Pageviews.  

เรื่องเล่าของนักเดินทางตัวน้อย+++++กว่าจะถึงพันไมล์+++++


สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา ที่รักทุกท่านก่ะ หนูคิดถึงคุณอาทุกท่านมากๆ เยยย...หม่ำๆ ตั้งแต่หนูกลับจากนิวซีแลนด์ มาพักนึงแล้ว หนูยังไม่ได้ไปไหนไกลๆ แล้วถ่ายรูปมาฝากเลยค่ะ เห็นคุณพ่อกะคุณแม่บ่นว่า กระเป๋าฉีก รู้สึกว่าคุณแม่จะกระเป๋าฉีกมากกว่าหรือไงเนี่ย......... หนูม่ายเข้าจายย หนูได้แต่ไปเที่ยวไกล้ๆ บ้าน ที่ ตลาดน้ำตลิ่งชัน, ตลาดน้ำวัดดอนหวาย กับ ตลาดนัดวัดไร่ขิง เพราะว่าไกล้บ้านของหนูค่ะ


และตอนนี้หนูก็อายุครบ 1 ขวบแย้ว นะก๊ะ หนูรบเร้าคุณพ่อให้เล่าเรื่องการเดินทางของหนูตั้งแต่ก่อนหนูลืมตามาดูโลก จนถึงทุกวันนี้ ว่าหนูไปไหนมาบ้าง บางทีหนูก็ลืมไปแล้วบ้าง แต่ยังดีนะคะ ที่คุณพ่อเก็บภาพไว้ให้หนูดูตอนโตด้วยล่ะค่ะ






มาย้อนอดีตกะหนูกันนะคะ

คุณพ่อเล่าว่า คุณพ่อกะคุณแม่รู้จักกันจากการไปดำน้ำที่ สุรินทร์ ริเชริว ตาชัย กับมนุษย์กบไทย เมื่อต้นปี 2539 ค่ะ เนื่องจากเป็นคนรักธรรมชาติ รักการท่องเที่ยว เหมือนๆ กัน ทั้งคู่เลยตกลงแต่งงานกันปลายปี 2539 นั่นเอง และด้วยความที่ยังไม่พร้อมและยังรักการท่องเที่ยวอยู่ หนูเลยยังไม่ได้มา ระหว่างนั้นคุณพ่อ+และคุณแม่ ก็ท่องเที่ยวที่ต่างๆ มากมายหลายที่ จนเมื่อชีวิตเริ่มพร้อมขึ้น ก็อยากที่จะมีน้องสักคน คุณแม่ของหนูตั้งท้อง 3 ครั้ง แต่พี่ของหนูทั้ง 3 คน ไม่พร้อม เลยไม่ได้มา คุณหมอบอกว่าหาสาเหตุไม่เจอ...........................ทั้งที่ตรวจสุขภาพและทำตามคำแนะนำของคุณหมอหลายท่าน หลายโรงพยาบาล





เมื่อต้นปี 2546 ชีวิตคู่ของคุณพ่อ คุณแม่ ถึงช่วงเปราะบางของชีวิต ต่างคนต่างเดินคนละทาง เพื่อค้นหาทางเดินของตัวเอง ที่คิดว่าเหมาะสม คุณพ่อใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดกับงานประจำ มีแค่เดือนละครั้ง สองครั้ง ที่เข้ามาเยี่ยมคุณย่าของหนูที่กรุงเทพฯ ส่วนคุณแม่ก็ไปกลับกรุงเทพฯ – ภูเก็ต บ่อยครั้ง ทำงานเป็น Dive Leader บนเรือดำน้ำแบบ Live aboard คุณแม่หนูเป็น Instructor ดำน้ำด้วยค่ะ ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเป็นเวลาเกือบปี แต่ก็มีสาเหตุให้คุณพ่อและคุณแม่กลับมาเจอกัน เป็นสาเหตุบังเอิญ จริงๆ ค่ะ ก็คืออย่างที่หนูเล่าไว้ว่าคุณพ่อและคุณแม่แกเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง แกไปเที่ยวเมืองหลวงพระบางหลายครั้ง รู้จักคุณป้าคนนึงที่นั่น ชื่อ ป้าจุง (หนูยังไม่รู้จักเลย ถ้าหนูไปเยี่ยมป้าจุงเมื่อไหร่ หนูจะกลับมาเล่านะคะ) ก็เคารพนับถือกันมากไปครั้งใดก็เอาของไปฝากกัน ถึงขนาดที่คุณพ่อไม่ต้องนอนเกสต์เฮาทส์ นอนฟรีที่บ้านป้าจุงได้เลย ช่วงที่คุณพ่อกะคุณแม่แยกทางกัน ป้าจุงโทรศัพท์มาหาคุณพ่อที่เมืองไทย ว่าจะมาเปลี่ยนเครื่องฯ ที่เมืองไทย เพื่อไปเยี่ยมลูกสาวที่ฝรั่งเศส มีเวลาว่างพักนึง อยากเจอจะได้ทานข้าว, คุยกัน ฯลฯ แต่พอดีว่าโทรศัพท์เป็นเบอร์ของคุณแม่ คุณแม่ก็เลยจำเป็นจะต้องโทรมาบอกคุณพ่อ และก็ได้ไปเจอป้าจุงที่สนามบินดอนเมือง งานนี้คุณแม่ก็ไปด้วย คิ คิ หนูว่าคุณแม่ต้องคิดถึงคุณพ่อมากๆ แน่เลย คิก คิก คืนวันนั้นมีเพื่อนๆ คุณพ่อ+คุณแม่ หลายคนที่รู้จักป้าจุงไปด้วยค่ะ หลังจากส่งป้าจุงขึ้นเครื่องบินเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับ ก่อนจากกันคืนนั้นคุณพ่อจับมือคุณแม่และก็โอบไหล่..............


หลังจากนั้นคุณพ่อและคุณแม่ คงจะลดฑิฐิ ลงมากันทั้งคู่ กลับไปทบทวนวันเวลาดีๆ ที่ผ่านมา.....................................บรรยากาศดีๆ ก็เริ่มกลับเข้ามา คุณพ่อเล่าไป นิ่งก้มหน้า บางครั้งกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น บางอย่างที่คุณพ่อเล่า หนูไม่เข้าใจทั้งหมดหรอกค่ะ เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่หนูก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อ+คุณแม่ ค่ะ

ภาพนี้หนูไม่เคยเห็นเลยนะคะ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าเป็นภาพก่อนที่หนูเกิด ช่วงเดือนสิงหาคม 46 ที่คุณพ่อและคุณแม่กลับมาเดินไปพร้อมๆ กันอีกครั้ง ไปฮันนีมูนรอบสองที่เมือง Perth Australia ค่ะ




หลังจากกลับมาจากฮันนีมูนรอบสอง คุณแม่รู้สึกไม่ปกติกับร่างกาย ไปพบคุณหมอ คุณหมอบอกข่าวดีให้ทราบว่าคุณแม่กำลังตั้งท้อง คราวนี้คุณแม่ต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่าง โดยเฉพาะการออกกำลังกาย, การขับรถรวมถึงการทำงานด้วย ช่วง 3 เดือนแรก ยังไปทำงานบ้าง แต่หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว คุณแม่เล่าว่าเกิดอาการแพ้ท้องอย่างมาก ไปไหนไม่ได้เลย ไม่ค่อยมีแรง รวมถึงกลัวว่าหนูจะไม่ยอมมาอีก ต้องเคลื่อนไหวตัวช้าๆ, ห้ามออกแรง, ไม่เอื้อมไปยกของ, ต้องไปพบหมอตามกำหนด และก็ต้องฉีดยากันแท้ง บ่อยมากจนสะโพกพรุนไปหมด อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการพบคุณหมอเพื่อดูแลครรภ์แต่ละครั้งสูงมาก ถ้าใครมีบุตรยาก น่าจะทราบนะคะ (คุณแม่บอก)

ภาพนี้เป็นคุณพ่อบอกว่าเป็นภาพอัลตร้าซาวน์ ภาพแรกของหนูที่ทุกคนได้เห็น คุณพ่อขอคุณหมอเก็บไว้ แต่หนูดูแล้วยังไงก็ม่ายเหมือนหนู........หนูน่ารักกว่าตั้งเยอะ จริง ไหมคะ



ระยะเวลาจากช่วง 3 เดือนจนถึง 9 เดือน คุณแม่เหมือนคนป่วย ไม่มีแรง นอนอยู่กับบ้านทั้งวันทั้งคืน น่าสงสารมากค่ะ คุณพ่อบอกว่า หลายครั้งที่คุณแม่นอนร้องไห้ เพราะไม่สบายตัว ปวดหลัง จะออกจากบ้านก็แต่ตอนที่คุณหมอนัด กับออกไปฉีดยากันแท้งที่คลีนิคใกล้บ้าน แต่ก็โชคดีที่เพื่อนสนิทก็มาเยี่ยมกันที่บ้านบ่อยๆ มาคุย มาทานข้าวกันที่บ้านน่ะค่ะ ในภาพก็น้านุ้ย, น้าภิง, น้าไก่, น้ากุ๊ก ยังมีอีกหลายๆ น้านะคะที่มาเยี่ยมที่บ้าน


คุณแม่ฝากท้องที่รพ. ... ........ คุณหมอบุญลอ ใจดีมากๆ ช่วยให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ ทำให้คลายกังวลได้มาก พอถึงช่วงใกล้คลอดหนู คุณแม่ต่อรองคุณหมอให้นัดทำคลอดเร็วๆ เพราะทรมานจากการแพ้ท้องจนสุขภาพจิตแย่ไป คุณหมอก็บอก น่านะ ทนอีกหน่อยนึง ก็ต่อลองกันจนได้วันลงตัว วันที่ 20 เมษายน 2547 เวลาตามที่เราดูฤกษ์กันมา ว่าดีที่สุด จริงๆ จะเอาวันสงกรานต์แล้ว แต่คุณหมอไม่ยอม คิกๆๆ

เช้าวันคลอดหนู คุณพ่อพาคุณแม่เข้าไปเช็คอินแต่เช้า คิกๆ เล่าเหมือนว่าไปเที่ยวแถมจัดกระเป๋าเหมือนไปเที่ยวเลย แต่เปลี่ยนจากสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ มาเป็นโรงพยาบาลแทน คุณพี่พยาบาล เข้ามาดูแลทั้งหนูและคุณแม่อย่างดี ก็หนูได้ยินนี่คะ

พอใกล้กำหนดเวลา คุณพ่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายรูปได้ด้วย คุณพ่อเตรียมกล้องวิดีโอเข้าไป พร้อมกับยาดม กันเป็นลม เพราะว่าตอนเจาะน้ำคร่ำตรวจตอน 6-7 เดือน ก็เข้าไปถ่ายด้วย แต่ดันเป็นลมวูบลงไปนั่ง เสียฟอร์มหมดเยยย คุณพ่อหนู
คุณพ่อต้องใส่เสื้อคลุมทั้งตัว คลุมผม คาดผ้าปิดปาก พอได้ฤกษ์ของเรา เก๊งงงง คุณหมอ ซึ่งเตรียมจะลงมีดมานานแล้ว ก็จัดการกะพุงคุณแม่ ส่วนคุณพ่อก็ถ่ายวิดีโอไปเรื่อย แค่ 4 นาทีหลังจากลงมีดครั้งแรกเท่านั้นเองหนูก็โผล่ ออกมาดูโลก ด้วยท่าเหมือนกบ ใครไม่เชื่อมาขอดูวิดีโอที่บ้านได้นะคะ ท่ากบจิงๆ อ่ะค่ะ คราวนี้คุณพ่อไม่เป็นลม เดินถ่ายหนูตั้งแต่ห้องคลอดยันห้องเด็กแรกเกิด กันผิดตัว คุณพ่อว่า ..................... จนคุณพี่พยาบาลเอาป้ายชื่อน้องพันไมล์มาผูกข้อมือหนู คุณพ่อถึงยอมออกจากห้อง ไปถ่ายต่อนอกห้องและก็ร่วมดีใจกะญาติๆ ที่มาเยี่ยม วันนี้หนูมีเพื่อนที่เกิดวันเดียวกะหนู 8 คน หนูเป็นคนที่ 6 ของวันนั้น และหนูก็มีชื่อจริงอยู่คนเดียวค่ะ ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ มีแต่ชื่อนามสกุลผูกแขนไว้


ภาพนี้เป็นภาพนิ่งภาพแรกของหนู ที่หนูเดินทางมาถึง พี่พยาบาลใจดีถ่ายให้เป็นที่ระลึกค่ะ



คุณพ่อบอกว่าตอนหนูออกมาหนูหน้าตาเหี่ยวจัง แถมมีไขขาวๆ ติดที่หน้าด้วย กว่าคุณพ่อจะได้อุ้มหนูครั้งแรกในชีวิตก็ต้องรอให้หนูพักปรับตัวอยู่ในห้องแรกเกิด อีก 6 ชั่วโมง ถ้าใครพอจะหลับตานึกภาพช่วงเวลา 6 ชม.แรกได้นั้น จะเห็นภาพคุณพ่อหนูขึ้นลงระหว่างห้องพักกะห้องเด็กแรกเกิด เป็น 10 ครั้ง เพื่อมายืนเกาะกระจกมองเฝ้ามองหนูค่ะ


และคุณแม่ก็กลับขึ้นห้องมาในสภาพยังสลึมสลือ หลังผ่าตัดคุณพ่อเปิดวิดีโอเทปตอนคลอดหนู ให้คนที่ไปเยี่ยมได้ชมกันหลายรอบ จนคุณหมอมาพอดี คุณหมอเลยบอกว่าอ้าวนึกว่าถ่ายกล้องธรรมดา เป็นวิดิโอหรอกหรือ โรงพยาบาลเขาอนุญาตแค่ภาพนิ่งเท่านั้นนะ แต่คุณหมอก็ใจดีบอกว่าเก็บไว้ก็แล้วกัน คิกๆ พอดีกล้องวิดีโอของคุณพ่อ หน้าตาคล้ายกับกล้องภาพนิ่งมั๊งคะ ถึงไม่มีใครในห้องคลอดได้ห้าม คุณอาอย่าไปบอกใครนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อโดนดุ


และการเดินทางของหนูก็เริ่มขึ้นค่ะ พี่พยาบาลเข็นตะกร้าใส่หนูมาที่ห้องพัก พี่เขาอุ้มหนูส่งให้คุณพ่อก่อนคนแรก คุณพ่อปลื้มมากกกกกกกกกกก ท่าทางเก้ เก้ กัง กัง แต่หนูก็รู้ถึงความอบอุ่นที่ได้รับ ทุกๆ คนร่วมชื่นชมหนู หนูครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอกค่ะ



หนูอยู่โรงพยาบาล 3 คืน รุ่งขึ้นถึงกลับบ้านได้ หนูได้เข้าห้างครั้งแรกด้วยความจำเป็นก็วันนี้ละค่ะ ไม่งั้นคงไม่มีกับข้าวกินที่บ้าน แต่ก็รีบซื้อ รีบกลับค่ะ

ช่วง 2 เดือนแรกหนูกะคุณแม่ได้แต่อยู่บ้าน นอกจากไปพบคุณหมอและซื้อกับข้าวเท่านั้นละค่ะที่ได้ออกจากบ้าน คุณแม่หาพี่เลี้ยงมาให้ช่วยเลี้ยงหนูคนนึง แต่พี่เขาไม่สะอาดเท่าไหร่ คุณแม่ต้องให้ออก แล้วหนูถึงได้พี่เลี้ยงคนใหม่มาแบ่งเบาภาระคุณแม่ ส่วนคุณพ่อแกก็เลี้ยงหนูไม่เก่ง (แม่บอก) ได้แต่อุ้มหนูเล่นกับช่วยให้กำลังใจแม่ คุณพ่อบอกว่า ยากนะลูก ให้กำลังใจน่ะ คิกๆ ระหว่างนั้นตำรง ตำราเลี้ยงลูกหลายเล่ม คุณแม่อ่านหมด


ภาพนี้หนูกำลังถูกขลิบผมจากพระคุณเจ้า คุณพ่อ+คุณแม่ ไม่ยอมให้หนูโกนผมไฟหรอกค่ะ แค่ขลิบผมเอาฤกษ์เอาชัยให้หนูโชคดี จากพระสงค์ กับคุณตา ก็เพียงพอแล้ว


To be continuehttp://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E3507253/E3507253.html




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 14 มีนาคม 2551 21:58:41 น.
Counter : 532 Pageviews.  


Art999.
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตนี้สั้นนัก..... แต่ก็อยากจะเดินทางไปทุกแห่งหน...ตามเหตุเเละปัจจัยที่พึงมี
Friends' blogs
[Add Art999.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.