Group Blog
 
All blogs
 

Mommy's Diary #2 : ตกใจสุดขีด เลือดออกเยอะ!!!

หลังจากกลับจากเที่ยว คุณแม่ก็ไม่อาการผิดปกติอะไรทั้งนั้น อาการแพ้ท้อง พะอืดพะอมหายไปนานแล้ว คุณแม่ไปทำงานตามปกติ จนกระทั้ง ...

23 พ.ค. 2550

คุณแม่ไปทำงานตามปกติ เย็นวันนี้คุณแม่ขับรถกลับบ้านเองเนื่องจากคุณพ่อติดประชุม ...

เวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง คุณแม่อาบน้ำเสร็จแล้ว ปรากฎว่ามีเลือดหยดที่พื้น ค่อนข้างเยอะ



คุณแม่ คุณพ่อ คุณตา คุณยายตกใจมาก คุณพ่อโทรเข้ามือถือคุณหมอบุญชัยทันที คุณหมอให้รีบมาที่ร.พ.จุฬาทันที

มาถึงคุณหมอเวร ultrasound ดูลูกทันที่ ลูกยังนอนสบายอยู่ในท้องคุณแม่อยู่เลย ตอนนั้นลูกมีอายุได้แค่ 26 weeks และน้ำหนักเพียงแค่ 800 กรัมเท่านั้น คุณแม่ต้องนอนรักษาตัวที่ห้องรอคลอด 2 คืนเพื่อคุณหมอจะคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิดที่สุด ที่ห้องรอคลอดนี้คุรแม่ต้องอยู่คนเดียว ไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้าได้ คุณหมอบุญชัยให้น้ำเกลือคุณแม่ทั้งหมด 2 ขวด โดยมียา Bricanyl ผสมอยู่เพื่อลดอาการเกร็งของมดลูก ยานี้มีผลข้างเคียงคือทำให้หัวใจคุณแม่เต้นเร็วขึ้นมาก เหนื่อยง่าย และมือสั่น คุณหมดได้ฉีดยาขยายปอดลูกด้วย โดยฉีดเข้าที่สะโพกคุณแม่รวมแล้ว 4 เข็ม เพื่อกระตุ้นให้ปอดของลูกทำงาน เป็นการเตรียมการในกรณีเกิดลูกคลอดออกมาตอนนั้น (เพี้ยงๆๆๆ อย่าเพิ่งออกมาเลยนะลูก หนูยังไม่พร้อม ยังเล็กมากๆแค่ 800 กรัมเท่านั้นเอง )

คุณหมอบุญชัยได้ตรวจคุณแม่แล้วอธิบายว่า คุณแม่มีแนวโน้มคลอดลูกก่อนกำหนด โดยเป็นกรรมพันธุ์ คุณยายของลูกก็คลอดคุณแม่ตอน 8 เดือนครึ่ง และคลอดน้าโอมตอน 7 เดือนครึ่ง นอกจากนี้ คุณแม่ยังมีการเกร็งของมดลูกก่อนกำหนด โดยจะมีการเกร็งปูดที่ท้องนอยของคุณแม่ ถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดท้องน้อยจะเกร็งมากขึ้น บีบมากขึ้น และจะคลอดลูกก่อนกำหนดอย่างแน่นอน นอกจากนี้โดยสรีระแล้ว ปากมดลูกคุณแม่สั้นแต่ 2.5 ซ.ม. ซึ่งปกติแล้วต้อง 4 ซ.ม. การที่ปากมดลูกสั้น และมีการบีบเกร็งของมดลูกจะเป็นสาเหตุให้ลูกออกมาก่อนกำหนด

คุณหมอพยายามที่จะช่วยให้ลูกอยู่ในท้องคุณแม่ให้นานที่สุด โดยการให้ทานยาคือ Bricanyl เพื่อลดการเกร็งของมดลูก และ Indosid เพื่อควบคุมปริมาณน้ำคร่ำของคุณแม่ไม่ให้มากเกินไป คุณหมอบุญชัยได้อธิบายอย่างเข้าใจง่ายที่สุดเลย คือ ตอนนี้ท้องของคุณแม่เหมือนลูกโป่งใส่น้ำรัดยางไว้ ถ้าเราคว่ำลูกโป่ง และถือไปถือมา ไม่นานนักน้ำก็จะค่อยๆดันยางให้รูดลง และน้ำก็จะไหลออกมาในที่สุด แต่ถ้าเราวางลูกโป่งนี้ซะ โดยนอนมันไว้ ก็จะไม่มีแรงโน้มถ่วงให้น้ำไหลออกจากลูกโป่งมากนัก เพราะฉะนั้นคุณแม่เลยต้องพยายามนอนเหยียดยาวบนเตียงให้มากที่สุด แต่ยังไม่ถึงกับต้องตลอดเวลา ยังสามารถที่จะลุกขึ้นมาทานข้าว และเข้าห้องน้ำได้

คุณแม่รีบโทรคุยกับคุณ Hui นายของคุณแม่ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง และขอใช้สิทธิ์การลาที่มีทั้งหมดเพื่อลายาว คุณ Hui ดีมากๆ อนุญาตโดยทันที คุณยายนิดก็เป็นผู้ใหญ่ที่แสนดีอีกท่าน พอคุณยายนิดรู้ว่าคุณแม่ไปทำงานไม่ได้ ต้องลาพักที่ร.พ. คุณยายนิดให้เงินคุณแม่ทันที 1 แสนบาท คุณยายนิดบอกว่าตั้งใจช่วยเรื่องค่าห้อง คุณยายนิดใจดีกับหลานๆมาตลอด

คุณหมอจทำ Ultrasound ทุกวันพฤหัส เพื่อดูว่าลูกแข็งแรงดีหรือเปล่า หัวใจลูกเต้นเป็นอย่างไร และปริมาณน้ำคร่ำเป็นอย่างไร

คุณแม่รู้สึกขอบคุณคุณยาย คุณตา และคุณพ่อมาก เพราะคุณยายจะมาอยู่กับคุณแม่ตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน คุณตาจะมาตอนเย็นหลังเลิกงาน พร้อมกับอาหารที่มีประโยชน์ อย่าง Salmon Steak จาก Fuji ที่คุณตาซื้อมาให้คุณแม่ทานเกือบทุกวัน เพราะคุณแม่เบื่ออาหารร.พ.มาก ส่วนคุณพ่อจะค้างเป็นเพื่อนคุณแม่ และวันหยุดก็จะอยู่กับคุณแม่ตลอดเวลา

ช่วงที่คุณแม่อยู่ร.พ. คุณพ่อเป็นคนไปซื้อของให้ลูกคนเดียวเลบจ้ะ คุณพ่อซื้อเตียง Brown Farm ที่ Central ลาดพร้าว และไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆให้ลูกที่ Central ชิดลม และ Central สีลม Complex ด้วย

คุณแม่มีโอกาสเห็นหน้าลูกรักเป็นครั้งแรกวันที่ 20 ก.ค. 2550 เพราะคุณหมอบุญชัยทำ 4D Ultrasound ให้ คุณพ่อ คุณตา คุณยายตื่นเต้น ดีใจมากๆ ลูกนอนหลับตาพริ้ม น่ารักมากๆ ตอนนี้ลูกมีอายุได้ 34 weeks และน้ำหนัก 2,144 กรัมแล้วจ้ะ ตั้งแต่วันที่เลือดออก ท้องเกร็งเหมือนจะคลอดหนูก่อนกำหนด จนถึงอายุครรภ์ 34 weeks คุณแม่ไม่มีอาการท้องเกร็งอีกเลย ขนาดคุณแม่ท้องเสีย 2 ครั้ง ก็ยังไม่มีการเกร็งของท้องน้อย สงสัยลูกคุณแม่คงคิดแล้วล่ะว่า นอนในท้องอุ่นๆ สบายๆต่อไปดีกว่าใช่มั๊ยคะ





คุณแม่รอคอยวันที่จะทำ Ultrasound เพื่อจะได้รู้ว่าลูกน้ำหนักเท่าไหร่แล้ว และแข็งแรงดีมั๊ย ซึ่งทุกครั้งคุณหมอจะบอกว่า ดี ปกติทุกอย่าง และดิ้นเก่ง ขณะที่คุณหมอกำลังทำ Ultrasound เพื่อฟังเสียงหัวใจลูกเต้น ลูกก็เตะท้องคุณแม่ป๊าบๆๆๆหลายครั้งเลย

วันที่ 27 ก.ค. 2550 คุณแม่ก็ได้เห็นหนเลกอีกแล้วจาก 4D Ultrasound ตอนนี้ลูกมีอายุได้ 35 weeks และมีน้ำหนัก 2,448 กรัม

ระยะ 34-35 weeks นี้คุณแม่เริ่มมีอาการเกร็งที่หน้าท้องมากขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน คุณหมอบอกว่าเมื่อครรภ์แก่ขึ้นยา Bricanyl ที่ตอนนี้ทานทุก 8 ชม. (คือ 0600น. 1400น. และ 2000น.) ก้เริ่มจะไม่ได้ผล คุณหมอบอกว่ารอให้ถึง 36 weeks แล้วจะปรับยาอีกครั้ง หมายความว่าลูกของคุณแม่คงใกล้ออกมาลืมตาดูลูกแล้วล่ะจ้ะ คุณแม่ไหว้พระขอให้ลูกคุณแม่มีอวัยวะครบ 32 มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นเด็กที่มีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด เรียนหนังสือเก่ง มีไหวพริบ ความจำดี รักการอ่าน มีจิตใจดี มีเมตตากรุณา อย่าโมโหร้าย อย่าก้าวร้าว มีความสุขุมใจเย็น มีความกตัญญูกตเวที เป็นเด็กเลี้ยงง่าย เรียบร้อย และขอให้ลูกมีรูปร่างหน้าตาน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก (ขอเยอะเนอะ หุหุ) ....

คุณแม่รักลูกมากนะจ๊ะ

คุณแม่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะคลอดลูกแบบธรรมชาติ แต่หลังจากรอแล้วรอเล่าคุณแม่ก็ไม่มีอาการเจ็บท้องเลย สิ่งที่ตลกที่สุดคือ คุณแม่ทำท่าจะคลอดหนูตอนหนูอายุได้ 6 เดือนนิดๆ น้ำหนักแค่ 800 กรัม แต่พอถึงเวลาที่ลูกจะออกมาได้แล้ว คุณแม่กลับไม่มรอาการอะไรเลย ท้องก็ไม่เกร็ง น้ำก็ไม่เดิน ไม่มีเลือดออก จะว่าไปแล้วตั้งแต่เข้ารพ. คุณแม่ก็ไม่มีเลือดออกเลย คุณยายดูวันดีจากปฏิทิน แล้วสรุปกันว่าถ้าวันอังคารที่ 21 ส.ค. แล้วคุณแม่ยังไม่มีอาการเจ็บท้อง จะให้คุณหมอบุญชัยผ่าคลอด หนูก็จะอายุได้ 39 weeks ถือว่าสมบูรณ์เต็มที่ วันอังคารเป็นวันดีของปี 2552 และคุณหมอจะได้มีเวลาดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอด เพราะอีก 5-6 วันคุณหมอจะไปต่างประเทศ คุณแม่นะ ... ทั้งเขย็งทั้งเดินเร็วๆเท่าที่คนท้องแก่จะทำได้เพื่อให้คลอดเอง แต่ก็ไม่มีอาการอะไรเลย ในที่สุด ก็ต้องผ่าคลอด บอกกันตามตรงกลัวนะ แค่เข็มคุณแม่ก็เข่าอ่อนแล้ว แต่คุณแม่อยากเจอลูกจ้ะ

ลูกเอรินจ๋า ... เราใกล้จะได้เห็นหน้ากันแล้วนะจ๊ะ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2553 17:33:24 น.
Counter : 653 Pageviews.  

Mommy's Diary #1 : น้องเมล็ดข้าวสาร

น้องเอรินคะ ... ทั้งหมดนี่คือบันทึกของคุณแม่ที่ได้ขีดๆเขียนๆไว้ตั้งแต่ก่อนหนูเกิดจนหนูอายุ 1 ขวบ คุณแม่ได้จดบันทึกทุกๆเรื่อง ทุกๆเหตุการณ์ประทับใจที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันแรกที่คุณแม่รู้ว่าจะมีหนู วันที่หนูคลอด วันที่หนูคว่ำเองได้ อาหารเสริมมื้อแรกของหนู และเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย ...



20 ธ.ค. 2549

เอ...ทำไมเดือนนี้ประจำเดือนของคุณแม่ยังไม่มาอีกน้า นี่ก็ครบกำหนดแล้วนินา หรือว่า ... หรือว่า ... น้องน้อง Sorfri จะมาแล้ว (น้องน้อง Sorfri คือชื่อที่คุณแม่คุณพ่อเรียกลูกในเวลานั้น ... และต่อมาอีกไม่นานชื่อของหนูก็เปลี่ยนอีกจ้ะ)



25 ธ.ค. 2549


ไม่อยากรอแล้วล่ะ วันนี้ตอนเที่ยงคุณพ่อกะคุณแม่ไปซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์ยี่ห้อ Clear View ที่ Villa ข้างๆ office คนขายไม่ได้แนะนำว่าให้ตรวจตอนเช้าจะได้ผลดีที่สุด คุณแม่เลยกะว่าคืนนี้จะกลับบ้านไปตรวจสักหน่อย วันนี้หลังเลิกงานตอนเย็น ฝ่าย Solutions ของคุณพ่อมีจัดงานปีใหม่ที่ตึก 2 คุณแม่ไปด้วย ตอนประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆก็ชวนคุณพ่อกลับบ้าน คุณแม่รู่สึกเพลียๆ และก็อยากกลบไปตรวจด้วย คุณพ่อก็เลยกลับ หนูรู้มั๊ยจ้ะว่าหลังจากที่คุณแม่คุณพ่อกลับแล้ว หัวหน้าคุณพ่อจับฉลากชื่อคุณพ่อได้รางวัลใหญ่ที่สุดของงานคือเช็ค 5,000 บาท เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่มีโอกาสได้รางวัลขนาดนี้ ปกติไม่เคยมีโชคด้านนี้เลย แต่ ....คุณพ่อกลับบ้านซะแล้ว ไม่ได้อยู่ในงานจึงถือว่าสละสิทธิ์ อด

หลังจากกลับมาถึงบ้านตอน 4 ทุ่ม ก็เรื่มกระบวนการตรวจกันเลย ลุ้นๆๆ ในที่สุดก็เห็น 2 ขีดสีฟ้าๆ แต่ว่าขีดที่ 2 ไม่ค่อยชัดเท่าขีดที่ 1 แต่คุณพ่อคุณแม่ก็เดินไปบอกคุณตาคุณยายเรียบร้อยแล้ว ดีใจกันใหญ่เลย


เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนคุณพ่อมาเล่นเรื่องเงินรางวัล 5,000 บาทให้ฟัง แต่คุณพ่อบอกว่าไม่เป็นไร เพราะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าแล้ว ... คือลูกในท้องคุณแม่นั่นเอง


26 ธ.ค. 2549


เช้าวันนี้คุณยายบอกเรื่องลูกกับคุณยายนิด และคุณน้าเอ็ม ดีใจกันใหญ่เลยที่ลูกจะมาเป็นสมาชิกตัวน้อยๆของครอบครัวเรา

คุณแม่เริ่มบำรุงด้วยการทานนมตอนเช้า และกลางวัน ทานๆๆๆ พุงคุณแม่ตอนนี้ได้ป่องเพราะลูกแต่ป่องเพราะอาหารที่หม่ำ วันนี้ลูกได้ชื่อใหม่แล้วนะคะ ชื่อ "น้องเมล็ดข้าวสาร" ที่มานะเหรอ ... ก็มาจากที่คุณแม่อ่านว่าตอนนี้ตัวของลูกจะมาขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร และจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ตอนเย็นคุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ น้าโอม น้าแวว และน้าเอ็มไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารบ้านสวยพุดด้วย 2 เหตุผลคือ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และทุกคนดีใจกับข่าวการมาของลูกจ้ะ



27 ธ.ค. 2549

คุณยายโทรมาบอกว่าหาคุณหมอที่จะดูแลลูกได้แล้ว ชื่อคุณหมอบุญชัย เอื้อไพโรจน์กิจ เป็นอาจารย์ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ และมี clinic ที่ถ.สารสิน ชื่อ "นวบุตร" (ตอนนี้ย้ายไปอยู่ตึก LH Bank ถ.สาทรแล้ว) คุณหมอบุญชัยจะมาที่นวบุตร 2 วัน คือวันพฤหัสเวลา 1700-1930น. และวันอาทิตย์เวลา 1400-1600น. น้าเง็กบอกคุณแม่ว่าคุณหมอบุญชัยเก่งมาก ทั้งหมอและพยาบาลที่จุฬาฯเวลาจะคลอดก็จะฝากครรภ์แกให้ดูแล และคุณหมอบุญชัยเก่งขนาดสอบเข้าแพทย์จุฬาฯได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณพ่อคุณแม่จะนั่งรถไฟฟ้าไปหาคุณหมอกัน

ตอนเที่ยงคุณพ่อคุณแม่ไปซื้อที่ตรวจมาอีกแล้วล่ะ คุณแม่จะตรวจพรุ่งนี้เช้าตรู่ แบบว่า reconfirm น่ะจ้ะ



28 ธ.ค. 2549

วันนี้คุณพ่อปลุกคุณแม่แต่เช้าตรู่ตอนตี 0520น. คุณแม่ไม่อยากตื่นเลย ง่วงนอนมากๆ แต่คุณพ่อบอกว่าตื่นเถอะเราต้องตรวจนะ อย่าลืม คุณแม่ก็รีบตรวจโดยมีคุณพ่อยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ครั้งนี้ตรวจตอนเช้า ผลปรากฏว่าเห็น 2 ขีดอย่างชัดเจน

เดี๋ยวเย็นนี้คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกไปพบคุณหมอนะจ๊ะ โดยจะออกจาก office ตอน 1730น. และไปรถไฟฟ้ากัน



29 ธ.ค. 2549


เมื่อวานคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปพบคุณหมอบุญชัยมาแล้วนะจ๊ะ คุณหมอบอกว่ามาพบหมอเร็วมาก นัดให้มาอีกครั้งวันที่ 25 ม.ค. คุณหมอกะคร่าวๆว่าลูกจะลืมตาดูโลกวันที่ 2 ก.ย. 2550 หรือเร็วกว่านั้นเล็กน้อย คุณหมอบอกว่าคุณแม่ยังทำอะไรต่างๆได้เหมือนเดิม เพียงแต่ให้ทำช้าลง และระมัดระวังขึ้น ให้เดินช้าๆ อย่านาน แล้วคุณหมอก็ให้ยาบำรุง Folic มาด้วย

30 ธ.ค. 2549

วันนี้ครอบครัวเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กันนะจ๊ะ ลูกจะได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกนะ เราจะกลับกันวันที่ 2 ม.ค. 2550 จ้ะ



3 ม.ค. 2550

วันนี้เปิดทำงานวันแรกหลังจากหยุดปีใหม่หลายวัน คุณแม่มาทำงานด้วยอาการเวียนๆหัว แล้วก็พะอืดพะอม ที่เห็นได้ชัดคือพุงของคุณแม่ ตอนนี้โตๆยังไงก็ไม่รุ บอกคุณพ่อแล้วว่าต้องหาซื้อกางเกงใหม่แล้ว



15 ม.ค. 2549

เมื่อวานคุณพ่อคุณแม่ไปหาคุณหมอบุญชัยมา จริงๆแล้วยังไม่ถึงเวลานัดหรอก แต่คุณแม่มีเลือดออกคุณพ่อเลยรีบพาคุณแม่ไปหาหมอ เป็นครั้งแรกที่คุณหมอทำ ultrasound และเป็นครั้งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นลูก หนูตัวนิดเดียวเองจ้ะแค่ 13.4 มิล คุณหมอบุญชัยชี้ให้คุณพ่อคุณแม่ดูหัวใจลูกด้วยนะ เห็นเต้นตุ๊บๆๆๆ แล้วคุณหมอก็เปิดเสียงให้ฟัง ได้ยินเสียงหัวใจของลูกดังเชียว หัวใจลูกเต้นใหญ่เลย ตุ๊บๆๆๆๆๆ คุณพ่อตื้นตันใจมาก คุณพ่อบอกคุณแม่ว่าเห็นและได้ยินหัวใจของลูกเต้นเป็นครั้งแรกดีใจ ปลื้มใจ ตื้นตันใจ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาคลอจะไหลให้ได้เลย พอคุณตาคุณยายทราบเรื่อง ดีใจกันใหญ่เลย คุณหมอถ่ายรูปให้คุณพ่อคุณแม่ไว้ด้วยนะ ถือเป็นรุปแรกของลูกเลยนะจ๊ะ ถ่ายเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2550

ตอนกลางดึก คุณแม่รู้สึกไม่สบายตื่นมาแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน คุณพ่อเลยไม่ได้นอน แล้วคุณพ่อก็ต้องตื่นเช้าเหมือนเพื่อไปทำงาน แต่คุณแม่ไปไม่ไหวขอนอนต่อ สายๆคุณตาก็ขับรถมาส่งคุณแม่ที่ทำงาน คุณตาน่ารักเสมอเลย



หลังจากนี้ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไป คุณแม่แพ้ท้อง พะอืดพะอมตอนเช้าๆและเย็นๆ แต่ไมอาเจียนมากนัก ต่อมาคุณแม่ก็มีเลือดออกอีก ครั้งนี้เยอะกว่าครั้งก่อน คุณหมอเลยให้คุณแม่หยุดพัก 1 อาทิตย์ และให้นอนเหยียดยาวมากที่สุด คุณแม่ดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอด ทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลูก คุณยายทั้งทำทั้งเตรียมของมีประโยชน์ให้ทาน

แล้วคุณแม่ก็พาลูกขึ้นเครื่องอีกครั้งเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2550 คราวนี้คุณตา คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่และลูก ไปกันไกลหน่อยคะ ไปหาน้าเอ็มที่ Australia เที่ยวกันที่ Sydney ก่อน และบินไปที่ Melbourne ที่น้าเอ็มอยู่ ช่วงนั้นแหละที่คุณแม่เดินเยอะมากๆๆๆ เดินจนเมื่อย คุณแม่เป็นห่วงลูกเหมือนกัน แต่ลูกคุณแม่ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เกาะไว้แน่นเชียวล่ะ








อ้อ คุณแม่ลืมเล่าให้ฟัง ... ตอนนั้นลูกอายุได้แค่ 11 weeks คุณหมอบุญชัยก็บอกว่าหนูเป็นผู้หญิง คุณหมอสามารถบอกเพศลูกได้แล้วอ่ะ สุดยอด ตอนไป Australia คุพ่อคุณแม่ก็เลยซื้อๆๆๆๆเสื้อผ้าเตรียมให้ลูกทันที (แต่ก็แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าไม่ใช่ลูกสาวแล้วจะทำยังไงเนี่ย อิอิ)






 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2553 10:59:02 น.
Counter : 253 Pageviews.  


ATATAT
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free CursorsMyspace LayoutsMyspace Comments
Friends' blogs
[Add ATATAT's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.