สามีญี่ปุ่นจอมกล่าวหา ว่าด้วยการหย่า 2

 ต่อจากตอนที่แล้วนะคะ

ศาลให้เอกลับไปคิดเลยค่ะ อยากเรียกร้องไรบ้าง เดือนหน้ามาขึ้นศาลใหม่


ตกลงค่าทำขวัญในการหย่า(慰謝料 อิชะเรียว) ค่าเลี้ยงดูบุตร(養育費 โยอิคุหิ)การแบ่งทรัพย์สิน ( 財産分与 ไซอิซานบันยู )ค่าใช้จ่ายระหว่างแยกกันอยู่ในกรณียังหย่าไม่สำเร็จนะคะ เรียกว่า婚姻費用 คงอินหิโย )

เดือนแรกเพื่อนเราคิดไว้แล้ว เรียกค่าทดแทนในการหย่า2ล้านเยน ค่าเลี้ยงลูกบุตรเดือนละ 8หมื่นเยน ไม่ร่วมค่าเข้าโรงเรียน อื่นๆนะคะ 
ฝ่ายชายไม่ตกลง


งั้นมาเดือนที่สอง เราเจอกันใหม่ 
 พอมาเดือนที่2 เอก้อเรียกสูงขึ้นเป็นค่าหย่า3ล้านเยน เอากะเค้าสิคะ เพื่อนให้ความเห็นว่า เงินไม่ใช่ปัญหาหลัก เพียงแต่เอเจ็บใจ จากการไม่ไว้หน้าของสามีเทอจะทำไรขอให้หย่าจบจะทำไรก้อทำ แต่เนี่ยมันเย้ยหยันกันเกินไป มันอภัยให้ไม่ได้ เพื่อนฉานแค้นฝั่งหุ่นเสียด้วยยยยย

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการต่อรองมากขึ้น เอยังคงไปอำเภอเพื่อปรึกษาเรื่องครอบครัวและการหย่าอาทิตย์ ละ2ครั้ง ปรึกษาแพทย์เรื่องสุขภาพจิตใจที่ย้ำแย่ ทานไม่ได้นอนไม่หลับอาทิตย์ละครั้ง สุดยอดใช่มั้ยคะ เอาทุกวิธีทางเพื่อชนะ เพราะถ้าแพ้สิ่งที่กลัวที่สุดคือสิทธิการเลี้ยงดูบุตรค่ะ

ตลอดเวลาที่มีการตกลงเรื่องค่าใช้จ่าย สามีก้อพยายามหาเหตุผลมาแก้ต่าง ฝ่ายชายสามีใช้แผนสุขภาพจิตย้ำแย่เหมือนกัน แต่เอเป็นภรรยาเค้านิค่ะ ทราบดีว่านังสามีมันลดความอ้วนอยู่ ที่น้ำหนักลดไม่ใช่เรื่องหล่อนเลย คำกล่าวหาตกไป

ขึ้นศาสครอบครัวได้ครั้งที่4สามีก้อยอมความ ยอมจ่ายตามที่เอขอทั้งหมด

แต่ขอชมเชยนะคะ เออดทนมาก ทั้งคำพูดร้ายๆขอสามีและการตอบคำถามศาล
เราว่าเอฉลาดมาก คิดได้ไง ต่อรองอะไรไม่มีลด มีแต่ขึ้น ใครคิดจะเรียนแบบละก้อ ต้องมั้นใจนะคะ หลักฐานครบ แล้วนังสามีมีปัญญาจ่ายด้วยค่ะ
แบบนี้ตาสามียิ่งยืด สามีก้อยิ่งจ่ายมากสิคะ นอกจากนี้ยังคงต้องจ่ายค่าครองชีพ ระว่างแยกกันอยู่(婚姻費用 คงอินหิโย ) อีกเดือนละแสนสอง จนกว่าจหย่าอีก ยิ่งยืดยิ่งหมดตัวเนอะๆๆๆ
ลังจากตกลงค่าหย่า ค่าเลี้ยงดูต่างๆเรียบร้อย 

ศาลครอบครัวจะออกหมายศาลให้ทำการหย่า

หลังจากนั้นก้อเอาหมายศาลไปหย่าที่อำเภอภายใน10วันค่ะ



กรณีเพื่อนเราไม่ได้จ้างทนายค่ะ ถ้าจ้างน่าจะประมาณ3-4แสนเยนนะคะ
กรณีไหนที่เราฟ้องหย่าและฟ้องค่าเสียหายได้บ้างนะคะ เท่าที่ทราบนะคะ
1 มีเมียน้อย สามีน้อย นอกใจ ----เรียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 1-5ล้านเยน
2.ทำร้ายร่างกาย----เรียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 5แสน-3ล้านเยน
3.ทำร้ายสภาพจิตใจ----เรียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 5แสน-3ล้านเยน
4.ไม่ให้ค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูอย่างที่ควร----รียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 5แสน-3ล้านเยน
5.ไม่ยอมมีเซ็กส์ด้วย----เรียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 1-3ล้านเยน
6.ไม่มีเหตุผลแต่
ปฏิเสธที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกัน----เรียกค่าทำขวัญโดยเฉลี่ย 5แสน-3ล้านเยน

       ถ้าเราคิดว่าอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว ทนไม่ได้แล้ว ตัดสินใจจะหย่าจิงๆๆนะคะ อย่ามั่วดราม่าร้องไห้ ฟูมฟายนะคะ ขอให้ทุกคนตั้งสติ และอดทน อย่ารีบหนีออกจากบ้านมา ทำตัวราวกลับเจ้านู๋โคนันสืบ หาข้อมูล  อย่างที่เอทำค่ะ ข้อความในไลน์ เฟค เมล์ เพื่อมีรูปถ่ายกะนังภรรยาน้อยหลงเหลือ แม้กระทั่งบิสค่าใช้จ่ายต่างๆเก็บมาให้หมด  จดบันทึกก้อดีค่ะอย่างเช่น ตั้งแต่เมื่อไหร่สามีเริ่มกลับบ้านดึก ค้างคืนเมื่อไหร่ เสื้อผ้ามีรอยลิปสติกติดมามั้ย อะไรแปลกปลอม ถ่ายรูปไว้
       ยิ่งคนที่ถูกทำร้ายร่างกายหรือDV( Domestic Violence)ให้ถ่ายรูปวันที่โดยทำร้าย เก็บเป็นหลักฐานพบแพทย์ด้วยยิ่งดีค่ะ
       ส่วนคนที่โดนทำร้ายด้านจิตใจ (モラハラ Moral harassment)ถูกดูถูก ทำไรก้อไม่ถูกใจ จิกด่า จิกด่า เป็นเวลายาวนาน ให้เราปฏิบัติตนเป็นเมียที่ดีเช่นเดิม เค้าพูดไรมาวันนี้ด่าไรมา จดไป อัดเสียงเก็บไว้ไปค่ะ ทนไป ทนแล้วได้ตังค์และได้อิสระอีกครั้งค่ะ
       นอกจากหาหลักฐานแล้วนะคะ อย่าลืม  ก็อบปี้บัญชีธนาคาร ประกันชีวิต กรมธรรม์ต่างๆ เช็คทรัพย์สินของสามี เช่นมีโฉลดที่ดิน อาคาร รถ มีหุ้นที่ไหน เงินเกษียณ อะไรที่เกี่ยวกับการแบ่งสินทรัพย์ค่ะ ก็อบมาให้หมดค่ะ 
      ท้ายสุด อย่าลืมเตรียมเงิน ค่าที่พักใหม่ ค่ากิน ค่าอยู่ ยิ่งใครใช้ทนายด้วยแล้ว เยอะๆๆค่ะ  ถ้าจำไม่ผิด เงินช่วยเหลือจากอำเภอจะได้หลังจาการหย่าสิ้นสุดลง ซึ่งเราก้อไม่รู้กรณีคุณจะใช้เวลานานแค่ไหนด้วยค่ะ เมื่อครบ ค่อยออกจากบ้านได้นะคะ 
       ****แต่ให้ระวังค่ะด้วยนะคะ ถ้าดูมือถือแล้วเจอว่าเจ้าชู้จิง แล้วไปค่ะ ถ้าขยันเช็คขยันเช็ค สร้างความกดดันสามี ไม่ได้นะคะ ที่ญี่ปุ่นฟ้องหย่ากันได้เลยนะสำหรับเรื่องนี้
       ยิ่งสามีมีเมียน้อย นอกใจ นะคะ กฎหมายใช้ย้อนหลังได้3ปีค่ะ เราสามารถฟ้องใครได้บ้าง ฟ้องคุงสามีและนังเมียน้อยได้ค่ะ  อยากมาเป็นเมียน้อยสามีฉานดีนัก 5555 เอาให้เข็ดค่ะ
     ด้านจิตใจ ก้อมีผลนำมาใช้กะการฟ้องหย่าได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลด เป็นโรคซึบเศร้า พบแพทย์ขอใบยืนยันค่ะ ยิ่งมีผลกระทบกับจิตใจ ยิ่งต่อรองได้มากขึ้น
      หลังจากตกลงค่าทดแทนหรือทำขวัญในการหย่า การแบ่งทรัพย์สมบัติ ค่าเลี้ยงดูเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ทำหนังสือรับรองสัญญาการหย่า(公正証書 โคเซโชโชะ )ถึงข้อตกลงกันไว้นั้นอย่างเป็นทางการเลยนะคะ ที่公証役場 (โคโชนินยะขุบะ )สถานที่รับรองเอกสารถูกต้องแท้จริง และถ้ามีการใส่ข้อความ ถ้าไม่จ่ายเงิน สามารถยึดทรัพย์ได้ ไว้ในหนังสือรับรองด้วย สามารถยึดทรัพย์โดยไม่ต้องหมายศาลเจ้าค่ะ ในกรณีคู่สมรสเบี้ยวนะคะ
      เวลาขอค่าทำขวัญในการหย่า ให้ขอในราคาสูงกว่าราคาที่เราตั้งใจไว้หน่อยนะคะ ค่อยมาเจรจากันต่อทีทีหลัง แต่อิงหลักความเป็นจิง ที่สามีมีปัญญาจ่ายนะคะ ถ้าฝ่ายคู่สมรสไม่มีเงินก้อน สามารถทยอดจ่ายเป็นรายเดือน กี่งวด กี่งวดก้อว่ากันไปได้ค่ะค่ะ

  ****ลืมบอกไป สินสมรสต่างหาร2 หนี้ก้อหาร2 ได้นะคะ ระวังด้วยนะค่ะ
  ****สำหรับคนที่เป็นแฟนกัน อยู่กินกันก่อนแต่ง( 同棲 โดเซ่อิ )เกิน3ปี มีสิทธิ์ฟ้องหย่าได้รับค่าเลี้ยงดูเช่นกันค่ะ  โดยดูจากทะเบียนบ้านทั้งคู่มีชื่ออยู่ในบ้านนั้นๆมั้ย รูปถ่ายชุดแต่งงานก้อใช้ได้ บิลค่าน้ำค่าไฟก้อไดขอให้มีชื่อของคู่เราก้อใช่ได้ค่ะ อะไรก้อได้ที่ยืนยันว่าเรามีชีวิตร่วมกัน สัญญาจะใช้ชีวิตร่วมกันทำนองนี้อะค่ะ
  ****ถ้าไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ปรึกษาอำเภอใก้ลบ้านเลยค่ะ 
ที่เขียนมาตั้งเยอะ ไม่ได้อยากให้ใครหย่ากะใคร อะไรไรทั้งนั้น ยังไงการอยู่เป็นครอบครัวย่อยดีกว่าอยู่แล้ว  อยากเอาเรื่องมาแชร์กัน เผื่อใครที่ตกในสภาพเดียวกันเพื่อนเรา 
เมื่อการหย่าเป็นคำตอบสุดท้าย ขอให้ทุกคนมีสติ และทำจิตใจให้เข้มแข็งนะคะ การเรียกร้องรักษาสิทธิเรา สามารถทำได้แต่ขอให้ทำอย่างพอดี ไม่มากไม่เวอร์เกินไปนะคะ ถึงจะแค้นเค้าแต่เค้ายังเป็นพ่อของลูกเราอยู่นะคะ  ยังไงขอให้การหย่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะนึกถึง คิดถึง ลูกให้มากๆๆนะคะ



Create Date : 14 สิงหาคม 2558
Last Update : 18 สิงหาคม 2558 19:15:32 น.
Counter : 1639 Pageviews.

1 comment
สามีญี่ปุ่นจอมกล่าวหา ว่าด้วยการหย่า1
 เร็วนี้มีเพื่อนมาปรึกษาค่ะ หล่อนเห็นสามีตัวควงกับสาวเข้าโรงแรม หล่อนอาละวาดตรงนั้นเลย สามีก้อไวนะคะ รีบเรียกแท็กซีไล่สาวเจ้า กลับบ้านทันที และลากเพื่อนเรา ไปต่อที่บ้าน อาละวาดบ้านแตกไปแล้ว ถึงคราวนี้ถึงมาปรึกษาเรา เราไม่กล้าฟันธงอะไรมากนัก ได้แต่ตอบกลางๆ ว่าถ้าเลือกจะอยู่ก้อทน คุยกันไปดีดีก่อน ปรับปรุงตัวทั้งคู่ อย่าพึ่งใช้อารมณ์เพราะเรามีลูก อย่าหย่าโดยความประมาท ไร้สติ หรือคำท้าของนังสามีโดยเด็ดขาด คิดหน้าคิดหลัง ผลที่ได้รับดีดี แต่..... แต่ถ้าไม่ไหว อย่าพึ่งผลีผลามเอาอารมณ์โกรธเป็นที่ตั้ง ค่อยคิด ค่อยเตรียมการ เหมือนเหตุการณ์ที่จะมาแชร์กันวันนี้
เมื่อสองปีก่อนมีเพื่อนมาปรึกษาเรื่องหย่าค่ะ เราขอสมมุติให้เพื่อนเราชื่อ เอนะคะ

เอโทรมาปรึกษาเรื่องหย่า 
เอพึ่งแต่งงานกับคนญี่ปุ่นได้เพียงปีเดียวและพึ่งคลอดน้องมาได้ 3เดือน บังเอิญจับได้ว่าคุงสามีสุดเลิฟนอกใจ

จับได้ยังไง วันหนึ่ง คิดไงไม่รู้เพื่อนสาวหยิบมือถือสามีมาเช็ด นานๆทีขอดูพฤติกรรมสามีหน่อยว่างั้น ปรากฎว่า มันมีข้อความนัดสาว เข้าโรงแรมที่ถูกลบไปแล้ว ค้างที่เมล์ถังขยะเจ้าค่ะ  สามีเจ้าคงคิดว่าตรูทำลายหลักฐานเรียบร้อยแล้วเชียว เอไม่รอช้าคั้นเอาความจิงจากสามีทันที คำตอบแรก แน่นอนค่ะ ปฎิเสธลูกเดียว เรื่องไม่จบเท่านั้น เอหาพวกค่ะ ให้แม่สามีพ่อสามีดู กลับกลายว่าเรื่องใหญ่กว่าเดิม เอ๊ะ!ไงงงละสิคะ ตามมารยาทญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแฟน สามีภรรยา คนในครอบครัว เราจะไม่ดูโทรศัพท์หรือเปิดซองจดหมายของกันและกัน เค้าถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แม่สามีโว้ยวายใหญ่ "ฉานแต่งานกะพ่อมาตั้งนาน ฉานยังไม่เคยดู เทอมีสิทธิอะไร" เพื่อนดิฉานก้อเอ๋อสิคะ เนี่ยลูกชายคุณพาสาวเข้าโรงแรมนะ พอแม่สามีถามความจิงกับลูกชาย สามีตอบว่ส"นัดกันจิง แค่คุยกันเฉยๆ" ใครจะเชื่อใช่มั้ยคะ แต่พ่อแม่สามีเชื่อค่ะ เมื่อพ่อแม่สามีไม่เข้าข้าง งั้นวันนี้ยอมสงบศึกไปก่อนก้อได้
เมื่อเข้าห้องนอน สามีขอโทษพร้อมส่งสมุดสมุดบัญชีทั้งหมดให้เอดูแล ถ้าไม่มีเงินเค้าคงไม่เที่ยว เอคงสบายใจ แหมๆเรื่องเหมือนจะจบลงด้วยดีนะคะ  

แต่ไม่ทราบ เดชะบุญอะไรไม่ทราบ วันนั้นเอจำได้ว่าสามีต้องเบิกเงินไปจ่ายอะไรสักอย่าง พอคำนวนเงินที่จ่ายและเงินที่เหลือมันหายไปสามหมื่นเยน เอคั้นเอาความจิงทันที สรุปเอาเงินไปทำไรกันแน่ ลองคิดดูนะคะ หนึ่งวันคุณจ่ายอะไรไป จำไม่ได้เหรอ แค่วันนี้วันเดียวเองนะ สามหมื่นเยนมันเยอะนะคะ ฝ่ายชายได้แต่บอกไม่รู้ จำไม่ได้ งั้นเปิดเน็ทเช็คโรงแรมให้ดูสิ สามีจำใจต้องเปิดเน็ทให้ดู บรรยากาศในโรงแรมมันราวเลิฟโฮเตล มันดูออกใช่มั้ยคะ บิสซิเนสโฮเทลกะม่านรูดญี่ปุ่นหน้าตาเป็นไง
เอย้ำถามสามีกี่ที่ กี่ที สามีตอบคำเดิม บิสซิเนสโฮเทลจิงๆ มันน่าโมโหใช้มั้ยคะ จับได้ขนาดนี้ จะโกหกไปไหน เอชวนสามีไปดูกันถึงที่ ดูสิมันจะโกหกกันต่อไปได้อีกมั้ย เอไม่รอช้าอุ้มลูกออกจากบ้านทันที คุงสามีเห็นเอาจิงแน่ ก้อเลยยอมรับว่า"ก้อไปจิง แค่นัดสาวไปคุยที่โรงแรมเฉยๆ" พร้อมขอร้อง ไม่ให้ไป เค้ารักลูกรักเอจิงน๊าาา แต่เอไม่เชื่อค่ะ ใครเค้านัดกัน ไปคุยที่เลิฟโฮเทล คงเชื่อยากละ แต่คืนนั้นตี1เข้าไปแล้ว ดึกแล้วรถไฟก้อหมดแล้ว แถมโรงแรมก้ออยู่ย่านอิเกะบุคุโระอีก งั้นวันนี้สงบศึกก่อนก้อแล้วกัน

เอเองก้อลังเลอยู่ว่าจะทำยังไง ปรึกษาพี่สาว พ่อแม่ 
พ่อของเอเอง อยากจะให้เอทนเพื่อลูก 

เราคิดว่า สามีเอเองแรกๆคงไม่อยากเลิกเท่าไหร่ เพราะยอมให้เอคุมเงิน สัญญาจะไม่ไปเที่ยวสาวอีกต่อไป แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้เค้าแชทกะสาวๆต่อไปนะ โดยให้เหตุผลว่าคลายเครียดค่ะ ซึ่งเอรับไม่ได้ แชทมันก้อคือการจีบกันดีดีนี่เอง ใครจะยอมใช่ปะคะ เอรู้ว่าคนของเรามันไม่หยุดที่คุยแน่ๆ เมื่อต่อรองกันไม่ได้ ยิ่งคุยยิ่งทะเลาะ


 สามียื่นกฎเหล็กโดยกำหนดว่า เค้าจะให้เงินค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมเดือนละห้าหมื่นเยน แต่เอห้ามเช็ค ห้ามจับมือถือและค็อมเค้าโดดเด็ดขาด และ ห้ามยุ่งเรื่องของเค้า ไม่ว่าเค้าจะทำอะไร ที่ไหนกับใคร อ้าว!แบบนี้เรียกว่า "เมียมั้ย" เพื่อนเริ่มโว้ยวาย งั้นหย่าดีกว่า (เล่ามาดูเหมือนตัดสินใจง่าย แต่จิงๆเอคิดหนักมาก ร้องไห้หนักมากกก แค้นกะคำพูดสามี สาระพัดอารมณ์ แต่สามีเอก้อถูกจับเรื่องเจ้าชู้มาหลายครั้งแล้ว  เอคิดว่าแต่งงานมีลูกคงเลิก เห็นเรียบร้อยไม่นาน ก้อจับได้แบบคราวนี้แหละค่ะ เอกลัวจะเจ็บอีก แล้วเยื่อไยฝ่ายชายมันไม่มีเหลือเลยนิคะ มาดูกันต่อไป)

เอเริ่มปรึกษา พี่ที่รู้จัก ปรึกษาเรา โดยเสียงส่วนใหญ่ ลงความเห็น  ถ้าทนไม่ได้ ให้ฟ้องหย่าเรียกค่าทดแทนในการหย่า ค่าเลี้ยงดูเหอะ ( ทำขวัญในการหย่า   慰謝料 อิชะเรียว )ดีกว่าให้สามีเอาไปเงินไปเที่ยว ไปซื้อสาว แต่ให้เมียใช้แค่ปลายเล็บ เรียกไปเลยหนักๆ 
เมื่อตกลงกันไม่ได้ ก้อหย่าค่ะ เอเรียกร้องแบบเบาๆมากกกก เรียกร้อยแค่ค่าเช่าห้องใหม่และค่าเครื่องเรือนใหม่ 2-3แสนเยนเท่านั้น 

สามีนังไม่ให้ แถมบอกว่า "ถ้าจะหย่าก้อไปแต่ตัว ถ้าจะอยู่ก้ออย่ามายุ่งเรื่องเค้า "

สถานการณ์ในบ้านตึงเครียดมาก 1.แยกห้องกะสามี 2.จะกิน จะอาบน้ำ จะใช้อะไรของเค้าต้องขออนุญาตแม่สามีพ่อสามีก่อน 
แม่สามีก้อไม่ยอมลดวาลาศอก ค่อยตอกย้ำตลอดเวลา ระหว่างเอหาที่อยู่ใหม่ว่า
"เอเป็นแค่คนอยู่อาศัย ไม่ใช่เมียลูกชายเค้าอีกต่อไป โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังได้อยู่ที่นี่อีก" 

ฝ่ายสามี เห็นเอจะเรียกร้องค่าหย่า เริ่มขู่แบบเบาๆว่า ถ้าหย่าวีซ่าจะขาดถูกไล่กลับประเทศ ไม่ให้สิทธิเลี้ยงดูบุตรบ้าง ถ้าจะขึ้นศาล เค้าจะฟ้องว่าเอไม่ยอมมีไรด้วย เค้าเลยต้องไปหาเศษหาเลยข้างนอก ( คนท้องนะคะ ทราบค่ะว่ามีอะไรกันได้ แต่ไม่ห่วงแม่ห่วงลูกเลยเหรอคะ แต่เพื่อนเราก้อช่วยเค้าเท่าที่ทำได้ อิมเมจกันเองนะคะ อิอิ ) ต่อมาถูกกล่าวหาว่าเอวางแผนหลอกแต่งงานมีลูกกะเค้า พอได้ลูกก้อจะหย่า หวังสมบัติ นั้นดูสิคะใจคน มันไม่สำนึก คงคิดว่านังเมียต่างด้าวจะไม่รู้กฎหมายละสิท่า5555


ตอนแรกๆเอก้อใจอ่อน จะทนต่อเพื่อลูกแท้ๆ แต่เหตุการณ์ต่างๆมันช่วยให้เข้าใจผู้ชายคนนี้มากขึ้น
โรงพยาบาลในญี่ปุ่นไม่ได้เปิด24ชม เหมือนในไทย ยิ่งวันอาทิตย์ด้วยแล้ว หาโรงพยาบาลเปิดยากจะตายไป ยิ่งใครมีลูกเล็กๆ ค่อยข้างลำบากทีเดียวถ้าเกิดไม่สบายกระทันหันด้วยแล้ว งานเข้าทีเดียวเลยนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า ลูกเอเกิดมีไข้ขึ้นสูงมาก ขนาดพวกเราเองก้อกลัวน้องจะช็อกไป คิดดูนะคะ กลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่หิมะตก เอพยายามโทรหาสามี เค้าไม่รับแต่สามีนังกดไลค์ในเฟลบุคได้ เขียนเมนท์ว่า ”ลูกดูอาการแย่เนอะ” แปลว่าสามีนังรู้ว่าลูกป่วย แต่ไม่ถามไม่ยื่นความช่วยเหลือ ถูกปะคะ ส่วนเอต้องแบกลูกไปโรงพยาบาลเอง ดูแลลูกตอนคืนยันเช้าค่ะ  นอกจากนี้ ตั้งแต่ย้ายออกมาจากบ้านเค้า จนกระทั่งปัจจุบัน สามีไม่เคยขอพบลูกเลย แล้วยังอยากได้ตานี่เป็นพ่ออีกมั้ยคะ

      การเตรียมตัวหย่า จากที่ฟังเอมา ฝ่ายชายมีการเตรียมตัวดีมาก คือเริ่มทำบัญทึกรายวัน ใช่ค่ะเพื่อใช้ยันกันในศาลค่ะ ว่าวันนี้คุยไร ทำไรกันบ้าง ฝ่ายนั้นพูดอะไร ทำร้ายจิตใจเรายังไง เป็นหลักฐานได้ พอเราได้ยินแบบนั้น เอจะช้าไม่ได้แล้ว เอต้องรีบเก็บหลักฐานเลย จดหมายนัดพบ ข้อความม้อสาว ซื้อขายเชิญชวนสาวเข้าโรงแรมถ่ายเก็บมาทั้งหมด ก็อปปี้สมุดบัญชี ประกันชีวิตทั้งหมด สเต็ปต่อมาเราแนะนำให้ เอกะล่อมให้พ่อไก่แจ้ให้ยอมรับและอัดเสียงสะ เมื่อเองพูดดีๆถามดีๆ สามีเทอก้อตอบมา เล่ามา เอได้แต่จ้า จ้า ยิ้มทั้งๆที่ในใจ อยากจะเขมือบสามีกินอยู่แล้ว นิ้วก้อกดปุ๋ม เรคคอร์ดไป 555 เสร็จตรู

ระหว่างเตรียมการย้ายบ้าน เอไม่รอช้าหาข้อมูลการหย่า ค่าช่วยเหลือต่างๆจากอำเภอ ผู้รู้ เพื่อน รุ่นพี่

เพื่อนคนญี่ปุ่นขอเอแนะนำให้ขึ้นศาลครอบครัว (家庭裁判所 คะเทไซบังโช )แนะนำให้ปรึกษาสุขภาพ ขอใบรับรองแพทย์ (診断書 ชินดันโช )กับหมอค่ะ
ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับขั้นตอน
เอหาที่อยู่ใหม่ได้สำเร็จ สเต็ปต่อไปฟ้องหย่าค่ะ

     การฟ้องหย่า เราต้องกรอบเอกสารขอนัดไกล่เกี่ยที่ ศาลครอบครัวก่อนนะคะ หลังจาก  นั่นเค้าจะนัดทั้งคู่วันมาไก่ลเกี่ยกันเราเรียกการหย่าแบบนี้ว่าว่า 調停離婚 (โชเทริกง)  คือให้ทั้งสองฝ่ายพุุูดคุย เจรจาตกลงกัน โดยนัดเดือนละครั้ง จนกว่าตกลงกันได้ค่ะ โดยเฉลี่ย3-6เดือนค่ะ ถ้าไม่ได้จิงๆ จะไปต่อที่ 審判離婚 (ชินปังริกง)คือศาลใช้อำนาจศาลตัดสินค่ะ  เมื่อศาลตัดสินให้แล้ว เราจะต้องยื่นใบหย่าภายใน10วันค่ะ แต่ถ้าฝ่ายคุงสามีหรือเราไม่พอใจ เราสามารถยื่นคำร้องขอให้การหย่าครั้งนี้เป็นโมฆะได้ภายในสองอาทิตย์ และจบที่ศาลสุดท้าย คือศาลตัดสิน裁判離婚 (ไซบังริกง)เป็นคำตอบสุดท้าย ไม่มีต่อแล้วค่ะ  นอกจากนี้ การหย่าปกติทั่วไปโดยความสมัครใจทั้งสองฝ่ายเราเรียกว่า 協議離婚 (เคียวงิริกง) ค่ะ)
    การไก่ลเกี่ย 調停離婚 (โชเทริกง) นะคะ ของเพื่อนเรา ศาลเรียกสามีไปล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อเรียกฟังคำฟ้องหย่า ซักถามข้อเท็จจริงค่ะ

และวันที่สองเรียกทั้งคู่มาพร้อมกัน โดยเรียกเข้าคุยทีละคน คนละ30-40นาที 

   โดยให้เอเข้าไปก่อน ศาลและทนายไกล่เกี่ยให้เอเล่าเรื่องและเหตุผลในการหย่าครั้งนี้ พร้อมแจ้งว่า สามีบอกศาลว่าเค้ารักเมียและลูกแต่เอไม่ดี ทำให้หมดรัก เอกดขี่เค้าไม่ให้เค้าคุยกะผู้หญิงทุกคน ซึ่งเค้าทำไม่ได้ คนมันต้องมีสังคม เอคุมเค้าเกินไปให้มีอิสระ เอไม่มีอะไรกะเค้าเลย และเค้าของสิทธิการเลี้ยงดูบุตรค่ะ
   ส่วนเหตุผลในการหย่าขอเอ ก้ออย่างที่รู้ๆนะคะ คือความเจ้าชู้ของสามีหล่อน ยื่นหลักฐานมัดตัวค่ะ ระหว่างฟ้องหย่ากันอยู่นะคะ นังสามีไม่เคยสำนึก ไม่หยุดค่ะ บินไปหาสาวที่ฟิลิปปินส์ไปเที่ยว ไปนอนค้างกะสาวคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว(ดีค่ะเจ้าชู้ไปเยอะหลักฐานจะได้มัดตัวแน่นๆ5555)
   รอบสองสามีเข้าค่ะ คุยไรกันเราไม่ทราบ คิดว่า เอาคำให้การขอเอ สอบถามสามีเป็นแน่

เมื่อศาลฟังจากทั้งสองฝ่ายเรียกร้อย ขอข้อสรุปจากเอว่าไง เอให้คำตอบว่า "เพราะสามีไม่คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรมแน่แท้ ยืนยันว่าจะหย่าค่ะ"



Create Date : 11 สิงหาคม 2558
Last Update : 14 สิงหาคม 2558 13:49:15 น.
Counter : 2428 Pageviews.

1 comment
ทำไมเราเจอกันช้าอย่างนี้ หลงรักบ้านมะกอก ทะเลไทย

กลับเมืองไทยมาค่ะ

กลับไปครั้งนี้ มีทริปไปเที่ยวที่แห่งหนึ่ง น่ารัก สงบ โดนใจมากๆ จนอยากบอกต่อใครๆ ลองไปดูสิ แล้วจะติดใจแบบเรา
(แต่อีกใจ ไม่อยากบอกกลัวคนรู้จัก คราวหน้าจะจองลำบาก555)


ตอนแรกลังเลระหว่างเกาะกูดกับเกาะหมากค่ะ แต่พี่ๆแสนดีในพันทิพย์ เชียร์ค่ะ เกาะกูดสงบ ธรรมชาติมากกกก ไปแล้วจะหลงรัก


หาข้อมูลที่พัก สรุปไปได้ที่บ้านมะกอกค่ะ ที่นี่เป็น รีสอร์ทแนวเกสเฮาส์ มีแปดห้อง แต่ละห้องแตกต่างกันเล็กน้อย อย่างมีลานกว้างหน้าชานบ้าน มีห้องน้ำกลางแจ้งทำนองนั้นค่ะ ดูในเน็ทก้อโอ ออกแนวชิลๆแบบบ้านชาวประมง อยู่กับธรมมชาติดีค่ะ


การเดินทางนะคะ คือขับรถไปเอง ทางท่าเรือมีบริการฝากรถวันละ50บาทค่ะ จากนั้นขึ้นเรือที่แหลมศอก เป็นท่าเรือเอกชนค่าเรือคนล่ะ 600 บาท ที่นั่นมีบริการเครื่องดื่มให้ฟรีด้วยค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากแหลมศอกไปเกาะกูดโดยเรือ Speed Boat เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นจากนั้นบ้านมะกอกส่งเรือมารับค่ะ ประมาณไม่เกิน5นาทีถึงค่ะ



ระหว่างเปลี่ยนเรือเพื่อเข้าบ้านมะกอกแอบปันใจให้ รีสอร์ทด้านหน้าค่ะ แหมก้อดูดิคะ รีสอร์ทใหญ่กว่าเน้นอย่างมาก มีสระน้ำ มองเห็นทะเล สีฟ้าคราม แบบในนิตรสารชอบถ่ายลงยังไงยังงั้น บรรยากาศแบบมาพักผ่อนไปทะเลมากๆ มาเทียบกะบ้านมะกอกคนละแนวเลยเล็ก เดินไปเดินมามา3นาทีทั่วรีสอร์ทแล้ว ทำไมไม่จองที่นี่นะ แอบปันใจจริงๆค่ะ


เมื่อมาถึงบ้านมะกอก พี่ๆที่บ้านมะกอกรีบออกมาต้อนรับน่ารักดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำตะไค้รเย็น ผ้าเย็น ให้บริการค่ะ เรากรอกเอกสารเข้าพัก แล้วเข้าห้องพัก ห้องพักน่ารักมากกกกก แต่ขอตกใจสองอย่างค่ะ


หนึ่งที่นี่ไม่มีอะไรเลยค่ะ คือพยายามลุ้นว่าขอให้ในห้องมีทีวีด้วยเหอะ แต่เมื่อไปถึงไม่มีอะไรเลยค่ะ มีแค่ที่จำเป็นเท่านั้น จากใจนะคะ ซ็อกมา สรุปมาอยู่ป่าหรือไง นึกดูนะคะ คนไม่ชอบตากแดดตากลม ไม่ชอบความลำบาก เคยอยู่สบายต้องมาอยู่รีสอร์ทใช้เครื่องปั้นไฟ ไร้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งสิ้น ไม่มีอะไรจริงๆนะ ปลอบใจตัวเองเอาว่ะ สองคืนสามวันเอง เปลี่ยนบรรยากาศเอา คิดว่ามาออกค่ายอาสาละกัน อย่างน้อยมีแอร์ ออกค่ายอาสาไม่มีแอร์นะเฟ้ย


สองที่นี่กำแพงห้องน้ำไม่มีค่ะ เป็นแบบopen air เกินไปหรือเปล่าคะ เนี่ยดิฉานจะเข้าห้องน้ำที ต้องใช้ระบบเก็บเสียงในตัวพอสมควร ค่อยปล่อย หลังๆเปลี่ยนไปเข้าห้องน้ำด้านนอกแทนค่ะ ไม่แนะนำคู่รักใหม่ไปค่ะ กลับไปสงสัยเป็นนิวแน่ 555


นอกจากนั้น

กิจกรรมที่บ้านมะกอกไม่มีไรมากหรอกนะคะ ใช้ชีวิตแบบเด็กขี้เกลียด ชิลๆ นอนอ่านหนังสือ พ่ายเรือ เดินชายหาด ว่ายน้ำ ดำน้ำ และเด็ดสุด ดู แพลงก์ตอน ตอนกลางคืนค่ะ สวยมากราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าาาา



วันแรก

ถึงราวบ่ายสองได้ หลังจากเข้าที่พัก เราก้อเริ่มสำรวจ รีสอร์ทค่ะ เราของยืมเรือคายัคพ่ายไปหาดด้านหน้าไม่อยากบอก อันนี้ต้องทำค่ะ ไม่มีอะไรสนุกเท่ากับพ่ายเรืออีกแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ พ่ายวนๆงงๆไปสักหน่อย เดี๋ยวก้อเป็นเองค่ะ ข้อเสียของหาดที่นี่คือหาดสั้นไปหน่อยค่ะ แต่ทรายขาวเม็ดละเอียดนุ่มมาก ระหว่างพ่ายเรือนะคะ อยากบอกว่าน้ำใสมากเห็นปลา เห็นหอยเม็น รอบๆเป็นป่ากงกางยังมีนกน้อยมาให้เห็น สนุกค่ะ เนี่ยถ้าใครมีลูกเล็กเด็กแดง เป็นการเรียนรู้เพื่อรักธรรมชาติได้ดีที่เดียว แต่เสียทีเราโสด มันก้ออีกฟิวนึ่งคะ ลันลาไปวันวัน แค่นี้จากคนเกลียดทะเลก้อหลงรักทะเลขึ้นอย่างไม่รู้ตัว



อาหารที่นี่ อร่อยค่ะ รสชาดแบบคนกรุงเทพทานได้ ออกหวานไปนิด แต่รสไม่จัดมาก ตกราคาประมาณจานละ 120-150 บาท



คืนแรกไม่รู้ทำไรเราเลยขอตัวเข้าห้องไปนอนกลิ้งอ่านหนังสือ นั่งวาดรูปไป หลับไป zzzzzzz



วันที่สอง

ตื่นตั้งแต่ตีห้า ค่ะ ออกเดินสำรวจน้ำตกที่อยู่ด้านหลังรีสอร์ทแต่ไปได้ครึ่งทางเกิดกลัวเสียก่อน แหมเดินคนเดียวนิคะ ยังไม่มีใครตื่นเลย ทางเปลี่ยวอยู่ สรุปเป็นกลับๆๆๆๆๆ


อาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกเป็นแบบไทยๆ ก็ข้าวต้ม และก็แบบฝรั่ง ไข่ดาวแฮม กาแฟ ชาเขียว Early tea น้ำผลไม้ ค่ะ

ขอบอก อร่อยทุกอย่าง กินไปก้อนึกไป อยากได้ตัวพ่อครัวกลับมาญี่ปุ่นจัง อร่อยน๊าาาามีความสุข


สิบโมงได้เวลานัด ไปดำน้ำตื้น อันนี้แอบตื่นเต้นทำไมนะเหรอคะ เรากลัวปลาค่ะ แต่กลับมาคราวนี้ อยากดำน้ำขึ้นมา


การเตรียมตัวนะคะ ดำน้ำ ถ้าไม่อยากดำไม่ต้องโชว์ผิวมากนักค่ะ ใส่ขายาวแขนยาว รับรองไม่ดำค่ะ จากนั้น ฉาบครีมกันแดดค่ะ ครีมกันแดดที่แรงได้ใจนะคะ หนีไม่พ้น ANESSA perfect UV sunscreen SPF50+ PA+++ สีทองเป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติ กันแดด กันน้ำได้ดี เนื้อครีมเป็นคล้ายๆน้ำนม ทาแล้วไม่วอก และไม่เหนียว มากนักค่ะ แต่ล้างออกลำบากอยู่ ทาในส่วนที่โดนแดดสะ ขยันว่าทาบอกๆ รับรองไม่ดำค่ะ


ดำน้ำตื้น สน็อกเกิล ที่เกาะรัง เกาะมะปริง แล้วเกาะไรอีกจำไม่ได้ไปสามเกาะ ค่ะ ตอนแรก ที่แรกที่จอดเรือ เค้าสอนให้เราใช้อุปกรณ์ให้เป็น ให้ลองหัดดำตื้นๆดูค่ะ หัดใส่สน็อกเกิลดู ใส่ชูชีพ (เวลาใส่ชูชีพดึงให้ตึงเพราะเวลาลงน้ำแล้วมันจะได้ไม่รั้งเราขึ้นมา ส่วนสน็อกเกิล เวลาส่วมระวังอย่าให้ผมเข้าไปในแว่นไม่งั้นน้ำเข้าค่ะ น้ำลายตัวเองเช็ดกระจกด้านในกั้นฝ้าขึ้นได้ดีอยู่น๊าาา )


ครั้งแรกที่ดำน้ำ ช่วงยังไม่คุ้น กลัวค่ะ กลัวปลาตอดค่ะ พอว่ายไป ปลาเข้ามาใก้ล รีบตีน้ำ เอาหัวขึ้น ปลาหนีกระจายหมด ไม่กล้าถือขนมปังล่อปลา แต่หลังเริ่มชินสน็อกเกิล ชินกะปลาเริ่มสนุกค่ะ เวลาก้มดู พาเพลินไปหมด ทำไมมันสวยอย่างนี้นะ ดูเจ้าปลาตัวน้อยมันอิสระจัง ตื้นแค่นี้สียังสวยขนาดนี้เลยเหรอ ไอ้ความขี้กลัวปลาหายเป็นปลิดทิ้ง หลังจากนั้นพี่ไกด์อาสาลากพาดูปะการังและปลาชนิดต่างๆรอบเกาะค่ะ ว่ากันง่าย เราแค่เอามือวางบนห่วง แล้วก้มดูเฉยๆเท่านั้น นอกนั้นปล่อยเป็นหน้าที่พี่ไกด์ พี่จะลากเราไปเองค่ะ มันให้ความรู้สึกเหมือนเรานั่งเรือดำน้ำดูโลกใต้บาดาลยังไงยังงั้นค่ะ ท้องทะเลสวยมาก นี่แหละเสน่ห์ของการดำน้ำละมั่ง ที่ใครได้สัมผัสแล้วจะติดใจไม่รู้ลืมค่ะ


พักเที่ยงค่ะ อาหารกล่อง อร่อยแต่น้อยไปนิด ตบท้ายด้วยผลไม้ค่ะ อิ่มจนดำรอบต่อไปไม่ไหวอะคะ 5555 ที่พักที่กินข้าว เราจำไม่ได้เรียกว่าเกาะอะไร ลองนึกว่าตัวเองยืนอยู่ตรงกลางเกาะแล้วหมุนไปรอบๆนะคะ หาดทรายขาวตัดกับด้านหลังสีเขียวของต้นไม้ ด้านหน้าเป็นทะเลสีฟ้าอมเขียว ต้นไม้บนชายหาดถูกประดับประดาด้วยประการังสีขาวร้อยเป็นเส้นแล้วแขวนตามต้นไม้ คือเราดูแล้วโรแมนติกมากอ๊ะ บรรยากาศเพื่อคู่รักโดยแท้ หากเอานักท่องเที่ยวทั้งหมดออกไป เหลือแค่สองเรานะ สุดยอดเกินคำบรรยายเลยค่ะ

บ่ายแก่ๆแล้ว เดินทางกลับที่พัก ขอบคุณพี่ไกด์กะประสบการณ์ดำน้ำดีดีแบบนี้นะคะ


เมื่อคืนแอบหนีเข้าห้องไว คุณโอลีฟเจ้าของบ้านมะกอกแอบบอกเราว่าเมื่อคืนพลาดรายการเด็ด วันนี้มาแก้ตัวนะคะ

รายการเด็ดที่ว่าคือ นั่งเรือชมแพลงก์ตอนค่ะ


นี่อีกรายการที่คู่รักไม่ควรพลาดค่ะ สามภพนี้ไม่มีใครนอกจากสองเราทำนองนั้น ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่จิงๆ

เคยไปที่ไหนที่ฟ้ามีดาว ระยิบระยับเปร่งแสงแข่งกันมั้ยคะ ส่วนต้นไม้ไม่น้อยหน้า มีหิ้งห้อย เป็นตัวชู้โรง ส่วนน้ำมีเจ้าแพลงก์ตอนเรืองแสงสีฟ้านวลๆออกมาค่ะ เนี่ยถ้าไม่นั่งเรือเป็นกลุ่ม ไปกะแฟนสองคนนะคะ ไม่อยากบอก ไม่อยากขึ้นจากเรือเลย แค่นี้หัวใจมันก้อยิ้มได้ พองโตแล้วค่ะ เกิดรักธรรมชาติขึ้นมาอยากเก็บไว้ดูนานๆช่วยกันรักษาป่ากะท้องทะเลกันน๊าาาาา


แล้วแบบนี้ไม่เรียกสามภพได้ไงละคะ แข่งกันเปล่งแสงระยิบระยับกันขนาดนั้น แถมพี่ที่บ้านมะกอกใจ กระโดดน้ำโชว์ค่ะ พี่กลายเป็นมนุษย์ไฟฟ้าไปเลย555 เนื่องจากเจ้าตัวแพลงก์ตอนจะเปล่งแสงได้ดี เห็นได้ชัดในขณะที่มีสิ่งของขยับ เจ้าตัวแพลงก์ตอนตอนกลางวันไม่มีแสงแต่จะเปล่งแสงในเวลากลางคืนสามารถมองเห็นได้ไกล จะเรืองแสงสีฟ้าจาง ๆ ออกมา


วันที่สาม วันลาจากแบบใจยังไม่อยากจาก

ตื่นมาเกือบหกโมง ไม่ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ แต่ยังติดใจพ่ายเรืออยู่ ยังออกไปพ่ายเรือครั้งสุดท้ายก่อนกลับมากินเช้าและเตรียมตัวกลับบ้านเรา


เราชอบที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะทำไรพี่พี่บ้านมะกอกคอยดูแลเต็มที่ จะขึ้นจะลงเรือ จะขออะไรเพิ่ม พี่ๆจะอยู่รอบๆตัวเราเสมอ บริการด้วยใจ เอาไปเลยเต็มร้อยค่ะ


สรุปกลับมาหายข้อใจ ถูกแล้วที่เลือกที่นี่ ไม่เสียใจ ในความไม่มีอะไรเลย กลับมีอะไรมากกว่าที่คิด จากที่ก่อนไปคิดว่าต้องตายแน่สามวันฉาด กะที่ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีวีที กลับสุขใจอุ่นใจ สงบ สบาย หนีวันยุ่งๆมาชารต์พลังที่นี่ได้ดีค่ะ สำหรับคนไกลธรรมชาติแบบเรา แอบหลงรักทะเลขึ้นมา ทำไมเราพบช้าไปหน่อยนะ คราวหน้าต้องหาโอกาศกลับมาที่นี่ให้ได้อีกจนได้ อยากพาแม่ พาคนที่เรารักมาเที่ยวที่นี่ให้ได้สักครั้งค่ะ


ข้อดีของบ้านมะกอกนะคะ

บ้านมะกอก ไม่ใช่รีสอร์ทขี้งก ใช้ไฟได้ แต่ช่วยกันประหยัดเพราะทางรีสอร์ทปั้นไฟไปเองค่ะ ดังนั้นพกโน๊ตบุค หรือเครื่องอำนวยกันเราเหงา มาเองได้ค่ะ

บ้านมะกอกเป็นรีสอร์ทขนาดเล็กมีแปดห้อง ดังนั้น ทุกคนพอจะสนิทกันไว ยิ้มให้กัน ทักกันบ้าง

แล้วพนักงานกับผู้พักมีจำนวกพอกัน พี่ๆทุกคนเอาใจใส่เราได้เต็มที่จิงๆๆค่ะ ไม่เหมือนรีสอร์ทใหญ่ที่ ทำตามหน้าที่ ให้บริการแล้วจบไป ที่บ้านมะกอกไม่ยุ่งขนาดนั้น เรายังคุยเล่น แลกเปลี่ยวความคิด ถามถึงการเป็นอยู่ของพี่ๆได้ ไม่เหงาค่ะ


ข้อเสีย

สถานที่เล็ก แต่ไม่ใช่ปัญหาค่ะ เดี๋ยวก้อชินเอง เพราะมันมีอย่างอื่นให้เราลืมดูจุดเล็กๆนั้นไป

ไกลจากหาดนิดนึ่ง แต่พ่ายเรือไปได้ไม่ไกลมากค่ะ ชิลๆๆๆ

ห้องพักมีน้อย ทำให้จองห้องที่อยากได้ลำบากไปนิด แต่ไม่ว่าห้องไหนมันก้อมีเสน่ห์ของมัน ลองไปนอนสักทุกห้องเป็นไงคะ

www.bannmakok.com/









Create Date : 06 พฤษภาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 10:50:25 น.
Counter : 8369 Pageviews.

6 comment
ความหวังหลงทาง กับติดยาเม็ด

เมื่อวานเพื่อนรุ่นพี่โทรมาหาค่ะ โทรเล่าถึงความเป็นไปในเมืองที่เราอยู่ให้ฟัง พี่ว่าเธอเสียดายผู้หญิงคนหนึ่งมากๆ เหตุเพราะเธอเล่นยา

เราสองคนรู้จักผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่ เธอพึ่งเข้ามาญี่ปุ่นใหม่ๆ ขอใช้นามสมมุติค่ะ" พี่ชื่อเมย์"

พี่เมย์เป็นคนขำฮาๆ บ้าๆ ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยค่ะ เธอบ้านนอกมาก แกเป็นสาวฮึด ความอดทนเป็นเลิศค่ะ ไม่ว่าจะนวดแขกดึกแค่ไหนแกก้อไม่บ่น ใครจะมาช้า ไม่ช่วยทำงานในร้าน พี่ก้อไม่บ่น พี่ทำเอง เห็นใจน้องๆนักเรียนอย่างเราๆ เป็นพี่สาวและแม่พระของพี่อีกหลายๆคนในร้าน พูดง่ายๆใครใครก้อรักแกค่ะ


พี่เมย์ขึ้นมาญี่ปุ่นได้ จากการช่วยเหลือของพี่สาวเธอเอง คือมาพร้อมทัวร์ แล้วเธอก้อหนีวีซ่านั้นเองงงง

เธอเล่าว่า พี่สาวเธอมาญี่ปุ่นเป็นคนแรกค่ะ มาทำงานส่งเงินไปสร้างบ้าน เป็นหลัง หลังละห้าหกล้าน สร้างหอพัก ซื้อรถและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆนานา เธอเห็นก้อตาโตดิค่ะ อยากได้บ้าง สามีใหม่เธอก้อเป็นแค่ครูฝึกทหาร เงินเดือนหน่อยนิด ลูกก็ยังเล็กอีกสามคน บ้านช่องก้อไม่มี อยู่แฟตทหาร ซึ่งห้องหนึ่งหารสองค่ะ มีแต่คนดูถูกแก ยังไงก้อไม่มีวันยืนได้ เธอจึงตัดสินใจมาญี่ปุ่น

ก่อนมานะคะ เธอเตรียมตัวมาพร้อม เค้าว่ากันว่าชายญี่ปุ่นชอบสาวอกใหญ่ ถูกแล้วค่ะ ไปยันฮีปั้นหน้าอกไซล์เอฟ เสริมจมูกโด่งๆ และเธอออกเดินทางมาญี่ปุ่นทั้งที่หน้ายังบวมนั้นแหละค่ะ ตั้งใจว่าจะมาหาทำอย่างว่า แต่พอถึงจริงๆ เป็นช่วงตำรวจกวาดล้าง บวกด้วยหน้าพี่เมย์เอง ออกแนวเหลี่ยมๆ ไม่เป็นที่ถูกใจพี่ๆญี่ปุ่นที่นี่นัก สรุปอาชีพนี้ตกไป

งานต่อไปคืองานนวดค่ะ สมัยนั้นพวกไม่มีวีซ่า ทำนวดเยอะมาก เนื่องจากอยู่ร้านนวดปลอยภัย ถ้าพี่ตำรวจไม่ขึ้นตรวจนะคะ และที่สำคัญเพื่อฟลุ๊คโชคดี ได้แต่งงานอยู่ญี่ีปุ่น อย่างถูกกฎหมายค่ะ พี่เล่าว่าตอนนั้นหน้ามืด เจอใครก้อไอชิเตะรุ(ฉันรักคุณ)กะ แต่งงานกันมั้ย ถามแขกทุกคนที่พี่นวดจริงๆ ถามดะค่ะ

จนมีผู้ชายคนหนึ่งบ้าจี้ขอแกแต่งงานค่ะ สามีแกบอกว่า แกประทับใจพี่เมย์ค่ะ แกอยู่กับพี่เมย์แล้วมีความสุข พูดกันไม่รู้เรื่องก้อเหอะ แต่เธอทำให้เค้าหัวเราะได้ และที่สำคัญสงสารพี่เมย์มากๆ ส่วนใจพี่เมย์นะเหรอ เปล่าเลยไม่ได้รักเค้าสักนิด แค่อยากได้วีซ่าจริงๆ เพื่อความอยู่รอดในญี่ปุ่นค่ะ มีผู้หญิงหลายคนที่แต่งงานทั้งๆที่ไม่ได้รัก และลงท้ายด้วยการมีกิ๊ก ติดผู้ชายไป
แต่ครอบครัวนี้มีความลงตัวอยู่นิดนึ่งนะคะคือ คุณสามีเป็นเบาหวานค่ะ ดังนั้น คุณสามีทำการบ้านไม่ได้เลยค่ะ พี่เมย์เราสบายใจหายห่วงค่ะ


ใครมาญี่ปุ่นปีแรกๆ ทุกคนก้อตั้งใจทำงานหาเงินส่งกลับบ้านกันทั้งนั้น แต่ยิ่งอยู่ไป ทำไมคนเราถึงเปลี่ยนได้ไปถึงเพียงนี้
จากเป็นลูกจ้างเค้า พี่เมย์เก็บเงิน หุ้นเปิดร้านกับพี่สาว
จากที่ เป็นคนเข้าจิตใจคนอื่น เธอก้อเริ่มเปลี่ยนไป
จากคนที่หมดหนี้ กับสร้างหนี้แล้วสร้างอีก ไม่มีวันจบ



เมื่อวานที่เพื่อนโทรมาเพื่อนเล่าว่า พี่เมย์เป็นหนี้ และติดยา เราถามว่ารู้มาจากไหน เพื่อนบอกว่าพี่สาวของพี่เมย์เองเป็นคนพูดเองค่ะ

อันนี้เรารู้มานานแล้วค่ะ แต่ถือว่า เตือนแล้ว แล้วไม่หยุด ก้อทางใครทางมันละกันค่ะ

ไอ้ยาที่ว่าก้อไม่ได้ยาร้ายแรงอะไรหรอกค่ะ ก้อไอ้นอนหลับที่กินแล้วไม่หลับนั้นแหละ

ที่เรารู้มาเพราะมีช่วงก่อนที่พี่เมย์จะเปิดร้านของตัวเอง พี่เมย์ทะเลาะกับพี่สาวตัวเอง ค่อยข้างแรงมาก ขนาดตัดญาติกันทีเดียว ช่วงแรกพี่เมย์เสียใจมาก เค้าว่าเค้าโดนพี่สาวตัวเองโกงนิคะ ความเสียใจ กลายเป็นแรงผลักดัน ให้ฮึดค่ะ เธอตั้งใจว่า ยังไงเธอต้องไปให้ได้ไกลกว่าพี่สาวเธอให้จนได้

เธอลากเราไปดูร้าน เซ็นสัญญา และเปิดร้านใหม่ ทุกอย่างเหมือนกำลังดูดีค่ะ

เธอเลือกที่จะเปิดร้านนวดในเมืองใก้ลเขตฐานทัพอเมริกันค่ะ เธอเลือกถูกที่แล้ว หนึ่งเพราะไม่มีร้านนวดของคนไทยในเมืองนี้ สอง นั้น!!!จากสาวที่ไม่เคยมีใครมอง จากลูกเป็ดขี้เห่ยกลายเป็นสาวงามของเหล่าทหารโดยทันที ไม่ว่าพี่ทหาร ดำ แดง ขาว เล็กใหญ่ทั้งหลาย ต่างมาติดพันเธอกันทั้งนั้นค่ะ เวียนวงมานวดกับเธอบ้าง ขอเดทกับเธอบ้าง

การงานในช่วงนั้นกำลังไปด้วยสวยค่ะ แต่คนเรานะคะ เวลาเงินสะพัด มีคนยกยอปอปั้นหน่อย มีหนุ่มเล็กๆหนุ่มใหญ่มาติด ช่วงกำลังหลงชีวิตค่ะ ก้อดูสิคะ ตอนแกทำงานกับพี่สาวแก แกเหมือนปมด้อย หุ้นเงินร้านเท่ากัน แค่ไม่มีปากเสียง ไม่มีแขกประจำ ได้แต่นวดตามคิว แต่แกเก็บเงินได้ค่ะ

แต่มาที่นี่ ใครๆก้อจะให้มาม่า (ใช้เรียกผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร้าน )นวดกันทั้งนั้น มีอำนาจ เงิน ผู้ชายเข้ามา ชีวิตดูดีขึ้นค่ะ ถึงจะดูดีขึ้นแค่ไหน แต่เธอก้อไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อพี่สาวของเธอค่ะ

พี่เมย์ใช้ให้สามีตัวเอง ไปถอนชื่อออกจากการเป็นผู้คล้ำประกันร้านพี่สาวแกเอง ในเมื่อแกไม่ได้ทำงานแล้ว แล้วสามีจะไปคล้ำอีกทำไม น้ำใจอะไรก้อไม่เคยได้

แต่คนญี่ปุ่นแกดีนะคะ แกบอกเราว่า แกจะคล้ำให้ต่อ เพราะพี่สาวของพี่เมย์มีบุญคุณที่ให้ภรรยาแกทำงานที่ร้าน พี่เมย์ถึงมีเงิน ถึงมีวันนี้ มีร้านของตัวเองได้ พอพี่เมย์ได้ยินคำนี้เท่านั้น อารมณ์แกก้อขึ้นปี๊ด " ไอ้โง่ โง่หรือไง ร้านนี้เราก้อจ่ายกะพี่คนละครึ่ง บุญคุณกันตรงไหน จะคล้ำให้เค้าต่อทำไม ไอ้โง่"

นอกจากไม่เคยรักสามีแล้ว สามียังไม่ได้ดังใจอีก เนี่ยแหละค่ะ ทำให้แกเข้าออก ร้านอาหารร้านอาหารไทยทุกค่ำคืน และการเป็นมาม่าทำไรก้อไม่น่าเกลียดสะงั้น แกเริ่มติดกิ๊กเด็กๆของแกอย่างจริงจัง หิ้วเด็กไปโชว์ร้านนั้นที ร้านนู้นที ให้รู้ว่า ข้าแน่ ข้ามีฝรั่งมาติด เมายันเช้า


พวกเราเองห้ามปรามไม่รู้กี่ที ให้แกพักผ่อนบ้าง นอนบ้าง เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกกินเหล้าเหอะ เลิกหิ้วเด็กไปโชว์ต่อไหนต่อไหนได้แล้ว เดี๋ยวสามีแกไปเห็นเข้า สารพัดจะขอ แต่แกไม่เลิก บอกได้แต่ว่า

พี่ประชดชีวิต ทำตัวเป็นคนดีตั้งใจทำงานก้อถูกโกง สามีไม่ได้ความ ขอพี่มีความสุขบ้างนะ

แต่ความสุขจอมปลอมจริงๆนะคะ คือเราจะได้ยินข่าวของแกมาตลอดว่า ทำตัวเลอะเทอะขนาดไหน ที่หิ้วหนุ่มไปโชว์ ตอนโชว์ใครก้อว่าแน่ "แกแน่มาก รุ่นลูกเชียวนะโว้ยยยย "สารพัดจะแซว แต่ลับหลังแล้ว" ไอ้เมย์มันติ้งต๊อง ทำตัวเลอะเทอะ ส่งสารลูกมันบ้าง มิหน่าพี่สาวมันไม่เอา "ต่างนานาที่จะหยิบมาคุยกัน

จนป้าคนรู้จัก แกสงสารพี่เมย์ค่ะ คือสภาพแย่มาก โทรมมาก แก่ให้ยามา แกว่ากินธรรมดาแล้วนอนหลับ แต่ถ้าอมไว้ใต้ลิ้นไม่หลับค่ะ มันจะครึกดิ

หลังจากนั้นเราก้อจะเห็นพี่เมย์แก วนเวียนเข้าออก คลีนิกเป็นว่าเล่น พอเราถามแกว่าไปทำไรพี่ แกว่าแกนอนไม่หลับ แต่ว่าเราไม่ใช่แล้วอะ แกติดยานอนหลับแล้ว จนเดี๋ยวนี้กุไม่อยู่แล้วค่ะ ว่าติดมั้ยอะคะ...??.... โกหกหมอว่ากลับเมืองไทยเดือนหนึ่ง เอายาไปเล่นหมดภายในหนึ่งอาทิตย์ค่ะ อาทิตย์ต่อไป ไปโกหกหมอต่อว่ายาหายขอใหม่อีก ซ้ำ!!ใช้ให้เราไปเอายาด้วย อย่างนี้เรียกว่้าไม่ติดมั้ยคะ???( แต่เราไม่ช่วยหรอกนะ สบายใจได้ค่ะ )


จากคนดีๆที่ตั้งใจทำงาน กลับติดยาเม็ด งานไม่ทำ เอาแต่เที่ยวกลางคืน ทุกคืน-ยันเช้า ร่ายกายไม่ได้พักผ่อน สภาพหลังสุดที่เราเห็น คือผอมมาก ไม่มีราศีเลย การแต่งตัวก้อเปลี่ยนไป โชว์นู้นโชว์นี่ รู้ค่ะพี่ฝรั่งชอบแนวเซ็กซี่ แต่เกินไปค่ะ ทั้งเมาทั้งเลอะเทอะ พูดจาลิ้นลั่วๆ ไม่รู้เรื่อง จากพี่สาวคนน่ารักที่ค่อยห่วงทุกคน ต้องนี้ไม่มีเวลาจะให้ห่วงใคร ตื่นมาแกก้อตบเม็ดรอเมาต่อรอบดึกแล้วค่ะ


จากเงินที่หามาได้ ก้อไปลงกับยาและเที่ยวกลางคืน จนต้องไปเที่ยวกู้หนี้ยืมสิน เค้ามาหมุนเวียนค่าใช้จ่ายในร้าน ซื้อยาบ้าง บ้ามั้ยคะ ไม่สมเหตุผลเลยอะ สำหรับเรานะ เมาเหล้าพอรับได้ แต่เมาเม็ดนี่มันก็เกินไป ยาที่ว่านะคะ ยาเม็ดเมาในหมู่คนเล่นยาเรียกว่า อีแดง หรือ ไฟล์ค่ะ แถมราคามันก้อไม่แพง ราคาแผงล่ะ 5000เยนค่ะ 1 แผงมี10 เม็ด( นั้นรู้อีกเรา)

พี่คนรู้จักคนหนี่งเคยเล่าให้ฟังสมัยมาญี่ปุ่นแรกๆ ว่าแกเป็นคนบ้าค่ะ แกถือบัตรว่าแกเป็นโรคจิตอย่างอ่อนๆหรือแรงอันนี้ไม่ทราบ

ดังนั้น แกจะได้ยานอนหลับมาโดยง่าย ไม่ผิดกฏหมาย กินพร้อมเหล้าแล้ว เบลอๆ มันส์ดี ครึกว่างั้นไป

พอแกเริ่มเมา แกจะโว้ยวาย ตำรวจมาจับ หาว่าแกเมายา แกก้อไม่กลัวเพราะถือว่าหมอประเทศคุณจ่ายยามาให้เรา เอาผิดเค้าไม่ได้ นั้น!!!ว่ากะพี่เค้าสิคะ

แล้วแกก้อมีวิธีเอายาแสนพิศดาสค่ะ หมอไม่สั่งยาให้ใช่มั้ย อ๊ะ!!! จับสะ!!! ยืดหน้าอกให้จับสะงั้น

อุตสาห์ดันด้นมาไกลถึงขนาดนี้ ชีวิตมันต้องมีดีขึ้นสิคะ ไม่งั้นการมาที่นี่ก้อเปล่าประโยชย์ ตอนมาด้วยความหวัง อยู่ๆไปความหวังมันหายไปไหนหนอ ความหวังหลงทางเหรอคะ

 ยานอนหลับที่ว่าค่ะ ไฟล์ หรือ อีแดงค่ะ




Create Date : 03 เมษายน 2555
Last Update : 4 เมษายน 2555 19:32:15 น.
Counter : 1877 Pageviews.

4 comment
เมื่อนู๋เห็นเค้าอุ้มขึ้นรถ หายไป
เรื่องนี้เกิดเมื่อสี่ปีที่แล้วค่ะ ระหว่างร้านเลิก
เวลาประมาณตีสามได้
เรากำลังตากผ้าค่ะ สบายๆ สักครู่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พี่ที่ร้านกะเราแอบข้างหน้าต่างชั้นสองดูค่ะ ใครทะเลาะกันดึกๆ ตอนแรกคิดว่าคนเมาตีกัน แต่ภาพที่เห็นเป็น ผู้ชายวัยสี่สิบเศษ กำลังโดยล้อมค่ะ จากกลุ่มไอ้คุณกอ ลองนึกภาพนะคะ มันเป็นซอยเล็กๆ มีตึกขนานทั้งสองด้าน แล้วมีร้านเราอยู่ตรงกลาง ผู้ชายคนนั้น หลงวิ่งเข้ามาในซอย ส่วนไอ้คุณกอใส่สูธดำก้อวิ่งปิดหน้าปิดหลัง มากันเป็นสิบ สักครู่มีผู้ชายตัวใหญ่เดินแหวกเข้ามา หยิบมีดเสียบไปจึ่งๆๆ!!! โอ....พระเจ้าช่วยเลือดไหลจริง ไม่ใช่ถ่ายหนัง ถ่ายละคร เหมือนทุกที หลังจากนั้น มีรถเก๋งถอยมาจอด เปิดท้าย ผลักผู้ชายคนนั้นใส่กระโปรงหลังเฉยค่ะ แล้วรถวิ่งหายไป เหลือไว้แต่ความกลัวของเราสองคน เกิดมาพึ่งเห็นเสียบคนสดๆก้อคราวนี้นิคะ นั้นเราไม่ได้เห็นคนเดียวนะคะ คนเห็นเป็นสิบ ร้านข้างๆก้อแอบกันดู เราเข้าใจว่าพี่กอก้อรู้ว่ามีคนเห็น แต่ไม่กลัวค่ะ เสียบไปแล้วววว

ผ่านไปได้สิบห้านาที พี่ตำรวจพึ่งมา มาปัดหาหลักฐาน พวกเราสันนิษฐานผู้ชายคนนั้นไม่รอดแน่

เนี่ยค่ะ ครั้งแรกที่เห็นปฎิบัติการของพี่กอ รวดเร็วทันใจมาก ไม่ถึงสิบนาที และไม่มีใครกล้าหือ ไม่ใครโทรไปแจ้งตำรวจสักรายยยย ข่าวหนังสือพิมพ์ก้อไม่ออก

วันรุ่งขึ้น ทุกคนใช้ชีวิตตามสะดวกค่ะ
ไม่มีไอ้เส้นเหลืองๆแบบในหนังเอฟบีไอมาคั้นตรงที่เกิดเหตุด้วย ทิ้งไว้แต่รอยเลือดสองสามจุดไว้ณ ที่เกิดเหตุ

ที่ไหนมีอำนาจที่นั้นก้อมีผู้อิทธิพลขาใหญ่


จบแบบไร้สาระค่ะ วันนี้



Create Date : 26 มีนาคม 2555
Last Update : 26 มีนาคม 2555 15:13:16 น.
Counter : 694 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

yoyos
Location :
北鎌倉  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



เบื่อแล้วเหนื่อยกับความรัก ทำไงให้ลืม อยากร้ายๆ อยากวีนให้ได้เหมือนตัวร้ายในละคร มันจะสบายใจขึ้นมั้ย( T_T)\(^-^ ) อยากจะลืม