เกือบโดนลูกหลงไปด้วย เยี่อมคุก
อย่างที่บอกค่ะ เมื่อปีที่แล้วปีหรรษา สาระพัดการเรียนรู้เรื่องแย่ๆมั่งคะ
อะไรไม่เคยคิดจะเกิดก็เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา
ก่อนที่จะแต่งงานเรียนรู้เรื่องใบหย่าเสียแล้ว เพื่อนทะเลาะกับสามีค่ะ ลากเราไปแปลด้วย
ก่อนประสบความสำเร็จ เอาอีกแล้ว ลุงข้างบ้านมาปรึกษาเรื่องบุคคลล้มละลาย
และนี่เอาอีกแล้วค่ะ ก่อนจะรู้กจักคำว่าอิสระ ต้องรู้จักจำคุกเสียก่อนละมั่ง

หลังจากเรียนจบ ตระเวนเดินหางาน สัมภาษณ์งานมาหลายเจ้า
จนได้บรรจุงานที่บริษัทแห่งหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย
ชีวิตทำงานมันต่างจากชีวิตนักเรียนอย่างมาก วันและเวลาว่างทำไมมันเยอะขนาดนี้
แถมเราไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายแบบแต่ก่อนแล้ว
วันๆไม่ต้องมาคำนวนว่า เดือนนี้จะต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ถึงจะพอจ่ายค่าห้อง ค่าเรียน ค่ากินอีก....ต่อไป
เนี่ยแหละชีวิตที่ถาม ในที่สุดชีวิตฉันก้อกลับคืนสู่ปกติ เป็นคนธรรมดาเสียที

ไอ้ความคิดนี้มีอยู่ได้ไม่นาน เอาอีกแล้วค่ะ มนุษย์กิเลสหนาไม่มีคำว่าพอ
ตื่นเจ็ดโมง ทำงานเก้าโมง เลิกงานหกโมง หลังจากนั้นก้อว่างยา~ว นอนตีสามค่ะ
เวลาว่างมันเยอะไปเปล่าค่ะ ช่วงแรกๆคิดว่าดีค่ะ พยายามหาไรทำ ไปยิมบ้าง กินข้าวกับเพื่อนที่ทำงานบ้าง
หลังๆเพื่อนญี่ปุ่น ท่านทั้งหลายก้อเริ่มหาย ไม่ได้หายไปไหนหรอกนะคะ
เค้าก้อมีครอบครัว มีภรรยาลูกน้อยกันทั้งนั้น จะมาเที่ยวเตร่กับเราก้อใช่เรื่อง ต่างก็ให้ความเคารพ และเกรงใจภรรยากันทั้งนั้น

สรุปเราอยู่คนเดียวอีกแล้ว จากดูทีวีเปลี่ยนไปช่องนั้นที ช่องนี้ หัดทำกับข้าวบ้าง วาดรูปบ้าง ชีวิตมันเริ่มเหงาค่ะ ขากลับบ้านเริ่มแวะห้างบ้าง แวะบ่อยๆก้อเปลื่องตังค์ เปลี่ยนจากแวะห้างมาเป็นร้านนวด จากแวะนั่งวันละชั่วโมงเป็น สอง สาม สี่ชั่วโมง

ข้อดีของการนั่งเล่นร้านนวดนะคะ คือประหยัดค่ะ ประหยัดค่าแอร์ที่บ้าน อาหารการกินสมบูรณ์ มีเพื่อนคุยเพื่อนเล่น เราเริ่มแวะไปร้านเพื่อนบ่อยๆ นั่งนานเข้า พอแขกล้นที เค้าก้อให้เราช่วยนวดบ้าง หาเงินเข้ากระเป๋าอีกทางหนึ่งค่ะ

จนกระทั่ง ป้าคนรู้จัก อายุราวๆ50กว่าได้แล้ว ป้า...แกแต่งงานกับคนญี่ปุ่น มีลูกทั้งที่ไทยและญี่ปุ่นค่ะ อยู่ที่นี่มานานเกือบยี่สิบปีได้

เคยทำงานนวดอยู่ร้านเดียวกันกับแกมาก่อน ที่นี้แกเปิดร้านแกเอง อยู่กันสองคนกะหลานสาว

วันนั้นแกโทรมาขอร้องให้เราไปช่วยแกหน่อย ระหว่างที่หลานสาวแกบินกลับเมืองไทยเป็นเวลาสองสามอาทิตย์ค่ะ

แกว่าให้เรามาตอนเย็นๆก้อได้ แล้วเที่ยงคืนกลับ เดี๋ยวดึกๆแกลุยเองค่ะ ช่วงนี้แกเหนื่อย พึ่งไปให้น้ำเกลือมา หอบแกออกบ่อยค่ะ แกทำงานไม่ไหว

ไอ้ขี้สงสารบวกเงินลอยมาตรงหน้าเนี่ยละค่ะ ทำให้เราตอบตกลงไป

ร้านแกเป็นร้านเล็กๆค่ะ มีสามเตียง เหมือนร้านนวดแผนไทยทั่วไปในกรุงเทพ พื้นๆไม่ได้ตกแต่งไรมากนัด

แต่การแต่งตัวป้าเนี่ยสิคะ กินขาด คนละคนกับเมื่อสามปีที่แล้วที่เรารู้จักเลยค่ะ แกแต่งตัวเซ็กซี่มาก ใส่กระโปรงสายเดียวสั้นเหนือเข่า ด้านหน้าเว้าเป็นรูปตัววีลงมาถึงหน้าอก แต่งหน้า ติดขนตา ใส่วิกผมเกียวสี้น้ำตาลทอง โห!!... แม่เจ้าโว้ย เราตกใจกะชุดนวดแกค่ะ แกว่ามันเป็นความสุขแก แกชอบแต่งตัวเซ็กซี่ค่ะ อันนี้ไม่ว่ากัน

ถ้าปล่อยตัวให้เหี่ยวแล้ว แขกที่ไหนจะมานวดกับแก แกถือแกดูดี คนมองก้อผ่อนคลายไประดับหนึ่งค่ะ ร้านแกนวดหนัก รวดรักษา ใครปวดเอวปวดไหล่ มานวดกะแกรับรองค่ะ ดีขึ้นทันตาเห็นเลย ถ้าแขกเบื่อแก่ๆอยากได้สาวๆก็มีหลานสาวให้เลือกค่ะ เห็นว่านวดเก่งเหมือนกันค่ะ

อาทิตย์แรกที่ไปทำ

ป้าแกใจดีหรือเหนื่อยไม่ทราบ แขกมากี่คนก็ยกให้เรานวดหมด ไอ้เราก้อชอบดิค่ะ เงินทั้งนั้น

แต่มันจะเริ่มแปลกตรงที่ว่าบ้างวันเราเลิกงานแหละ จะเข้าร้านแล้ว แต่แกโทรมาว่า "อย่าพึ่งเข้าไปเดินเล่นก่อนชั่วโมงหนึ่งสิ " ไม่ก้อ " แขกป้ามา ออกไปเดินเล่นไป๊ เดี๋ยวป้าโทรตาม " ก้อมี เราเริ่มแปลกใจ ทำไมไล่เราบ่อยจังหนอออ

ตอนแรกเข้าใจว่ากิ้กแกมา แกอยากอยู่กะกิ๊กสองต่อสองก้อว่างั้น พึ่งมาถึงบ้านอ้อ ก้อดูดิคะ วันหนึ่งไล่ให้ไปเดินเล่น2-3ครั้ง แหมกิ๊กจะรักจะหลงไรขนาดนั้น แกเลยเฉลยเรามาว่า ร้านแกมีบริการอย่างว่าด้วยนิคะ

ป้าแกเล่าว่า แกแก่แล้ว จะไปสู้สาวๆก้อไม่ได้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ แกก้ออยู่ไม่ได้ สามีหาเงินมา ก้อไปลงกับปาจิโกะเสียหมด ลูกก้อยังเล็ก ทำเพื่อปากเพื่อท้องค่ะ ถึงโดนตำรวจจับเข้ามาจริงๆก้อ ผิดไม่มาก ให้สามีมาประกันตัวออกก้อจบ พูดเหมือนเรื่องง่ายๆค่ะ ชิวๆไปสะงั้น

เราก้อเข้าใจนะ การแต่งงานมาอยู่ญี่ปุ่นเนี่ย มันเหมือนถูกหวยก้อว่าได้ เลือกสามีดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ แต่ว่าทำไมต้องไปนวดไอ้นวดอย่างว่าด้วย มันเกี่ยวกันตรงไหนคะ คุณป้าขา นวดดีแขกมันติดเดี๋ยวมันก้อกลับมาเอง ป้าแกตอบเรามาว่า "ร้านนวดเกิดกันไวยังกะดอกเห็ด ไม่ใช่ร้านป้าร้านเดียวสะที่ไหน ร้านอื่นก้อมี ร้านxxxก้อมี ร้านนี้xxxก้อมี แขกก้อเอามาพูดกันเยอะแยะ " บังเอิญชื่อที่พูดมาเรารู้จัก เราเถียงไปว่าร้านเพื่อนนู๋ไม่มี ป้ารีบตอบกลับมาว่า" แล้วเวลาเค้านวดเค้าเรียกเราเข้าไปดูด้วยมั้ย เค้าอยู่กันสองต่อสองในห้อง เค้าจะทำไรก้อได้ช่ายมั้ย เราเข้าไปดูด้วยหรือไง" นั้น!!!เอาเราสะเงียบ เถียงไม่ออกค่ะ ตอนนั้นนะ นึกมาในใจว่า เอาอีกแล้ว ซ ว ย อีกแล้วตู หาเรื่องอีกแล้ว ถ้าดันแจ็คพ็อตตำรวจขึ้นทำไง ตูไม่โดนเข้าไปด้วยหรือนี่ ที่นี่ไม่ปลอยภัยอย่างแรง

วันถัดไป

เรามาขอป้า "ให้หาคนอื่นมาอยู่แทนเหอะ นู๋คงช่วยไม่ได้อะ นู๋เข้าใจว่าป้าเหนื่อย ไม่ค่อยแข็งแรง แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น นู๋จบเลยนะคะ กลับไทยอย่างสถานเดียว แล้วจะบอกแม่นู๋ว่าอย่างไงคะ "

ป้าแกช่างขอค่ะ ขอให้เราอยู่ต่อจนกว่าจะหาเด็กมาแทนได้ค่ะ พร้อมอธิบายด้วยว่าร้านแกปลอยภัย ร้านแกพึ่งเปิดมายังไม่ถึงปี ตำรวจไม่ขึ้น ตำรวจต้องสืบกันมาเป็นปี ต้องมาลองนวดแล้วหลายครั้ง ถึงจะขึ้นค้น แล้วแกเลือกคนทำ แกทำกับลูกค้าเก่าๆของแกเท่านั้น อยู่ช่วยป้าก่อนนะ แขกดีเรานวด แขกอย่างว่าป้านวดเอง

นั้น!!!เอากับป้าแกดิค่ะ แกขอให้เราอยู่ต่อ ป้าแกตื้ออยู่นั้นแหละ "ช่วยป้าหน่อยนะ ช่วยป้าหน่อยนะ " เราไม่รู้จะปฏิเสธแกยังไง เลยหาวิธีหนีแกโดย ขอแกไปนั่งรอร้านเพื่อนแทน แขกล้นค่อยเรียกเราละกัน จริงๆแอบหวั่นอยู่ในใจ อย่ามาเรียกเราบ่อยนะ อย่ามา ซ ว ย ตรงเรานะ แต่โชคดียังดีค่ะ ไม่กี่วันก้อมีคนแนะนำเด็กใหม่มาให้ จากนั้นเราก้อไม่กล้าไปเกี่ยวข้องกะแกอีกเลยค่ะ ไม่อยากเสี่ยง

แต่เชื่อมั้ย หลังจากที่ออกมาได้อาทิตย์นึ่ง ตำรวจขึ้นค่ะ
พี่คนที่พึ่งเข้ามาใหม่โทรมาบอกเราว่า ตำรวจขึ้นเมื่อวาน เธอเล่าว่า เธอไม่แน่ใจว่าเธอนวดตำรวจหรือเปล่า หลังจากเธอนวดเสร็จ แขกกลับไป ตำรวจก้อกดกริ่นเข้ามาทันทีค่ะ นายตำรวจสี่ห้าคนเบียดเสียดเข้ามาในร้านเล็กๆ พร้อมล่ามหนึ่งคนค่ะ

เธอว่า ตอนแรกเธอก้อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ปฏิเสธใช่มั้ย งั้นเชิญไปโรงพักค่ะ เมื่อเชิญไปโรงพัก เค้าจับสอบแยกค่ะ สอบตัวต่อตัว ได้สักครู่ใหญ่ก้อมีตำรวจเดินเข้ามาค่ะ บอกว่า ฝั่งป้าเค้ายอมรับแล้ว ว่าเค้าชักแขกค่ะ พี่เค้าได้ยินอย่างนั้น เค้าก้อกลัวดิค่ะ และป่วยการด้วย ที่เค้าจะยืนกระตายขาเดียวว่า ไม่ได้ทำ งั้นเป็นว่ายอมสารภาพแต่โดยดีค่ะ

นั้นฝั่งนี้สารภาพใช่มั้ยคะ ตำรวจก้อไปไซโคฝั่งป้าต่อค่ะ ว่าฝั่งนั้นสารภาพแล้ว แต่ยังเป็นโชคขอพี่เค้านะคะ ที่ป้าแกขอรับความผิดแต่เพียงผู้เดียวค่ะ ป้าแกสารภาพว่าสั่งให้ผู้หญิงทำเพราะสงสารผู้หญิงค่ะ ผู้หญิงพึ่งหย่ากับสามี ลูกยังเล็ก ครอบครัวที่เมืองไทยยังลำบาก ความรู้ก้อไม่มี ภาษาญี่ปุ่นก้อไม่ได้ ไม่มีทางไหนหาเงินได้ นอกจากทางนี้แล้ว

เมื่อป้าสารภาพ เรื่องเป็นอันว่าจบค่ะ ตำรวจปล่อยตัวพี่ออกมา


พี่แกก้อไม่รู้จักใครค่ะ พึ่งเข้ามาอยู่เมืองนี้ไม่นาน ก้อได้เรื่องสักแล้ววว แกไปหาเบอร์เราจากที่ไหนไม่ทราบ แกโทรหาเรา ว่าป้าโดนจับแล้ว ไปเยี่อมป้ากันเหอะ พี่เป็นห่วงป้า พี่พูดภาษาไม่ได้ หลานสาวแกไม่ยอมไปด้วย ไปเป็นเพื่อยพี่หน่อยนะ

เอาอีกแล้ว ทำไมเป็นเราอีกแล้ว เมื่อไปถึงโรงพักที่พี่โดนสอบเมื่อวานนี้ มันเป็นเวลาบ่ายไปแล้ว เข้าพบไม่ได้

ตำรวจอธิบายว่า เรื่องมันยังใหม่ ต้องรอก่อนสองสามวัน หลังจากนั้นถึงเข้าเยี่อมได้ ก่อนเข้าพบต้องมีการโทรมาจองล่วงหน้าก่อนค่ะ โรงพักมีกฏว่าพบได้วันละครั้ง ครั้งละสามคน จันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น

อ้าว???เยี่อมได้วันละครั้ง งั้นเราก้อไปแย่งสามีแก ครอบครัวแกสิ เมื่อโทรติดต่อไปทางสามีแกค่ะ ทางสามีขอไม่รับรู้เรื่องไรทั้งสิ

อ้าวแล้วไง??ใครช่วยแกออกมานิ ...พอถามถึงเรื่องทนาย ทางสามีแกก้อว่า ป้าแกไม่ยอมใช้ทนายอีก

โห!!!แล้วอย่างนี้จะออกมาได้มั้ยเนี่ยย

ระหว่างที่คิดกันไม่ออก กิ๊กป้าติดต่อเข้าทางมือถือพี่ว่า แกทราบข่าวจากหลานสาวป้า แต่หลานสาวไม่กล้าไปเยี่อม กำลังต่อวีซ่า กลัวมีปัญหาค่ะ กิ๊กป้าว่าแกไม่โกรธเรื่องที่ป้าปิดบังว่ามีครอบครัว แกเข้าใจ กิ๊กป้าวานให้เราสองคนไปบอกป้าด้วย ว่ายังไงก้อจะช่วยให้ออกมาค่ะ

เมื่อกลับถึงบ้านค่ะ เราโทรศัพท์ปรึกษาเพื่อนคนญี่ปุ่นว่า ถ้าเราจะไปเยี่อมจะมีปัญหามั้ย หลานสาวป้าแกยังกลัวมีปัญหาเรื่องวีซ่าเลย แล้วเราละจะมีปัญหามั้ย เพื่อนว่าเราไม่ได้ทำไรผิดจะไปกลัวทำไม ไปช่วยเค้าไป และเพื่อนญี่ปุ่นแสนดีคนนี้นั้นแหละ ยังไปหาขอมูลมาให้ว่า ให้โทรไปจอง แล้วบอกเวลาไปตามที่เราสะดวก ไปกี่คน พร้อมแนะว่าถ้าจะให้ดี ให้หาหนังสือไปให้ป้าด้วย เพราะในนั้นว่างมากค่ะ(ทำให้เราแอบคิด ว่าเพื่อนเราเคยติดคุกมาเปล่าหนอ)


ไม่ใช่เรื่องเราค่ะ แต่ลางานมาเรียบร้อย

พอถึงเวลานัดค่ะ พี่คนนั้นไม่มาอ๊าาาา บอกว่าติดธุระ สรุปฉานต้องไปคนเดียวนะเหรอ ลาก้อลามาแล้ว หนังสือก้อขนมาให้แล้ว อ๊ะ!!ไปคนเดียวก้อได้

เมื่อไปถึงค่ะ โดนเรียกเข้าสอบด้วยค่ะ ใจเต้นไม่ค่อยดีเลย พอเข้าไป มันเป็นห้องเล็กๆ เก้าอี้สองตัว โต๊ะตัว ตำรวจถามเราว่า เราเป็นไรกับผู้ต้องหา เราว่าเพื่อนค่ะ แล้วทำงานที่นี่มั้ย ด้วยความซื่อบือค่ะ เราตอบว่า เคยทำ ไปช่วยเค้าอาทิตย์กว่าได้ งั้นโดนถามอีกค่ะ เคยโดนสั่งให้ ชักแขกมั้ย เราตอบไป ไม่เคย แล้วมั่นใจด้วยป้าไม่สั่งให้เราทำด้วย ตำรวจก้อไม่ยอมแพ้ค่ะ มาไซโคเราต่อว่า เค้าว่าเค้าสั่งเธอทำด้วย มีชื่อเธอด้วยนะ ดูดิค่ะ ตำรวจหลอกกันสะอย่างนี้ ก้อบอกแล้วไง ว่าไม่ไง ถามซ้ำไปซ้ำมาสักสิบนาทีได้ค่ะ แต่ละคำถามกวนๆทั้งนั้น พยายามกล่าวหาว่าเราทำ เพื่อให้เรายอมรับให้จนได้ เมื่อตำรวจพอใจกับคำตอบก้อปล่อยเราไป ก่อนออกจากห้อง ยังลาเราว่า เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก แต่เราปากไว รีบตอบกลับไปว่าคงไม่เจอแล้วแหละ ไม่มีความจำเป็น

ออกจากห้องสอบค่ะ ถึงคราวต้องไปเยี่อมป้าแล้ว ที่คุกขังอยู่ในบริเวณเดียวกันค่ะ แต่อยู่ตัวตึกด้านหลัง ซับช้อนเอาเรื่องอยู่ค่ะ

เมื่อไปถึงบอกชื่อผู้ที่ต้องหาที่ต้องการพบ กรอบใบขอพบ แสดงบัตรต่างด้าว ส่งหนังสือให้เจ้าหน้าที่ตรวจ รอพบ

บรรยากาศห้อง ห้องสีเหลี่ยมเล็กๆ มีผนังพลาสติกใสกั้นตรงกลาง โต๊ะยาว เก้าอี้เรียงแนวขนานกันสามตัว ผู้คุมหนึ่งคนยืนอยู่มุมประตูฝั่งผู้ต้องหาค่ะ เหมือนในหนังฝรั่งที่เราดูนั้นแหละค่ะ แต่ไม่ใช้โทรศัพท์คุยกันก้อเท่านั้น

เมื่อเจอป้า

ผู้คุมสั่งให้นั่งเก้าอี้ตรงกลาง สั่งห้ผู้ภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่เราสองคนดื้อ เดี๋ยวก้อพูดภาษาไทยอีกแล้ว โดนดุมาหลายอยู่

ป้าเล่าว่า โดนข้อหาค้าบริการในร้านและสั่งเด็กให้ชักแขกค่ะ ( ซึ่งเรามาทราบทีหลัง ตอนแกออกมาแล้วว่า หลานแกนั้นแหละที่ทำอย่างว่าในร้านค่ะ แกว่าถ้าแค่ชักกันในร้าน คงไม่โดนขึ้นไวขนาดนี้ แต่ว่ามีการค้าบริการในร้าน ตำรวจเลยปล่อยไม่ได้ และแกรู้เห็นเต็มใจด้วยกับหลานสาวแก สาเหตุเพราะจะรีบหาเงินไปไถ่บ้านที่เมืองไทย แกเลยปิดหูปิดตา ไม่รู้สะงั้น เรื่องหลานแก มันจับไม่ได้คาหนังคาเขาเลยรอดข้อกล่าวหานี้ไป แกรับสารภาพแค่เรื่องชักแขกในร้านเท่านั้น เนื่องจากมีพยานคือตำรวจที่ปลอมตัวมา กับวีดีโอที่ถ่ายไว้ค่ะ)

เนื่องจากเป็นครั้งแรก โดนค่าประกันไปหนี่งล้านเยนค่ะ กิ๊กแกรวยขนเงินมาช่วย ปัจจุบันยังเปิดร้านทำงานปกติ แต่เพราะเรากลัวเราเลยหนีห่างโดยทันที

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เอาอีกแล้ว พอไปไหน ทุกคนก้อถามค่ะ ว่ารอดมาได้ไง วันที่ตำรวจขึ้น ไม่โดนไปด้วยเหรอ พอเราบอกว่า เราแค่ไปช่วยเค้า เค้าได้เด็ก เราก้อออก ทุกคนก้อว่าเราโชคดี แต่สำหรับเราแล้วมันโชคร้ายค่ะ โชคร้ายที่หลงเข้าไปทำสิคะ โดนหาว่าทำกับไปด้วย ตอนนี้มาแก้ตัวให้ดูดี ใครจะเชื่อ อยู่ร้านเดียวกันนิเนอะ อยากบอกว่าอย่างอายค่ะ คือถ้าทำจริงคงไม่อายเท่านี้ เพื่อนสนิทพยายามแก้ตัวให้ว่า อย่างเราไม่มีทางทำอยู่แล้ว ถึงจะอธิบายไปคือคนอื่นรับฟังนะคะ แต่สายตาที่มองมันไม่เชื่ออะ

ตราบบาปอีกแล้วววเรา จากเด็กเกือบดีที่เคยสะสมมาก้อโดนเข้าไปด้วย เคยคิดนะคะว่าใครดีกับเรา ถึงเค้าจะเป็นไร เป็นไงก้อไม่เป็นไร สำคัญที่เค้ายังดีกันเรา เราก้อจะดีกลับเค้า มันชักผิดไงไม่รู้ จริงๆค่ะที่ดีกับเรา เราก้อดีตอบ แต่ถ้าทำในสิ่งที่ไม่ชอบไม่ดีไม่งาน เลี่ยงได้ก้อควรเลี่ยงค่ะ คบในระดับหนึ่ง เพราะชื่อเสียง ความไว้ใจที่สะสมมาพังตรงนี้ก้อไม่งามนะคะ

ทราบว่าคนไทยลืมง่ายค่ะ แต่กว่าจะลืม นู๋ไม่เหม็นไปถึงไหนแล้วเหรอคะ




Create Date : 25 มีนาคม 2555
Last Update : 27 มีนาคม 2555 17:15:23 น.
Counter : 769 Pageviews.

8 comments
  
บทเรียนราคาแพงเลยน่ะค่ะเนี่ย อย่าเพิ่งคิดมากเลยน่ะค่ะแค่ตัวเราเข้าใจตัวเราดี จิตไม่ตกก็โอเคแล้ว สู้ๆ
โดย: ยัยน้ำตาลเปรี้ยว วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:3:00:50 น.
  
พยายามหาคลับอะไรทำหลังเลิกงานมั๊ยคะ ฟังเรื่องที่คุณเล่ามาแต่ละอย่างแล้วน่าหวาดเสียวมากๆค่ะ รักตัวเองก่อนนะคะ อย่าพึ่งรักคนอื่น

โดย: มารน้อยไร้สังกัด วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:3:40:22 น.
  
อ่านไปอ่านมาแล้วก็เพลิน แต่ว่า มันมีข้อเตือนใจที่ว่า อย่าหลงเชื่อในคำพูดคนอื่น (นี่ขนาดคนไทยด้วยกันนะค่ะ)

เราว่าหลังเลิกงานก็เดินเล่น หรือไม่ก็ ออกกำลังกาย เพื่อทำให้เราสดชื่นพร้อมรับวันใหม่ในการทำงานดีกว่านะ อีกอย่างนั่งเขียนประสบการณ์เรื่องราวให้อ่านในบล็อคด้วยดีกว่านะค่ะ สู้สู้ค่ะ
โดย: Ooy1_chan วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:6:14:31 น.
  
ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วง
พอคิดว่าช่วยได้ก้อช่วยไป โดยไม่ได้ไตร่ตรองว่าจะมีผลกระทบไรภายหลัง มันเลยได้ผลมา แบบนี้แหละค่ะ

ตอนนี้หนีห่างคนไทย ปลีกวิเวกมาอยู่คนเดียวแล้วค่ะ

มีเพื่อนนั่งหน้าจอแทน เพื่อนตัวเป็นๆแล้วค่ะ

ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ


โดย: yoyos วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:15:26:41 น.
  
อยู่คนเดียวเหงา เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ
โดย: jinrikky IP: 182.249.37.74 วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:17:03:37 น.
  
คิดง่ายๆเราอย่าทำอะไรที่ผิดดีกว่า คนต่างชาติมาอยู่บ้านเรา เราก็ไม่ชอบที่เขาทำผิดกฏหมายเหมือนกัน เงินที่ได้มามันร้อน ชีวิตร้อนตามด้วย
โดย: fongiles IP: 171.4.209.70 วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:17:45:53 น.
  
่น่าเห็นใจค่ะ คนดีพระเจ้าย่อมคุ้มครอง แต่ถ้าประมาทไม่ระมัดระวังก็ไม่แน่ ด้วยความใจอ่อนพอโดนมาก็ไม่คุ้มเลยนะคะ ทางที่ดีมีเพื่อนได้พอหายเหงาแต่อย่าไปคลุกคลีอะไรกับใครให้มากความ ชีวิตคนไทยในต่างแดนพอถึงคราวลำบากจริงๆก็ตัวใครตัวมัน ดูอย่างคนที่นัดกันดิบดีจะไปกับคุณเค้าคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณแต่ก็ยังหลอกให้คุณไปคนเดียว แสบไส้จริงๆแต่ละคน คุณทำดีที่สุดแล้วละค่ะ เพราะในโลกนี้ถ้าไม่มีคนอย่างคุณยัยป้าแกคงลำบากและครอบครัวลูกๆแกคงลำบากด้วยทั้งที่อยู่เมืองไทยและญี่ปุ่น
โดย: นิด ฮาว IP: 122.154.122.2 วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:2:07:44 น.
  
ไม่น่าเชื่อ มาหลงติดกับบล็อกนี้จนดึกดื่นไม่ยอมหลับนอน กะจะอ่านแค่เรื่องเดียว ก็เป็นเลือกอ่านที่น่าสนใจ เอาไปเอามาไหงอ่านซะหมดทุกเรื่องเลย
โดย: นิด ฮาว IP: 122.154.122.2 วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:2:38:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

yoyos
Location :
北鎌倉  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



เบื่อแล้วเหนื่อยกับความรัก ทำไงให้ลืม อยากร้ายๆ อยากวีนให้ได้เหมือนตัวร้ายในละคร มันจะสบายใจขึ้นมั้ย( T_T)\(^-^ ) อยากจะลืม