เมื่อคนสนิทกลายเป็นขโมย ขึ้นบ้านนู๋
หลังจากที่เคยเป็นหนี้คุณกอมาแล้ว
คราวนี้เอาอีกแล้วค่ะ ขโมยขึ้นบ้าน

ความจริงใจ หาได้ยากในญี่ปุ่น เห็นจะจริงค่ะ
หลังจากตามน้าคนพี่ออกมา เราก้อหางานใหม่ทำ ได้ในไม่ช้า
เป็นร้านของพี่คนรู้จัก ทุกอย่างดำเนินปกติ

สี่ปีที่แล้ว
ร้านนวดในญี่ปุ่นยังน้อย แขกยังมีมากกว่าร้านมั่กๆ

แต่ละร้านก้อมีจุดขายของตนเอง
เช่น นวดไทยนวดจริงนวดหนักมีแต่รุ่นเดอะ บ้างร้านมีเด็กมาเป็นแนวเสริม บ้างร้านป้าน้านวดไม่ทะลึงแต่แอบเสียว บ้างร้านก้อทะลึ่งเป็นที่รู้กัน

ร้านที่เราอยู่เน้นความเป็นเด็กค่ะ พี่ในราวสามสิบต้นๆ ในสมัยนั้น เรียกว่าสุดยอดแล้ว สาวๆหายากมากกกกค่ะ
ดังนั้นร้านเราค่อยข้างบูมในสมัยเปิดๆแรก
เค้าว่าสาวๆในร้าน ทำเงินตกเดือนละ ห้าแสนหกแสนกว่าเยน (ตีเป็นเงินได้ก้อเกือบสองแสนได้มะ) ไม่ได้เวอร์นะคะ ตอนนั้นพวกพี่ๆเค้าใช้ฝีมือ กับคารมณ์กันจริงๆค่ะ

แขกที่มานวด มีจำพวก ป่วยเมื่อยจิง แบบมาหลีสาว แบบขี้เหงามาหาเพื่อน แบบตามหารักแท้ในร้านนวด แบบรักเมืองไทย และแบบมาหลอกเกาะสาวไทย

ตอนเข้ามาใหม่ๆเงินดีมาก
เป็นช่วงอดทน อย่างแรง จากนู๋อนามัยนอนสี่ทุ่มมาเป็น ยายอดทนนอนตีสามค่ะ

เช้าตื่นเจ็ดโมง นั่งรถไฟไปเรียนในโตเกียวชั่วโมงครึ่ง เลิกเรียน สามโมงครึ่งบ้าง ห้าโมงบ้าง นั่งรถกลับมา ทำงานถึงตีสอง อาบน้ำ ตีสามนอนค่ะ ทำอย่างนี้ได้หนึ่งอาทิตย์ก้อเกิดเหตุขโมยขึ้นบ้าน

ไม่ใช่ขโมยที่ไหนหรอกค่ะ
น้าคนพี่นั้นแหละค่ะตัวดี

ตั้งแต่เราออกจากร้านน้องสาวแกมาด้วยกัน เราก้อแยกงานกัน ทำคนละที่ เพราะไม่มีที่ไหนรับเด็กทีสองคนค่ะ ด้วยเหตุผลนี้ แกก็เลยถือโอกาสแยกตัวออกมานอนร้านนวด ที่แกทำอยู่ แต่ด้วยความสนิทสนมกัน เราก้อยังคงติดต่อกันเหมือนเดิม เรายังไปหาแก กินข้าวนั่งเล่นที่ร้านแกบ่อยๆ

หนึ่งอาทิตย์ก่อนเกิดเหตุค่ะ เราไปหาแกที่ร้านใหม่ แกก้อดี คืนกุญแจห้องเรามา แต่เราสิ ดันเผลอลืมกุญแจ ไว้บนตู้เย็นร้านแกเข้า
เราจำได้ค่ะ เราโทรไปย้ำ ให้เพื่อนเก็บกุญแจเราด้วย เพื่อนก้อแสนดี วางไว้ที่เดิม บนหลังตู้เย็นนั้นแหละ

อาทิตย์ถัดไป ตอนบ่ายโมงเศษๆได้ แกโทรถามเราว่า เราอยู่ไหน
เราตอบกลับไปว่าวันนี้มีกีฬาสีค่ะ กลับบ้านช้าค่ะ
แกก้อวางสายไป ทุกอย่างปกติค่ะ

มาสะกิดใจตอนเช้าวันถัดหลังกีฬาสี
จะเอาเงินค่าแรงใส่กระป๋อง หาเท่าไหร่ก้อไม่เจอ กระป๋องมันหาย
มันหายไปได้ไง เมื่อวานเช้าอะ!ยังเก็บไว้ตรงนี้อยู่เลย!?!
เริ่มโวยวาย ไรอะเงินค่าแรงฉานนน แสนสี่เยน หายไปไหน !!!!

โทรไปหาน้าคนแรก แกรีบมาทันที แกว่าสงสัยขโมยขึ้นบ้านแน่
แต่บ้านนู๋อยู่ชั้นเจ็ดนะคะ ขโมยที่ไหน จะปีนขึ้นมา ของอย่างอื่นอยูคบ หายแต่กล่องเงิน มันจะรู้ได้ไง ว่านู๋เอาเงินแอบไว้ที่ไหน น้าไปแจ้งตำรวจกันนะคะ
แต่แกตอบกลับมาว่า ตำรวจไม่รับแจ้งหรอก เรื่องของต่างชาติ แล้วเราเป็นนักเรียนด้วย ยุ่งยากเปล่า ถือว่าฟาดเคราะห์ละกัน

"เนี่ย!!เงินนู๋หายไป ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจเหรอคะ แล้วประเทศนี้มีตำรวจไว้ทำไมอะคะ " เราค้านขึ้นมา ใจเราเริ่มเอ๊ะขึ้นมาว่า ทำไมห้ามเราไปแจ้งตำรวจนะ เพราะเราเป็นต่างชาตินะเหรอ เพราะเราเป็นนักเรียนนะเหรอ ตำรวจญี่ปุ่นไม่คุ้มครองเรานะเหรอ เหตุผลฟังไม่ขึ้นอ๊าาา!!!

สักครู่สามีแกก้อโทรมา แก้ทำเนียนค่ะ แกเล่าเรื่องว่า ขโมยขึ้นบ้านเรา แต่ที่แปลก สามีแกย้ำอยู่นั้นแหละว่า"ไม่ได้เอาไปใช่มั้ย ไม่ได้เอาไปใช่มั้ย" แกก้อยืนยันว่าไม่ได้เอาไป

พอเราได้ยินอย่างนั้น เราก้อเริ่มเอาบ้างงง
"น้าาาา นู๋จะไปแจ้งตำรวจอะ เงินนู๋หาย "
น้าคนพี่ รีบตอบทันทีเลย
" น้าไม่เอาด้วยอะ มันยุ่งเดี๋ยวมีปัญหาถึงเจ้าของบ้าน ถ้าเค้ามาไล่เราออกไป แล้วเราจะไปอยู่ไหน ยังไง เค้าก้อไม่ไป ไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากขึ้นโรงพักเสียเวลาเค้า อีกอย่าง บ้านนี้ก้อเป็นชื่่อเค้าตอนเซ็นต์สัญญาเช่า ถึงเราจะจ่ายเงินก้อเหอะ ถ้าเค้าไม่อุนญาติ ตำรวจก้อเข้ามาค้นไม่ได้ "

เล่นพูดแบบนี้ นู๋จะเอาอะไรไปสู้ละคะ พึ่งมาได้ปีกว่าๆจะหาเรื่องไปโรงพักเสียแล้ว จะหาใครช่วยดี ใครๆก้อไม่รู้จัก น้าคนพี่ ก้อเล่นพูดปิดทางนู๋เสียแล้ว เอาไงดี ไม่มีหลักฐานกล่าวหาใครไม่ได้อีก

ในเมื่อเรามั่นใจว่าน้าคนพี่เอาไปแน่ มันแปลกเยอะใช่มั้ยคะ ?
ตัวเองเป็นที่พึ่งตัวเองค่ะ งั้น...สืบเองก้อได้!!!

เริ่มจาก เราโทรไปหาเพื่อน ที่ทำงานร้านเดียวกับน้าคนพี่ ถามถึงเรื่องกุญแจที่ฝากไว้ ผลก้อคือ กุญแจมันแอบไปเดินเล่นเองได้ค่ะ เพื่อนว่าเมื่อสามวันก่อนจู่ๆมันก้อหายไป และจู่ๆมันก้อกลับมา เพื่อนยังนึกเอ๊ะใจเลยว่าเรามาเอาแล้ว

คำจากปากเพื่อนคนเดิมอีกนั้นแหละ เพื่อนเล่าว่าน้าคนพี่ แกมาทำฟอรม์บ่นเรื่องขโมยขึ้นบ้านเรากับเพื่อนเรา. แถมบ่นว่าเราเก็บกล่องเงินไม่ดี วางไว้ใต้เตียง ใครเห็นก้อเอาไปดิ ไม่แปลกที่ขโมยจะไม่ขโมยไป....นั้นแหละแปลกค่ะ รู้ได้ไง ว่าเราเก็บใต้เตียง ธรรมดามันมันถูกเก็บไว้ที่ชั้นวีดีโอค่ะ แต่เช้าวันกีฬาสี เราตื่นสาย เราเปิดกล่องหยิบตังค์แล้วแอบมันไว้ใต้เตียง คนธรรมดาไม่รู้แน่นอนนนน

รายการต่อไป เราขอเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณลิฟท์ มันเป็นอย่างที่เราคิดค่ะ หลังจากที่น้าแกโทรมาหาเราได้สิบนาที แกก้อมาปรากฏตัวอยู่หน้าลิฟท์ และลิฟท์ไปจอดที่ชั้นเจ็ดค่ะ หายไปประมาณสิบกว่านาที แกก้อหิ้วถุง พลาสติกหัวโผล่ออกมาเป็นกล่องใส่เงินเราชัด เราเห็นๆๆๆ นั้นของฉานนนน

เมื่อเห็นคาตา เราโทรถามแกว่า
เราเห็นแกจากกล้องวีดีโอ ถือถุงพลาสติกใส่กล่องเงินเรา
ดูแกแก้ตัวนะคะ
แกตอบเราว่า มาหาเรา นึกได้ว่าเราไม่อยู่ เลยกลับ
พอถามซักไปว่า แล้วขึ้นลิฟท์หายไปสิบนาทีมันหมายความว่าไงคะ
แกตอบว่าไปเคาะประตูแล้วไม่ตอบ เลยสูบบุหรี่อยู่ตรงทางหนีไฟ

(ตอนนั้นได้แต่คิดเถียงในใจนะคะว่า น้าเป็นอัลไซเมอร์เหรอคะ ก่อนหน้าน้ามา น้าก้อ โทรมาหานู๋ไปทีแล้ว สิบนาทีผ่านไป น้าก้อมาโผล่หน้าห้องนู๋เนี่ยนะ บ้าไปเปล่า ได้แต่คิดนะคะ ไม่กล้าพูด ไม่เก่งจิงค่ะ )

พอถามเรื่องถุง แกก้อแฉตอบไปว่า กระเป๋ามันตุงและหนัก เลยหยิบถุงมาหิ้ว นั้นมีคำตอบเสียไปทุกข้อ พาลมาโกรธเราอีก ที่มากล่าวหาแก

ทางเลือกสุดท้าย เราไปปรึกษาน้องสาวแกค่ะ คำที่ได้มาว่า น้ายุ่งไม่ได้ ถ้ายุ่งก้อทะเลาะกันเปล่า เค้าไม่ยอมหรอกพี่สาวน้าอะ แล้วเค้ามีนิสัยลักเล็กขโมยน้อยถึงมากๆมานานแล้ว

อ้าวววว แล้วเงินค่าเทอมนู๋ทำไงละคะ แห้ววววหรือนี่
ตอนนั้นโง่จริงๆค่ะ มืดไปสิบด้าน ไม่รู้จะไปหาใครให้ใครช่วย ภาษาญี่ปุ่นก้อได้พื้นๆจะไปแจ้งตำรวจได้ไง ญาติคนรู้จักก้อไม่มี

โทรคุยกับแม่ค่ะ แม่ว่า ปล่อยเค้าไปเหอะ ถือว่าเป็นครู อย่าเชื่อใจใคร และให้ใจใคร และห้ามให้ยืมเงินอีกต่อไป ส่วนเรื่องแจ้งความ แจ้งไปเดี๋ยวก้อทะเลาะกันเปล่า แม่เรากลัวมีเรื่องตามมา มากกว่าค่ะ

เงินอะ อยากได้คืนนะคะ แต่เสียใจมากกว่า นับเป็นน้าหลานกัน ไปไหนไปกัน ช่วยเหลือกันมาตลอด อยู่ๆไหนมาทำกันแบบนี้ เงินที่เราหามา เราก้อไม่ได้เอาไปเที่ยวเล่นนะ เอามาจ่ายค่าเทอมทั้งนั้น แทบไม่เคยเที่ยวไหนด้วยซ้ำไป น้าไม่มีเงิน เราก้อให้ยืม เข้าใจว่าลูกเยอะ แต่ขอยืมดีดี เราก้อให้ เราไปทวนน้าเสียเมื่อไหร่ สรุปที่น้าได้ไป บวกที่ยืมก่อนหน้านี้ ร่วมเกือบแสนบาทไทยค่ะ เงียบหายไปลับสายตา

มันเจ็บใจค่ะ มาต่างประเทศคนเดียว มันก้อเคว้งอยู่แล้ว มีผู้ใหญ่มารักเอ็ดดู เราแสนดีใจ อยู่ต่างประเทศมันต้องช่วยกันรักกันสิค่ะ คนไทยไม่รักกันไม่ช่วยกัน แล้วให้ชาติไหนมาดูแลกันละคะ

หลายคนอาจเจอคนดีดี บังเอิญเราเลือกมาทางนี้ เลยเจอคนแนวๆนี้เยอะไปหน่อยหรือเปล่าหนอ ... แต่คนดีดีในญี่ปุ่นก้อมีเยอะค่ะ มาเสียที่นี่ ก็มีเยอะ ทำไมนะเหรอคะ อาจจะเป็นเพราะว่า เราอยู่ไกลบ้าน เราไม่ต้องสนใจว่า ใครจะคิดยังไงกับเรา เอาตัวเรารอด หาเงินได้ ส่งเงินกลับบ้านได้ ก้อพอ โดยที่ไม่ได้ทันคิด ว่าสิ่งที่เราทำนั้น ไปทำร้ายน้ำใจคนที่เค้าหวังดีกับเราด้วยหรือเปล่า....

เรานะ ถึงไม่ใช่คนดี ออกจะวีนด้วยซ้ำไป แต่พยายามไม่เล่นกะหัวใจของใคร ไม่ทำลายน้ำใจใคร เท่านั้นเอง....







Create Date : 14 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 21:23:33 น.
Counter : 850 Pageviews.

15 comments
  
แอบอ่านนิดหน่อย เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ ต่อไป ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นตอนนี้เกิดแผ่นดินไหวอีกแล้ว
โดย: pragoong วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:17:14:10 น.
  
อ่านแล้วเห็นภาพเลย เรื่องขโมยเงินกันนี้ เห็นมาหลายราย เพื่อนที่ทำนวดเล่าให้ฟัง เขาทำเงินได้ดีในแต่ละอาทิตย์ ก็ออกไปสังสรรค์กัน จำได้ว่ามีเงินในกระเป๋ากางเกงเท่าไหร่ เพื่อนที่ทำงานด้วยกันก็ดูเหมือนสนุกสนานรักใคร่ ซี้กัน ฝากงานให้กัน ต่อหน้าก็ดี แต่พอเพื่อนเมา ก็ดึงเงินในกระเป๋าตังส์เพื่อนไปเฉยๆหกหมื่นเยน พอสร่างเมา เพื่อนก็หาเงินในกระเป๋า หายไป ถามเพื่อนบอกไม่รู้ไม่เห็น แต่เขาบอกว่า ตอนเมาๆมีความรู้สึกว่า มีมือมาดึงกระเป๋าตังค์เขาไปจากกางเกง แล้วก็จะจับใส่กางเกงเหมือนเดิม เขาก็ชี้หน้าด่าไปเลยว่า มาหยิบเงินเขาไปได้อย่างไร เท่านั้นแหละทะเลาะกันใหญ่โต ไม่มองหน้าเผาผีกันไปเลย เพราะก็รุ่นเซียนเหยียบเมฆกันทั้งนั้น ไม่ยอมกันแน่
หนูยังเด็ก ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้หรอก เขาจะทำเป็นช่วยเหลือดี ปากหวาน แต่จริงๆแล้วคอยจ้องหาโอกาส หยิบได้เป็นหยิบ เรื่องบาปกรรมไม่สน
โดย: พนอจัน IP: 219.118.2.180 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:18:51:36 น.
  
เป็นกำลังใจให้ จขกท ด้วยอีกหนึ่งคนนะค่ะ แอบติดตามอ่านบล็อคอยู่ตลอดค่ะ และก็ขอเป็นกำลังใจในการเขียนมาเล่าเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอมา

ดีค่ะ เราก็จะไปอยุ่ที่โน้นเหมือนกันคอยเข้ามาอ่านและเก็บข้อมูลอยู่เรื่อยๆๆๆค่ะ ยังไงก็สู้สู้ต่อไปนะค่ะ
โดย: Ooy1_chan IP: 125.27.115.106 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:19:16:05 น.
  
เมื่อกี้แผ่นดิน เขย่าแรงอยู่ค่ะ ที่จิบะประมาณระดับห้าได้ แต่แถวนี้ระดับสองสาม ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาแวะหานะคะ
โดย: yoyos วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:19:40:18 น.
  
แวะมาอ่านคะ ถือว่าเป็นบทเรียนชีวิตก็แล้วกันนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
โดย: k0944 ja วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:20:37:09 น.
  
เสียดายเนอะ..อุตส่าห์ทำงานหาเงินมาด้วยน้ำพักน้ำแรงเรา เอาเหอะนะ กรรมจะตามไปสนองเขาเองแหละ..สู้ ๆ นะ เก็บใหม่
โดย: simplyusana วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:22:11:14 น.
  
ติดตามอ่านของคุณมาพักนึงแล้วครับ
คนไทยที่นี่หาคนจริงใจน้อยครับ
ผมเลยไม่ค่อยจะคบกับใครใน yokohama สักเท่าไหร่
หากไม่มีเพื่อนโทรหาผมก็ได้ 080-4184-3216
อะไรพอช่วยได้ก็จะช่วยครับ
โดย: aa IP: 180.11.136.89 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:22:12:39 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: ไก่อเมริกา IP: 76.103.136.61 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:7:40:49 น.
  
แอบเข้ามาอ่าน ชอบน้องเขาเขียน อ่านแล้วสนุกดี เนี่ยเขาว่า รักแท้ไม่มีในแดนหลอกลวง นี่เป็นเรื่องจริง บางคนเป็นเซียนเหยียบเมฆ แล้วยังไม่พอ ยังเล่นของอีก เกลียดใครมันก็สั่งของที่เขาเลี้ยงไว้เล่นงาน เอาตอนหลับนั่นแหละ ร้ายพวกนี้ ไม่น่าจะเป็นคนไทยเลย
โดย: มิโสะจัง IP: 180.12.81.125 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:10:58:14 น.
  
เจอกะตัวเองเหมือนกัน ในร้านนวดเนี้ยแหละ เป็นคนมีตังด้วยนะ เวลาขโมยทีจะเนียนมากมาก
ต่อหน้าพูดดีมากลับหลังแอบขโมย กว่าเราจะรู้ตัวก็เกือบปี
โดย: tose IP: 126.213.149.12 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:16:06:51 น.
  
อ่านแล้วสงสารจัง
เอาใจช่วยนะคะ เราไม่ได้อยู่โตเกียว แต่จะส่งกำลังใจมา สู้ๆค่ะ
โดย: Peterpancake IP: 115.87.32.35 วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:22:58:43 น.
  
น่าเห็นใจนะคะ เรื่องเงินเรื่องทอง ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆค่ะ พี่อยู่ญี่ปุ่นมา สิบสองปี เคยให้เงินเพื่อนยืมไป ยี่สิบใบ แถมเปิดมือถือให้เพื่อนใช้ ทุกวันนี้เค้าไม่มีปัญญาคืนเงิน แถมมือถือที่เปิดให้ เค้าก็หนีหนี้ไม่จ่ายเงินค่าโทรฯ สามเดือนจนพี่ต้องปิดเบอร์ไป เพราะเป็นชื่อของพี่.. บอกตามตรง ไม่ว่าอยู่ที่ไหน จะญาติ หรือจะเพื่อนสนิท เรื่องเงินทอง ข้าวของ ไว้ใจกันไม่ได้จริงๆ ค่ะ อย่างน้อยพี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะน้อง
โดย: Just_Winter วันที่: 23 ตุลาคม 2555 เวลา:15:46:11 น.
  
โห กว่าจะได้กลับมาอยู่เมืองไทยก็คงจบ docter มนุษย์ศาสตร์พอดีนะคะ
โดย: นิด ฮาว IP: 122.154.122.2 วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:1:31:39 น.
  
เหมือนเราเลยโดนเพื่อนที่นวดด้วยกันมันรื้อเอาของมีค่าทุกอย่างไปแล้วหนีกลับเมืองไทย ทำงานนวดเหมือนกันนี่แหล่ะ อยากคุยกับเจ้าของกะทู้ ชวิตคล้ายกันมากเลย ยินดีที่รู้จักนะ ส่งเมล์มาคุยกันได้ที่ Bella.phuket23@gmail.com
โดย: โดนขโมยเหมือนกัน IP: 173.15.73.149 วันที่: 18 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:11:50 น.
  
นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน ขี้ลืม เป็นเหตุ
โดย: เคี้ยง IP: 183.88.137.68 วันที่: 8 สิงหาคม 2558 เวลา:22:45:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

yoyos
Location :
北鎌倉  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



เบื่อแล้วเหนื่อยกับความรัก ทำไงให้ลืม อยากร้ายๆ อยากวีนให้ได้เหมือนตัวร้ายในละคร มันจะสบายใจขึ้นมั้ย( T_T)\(^-^ ) อยากจะลืม