คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 

ทุกข์เพราะรัก

ความรัก ทำให้เรามีความสุข
แต่ในขณะเดียวกัน
ความรัก ก็นำพาความทุกข์มาให้เราอย่างแสนสาหัสเช่นกัน
หากเราคิดที่จะรักใครสักคนหนึ่ง
เราก็ควรรักให้เป็น

เริ่มจาก เราต้องรักตัวเองก่อน
การรักตัวเอง หากรักอย่างถูกวิธี ก็จะไม่เป็นการเห็นแก่ตัว
การรักตัวเอง ก็คือ การเอาใส่ใจดูแลตัวเอง ให้เวลากับตัวเองบ้าง
บางครั้ง ก็หาของขวัญให้กับตัวเอง
ทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าทำแล้วเรามีความสุข โดยในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

เมื่อเรารักตัวเองเป็นแล้ว ต่อไปนี้เราก็ควรแบ่งปันความรักให้คนอื่น
ความรัก ไม่ได้มีแต่ความรักแบบหนุ่มสาว
แต่ความรัก ยังรวมไปถึงรักพ่อแม่ รักเพื่อน รักพี่น้อง
และรักต่างๆที่ทำให้สุขใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ความรัก ที่เรารักพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง
มักจะเป็นความรักที่ยั่งยืน คงทน และยาวนานเสมอ
พ่อ แม่ หากเราทำผิด ท่านก็ให้อภัย เพราะท่านรักเรา
พี่น้องเรา หากเกิดทะเลาะกัน หรือผิดใจกัน ยังไงเราก็ยังคงรักกัน
เพื่อน หากเรากับเพื่อนมีปัญหากัน สุดท้ายแล้ว เราก็กลับมาเคลียร์กัน และรักกันเหมือนเดิม

แต่ความรักแบบหนุ่มสาวนี่สิ
หากเลิกรักกันไป หรือมีเรื่องให้ต้องผิดใจกัน
ทำไมรักนั้นกลับทำให้เราเป็นทุกข์ล่ะ
ก็เพราะว่าเรารักเขาจนหมดหัวใจ จนลืมรักตัวเองไป
และเรายึดติดกับเขามากไป

การยึดติด ก็เหมือนกับการยึดเอาว่า
คนคนนี้เป็นของเราคนเดียว เขาจะต้องทำตามใจเราทุกอย่าง
และจะต้องมีแต่เราเพียงแค่นั้น หากเขาไปมีคนอื่น เราจะยอมไม่ได้
นี่แหล่ะ คือสิ่งที่เรียกว่า รักไม่เป็น
ความรักจะสวยงามได้ ต้องอยู่ที่การให้อภัย
และแค่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็พอใจแล้ว
นี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าความรักที่แท้จริง

ลองเปรียบเทียบกันดู
ทำไมเวลาที่เราทำผิด พ่อและแม่ท่านไม่เคยโกรธเรานานเลย
หรืออาจจะไม่โกรธเราด้วยซ้ำ แถมยังพร้อมที่จะให้อภัย
ก็เพราะว่าท่านรักเราไงล่ะ ท่านรัก และมอบแต่ความห่วงใยโดยไม่หวังสิ่งใดจากเรา
ท่านแค่พึงพอใจที่เห็นว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่ท่านทำให้
หรือ ถ้าแค่เห็นว่าเรามีความสุข ท่านก็จะยินดีกับเราไปด้วย
นี่แหล่ะ ความรักที่แท้จริง
หากคนที่เรารักมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเราทำให้ หรือเขามีความสุขจากสิ่งใดก็ตาม
เราก็ควรจะยินดี และมีความสุขไปกับเขาด้วย

หากวันใดวันหนึ่ง เขาบอกเราว่าเขาไม่รักเรา เขาหมดรักเราแล้ว
จริงอยู่ แรกเลยที่ได้ยิน เราเจ็บปวดกับคำพูดนั้น
แต่ขอให้เจ็บปวดแบบมีสติ
ยังไงน่ะเหรอ
ก็ ร้องไห้เสียใจได้ แต่ควรมีลิมิต

เราควรเข้มแข็ง และคิดดูให้ดีว่า
ถ้าคนที่เรารัก เขาเลือกแบบนี้แล้ว
แสดงว่าเขาคงเห็นแล้วว่า สิ่งที่เขาทำไป เขามีความสุข
เราควรจะร่วมยินดีด้วย หากเขามีความสุข
และเราก็ควรให้อภัยเขา ในสิ่งที่เขาได้ทำให้เราเจ็บปวด
เพราะถ้าเรามัวแต่ไปคิดแค้นเขา เราเองนั่นแหล่ะที่จะเจ็บปวดยิ่งขึ้น
เขาไม่มีวันมารับรู้ได้หรอก ว่าเราเจ็บปวดมากแค่ไหน

เราเองควรเข้มแข็ง และกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น
คิดซะว่า ต่อไปนี้ เราจะได้รักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
เพราะเราไม่ต้องไปทุ่มเทความรักให้กับอีกคนหนึ่งแล้ว
และถ้าเรายังไม่พร้อมที่จะคุยกับเขา เราก็ควรจะหยุดคุยกับเขาไปสักระยะหนึ่ง
หากวันใดที่เราพร้อมแล้ว หรือวันใดถ้าเราคิดว่าสามารถคุยกับเขาได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ
วันนั้นแหล่ะ เราค่อยกลับมาเจอกับเขา
หรือถ้าหากเราไม่พร้อมที่จะเจอเขา
เราก็เลิกเจอเขาไปเลย
เรียกง่ายๆว่า ทำอย่างไรให้ใจเราไม่เป็นทุกข์
ทำแล้วเราสบายใจ โดยที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นต้องเป็นทุกข์ในสิ่งที่เราทำ

จำไว้นะ ความรักไม่ใช่การผูกมัด
ความรักไม่ใช่การยึดติด หรือยึดครองเป็นของเราคนเดียว
ความรักไม่ได้ทำให้คนเราเป็นทุกข์ แต่คนเราทุกข์เพราะรักไม่เป็น
เมื่อเรารักเป็น ความรักจะเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ

เจ็บพอประมาณ แต่อย่าเจ็บจนลืมรักตัวเอง
อย่าเจ็บจนลืมความรักจากพ่อแม่ เพื่อน พี่น้อง
อย่าเจ็บจนลืมไปว่ามีใครที่คอยห่วงใยเราอยู่
เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเป็นทุกข์เพราะรักทุกคนค่ะ
ขอให้เข้มแข็งเข้าไว้นะคะ เวลาจะช่วยเยียวยา และรักษาแผลใจได้เอง
หากเราเข้มแข็งมากเท่าไหร่ แผลใจจะสมานเร็วมากเท่านั้นค่ะ

สุดท้ายนี้ ฝากอีกทีนะ
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ
ความรักมีแต่การห่วงใย และให้อภัยกัน
ความรักส่งไปมากๆ จะดีกับตัวเอง
ส่งไปเถอะค่ะ ทั้งรักและห่วงใย
ต่อให้เขาไม่รู้ก็ตามว่ามีใครที่คอยห่วงใย และรักเขาอยู่
แต่เชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะรับรู้ได้ค่ะ

รักแท้ ใครว่าหายากจริงไหม
ที่แท้อยู่ใกล้ตัวเราแค่เอื้อมมือเท่านั้นเอง เพียงแค่เราไม่หลงทางออกไปซะจนไกล




 

Create Date : 26 มีนาคม 2551    
Last Update : 26 มีนาคม 2551 20:06:49 น.
Counter : 107 Pageviews.  

เพราะรัก

สายฝนพร่างพรายจากบนฟากฟ้าลงสู่พื้นดิน
ผู้คนที่ไม่มีร่ม รีบวิ่งหลบฝนกันชุลมุน
เนื่องจากไม่มีใครคิดว่าวันนี้ฝนจะตก
เพราะว่าเป็นฤดูหนาวแล้ว
ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่วิ่งมาหลบฝนในร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่ง
ร้านตบแต่งเป็นสีขาวสะอาดตา กลิ่นกาแฟหอมๆโชยมายามเมื่อก้าวเท้าเข้าไป

"ร้าน... สวัสดีค่ะ"

เสียงพนักงานของร้านกล่าวทักทายลูกค้ารายใหม่ ซึ่งก็คือฉันนั่นเอง
ฉันมองไปรอบๆร้าน เพื่อหามุมสงบๆนั่ง
แล้วฉันก็มองเห็นที่นั่งยาวติดกระจก ซึ่งหันหน้าออกไปทางถนน

"คาปูชิโน่ร้อนที่ 1 ค่ะ"
"รับขนมเพิ่มไหมคะ"
"ไม่ค่ะ"

ฉันเดินไปสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย ฉันเดินไปยังที่นั่งที่เล็งไว้
ฉันค่อยๆละเมียดจิบกาแฟทีละนิด เนื่องจากมันร้อนมาก

"อ่า ค่อยอุ่นขึ้นมาหน่อย"

เมื่อมองออกไปที่ถนน ฝนยังคงตกหนัก
และดูเหมือนว่าจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทางว่าจะหยุดตกยาก
ในร้านเปิดเพลงได้เข้ากับบรรยากาศในขณะนี้มาก
ฉันนั่งฟังเพลงที่ร้านเปิดไปเรื่อยๆ จนฉันมาสะดุดท่อนนี้

(เธอจะมีใจหรือเปล่า เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า ที่เราเป็นอยู่นั้นคืออะไร
เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ แต่ไม่อยากถาม กลัวรับมันไม่ไหว)

น้ำตาของฉันเริ่มเอ่อขึ้นมาที่เบ้าตา
ภาพวันเก่าๆ ของฉันกับเขาคนนั้นผุดขึ้นมา
มันเป็นภาพตั้งแต่วันแรกที่ฉันพบเขา

"วันนี้อาจารย์ จะให้นักศึกษาจับกลุ่มกันก่อนนะ แล้วเขียนรายชื่อมาส่งด้วย"
สิ้นเสียงของอาจารย์ พวกนักศึกษาพากันหากลุ่มกันอย่างวุ่นวาย
วุ่นวายกันสักพัก และพวกเราก็ได้กลุ่มกันสักที
ซึ่ง "เขา" ก็อยู่ในกลุ่มของฉันด้วย

"รินๆ กลับบ้านยังไง" เสียงชายหนุ่มเพื่อนใหม่ถามฉัน ซึ่งชายหนุ่มคนนี้แหล่ะ เป็นคนที่ฉันกำลังคิดถึงเขาอยู่ในตอนนี้
"รินกลับรถเมล์ ฝั่งหน้ามหาลัยน่ะจ้ะ ธีร์ล่ะ"
"เหรอ ธีร์ก็กลับรถเมล์ฝั่งหน้ามหาลัยเหมือนกัน งั้นเราเดินไปด้วยกันไหม"
"อืม ไปสิ"

เราสองคนเดินกันไปคุยกันไป อย่างสนุกสนาน
ธีร์ยืนรอรถเมล์เป็นเพื่อนฉัน รอจนกว่ารถเมล์สายที่ฉันนั่งกลับบ้านจะมา
ธีร์เป็นคนคุยสนุก ขี้เล่น ใครที่อยู่ด้วยแล้ว ก็รู้สึกมีความสุข
ทุกครั้งที่มาเรียน ธีร์จะเทคแคร์ฉันอย่างนี้เสมอ
ยิ่งนานวัน เราก็ยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น สนิทสนมกันมากขึ้น
เรานัดดูหนังกันสองคน ไปกินข้าวกันสองคน
ถึงวันเกิดของแต่ละคน ก็จะมีการให้ของขวัญกัน

ความรู้สึกของฉันมันเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เปลี่ยนไปโดยที่ฉันก็ไม่รู้ตัว ว่าฉันจะชอบผู้ชายคนนี้ได้มากขนาดนี้
ตั้งแต่ฉันอกหัก ฉันก็ไม่เคยเปิดรับใครมาก่อน
เขาเป็นผู้ชายที่เข้ามาไขกุญแจที่ประตูหัวใจของฉันได้
แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับฉันกันแน่

เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว ฉันโทรไปหาเขา และ
คำพูดคำนึงได้ออกจากปากฉัน

"ธีร์... เรามาลองคบกันไหม"

กว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากฉันได้ ฉันต้องทนเก็บมันไว้ถึง 1 ปีเต็มๆ
บอกตรงๆ ฉันกลัวมาก
กลัวว่าถ้าเขาไม่ได้คิดกับฉันมากกว่าเพื่อน แล้วเขาจะเหินห่าง
และฉันก็ได้ยินเสียงตอบรับจากปากเขามาว่า

"รินจะทนธีร์ได้หรอ ธีร์ไม่อยากทำให้ใครร้องไห้บ่อยๆ ถ้ารินชอบในสิ่งที่ธีร์เป็น อยากจะลองคบกันดูก็ได้"

แต่หลังจากวันนั้น ฉันกับเขาก็ไม่ค่อยได้เจอกัน
และไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันเลย
ทั้งทาง msn และทางโทรศัพท์
ฉันชวนเขาไปดูหนัง เขาก็ปฏิเสธ หาข้ออ้างไปเรื่อย

จากวันนั้นที่ฉันบอกเขา เขาก็ทำตัวห่างเหินเรื่อยมา
จนวันนึงฉันทนไม่ไหว ฉันจึงได้เริ่มต้นบทสนทนากับเขาทาง msn

"ตกลงว่า ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน"
"ก็เพื่อนกัน" นี่คือคำพูดที่ธีร์ตอบฉัน

แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ทำไมต้องทำตัวเหินห่าง
ฉันพยายามถามเค้ามากมาย
ว่าทำไมถึงต้องทำตัวเหินห่างกันขนาดนี้
ทำไมถึงต้องคอยหนีหน้า
ถ้าเป็นเพื่อนกันอยู่ทำไม ถึงทำตัวไม่เหมือนเมื่อก่อน
แต่ไม่มีคำตอบใดๆจากเขาเลยสักคำ

และหลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้
วันที่ฉันนั่งกินกาแฟอยู่ ณ ตอนนี้
เราทั้งคู่ ไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม
ฉันก็ยังคงเก็บคำถาม ที่อยากได้คำตอบจากเขาไว้ในใจจนถึงวันนี้
ฉันไม่นึกเลยว่า แค่คำคำเดียวที่ฉันขอเขา
จะทำให้เรา ไม่เหลือแม้กระทั่งคำว่าเพื่อน

แต่แล้วฉันก็ต้องตื่นจากภวังค์ความคิดเรื่องวันเก่าๆ
ตอนนี้มองออกไปที่ถนน ผู้คนเริ่มเดินกันหนาตามากขึ้น
เพราะฝนที่ตกหนักเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว ได้หยุดตกแล้ว
ฉันจึงลุกออกจากโต๊ะ และเดินไปที่ประตู เพื่อออกจากร้านกาแฟ

ตอนนี้น้ำตาฉันหยุดไหลแล้ว คงเหลือไว้แต่คราบน้ำตา
และภาพความทรงจำเก่าๆ ที่มันติดอยู่ในหัว
ฉันเดินไปเรื่อยๆ จนเดินผ่านสวนสาธารณะ
ฉันหยุดพักที่เก้าอี้ริมสระน้ำ มองไปรอบๆ
มองดูผู้คนที่มาออกกำลัง มาจีบกัน มาเดินเล่นกันเป็นคู่ๆ

และแล้วฉันก็เห็นบุคคลที่ฉันอยากเจอมากที่สุดในตอนนี้
คนที่ฉันอยากจะคุยกับเขามากที่สุด คนที่ฉันคิดถึงมากเหลือเกิน
ฉันรีบลุกขึ้น และก้าวขาออกเดิน จากเดินเป็นวิ่ง
เพราะกลัวว่าเขาจะหายไปจากตรงนั้น

แต่ขาฉัน และความคิดทุกอย่างก็ต้องสะดุดลง
เพราะภาพที่ฉันเห็นตรงหน้าคือ
ผู้หญิงกับผู้ชายคู่หนึ่ง
เดินจับมือกัน หัวเราะกันอย่างมีความสุข
ความรู้สึกเสียใจ และเสียความรู้สึกเข้ามาแทนที่ความดีใจเมื่อครู่
เกิดคำถามในใจฉันขึ้นอีกแล้ว ว่า
ทำไมนะ ทำไมเขาถึงไม่บอกฉันตรงๆ ว่าเขาชอบคนอื่น
อย่างน้อย ฉันก็จะได้เข้าใจ และได้ไม่ต้องคิดมากจนถึงทุกวันนี้

ธีร์รู้ไหมมันทรมานมากแค่ไหนกับการรอคอยอะไรสักอย่าง ที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
ฉันอยากจะถามเขาออกไปแบบนี้ที่สุดในตอนนี้ แทนทุกๆคำถามที่เคยอยากได้คำตอบ
แต่ฉันก็ไม่สามารถแม้แต่จะก้าวออกจากจุดที่ฉันยืนได้
ขาสองข้างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง หมดกำลังกาย และกำลังใจ
ฉันจึงต้องตัดสินใจปล่อยให้ธีร์ และผู้หญิงคนนั้นเดินจากไป

ขอให้มีความสุข และรักกันนานๆนะ ธีร์ ลาก่อน
แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ถ้าวันใดที่ธีร์เจ็บมา
ฉันก็พร้อมที่จะรับธีร์เข้ามาในใจฉันเสมอ
แต่ฉันก็เพียงได้แต่คิด มิอาจจะพูดไปให้เขาได้ยิน




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2550    
Last Update : 21 ธันวาคม 2550 22:28:44 น.
Counter : 71 Pageviews.  


MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.