คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
Group Blog
 
All Blogs
 

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 8 ความบาดหมางระหว่างภีม และธันวา

ฉันไม่ได้ล้มลงไปอย่างที่คิดไว้ เพราะว่าแขนอันแข็งแรงของใครบางคนเข้ามารองรับฉันได้ทันเวลา ฉันชะงักไปไม่กี่วินาที ก็เลยค่อยๆ หันไปมอง และแล้วคนที่ฉันเจอ หูยยยยยย หล่อมาก เท่ห์อีกต่างหาก กรี๊ดกร๊าดๆ เสียงหัวใจฉันเต้นดังตุ๊บๆๆเลยล่ะค่ะ

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ”
เสียงของเขาทักขึ้นทำให้ฉันต้องหลุดออกจากภวังค์
“เอ่อ...อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แหะๆ ฉันนี่ก็ซุ่มซ่ามซะจริง”
“ดีนะครับที่ผมกำลังจะขึ้นไปข้างบนพอดี งั้นเราขึ้นไปคุยกันข้างบนดีไหมครับ ผมว่า เดี๋ยวคุณจับแขนผมไว้ดีกว่านะครับ เผื่อคุณจะพลาดแบบเมื่อครู่นี้”
“เอ่อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ฉันเดินตามเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ แล้วเราก็หามุมที่ยืนสบาย พอมองเห็นวิวของสองข้างทางแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน คืนนี้อากาศเย็นจริงๆ ชุดที่ฉันใส่ก็เป็นสายเดี่ยว ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเลยล่ะค่ะ ฉันก็เลยได้แต่กอดอก แต่แล้ว

“หนาวสินะครับ นี่ครับผมให้คุณยืมก่อน”
“คะ เอ่อ ขอบคุณค่ะ”

กรี๊ดดดดด ผู้ชายอะไรทั้งหล่อ เท่ห์ แถมยังใจดี เป็นสุภาพบุรุษอีกต่างหาก เราสองคนต่างคนต่างมองดูวิวตั้งนาน เนื่องจากฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ก็คนมันเขินอ่ะ

“เอ่อ” และเราสองคนก็พูดพร้อมกันซะงั้น
“เชิญคุณพูดก่อนดีกว่าค่ะ แหะๆ”
“อ่าครับ คือ คุณชื่ออะไรนะครับ ยืนด้วยกันมาตั้งนาน ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”
“อ่อ แหะๆ โทดทีค่ะลืมแนะนำตัว ฉันชื่อเมษาน่ะค่ะ เรียกว่าเมก็ได้ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ”
“ผมกวินน่ะครับ เรียกผมว่าวินก็ได้ครับ”
“ค่ะ”
“เอ่อ ว่าแต่คุณเป็นน้องสาวของนายธันวาใช่ไหมครับ”
“เอ๊ะ คุณวินทราบได้ยังไงอ่ะคะ”
“อ๋อ ผมเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนายธันน่ะครับ แล้วยังทำงานบริษัทเดียวกันอีก”
“อ๊า งั้นเมขอเรียกว่าพี่วินละกันนะคะ”
“คร๊าบ ตามใจน้องเมเลยครับ”

ฉันกับพี่วินคุยกันอย่างสนุกสนาน ราวกับว่ารู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน ฮ่าฮ่า เวอร์ไปไหมคะ แต่จริงๆนะคะ เราคุยกันนานมากจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนฉันได้ยินเสียงแซวอยู่ทางด้านหลัง

“เฮ้ย ไอ้วินมาจีบน้องสาวฉันอยู่นี่เหรอ เดี๋ยวเหอะ ไอ้เราก็สงสัยตั้งนานว่าหายไปไหน”
“เฮ้ย เปล่านะเว้ย ก็จริงๆแล้วฉันอยากออกมาสูดอากาศ แต่พอดีเจอน้องสาวนายเข้า”
“นั่นน่ะสิพี่ธัน ก็แหมในงานบรรยากาศมันอึดอัดนี่คะ เมเลยขอตัวออกมาดีกว่า ว่าแต่พี่ธันมีอะไรหรือเปล่าอ่ะคะ ถึงได้ออกมาตามหาเม”
“เปล่าหรอก พี่แค่สงสัยว่าเราหายไปไหน กลัวว่าจะซุ่มซ่ามตกเรือไปจะยุ่ง ^O^”
“พี่ธันอ๊า”
“เอ๊า หรือว่าพี่พูดไม่จริงว่าเราน่ะซุ่มซ่าม ฮ่าฮ่า”
“พี่ธันนนนนน” เถียงไม่ออกซิคะ ก็ซุ่มซ่ามจริงๆ น่ะแหล่ะ
“อ่าวๆ มัวแต่ทะเลาะกัน เลยไม่ได้รู้สักทีว่านายออกมาตามหาน้องเมทำไม” สงสัยว่าพี่วินจะทนไม่ไหว เลยต้องรีบห้ามทัพ
“อ่อ พอดีในงานเขาจะมีจับคู่เต้นรำด้วย เห็นนายกับน้องสาวฉันหายตัวไป เลยออกตามหา ไม่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันซะนี่”
“เฮ้ย พี่ธัน มีเต้นรำด้วยเหรอ อะไรจะหรูหราปานนั้น”
“พี่ก็เพิ่งรู้เนี่ย มิ้นท์เขาเลยบอกให้มาตามหาเราน่ะแหล่ะ”

และฉันก็จำใจต้องกลับเข้าไปในงาน จุดประสงค์ของพี่มิ้นท์คงอยากจะใช้โอกาสนี้ให้ฉันได้หาแฟนจากการเต้นรำแน่เลย เพราะว่าเป็นทางเดียวที่จะทำให้ผู้ชายกล้าคุยกับผู้หญิง ฉันมองเข้าไปในกลุ่มของคนที่อยู่บนฟลอร์เต้นรำ ฉันก็เห็นนายภีมกับแอนกำลังเต้นรำกันอยู่ แหมดีใจจัง เราคงไม่ต้องเป็นแม่สื่อชัวร์ป๊าบๆ และแล้ว

“เอ่อ น้องเมครับ ให้เกียรติพี่สักเพลงได้ไหมครับ”
กรี๊ดดดด พี่วินโค้งคำนับฉันด้วย ตายแล้วๆ เมษา ห่างหายจากการเต้นรำมานาน ทำไงดี เกิดไปเหยียบเท้าพี่เค้าเข้า มิแย่เหรอ แต่จะปฏิเสธก็ใช่ที่ มันจะเป็นการเสียมารยาท เอาฟระเป็นไงเป็นกัน
“ค่ะ” ฉันก็เลยถอนสายบัวเป็นการตอบรับ และเดินเกาะแขนพี่วิน ออกไปที่ฟลอร์

ฉันก็เต้นรำกับพี่วินไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวัง ก็นะ ห่างหายจากการเต้นรำมานานมากแล้ว ตั้งแต่จบมัธยม 6 อ่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัย ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใช้ และก็ไม่ได้อยู่ชมรมลีลาสด้วย ดีนะที่มันเป็นจังหวะช้าๆ ไม่ใช่พวกชะชะช่า หรือว่าแทงโก้ ไม่งั้นฉันตายแน่ ฉันกับพี่วินเต้นรำไปก็คุยกันมากมาย ฉันปลื้มพี่วินสุดๆเลยล่ะ ก็เพราะว่าพี่เขาน่ะเป็นสุภาพบุรุษมากๆ ต่างกับนายภีมลิบลับเลย หมอนั่นนะเจอกันครั้งแรก ก็ทำเอาเมไม่ปลื้ม ซะนี่ เอ๊ะ แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงหมอนั่นขึ้นมาด้วยนะ

ฉันเต้นรำกับพิ่วินจนจบเพลง เฮ้ออออ แทบอยากถอนหายใจออกมาดังๆ ฉันเดินเกาะแขนพี่วินจนออกไปพ้นฟลอร์ ก็ไปหาที่นั่งพัก ส่วนพี่วินก็ไปสมทบกับกลุ่มพี่ธัน พี่มิ้นท์ ในขณะที่ฉันกำลังนั่งดูคู่อื่นเต้นรำอยู่นั้น

“ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ คุณเมษา”
ยี้ๆๆๆ ไม่เอานะ พ่อจ๋าแม่จ๋า เมษาจะทำยังไงดี ไม่อยากเต้นรำกับหมอนี่เลย แต่ก็จะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก โอยมารยาทมันค้ำคอ แล้วเกิดแอนดันมาเข้าใจผิดอีก ฉันจะซวยไหมเนี่ย แง๊ๆๆๆ แต่ฉันก็ต้องยอมลุกขึ้นรับคำขอของหมอนั่น และออกไปเต้นรำ

“อ้าว ทำไมทำหน้าหงิกใส่คู่เต้นอย่างงั้นล่ะครับคุณ ดูไม่สวยเลยนะ”
“จะสวยไม่สวยมันก็เรื่องของฉัน ที่ฉันเต้นกับนายเนี่ยเพราะมารยาทหรอกย่ะ”
“อ้าวเหรอครับ แต่ผมจะถือซะว่าคุณเต็มใจเต้นรำกับผมแล้วกันนะครับ”
“แล้วแต่นายจะคิดแล้วกัน ชิ”
“แต่ผมชักจะน้อยใจนะครับ คุณน่ะเต้นกับนายกวินนั่นดูมีความสุขจะตาย ทีกับผมนะทำหน้ายักษ์ใส่”
“…”
“อึก คุณทำไรอ่ะ ผมเจ็บนะ”
“อุ๊บส์ ขอโทดนะคะ พอดีฉันเต้นรำไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ เลยพลาดแบบนี้เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

เกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอคะ ก็ตอนที่หมอนั่นพูดถึงฉันกับพี่วิน หมอนั่นดันเอาหน้าเข้ามาใกล้ฉันน่ะสิคะ ฉันก็เลยแกล้งเหยียบเท้าซะเลย โฮะโฮะ สมน้ำหน้า หลังจากฉันจัดการกับหมอนั่นเสร็จ ก็ชิ่งหนีออกมาจากฟลอร์เลยล่ะค่ะ ตามมาสมทบกับพวกพี่ธันดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ

“เม พี่ถามไรหน่อยสิ”
“มีไรเหรอพี่ธัน”
“ดูท่าทางเราสนิทกับหมอนั่นจังเลยนะ นายภีมน่ะ”
“สนิทอะไรพี่ กัดกันทุกวันทำการน่ะสิไม่ว่า”
“เฮ้ย เจอกันทุกวันเลยเหรอ ไหนเล่ามาดิ๊ ว่าเจอกันได้ไง แล้วเราน่ะเป็นอะไรกับหมอนั่น”
“ธันคะ ใจเย็นๆ น้องเมงงไปหมดแล้วนะ”
“ใจเย็นดิพี่ธัน ก็คือว่า นายภีมเนี่ย เป็นเจ้าของบริษัทที่เมทำงานอยู่ไง และยิ่งไปกว่านั้นหมอนั่นยังเป็นหัวหน้าโดยตรงของเมอีก และก็เขาอีกนั่นแหล่ะค่ะ ที่เป็นคนดู project โฆษณาเกมส์ของบริษัทพี่ธันอ่ะ พี่ธันไม่รู้เหรอ”
“งานประชาสัมพันธ์พี่ไม่รู้หรอก ถ้ารู้นะพี่ก็ไม่จ้างหมอนั่นหรอก”
“อ้าว แล้วพี่ธันทำไมไม่ชอบหน้าเค้าอ่ะ”
“เอ่อ น้องเมจ๊ะ ไปเข้าห้องน้ำกับพี่หน่อยสินะ”

อยู่ๆ พี่มิ้นท์ลากฉันออกมาจากในวง เราพากันเดินไปทางห้องน้ำ แต่ไม่ได้เข้าห้องน้ำหรอกค่ะ ฉันกับพี่มิ้นท์ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ ดูเหมือนว่าพี่มิ้นท์มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟัง และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด

“นี่เม พี่จะเล่าอะไรให้ฟัง สงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมธันกับภีมไม่ถูกกัน”
“มากเลยล่ะค่ะ”
“ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนที่เรียนอยู่ที่อังกฤษเทอมแรกเลยที่ไปเรียน ตอนนั้นพี่กับธันยังไม่ได้เป็นแฟนกัน และแค่เดินสวนกันไปมา ธันมีเพื่อนสนิทคนนึงเป็นผู้หญิง ซึ่งผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่ธันรักมาก”
“อ้าว พี่ธันรักคนอื่นมาก่อนจะเป็นแฟนกับพี่มิ้นท์เหรอคะเนี่ย ร้ายเหมือนกันนะพี่ชายเรา”
“ก็ทำนองนั้นล่ะจ้ะ แต่ดูเหมือนว่าเป็นรักข้างเดียว เพราะธันไม่เคยบอกผู้หญิงคนนั้นไปเลยว่าชอบ และที่สนิทกันมาก ก็เพราะว่าธันกับผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทย และทั้งคู่ก็ยังได้ไปเรียนต่ที่ collage เดียวกันอีก ธันได้ทุนส่วนผู้หญิงคนนั้นที่บ้านมีฐานะดี ก็เลยส่งมาเรียน ผู้หญิงคนนั้นน่ารักมาก หนุ่มๆตามจีบเยอะเลยล่ะ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกภีม แต่พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าภีมตามจีบด้วยหรือเปล่า พอเรียนได้ 1 เทอม ก็มีข่าวว่าเธอเป็นแฟนกับภีม ธันก็ได้ยินเรื่องราวที่เธอเล่ามาโดยตลอด แต่ก็ได้แต่ให้คำแนะนำ ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะยังไงเธอก็ไม่ได้คิดกับธันมากกว่าเพื่อน จะบอกว่าวันที่มีข่าวแพร่กระจายไปทั่ว collage วันนั้นแหล่ะที่พี่ได้พบกับธันครั้งแรก อิอิ”
“แหม พี่มิ้นท์ ยังมีอารมณ์หวานอีกนะคะ คิคิ”
“ก็นิดส์นึง อ่ะมาต่อกันดีกว่า เมื่อข่าวแพร่ออกไป ธันก็เลยได้แต่แอบมองห่างๆ ห่างมาก โดยธันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือพบปะกับเธอเลย เพราะกลัวว่าภีมจะเข้าใจผิด ธันก็ได้แต่คอยห่วงใย หลังจากนั้นผ่านไปประมาณปีนึง วันนึงเธอก็ร้องไห้ฝ่าสายฝนมาหาธัน และบอกว่า ภีมพาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่ห้อง ตอนนั้นธันเดือดมาก แทบจะไปฆ่าภีมเลยก็ว่าได้ แต่พอดีวันนั้นพี่อยู่ด้วย เนื่องจากว่าไปให้ธันติวหนังสือให้ ก็เลยคอยพูดยั้งไว้ เพราะว่าถ้าธันเกิดการทะเลาะวิวาท ธันอาจจะแย่ได้ เนื่องจากเป็นนักเรียนทุน ประวัติต้องไม่เสีย หลังจากนั้นเป็นต้นมาธันก็เลยเกลียดขี้หน้าภีมไปเลย เพราะว่าภีมมีข่าวเรื่องเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยมาก แล้วยิ่งมาเห็นสนิทกับน้องเมขนาดนี้ คงจะกลัวว่าภีมจะทำให้น้องเมเสียใจ”
“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เมไม่มีทางชอบนายภีมนั่นได้หรอก เจ้าชู้ กะล่อนจะตาย เมกับเขาน่ะเหมือนลิ้นกับฟันค่ะพี่มิ้นท์ เจอกันทีไร เป็นต้องกัดกันทุกที”
“เอาเถอะจ้ะ เรื่องของความรักมันไม่เข้าใครออกใคร พี่ว่าเรากลับเข้าไปในงานกันเถอะจ้ะ ออกมานานมากแล้ว เดี๋ยวธันจะเป็นห่วง”
“ค่ะ”

คืนนั้นหลังจากออกจากงาน และกลับมาถึงบ้าน ฉันจัดการตัวเองให้กลับมาเป็นเมคนเดิมเรียบร้อยแล้ว ฉันก็มานั่งคิดทบทวนถึงเรื่องราวที่พี่มิ้นท์เล่าให้ฟัง ทำไมน้า หมอนั่นถึงได้ทำร้ายจิตใจผู้หญิงได้ขนาดนี้ หรือว่าเขาเห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นแก้เหงาไปวันๆ ฉันขอปฏิญาณตนเองไว้เลย ว่าจะต้องไม่ไปหลงเสน่ห์หมอนั่นเหมือนกับสาวคนอื่นๆ อย่างเด็ดขาด
------------------------------------------------------------------------------------------
ตามมาติดๆ ไม่ให้รอคอยกันนานค่ะ แต่งเสร็จสดๆร้อนๆเลยก่อนไปนอน เป็นการชดเชยที่หายไปนาน อ๊ะๆ แต่ยังมีตอนต่อไปให้ติดตามอีกนะคะ เพราะฉะนั้นโปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ และก็อีกเช่นเคย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอดคร่า

มีเพลงประกอบนิยายด้วยนะคะ คริคริ
เพลง : เผลอใจ
ศิลปิน : พัดชา




 

Create Date : 24 มกราคม 2551    
Last Update : 25 มกราคม 2551 15:51:30 น.
Counter : 176 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 7 งานเลี้ยง

ตอนนี้ฉันขับรถมาถึงหน้าร้านกาแฟนั้นแล้ว ร้านนี้ขึ้นชื่อกับคนแถวนี้มาก ภายนอกร้านมีสวนเล็กๆด้วย ซึ่งตกแต่งได้อย่างน่ารัก เหมาะกับร้านกาแฟ ฉันจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังประตูร้านกาแฟ ดีนะว่าฉันมีรองเท้าแตะติดรถไว้เลยไม่ต้องหวั่นว่าจะล้มหัวฟาดพื้นเพราะส้นสูงเมื่อไหร่

เมื่อฉันเปิดประตูร้านกาแฟเข้าไป ได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเลย นอกร้านว่าตกแต่งสวยงามแล้ว ภายในร้านก็ดูสบายตา เพราะว่าร้านตกแต่งด้วยสีเบจ โต๊ะ ก็เป็นสีเบจ ฉันมองหาโต๊ะที่แอนนั่ง มองไปมองมาสักพักก็เห็นแอน จึงเดินไปยังโต๊ะนั้น

“สั่งอะไรมากินกันก่อนดีไหมจ๊ะ” แอนเริ่มบทสนทนา
“ดีเหมือนกันจ้ะ”

เราเรียกให้บริกรมารับออเดอร์ ผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีของทุกอย่างที่เราสั่งก็มาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว

“ว่าแต่แอนมีเรื่องอะไรจะปรึกษาเมเหรอ”
“แอนขอถามเมตรงๆไม่อ้อมค้อมนะจ๊ะ คือ...เอ่อ...เมชอบคุณภีมหรือเปล่า”
“เย้ยย จะเป็นไปได้ยังไง เมกับหมอ...เอ้ย..คุณภีม กัดกันจะตาย ไม่ถูกกันน่ะสิไม่ว่า... ว่าแต่ ทำไมแอนคิดแบบนั้นอ่ะ”
“ก็แอนเห็นเมทำงานใกล้ชิดกับคุณภีม และคุณภีมกับเมก็ดูสนิทกันมาก แอนก็เลย...”
“ก็เลยคิดว่า เมกับคุณภีมชอบพอกันงั้นล่ะสิ จริงๆแล้วอ่ะนะ เมกับเขาทะเลาะกันตลอดเลย... แต่...เอ แอนถามแบบนี้แสดงว่า แอบชอบคุณภีมใช่ไหม คิคิ”
“ >///< ”
“ฮั่นแน่ หน้าแดงเลย”
“แอนก็เครียดมาตั้งนาน คิดว่าเมกับคุณภีมชอบพอกันอยู่ งั้น แอนอยากให้เมช่วยให้แอนกับคุณภีมสมหวังกันได้ม๊า”
“แล้วทำไมต้องเป็นเมด้วยอ่ะจ๊ะ ก็เมเพิ่งบอกแอนไปเองว่า เมกับคุณภีมไม่ถูกกัน”
“ก็เมใกล้ชิดคุณภีมมากกว่าใคร อีกอย่างเมก็เป็นคนที่รู้เรื่องนี้คนเดียว”
“เอ่อ...เมไม่รับปากละกันนะ แต่ว่าถ้าเมช่วยได้ เมก็จะช่วยจ้ะ” มันก็จริงอย่างที่แอนว่าอ่ะนะ แต่ว่าขนาดพูดดีกับหมอนั่น ยังนับประโยคได้เลย แล้วนับประสาอะไรจะให้ฉันไปพูดกล่อมหมอนั่นเรื่องแอนได้ล่ะ โอ๊ย เจ๊อยากตาย

เราสองคนคุยกันหลังจากนั้นอีกไม่นาน จนขนมและเครื่องดื่มหมด เราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันก็นั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ระหว่างฉันกับนายคาสโนว่า วันนี้บอกตามตรง ฉันประทับใจเขามาก แต่จะไม่ประทับใจตอนจับฉันพาดบ่า แล้วโยนลงโซฟานี่แหล่ะ ตาบ้า ฉันผู้หญิงนะยะ ไม่ปราณีกันบ้างเลย แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่เขามาดูแลฉัน ตอนนั้นเขาดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก

ฉันนั่งคิดถึงหมอนั่นได้สักพัก ก็ต้องสบัดหัว เพื่อสลัดความคิดเรื่องของหมอนั่นทิ้ง บ้าน่ะ หมอนั่นก็แค่เคยชินกับการดูแลผู้หญิงแบบนี้ ไม่ได้เห็นว่าเราพิเศษอะไรหรอก อีกอย่าง ก็เป็นคนที่เพื่อนเราชอบด้วย เราจะไปคิดถึงเขาทำไมนะ

เวลาผ่านไป และวันเสาร์ก็มาถึง ฉันตื่นแต่เช้า เก็บบ้าน จัดการงานบ้านให้เรียบร้อย ตอนนี้อยู่บ้านคนเดียว เพราะว่าพี่ธันกับพี่มิ้นท์ออกไปข้างนอก บอกว่า บ่ายนิดๆจะกลับ ไม่รู้ออกไปทำไมกัน แต่ก็นะปล่อยให้พี่เค้าได้ไปเดทกันบ้าง หุหุ พอตกบ่ายนิดๆ พี่ธันกับพี่มิ้นท์ก็กลับมา พี่มิ้นท์บอกให้ฉันเตรียมตัวอาบน้ำ เพราะเดี๋ยวจะมีช่างมาแต่งหน้า กับทำผมให้ โอว์ ไฮโซไหมล่ะคะท่านผู้อ่าน มีช่างหน้าช่างผมมาที่บ้านเลย

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ฉันเช็ดตัว ยังไม่ทันจะแห้งดีเลย ก็โดนจับมานั่งที่เก้าอี้แล้ว ช่างหน้า กับช่างผมก็มารุมยำ หัวกับหน้าฉัน และแล้วก็ยำเสร็จพร้อมเสิร์ฟเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ฉันแต่งตัว แล้วมองดูตัวเองในกระจก โห คนในกระจกนั่นใครน่ะ ทำไมฉันถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้นะ แค่เครื่องสำอางค์ กับทำผม แล้วก็แต่งตัวอย่างนี้เนี่ยนะ (เปลี่ยนเยอะเหมือนกันนะยะ) เมื่อฉันเดินลงมา พี่ธันถึงกับอึ้งเลย

“ไอ้ตัวจุ้นของพี่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
“เห็นไหมคะธัน มิ้นท์บอกแล้วว่าน้องเมอ่ะสวยออก แค่รู้จักแต่งตัว เผลอๆนะ ธันต้องปวดหัว เพราะต้องคอยกันน้องสาวจากเหล่าหนุ่มๆเลยล่ะ คิกคิก”
“อ่ะจ้า เราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย”

และเราทั้งสาม ก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว รู้สึกว่าจะอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยล่ะ เมื่อไปถึงหน้าโรงแรม มีพนักงานต้อนรับออกมา คอยรับรถเพื่อเอาไปจอดให้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไฮโซขึ้นมาถนัดเลยล่ะค่ะ พวกเรามุ่งหน้าไปทางท่าเรือ เมื่อมาถึงท่าเรือ ก่อนเราจะขึ้นเรือ ก็จะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งคอยต้อนรับแขก

“อ้าวสวัสดีจ้ะธันวา หนูมินตรา สบายดีไหมจ๊ะ แล้วนี่พาใครอีกคนมาด้วยเนี่ยน่าตาน่ารักเชียว”
“สวัสดีครับคุณหญิงอริสา สบายดีนะครับ นี่น้องสาวผมน่ะครับ ชื่อเมษา”
“สวัสดีค่ะ” ฉันไหว้คุณหญิงงามๆ ตามแบบฉบับสาวไทย คิคิ
“สวัสดีจ้ะ ไม่เคยรู้เลยนะว่าธันวามีน้องสาวด้วย และก็สวยด้วย” หนูเขินนะคะคุณหญิง >///<
“จ้ะ งั้นเชิญกันตามสบายเลยนะ”

เมื่อขึ้นเรือแล้ว บังเอิ๊ญบังเอิญสายตาพี่มิ้นท์ ก็มองเห็นเพื่อนซึ่งดูท่าทางว่าจะซี้กันมากกกก เพราะว่าพี่มิ้นท์ถึงกับบอกให้ฉันกับพี่ธันเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงก่อน ท่าทางว่ามีเรื่องต้องคุยเยอะแยะ เมื่อฉันกับพี่ธันเดินเข้าไปในงาน ฉันเห็นสายตาหลายคู่มองมาทางฉันกับพี่ธัน สงสัยจะต้องเข้าใจผิดกันแน่ๆเลยว่าฉันกับพี่ธันเป็นแฟนกัน ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ก็ฉันน่ะหน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนพี่ชายสักเท่าไหร่ สงสัยพ่อกับแม่อุ้มฉันออกจากห้องเด็กมาผิดตัวแน่เลย

งานในวันนี้เป็นงานค๊อกเทลค่ะ สงสัยว่าวันนี้ฉันกลับบ้านไปต้องเมื่อยแน่เลยอ่ะ เพราะว่าไม่ค่อยจะมีเก้าอี้ให้นั่ง เมื่อเข้าไปในงานแล้ว พี่ธันได้แนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อนพี่ธัน ตอนนี้พี่มินท์ก็ยังไม่ขึ้นมา สงสัยไม่ได้เจอกันนาน และฉันก็เริ่มหิว ก็เลยเดินไปที่โต๊ะวางอาหาร เพื่อจะหาขนมทานเล็กน้อย และก็หาน้ำดื่มแก้กระหาย เมื่อฉันกำลังตักอาหารอยู่ ก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“วันนี้คุณสวยจังนะครับ คุณเมษา”
“เฮ้ยยย...นี่คุณก็มางานนี้ด้วยเหรอ” เมื่อฉันหันไปตามเสียงก็ต้องตกใจ หมอนั่นอีกแล้วเหรอ
“อ้าวคุณ ผมมาน่ะไม่แปลกหรอก แต่คุณมานี่สิแปลก คุณเคยเรียนที่อังกฤษด้วยเหรอ ทำไมผมไม่เห็นคุ้นหน้าคุณเลย”
“เปล่า” แหม หมอนี่ทำอย่างกับว่าไปทุกเมืองงั้นแหล่ะ อ๋อลืมไป สงสัยตระเวนจีบสาวล่ะสิ
“อ้าว แล้วคุณมากับใครอ่ะ... อ๋อ มากับคนนั้นนี่เอง” หมอนั่นพูดพร้อมกับมองหาคนที่คิดว่าน่าจะมากับฉัน แล้วหมอนั่นก็เห็นพี่ธัน คิคิ สงสัยยังไม่รู้ความจริง
“ใช่ค่ะ ฉันมากับเขา มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายกับฉันนะคะ เพราะว่าไม่ใช่เวลางาน แล้วก็กรุณาถอยออกห่างจากดิฉัน 2 ก้าวด้วยค่ะ อยู่ใกล้คุณมันอันตราย”
“โห นี่คุณพูดกับเจ้านายคุณแบบนี้เหรอครับเนี่ย ใจร้ายจังนะครับ อ่ะดูๆ ทำหน้าอย่างกับยักษ์ใส่ผมอีกและ โอเคผมไปก็ได้คร๊าบคุณผู้หญิง”

เฮ้อ...อะไรกันเนี่ย หนีไม่พ้นหมอนี่จริงๆเลยอ่ะ ไปที่ไหนก็ต้องเจอ เขาเป็นนักเรียนอังกฤษด้วยเหมือนกันเหรอเนี่ย ถ้าฉันรู้นะ ไม่มางานนี้ดีกว่า เจอกับหมอนั่นตั้ง 5 วันวันละ 8 ชั่วโมงแล้ว ยังต้องมาเจอวันหยุดแบบนี้อีกเฮ้อออ

หลังจากหมอนั่นเดินจากไปแล้ว ฉันตักอาหารจนพอใจ ก็เลยจะเดินกลับไปหาพี่ธัน ซึ่งตอนนี้ในกลุ่มมีพี่มิ้นท์ตามมาสมทบแล้ว แต่ฉันก็ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากว่าฉันเดินสวนกับแอนพอดี

“อ้าว แอนมางานนี้ด้วยเหรอ”
“อ้าว เมเคยเรียนอยู่อังกฤษเหรอจ๊ะ”
“เปล่าๆ พอดีเมย์มากับพี่ชายน่ะ ว่าแต่แอนเถอะ เมไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าแอนเรียนที่อังกฤษด้วย”
“เปล่าหรอกจ้ะ พอดีแม่ของแอนเขาเป็นกรรมการสมาคมน่ะ เลยให้แอนมาช่วย”
“แม่ของแอนใครเหรอจ๊ะ”
“คุณหญิงอริสาน่ะจ้ะ”
“อ๋อ เมเจอแล้วล่ะจ้ะตอนเข้างาน แล้วนี่แอนทานอะไรหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วจ้ะ เดี๋ยวแอนขอตัวก่อนนะจ๊ะ เต็มที่เลยนะเม”
“จ้า”

ฉันกับแอนก็เดินแยกจากกันไปคนละทาง เมื่อฉันกลับมาเข้ากลุ่มของพวกพี่ธันกับพี่มิ้นท์ ไม่รู้ว่าสายตาฉันมันเป็นอะไร ทำไมถึงต้องมองหาหมอนั่นด้วยนะ และฉันก็เห็นหมอนั่นคุยอยู่กับคุณหญิงอริสา และก็แอนด้วยท่าทางว่าสนิทสนม ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเป็นแม่สื่อให้

งานดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ จะว่างานน่าเบื่อก็ไม่เชิง เป็นฉันเองแหล่ะที่เบื่อ ก็เพราะว่างานนี้นอกจากจะนัดรวมศิษย์เก่าแล้ว ก็ยังจัดงานปีใหม่ด้วย มีจับของขวัญกันด้วย ส่วนฉันไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมอยู่แล้ว อีกอย่างก็ไม่รู้จักใครเลย รู้งี้ไม่น่ามาดีกว่า ฉันก็เลยขอตัวออกจากกลุ่ม เพื่อจะขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์บนดาดฟ้า และระหว่างที่ฉันกำลังขึ้นบันไดเพื่อจะไปดาดฟ้าอยู่นั้น ด้วยความที่ฉันก็ยังใส่ส้นสูงไม่คล่อง ก็เลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

ตอนนี้ฉันกำลังจะหงายหลังตกบันไดแล้ว ตายแล้ว ก้นจ้ำบ๊ะแน่ๆ ยัยเมษาเอ๊ย ทำไมซุ่มซ่ามอีกแล้ว แต่แล้วในทันใด ฉันก็ไม่ได้ล้มลงไปอย่างที่คิดไว้ เนื่องจากว่ามีแขนอันแข็งแรงของใครบางคนเข้ามาประคองไว้
-------------------------------------------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ มาลุ้นกันดีกว่า ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นใคร เจอกันตอนที่ 8 นะคะ ขอบคุณที่ติดตามคร่า




 

Create Date : 24 มกราคม 2551    
Last Update : 24 มกราคม 2551 21:26:45 น.
Counter : 124 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 6 Feel Good

เรามาถึงร้านกันแล้วค่ะ เชื่อแล้วค่ะว่าต้องตัดให้ได้ทันแน่ๆ เพราะว่าร้านนี้ดูหรูหรา ไฮโซมาก เต็มไปด้วยภาพเจ้าบ่าว เจ้าสาว แล้วก็ชุดแต่งงาน ชุดราตรีสวยๆต่างๆ พี่เจ้าของร้านออกมาต้อนรับพวกเราอย่างสนิทสนม

“สวัสดีค่ะ คุณมิ้นท์ วันนี้ว่างเหรอคะถึงมาที่ร้านได้ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่าคะ”
“สวัสดีค่ะ พี่จูน มิ้นท์จะมาตัดชุดไปงานเลี้ยงน่ะค่ะ ตัดของมิ้นท์เอง กับของน้องเม... อ้อ ลืมแนะนำค่ะ นี่น้องเม น้องสาวธันวาน่ะค่ะ” พี่มินท์แนะนำฉันให้รู้จักกับพี่เจ้าของร้าน
“ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะคะเนี่ย หน้าตาดีเหมือนพี่ชายเลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” ชมกันแบบนี้ฉันก็เขินแย่สิ >///<

เมื่อพูดคุยกันได้สักพัก พี่มิ้นท์ก็เอาแบบเสื้อให้ดู แล้วพวกช่างก็มาวัดตัวฉัน แต่ฉันก็ยังงงอยู่ดีว่าจะเป็นไปได้เหรอ มีเวลาแค่ 3 วันเอง แต่ก็นะพี่มิ้นท์บอกว่าไว้ใจได้ก็โอเค

เมื่อเราวัดตัวกันเรียบร้อยแล้ว พี่มิ้นท์บอกว่าจะพาไปเดินหาซื้อพวกเครื่องประดับอื่นๆ กัน เราก็มาถึงห้างแห่งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไหร่ แต่มีแต่ของแพงๆ ดูหรูหราขาย พี่มิ้นท์ กับพี่นนนี่ ช่วยกันเลือกพวก กระเป๋า เครื่องประดับให้เข้ากับชุดของฉัน แล้วก็ของพี่มิ้นท์ จนตอนนี้พวกเรา 3 คน ก็มาหยุดกันอยู่หน้าร้านรองเท้าแล้วค่ะ

ฉันเดินวนไปวนมาเพื่อดูหาคู่ที่ชอบ แล้วคิดว่าจะเหมาะกับชุดนั้น แต่แล้วก็ไม่ทันพี่มิ้นท์ เพราะพี่มิ้นท์เดินมาพร้อมกับมีรองเท้าส้นสูง เป็นแบบสายเล็ก แล้วก็รัดส้น สีชมพูอ่อน
“น้องเม ลองคู่นี้ดูสิจ๊ะ”
“เอ่อ พี่มิ้นท์คะ เมต้องใส่ส้นสูงด้วยเหรอ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอคะ แบบว่าเมใส่ไม่เป็นอ่ะค่ะ แล้วเมก็ซุ่มซ่ามด้วย”
“ไม่ได้เด็ดขาดจ้ะ การใส่ส้นสูงเนี่ยมันจะทำให้เราดูสง่าขึ้นนะ สงสัยว่าเราจะต้องมาหัดกันแล้วล่ะ”
“เง้ออออ พี่มิ้นท์ท์ท์ท์”

พี่มิ้นท์พูดจบก็เดินไปจัดการเลือกรองเท้าที่ส้นสูงเท่ากับคู่สีชมพูอีกคู่นึง แต่ว่าคู่นี้เป็นคู่สีดำ แล้วฉันก็ต้องจำใจยอมวัดไซส์เท้า และต้องจำใจให้พี่มิ้นท์ซื้อรองเท้าสองคู่นี้ แล้วฉันจะใส่รอดไหมเนี่ย ยัยเมษาเอ๊ยยย

เช้าวันรุ่นขึ้น

วันนี้ฉันไปทำงานด้วยลุคใหม่ เนื่องจากว่าฉันจะต้องใส่ส้นสูง ชุดปกติที่ฉันใส่ไปทำงานทุกวันไม่เข้ากับส้นสูง สงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าฉันแต่งตัวยังไงไปทำงาน ก็เสื้อยืด มีเสื้อแจ๊กเก็ตพอดีตัวคลุมทับ แล้วก็กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ นี่แหล่ะค่ะสไตล์ฉัน แต่วันนี้ฉันได้ชุดของพี่มิ้นท์มาใส่ เป็นเสื้อแฟชั่นกับกางเกงขาสามส่วน (บริษัทนี้แต่งได้ตามใจชอบค่ะ แต่ถ้าไปพบลูกค้าก็ต้องแต่งให้เรียบร้อยน่ะค่ะ) วันนี้ฉันออกจากบ้านด้วยอาการเขินๆ ก็คนมันไม่เคยแต่งตัวแบบนี้อ่ะ รู้สึกไม่มั่นเลย แต่ก็เอาฟระ อยากสวยก็ต้องทน วันนี้ฉันต้องผ่านพ้นไปให้ได้ (ทำอย่างกับไปออกรบ)

ฉันขับรถมาด้วยเท้าเปล่า เมื่อมาถึงหน้าบริษัท ฉันก็หยิบรองเท้าส้นสูงคู่ที่เพิ่งซื้อเมื่อวานมาวางไว้กับพื้น ใส่รองเท้าเรียบร้อย ฉันก็ลุกขึ้นยืน ปิดประตูรถเรียบร้อย และตอนนี้กำลังยืนทำใจเพื่อจะก้าวขาอยู่ เมื่อก้าวขาไปได้ประมาณ 3-4 ก้าว ฉันก็ได้ยินเสียงของนายภีมมาจากทางด้านหลัง

“นี่คุณ เมื่อเช้ากินยาผิดขนานมาเหรอครับ วันนี้แต่งตัวผิดแปลกกว่าทุกวัน แถมใส่ส้นสูงซะด้วย เอ่ ว่าแต่วันนี้ไม่มีสารถีมาส่งเหรอครับ” หมอนั่นพูดพร้อมกับมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
“ -*- มันก็เรื่องของฉัน” รีบเดินหนีดีกว่า

ฉันเดินไปจะถึงขั้นบันไดสองขั้น หน้าประตูออฟฟิส เมื่อก้าวขาขึ้นขั้นแรก 1 ข้างยังไม่เป็นไร แต่ก้าวอีกข้างขึ้นไปนี่สิ ส้นรองเท้าเจ้ากรรมดันไปติดอยู่ตรงขอบขั้นบันไดแล้วฉันก็เลยขาพลิกลงมายังบันไดขึ้นแรก นายภีมที่เดินตามมาติดๆ รับตัวฉันไว้ได้

“นี่คุณ จะแต๊ะอั๋งฉันเหรอ ปล่อยนะ”
“อ้าวคุณ ผมก็หวังดี เห็นคุณจะล้ม งั้นผมปล่อยล่ะ”

หมอนั่นพูดจบ ปล่อยตัวฉันทันที ฉันก็เลยเซเล็กน้อย เมื่อตั้งตัวได้ ฉันก็กำลังจะก้าวขาอีก แต่แล้ว

“โอ๊ย...” เท้าฉันปวดไปหมดเลย หมอนั่นก็เลยเข้ามาประคองฉันอีกรอบ
“สงสัยผมต้องอุ้มคุณเข้าไปแล้วล่ะ” พูดด้วยสีหน้าจริงจังเชียว
“เฮ้ย คุณ ไม่ต้องก็ได้ ฉันเดินเองด้ายยยยยย”

หมอนั่นไม่ฟังที่ฉันพูดเลย ตอนนี้ตัวฉันพาดอยู่บนบ่าของเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเขาแบกฉันเดินเข้าไปในบริษัท สายตาของทุกคนจ้องมาทางฉันกับเขาอย่างแปลกใจ ตอนที่เขาเข้ามาประคองฉัน แว่บนึงฉันรู้สึกว่าแววตาของเขาที่มองมาทางฉันมีแววตาอบอุ่นซ่อนอยู่ หรือว่าฉันจะตาฝาดล่ะมั้ง
และตอนนี้ฉันก็ถูกโยนลงที่โซฟาเรียบร้อยแล้วค่ะ T_T

“นี่คุณ รู้ว่าใส่รองเท้าแบบนี้ไม่ได้แล้วยังจะใส่อีก”
“มันก็เรื่องของฉัน”
“เช้านี้คุณพูดเป็นอยู่ประโยคเดียวเหรอ”
“เปล่า”
“เฮ้อ ตามใจคุณแล้วกัน”

เมื่อพูดจบ หมอนั่นก็เดินออกจากห้อง หายไปสักพัก เขาก็กลับมาพร้อมกับกำอะไรอยู่ในมือก็ไม่รู้ เขาเดินมาที่โซฟาที่ฉันนั่งอยู่ แล้วก็ยื่นสิ่งที่อยู่ในมือให้

“นี่คุณ ประคบน้ำแข็งไปก่อนนะ ส่วนนี่ยาแก้ปวด และก็ยาแก้อักเสบ ตอนนี้คุณจะนอนพักก่อนก็ได้นะ ผมอนุญาต” หมอนั่นยื่นผ้าเช็ดหน้าห่อน้ำแข็ง กับยาให้ฉัน
“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” เมษาอึ้งเลยค่ะงานนี้ ใครจะไปคิดผู้ชายหยิ่งๆ คาสโนว่าแบบเค้าจะสนใจคนอื่นด้วย

ฉันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ที่ต้องตื่น เพราะว่าได้กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกเต็มๆเลย แหม หอมจัง เมื่อฉันลืมตาขึ้นก็เห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะ ข้างโซฟาที่ฉันนอน

“แหม คุณนี่ช่างแสนรู้ เอ้ย รู้เวลาจริงๆเลยนะครับ ตื่นมาก็ได้กินเลย อาหารเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เอง”
“ -*- คุณ ฉันคนนะคะ ไม่ใช่แมว อีกอย่าง คุณเอาอาหารมาวางไว้แถวนี้นี่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเคครับ เรามากินข้าวเที่ยงกันดีกว่า วันนี้ยังไงคุณก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว กินเสร็จ เราได้ทำงานกันต่อ”
“ O_O ”
“อ้าวคุณ ทำไมทำหน้าเอ๋อแบบนั้นล่ะ”
“คุณหัวเราะแบบนี้เป็นด้วยเหรอ” ก็แหม เป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะที่ฉันเห็นเขาหัวเราะ เพราะปกติหมอนั่นจะแค่ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ เวลาหัวเราะแบบนี้ช่างน่ารักจัง (อ้าวๆ หลงเสน่ห์เขาแล้วยัยเมษา)
“อ้าวคุณหมายความว่าไงเนี่ย”
“แบร่”

และแล้วเราก็เริ่มลงมือกินข้าวกัน วันนี้ฉันมีความรู้สึกดีๆกับหมอนั่น คงเป็นเพราะวันนี้เขาไม่ทำตัวลามก และก็พูดจากวนประสาทฉันล่ะมั้ง แถมยังเป็นเจ้านายที่ดี คอยดูแลลูกน้องด้วยล่ะ เป็นอย่างนี้ได้ทุกวันก็คงจะดีนะ

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งวันนี้ฉันเลิกงานช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการชดเชยเวลาที่เสียไปเมื่อครึ่งวันเช้า (ชดเชยแค่ 1 ชั่วโมงเนี่ยนะ เหอๆ) ฉันรู้สึกว่าข้อเท้าฉันจะหายเป็นปกติแล้ว

“คุณ... ให้ผมไปส่งที่บ้านไหม”
“ไม่ต้องหรอก ฉันขยับข้อเท้าได้แล้ว ไม่เจ็บด้วย เพราะงั้นฉันกลับเองได้” แล้วฉันก็ขยับข้อเท้าให้หมอนั่นดู
“งั้น ให้ผมอุ้มคุณไปส่งที่รถดีไหม หึหึ”
“ผีความดีออกจากตัวอีกแล้วหรือไงคุณ ฉันอุตส่าห์มองคุณในแง่ดีมากขึ้นแล้วนะ” แหม คนกำลังจะขอบคุณ หมดกัน สุดท้ายหมอนี่ก็ยังคงลามกเหมือนเดิม
“อ้าว ไม่ฮาเหรอ ผมก็แค่หยอกคุณเล่นเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็ขับรถดีๆละกันนะคุณ พรุ่งนี้ไม่ต้องใส่คู่นี้มาอีกล่ะ ไม่ใช่ผมห่วงคุณหรอกนะ ผมห่วงว่างานผมน่ะจะไม่เสร็จ ^___^ ”
“เหอะ...อ้อ แต่ยังไงวันนี้ฉันก็ขอบคุณคุณนะคะ” ฉันยิ้มให้หมอนั่น 1 ทีเป็นการขอบคุณก่อนจะเดินถือ laptop ออกจากห้องไป

เมื่อฉันออกมาข้างนอกห้อง ฉันก็เห็นแอนนั่งอยู่คนเดียวในแผนก ฉันเดินเอา laptop ไปวางที่โต๊ะแล้วจึงทักแอนขึ้น

“อ้าวแอน ยังไม่กลับอีกเหรอ”
“อืม แอนมีเรื่องอยากจะปรึกษาเมน่ะ ว่าแต่ เมรีบกลับบ้านหรือเปล่าจ๊ะ”
“อ๋อ ไม่รีบจ้ะ ว่าแต่มีเรื่องอะไรเหรอ”
“แอนว่าเราไปคุยกันที่ร้านกาแฟ ซอยใกล้ๆออฟฟิสดีกว่านะ ที่นั่นมีที่จอดรถด้วย”
“โอเคจ้า เดี๋ยวเจอกันนะ”
--------------------------------------------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ




 

Create Date : 02 มกราคม 2551    
Last Update : 2 มกราคม 2551 15:06:33 น.
Counter : 149 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 5 ทำงานร่วมกัน

--- ตอนที่ 5 ---

ฉันเปิดคอม เช็คเมล์เพลินๆ เหลือบดูนาฬิกาที่อยู่มุมขวาล่างบนหน้าจอ Laptop ก็ต้องตกใจ เนื่องจากจะ 9 โมงครึ่งแล้วน่ะสิ ดีนะที่เฉลียวมองเนี่ย ถ้าเกิดว่าเข้าห้องเย็นสายไปนิดเดียว เดี๋ยวหมอนั่นได้หาเรื่องฉันแน่ พับ Laptop เก็บข้าวของ แล้วรีบเข้าห้องเย็นดีกว่า สงสัยวันนี้คงต้องอยู่ในนั้นทั้งวันแน่ T_T คิดแล้วเซ็งจิต

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“ครับ”
แอ๊ดดดด

“สวัสดีค่ะคุณภีม... เมื่อเช้าได้ยินว่าคุณไปเตะโดนที่กั้นเหล็กเหรอคะ ^O^ แล้วตอนนี้อาการเป็นไงบ้างคะ หายเจ็บหรือยัง”
นี่เป็นประโยคแรกเลยค่ะ ที่ฉันทักทายหมอนั่น หลังจากเปิดประตูห้องเข้าไป แหม ก็ขอเยาะเย้ยให้สะใจหน่อยเหอะ แต่ฉันก็ต้องเขยิบถอย เมื่อเห็นหมอนั่นลุกขึ้นยืน แล้วมองหน้าฉันพร้อมทั้งยิ้มที่มุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์
“คุณภีม ถ้าคุณไม่อยากให้ขาอีกข้างหนึ่งเป็นแบบเมื่อเช้าล่ะก็ กรุณาอย่าเข้ามาใกล้ฉันในรัศมี 2 เมตรค่ะ”
“แหมคุณ ผมยังไม่ได้ก้าวขาออกจากตรงนี้เลยนะ คุณคิดว่าผมอยากจะทำอะไรผู้หญิงหน้าตาอย่างคุณหรือไง”
“ก็ไม่รู้สิคะ ฉันก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน เพราะว่าคุณเกือบจะทำฉันมา 2 ครั้งแล้ว ดีนะที่สมองฉันสั่งการเร็ว”
“โอเคครับ เอาเป็นว่าผมจะอยู่นิ่งๆตรงนี้ละกัน ไม่งั้นวันนี้เราคงไม่ได้ทำงานกันแน่... เชิญนั่งสิครับ”
“ดีค่ะ แล้วไหนล่ะคะ งานที่คุณจะให้ฉันทำ”
“อ่อ นี่ครับ เอกสารชุดนี้ จะเป็นรายละเอียดของเกมส์ทั้งหมด”

ฉันรับเอกสารมาจากหมอนั่น เมื่อเห็นหัวเอกสารก็ต้องตกใจ ก็จะอะไรล่ะ นี่มันเป็นชื่อบริษัทที่พี่ธันทำงานอยู่นี่นา ทำไมบังเอิญขนาดนี้ แล้วทำไมพี่ธันไม่เห็นบอกเราเลย ว่ามาจ้างให้บริษัทเราคิดโฆษณาให้

“งานนี้เราควรจะรายงานความคืบหน้าของงานทุกอาทิตย์ เพราะว่าถ้าเค้ายังไม่ค่อยพอใจผลงาน เราจะได้แก้ไขทัน”
“ค่ะ แล้ว...จะให้ฉันนั่งทำงานตรงไหนดีคะ”
“อ่อ บนตักผมนี่ก็ได้ครับ”
“เอ๊...นี่คุณ...” คนอะไร๊ พูดยังไม่ทันขาดคำ ลามกอีกแล้ว
“อ้าว คุณไม่ขำเหรอครับ ว้า มุกผมคงจะใช้ไม่ได้ซะแล้ว...นั่งที่โซฟารับแขกก็ได้ครับ หรือถ้าคุณไม่สะดวก เดี๋ยวผมให้แม่บ้านเอาโต๊ะกับเก้าอี้ตัวเล็กในห้องครัวมาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ที่โซฟาก็ได้ ฉันน่ะ นั่งตรงไหนก็ได้ ที่ไม่ได้ใกล้คุณ”

ตลอดเช้านี้ ฉันกับหมอนั่นสงบศึกกันชั่วคราว เนื่องจากว่างานต้องมาก่อน พวกเราทำงานกันอย่างราบรื่นค่ะ ฉันก็นั่งทำงานที่โซฟารับแขก ส่วนหมอนั่นก็นั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเอง ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับฉัน และแล้วท้องเจ้ากรรมฉันก็ร้องขึ้น ฉันเลยมองดูนาฬิกาข้อมือ อ้าว เที่ยงแล้วนี่หว่า มิน่า ท้องเลยร้อง

“นี่คุณ เที่ยงแล้ว ผมหิวอ่ะ ไปกินข้าวกันเหอะ” เหมือนหมอนั่นจะได้ยินเสียงท้องฉันร้องแฮะ
“ขอบคุณคาสโนว่าอย่างคุณนะคะที่ให้เกียรติชวนฉันกินข้าว แต่ใครบอกกันคะว่าฉันจะไปกินข้าวกับคุณ เชิญคุณไปกินกับสาวๆของคุณเถอะ”
“ก็นี่ไง ผมก็ไปกินกับคุณไง หรือคุณไม่ใช่ผู้หญิง เชื่อดิ ถ้าออกไปตอนนี้ ไม่มีใครอยู่หรอก เค้าคงไปกินกันหมดแล้วคุณ”
“ถึงเค้าจะไปกินกันหมดแล้ว ฉันก็ไม่ไปกินกับคุณหรอก ฉันกินคนเดียวยังมีความสุขกว่าอีก ว่าแล้ว ฉันก็ขอตัวก่อนนะคะ ทานข้าวเที่ยงให้อร่อยนะคะ คุณภีม”

ฉันโบกมืออำลานายภีม ก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป แต่เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความว่างเปล่า มีแต่โต๊ะ กับเก้าอี้ทำงาน ผู้คนหายไปกินข้าวกันหมดแล้ว T^T

“เห็นไหมคุณ ผมบอกแล้วว่าเค้าไปกินกันหมดแล้ว ไปกับผมเหอะ อย่าเล่นตัวเลยน่า” หมอนั่นเดินเข้ามาทางด้านหลังฉัน โดยที่ฉันไม่รู้สึกตัว
“นี่คุณอยู่ห่างๆฉันเลยนะ ถ้าให้ฉันไปกินกับคุณ ฉันว่าฉันไม่กินดีกว่า”
“โอเค ผมอยู่ห่างๆคุณก็ได้ แต่คุณจะไม่กินข้าวเที่ยงน่ะไม่ได้” แต่หมอนั่นไม่พูดเปล่า เค้ายังดึงแขนฉันอีกด้วยอ่ะ
“เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยแขนฉันนะ นี่ๆๆๆ”

แต่การต่อต้านของฉันครั้งนี้ไม่เป็นผลสำเร็จค่ะ นายภีมยังคงดึงแขนฉัน ฉุดกระชากไปที่รถของเค้าจนได้ ทำไมแรงเยอะอย่างงี้น้า หรือว่าเพราะฉันหิวเนี่ย ฉันโดนจับโยนไปที่นั่งข้างคนขับ แล้วหมอนั่นก็ปิดประตูรถซะแรงเลย ฮือๆ ฉันต้องไปกับหมอนั่นจริงๆเหรอ แง๊ๆๆ แต่ในขณะนั้นฉันก็แอบคิดในใจว่า คนอย่างเค้าจะห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ หรือว่าเพราะฉันยังต้องทำงานให้เค้า ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป เค้าคงกลัวว่างานจะไม่เสร็จสินะ

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ตลอดทางตั้งแต่นั่งรถไปที่ร้านอาหาร ทานข้าว แล้วก็นั่งรถกลับ ฉันไม่คุยกับหมอนั่นเลย ต่อให้หมอนั่นชวนฉันคุยก็ตาม เชอะ ฉันไม่อยากจะเสวนากับคนอย่างนายหรอกย่ะ เมื่อเราทั้งคู่กลับมาถึงบริษัท ฉันก็เดินนำลิ่วเลย อาหารกลางวันวันนี้ไม่อร่อยเลยสักนิดเดียว จริงๆร้านนี้ขึ้นชื่อมากเลยนะ แต่เป็นเพราะคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย จึงทำให้อาหารไม่อร่อย

เมื่อฉันกำลังมุ่งหน้าอย่างเร่งรีบ เพื่อเข้าไปทำงานต่อในห้องของหมอนั่น ฉันก็ต้องสะดุด 1 จังหวะ เพราะว่าภาพตรงหน้า ฉันเห็นแอนออกมาจากห้องของหมอนั่น แล้วไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่า เหมือนว่ามีอยู่แว่บนึง แอนจะมองหน้าฉันแบบไม่ค่อยพอใจ แต่เอ่ จะมองแบบนั้นทำไม ก็เราสองคนไม่มีอะไรขัดใจกันนี่นา แต่แล้วเสียงหมอนั่นก็เข้ามาทำลายความคิดฉัน

“คุณอรินดามีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่าครับ”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีว่าแอนเอากาแฟมาให้คุณภีมน่ะค่ะ... อืม...ว่าแต่สองคนนี้ไปกินข้าวกันมาเหรอคะ” แอนถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สงสัยเมื่อกี้ฉันจะคิดไปเอง
“จ้ะ ก็พวกแอนอ่ะ ไปกินข้าวไม่ไปเรียกเลย ไม่รอด้วยอ่ะ”
“แอนก็จะไปเรียกแล้วล่ะจ้า แต่ว่าพี่กรบอกว่า คุณภีมกับเมคงจะเครียดกันอยู่ ปล่อยให้ทำงานกันไปดีกว่าน่ะ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ... คุณเมษาครับ คุณก็อย่ามัวแต่เมาท์ล่ะครับ งานรอคุณอยู่” แหม หมอนั่นได้ทีขี่แพะไล่เหรอยะ
“แอน งั้นเมไปก่อนนะ เซ็งคนบ้าอำนาจ ชิ” แต่สุดท้ายแล้วฉันก็จำใจต้องเข้าห้องเย็นโดยเร็ว แม้จะไม่อยากเข้าก็ตาม ไม่ได้ขี้เกียจหรอกนะ แต่ว่าไม่อยากเห็นหน้าหมอนั่นต่างหาก แต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกมา แว๊บแรก ฉันเห็นสายตาแบบนั้นของแอนอีกแล้ว สงสัยว่าฉันทะเลาะกับหมอนั่นมากไปสมองฉันเบลอ เลยทำให้ตาฝาดหรือเปล่านะ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)

ตลอดบ่าย เราต่างคนต่างก็นั่งทำงานกันเหมือนเดิม จะมีพูดจากันบ้างก็แต่เรื่องงาน ส่วนเวลาไหนที่หมอนั่นกวนใส่ฉัน ฉันก็เงียบซะ ไม่อยากจะต่อความยาว เดี๋ยวพาลงานไม่เสร็จ ฉันนั่งทำงานเพลิน หันมองนาฬิกาข้อมืออีกที ตายแล้ว ห้าโมงแล้วนี่นา เก็บของดีกว่า เดี๋ยวพี่มิ้นท์มาถึงจะได้ขึ้นรถเลย

“นี่คุณ จะไปไหน งานยังไม่เสร็จเลยนะ”
“คุณ... ดูเวลาซะก่อนสิ นี่มันได้เวลาเลิกงานแล้วนะ” หมอนั่นจึงก้มมองดูที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง
“โอเค งั้นพรุ่งนี้ 9 โมงคุณก็เข้ามาทำงานที่ห้องนี้เลยนะ ผมไม่ได้ล๊อกห้อง” โฮะโฮะ พูดอะไรไม่ออกเลยล่ะสิยะ
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ บ๊ายบาย” ชิ่งล่ะค่า

ฉันรีบชิ่งออกมาจากห้องเย็น แล้วก็รีบเอาของไปเก็บของที่โต๊ะ และเก็บเศษซากของเล็กน้อย เมื่อร่ำลาทุกคนเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งออกมาหน้าบริษัท พอดีเวลากับที่รถของพี่มิ้นท์เข้ามา

“พี่มิ้นท์ พี่นนนี่ พี่สมบูรณ์ สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายทุกคนหลังจากขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
“ต๊ายย น้องเม ไม่เจอกันนาน สวยขึ้นนะคะเนี่ย” คำพูดแบบนี้ พี่นนนี่เลยค่ะ
“แหม ชมกันแบบเนี้ย เมไม่มีอะไรให้นะคะ อิอิ”
“น้องเมก็ พี่นนนี่ชมจากใจนะค๊า หึ งอนแล้ว”
“โอ๋ๆๆ อ่ะแต่ช้าแต่ งั้นเดี๋ยวเมเลี้ยงไอติมพี่นนนี่เป็นการถ่ายโทษดีไหมคะ”
“โหย น้องเม ไม่ต้องเอาของกินมาล่อเลยนะ งั้นพี่นนนี่ขอเป็นสตอเบอร์รี่ซันเดย์แล้วกันนะ อ้อ แต่ไม่เอาวิปครีมนะคะ พี่กลัวอ้วน” พี่นนนี่พูดจบ ทุกคนก็หัวเราะกันเลยล่ะค่ะ
“ว่าแต่ พี่มิ้นท์คะ จะตัดชุดจริงๆเหรอคะ”
“ทำไมเหรอจ๊ะ น้องเม ไม่มั่นใจฝีมือการออกแบบชุดของพี่เหรอ ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่จบแฟชั่นดีไซน์เชียวน้า”
“โหย เมดีใจด้วยซ้ำค่ะ ได้ใส่ชุดที่พี่มิ้นท์ออกแบบเนี่ย แต่เมกลัวร้านเค้าจะตัดให้ไม่ทันน่ะค่ะ”
“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกจ้ะ พี่มีร้านฝีมือดี แล้วก็รับรองว่าเสร็จทันงานวันเสาร์นี้แน่ๆ”
“ ค่ะ ^^ เอ่ ว่าแต่เมขอดูแบบชุดหน่อยได้เปล่าอ่ะคะ”

หลังจากฉันพูดจบ พี่มินท์ก็ค้นอะไรกุกกักๆ ในกระเป๋าเอกสารอยู่สักพัก ก็ยื่นแบบชุดให้ฉันดู โอ้โฮ ชุดสวยมากเลยค่ะ เป็นชุดเดรสสีชมพู กระโปรงยาวประมาณเข่า สายเดี่ยว ผูกโบว์ที่บ่า กระโปรงพองๆเล็กน้อย ด้วยล่ะค่ะ ดูหวานมากเลยค่ะ งานนี้ฉันได้เปลี่ยน look แล้ว แต่ติดตรงที่ว่ารู้สึกเสื้อจะเว้าไปหน่อยไหมเนี่ย เหอๆ

“ชุดสวยจังค่ะพี่มินท์”
“ตัดออกมาจะยิ่งสวยกว่านี้อีกจ้ะ เพราะว่าผ้าที่พี่จะใช้ เป็นพวกผ้าไหมน่ะจ้ะ ส่วนท่อนกระโปรงก็เป็นผ้าไหมด้านใน แล้วก็มีผ้าแก้ว 3 ชั้นอยู่ด้านนอก ตรงที่คาดเอว ก็จะใช้ผ้าชีฟองน่ะ”
“สุดยอดเลยค่ะพี่มิ้นท์”
*****************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป
เม้นกันมาเยอะๆนะคร๊า




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2550    
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 23:08:18 น.
Counter : 149 Pageviews.  

ยัยตัวจุ้น ป่วนหัวใจนายคาสโนว่า ตอนที่ 4 กรี๊ดดด

--- ตอนที่ 4 ---

แต่ละคนค่อยๆทยอยกันออกจากห้องประชุม
“เฮ้อ เลิกประชุมสักที จะได้เร่งทำงานต่อ ประชุมทีไร เสียเวลาทำงานทุกที ดูดิ อีกครึ่งชั่วโมงก็เลิกงานแล้วอ่ะ งานฉันยังไม่เสร็จเล้ย” เสียงพี่แก้วบ่นก่อนใครเพื่อนเลย
“เฮ้ยๆ บ่นเบาๆหน่อยไอ้แก้ว เดี๋ยวก็โดนขย้ำคอหรอกแก” พี่เอ เตือนให้พี่แก้วระวังหมอนั่นจะมาได้ยินเข้า
“ว่าแต่เย็นนี้น้องเมมีนัดที่ไหนหรือเปล่าคร๊าบบ ^^ ” ส่วนพี่พีก็หันมาถามฉัน ถามอย่างเดียวไม่พอ แถมยังทำตาเจ้าชู้ใส่อีกแน่ะ
“ทำไมเหรอคะ พี่พีจะพาเมไปเลี้ยงข้าวเหรอ แต่...ใสเจีย เสียใจ ด้วยค่ะ เมมีนัดแล้ว อิอิ” ฉันไม่รู้ว่าพี่พีพูดเล่นหรือจริง แต่ขอตอบไปแบบนี้ดีกว่า จริงๆยังไม่มีหรอก
“น้องเมใจร้าย ~T_T~ ”
“เฮ้ยๆ ไอ้พี แกน่ะอย่ามาทำเจ้าชู้ใส่น้องเมนะ เดี๋ยวจะโดนๆ” พี่แก้วไม่พูดเปล่า เอามือตบที่บ่าของพี่พี เป็นการข่มขู่
“ฮ่า ฮ่า” เสียงทุกคนขำพร้อมกัน แต่แอนนี่สิ ดูแปลกไป และดูนิ่งๆ ตั้งแต่ก่อนจะออกจากห้องประชุมแล้ว ปกติเธอจะขำเนียนตลอด ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

แล้วเวลาเลิกงานก็มาถึง ฉันก็ยังไม่มีที่ไป วันนี้พี่ธันก็กลับบ้านดึก ไม่ใช่วันนี้วันเดียวหรอก ทั้งอาทิตย์เลยต่างหาก สาเหตุคือ ต้องเร่งทำงานให้เสร็จ ส่วนพี่มิ้นท์ วันนี้มีคิวเดินแบบคงกลับดึกเหมือนกัน ถ้ากลับบ้านตอนนี้ เหงาแย่เลย เพราะงั้นโทรหาเพื่อนสาวดีกว่า

ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...
“ฮัลโหล” เสียงตอบกลับมาจากปลายสาย
“ไงจ๊ะยัยปัท เย็นนี้รีบกลับบ้านหรือเปล่า”
“ไม่รีบจ้า ถามแบบนี้แสดงว่าจะชวนฉันไปไหนใช่ม๊า”
“แหมรู้ใจจริงๆเลยนะยะ ฉันจะชวนเธอไปกินข้าว แล้วไปหาหนังดูสักเรื่องกัน เนี่ยมีเรื่องจะเมาท์กะเธอเยอะแยะเลยอ่ะ”
“ได้เล้ยยย แล้วเราจะเจอกันที่ไหนดี”
“ก็เดี๋ยวฉันไปรับเธอที่ทำงานแล้วกันนะ ไปถึงเธอก็คงจะเลิกงานพอดีแหล่ะ”
“เชๆ ขับรถดีๆละกัน ไม่ต้องรีบล่ะ”
“จ้า เดี๋ยวเจอกันนะ บ๊ายบาย”
“จ้าบ๊ายบาย”

จากนั้นฉันก็รีบไปเดินไปที่รถ แต่สายตาฉันเหลือบไปเห็นรถของไอ้ลามกนั่น ซึ่งจอดอยู่ข้างๆรถฉัน ฉันก็เลยเดินไปเตะล้อรถสักหน่อย ระบายความแค้น
“นี่แน่ะ นี่แน่ะ ทำคนไม่ได้ ทำรถแทนก็ได้ฟระ จำไว้นะนายภีมอย่าให้ถึงเวลาของฉันบ้าง”
กำลังระบายความแค้นอยู่เพลินๆ ฉันก็ได้ยินเสียงคุ้นหูมาจากทางด้านหลัง

“นี่คุณ รถผมไปทำอะไรคุณน่ะ คุณถึงได้ไปเตะมันแบบนั้น แล้วเมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัด” ตายแล้วหมอนั่นออกมาตอนไหนเนี่ย หนีดีกว่า อยู่ใกล้หมอนั่นเดี๋ยวโดนลวนลาม
“แบร่” แต่ก่อนไปฉันก็หันไปแลบลิ้นใส่หมอนั่นสักที แล้วก็รีบขึ้นรถตัวเอง ขับออกไปโดยไม่สนใจเลยว่าหมอนั่นจะทำหน้ายังไง

เมื่อฉันไปรับเพื่อนสาวเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็พากันไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วก็พากันไปหาที่นั่งดินเนอร์กัน (ฟังดูหรูมะ อิอิ)

“ไหนยัยเม เธอบอกว่ามีเรื่องอะไรจะเมาท์เยอะแยะ”
แล้วฉันก็เริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนายภีมให้เพื่อนรักฟัง ตั้งแต่ตอนที่เจอกันที่สนามบิน แล้วก็ตอนที่เจอในร้านอาหาร รวมถึงเรื่องที่เค้าเป็นเจ้านายของฉันด้วย แล้วก็เรื่องเมื่อเช้า ตอนที่หมอนั่นจะลวนลามฉัน
“ห๊า เธอว่ายังไงนะ นายนั่นมันจะ…อุ๊บบบ” ฉันรีบเอามือปิดปากเพื่อนสาวก่อนที่จะพูดคำต่อไป เพราะว่าเธอพูดเสียงดังมาก
“ตายแล้วยัยปัท เธอไม่ต้องเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ ฉันอายเค้า ดีนะที่ฉันปิดปากเธอทันน่ะ -///-”
“แหะๆ ฉันขอโทษ ก็คนมันตกใจอ่ะ ว่าแต่หมอนั่นจะหอมแก้มเธอเหรอ แล้วเธอทำไงอ่ะ”
“ไม่รู้ว่าเค้าจะแค่หยอกฉันเล่น หรือว่าจะเอาจริง แต่ฉันก็จัดการเอาศอกของฉันนี่แหล่ะถองเข้าให้ที่ท้องเค้า แล้วก็ผลักเค้าออกไปให้ห่างๆจากตัวฉันน่ะ คนแบบหมอนั่นฉันล่ะเกลียดที่สุด”
“ยัยเม อย่าเกลียดเชียวน้า เค้าบอกว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นนะจ๊ะ”
“(- - )( - -)(- - )( - -) ไม่ๆๆ ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นกับคนอย่างยัยเมษาได้หรอกย่ะ”
“ปากเก่งไปเหอะ ฉันจะคอยดูย่ะ” เอ้อออ คอยดูไปเถอะย่ะ

***************************************************

8 โมงเช้าวันอังคาร ฉันจำได้ที่ผ่านมา...(เพลงของปาล์มมี่ค่ะ) เอ้ย ตื่น 8 โมง ก็ไปทำงานสายกันพอดี ร้องเพลงไม่ดูเวลาเล้ย ที่จริงวันนี้ฉันตื่นเช้าค่ะ ดีใจสุดๆ

“วันนี้พายุมาแน่ๆ ยัยเมตื่นเช้า” พี่ธันกระแนะกระแหนฉัน ขณะที่ฉันกำลังเดินลงบันไดมา
“แหมพี่ธัน คนเราก็ต้องมีการปรับปรุงตัวเองกันบ้างดิ” ไม่คุยกับพี่ธันแล้ว คุยกับพี่มิ้นท์ดีกว่า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่มิ้นท์ ตื่นเช้าจังเลย เมื่อคืนก็กลับดึก”
“มอร์นิ่งจ้า น้องเม”
แล้วฉันก็ไปนั่งร่วมโต๊ะกับพี่ธัน และพี่มิ้นท์
“วันนี้พี่มิ้นท์มีงานแต่เช้าเหรอคะ ถึงได้ตื่นเช้าขนาดนี้”
“จ้ะ... เอ้อ ว่าแต่เสาร์นี้น้องเมมีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่า หมายถึงทั้งวันเลยน่ะ”
“อืม... ไม่มีค่ะ พี่มิ้นท์มีอะไรเหรอ”
“พี่ว่าจะชวนเราไปงานเลี้ยงของสมาคมศิษย์เก่านักเรียนอังกฤษน่ะ”
“จะดีหรือมิ้นท์ ผมไม่ค่อยอยากให้ยัยนี่ไปทำอะไรเปิ่นๆในงานนะ”
“ทำไมล่ะธัน หรือว่าธันหวงน้องสาว” โอว์ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ธันก็หวงเราด้วย ดีใจจัง
“มิ้นท์จะพาน้องสาวธันไปเปิดตัว แล้วก็เผื่อจะมีหนุ่มไหนมาสนใจยัยเมด้วย ^O^ แต่ละคนก็นักเรียนนอกหมดเลยน้ะ ไม่ดีเหรอธัน”
“ไม่ใช่ว่าหวง แค่ห่วง นักเรียนนอกแต่ละคนน่ะ กะล่อน เจ้าชู้ เพลย์บอยกันทั้งนั้น”
“แต่ก็ไม่ทุกคนนี่นา มิ้นท์ว่า คนอย่างธันก็ยังมีนะ”
“-///- ตามใจมิ้นท์แล้วกัน ก็ให้ไอ้ตัวยุ่งนี่ตัดสินใจเอาแล้วกันว่าจะไปหรือไม่ไป” แหม่ พี่ชายเราโดนพี่มิ้นท์ชมซึ่งๆหน้าแบบนี้จะไม่ให้ใจอ่อนได้ไงกันล่ะคร๊าบ
“ว่าไงจ๊ะ น้องเม ไปไหม” พี่มิ้นท์หันมาถามฉัน
“ยังไงก็ได้ค่ะ ถ้าพี่มิ้นท์อยากให้เมไป เมไปก็ได้” แต่ในใจน่ะกระดี๊กระด๊าอยากไปเต็มที่แล้ว ก็แหมอยากเห็นงานหรูๆแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

“ว่าแต่ เย็นนี้น้องเมว่างเปล่าจ๊ะ”
“คิดว่าว่างนะคะพี่มินท์ เพราะว่าหลังเลิกงาน ปกติเมก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วน่ะค่ะ”
“งั้นเย็นนี้พี่ไปรับเรานะ เพราะพี่จะพาไปเราไปตัดชุดน่ะจ้ะ เช้านี้ไม่ต้องเอารถไปหรอกเดี๋ยวพี่แวะไปส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกมิ้นท์ เดี๋ยวผมแวะไปส่งไอ้ตัวยุ่งก่อนก็ได้ บริษัทผมผ่านทางนั้นได้ อีกอย่างเข้างานสายนิดหน่อย คงไม่เป็นไร แต่ผมกลัวว่ามิ้นท์จะสาย เพราะอยู่คนละทางกันเลย”
“รบกวนด้วยนะคร๊า พี่ธัน ^w^” แล้วฉันก็โดนพี่ธันเขกหัวเบาๆ 1 โป๊ก จนได้ซิน่า

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็พอดีกับที่พี่นนนี่ (เธอเป็นสาวประเภทสองค่ะ แต่น่ารักนะ) ผู้จัดการส่วนตัวของพี่มินท์ขับรถมารับพี่มิ้นท์ ส่วนฉันก็ไปรถพี่ธัน แล้วพี่ธันก็พาฉันมาส่งถึงหน้าบริษัท

“ขอบคุณค่า พี่ธัน ขับรถดีๆนะค๊า”
“อืม ตั้งใจทำงานนะเรา อ้อ เย็นนี้พี่กลับบ้านดึกนะ หาข้าวกินกับมิ้นท์ข้างนอกมาเลยนะ”
“รับทราบครับโผมมม” ฉันตอบรับพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชาย
โป๊ก..
“นี่แน่ะ ยังมาทำหน้าทะเล้นอีก” แง๊ วันนี้ 2 โป๊กแล้วนะ
“เจ็บนะ พี่ธันอ่า” ฉันพูดพร้อมกับคลำหัวตัวเองป้อยๆ
“แหม แม่คนบอบบาง พี่เขกเบาๆเองนะ ไปๆ ไปทำงานได้แล้ว”
“ค๊าบ ไปแล้วค๊าบ” ฉันหันไปโบกมือบ๊ายบายให้พี่ธันก่อนจะลงจากรถ
แล้วพี่ธันก็ขับรถออกไปจากบริเวณลานจอดรถของบริษัท แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะก้าวเท้าออกเดิน ฉันก็ได้ยินเสียงคุ้นหูมาจากด้านหลัง

“น่าอิจฉาจังนะครับ สงสัยว่าวันนี้คุณเมษาคงจะมีกำลังใจทำงานมากขึ้นสินะครับ” ฉันมองไปตามเสียง อ้อ นายภีมนั่นเอง สงสัยเข้าใจผิดคิดว่าเรากับพี่ธันเป็นแฟนกันแน่ๆ
“ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้งคะ แต่ว่าคุณภีมไม่ต้องอิจฉาฉันหรอกค่ะ คุณก็มีกำลังใจจากสาวๆเยอะแยะนี่คะ”
“หึ หึ แต่ผมน่ะ อยากได้กำลังใจจากคุณมากที่สุดเลยนะ” หมอนั่นไม่พูดเปล่า ยังเดินเข้ามาใกล้ฉัน แถมยังเอาใบหน้าหล่อๆ (เอ๊ย ไปบอกว่าหมอนั่นหล่อได้ไงยะยัยเม) ยื่นมาใกล้หน้าฉันอีก
“โอ๊ย... นี่คุณผมเจ็บนะ ผู้หญิงอะไรโหดชะมัด” ฉันนี่มีปฏิกริยาตอบสนองเร็วจริงๆ คราวนี้ฉันใช้ปลายเท้าเตะหน้าแข้งของหมอนั่นล่ะค่ะ ชิ ไม่รู้พิษสงของยัยเมษาซะแล้ว ไอ้คาสโนว่าโรคจิต
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณจะล้อฉันเล่นหรือเปล่า แต่ฉันขอบอกก่อนเลยว่า ผู้หญิงอย่างฉันน่ะไม่ใช่ของเล่นของใคร และถึงคุณจะเป็นเจ้านายฉัน แต่คุณไม่มีสิทธิ์จะมาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้นะคะ” ฉันพูดจบ ก็ชิ่งเข้าไปในบริษัททันที ไม่อยากจะต่อกรกับหมอนั่นให้เสียเวลา

สักพักใหญ่ หมอนั่นก็เดินเข้ามาพร้อมกับแอน แต่การเดินของหมอนั่นไม่เป็นปกติ ท่าทางว่าจะยังเจ็บไม่หาย สมน้ำหน้า แล้วพี่กรก็ร้องทักขึ้นเมื่อมองเห็นสภาพการเดินของเพื่อน

“เฮ้ย ไอ้ภีมแกไปโดนอะไรมาวะ ทำไมเดินกะเผลกเข้ามาเชียว”
“คุณภีมโดนที่กั้นเหล็กน่ะค่ะ พี่กร” แอนตอบแทนหมอนั่น ดูท่าว่าหมอนั่นจะไม่กล้าบอกสาวล่ะสิ ว่าไปโดนอะไรมา ^O^
“เออ ฉันขอตัวไปทำงานก่อนล่ะ...ขอตัวก่อนนะครับคุณอรินดา”
แต่ก่อนที่หมอนั่นจะเดินเข้าห้องไป ยังไม่วายหันมาแผ่รังสีอำมหิตใส่ฉัน ฉันก็เลยทำหน้าแบบไม่รู้ไม่ชี้ เชอะ นึกว่าฉันจะกลัวนายรึไง
_________________________________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2550    
Last Update : 15 ธันวาคม 2550 17:38:48 น.
Counter : 237 Pageviews.  

1  2  

MysteryGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MysteryGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.