ซองใส่ซัมซุงกาแล็กซี่ เอส3 - Case for Samsung Galaxy S3
คุณทอมและคุณเบฟ เพื่อนที่เราไปพักบ้านเขาที่นิวแฮมเชียร์, อเมริกา... เมื่อตุลาคมปีก่อน  มาพักผ่อนที่เชียงใหม่.  วันอาทิตย์ที่แล้วไปทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้าน 9 หมู่ 9  อยู่หนองควาย, หางดง... เราไปทานที่นี่ประจำทุกวันอาทิตย์  อาหารอร่อยมาก... นอกเรื่องไปไกล... พอดีเคสมือถือที่เคยซ่อมให้คุณทอมเมื่อสองปีก่อนยางยืดด้านข้างมันยืดจนใช้ไม่ได้เลยเอามาให้ซ่อมอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้คิดว่าทำใหม่จะง่ายกว่าซ่อม  แต่คุณทอมอยากได้ตัวหนีบเข็มขัดจากเคสเดิม  เลยต้องเลาะออกจากตัวเก่าแล้วเอามาโมดิไฟใหม่... เริ่มเลยแล้วกัน...



ก่อนอื่นก็ตัดแพทเทิร์นกระดาษ ตามขนาดของมือถือ... ที่จริงซัมซุงกาแล็กซี่ เอส3 มีขนาด 136.6x70.6x8.6 mm.  (อันนี้ได้ข้อมูลจากเวปไซด์ซัมซุม) แต่เครื่องของคุณทอมมีเคสยางกันกระแทก ขนาดเลยเพิ่มขึ้นเป็น 147.5x87.5x14 mm.  ทั้งหลายทั้งปวงนี้เราต้องคิดภาพเอาเองเพราะมือถือไม่ได้อยู่ที่เรา

มีแต่เคสเก่า  เพราะเราต้องตัดเอาที่หนีบเข็มขัดมาใส่เคสใหม่นึกภาพไม่ออกเลยต้องมโนว่ามันน่าจะเป็นอย่างไรเลยติ๊ต่างกล่องไอพอดทัช เป็นซัมซุงเอส3 แต่มันสั้นไปเลยต้องเอาขวดฟูโอคาริล (สเปรย์พ่นปากหอม) มายัดใส่ก็พอเป็นตัวอย่างให้นึกภาพออกได้ว่าขนาดมือถือของจริงบวกเคสยางขนาดประมาณเท่านี้เท่านั้นนะ...


หลังจากตัดกระดาษแพทเทิร์นเสร็จก็มามาตัดหนังและเอาแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาเพิ่มอีกนิดหน่อยไม่ให้มันดูเรียบเกินไป  จากนั้นตัดหนังชิ้นเล็กเพิ่มเพื่อเป็นตัวยึดที่หนีบเข็มขัด  อันนี้ทั้งวัดและกะด้วยสายตาให้ดูพองาม...


หนังชิ้นเล็กเป็นตัวยึดที่หนีบเข็มขัดต้องสอยส่วนโค้งหลอกให้ดูสวยงาม แล้วติดกาวยางและตอกนำส่วนที่ยึดขาที่หนีบและรอบชิ้นงานทั้งหมดแต่ยังสอยไม่ได้  เพราะต้องเอาที่หนีบเข็มขัดยัดเข้าไปหลังตอกนำ

เราลอกหนังชิ้นเล็กซึ่งเป็นตัวยึดที่หนีบเข็มขัดออก แต่ไม่ทั้งหมดและใส่ตัวยึดเข็มขัดเข้าไปแล้วติดหนังชิ้นเล็กกลับไปเหมือนเดิม  


จากนั้นเย็บส่วนที่เป็นขายึดทั้งสองข้าง...  ดีที่ขายึดอันนี้มันปรับหมุนได้ 360 องศา  ไม่งั้นคงเย็บลำบาก...


พอเย็บเสร็จ... อาจเป็นเพราะเย็บตึง, ดึงด้ายเทียนแรงเกินไปเพราะกลัวว่าใช้ไปแล้วมันจะหลุด...ทำให้ทั้งหนังยึดและตัวเคสเบี้ยว... เราพยายามดึงและจัดหนังให้เรียบแต่มันก็ยังย้วยไปมา  แต่ตอนติดกระดาษแข็งก็จะทำให้ตัวเคสเรียบได้  แต่ตัวยึดที่หนีบเข็มขัดก็แก้ไม่ได้แล้ว  เบี้ยวนิดหน่อยไม่เป็นไรเพราะเป็นงานทำมือล้วนๆ (ข้ออ้างอ่ะ..อิ..อิ..)


ติดตีนตุ๊กแกส่วนที่เป็นตัวเกี่ยวเข้ากับส่วนที่เป็นหน้าเคส (ด้านขวามือในรูป) แล้ววัดและทำเครื่องหมายเพื่อติดกระดาษแข็งสำหรับดามให้เคสอยู่ตัว (ลืมถ่ายรูปไว้ เลยเอารูปหลังจากติดหนังหมูและตอกนำมาให้ดู...)


ส่วนหนังต่อที่เราตอกหมุดตกแต่งเราใช้ฟองน้ำดามเพื่อให้ฝาเปิดปิดเคสอยู่ตัว, นอกจากนั้นยังทำให้หนังส่วนนี้นูนเล็กน้อย ดูอวบอิ่ม (ฮ่ะ..ฮะ..ฮะ..)  จากนั้นตัดกระดาษแข็ง ดามหนัง  ซึ่งแบ่งเป็นสามส่วน คือส่วนฝาเปิดปิดเคส (ด้านซ้ายมือของภาพ), ส่วนตัวเคสด้านหลัง (ชินใหญ่สุดอยู่ตรงกลาง) และส่วนหน้าของเคส (ด้านขวามือของภาพ)  ในรูปเราตัดหนังเพื่อทำด้านข้างเคสสองชิ้นเตรียมไว้ด้วย


นำชิ้นงานมาทาบหนังหมูแล้ววาดโดยรอบชิ้นงาน เพื่อตอนติดกาวจะได้รู้ว่าต้องแปะตรงไหน  ทั้งนี้เพราะเราต้องติดตีนตุ๊กแกอีกฝั่ง  ซึ่งเราจะวาดแบบอีกด้านของหนังหมูไม่ได้... อันนี้เราแก้ปัญหาโดยการเอาตีนตุ๊กแกมาวางฝั่งที่วาดแบบไว้  แล้วใช้เข็มจิ้มลงไปสี่มุมของตีนตุ๊กแก  และทำเครื่องหมายไว้  จากนั้นติดกาวยางแล้วก็เอาไปแปะอีกด้านแล้วจึงตอกนำและสอย... ถ้างงกับคำอธิบาย ก็ดูที่รูปถัดไป

รูปนี้พลิกให้ดูหนังหมูอีกด้านที่ทำการติดตีนตุ๊กแก  ด้านนี้ของหนังจะเป็นด้านที่ต้องโชว์เลยเขียนแบบด้านนี้ไม่ได้  แม้จะมาร์คจุดติดตีนตุ๊กแกเป็นอย่างดีแต่ก็ยังเบี้ยวไปด้านซ้ายนิดหน่อย แต่ก็แทบมองไม่เห็น..

จากนั้นทากาวยางทั้งชิ้นงานและหนังหมู แล้วเอาชิ้นงานติดหนังหมูตามแบบที่เขียนไว้บนหนังหมู.. เนื่องจากเราติดตีนตุ๊กแกอีกด้านของหนังหมู, ดังนั้นตอนติดชิ้นงานต้องระวังอย่าให้เบี้ยว

รูปนี้เป็นชิ้นงานด้านในที่ติดหนังหมูแล้ว


ตอกนำโดยรอบ  และตอกหนังข้างเคสทั้งสองชิ้น... โดยปกติเวลานำหนังสองชิ้นมาสอยติดกันจะต้องทากาวยางแล้วตอกนำ  แต่ครั้งนี้เราแยกตอกนำทั้งหมด  เวลาสอยก็นับรู  แล้วทำเครื่องหมายว่าจะเริ่มเอาหนังชิ้นข้ามาสอยต่อกันตรงไหน.. ในรูปก็จะเห็นจุดที่เราหมายไว้อย่างชัดเจน

งานชิ้นนี้เราเริ่มจากปากเคส  เพื่อความสะดวก,  ที่จริงอยากเริ่มตรงที่เราสามารถซ่อนจุดจบของด้าย  แต่ด้วยความขึ้เกียจและมักง่าย อิ..อิ..  พอสอยจนถึงจุดที่หมายไว้ ก็เอาชิ้นหนังด้านข้างมาทาบแล้วสอยต่อไปเลย  โดยย้ำรูแรกที่สอยหนังเชื่อมกันสองชิ้น เพื่อความทนทาน  จากนั้นก็สอยต่อจนจบ  แล้วตัดด้ายส่วนที่เหลือและใช้ไฟแช็คลนตรงปลาย


ขั้นต่อมาก็ทานสีขอบ... เพื่อปิดรอยเชื่อมหนังและซับให้ดูเป็นชิ้นเดียวกันและเพื่อความคงทน  ทั้งนี้สีทาขอบหนังมีคุณสมบัติยืดหยุ่นทำให้ช่วยรักษาขอบหนังได้เป็นอย่างดี


เสร็จแล้วก็ถ่ายภาพความหล่อซะหน่อย... 

ด้านหลัง..ไม่บอกไม่รู้ว่ารีไซเคิลนะเนี๊ยะ... ดูดีที่สุด...อิ..อิ...

ภาพนี้เปิดให้ดูการติดตีนตุ๊กแก

เทียบกับเคสอันเก่า (ด้านหน้า) นี่มันคนละไซส์เลยอ่ะ...หรือว่าเราจะทำใหญ่ไป..เริ่มจะกังวลใจแล้วอ่ะ  เพราะงานของเราทำแบบตายตัว  แก้ไม่ได้ต้องทำใหม่ไปเลย... หรือถ้าจะแก้ก็คงเป็นเรื่องใหญ่น่าดู...


เทียบกับเคสเก่า (ด้านหลัง)  เห็นแล้วเศร้า...เคสเก่าโดนแย่งที่หนีบเข็มขัดอ่ะ :(  


ปกติจะไม่รับทำอะไรให้ใครเพราะขี้เกียจเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด... แต่งานชิ้นนี้ตั้งใจทำเพื่อแสดงความขอบคุณ คุณทอมและคุณเบฟ ที่ให้ที่พักและพาไปเลี้ยงอาหาร ตอนไปเที่ยวอเมริกาเมื่อปีก่อน (2013)  กลับจากทริปนั้นก็ไปอีกหลายทริป, ลงมือเขียนบล๊อกท่องเที่ยวได้สถานที่ละตอนสองตอน  เอาไว้ว่างๆ จะลงมือเขียนให้เสร็จทุกทริป เอาเก็บไว้อ่านตอนแก่ (กว่านี้ อิ..อิ..)

จบแล้วนะ ฮ้าร์ฟฟฟฟ... กราบขอบพระคุณที่เข้ามาฟังเราโม้...




Create Date : 04 ธันวาคม 2557
Last Update : 5 ธันวาคม 2557 12:26:37 น.
Counter : 3403 Pageviews.

0 comment
2013-03-18 Pog Pag leather purse - กระเป๋าเศษตังค์ป๊อกแป๊ก
ว๊าว! จากบล๊อกงานฝีมือของฉันอันหลังสุด ก็รวมเวลาได้ สองปีสามวัน... เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก...

วัน ที่ 31 มีนาคม 2556 ที่จะถึงนี้จะเดินทางไปอังกฤษและไอร์แลนด์ ไปพักบ้านเพื่อนแฟน, เลยตั้งใจทำของฝากเล็กๆ น้อยๆ ชิ้นนี้เป็นกระเป๋าปากเหล็กที่เวลาเปิดปิดมันจะดังป๊อกแป๊ก เลยเอามาใช้เป็นชื่อกระเป๋าซะเลย.. ถ้าใครรู้ชื่อจริงๆ ของกระเป๋าแบบนี้ช่วยเม้นท์บอกหน่อยนะฮาร์ฟฟฟ

ใบนี้จะมอบให้ Joan... เพื่อนของแฟนเรา, ตอนขอวีซ่าก็ได้ Joan นี่แหล่ะส่งจดหมายเชิญ นอกจากนั้นยังจองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์, จองตั๋วเข้าชมมหรสพต่างๆ กระเป๋าใบน้อยด้อยราคาแต่ทำและมอบให้ด้วยใจอ่ะ ทั้งนี้ยังมีของฝากอีกหลายชิ้นที่ต้องทำเพิ่ม เพราะไปพักบ้านเพื่อนของแฟนอีกหลายที่ มือบวมหล่ะงานนี้...

เข้า เรื่องเลยดีกว่า... จุดเริ่มต้นของกระเป๋าใบนี้คือเมื่อเดือนก่อนไปร้านกิ๊ฟ ตรงถนนช้างม่อย เป็นร้านขายวัสดุ, อุปกรณ์และหนัง สำหรับทำเครื่องหนังต่างๆ... เห็นปากกระเป๋าเหล็กดูแล้วกิ๊บเก๋ เลยซื้อมาอันหนึ่ง ราคา 35 บาท.. ซื้อมาดองไว้ได้เดือนหนึ่งพอดี..รสเปรี้ยวได้ที่ อิ..อิ.. เมื่อวานอยู่ๆ ก็หยิบกระดาษแข็งขึ้นมาวาดแบบโดยไม่รู้ตัว...น๊านน!! งงๆ เบลอๆ... พร้อมกับจิบจินโทนิค, เคิ้วววว อร่อยเหาะ...อิ..อิ..



โค้งปากกระเป๋าใหญ่เท่ากับก้นกระป๋องกาวยางพอดี (โค้งใหญ่ด้านบนเป็นปากกระเป๋า)... ส่วนโค้งตรงก้นกระป๋าสองข้างใช้ฝายาหม่องตราถ้วยทองขนาด 12 กรัม.. (ส่วนที่เหลือเป็นตัวกระเป๋าและก้นกระเป๋า)



ทาบแบบกับเศษหนัง แล้วตัดออกมาสองชิ้น.. จากนั้นตอกนำตรงปากกระเป๋า



ทากาวยางด้านในของหนังในส่วนของตัวกระเป๋า แล้วนำหนังทั้งสองชิ้นมาประกบกัน จากนั้นตอกนำ แล้วแยกหนังทั้งสองชิ้นออกจากกัน, นำหนังทั้งสองชิ้นมาสอยประกบกันเป็นตัวกระเป๋า



นำปากกระเป๋าเหล็กมาสอยติดกับปากกระเป๋าหนัง... ทั้งนี้รูที่ตอกกับรูที่ปากกระเป๋าเหล็กอาจไม่เท่ากัน เวลาสอยต้องใช้วิชามาร... บางที ปากกระเป๋าหนังสองรู สอยเข้ากับปากกระเป๋าเหล็กสามรู อันนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการของแต่ละคนเน้อ... ปล..เรายังงงกับการสอยปากกระเป๋าอยู่เลยอ่ะ... แต่ก็ยัดๆ มันเข้าไป ตกแต่งให้ดูสวยเป็นพอ อิ..อิ..



ท๊าดาาาา.. เสร็จแย้ว... ขอบอกว่ากิ๊บเก๋ มว๊ากกก...



ขอหน้าตรงอีกรูป... โอ้ว, แม่จ้าว.. ช่างดูดีมีฐานะ ใครเห็นใครรัก..ใครจับเป็นติดใจ...


ที่จริงยังแปะโป้ง สัญญากับเพื่อนไก่ วชิรา, เพื่อนเอและเพื่อนกุ้ง คำแสด... ว่าจะทำกระเป๋าเศษตังค์เป็นของฝาก แต่ผ่านไปสองสามปีก็ยังไม่ได้ลงมือเรย... คิดว่าถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วจะตั้งใจทำให้ตามสัญญา... โชคดีนะที่ไม่ได้ระบุเวลาว่าจะให้เมื่อไหร่...

เจอกันบล๊อกหน้า... มีกระเ๋ป๋าตังค์, กระเป๋าเศษตังค์แบบสี่เหลี่ยม มาเขียนและแบ่งปัน... นะฮาร์ฟฟฟ



Create Date : 18 มีนาคม 2556
Last Update : 18 มีนาคม 2556 17:39:04 น.
Counter : 3290 Pageviews.

8 comment
2011-03-15 Namecard Holder - สมุดเก็บนามบัตรอย่างง่าย
สิ้นเดือนนี้จะเดินทางไปอเมริกาหลังจากกลับมาได้เดือนกว่า (ไปเยี่ยมญาติแฟนที่ป่วยหนัก... ไปดูใจอ่ะนะ) แต่ไปครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือไปทำธุระและไปเที่ยว... แล้วจะเขียนในกรุ๊ปบล๊อก 2011 America Trip ให้เพื่อนๆ ที่สนใจอ่านก็แล้วกัน

เกริ่นซะตั้งหลายบรรทัด... เข้าเรื่องซะที ที่จะทำสมุดเก็บนามบัตรอย่างง่ายก็เพราะจะเอาไปเป็นของฝาก จะหยิบจะซื้ออะไรก็แพงไปหมด เลยไปหาซื้อซองพลาสติกเก็บนามบัตร แต่ไม่มีขายเลยซื้อแบบที่มีซองหนังปลอม แล้วทำซองหนังแท้ที่เราทำไปใส่แทน



เตรียมหนัง ที่จริงใช้หนังแผ่นเดียวก็ได้ แต่เราตัดหนังสองแผ่นให้ได้ขนาดใหญ่กว่าซองพลาสติกที่เก็บนามบัตรเล็กน้อย เพราะถ้าทำเท่ากันจะไม่สามารถเอาซองพลาสติกใส่ปกหนังได้



ตัดหนังหมูเพื่อเป็นตัวยึดด้านในของซองหนัง



ทากาวยางเพื่อยึดซองหนังด้านนอกกับซองหนังด้านใน สังเกตุดูใกล้ๆ จะเห็นว่าหนังด้านนอกไม่ได้ทากาวยางโดยรอบ แต่เว้นที่ตรงกึ่งกลางกระเป๋าซึ่งเป็นส่วนของสันพับ ประมาณสองเซนติเมตร ส่วนหนังหมูด้านในก็ทากาวยางเฉพาะขอบบน, ล่าง และด้านนอก ส่วนด้านใน (ตรงกลาง) ไม่ทา เพราะจะเป็นส่วนที่สอดซองพลาสติก



สอยแบบสองเข็มโดยรอบ จากนั้นทาขอบหนังโดยรอบด้วยสีทาขอบหนัง



เสร็จแล้วนะฮาร์ฟฟฟ สวยม๊ากกกกมาย ทำแค่ 3 ชิ้น เพราะเด๋วจะทำสมุดโน๊ตปกหนัง, พวงกุญแจ ../viewdiary.php?id=annopwichai&month=11-2009&date=23&group=5&gblog=2 และกระเป๋าเศษตังค์หนังอย่างง่าย ../viewdiary.php?id=annopwichai&month=11-2009&date=17&group=5&gblog=1 จะได้มีของฝากหลากหลาย



อ้าให้ดูซองพลาสติกเก็บนามบัตรด้านใน


ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย ค่าซองพลาสติก 27 บาท หาซองพลาสติกเฉยๆ ไม่ได้ เลยต้องซื้อแบบที่มีปกหนังปลอม แล้วถอดออกเอาแต่ด้านใน. ค่าหนังบวกวัสดุตกแต่ง (หมุดทองเหลือง) บวกค่าด้ายเทียน, กาวยาง และสีทาขอบ รวมกันประมาณ 10 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 37 บาท ก็ได้ของขวัญทำมือสุดหรูราคาถูก

ปล. การคำนวณค่าหนังบวกหมุดทองเหลือง, ด้ายเทียน, กาวยาง และสีทาขอบ เป็นราคาคร่าวๆ เพราะหมุดทองเหลืองซื้อเป็นถุงเล็ก 20 บาทได้ 50 ตัวแต่ใช้แค่ 6 ตัว, ด้ายเทียนซื้อเป็นหลอดแต่ใช้นิดเดียว, กาวยยางกระป๋องละ 80 บาทแต่ใช้ไม่ถึง 5 สตางค์มั๊ง ส่วนสีทาขอบขวดเล็ก 20 บาท ซื้อมาสามปีก่อนยังใช้ไม่หมดเลยหิ ส่วนที่จะแพงก็คงเป็นหนัง เพราะซื้อเศษหนังมากิโลละ 200 บาท แต่ใช้ไม่ถึงครึ่งขีดตีเป็นเงินก็คงประมาณ 8 บาท

พอทำเสร็จก็อยากได้ Brandname ที่มี Logo ของตัวเอง เลยใช้เวลาเกือบชั่วโมงไปกับ Photoshop แล้วก็ได้ป้ายยี่ห้อของเรามาติดของฝาก เห็นแล้วอยากได้ม๊ากกกเลย อิ..อิ...





Create Date : 15 มีนาคม 2554
Last Update : 16 มีนาคม 2554 11:07:05 น.
Counter : 3672 Pageviews.

11 comment
2009-12-02 Leather passport holder - ซองหนังใส่พาสปอร์ท อย่างง่าย
ทำสมุดบันทึกการเดินทางเสร็จแล้ว... เห็นพาสปอร์ทของเราเปลือยเปล่า กลัวจะหนาว..จึงทำซองใส่ ทำเป็นคอเลคชั่นให้เข้ากับสมุดบันทึกการเดินทางก็ดีเหมือนกัน

ครั้งนี้ไม่ได้อธิบายวิธีทำอย่างละเอียดเท่าไหร่ เพราะใกล้เคียงกับวิธีทำปกสมุดบันทึกอย่างง่าย... ว่าแล้วไปดูกันเลย


เตรียมวัสดุดังภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย หนังที่ใช้ทำซอง (เราใช้วิธีต่อหนังแบบเดิมให้เข้ากับสมุดบันทึก) โดยมีขนาดกว้างคูณยาวมากกว่าพาสปอร์ทด้านละครึ่งเซ็นติเมตร, ปกหน้า ปกหลัง ทำจากกระดาษแข็ง 2 แผ่น ขนาดเท่ากับพาสปอร์ท, หนังยึดพาสปอร์ท 2 ชิ้น ขนาด ยาวเท่ากับพาสปอร์ท ส่วนความกว้างกะประมาณ นิ้วกว่า หรือพอยึดพาสปอร์ทได้, และสุดท้าย หนังหมูใช้ทำซับ



ทากาวยางบนหนังให้ทั่ว แล้วทากาวติดกระดาษแข็งแล้วนำกระดาษแข็งไปติดไว้ กะให้เหลือขอบด้านละครึ่งเซ็นติเมตร (เพื่อเป็นเนื้อที่ใช้ตอกและสอย) จากนั้นติดกระดุม ขั้นตอนโดยละเอียดสามารถดูได้จากการทำปกสมุดบันทึก เพราะวิธีการเหมือนกันทุกประการ (ยกเว้นซองพาสปอร์ทไม่ได้ใส่ฟองน้ำ เพราะจะทำให้หนาเกินไป) จากนั้นนำหนังที่ติดกระดาษทาทากาวยางให้ทั่ว และทากาวที่หนังหมูที่จะทำซับ แล้วเอาหนังมาติดซับ... ตัดขอบให้เรียบร้อย แล้วเอาหนังยึดพาสปอร์ททั้งสองชิ้นมาทากาวเฉพาะริมหนังแล้วนำไปติดด้านในของซอง รูปนี้เป็นรูปด้านในของซองพาสปอร์ท


ส่วนนี่เป็นรูปด้านนอก


แล้วใช้เหล็กซี่ตอกนำ


แล้วสอยแบบสองเข็มให้รอบซอง จากนั้นใช้สีทาขอบหนังทาให้เรียบร้อย


ด้านในใช้เสียบพาสปอร์ทได้สองเล่ม (แบบว่าของเรามีวีซ่าแบบ 10ปี จึงต้องพกเล่มเก่าด้วย... ลำบากจิงๆ เลย


ดีไซน์ด้านนอกเหมือนกับปกสมุดบันทึกทุกอย่าง


พอปิดกระดุมซอง ก็จะได้ด้านหน้าแบบนี้ สวยจัง อิ..อิ..


ด้านหลัง

พอดีวันนี้เป็นวันเกิดของเรา งานชิ้นนี้เสร็จพอดีจึงถือว่าเป็นของขวัญที่ทำให้ตัวเอง และของอวยพรให้ตัวเองมีความสุข สมหวัง คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา เทอญ... อิ..อิ..



Create Date : 02 ธันวาคม 2552
Last Update : 14 มกราคม 2557 12:34:46 น.
Counter : 2981 Pageviews.

22 comment
2009-11-30 Leather bound diary - สมุดบันทึกหนังอย่างง่าย
เมื่อสามวันก่อนออกไปซื้อของ แวะร้านดวงกมล (ร้านขายหนังสือในเชียงใหม่) หาหนังสือเกี่ยวกับ India ที่จริงอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Rajasthan , Delhi และ Agra แต่ก็หาไม่เจอ เลยไปเดินแถวมุมเครื่องเขียน... อยากได้สมุดบันทึกเอาไว้จดบันทึกการเดินทาง นี่ก็อีกเดือนกว่าๆแล้วหิ... โอ๊วคุณพระคุณเจ้า สมุดบันทึกสวยๆ แต่ละเล่ม สองสามร้อยอัพ สุดยอดแห่งราคา เดินไปเดินมาผ่าน "สมุดฉีก"... 14 บาท เกิดความคิดว่าเราทำปกสมุดฉีกเก๋ๆ เศษหนังก็ไม่กี่ตังค์... ตกลง เราจะยอมจ่ายเงิน 14 บาทแล้วทำปกให้สมุดฉีกเล่มน้อย เก๋ไก๋ อย่าบอกใคร

ด้วยความขี้เกียจ เราไม่ได้สร้างแบบ (pattern) แค่กะให้ปกใหญ่กว่าสมุดฉีกเล็กน้อย ในระหว่างทำก็ลืมนั่น ต่อเติมนี่ตามแต่ใจเรา เพราะเราทำเองใช้เอง... เริ่มลงมือกันเลยดีกว่า


ตัดกระดาษแข็งให้ใหญ่กว่าสมุดฉีกเล็กน้อย สมุดฉีกของเรา 13x19ซม. เราตัดกระดาษแข็ง 14x20ซม. กระดาษแข็งที่ใช้ทำปกหลังเราใช้แบบหนากว่าปกหน้า 2 เท่า ทั้งนี้เพราะเวลาไม่มีอะไรรองเขียนจะได้ใช้มือซ้ายประคองเขียนได้ (อื้ม หลักแหลม... หลักแหลม... ) ส่วนสันปก เราตัดกระดาษแข็งขนาด 13x1ซม. สรุปมีกระดาษแข็ง 3 ชิ้น ตามภาพ


วัสดุชิ้นถัดมาเป็นฟองน้ำทำซับ ที่เชียงใหม่เราไปซื้อที่กาดหลวง หรือหาซื้อได้ที่ร้านขายวัสดุทำรองเท้า หรือร้านขายฟองน้ำ เราใช้กระดาษแข็งทาบฟองน้ำแล้วใช้ดินสอขีดให้รอบ แล้วใช้กาวยางทาทั้งกระดาษแข็งและฟองน้ำ จากนั้นก็นำกระดาษแข็งไปทาบฟองน้ำที่ทากาวไว้ ทำอย่างนี้กับกระดาษแข็งทั้งสามชิ้น


ตัดเศษฟองน้ำที่เกินออกไป


ถ้าใครพอมีฐานะ จะใช้หนังเป็นผืนใหญ่ก็ได้ แต่เรามีเศษหนังอยู่แล้ว จึงนำมาต่อกัน แล้วดีไซน์แบบเอง ทั้งประหยัด สวยไม่หรู แต่สวยเก๋ อิ..อิ..


หนังที่ใช้ทำปก มีขนาดเท่ากับ 15 (14+1) x 43 (20+20+1+2) ซม. ความกว้าง 15 ซม. เพราะปกไดอะรี่กว้าง 14 ซม. เผื่อหนังไปข้างละ 0.5 ซม. ส่วนความยาว 43 ซม. เพราะ ปกหน้ายาว 20 ซม. ปกหลัง ยาว 20 ซม. สันอีก 1 ซม. และเผื่อขอบ บนล่างของหน้าปกอย่างละ 0.5 ซม. ในรูปแสดงให้เห็นชิ้นหนัง (ที่ต่อเสร็จแล้วทั้งผืน) และกระดาษแข็งที่ติดฟองน้ำแล้ว กระดาษแข็งด้านซ้ายมือ เราหงายด้านฟองน้ำให้ดู ซึ่งเป็นด้านที่จะติดกาว


ทากาวยางที่ชิ้นหนังปกไดอะรี่ และกระดาษแข็งด้านฟองน้ำ


นำกระดาษแข็งด้านฟองน้ำที่ทากาวยางแล้วไปติดบนแผ่นหนังที่ทากาวไว้แล้วเช่นกัน ในรูป เราติดกระดาษแข็งชิ้นหน้าปก และ ชิ้นสันปก


จากนั้นก็นำกระดาษแข็งชิ้นปกหลังมาทากาวยางด้านฟองน้ำแล้วติดลงบนแผ่นหนัง จะได้ออกมาตามรูป (พอดีทำเพลินลืมถ่ายรูปก่อนติดกระดุม) จากนั้นก็ติดกระดุม โดยกระดุมตัวผู้ให้ตอกรูที่ปกหลังสูงจากขอบประมาณ 2 ซม. วัดให้ได้กึ่งกลางจากด้านข้าง และให้ติดตั้งกระดุมโดยให้หัวกระดุมหันออกมาด้านนอก (รูปถัดไปจะขยายให้เห็นชัดกว่านี้อ่ะ) ส่วนกระดุมตัวเมีย ให้ตัดหนังทาประกบหนังหมู (ที่ทำเป็นซับ) ทำเป็นเดือยยาวออกมาประมาณ 6 ซม. เจาะรูตรงปลาย ติดตังกระดุมตัวเมียให้เรียบร้อย... ถ้าใครงง อะไรคือตัวผู้อะไรคือตัวเมียสามารถย้อนไปดูได้ที่ ../viewblog.php?id=annopwichai&date=23-11-2009&group=5&gblog=2 ซึ่งเป็นการทำ พวงกุญแจหนังอย่างง่าย ที่เขียนเมื่อวันที่ 2009-11-23
สรุป ด้านที่มีเดือยติดกระดุมตัวเมียเป็นปกหน้านะ เด๋วจางง


เราถ่ายเข้ามาใกล้อีกนิดให้เห็นกันชัดชัด โดยพับหนังแล้วพลิกด้านหลัง จะได้เห็นหัวกระดุมตัวผู้ซึ่งโผล่มาด้านหลังของไดอะรี่ ส่วนกระดุมตัวเมียทำเดือยหนังมาติดไว้กับหน้าปก มะรู้จะอธิบายยังงัยแล้วอ่ะนะ เด๋วดูรูปต่อๆไป ก็อาจจะเก็ดไอเดียหิ


นำหนังหมูมาทำซับ โดยนำหนังที่ติดกระดาษแข็งและฟองน้ำแล้วมาทาบแล้ววาดแบบ อย่าตัดหนังหมูให้เท่ากับหนังชิ้นงานแล้วนำมาแปะเพราะยังงัยก็ไม่พอดีกัน เพราะหนังมันยืดหยุ่น... เด๋วจะหาว่ามะบอกอ่ะนะ


ทากาวยางที่ซับใน (หนังหมู) และ ที่ปกในส่วนที่เป็นกระดาษ ที่จริงในส่วนที่เป็นด้านหลังของปกไดอะรี่จะเป็นส่วนที่เราสอดสมุดฉีกเข้าไป ดังนั้นไม่ต้องทากาว ให้ทาเฉพาะขอบ ตามรูปจะเป็นพื้นที่ด้านซ้ายมือ แต่ตอนทากาวเราลืมนึกไป ดังนั้นเราจึงเอาผ้าบางสีดำขนาดเท่ากับสมุดฉีกมาวางทับไว้ เพื่อเวลานำซับและหนังมาติดกัน ส่วนนี้จะได้ไม่ติดกัน ทำให้มีพื้นที่ในการสอดสมุดฉีก อาจจะฟังแล้วงง แต่ถ้าลองทำเองจริงๆ ก็จะรู้ว่าต้องทำงัยอ่ะ


หลังจากนำหนังมาติดกับซับแล้ว ให้ตัดซับส่วนเกินออก เนื่องจากเราใช้มือซ้ายถ่ายรูป และปุ่มชัตเตอร์ก็อยู่ด้านขวาของกล้อง ภาพเลยมะชัดหิ


จากนั้นให้ใช้เหล็กตอกนำ (ของเรามี 4 ซี่ งานนี้ถ้าใครมีแบบ 6 ซี่ก็จะไวหน่อยเพราะตอกแบบตรง ไม่มีโค้งอ่ะ)


เทคนิคใคร เทคนิคมัน เราใช้เหรียญ 25 สตางค์ช่วยตัดมุม เพื่อไม่ให้งานออกมาดูทื่อเกินไป


จากนั้นก็สอยจนรอบ เราสอยแบบใช้สองเข็มเหมือนเดิม ใครจะสอยแบบด้นถอยหลัง หรือสอยถักขอบเป็นก็สวยดีเหมือนกันนะ


จากนั้นก็ทาสีขอบ นอกจากจะสวยงามเป็นระเบียบแล้ว ยังทำให้แข็งแรงคงทนอีกด้วย เพราะคุณสมบัติของสีทาขอบหนังมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้หนังและซับติดกัน ทำให้เกิดความคงทน


อ๊ะ!! ทำไปทำมา ลืมอีกละ... ที่เสียบปากกา ต่อเติมอย่างง่ายๆ โดยตัดเศษหนังให้มีขนาดพอเสียบปากกาได้ ทาสีขอบแล้ว ตอกนำ จากนั้นนำไปสอยติดกับปกไดอะรี่... ของเราติดด้านขวามือ เดี๋ยวดูรูปตอนสำเร็จก็จะมองออกเองอ่ะนะ


นำสมุดฉีกมาเสียบ ลืมบอกไปว่าต้องใช้คัตเตอร์กรีดเบาๆ ที่ซับ เพื่อเจาะเป็นช่องให้สามารถเสียบสมุดฉีกได้ โดยรอยกรีดอยู่ห่างจากขอบปกหลัง 18 ซม. เว้นขอบด้านข้างด้านละ 1 ซม. ถ้าไม่สามารถเสียบสมุดฉีกได้ ก็กรีดเพิ่มอีกเล็กน้อยให้พอยัดสมุดฉีกลงไปอ่ะนะ แบบว่างานไม่สร้างแพทเทิร์นก็อย่างนี้แหละ ขลุกขลักนิดหน่อย อร่อยดี อิ..อิ..
ปล. ที่จริงรูปนี้ถ่ายก่อนที่จะติดที่เสียบปากกาอ่ะ




ท๊าดา!!!! เส็ดแล้ว เห็นมะ.. ที่เสียบปากกาอยู่ด้านขวามือจิงๆนะ มะดัยโม๊!!


ด้านหน้า... ดีไซน์สวยเก๋ สวยมากๆ คนทำยังแอบปลื้มเองเลย อิ..อิ..


ด้านหลัง แบบว่าต่อหนังได้แนว สวยไม่แพ้ด้านหน้า อิ..อิ..


เสร็จแล้วก็เตรียมตัวไปอินเดีย (อีกตั้งเดือนกว่าแนะ อิ..อิ..) เพื่อนๆ ก็สามารถทำเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนที่รัก คนที่ชอบได้นะ ถูกด้วยอ่ะ

ปล. อีกรอบ มะรืนนี้วันที่ 2 ธันวาคม ก็จะครบรอบวันเกิดของเราเอง อิ..อิ.. นี่จึงเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง.... ขอให้สุขสันต์วันเกิด เงินทองไหลมาเทมา คิดสิ่งใดขอให้ตัวเองสมปรารถนาเทอญ... น่าน.. เอากันเข้าไป



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 26 พฤษภาคม 2556 14:28:10 น.
Counter : 6812 Pageviews.

17 comment
1  2  

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend