2014-04-10 Izmir : Optional Pergamon tour
บล๊อกก่อนคลิ๊กเข้าไปอ่านได้เลยนะฮัฟ..







============================================

2014-04-10 Izmir : Optional Pergamon tour

วันนี้สำหรับคนที่ไม่ซื้อทัวร์เพิ่มก็มีเวลาพักผ่อนและเดินเที่ยวในตัวเมืองอิชเมียร์เอง... ซึ่งมีไม่กี่คนที่ไม่ไปทัวร์เพิ่ม,  ทัวร์ที่ต้องจ่ายเพิ่มวันนี้เป็น Pergamon tour.  Pergamon  หรือ Pergamum สะกดแบบภาษาตุรกี  เป็นเมืองซึ่งสร้างในคริสศตวรรษที่สองตั้งอยู่บนเนินเขาทอดยาวลงมาถึงพื้นที่ราบด้านล่าง  เป็นที่รู้จักในนามของเมืองแห่ยา  เพราะมีการคิดค้นและบันทึกตำรับยามากมาย

รถออกเจ็ดโมงเช้า  เพราะ Pergamon อยู่ห่างไปสองชั่วโมง  กว่าจะไปถึงก็เก้าโมง  พอไปถึงก็ต้องขึ้นลิฟ์เพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้าต่อ  ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงยอดเขา  ไกด์พาเดินชมพร้อมอธิบายประวัติความเป็นมา..เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่งก็พอจับใจความได้ว่า  ในส่วนนี้ของ Pergamon เรียกว่า Bergama upper Acropolis  มีอาคารสำคัญเช่น Trajan Temple, Library, Temple of Athena แต่ที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือ The Hellenistic Theatre เป็นอัฒจรรย์ขนาดใหญ่ จุคนได้ถึงหนึ่งหมื่นคน  และยังได้ชื่อว่าเป็นอัฒจรรย์ที่มีที่นั่งชันที่สุดในโลกของโบราณคดี  หลังจากไกด์อธิบายจุดต่างๆ จบก็ให้เวลาเดินชมและถ่ายรูปแล้วนัดเวลาไปเจอกันที่รถตอนสิบเอ็ดโมง  ทุกคนช่างตรงเวลาได้ใจจริงๆ  รถขับไป Bergama lower Acropolis ซึ่งห่างออกไปประมาณ 15 นาที




บางบ้านยังใช้รถเทียมม้า, เทียมลา กันอยู่เลย.. รูปนี้อยู่หน้าลิฟท์ที่จะขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเพื่อไปบนเขา




ออกจากลิฟท์ก็มาขึ้นกระเช้าไฟฟ้าต่อ.. กระเช้าเหมือนที่เมืองจีนคือหมุนไปเรื่อยๆ ไม่จอด  ต้องรีบขึ้น  มันไม่ได้หมุนเร็วจนขึ้นไม่ทัน..แต่จะชักช้าไม่ได้อ่ะ...




ภาพนี้อยู่ในกระเช้าไฟฟ้าถ่ายขึ้นไปบนภูเขา




ภาพนี้เกือบถึงยอดเขาแระ... มองเห็นรถบัสขอเราอยู่ไกลๆ คันนิดเดียว




ตรงทางเข้ามีกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษา  เข้าแถวกันเป็นระเบียบแต่ก็เอะอ่ะเจี๊ยวจ๊าวสนุกสนานกันเลยทีเดียว




กลุ่มอาคารบ้านเรือน เหลือแต่กำแพงและเสาหินให้เห็น




เดินมาได้อีกหน่อยก็เจอกลุ่มนักเรียนเมื่อกี้นั่งฟังคุณครูสอนประวัติศาสตร์.. 




Zeus Altar แท่นบูชาซีอุส  เหลือแต่ฐาน  และมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นตรงกลาง




Trajan Temple ถ่ายจากข้างหน้า




บน Trajan Temple 




อีกมุมหนึ่ง  สิ่งที่เหลือโดยมากจะเป็นฐานและเสาบางส่วน




นี่ก็อีกมุมหนึ่ง... หลังจากนี้จะเดินไปตรงรั้วเหล็กที่อยู่ซ้ายมือของรูปเพื่อชม The Hellenistic Theatre of Pergamon




โอ้วโหว...ใหญ่โตมโหฬาร  จุคนได้หมื่นคน..แถมวิวยังสวยมากมาย




อุโมงค์ใต้ Trajan Temple  แบบว่าเดินลงไปคนเดียว  มันทั้งเปลี่ยวทั้งเงียบ.. อยู่ๆ ก็ปอดขึ้นมาซะงั้น...




ภาพนี้ถ่ายจากอัฒจรรย์ขึ้นไปบน Trajan Temple  จะเห็นรั้วเหล็กที่เมื่อกี้เรายืนถ่ายรูปลงมา... และใต้รั้วนั้นเป็นอุโมงค์ที่เราเดินลอดออกมา


Bergama lower Acropolis  เป็นเมืองเดียวกับ Pergamon บนเชิงเขา  ไกด์ชี้แนวถนนเก่าให้ดู ซึ่งทอดยาวจาก Bergama lower Acropolis. เมืองในส่วนที่เราเข้าชมนี้มีชื่อเรียกว่า Sanctuary of Asclepeion เป็นเหมือนโรคพยาบาลบวกสปา มีการใช้วารีบำบัดอะไรทำนองนั้น... ซึ่งหมายความว่า  คนในยุคปัจจุบันกำลังหันกลับไปยังเทคโนโลยีที่มีใช้กันเมื่อหลายพันปีก่อน... Bergama lower Acropolis มีอาคารที่สำคัญคือ Temple of Asclepius (ที่ตุรกีสะกดแบบนี้อ่ะ Askelpius).... Asclepius เป็นเทพเจ้าแห่งยา, การรักษา และการแพทย์... ถ้าใครอยากอ่านเรื่องราวของเทพเจ้าองค์นี้ก็คลิ๊กที่นี่ได้เลย Asclepius  อ่านไปแปลไปก็สนุกดี... กลับเข้าเรื่องนิดหนึ่ง...นอกจากนี้ยังมี Theatre ไม่ใหญ่เท่า The Hellenistic Theatre of Pergamon แต่เป็นอัฒจรรย์ที่คงสภาพเดินเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว... เดินชมจนทั่ว ก็กลับขึ้นรถ




รูปปั้น Galen ตรงจตุรัสกลางเมือง Bergama.  Galen เป็นแพทย์ชาวกรีก  ผู้มีความรู้ความสามารถในทุกๆ ด้านของการรักษา  ใครอยากอ่านประวัติเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ Galen




Sacred well - บ่อน้ำศักสิทธิ์




ห้องสมุด แหล่งรวบรวมความรู้เรื่องราวทางการแพทย์ในสมัยกรีก..




Theatre - ไม่แน่ใจว่าเราเรียกว่าอัฒจรรย์จะถูกหรือเปล่า... Theatre แห่งนี้มีความสมบูรณ์มาก  แทบไม่ได้ซ่อมแซมอะไรเลย  ทุกอย่างคงสภาพเดิม...




อุโมงค์เชื่อมไปยัง Temple of Asclepius  มีระบบน้ำไหลอยู่ข้างใต้อุโมงค์ด้วย.. 




 Temple of Asclepius เป็นอาคารทรงกลม  จากรูปถ่ายดูไม่ออกเลย  




ถนนสู่ Sanctuary of Asclepeion  ภาพนี้ถ่ายจากหน้า Temple of Asclepius ออกไปยัง Bergama Upper Acropolis ซึ่งอยู่ยอดเขาตรงกลางภาพ


นั่งรถไปพิพิธภัณฑ์ Izmir Bergama เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ  รวมของเก่าเท่าที่เหลืออยู่  วัตถุโบราณจำนวนมากถูกขนย้ายไปเบอลิน, เยอรมัน  ดังนั้นทางพิพิธภัณฑ์จึงได้จัดแสดงภาพวัตถุโบราณดังกล่าวให้ได้ชมด้วย... ฟังแล้วเศร้าใจยังงัยไม่รู้   ชมเสร็จกลับขึ้นรถ  แวะทานอาหารกลางวันซึ่งรวมอยู่ในทริปแล้ว... มีให้เลือกทานสองอย่างคือ บุฟเฟ่ท์มีให้เลือกตักแปดเก้าอย่าง  หรือเลือกทานเคียบับ ไก่, เนื้อ หรือแกะ... เราเลือกเคียบับแกะ...รสชาดอร่อยแต่เหนียวไปหน่อย  ทานเสร็จขับรถกลับโรงแรมที่ Izmir  




ระหว่างทางไปพิพิธภัณฑ์ Bergama ผ่านป้ายรอรถมีภาพอะตาเติร์คติดบอร์ด...




ทางเข้าพิพิธภัณฑ์




โซนจัดแสดงหินแกะสลัก  




หินสลักรูปผู้หญิง ได้ถูกทำลายหน้าและตัดมือ  เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนา




Medusa Mosaic. 3rd Century AD




โซนจัดแสดงเงินตราสมัยโบราณ  




ใครอยากชม The Great Altar of Pergamon ต้องไปชมที่ Pergamon Museum ที่เบอร์ลิน, ประเทศเยอรมัน  เพราะเขาขนไปอนุรักษ์ที่โน่นตั้งแต่ปี 1886  ถ้ามาที่นี่ก็ได้แต่ชมรูปถ่ายอ่ะ  นี่ยังดีที่มีความกรุณาส่งรูปถ่ายให้มาจัดแสดง...




โซนจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวตุรกี  ในภาพเป็นพิธีแต่งงาน




การทอผ้าก็และทอเสื่อก็เป็นวิถีชิวิตของคนที่นี่




เสื้อผ้ามีการปักด้วยไหมอย่างวิจิตรบรรจง  ที่เด่นสุดคือรองเท้า  เหมือนเกี๊ยะญี่ปุ่นเลย...




ด้านนอกอาคารจัดแสดงโลงศพหินแกะสลัก และป้ายหลุมศพ...




ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็แวะทานอาหารกลางวัน  มีเสิร์ฟอาหารว่างหลายจาน  แต่จานที่ชอบที่สุดคือพิซซ่าตุรกี  อร่อยมากมาย




จานหลักก็หนีไม่พ้นเคียบับแกะ... อร่อยมากจริงๆ..




ระหว่างทางขับรถกลับ Izmir เห็นคนเลี้ยงแกะหลายคนเลยทีเดียว... แต่ภาพนี้ดีสุดเลยเอามาให้ดู  มีการตัดขอบภาพออกบางส่วนเพราะถ่ายบนรถ  มีเงากระจกติดมาด้วย...




วันนี้ได้นั่งเบาะแถวหน้าเลยมีโอกาสได้ถ่ายภาพถนนมาให้ดู... ถนนที่นี่ดีมากมาย  ข้างทางโดยมากเป็นสวนมะกอก


ใช้เวลาสองชั่วโมงจาก Bergama ถึง Izmir  พอถึงโรงแรมก็แวะใช้ไวไฟที่ล๊อบบี้  แล้วขึ้นไปพักผ่อนที่ห้อง  สักพักออกไปร้านสรรพค้าซึ่งอยู่ห่างออกไปสามช่วงตึก  ได้ไวน์สามขวด, ชาเตอร์กิช, แก้วชาครึ่งโหล และขนมขบเคี้ยว

หนึ่งทุ่มลงไปทานอาหารเย็นที่ชั้นเก้า... ปกติจะทานที่ชั้นสามสิบเอ็ด...  อาหารที่ชั้นนี้ดูเหมือนว่าจะอร่อยกว่า ทานเสร็จกลับห้อง  แพ็คกระเป๋าเพราะพรุ่งนี้ต้องขนกระเป๋าไปไว้หน้าห้องตอนเจ็ดโมงเช้า  จะเดินทางไป Pamukkale




ขากลับจากซื้อของ  ก็ถ่ายโรงแรมไว้เป็นที่ระลึก  Hilton Izmir เป็นตึกที่สูงที่สุดใน Izmir




วันนี้เอาภาพของหวานมาฝาก...






Create Date : 12 พฤษภาคม 2557
Last Update : 14 พฤษภาคม 2557 19:58:42 น.
Counter : 784 Pageviews.

3 comment
2014-04-09 Izmir : City tour
บล๊อกก่อนคลิ๊กเข้าไปอ่านได้เลยนะฮัฟ..






============================================

2014-04-09  Izmir : City tour

แผนการวันนี้คือช่วงเช้านั่งรถชมเมือง  ส่วนช่วงบ่ายพักผ่อนกันตามอัธยาศัย... วันนี้เป็นวันแรกของทริปที่ได้ตื่นสาย  แต่ก็ยังตื่นเจ็ดโมงเช้าอยู่ดี...  หลังจากทำกิจธุระประจำวันเสร็จก็ลงไปทานอาหารเช้าที่ชั้นเก้า  อาหารเช้าอร่อยกว่าดินเนอร์หลายสิบเท่า... เท่าที่ทานอาหารเช้ามารู้สึกว่าที่โรงแรมนี้ดีที่สุด... ทานเสร็จลงมารอที่ล๊อบบี้  รถจะออกตอน เก้าโมงสี่สิบห้า  มีเวลาใช้อินเตอร์เน็ตในระหว่างรอ...

รถออกเก้าโมงห้าสิบนาที...ช้าไปห้านาที  เพราะหนึ่งในลูกทัวร์ป่วย ต้องส่งโรงพยาบาล  ไกด์ต้องจัดการทุกอย่าง  ซึ่งกะจะจัดการให้เสร็จก่อนเวลานัด  แต่ก็ช้าไปห้านาทีดังกล่าว...  พอทุกคนขึ้นรถเสร็จรถก็ออก  พาเราไปชมรอบเมืองอิซเมียร์... Izmir เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของตุรกี  ตั้งอยู่ในอ่าวน่านน้ำทะเลอีเจี้ยน Aegean Sea  แบ่งเป็นสองส่วนคือเมืองเก่าอยู่ทางทิศใต้  ซึ่งตอนนี้กำลังปรับปรุงให้เป็นเมืองท่องเที่ยวมากว่าที่เป็นในปัจจุบัน... อีกส่วนเป็นเมืองใหม่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอ่าว  เมืองใหม่เป็นบ้านตึกและคอนโด

รถขับขึ้นเนินเขาแล้ววนไปหน้าหาด (Water front) ที่วงเล็บให้ดูภาษาอังกฤษเพราะ  จะเรียกว่าหาดก็ไม่เชิง  เพราะที่ดินที่เคยเป็นชายหาดถูกถมเพื่อขยายพื้นที่  จนกลายเป็นพื้นน้ำติดกับคอนกรีต  รถจอดที่หอนาฬิกาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง  และจอดให้ลงไปถ่ายรูปสิบห้านาที เพราะตรงนั้นไม่มีที่จอดรถเลยต้องจอดข้างทาง  จากนั้นก็ขับรถไปฝั่งเมืองใหม่  ฝั่งนี้ของเมืองเป็นตึกเหมือนๆกันหมด  รถจอดที่ตลาดนัด  ซึ่งมีอาทิตย์ละหนึ่งวัน  ภายในเป็นตลาดนัดพืชผลเกษตร  มีเสื้อผ้า, จานชาม ของใช้เยอะแยะมากมาย  คล้ายๆ กับตลาดนัดทั่วๆ ไป  เดินชมหนึ่งชั่วโมงก็กลับมาขึ้นรถ  แล้วเดินทางกลับโรงแรม

พอถึงโรงแรมก็ลงไปใช้อินเตอร์เน็ตที่ล๊อบบี้  แล้วไปเดินเล่นหน้าหาด  แวะแลกเงิน  อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลล่าห์ ต่อ 2.09 ลีร่า  หน้าหาดแดดจัด  แต่อากาศกำลังสบาย  ไม่ร้อนจัด  เท่าที่เห็นโดยมากเป็นคนท้องถิ่นที่ออกมาเดินเล่น  ไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวเลย  เดินประมาณสี่สิบห้านาทีก็กลับมาถึงโรงแรม... พักผ่อนจนถึงหกโมงก็ลงไปห้องมัลติมีเดีย  ไกด์จัดฉายสไลด์ 'Our land our people' เป็นสไลด์โชว์ภาพสถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี  ภาพโดยนักถ่ายภาพชื่อดังของตุรกี  พอชมเสร็จก็ขึ้นไปชั้น 31 เพื่อทานอาหารเย็น  วันนี้อาหารอร่อยกว่าเมื่อวานเยอะเลย




ขับรถชมย่านเมืองเก่า  แถบนี้เป็นย่านร้านค้าจิปาถะ  มีทุกอย่างขาย  ร้านค้าแถบนี้สำหรับคนท้องถิ่นมาหาซื้อของใช้




หอนาฬิกา, สัญญลักษณ์ของ Izmir




Konak Mosque ตั้งอยู่ติดกับหอนาฬิกา  มัสยิดแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1755 แต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ถูกซ่อมแซมเกือบทั้งหมด




อนุสาวรีย์ First Bullet สร้างเพื่อเป็นเกียร์ติแก่ Hasan Tahsin นักข่าว  ผู้เริ่มเปิดฉากยิงต่อสู้ในสงครามต่อสู้เพื่อชาติ (แปลอย่างตรงๆ ไม่สละสลวยแต่ได้ใจความ อิ..อิ..) เมื่อ 15 พ.ค. 1919




ร้านอาหารเลียบหน้าหาดยาวไปจนสุดถนน




ขับรถไปฝั่งเมืองใหม่ของอิชเมียร์




งานศิลปะมีเรียงรายตามสวนหย่อมริมถนน มีให้เห็นตลอดทาง...  ชอบอันนี้มากมาย...ถนนสู่ดวงดาว   ในรูปจะเห็นวัยรุ่นซนปีนขึ้นไปบนถนนสู่ดวงดาวของเรา.. แม้เขาจะทำรั้วกั้นไม่ให้เข้าแล้วนะเนี๊ยะ...




ชีทตั้งขายในตลาดนัด




ขนมปังก็ตั้งขายเหมือนผักผลไม้  คนที่นี่กินขนมปังเหมือนทานข้าว...




เสื้อผ้าถูกๆ ดูที่ป้าย Made in India




ของใช้ในบ้านมีขายทุกอย่าง...




ผักและผลไม้ที่นี่ขนาดใหญ่โตมโหฬาร  



สวนสาธารณะหน้าหาดตรงกันข้ามตลาดนัด  อากาศเย็นสบาย  แดดไม่แรงเกินไปเพราะยังเช้าอยู่




ช่วงบ่ายเดินเที่ยวรอบเมืองเอง..ผ่านมาเห็นตึกกำลังก่อสร้าง  แต่ที่น่าสนใจคืออิฐ.. ทำไมมันพรุนขนาดนี้  หรือตอนก่อเขาจะเอาคอนกรีตเทเข้าไปในรูพรุนนั่นหรือเปล่าก็ไม่รู้




ก่อนมาตุรกีก็จะคาดหวังว่าจะเห็นคนสูบ Hookah ทั่วไป  แต่พอมาจริงๆ ไม่ค่อยบ่อยครั้งที่จะได้เห็น เลยถ่ายรูปมาฝาก... ปกติคนที่นี่จะสูบบุหรี่และสูบจัดมาก..




อย่างที่บอกว่าหน้าหาดถูกถมแล้วสร้างทางเดินคอนกรีตยาวสุดถนนหลายกิโลเมตรเลยทีเดียว  




งานศิลปะตั้งแสดงตามสวนสาธารณะต่างๆ มากมาย มีให้เห็นจนชินตา... ชอบชิ้นนี้มากมายเลยเก็บรูปมาฝาก




อนุสาวรีย์ Ataturk ตรงจตุรัสหน้าหาด... ถ้าแปลตรงๆ ตัวอะตาเติร์คก็หมายถึง คุณพ่อของชาวเติร์ค



ตอนเช้ากรอกแบบสอบถามที่ล๊อบบี้  แสดงความเห็นเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก... ไม่รู้ว่าไปถูกใจกรรมการอย่างไร  ตอนบ่ายกลับเข้าห้องมาได้ไวน์ขวดเล็กและผลไม้วางไว้บนโต๊ะพร้อมการ์ดขอบคุณ... 




อาหารเย็นเป็นบุฟเฟ่ท์เช่นเคย  ถ่ายรูปมาให้ดูมุมหนึ่ง...



Create Date : 12 พฤษภาคม 2557
Last Update : 12 พฤษภาคม 2557 13:28:50 น.
Counter : 470 Pageviews.

0 comment
2014-04-08 Canakkale • Izmir • Troy • Home-Hosted Lunch
บล๊อกก่อนคลิ๊กเข้าไปอ่านได้เลยนะฮัฟ..





============================================

2014-04-08 Canakkale • Izmir • Troy • Home-Hosted Lunch

วันนี้เดินทางจาก Canakkale เห็นเขาออกเสียง ชนักคาเล ไป Izmir อิซเมียร์  ไม่รู้ว่าทำไมเขาออกเสียงอย่างนั้น  แต่ไกด์เป็นชาวเตอร์คคงไม่มีใครออกเสียงได้ดีเท่าแล้วหล่ะ  ดังนั้นเราจึงจดชื่อสถานที่เป็นภาษาไทย  เพราะถ้าให้เราสะกดเองคงออกเสียงเป็นอย่างอื่น.

หลังจากตื่นนอน, อาบน้ำแต่งตัวก็รีบขนกระเป๋ามาไว้หน้าห้องแล้วลงไปทานอาหารเช้า  จากนั้นไปรอขึ้นรถตรงหน้าล๊อบบี้้  รถออกแปดโมงตรง... ขับรถมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง Troy เมืองทรอย ซึ่งได้ขึ้นเป็นมรดกโลกจากทางยูเนสโก้...  ตอนนี้ยังปรับปรุงทางเข้า  ซึ่งตอนเข้าไปฝุ่นตลบเลยทีเดียว  เพราะรถบัสแต่ละคันที่เข้ามาส่งลูกทัวร์ดูเหมือนจะไม่ชะลอกันเลย.  เมืองทรอยเป็นเมืองโบราณอยู่ในทำเลติดทะเล  มีเนินเขาเหมาะแก่การสร้างที่หลบลมพายุ  เนื่องจากมีการสร้างเมืองซ้อนเมืองหลายยุค  ดังนั้นลักษณะของการก่อนสร้างแต่ละยุคจึงต่างกัน  ยุคแรกๆ กำแพงเมืองเป็นการตัดหินแบบหยาบๆ มาวางซ้อนกัน... ยุคหลังๆ การตัดหินทำได้แนบเนียนว่า  ส่วนยุคหลังสุดก็ได้เปลี่ยนจากหินมาเป็นใช้อิฐ (อาจจะใช้หินไปจนหมด? หรือเปล่า... ฟังไม่ทัน ไกด์เคยเป็นอาจารย์สอนโบราณคดี  ความรู้แน่นปึก, ฟังคำอธิบายเหมือนฟังเลคเชอร์)  หลังจากเดินชมจนทั่วก็ขึ้นรถเดินทางต่อ





ม้าไม้เมืองทรอย หน้าเมืองโบราณ... เวอร์ชั่นใหม่แกะกล่อง




ท่อส่งน้ำโบราณ  เคยไปเที่ยววังสมเด็จพระนารายณ์ที่ลพบุรี  ท่อหน้าตาคล้ายๆ กันเลย



ตามรูป กำแพงด้านขวามีอายุเก่าแก่กว่า  สังเกตุได้จากลักษณะการตัดหินและการจัดเรียง  


ส่วนภาพนี้เป็นกำแพงที่สร้างในยุคหลังๆ ก่อสร้างด้วยอิฐ  ปัจจุบันส่วนนี้ของเมืองโบราณได้ทำหลังคาคุมไว้




ฝ้าเพดานหินแกะสลัก... มโนภาพว่าเดินอยู่ในอาคารอันโอ่โถง เพดานสูงกว่าตึกสามชั้น  แต่คงประหวั่นพรั่นพรึงเพราะถ้าฝ้าเพดานตกใส่หัวก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล... ฝั่งไปเลย...




ทุ่งมัสตาร์ดที่เห็น เมื่อก่อนเป็นทะเล  ทรอยเป็นเมืองท่าติดทะเล  เรือใช้เมืองนี้เป็นที่หลบพายุ  แต่ปัจจุบันทะเลอยู่ห่างออกไปเจ็ด..แปด..กิโลเมตร




ถนนลาดชัน  ต้องใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมในการก่อสร้าง... 




กำแพงหินด้านหลังมีการแกะสลักอย่างสวยงาม  อยากย้อนเวลาไปดูว่าเมืองนี้จะสวยขนาดไหนนะ...




ที่ประชุมและรัฐสภาของเมือง


นั่งรถอีกสามชั่วโมงก็แวะทานอาหารกลางวันที่หมู่บ้าน Gobeller อยู่ระหว่างทางไป Izmir แต่ต้องขับออกจากถนนใหญ่เข้าไปในหมู่บ้านเกือบสิบกิโลเมตร  วันนี้เป็นการเยี่ยมบ้านชาวบ้านซึ่งทำอาหารเลี้ยงรับรอง... รถเรามียี่สิบกว่าคน  แบ่งกันไปบ้านแต่ละหลัง, หลังละหกคน... ระหว่างทานอาหารต้องสนทนากับเจ้าบ้านซึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย... ไกด์ก็ไม่อยู่  แต่ให้ชีทบทสนทนามาสองหน้า  พวกเราเลยต้องใช้ภาษามือ, วาดภาพในกระดาษ  และพยายามกันอย่างมากในการสื่อสารกัน... สนุกสนานกันได้อีก.  หลังทานอาหารเสร็จก็มีการนำงานหัตถกรรมที่ทำเองมาเสนอขาย...  จากนั้นก็ถึงเวลามารวมตัวกันขึ้นรถ  

เดินทางต่ออีกสองชั่วโมงครึ่งก็ถึงโรงแรม  ที่อิซมิชเราพักที่โรงแรม Hilton จากนี้ไปอีกสามวันจะพักที่โรงแรมนี้  พอถึงโรงแรมก็เช็คอิน  ได้ห้องพักชั้น 18  หลังจากจัดของออกจากกระเป๋าก็พักผ่อนตามอัธยาศัย... ทุ่มกว่าๆ ขึ้นไปทานอาหารเย็นชั้น 31  อาหารไม่อร่อยเท่าไหร่  ทานเสร็จก็กลับห้อง  เสียดายในห้องใช้ไวไฟไม่ได้  ถ้าจะใช้ต้องจ่ายเพิ่มยี่สิบ ไม่แน่ใจว่าดอลล่าห์หรือลีร่า  เลยลงไปใช้ไวไฟฟรีที่ล๊อบบี้  ต้องใช้พาสปอร์ตเพื่อขอโค้ด  ใช้เน็ตจนหนำใจก็กลับขึ้นห้อง...อาบน้ำ...นอน




จอดแวะให้เข้าห้องน้ำและซื้อของฝากตามอัธยาศัย... ในระหว่างนั้นก็มีบริการล้างรถให้ชมเพลินๆ  รถของเราล้างเกือบทุกวันเลยอ่ะ... ด้านซ้ายมือสุดคือคุณไกด์โอคาน...และคุณลุงเสื้อขาวผูกเน็คไทคือ มิสเตอร์รามาซอน คนขับรถ




ขับรถไปหมูบ้าน Gobeller เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ทางเหนือของ Bergama เพื่อทานอาหารเที่ยงแบบ Home cook




พวกเราต้องแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละหกคน  แยกย้ายไปตามบ้านของชาวบ้านที่ไกด์ได้นัดหมายให้ทำอาหารเที่ยงให้ทาน  บ้านที่เราไปทานอยู่ซ้ายมือสุดในภาพ




อาหารเรียกน้ำย่อย  เป็นซุปใส่ชีท เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังกระบุงใหญ่




แล้วตามมาด้วยมะเขือและพริกหนุ่มผัดน้ำมันจนชุ่ม  แต่แปลกที่ไม่เลี่ยน  คงเป็นเพราะใช้น้ำมันมะกอก 




แล้วจานหลักก็มา... เป็นปอเปี๊ยะชีท, ข้าวห่อใบพลู (ใบอะไรไม่รู้คล้ายๆ ใบพลูแต่กลิ่นต่างกัน), ข้าวผัดเนย (ชื่อทั้งหมดตั้งเองเพราะเขาบอกแล้วแต่ไม่ได้จด)




ของหวานเป็น Bucklawa ที่รู้ชื่อเพราะเป็นหนึ่งในของหวานชื่อดังของเขา  รสชาดหวาน... มว๊าก...




คุณเจ้าของบ้านกับคุณแม่ (จะเรียกคุณป้ากับคุณยายก็กะไรอยู่)....  หลังจากทานเสร็จก็เสิร์ฟชาตุรกี  แล้วเอางานฝีมือที่ทำเองออกมาให้ดูและขายด้วยอ่ะ  ไม่ซื้อไม่ว่ากัน




นี่คือถนนที่เป็นเนินชันและแคบ... มิสเตอร์รามาซอนถอยรถบัสขึ้นมาจอด, ฝีมือสุดยอด




ห้างสรรพสินค้าของหมู่บ้าน..




ภาพนี้เป็นตัวเมือง Bergama วันมะรืนนี้เราจะย้อนกลับมาชมเมืองโบราณ Bergamum ซึ่งเป็น Optional tour 




เพิ่งเจออุบัติเหตุเลยถ่ายภาพเก็บไว้... Speed limit ที่นี่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  




ห้องพักชั้น 18 ไม่มีระเบียง แต่ที่หน้าต่างยื่นออกไปเป็นสามเหลี่ยม ทำให้มองเห็นวิวทั้งด้านซ้ายและด้านขวา  มองออกไปได้ 180 องศา




วิวด้านขวาเห็นหน้าหาด  ไม่ได้เป็นชายหาดเพราะเขาขยายพื้นที่เข้าไปในทะเลเลยเป็นลานคอนกรีตยาวหลายกิโลเมตรเรียบไปตามสิ่งที่เคยเป็นชายหาด




วิวอีกฝั่งเป็นวิวเมือง มีแบล๊คกราวน์เป็นภูเขา...



Create Date : 08 พฤษภาคม 2557
Last Update : 9 พฤษภาคม 2557 10:33:27 น.
Counter : 457 Pageviews.

0 comment
2014-04-07 Istanbul • Gallipoli • Ferry to Canakkale
บล๊อกก่อนคลิ๊กเข้าไปอ่านได้เลยนะฮัฟ..




============================================

2014-04-07 Istanbul • Gallipoli • Ferry to Canakkale

ตื่นนอนแต่เช้า เก็บกระเป๋าเพราะต้องเอากระเป๋าไปไว้หน้าห้องก่อน 7:15  หลังจากอาบน้ำแต่งตัวก็ลงไปทานอาหารเช้า  แล้วไปรอขึ้นรถที่ล๊อบบี้  8:15 ทุกคนขึ้นรถเรียบร้อย รถออกตรงเวลาเป๊ะ... จากโรงแรมรถวิ่งประมาณสิบห้านาทีก็ถึง Spice Market  ไกด์แนะนำเส้นทางที่เดินภายในตลาดแล้วปล่อยให้ลูกทัวร์เดินช๊อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย... เราไม่มีเงินลีร่าเลยได้แต่ถ่ายรูป  มีโอกาสแลกเงินตั้งหลายวันแต่ก็ไม่ได้แลก, จะกดเอทีเอม ก็กลัวมันดูดบัตร  เพราะถ้าจะให้แน่ใจจะไปกดหน้าธนาคาร เพราะถ้าโดนดูดบัตรจะได้ให้พนักงานเปิดตู้เอาบัตรคืนให้ (คิดไปซะไกลเลย)  หลังจากเดินได้แป๊บๆ เพราะไม่มีอะไรที่เราสนใจเลยเดินมานั่งรอที่รถ  ก่อนรถออกวิ่งไปเข้าห้องน้ำ  เพราะรถจะวิ่งอีกสองชั่วโมงกว่า  ค่าห้องนำ้ 1 ลีร่าหรือสิบห้าบาท  แพงมากมาย




มัวแต่เที่ยวเลยไม่เคยได้ถ่ายรูปหน้าโรงแรม,  วันนี้ก่อนจากเลยถ่ายเก็บไว้ซะหน่อย




สไปซ์มาร์เก็ตอันเลื่องชื่อ




มีเครื่องเทศหลากหลายให้เลือก... มีทั้งชาวบ้านซื้อไปปรุงอาหารและนักท่องเที่ยวซื้อไปเป็นของฝาก, ที่นักท่องเที่ยวเลือกมาซื้อที่นี่เพราะจะได้เครื่องเทศสดใหม่  กลิ่นแรง  ถ้าไปซื้อที่อื่นอาจได้เครื่องเทศเก่า  ซึ่งแม้จะแพ็คอย่างดีแต่ก็อาจเสียกลิ่นและรสชาดไปได้




นอกจากเครื่องเทศจะขึ้นชื่อแล้ว, ผลไม้แห้งก็เป็นสินค้าที่ขายดีของตลาดนี้




พวกเครื่องใช้จะอยู่อีกมุมหนึ่งขอตลาด  แต่ละร้านจะขายของเหมือนๆ กัน  และอยู่ติดๆ ทั้งแถบ


รถออกเก้าโมงครึ่งตามเวลานัด  ทุกคนในกลุ่มรักษาเวลาได้ดีไม่มีใครสายเลยสักคน  รถมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกจากอิสตันบูล  รถวิ่งได้ประมาณสองชั่วโมงก็จอดพักทานข้าวเที่ยวที่ Tekirdag เป็นจุดพักทานระหว่างทางคล้ายกับจุดพักรถทัวร์ที่เมืองไทย... อาหารค่อนข้างแพงและไม่อร่อย  เข้าห้องน้ำก็เสียเงินอีก 1 ลีร่า..  เข้าไปซื้อคุ้กกี้, ถั่ว, ช็อคโกแลต เป็นของกินเล่นระหว่างทาง  จากนั้นก็นั่งรถต่อ  ไกด์เปิดหนังสารคดีเกี่ยวกับ Galipoli ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะแวะต่อไป  Galipoli เป็นหาดที่กองทับเรือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ส่งทหารมารบ  แต่ทหารเตอร์ค ได้โจมตีก่อนจะขึ้นบก  ดูแล้วเครียดยังงัยก็ไม่รู้  พอมาถึงรถก็จอดให้ลงไปถ่ายรูป... อารมร์เดียวกับสุสานทหารที่กาญจนบุรี  แต่นี่เป็นสุสานสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง  พอถ่ายรูปกันหนำใจแล้วก็ขึ้นรถ...




รถวิ่งผ่านทุ่งมัสตาร์ด  ดูสวยงามแปลกตา




ทิวทัศน์ที่นี่จะเหมือนที่เราวาดตอนเด็กๆ คือ เป็นภูเขาโล้นๆ มีต้นไม้นิดหน่อย (เพราะขี้เกียจวาด)  มีบ้านกระจัดกระจายเพราะถ้าวาดบ้านติดๆ กันเยอะๆ ก็จะเสียเวลาในการวาด  มีทุ่งหญ้า  แต่สัตว์เลี้ยงที่นี่ต่างจากภาพวาดของเรา  คือโดยมากเราจะวาด วัว ควาย  แต่ที่นี่สัตว์เลี้ยงที่แป๊ะอยู่ในวิวคือแกะ...




แล้วก็มาถึง Gallipoli ทุ่งสงครามสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในภาพ, ภูเขาด้านหลังมีชื่อเรียกว่า Sphinx เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ชัดเจนในการระบุที่ตั้ง... ใครอยากอ่านประดับความรู้เพิ่มเติม คลิ๊กเข้าไปอ่านเลยจร้า... Gallipoli Campaign



ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร  เราขอเรียกว่าอนุสาวรีย์สุนทรพจน์ ของ อะตาเติร์ก ซึ่งเป็นผู้นำปฎิวัติประเทศตุรกี  และกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของตุรกี  คลิ๊กเข้าไปอ่านประวัติเพิ่มเติมได้ที่นี่ Mustafa Kemal Ataturk




สุสานประมาณคล้าย สุสานทหารพันธมิตร ที่กาญจนบุรี  แต่ที่นี่มีขนาดเล็ก  แต่แยกกระจัดกระจายหลายจุดทั่วบริเวณ Gallipoli


รถขับไปต่อประมาณสิบห้านาทีก็ถึงท่าเรือเฟอร์รี่  ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ข้ามจากฝั่งยุโรปมาเอเชีย  จากท่าเรือขับต่อมาโรงแรมประมาณสิบนาทีก็ถึง  วันนี้เข้าพักที่โรงแรม Kolin เป็นโรงแรมห้าดาวของที่นี่  แต่เราให้สามดาว... ที่จริงเมืองนี้เป็นทางผ่าน  คนแค่มาแวะพักแล้วไปจุดท่องเที่ยวอื่นต่อ  ดังนั้นจึงมีแต่ทัวร์บัสเอานักท่องเที่ยวมาพัก

พอเข้าที่พักเสร็จก็พักผ่อนสักพัก  ส่วนกระเป๋าก็ไม่ต้องกังวลเพราะพนักงานโรงแรมขนมาให้ถึงห้อง  สักพักก็ออกไปเดินเล่น  เยื้องๆ กับโรงแรมเป็นห้างสรรพสินค้า  อารมณ์คล้ายๆ โลตัส... เข้าไปหาซื้อรองเท้า เพราะคู่ที่ใส่มารู้สึกว่าใส่เดินแล้วไม่ค่อยสบายเท่าไหร่...  เดินจนทั่วหาที่ถูกใจไม่ได้  แต่กลับได้ไวน์แดงมา สองขวด อิ..อิ..

เดินกลับมาถึงแรมเอาของขึ้นไปเก็บแล้วลงมาทานดินเนอร์ซึ่งเป็นบุฟเฟท์  คนเยอะมากเพราะรถบัสลงเป็นสิบคัน... แต่ดีที่แต่ละกลุ่มแยกที่นั่งกันเป็นโซน  อาหารรสชาดเฉยๆ  ทั้งที่มีให้เลือกทานมากมาย...  ทานเสร็จขึ้นห้อง  เปิดฟอร์เร็กซ์ทิ้งไว้  แล้วอาบน้ำนอน  เพราะต้องตื่นแต่เช้า




เรือเฟออรี่ข้ามฟากจาก Kilitbahir ฝั่งยุโรป  มา Canakkale ฝั่งเอเชีย  ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง




พักที่โรงแรม Kolin 




อัตราค่าห้องแพงเวอร์... เราถึงได้บอกว่าถ้าซื้อทัวร์มาจะคุ้มกว่า  แค่ค่าห้องพักก็คุ้มแล้วอ่ะ...  




ห้องก็ไม่ได้หรูเลิศอะไรมากมาย...เบสิค มว๊าก...




แต่ห้องน้ำสวยหรูอย่างมีระดับ... สามารถเปิดมูลี่มองผ่านห้องนอนทะลุไปยังวิวนอกห้องได้...นี่ถ้าเช่าเฉพาะห้องนอนไม่รวมห้องน้ำคงราคาแค่สิบห้ายูโร  แต่ที่เหลือเป็นค่าเช่าห้องน้ำ อิ..อิ..




ที่สำคัญสุดคือวิว (หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ทัศนียภาพ) สวยมากมาย  นอนพักอยู่ฝั่งเอเชียมองเห็นฝั่งยุโรป  แถมสระว่ายน้ำให้ด้วย... เสียดายอากาศหนาวไม่มีใครบ้าระห่ำลงเล่นน้ำ..





Create Date : 05 พฤษภาคม 2557
Last Update : 5 พฤษภาคม 2557 23:02:01 น.
Counter : 693 Pageviews.

0 comment
2014-04-06 Istanbul : East Meets West tour
บล๊อกก่อนหน้าตามลิงค์นะฮัฟ..

2014-04-04 Istanabul - ไปเที่ยวอิสตันบูลกัน

2014-04-05 Istanbul : topkapi Palace, Hagia Sophia, Blue Mosque & Grand Bazaar

============================================

2014-04-06 Istanbul : East Meets West tour 

วันนี้ไม่มีโปรแกรมทัวร์   แต่มี Optional tour คือถ้าใครไม่อยากชมเมืองเอง ก็ต้องจ่ายเพิ่มค่าทัวร์พิเศษ  120 เหรียญต่อคน  ทั้งคณะทัวร์ของเรามีเพียงสองคนที่ไม่ไป  เพราะอยากเดินเที่ยวชมเมืองเอง...  เราตัดสินใจไปเพราะไหนๆ ก็มาแล้ว  จ่ายเพิ่มอีกหน่อย ดีกว่าพลาดไม่ได้ชมทัวร์ที่เขาจัดเพิ่ม  ส่วนเที่ยวในเมือง คิดว่าครั้งหน้าถ้ามาเที่ยวเองโดยไม่ใช้บริการทัวร์ค่อยไปเตร็ดเตร่..

ที่แรกที่เข้าชมคือ Dolmabahçe Palace สร้างในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน การเดินชมภายในมีระเบียบเข้มงวดมาก,  ต้องใส่ถุงคลุมรองเท้า  ต้องเดินตามไกด์ไปตามพรมแดงที่ปูไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินตามกันไป  ภายในใหญ่โตโอ่โถง  ลูกกรงบันได้เป็นแก้วคริสตอล  แล้วมาจบตรงห้องโถงใหญ่  เป็นโดม  จุดสนใจอยู่ที่โคมไฟแชนเดอเลียร์ทำจากคริสตอลโบฮีเมี่ยน  ซึ่งเป็นโคมไฟระย้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนัก 4.5 ตัน  มีไฟอยู่ 750 ดวง  โคมไฟชิ้นนี้ได้รับเป็นของขวัญจาก ควีน วิคตอเรีย  ถ้าใครสนใจเข้าไปอ่านเพิ่มได้ที่นี่ Dolmabahçe Palace




Dolmabahçe clock tower ตั้งอยู่ด้านหน้าก่อนถึงประตูทางเข้า




Gate of the Sultan ประตูทางเข้าพระราชวัง




ขอซูมให้เห็นความสวยงามของปูนปั้น... ช่างอ่อนช้อยหยดย้อยสะก๊อย จริงๆ...




น้ำพุหน้าพระราชวัง... ของเขาสวยมากมาย  แต่เราถ่ายมาหลายภาพ  แต่ก็ไม่สวยซักภาพอ่ะ...




สวนดอกหน้าพระราชวัง  ดอกทิวลิปสวยเด่นมาก




พระราชวัง Dolmabahçe เสียดายข้างใสไม่ให้ถ่ายภาพ... ไม่งั้นคงไปเห็นแชนเดอเลียร์ 4.5 ตัน...งามแต๊ งามว่า...

ไกด์ให้เวลาเดินชมและถ่ายรูปสวนภายนอกแล้วนัดเวลาไปขึ้นเรือเพื่อชมวิวช่องแคบ Bosphorus ทั้งฝั่งยุโรปและฝั่งเอเชีย  โดยขึ้นเรือฝั่งยุโรป..เรือแล่นสักพักก็ข้ามฝั่งไปชมวิวด้านเอเชีย  ที่จริงดูไปแล้วทั้งสองฝั่งก็ไม่เห็นแตกต่างกันเลย  




เดินจากพระราชวัง มาขึ้นเรือ ระยะทางประมาณสองสามร้อยเมตร...




ขึ้นเรือ... เรือลำนี้พาเฉพาะกลุ่มเราล่องช่องแคบบอสฟอรัส... ด้านบนเป็นที่นั่งเปิด  เหมาะแก่การถ่ายรูป  แต่อากาศหนาวมากมาย  ดีนะที่เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย เลยได้นั่งชมวิวสวยๆ  ส่วนด้านล่างปิดด้วยกระจกทั้งหมด  ภายในเปิดเครื่องทำความร้อน  เห็นวิวเหมือนกันแต่ไม่รอบด้านเหมือนนั่งด้านบน... มีบริการเครื่องดื่ม ชา, กาแฟ แต่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


นั่งเรือผ่านพระราชวัง Dolmabahçe ที่เพิ่งเข้าไปเยี่ยมชม




สะพานบอสฟอรัส ข้ามช่องแคบบอสฟอรัส... สร้างเมื่อปี 1973 แต่รถติดมากจนต้องสร้างสะพานแห่งที่สอง...  ตอนนี้กำลังก่อสร้างสะพานแห่งที่สาม.. กะว่าจะแล้วเสร็จสิ้นเดือนพฤษภาคม 2515 รวมใช้เวลาก่อสร้างสองปี




ชีวิตนี้เคยนั่งเรือลอดใต้สะพานโกลด์เด้นเกทแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากมาย  มาครั้งนี้นั่งเรือลอดใต้สะพานบอสฟอรัส ซึ่งข้ามสองทวีปแต่กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าที่ควร...



เห็นคนตกปลาเป็นระยะ... แต่สักพักก็เห็นมุมนี้  เลยถ่ายมา... ไม่รู้ว่ากำลังขอดเกล็ดปลากันอยู่หรือเปล่า อิ..อิ...




ข้ามกลับมาชมฝั่งยุโรป  ผ่านบ้านหลังนี้... ขวามือสุด, ไกด์บอกว่าเจ้าของประกาศขาย 50 ล้านยูโร... โม้หรือเปล่าเนี๊ยะ...




ภาพสุดท้ายก่อนขึ้นฝั่ง... (ฝั่งยุโรป)  ตรงนี้เป็นทางตอนเหนือของช่องแคบบอสฟอรัส




พักทานอาหารเที่ยง ซึ่งค่าอาหารรวมอยู่ในค่าทัวร์วันนี้แล้ว  




อาหารเสิร์ฟออกมาเป็นชุดเหมือนอาหารจีน  ทะยอยออกมา  มีหลายจานมาก  แต่ถ่ายแต่เฉพาะจานหลักที่เราเลือกสั่ง  กินเคียบับมาหลายวันละ  วันนี้ขอเปลี่ยนเป็นปลามั่ง  อาหารร้านนี้อร่อยดี  แต่จากการจัดร้านแล้วก็รู้ว่าเป็นร้านสำหรับกรุ๊ปทัวร์แน่นอน...




หลังจากทานอาหารก็ขึ้นรถมาพิพิธภัณฑ์ Sadberk Hanim  ที่จริงคิดว่าถ่ายรูปภายในพิพิธภัณฑ์มา... แต่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้อ่ะ...


กลับโรงแรมด้วยความอ่อนเพลีย  จำไม่ได้ว่าออกไปทานอาหารเย็นหรือเปล่า... ช่วงแรกๆ ของทริปไม่ได้บันทึกอะไรเลย.. มีแต่รูปถ่ายและตารางท่องเที่ยว  ทำให้ข้อมูลบางอย่างขาดๆ หายๆ โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ขี้เกียจอ่ะ...























Create Date : 05 พฤษภาคม 2557
Last Update : 5 พฤษภาคม 2557 16:30:22 น.
Counter : 468 Pageviews.

0 comment
1  2  

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend