ด้วยรัก เคารพ และผูกพัน
ชีวิตคนหนึ่งคน ผ่านร้อนหนาวฝนมามากมาย
ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาจนนับไม่ถ้วน ..
การมองโลกในแง่ดี การมองอุปสรรค์เป็นเรืื่องตลก
การมองคนรอบข้างเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง
มันก็ทำให้เราผ่านจุดสาหัสมาได้แต่โดยดี
เมื่อนึกย้อนไป .. เราก็ได้นั่งอมยิ้มกับตัวเองทุกครั้ง

ถึงเราจะรอบรู้ในเรื่องที่เราถนัดและสนใจ
แต่..บางเรื่องเราก็ไม่คิดจะใส่ใจเอาซะเลย
อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ .. เราจะต้องวางอนาคตให้ตัวเองยังไงกันหละเหนี่ย?
เราจะอยู่อย่างนี้ต่อไป คนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็อาจจะไม่สบายใจ
เราจะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กับใครซักคน มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ..

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ .. กล้าพูดว่า .."มันก็ไม่ได้ยากนี่หว่า"

เรามีบ้าน เรามีรถ เรามีการมีงานทำ เราเรียนไปทำงานไป
จนคว้าปริญญาโทมาให้ครอบครัวปลื้มใจ ในวัย 34 ปี ณ 2 ปีที่แล้ว
ตำแหน่งหน้าที่การงาน ถึงจะมีคำว่า "ผู้จัดการ" พ่วงท้าย ในบริษัทที่มีพนักงานกว่า 2พันคน
แต่มันก็เป็นเพียงหัวโขนเท่านั้น เป็นแค่หมวกใบหนึ่งที่เราต้องสวมเมื่อเราเดินเข้าที่ทำงาน
วันหยุด เราขับรถไปหาแม่ ไปเจอพี่สาว เจอหลานๆ
เราก็ไม่ใช่ "ผู้จัดการ" อีกต่อไป .. เราก็เป็นลูกคนเล็กของแม่ เป็นน้องคนเล็กของพี่สาว
เป็นน้าคนเล็กของหลานๆ ที่ใจดีบ้าง ดุบ้าง ตามประสา ..
ชีวิตดูเพียบพร้อม แต่แอนเสียใจที่คุณพ่อ หรือเราเรียกตามภาษาจีนว่า "ป๊า"
ป๊าเสียชีวิตตั้งแต่เราอยู่ ป.4 ถ้าป๊ายังอยู่ ชีวิตพวกเราจะดูครบถ้วนกว่านี้
และถ้าป๊ายังอยู่ ป๊าอาจจะไม่อนุญาตให้ลูกสาวแต่งงานกับชาวต่างชาติ
(อันนี้คิดเอง เพราะป๊าดุมาก)

ชีวิตนี้..มีแค่นี้ แม่ พี่สาวทั้ง 3 คน หลายชายและหลานสาวที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น
แต่วันนึง .. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ส่งคนคนหนึ่งมาให้เรา เพื่อมาดูแลเรา เพื่อมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา
แต่ไหง .. เราถูกเล่นตลกด้วยการส่งคนต่างชาติต่างภาษามาหละเนี่ย???
เราจะบอกแม่ยังไง?
เราจะต้องทำตัวยังไง?
เราต้องวางอนาคตร่วมกับใครอีกคนแล้วหรอนี่?
เราต้องแต่งงาน?
เราต้องลาออกจากงาน?
เราต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง?
ทุกคำถาม พร้อมเหตุผล พร้อมการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ผุดขึ้นมาแบบไม่รู้คำตอบ
ไม่มีถูก ไม่มีผิด แต่..เราต้องเดินหน้าต่อ

การแจ้งเจ้านายว่า เราจะลาออกจากบริษัทนี้ ที่เราร่วมงานมาร่วม 6 ปี
เพื่อไปใช้ชีวิตต่างประเทศ ..มันดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆคน
แต่..สำหรับเรา เรากังวลใจที่สุด และไม่สบายใจเลย ที่จะแจ้งเจ้านายก่อนแม่
สุดท้าย แม่ก็ทำให้เรายกภูเขาออกจากอกได้อย่างง่ายดาย
แม่ก็ยังคงเป็นแม่ ที่มีสไตล์เลี้ยงลูกเป็นของตัวเอง คือ เคารพการตัดสินใจของลูกเสมอ
แม่เห็นดีเห็นงามด้วย ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้หรอก ว่า...
ลูกจะไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และจะเป็นยังไงต่อ?

และแล้ว.. เราก็ได้ดำเนินการตามความตั้งใจที่ผ่านการเห็นชอบของครอบครัว

ทุกคนตามใจเรา เพราะไม่มีใครรู้อนาคตว่า วันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร?
ในวันนั้นเราเองก็ไม่รู้หรอก ว่า ..เราจะมีความสุขขนาดนี้ (รู้งี๊ตัดสินใจนานแล้ว)
แม่เองก็ เออๆ ออๆ กับเรา ทั้งๆที่ก็ไม่รู้หรอกว่า ..
จะได้นั่งยิ้มทุกครั้งที่เราเล่าว่าเราอยู่ยังไง กินอะไร ทำอะไร
และรู้สึกภูมิใจในตัวผู้ชายคนนี้ คนที่แม่ก็ตามใจเราที่เราเลือกแล้ว

ชีวิตลูกคนหนึ่ง ไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชาย
ขอเพียงได้ทำสิ่งที่บางคนไม่มีโอกาสที่จะทำ และอายที่จะทำ
ในวันที่เราอยู่กับทุกคนที่เรารัก เคารพ และผูกพัน
ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ณ ตรงนั้น
ทุกคนพร้อมที่จะยินดีกับเราเสมอ ..

เราเลือกที่จะทำให้ผู้เป็นแม่ ผู้ซึ่งประเสริฐสุดในชีวิตของเรา ได้มีความสุขที่สุด
ต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมาย แบบที่ทั้งแม่และทุกคนไม่ได้ตั้งตัว
ว่า เราและผู้ชายคนที่แม่ยอมรับ (ซึ่งเป็นผู้ชายต่างวัฒนธรรม ต่างชาติ ต่างภาษา)
จะก้มตัวลง แล้วค่อยๆ กราบไปที่เท้าแม่ ท่ามกลางความตกใจและปลื้มใจของทุกๆคน








Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 18:37:54 น.
Counter : 428 Pageviews.

4 comment
อีกหนึ่งก้าว ที่เราเลือก .. ชีวิตนี้ที่นอร์เวย์

อีกก้าวที่ผู้หญิงคนนี้ เลือกที่จะเดินในหนทางนี้

ที่นี่ .. ที่ที่ไกลบ้านเกิด
ที่นี่ .. ที่ไม่ได้ใกล้ชิดครอบครัว
ที่นี่ .. ที่ไม่มีเพื่อนฝูงเยอะแยะเหมือนเดิม
ที่นี่ .. ที่อาหารที่เราไม่คุ้น
ที่นี่ .. ที่อากาศหนาวเหน็บ
ที่นี่ .. ที่ที่ใครๆก็บอกว่า น่าจะเหงา
ที่นี่ .. ที่เราพูดไม่ได้ แปลไม่ออก อ่านไม่เป็น เขียนไม่ได้เลย
ที่นี่ .. ที่เรามาเร่ิมต้นชีวิตใหม่
ที่นี่ .. ที่เราเลือกที่จะเดิน
ที่นี่ .. ที่ Norway ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน
ที่นี่ .. เป็นประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน

แต่สำหรับเรา ..เรามีคนรักอยู่ที่นี่
เราจำเป็นต้องเลือกที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารัก และเค้าก็รักเรา
เราจะปล่อยให้เค้าอยู่ลำพัง แบบบินไปบินมา เหมือนที่เคยทำ เราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนักหนากัน
จะบินไป บินมาหากัน ก็หมดปีละหลายแสน .. เสียดายเงิน เสียดายเวลา
ต่างคนต่างอายุไม่ใช่น้อยๆ ต่างคนต่างมีเป้าหมายในชีวิตที่เหมือนกัน


เราพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่เราตัดสินใจ
เราเลยเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม แบบ 6 ปีก่อน ที่เรามีบล๊อคเป็นเพื่อน
เราพาตัวเองเข้ามาเปิดบล็อคปัดฝุ่นอีกครั้ง
เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศที่นี่ เพื่อแบ่งปันความรู้สึกของเราให้คนที่เป็นมิตร
ดินแดนแห่งนี้ ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา
เราอาจจะไม่ได้ให้ความรู้เรื่องของการเดินทาง ความเป็นอยู่ การมาท่องเที่ยวได้ดีนัก
แต่เราก็ยินดีช่วยเหลือ ถ้าเรามีโอกาสช่วย

บ้านหลังนี้ .. ยินดีต้อนรับเสมอ ..


โต๊ะสนามชุดนี้ .. จะมีชีวิตชีวา ก็ต่อเมื่อ ..มีปาร์ตี้ ...




มองออกไปจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ เป็นโต๊ะที่เราเอาไว้คุยกับทุกคนในโลกไซเบอร์..



และอีกหลายๆ ภาพถ่าย ที่เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ..
ในแต่ละเวลา แต่ละนาที ..
เราจะมาแบ่งปันให้ดูด้วยกันเรื่อยๆ นะคะ

ใครเคยอ่านบล๊อคแอน อาจจะรู้จักแอนบ้างแล้ว
เพียงแต่อำลาวงการบล๊อคไปหลายปี ..
ไปก่อร่างสร้างตัว .. และในที่สุด ก็สร้างครอบครัว ..

ที่นี่... ที่ นอร์เวย์ ค่ะ
ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2554 วันที่แอนบินมาที่นี่ ในรูปแบบที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ..


สำหรับพี่ๆ ที่อยู่นอร์เวย์ แอนขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

สำหรับบล๊อคแรกของปีนี้ ขอฝากไว้เท่านี้ค่ะ

= = ขอบคุณทุกท่าน ที่เข้ามาชม = =



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2555 2:38:18 น.
Counter : 1521 Pageviews.

10 comment

I'm_NaYa
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



เข้ามาแชร์ความสุขให้กันและกัน
ถึงแม้เราจะไม่เคยรู้จักกันเลยก็ตาม

ชื่อ แอน นะคะ ..
แอนเป็นคนไทยที่มาใช้ชีวิตกับคนรักที่ต่างประเทศ
แอนอยู่ประเทศนอร์เวย์ค่ะ
เป็นแม่บ้าน ทำอาหาร ทำงานบ้าน
นอร์เวย์เป็นที่ใหม่สำหรับแอน
และการเป็นแม่บ้านก็เป็นงานใหม่สำหรับแอน
= ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ =