All Blog
เดทสุดท้ายของนายเอ (นามสมมติ)
วันนี้ฉันไปเดทกะผู้ชายคนหนึ่งมา สมมติว่าชื่อนายเอละกัน ฉันเจอเขาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว และก็เป็นการกินข้าว ดูหนัง ครั้งที่สองของเราเช่นกัน นายเออายุมากกว่าฉันประมาณ 6 ปีได้ เขาเป็นผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง มีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง เหลืออย่างเดียวยังไม่มีแฟน (แหม ฟังดูดีเนอะ) รูปร่างหน้าตาก็พอใช้ได้ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่หล่อแต่ก็ไม่ขี้เหร่ แต่เป็นคนคุยไม่ค่อยเก่ง ออกจะขี้อายนิดๆด้วยซ้ำ

จริงๆที่บรรยายซะยืดยาวมันก็ไม่ได้เกี่ยวกะเรื่องที่ฉันอยากละเล่าหรอก (อยากกลับไปเรียนวิชาย่อความใหม่จริงๆนะ) แต่การเดทในวันนี้ฉันรู้สึกแปลกๆอย่างมาก วันนี้ฉันตื่นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดนิดหน่อยที่ลูกค้าโทรมาหาฉันแต่เช้าให้ฉันเสนอราคางานที่เขาให้มา แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ ฉันต้องยุ่งตั้งแต่เช้าพร้อมด้วยหน้าร้านที่ค่อนข้างยุ่งๆในเวลาเดียวกัน แล้วพี่สาวกะพี่เขยก็ดันออกไปข้างนอกซะอีก สักพักปะป๊ากะพี่ชายก็ออก เหลือไว้แต่ฉันกับหม่าม้าและหลานเล็กๆอายุ 5 เดือน ฉันต้องอยู่เป็นเพื่อนหม่าม้าเพราะกลัวที่ร้านยุ่งแล้วเขาอยู่คนเดียวไม่ได้เนื่องจากต้องดูแลเด็กด้วย

จริงๆฉันบอกให้พี่ชายรีบกลับมาเพื่อที่ว่าฉันจะได้ออกไปตามนัด รอจนถึงเวลานัดฉันยังไม่ได้ออกจากบ้านและพี่ชายก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ฉันเลยโทรไปเฉ่งเจ้าพี่ตัวดี เขาเลยบอกว่าให้ฉันออกไปได้เลยเพราะเขาจะกลับแล้ว ฉันก็เลยอารมณ์เสียแล้วก็บ่นๆ

พอออกจากบ้านมาแล้วฉันก็มานั่งคิดว่าฉันอารมณ์เสียกะคนในบ้านไปทำไมเนี่ย แถวยังปล่อยให้หม่าม้าอยู่ร้านกะเด็กอีกหนึ่งคน เจ้าพี่ชายตัวดีไม่รู้จะกลับมากี่โมง ฉันก็เลยเป็นกังวลไปตลอดทาง เพียงเพราะฉันอยากออกมาข้างนอกกะผู้ชายที่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกะเขาเลยนะหรือ

หลังๆฉันออกจากบ้านบ่อยทุกอาทิตย์ เสาร์อาทิตย์ไม่เคยอยู่บ้านเลยมาเป็นเดือนแล้ว แน่นอนมันก็ต้องบ่อยเพราะนัดทั้งกลุ่มเพื่อน นัดทั้งผู้ชายซึ่งก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว คิวมันก็เลยยุ่งอีนุงตุงนังมาจนทุกวันนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนฉันแทบไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหนเลยเพราะทำงานอยู่ที่บ้านทุกวัน พอออกข้างนอกบ่อยๆเข้าที่บ้านก็เริ่มแซวๆฉันว่าสงสัยมีแฟนแล้วแน่ๆ หารู้ไม่ ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้แหละ มีก็เหมือนไม่มี ไม่มีก็เหมือนมี แต่ฉันไม่เคยบอกที่บ้านฉันเรื่องพวกนี้หรอก 555

หลังจากมานั่งคิด ฉันได้แต่ถามตัวเองว่า ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ฉันคิดว่าจะไม่ตัดสินใจอะไรง่ายๆ เร็วๆเหมือนเมื่อก่อนอีก ผู้ชายต้องดูนานๆ กว่าจะรู้ว่าหางโผล่หรือเปล่า ต้องดูทีหลายๆคนเพื่อจะได้ไม่ปิดโอกาสตัวเอง และจะได้ไม่ตัดสินใจอะไรผิดๆอีก แต่ฉันคงลืมธรรมชาติของตัวเองไปที่ว่าฉันเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ไม่ได้เรื่องจนถึงขั้นห่วยแตก และไม่ค่อยมีความอดทนกับใครมากเท่าไหร่ รวมถึงเป็นคนที่ไม่สามารถทำอะไรที่ฝืนใจตัวเองได้

ฉันเคยอิจฉาพวกเพื่อนๆฉันบางคนที่มีหนุ่มๆมารุมจีบแล้วสามารถไปกะคนที่เข้ามาจีบได้หลายๆคน แถมยังหลอกเอานู่นเอานี่จากคนพวกนั้นมาได้อีกเพียบโดยไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวอะไร ผิดกับฉันที่ไม่เคยเลี้ยงใครไว้แล้วก็ไม่ค่อยได้อะไรจากใครแถมยังโดนหลอกอีก เศร้าจริงๆ T_T

ฉันเคยคิดอยากทำตัวป๊อบปูล่าเหมือนเพื่อนฉันอยู่เหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้เพราะฉันเป็นคนที่ทนฝืนไปกับคนที่ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรไม่ได้ ไปได้ไม่เกิน 3 ครั้งแน่นอน แล้วมันก็จะกร่อย แกร่ว สุดท้ายก็แจกแห้วไป นี่เป็นเดทอีกครั้งที่ฉันรู้สึกอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ว่านายเอไม่ดีนะ เขาดูเป็นคนดีทีเดียว (ไม่ดีหลายที อุ๊ย ไม่ใช่ อะล้อเล่น อิอิ) เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แล้วเขาก็ไม่ได้มีอะไรที่ต่ำกว่ามาตรฐานเลยด้วย

วันนี้ฉันเงียบผิดปกติ เพราะฉันมัวแต่คิดว่า ถ้าฉันไม่ได้ชอบเขา ฉันจะออกมากับเขาทำไม จริงๆก็ไม่ถึงกับไม่ชอบ ฉันก็ไม่ได้รังเกียจที่จะออกไปกับเขา แต่บางทีเราก็รู้สึกว่าเราไม่อยากทำบาป เราไม่ชอบการปฏิเสธใครเพราะมันคงต้องทำร้ายจิตใจเขาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ฉันก็ทำมาหลายครั้งเพราะไม่อยากให้ความหวังใคร

นี่เป็นอีกครั้งที่ฉันเริ่มคิด เพราะฉันรู้สึกว่าเขาคงจะชอบฉันเกินไปหรือเปล่า...ตั้งแต่เดทครั้งแรกเขาบอกว่า เขาไม่ค่อยได้เดทกะใครบ่อยนัก แต่ละครั้งเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่พอมาเจอฉันทำให้คืนนั้นเขานอนไม่หลับเลยจนตีหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้บอกสาเหตุตรงๆ พูดอ้อมไปอ้อมมาว่าจริงๆไม่ได้เป็นสาเหตุจากฉัน แต่ฉันก็พอจะเข้าใจความหมายของเขา

หลังจากวันนั้นเขาติดต่อฉันทุกวันถ้าไม่โทรก็ต้องส่ง sms มา หรือทั้งสองอย่าง ฉันตอบกลับ sms เขาตามมารยาท แล้วก็คุยกับเขาทุกครั้งที่โทรประมาณ 5-6 นาที ฉันพยายามคุยไม่นานบวกกับเขาเองก็คุยไม่ค่อยเก่งด้วย วันนี้ฉันพยายามไม่คุยอะไรมากเพราะฉันมานั่งเช็คความรู้สึกตัวเองแล้วก็คิดว่าฉันคงจะไม่ออกไปกับเขาอีกแล้ว รวมถึงคนอื่นๆด้วย เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกชอบใครเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่อยากปิดตัวเอง แต่สุดท้ายความรู้สึกเดิมๆก็กลับมาอีก

ไม่อยากให้ความหวังใคร ไม่อยากลำบากใจตอนมานั่งปฏิเสธอีก แล้วมันก็ดูฝืนๆชอบกล ฉันไม่รู้ว่าเขามาชอบฉันได้ยังไงเพราะฉันรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่คนมีเสน่ห์เอาเสียเลย ฉันยังเคยอิจฉาเพื่อนผู้หญิงบางคนที่ดูดีและมีเสน่ห์เสมอ ทำไมเขาถึงพูดได้และยิ้มแย้มได้กับทุกคนเหมือนสนิทสนมกันมานาน หนุ่มๆเลยจีบกันตรึม แม้แต่คนเพศเดียวกันยังรู้สึกได้ว่าเขามีเสน่ห์ เสน่ห์ที่คนอย่างฉันชาตินี้ก็คงไม่มีทางมี ฉันเคยลองพยายามดูแล้ว เสน่ห์ที่ดีที่สุดก็คือการยิ้ม แต่ฉันมักไม่ค่อยได้ยิ้มกับอะไรเท่าไหร่ทั้งๆที่มีคนบอกว่าฉันยิ้มแล้วน่ารักกว่าตอนไม่ยิ้มเยอะเลยฉันก็เลยหัดยิ้มไปพูดไปเหมือนคนอื่นบ้าง ก็มีคนชมฉันหลายคนเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา มันก็ทำได้ไม่นานหรอก

วันนี้ฉันนั่งบื้อ ใบ้รับประทานทั้งวัน ก็ไม่รู้ว่านายเอเขายังจะชอบฉันลงอยู่อีกหรือเปล่า เป็นฉันเจอผู้หญิงแบบนี้ต่อให้สวยแค่ไหนก็คงถอยดีกว่า ฉันมัวแต่คิดว่าจะทำยังไงให้เขาไม่สียความรู้สึกเท่าไหร่หากฉันจะไม่ไปไหนมาไหนกับเขาอีก แต่ก็ไม่แน่เขาเจอฉันวันนี้ก็อาจจะไม่อยากชวนฉันออกมาอีกแล้วก็ได้

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะมานั่งดู หรือออกเดทกับผู้ชายเยอะๆให้เสียเวลาไปทำไมกัน บางทีมันห็เหมือนว่าฉันรู้คำตอบในใจอยู่แล้วสำหรับคนพวกนั้น ฉันอยากมีตัวเลือกเยอะๆจะได้ไม่เลือกผิดอีก แต่ตัวเลือกที่ฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะเลือกจะมีเยอะๆไปทำไมกัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีนะ เพราะคนที่ฉนคุยด้วยอย่างน้อยก็ดูมาระยะนึงแล้วว่าพอโอเค แต่...ไม่รู้สิ วันนี้สมองฉันไม่ค่อยสั่งงาน เหมือนกับว่าช่วงนี้ฉันเพี้ยนๆยังไงไม่รู้ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับเพราะมันมีอะไรหลายๆเรื่องให้มานั่งคิด

ใจจริงฉันไม่อยากมองหาใครอีกแล้ว เพราะเรื่องต่างๆที่ผ่านมามันเอาทุกอย่างจากฉันไปหมดแล้ว ทั้งความหวัง ความฝัน เอาเป็นว่าฉันจะไปกับคนที่ฉันคิดว่าไปแล้วสบายใจดีกว่า ไม่ต้องมานั่งเกร็ง นั่งคิดมาก อะไรรกๆก็ตัดออกไปให้หมด จะได้มีเวลาให้ตัวเองและที่บ้านมากกว่านี้....สงสัยตอนนี้ฉันคงจะเพี้ยนไปจริงๆ พักซะบ้างคงจะดี



Create Date : 07 ตุลาคม 2549
Last Update : 7 ตุลาคม 2549 22:44:15 น.
Counter : 191 Pageviews.

4 comment
เมกาจ๋า ปีหน้าเจอกันนะ
แบบว่าหลังจากที่หาที่เที่ยวมาจนมึน ก็ตระหนักได้ว่า เก็บตังค์ไว้ก่อนจะดีกว่า เนื่องจากที่บ้านไม่ได้พิมพ์แบงค์เองและเราก็มีโครงการใช้เงินก้อนในปีหน้านี้แล้ว โฮ่ๆๆ

หลังจากคุยกะเพื่อนที่เมกา ก็ได้ข่าวว่ามันจะรับปริญญาเดือน พ.ค. ปีหน้า ซึ่งอากาศช่วงนั้นจะกำลังดีไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป และที่สำคัญที่บ้านมันจะไปงานมันด้วย และก็คงไปเที่ยวข้ามฝั่งอีกด้วย เราเองก็รู้จักกะพี่ชายมันอยู่แล้ว งานนี้ขอแปะติดไปด้วยคงไม่มีปัญหา

มันบอกว่าจะพาที่บ้านข้ามฝั่งไปซานฟราน เวกัส แกรนแคนย่อน ซึ่งเป็นแผนที่เราอยากไปด้วยอยู่พอดี มันเลยเรียกให้มาพร้อมๆกับที่บ้านมันเพราะมันขี้เกียจไปอีกรอบ บอกเปลือง แล้วค่อยกลับไปเที่ยวแถวดีซี นิวยอร์ค บัลติมอร์ (บ้านอาเราเอง) หลังจากตอนแรกว่าจะไปแบบไม่ข้ามฝั่ง ทีนี้ได้ไปคงไปครบ

จากงบแสนนึงเลยเพิ่มเป็นแสนห้า ยังไงก็สู้ๆ ปีหน้าเจอกันนะจ๊ะ หุหุ

ตะแล้นๆๆ



Create Date : 06 ตุลาคม 2549
Last Update : 6 ตุลาคม 2549 13:38:01 น.
Counter : 149 Pageviews.

4 comment
ทำไมหาที่เที่ยวยากยังงี้หนอ
เนื่องจากนังเพื่อนตัวดีของฉันอยู่ดีๆก็เกิดอาการอยู่เมืองไทยไม่ได้ ต้องไปหาที่เที่ยวนอกประเทศให้เสียตังค์เล่น เริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า แก.....ไปมัลดิฟกันไหม

ฉันก็แอบด่ามันไปหน่อย อีนี่ฉันชวนแกยิกๆๆตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ยอมไป ตอนนี้ไม่ไปแล้วเพราะกะว่าจะเก็บตังค์ไปเที่ยวเมกาปีหน้า เพราะเพื่อนฉันอยู่ที่นู่นปีสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวไม่มีใครพาเที่ยว ไปกะทัวร์ก็แพงเกินไปได้ไม่กี่วัน

อิเพื่อนก็เลยบอกว่างั้นไปใกล้ๆก็ได้สิงคโปร์หรือฮ่องกงก็ได้ ฉันอยู่เมืองไทยไม่ได้แล้ว เบื่อมากกกกกกก ฉันก็เออ ไปก็ไปวะ ฮ่องกงก็ได้ แต่พอดูโปรแกรมทัวร์ ดูราคา ดูไปดูมา เพื่อนฉันก็เกิดเปลี่ยนใจอีก

แก....จริงๆฮ่องกงฉันเคยไปมาแล้วมันไม่ค่อยมีไรมากหรอก ไปกะทัวร์ก็เป็นหมื่น เอาเงินหมื่นไปเที่ยวที่ไกลกว่านี้ได้ไหมอะ อยากไปที่สวยๆ ฉันก็คิด เอาอีกแล้วนังนี่ หาเรื่องให้ฉันเสียตังค์อีกแล้ว แต่ฉันก็ถามมันว่า งั้นจะไปไหนอะ

ยุโรปฉันเคยไปมาหมดแล้วสวยมาก อยากไปอิตาลี่อีก...อิตาลี่ กรรม ไปดูแล้วทัวร์เกือบแสนเลยนะฮะ ถ้าไปนี่ชีวีฉันหาไม่แน่ แถมอดไปเมกาปีหน้าอีกตะหาก เพราะจริงๆแล้วความอยากไปยุโรปมันไม่มีอยู่ในหัวฉันเลย

แหมก็จริงๆฉันอยากไปนิวซีแลนด์อะหรือไม่ก็ออสเตรเลีย วุ้ย..ฉันรีบบอกมันทันที กูเบื่ออออออ ขอประเทศอื่นได้ไหม แถวนั้นไปอยู่มาตั้งนานแล้ว อิเพื่อนฉันก็เลยบอก นั่นดิ แกต้องไม่ไปแน่ๆ แต่ฉันมีเวลาหยุดได้แต่สี่วันคงไปที่ไกลๆไม่ได้ อย่างยุโรปน่าไปจริงแต่บินตั้งสิบกว่าชั่วโมง เมกาหรือเมกาใต้ไม่ต้องพูดถึง

เอ้า งั้นก็เที่ยวแถวนี้แหละ แต่มีที่ไหนที่มันน่าเที่ยววะ แหมๆๆๆ เอเชียที่เดิ้นๆก็ญี่ปุ่นไง ฉันก็เลยรีบตัดบท นังนี่ เมื่อปีที่แล้วฉันชวนแกไปกะฉันตั้งนานไม่ไป จนฉันต้องไปคนเดียวเมื่อกลางปีด้วยความอยากไปมาก ตอนนี้ไม่ไปแล้วโว้ยย ฉันก็เลยบอกงั้นไปเกากลีหรือไม่ก็จีน แต่เกาหลีฉันเฉยๆนะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่

อีเพื่อนฉันรีบบอก แหม แก เมืองจีนหรอ ฉันไม่ค่อยอยากไปอะ ชอบคนหน้าตาโดนยุโรปมากกว่า นั่น..มึงจะไปเที่ยวหรือจะไปดูคนวะ ฉันคิดในใจ แต่เริ่มคิดว่า เอ..ในโลกนี้มันมีตั้งร้อยกว่าประเทศมันจะไม่มีที่น่าไปสักที่เลยหรอ

ตอนนี้ฉันไม่อยากไปแนวทะเลเท่าไหร่เพราะอากาศไม่น่าไว้วางใจ บาหลีก็ถูกบอมบ่อยๆ แต่ถ้าแถวนี้ก็ไม่มีที่น่าสนใจเท่าไหร่ ที่น่าไปก็ไกลเกินหรือแพงเกิน อิเพื่อนฉันบอกอีกว่า แก....เมืองแขกตี้ฉันไม่ไปนะ อูยยย อันนี้ไม่ไหว ฉันก็ไม่ไปเด็ดขาด เป็นโรคแพ้พวกนี้ ตอนไปเรียนก็เจอเยอะ แถมได้อยู่บ้านเดียวกันก็สุดยอด ถ้าต้องไปเจอที่ที่มีพวกนี้อยู่ทั้งประเทศฉันคงเป็นลมตาย

แล้วมันจะเหลืออะไรให้กูไปวะเนี่ย คิดไปคิดมา ฉันว่าฉันไม่ไปดีกว่า สู้เอาตังค์เก็บไว้เที่ยวในเมืองไทยแต่พาปะป๊าหม่าม้าไปเที่ยวได้ทั้งบ้านน่าภูมิใจกว่าเยอะ

มันเลยบอกว่าเดี๋ยวฉันไปหาๆมาละกันว่าจะไปที่ไหนกันดี จนวันรุ่งขึ้นมันก็มาบอกฉันว่า แก.....ไปเวียดนามกันไหม เขาบอกว่าสวยนะ ไม่แพงด้วย ใจจริงฉันไม่อยากไปเท่าไหร่ แต่เห็นว่ามันจะลงแดงตายถ้าไม่ได้ออกนอกราขอาณาจักรไทยภายใน 3 เดือน เลยบอกว่า ถ้าเที่ยวแถวนี้ฉันไม่ค่อยอยากไปว่ะ แต่ถ้าแกอยากไปไปด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกินหมื่น ไม่งั้นฉันขอเที่ยวในนี้ดีกว่า หรือไม่ก็เก็บตังค์ไปเมกาปีหน้าเลย ฉันว่าฉันเอาตังค์ไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ฉันอยากได้แต่มัวแต่งกไม่ยอมซื้อซะทีก็น่าสน

ฉันมองๆไอ้พวกเครื่องเล่นดีวีดี เอ็มพีสาม มือถือ กล้องดิจิตอล โน้ตบุค ใหม่มานานแต่ไม่เคยซื้อเพราะคิดแต่ว่าของเก่ายังใช้ได้ แต่พอจะเอามาเที่ยวก็เลยมานั่งคิด เอ...เอาไปซื้อของดีกว่าไหม เพราะที่ที่จะไปฉันก็ไม่ได้อยากไปเท่าไหร่ แต่ก็เอาเถอะถ้ามันไม่ถึงหมื่นแล้วอิเพื่อนฉันมันอยากไปมากก็ไปด้วยก็ได้ เพราะตอนนี้ฉันก็กำลังเซ็งๆอยู่ ถ้าไปเที่ยวคนเดียวก็คงเบื่อๆเหมือนกัน

สุดท้ายนั่งคุยจนสรุปไม่ได้ซะตั้งนานตั้งแต่เมื่อคืน มันจะไปจบแค่เวียดนามหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องรออิเพื่อนฉันเอาโปรแกรมทัวร์มาให้ดูอีกที เพราะช่วงนี้ฉันก็ยุ่งๆอยู่กับงานด้วย

ส่วนปีหน้าฉันจะได้ไปเมกาอย่างที่คิดไว้หรือเปล่าก็ยังลุ้นๆอยู่ รีบเก่งเงินดีกั่ว โฮ่ๆๆ แบบว่าไม่ได้รวยหรอก แต่ความอยากเที่ยวมันเยอะ มีเท่าไหร่คงหมดไปกะการเที่ยว ไว้ไปเที่ยวครบทุกประเทศที่อยากไปแล้ว ฉันถึงจะเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่จริงๆเสียที

ในใจฉันที่อยากไปมากๆมีแค่ 3 ประเทศ คือญี่ปุ่น เมกา และมัลดิฟ ฉันไปญี่ป่นมาแล้ว ส่วนเมกาก็วางไว้ปีหน้า มัลดิฟนี่อยากไปกะแฟนแต่ยังหาไม่ได้ ไม่รู้จะได้ไปหรือเปล่า ส่วนสิงคโปร์ว่าจะไปแน่เพราะมีเพื่อนอยู่ไปก็เสียแค่ค่าตั๋วอย่างเดียว มีเพื่อนพาเที่ยวด้วย

เอาเหอะ พวกไฮโซโนมันนี่อย่างเราก็คงต้องดิ้นรนหาเงินกันต่อไป ฮ่าๆๆ ตะแล้นๆๆ



Create Date : 14 กันยายน 2549
Last Update : 14 กันยายน 2549 10:49:25 น.
Counter : 178 Pageviews.

9 comment
ในที่สุดก็เขียนบล็อกของตัวเองได้แล้ว เย้ๆๆ
หลังจากงงๆอยู่หลายวัน วันนี้ก็ได้ฤกษ์ทำบล็อกของตัวเองซะที เอาไว้มีอะไรจะมาเล่าให้ฟังในนี้ก็แล้วกันเนอะ อิอิ



Create Date : 06 กันยายน 2549
Last Update : 6 กันยายน 2549 21:52:18 น.
Counter : 189 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  

แอนนะยะ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เบื่อกับการมีชีวิตตามกระแสสังคม ต่อนี้ไปฉันจะมีชีวิตอย่างที่ฉันต้องการจะเป็นเท่านั้น แค่มีความสุขกับตัวเองและคนที่บ้านก็เพียงพอ