Get delicious with Angie!!!
Group Blog
 
All blogs
 

French fruit tart




ไม่ได้ทำขนมมานานเลยค่ะ
เพราะคนที่บ้าน (รวมทั้งตัวหนูเองด้วย)
พยายามจะกำจัดห่วงยางรอบเอวค่ะ อิอิ
เลยโดนสั่งห้ามทำขนมค่ะ
แถมต้องไป fitness วันละ 2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 4 วัน
กลับมาก็เหนื่อยเป็นตายแล้วค่ะ
อย่าว่าแต่ทำขนมเลย
เดินยังไม่ตรงทางเลย (เหนื่อยน๊า ไม่ได้เมา อิอิ)
แต่ห่างหายไปนาน เลยเริ่มคันไม้คันมือ
เห็นบล๊อกของเพื่อนๆทำขนมกันกระหน่ำสุดๆ
ทำได้น่าทานกันทั้งนั้นเลย
เห็นแล้วเลยอยากทำขนมมากๆๆๆๆ
เลยคิดว่าเด๋วถ้าทำแล้วไม่มีคนกินก็เอาไปแจกเพื่อนก็ได้ฟะ
แต่ปรากฎว่าพอทำแล้ว แทบจะไม่เหลือไปให้เพื่อนเลย
ลงไปอยู่ที่ห่วงยางหมด อิอิ
โธ่เอ๋ย ไม่น่าเลย อุตส่าห์ลดไปได้ตั้ง 1 เซ็นติเมตร
กินเสร็จก็เพิ่มขึ้นมาอีก 3 นิ้ว อิอิอิ
แต่ไม่ผิดหวังเลยค่ะกับสูตรนี้
เพราะอร่อยมากๆ และ ไม่หวานเกิน
หน้าตาขนมก็สวยงาม ใครเห็นก็ชอบ
คนทำก็ปลื้มค่ะ หน้าที่บานอยู่แล้วก็บานขึ้นไปอีก อิอิ







แป้งPuff pastry 350 กรัม
แป้งอเนกประสงค์ นิดหน่อย
ไข่ 1 ฟอง (ตี)
chocolate 85 กรัม บิเป็นชิ้นเล็กๆ
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
double cream (ครีมข้น) 200 มิลลิลิตร
คัสตาร์ด 100 มิลลิลิตร
กล้วยฝานบางๆ 1 ลูก
ราสเบอร์รี่
องุ่น
กีวี่ 1-2 ลูก ฝานบางๆ
มามาร์เลด หรือ แยมแอพพริคอท







โรยแป้งอเนกประสงค์ลงบนโต๊ะที่จะนวดแป้งpuff pastry แล้วนวดออกมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 36x20 เซ็นติเมตร แล้ววางลงบนถาดอบรองด้วยกระดาษไข แล้วใช้มีดขีดเส้นให้รอบๆ ให้ห่างจากขอบ 1เซ็นติเมตรค่ะ จับมีดแบบจับปากกาค่ะ แล้วใช้นิ้วชี้กดสันมีด แล้วลากไปจนรอบค่ะ (ขีดให้เป็นรอยเฉยๆนะคะ อย่าตัดให้แป้งขาดค่ะ)









แล้วทาไข่ลงไปเฉพาะตรงขอบ ให้รอบเลยค่ะ อย่าให้ไข่หยดลงข้างๆนะคะ เดี๋ยวแป้งจะฟูไม่เสมอกันค่ะ









แล้วใช้ส้อมจิ้มให้พรุนๆเลยค่ะ (ยกเว้นตรงขอบนะคะ) แล้วแช่เย็นไว้ 20 นาทีค่ะ ตอนนี้ก็วอร์มเตาอบไว้เลยค่ะ 200 ํC/400 ํF










แล้วก็เอาเข้าอบ 20-25 นาที จนเหลืองกรอบค่ะ ออกมาแล้วก็เอาพักไว้ให้เย็นบนตะแกรงค่ะ พอเย็นแล้วก็ค่อยๆกดแป้งให้ยุบลงค่ะ ให้เหลือแต่ขอบๆฟูไว้ค่ะ










แล้วก็อุ่นchocolateค่ะ แบบในรูปค่ะ จนchocolate ละลายดีแล้วก็เอามาทาลงบนแป้งค่ะ ตามรูปเลยค่ะ แล้วทิ้งไว้ให้เย็น










ระหว่างรอก็มาตีครีมจนขึ้นฟูค่ะ ใส่ กลิ่นวนิลา ตามด้วยคัสตาร์ด แล้วใช้พายยางตะล่อมจนเข้ากันดีค่ะ










แล้วก็ละเลงลงไปตามรูปเลยค่ะ ปาดๆให้เรียบนิดนึงแล้วก็ใช้มีดขีดแบ่งให้ได้เป็นสี่ช่องค่ะ









แล้วก็เอาผลไม้ลงเรียงสลับสีให้สวยงามค่ะ แล้วอุ่นแยมในmicrowaveประมาณ 20 วินาทีแล้วทาลงบนผลไม้ให้ทั่วๆ ทิ้งไว้ให้แยมเซ็ทตัวดี ก็เสร็จแล้วค่ะ





ผลไม้ที่ใช้จะใช้ strawberry หรือ blackberry ด้วยก็ได้นะคะ ตอนจะทำก็กะว่าจะใช้strawberry ค่ะ แต่พอเปิดกล่องออกมา ดันเน่าแล้ว เลยต้องทิ้งไป แย่จริง เพิ่งซื้อมา2วันเอง และchocolate ตามสูตรจะใช้ white chocolate ค่ะ แต่หนูใช้ butterscotch chocolateของโปรดค่ะ







มุมต่างๆค่ะ











ขอบคุณที่ติดตามค่ะ หวังว่าเมนูนี้คงถูกใจหลายๆคนนะคะ




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2550 18:01:20 น.
Counter : 411 Pageviews.  

Hot cross buns ต้อนรับ อีสเตอร์ค่ะ



อาทิตย์นี้ก็อีสเตอร์แล้วนะคะ
เลยคิดว่าน่าจะลองทำ hot cross buns ดูค่ะ
Hot cross buns เป็นขนมที่ชาวคริสเตียนทานกันในวัน Good Friday อ่ะค่ะ
(วันศุกร์ของ Easter weekendอ่ะค่ะ คือ Good Friday)
ไม่เคยลองทำมาก่อนเลย
ตอนก่อนทำก็กลัวๆว่าจะยากรึเปล่าหนอ
แต่พอทำจริงๆแล้วก็สนุกดีค่ะ
ไม่ค่อยยากเท่าไหร่
แถมอร่อยอีกตะหาก (ไม่ค่อยชมตัวเองเรยยยย) อิอิ
สูตรนี้เป็นของ Nigella Lawson ค่ะ
จะพิเศษกว่าสูตรอื่นๆหน่อย
ตรงที่ใส่เครื่องเทศเข้าไปด้วยค่ะ
ทำออกมาแล้วหอมมากๆๆๆ
กลิ่นเครื่องเทศไม่ฉุนค่ะ
หอมกำลังดี อร่อยมากๆเลย
ไม่ยากด้วยค่ะ





ส่วนผสมของตัวdough ค่ะ
นม 175 ml
เนยจืด 50g
Zest 1 orange ผิวส้ม 1 ลูก
1 clove
2 cardamom pods
400g bread flour แป้งทำขนมปัง
1 tablespoon caster sugar น้ำตาลทรายป่น
7g (1 packet) easy blend yeast ยีส แบบ easy blend เป็นซองๆ 1 ซองค่ะ
100g mixed dried fruit ลูกเกด
1 teaspoon ground cinnemon
1/2 teaspoon nutmeg
1/4 ground ginger
1 egg ไข่ 1 ฟอง
1egg,beaten with a little milk ไข่ 1ฟองตีกับนมสดนิดหน่อย

ส่วนผสมสำหรับกากบาทสีขาวค่ะ
แป้งอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับเคลือบหน้า bun
น้ำตาลทรายป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเดือด 1 ช้อนโต๊ะ







เอาหม้อตั้งไฟ อุ่นนม เนย ผิวส้ม clove และ cardamom pods ด้วยไฟอ่อนๆ จนเนยละลายหมด และทิ้งไว้ให้อุ่นๆค่ะ ที่เห็นเม็ดๆดำนั่นคือ cardamom กับ clove นะคะ ไม่ใช่แมลงที่ไหนนะ อิอิ







ผสม แป้งทำขนมปัง น้ำตาลทรายป่น ยีสซอง ground cinnemon nutmeg และ ground ginger ในชามผสมค่ะ







พอส่วนผสมอุ่นดีแล้วก็ตักเอาclove และ cardamom pods ออกค่ะ แล้วตีไข่ใส่ แล้วใส่ลงในชามผสมของแห้งค่ะ







แล้วใช้เครื่องนวดdough นวดๆๆๆๆๆ จนแป้งเนียน และ ยืดๆๆหยุ่นๆๆๆ เหมือนในรูปค่ะ ถ้าไม่มีเครื่องก็ใช้มือก็ได้นะคะ แต่เมื่อย นิดหน่อยยยยยยย ถ้าแป้งแห้งไป ก็เติมนมอุ่นๆหน่อยนะคะ หนูเติมไปประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะค่ะ พอนวดได้ที่แล้วก็เอาลูกเกดลงเลยค่ะ แล้วใช้มือนวด จนลูกเกดกระจายทั่วๆกันค่ะ แล้วเอาไปใส่ชามใบโตๆที่ทาเนยไว้ แล้วคลุมด้วยพลาสติกwrap แล้วพักไว้ในที่อุ่นๆ ประมาณ 1ชั่วโมงครึ่งค่ะ








ชั่วโมงครึ่งผ่านไปก็ฟูฟ่องอย่างงี้ค่ะ อิอิ








แล้วเอาออกมานวดอีกค่ะจนเนียนดีค่ะ แล้วแบ่งออกเป็น 16 ลูกค่ะ หนูแบ่งโดย แบ่งครึ่งเป็นสองก้อน แล้วก็แบ่งสองก้อนนั้นเป็นสี่ก้อน แบ่งครึ่งของสี่ก้อนที่ได้ เป็น แปดก้อน แล้วก็แบ่งครึ่งแปดก้อนนั้นเป็น 16ก้อน (โอย....เหนื่อยเลย) อิอิ แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมๆค่ะ วางเรียงกันบนถาดอบที่รองกระดาษไขค่ะ








แล้วใช้สันมีดบากทำกากบาทค่ะ แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบางแล้วพักไว้อีก 45นาทีค่ะ








แล้วอุ่นเตาอบที่ 200 ํCค่ะ แล้วทาหน้า bun ด้วยไข่ 1ฟองตีกับนมสดนิดหน่อยค่ะ








แล้วผสมส่วนผสมสำหรับกากบาทสีขาวเข้าด้วยกันค่ะ หยอดลงไปตรงกากบาทที่ทำไว้ค่ะ ใช้ช้อนกาแฟอ่ะค่ะ ค่อยๆหยอดค่ะ อย่าใส่เยอะเกินนะคะ แล้วเอาเข้าอบ15-20 นาทีค่ะ (ลืมถ่ายรูปตอนหยอดค่ะ)










พอเอาออกมาแล้ว ก็เคลือบด้วยส่วนผสมสำหรับเคลือบหน้า bun ค่ะ ใช้แปรงอ่ะค่ะ ทาหน้าbunให้ทั่วๆค่ะ จะได้เงาๆ หวานๆดีค่ะ








เสร็จแล้วค่ะ




















เวลาทานก็หั่นครึ่งแบบนี้ค่ะ แล้วทาเนยเค็มค่ะ อร่อยมากๆเลยค่ะ








เก็บไว้ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ ก่อนทานก็เอาออกมาอุ่นในmicrowaveซัก 20 วินาทีค่ะ แล้วทาด้วยเนยเค็มค่ะ ทานอุ่นๆกับชา หรือ กาแฟร้อนๆค่ะ






ขอบคุณที่ติดตามค่ะ




 

Create Date : 02 เมษายน 2550    
Last Update : 3 เมษายน 2550 0:02:12 น.
Counter : 1390 Pageviews.  

Toffee Cake




ไม่ได้อัพขนมมานานแล้วค่ะ เลยคิดว่าน่าจะเอาเค้กมาอัพซักที
สูตรนี้เอามาจากblogพี่จุ๋ม (แม่สลิ่ม) ค่ะ
ต้องขอบคุณพี่จุ๋มไว้ด้วยค่ะ
ขอเฟิร์มค่ะว่าสูตรนี้อร่อยจริงๆ ทำก็ไม่ยากด้วย
ทำให้ญาติผู้ใหญ่ที่มาที่บ้าน
ติดใจกันถ้วนหน้าค่ะ
เนื้อเค้กนุ่มมากๆค่ะ
หน้าเค้กก็กรุบกรอบอร่อยมากๆ
หวานกำลังดี ถูกใจจริงๆ
มาดูส่วนผสมกันเลยค่ะ



ส่วนผสมตัวเค้ก

แป้งเค้ก 125 กรัม
กาแฟผง 2 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายป่น 200 กรัม
ผงฟู 2 ช้อนชา
เนยจืด 150 กรัม
ไข่ไก่ 4 ฟอง
เกลือ 1/8 ช้อนชา



ส่วนผสมหน้าทอฟฟี่

เนยจืด 150 กรัม
นมข้นจืด 60 กรัม
น้ำตาลทราย 140 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 170 กรัม (ของหนูไม่ได้อบค่ะ ใช้คั่วเอาพอหอมๆค่ะ)
กาแฟผง 1 ช้อนชา
แป้งเค้ก 3 + 1/2 ช้อนโต๊ะ







วอร์มเตาอบ 180 องศาเซลเซียสค่ะ แล้วร่อนแป้ง กาแฟผง ผงโกโก้ ผงฟู รวมกัน 2-3 รอบ แล้วรองพิมพ์สี่เหลี่ยมด้วยกระดาษไขค่ะ ของหนูใช้ขนาด 9x11นิ้วค่ะ และละลายเนยไว้ค่ะ ตอกไข่ใส่ชามผสม ตามด้วยเกลือค่ะ แล้วใช้เครื่องตีด้วยความเร็วสูงจนขึ้นฟูค่ะ ทะยอยใส่น้ำตาลทีละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตีต่อด้วยความเร็วสูงไปเรื่อยๆ จนใส่น้ำตาลหมดค่ะ








พอน้ำตาลหมดก็ตีต่ออีก 15 นาทีค่ะ จนเป็นครีมขาวค่ะ












ร่อนส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ตอนแรกใส่ลงไปค่ะแล้วตะล่อม(fold)ด้วยพายยางเบาๆค่ะ จนส่วนผสมเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ













ค่อยๆเทเนยที่ละลายไว้ลงไปค่ะ เทให้เป็นสายนะคะ แล้วผสมให้เข้ากันค่ะ แล้วเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เคาะก้นพิมพ์เบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศค่ะ แล้วเอาเข้าเตาอบจนสุกค่ะ ประมาณ 20นาทีค่ะ เค้กชนิดนี้เช็คโดยเอานิ้วแตะๆที่หน้าเค้ก ถ้าหน้าเค้กเฟิร์มดี ไม่บุ๋มลงไปก็ใช้ได้ค่ะ หรือใช้ไม้จิ้ม ตรงกลางเค้ก แล้วไม่มีอะไรติดไม้ออกมาก็ใช้ได้ค่ะ เอาออกมาแล้วกระแทกพิมพ์เบาๆ 1 ทีค่ะ แล้วทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ











ระหว่างรอก็มาทำหน้าเค้กกันค่ะ โดยเอา เนยสด น้ำตาลทราย นม กาแฟผงใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน ๆ คนเรื่อยๆจนเข้ากันดีค่ะ แล้วใส่แป้งเค้กตามลงไป รีบคนไปเรื่อยๆจนแป้งสุก (ระวังแป้งจะเป็นเม็ดนะคะ) แล้วตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่อบ(คั่ว)แล้วลงไป ผสมจนเข้ากันดีค่ะ







เอาไปราดบนเค้กที่เย็นแล้วค่ะ แล้วนำไปอบเฉพาะไฟบนที่ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที จนหน้าแห้งดีและสีน้ำตาลเข้มๆหน่อยค่ะ ตอนอบ เอาน้ำใส่ชาม วางไว้ชั้นล่างของเตาอบหน่อยก็ดีนะคะ เนื้อเค้กจะได้ไม่แห้งแข็งค่ะ








ออกมาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ








พอหน้าตาใช้ได้แล้วก็เอาออกมาตั้งทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ แล้วตอนตัดก็คว่ำหน้าเค้กลงแล้วค่อยตัดค่ะ หน้าจะได้ไม่แตกค่ะ







เสร็จแล้วค่ะ




น่าทานป่ะค่ะ




มาทานด้วยกันสิคะ








ขอขอบคุณสูตรดีๆจากบล๊อกพี่จุ๋ม (แม่สลิ่ม) ไว้ด้วยค่ะ




 

Create Date : 23 มีนาคม 2550    
Last Update : 23 มีนาคม 2550 17:05:34 น.
Counter : 664 Pageviews.  

เอแคลร์ (ที่หน้าตามึนที่สุดในโลก)



พอดีวันนี้อยากทานเอแคลร์มากเลยค่ะ แม่ก็บ่นอยากทานมานานแล้ว
เอแคลร์ที่นี่ก็ไม่เหมือนกับของบ้านเราค่ะ
ที่เค้าเรียกว่าเอแคลร์ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบยาวๆแล้วมีหน้า chocolate
หรือถ้าหน้าตาเป็นกลมๆ คล้ายๆเอแคลร์บ้านเราเค้าก็เรียกว่า profiteroles
ซึ่งก็อร่อยสู้ของบ้านเราไม่ได้ค่ะ เพราะใส้เหมือนกับเป็น whipping cream ธรรมดา
ไม่ค่อยอร่อยสะใจเหมือนของบ้านเรา
เห็นสูตรทำเอแคลร์แต่ละสูตรก็ยากจังเลย ไอ้เราก็มือใหม่หัดทำ
พอดีมาเจอสูตรนี้ท่าทางไม่ยาก เลยลองทำดูค่ะ
ขอบอกว่าเห็นหน้ามึนๆงี้ อร่อยมากเลยค่ะ จนเพื่อนๆให้ทำขาย อิอิอิ
ว่าแล้วก็มาดูส่วนผสมเลยค่ะ




ส่วนผสมตัวแป้ง

100 g plain flour แป้งอเนกประสงค์
85g unsalted butter เนยจืด
3 eggs,beaten ไข่ไก่ (ตี)

ส่วนผสมของไส้

4 tablespoons custard powder ผงคัสตาร์ด
4 tablespoons golden caster sugar น้ำตาลทรายป่นสีทอง (ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำตาลทรายป่นธรรมดาก็ได้ค่ะ)
600 ml milk นมสด
150 ml double cream ครีมข้น
50 g icing sugar น้ำตาลไอซิ่ง




มาเริ่มทำเลยค่ะ






ร่อนแป้งใส่ชาม ใส่เกลือนิดหน่อย ละลายเนยกับน้ำเย็น200มิลในหม้อ(ไฟอ่อน) พอเนยละลายดีแล้วเร่งไฟ จนเดือดพล่าน










ยกลงแล้วเอาแป้งที่ร่อนไว้เทใส่ แล้วกวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน พอเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว กวนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมเริ่มร่อนจากก้นหม้อ เอาออกมาใส่จานพักไว้จนเย็น











ระหว่างรอก็มาทำไส้ค่ะ โดยผสมผงคัสตาร์ดกับ น้ำตาลทรายป่น กับนม 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วอุ่นนมที่เหลือในหม้อ(ไฟอ่อนมาก) แล้วเทส่วนผสมคัสตาร์ดลงไปในหม้อ เร่งไฟจนเดือด (คนตลอดนะคะ) พอเดือดแล้วลดให้เหลือไฟกลางแล้วคนไปเรื่อยๆจนข้นเหนียวดี (ประมาณ 5 นาทีค่ะ) พักไว้ให้เย็น












พอส่วนผสมแป้งเย็นดีแล้วก็เอากลับมาใส่หม้อเหมือนเดิม (ไม่ต้องตั้งไฟนะคะ) ค่อยๆทยอยใส่ไข่ทีละนิด ทุกครั้งที่ใส่ก็กวนให้เข้ากันด้วยนะคะ พอเสร็จแล้วก็เอาใส่กรวยบีบเลยค่ะ













แล้วเอาอบที่ 180 ํC ประมาณ 20-25 นาทีค่ะ (วอร์มเตาอบก่อนนะคะ) พอเหลืองดีแล้วก็เอาออกมา คว่ำหน้าลงแล้วจิ้มด้วยช้อนกาแฟค่ะ แล้วเอาเข้าอบต่ออีก 5 นาที ทั้งหน้าคว่ำๆงั้นอ่ะค่ะ เพื่อให้ข้างในแห้งดีค่ะ เสร็จแล้วก็เอามาตั้งให้เย็นบนตะแกรงค่ะ













ตอนนี้ก็มาทำใส้ต่อค่ะ ใช้เครื่องตี ตีครีมข้น กับ น้ำตาลไอซิ่งจนขึ้นฟู แล้วเทส่วนผสมคัสตาร์ดลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน แล้วก็เอาใส่กรวยฉีดเข้าไปในตัวเอแคลร์ได้เลยค่ะ









แค่นี้ก็เสร็จค่ะ




เห็นหน้ามึนๆแบบนี้อร่อยมากเลยนะคะ




ซักชิ้นมั้ยคะ




ผ่าให้ดูค่ะ





 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2550 22:50:49 น.
Counter : 2899 Pageviews.  

ราสเบอร์รี่ทาร์ทรูปหัวใจ (ต้อนรับวันวาเลนไทน์ค่ะ)



พอดียังมีเลมอนเคิร์ดที่ยังเหลืออยู่จากทำ strawberry lemon curd tart คราวก่อนค่ะ
จะทิ้งก็เสียดายค่ะ เพราะอร่อยมากๆๆๆๆๆค่ะ
ต้องขอบคุณพี่ปูไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ที่เอาสูตรดีๆมาบอกกันค่ะ
มานั่งคิดๆดูว่าไหนๆก็ใกล้วันวาเลนไทน์แล้ว
เลยมาทำทาร์ทรูปหัวใจดีกว่าค่ะ
อ่ะ พล่ามมานานแล้วมาดูส่วนผสมเลยค่ะ


แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย (plain flour)
เนยจืดเย็น หั่นชิ้นเล็กๆ 60 กรัม(unsalted butter)
น้ำตาลทรายป่น 1 ช้อนโต๊ะ(caster suger)
ไข่แดง 1 ฟอง(egg yolk)
น้ำเย็น 1 ช้อนโต๊ะ(iced water)




มาเริ่มทำเลยค่ะ






ร่อนแป้งใส่ food processor แล้วใส่เนย แล้ว process ประมาณ 10 วินาทีจนแป้งเป็นเหมือนเม็ดกรวด (ถ้าไม่มีfood processorก็ใช้ปลายนิ้วบี้ๆแป้งกะเนยก็ได้ค่ะ (rubbing in) นานหน่อยค่ะ)












ใส่น้ำตาลทรายป่น ไข่แดง น้ำเย็น แล้วใช้สันมีดหรือพายยางสับๆๆๆๆ(cutting action) จนส่วนผสมเข้ากันดีและจับตัวเป็นก้อน (ใช้มือช่วยหน่อยก็ดีค่ะ)








ปั้นเป็นก้อนกลมและห่อด้วย พลาสติก wrap แช่ตู้เย็นไว้ 10 นาทีค่ะ ระหว่างรอก็ทาเนยที่พิมพ์หลุมๆไปพลางๆค่ะ









(วอร์มเตาอบที่ 180 ํC / 350 ํF)แล้วก็เอาออกมานวด(ใช้กระดาษไขรองแบบในรูปเลยค่ะจะได้ไม่ติดพายค่ะ) ให้บางประมาณ 3 มิลค่ะ แล้วใช้ที่ตัดรูปหัวใจตัดค่ะ










เอาใส่พิมพ์แล้วเอาส้อมจิ้มๆๆๆๆๆ 3ที 12รู ค่ะ อิอิอิ แล้วเอาอบ 10นาทีค่ะ










พอได้เวลาแล้วก็เอาออกมาพักไว้ 5 นาทีค่ะแล้วเอาออกมาตั้งบนตะแกรงทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ









เอาเลมอนเคิร์ดหยอด ใส่ราสเบอร์รี่หน่อย แล้วยื่นให้คนที่รัก ในวันวาเลนไทน์ได้เลยค่ะ




รับซักชิ้นมั้ยคะ







 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2550 16:09:49 น.
Counter : 269 Pageviews.  

1  2  3  

angielicious
Location :
London, United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add angielicious's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.