Get delicious with Angie!!!
Group Blog
 
All blogs
 
ประสบการณ์คลอดน้องออลลี่ (คลอดธรรมชาติ)

เริ่มเลยแล้วกัน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...ไม่ใช่ละ...เมื่อ วันที่21 พ.ย. 2552 ตอนนั้นเราท้องได้ 37วีคพอดิบพอดี ตื่นเช้ามาประมาณหกโมงกว่าๆ นอนต่อไม่หลับ ระหว่างที่กลิ้งไปมาบนเตียงเป็นพะยูนเกยตื้นอยู่ก็ได้ยินเสียง ปุ้ก! ในท้อง ตอนแรกก็นึกว่าลมในกระเพาะ ยังนึกเลยว่าสงสัยเดี๋ยวได้ผายลมอีกแน่ๆ นึกยังไม่ทันขาดคำ (เคยได้ยินแต่พูดไม่ทันขาดคำ) รู้สึกว่ามีน้ำไหลออกมาจากจิ๊มิ๊ ซึ่งตอนนั้นแน่ใจว่าไม่ใช่ฉี่ จะเป็นน้ำลายไหลเหรอ ก็ผิดที่ผิดทางไปหน่อยมั้ง (ผิดไปเยอะเลยยยยยยย) คราวนี้รู้สึกว่ามันไหลเยอะขึ้น แบบเร็วมากๆ เลยรีบวิ่งไปห้องน้ำตรงที่อาบน้ำ ระหว่างวิ่งก็ตะโกนบอกฝาชีว่า Waters breaking waters breaking!!! หรือแปลเป็นภาษาที่พ่อกะแม่จะพูดว่า น้ำเดินๆๆๆๆ!!!


ฝาชีที่หลับๆอยู่กระเด้งขึ้นมาอย่างกับติดสปริง ตามมาที่ห้องน้ำ พยายามสงบสติอารมณ์เราว่า ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เป็นไร เรียนมาแล้วไงตอนไปเข้าคลาสคนท้องอ่ะ (ถึงตอนนั้นก็จำไรไม่ได้แล้วคร๊าบพี่น้องงงงงง) ถ้าน้ำเดินก็ไม่เป็นไร แค่ดูสีว่าไม่มีเลือด หรือ อึลูก (รู้สึกว่าจะเรียกว่าขี้เทามั้ง) ติดมาด้วย (อึลูกจะเป็นสีเขียวเข้ม ถ้ามีติดออกมากะน้ำด้วยต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน เพราะเด็กมีความเครียด จึงอึออกมาและอาจเป็นอันตรายได้) แต่หลังจากสำรวจดูแล้ว ก็ลงเป็นความเห็นเดียวกันว่าน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลามากๆ ไม่มีเลือดหรืออึลูก ตอนนั้นน้ำคร่ำก็ยังไหลออกมาไม่ขาดสาย ยังกะน้ำตกไนแองการ่า เยอะมั่กๆ เราก็ยืนอยู่ในที่อาบน้ำอย่างนั้นแหละ แต่รู้สึกกลัวมากๆ ตัวสั่นไปหมด ร้องไห้ด้วย ฝาชีก็ดีมากๆ ให้กำลังใจตลอด แถมยังใจเย็นมากๆ เราเลยบอกให้โทรไปโรงบาล ถามว่าควรทำไง ให้ใช้ไอโฟนเราโทรไปเพราะมีเบอร์โรงบาลเมมไว้ ฝาชีก็รีบไปเอาไอโฟนเรามา ทำท่ากดๆ แล้วหันมาบอกว่าใช้ไม่เป็น ฮ่วย! ซักพักพอเริ่มฉลาดขึ้น ใช้เป็น โทรไปก็ได้ความมาว่า ไม่ต้องกังวล อาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาโรงบาล เพื่อมาเช็คความเรียบร้อย ไม่ต้องกังวล เราก็ยังยืนสั่น+รั่วอยู่อย่างนั้น เอาวะ ก็เลยอาบน้ำ สระผม แต่งหน้าแต่งตา (ยังมีอารมณ์มาอยากสวย) ฝาชีก็ไปปิ้งหนมปัง ชงชาให้กิน


กินเสร็จประมาณแปดโมงเช้าก็ไปโรงพยาบาล ไปถึงก็เห็นคนท้องคนนึงหน้าลิฟท์สงสัยกำลังจะไปคลอดเหมือนกัน ยืนอ้วกแตกอยู่ ดูดีเชียว พอมาถึง แผนกคลอดก็ตกใจนึกว่าเดินผ่านประตูไปไหนก็ได้ของโดเรม่อนมา ทำไมหมอทำคลอดและพยาบาลเป็นคนผิวดำหมดเลยอ่ะ นี่ชั้นอยู่อังกฤษหรือแอฟริกา(วะ) งงเลยอ่ะ ไม่มีฝรั่งเลยซักคน พอไปติดต่อ พยาบาลก็บอกให้ไปนอนรอในห้องแล้วก็เข้ามาตรวจหัวใจลูก ตรวจดูน้ำคร่ำ เจาะเลือด บลา บลา บลา ทุกอย่างปกติดี เค้าก็บอกว่าถ้ายังไม่ปวดท้องคลอดก็ให้กลับไปบ้านก่อน รอจนปวดท้องค่อยกลับมาใหม่ แต่ถ้าพรุ่งนี้เช้ายังไม่ปวดต้องกลับเข้ามาโรงพยาบาลเพราะจะต้องเร่งคลอด


เราก็ว่าง่ายกลับบ้านมากินข้าวกลางวัน (กินอีกแล้ว)จริงๆรู้สึกเจ็บท้องนิดหน่อย แต่เจ็บแบบนิดเดียวจริงๆ ปวดท้องเมนส์ยังปวดมากกว่าเลย รอไปจนหมดวันก็ยังไม่ปวด จนกลางคืนปวดขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ยังไม่มาก จนเช้าวันรุ่งขึ้นเข้าไปโรงบาลใหม่ คราวนี้หมอทำคลอดชื่อ แพททริเซีย เป็นคนดำ น่ารักมากๆ เม้าท์เก่งสุดๆ เค้าก็ทำเหมือนเมื่อวาน คือ วัดความดัน วัดอัตราการเต้นของหัวใจลูก การเกร็งของมดลูก เจาะเลือด (เจาะได้ทุกวัน จะไม่เหลือแล้วเนี่ย) จากคนที่เคยเป็นคนกลัวการเจาะเลือดมาก กลายเป็นชิลชิลมากๆ เพราะเจ็บจนชิน (มันกินในหัวใจ ลึกเข้าไปกร่อนใจลงทุกที) นอกเรื่องแระ


พอประมาณสิบโมงเค้าก็ฉีดยาฆ่าเชื้อ และ เจาะน้ำคร่ำที่เหลือออกให้หมด ที่ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อเพราะไม่มีน้ำคร่ำหล่อเลี้ยงแล้วลูกอาจติดเชื้อได้ แล้วก็ทำการเร่งคลอดแบบใช้เจลปาด (ปาดเข้าช่องคลอดนะ เผื่อบางคนคิดว่าเอามาปาดผมจัดแต่งทรงต่างๆ) โห ตอนปาด คุณนายแพททริซียทำท่าเมามันในการปาดมาก ไอ้เรารึเจ็บแทบตาย พอเขียด เอ้ย ปาดเสร็จ เค้าก็บอกให้รออีกสี่ชัวโมงให้ปวดท้อง ถ้าอีกสี่ชั่วโมงยังไม่ปวดต้องมาเร่งคลอดแบบฉีดเข้าเส้นเลือดนะ ระหว่างสี่ชั่วโมงนี้ก็ออกไปเดินเล่นช๊อปปิ้งก่อนก็ได้ ห้างตรงใกล้ๆโรงบาลกะลังเซลล์ บ่ายสองค่อยกลับมา ฮ่วย อารมณ์นี้ยังจะให้มีอารมณ์ไปแย่งของเซลล์กะชาวบ้านอีกเหรอฟระ (นึกสภาพคนท้องแก่จะคลอดไปมุงกะบะของเซลคงจะมันส์พิลึก)


พอรอที่โรงบาลไปซักพักเริ่มเบื่อ เอาวะ ออกไปดูของเซลล์ที่ห้างหน่อย เผื่อได้รองเท้ามาซักคู่สองคู่ (คิดได้เนอะ) สองคนกะฝาชีก็ถ่อสังขารไปกัน ห้างอยู่แค่หัวมุมถนน จากโรงบาลไปประมาณร้อยเมตร ระหว่างเดินไปนี่รู้สึกเหมือน เดินจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ เพราะตอนนี้ท้องมันเริ่มปวดมากแล้ว ต้องเดินๆหยุดๆ เวลาหยุดต้องถ่างขาด้วยเพราะมันรู้สึกสบายกว่าหุบ ผู้คนก็มองว่าอีนี่ไม่เจียม เดินไปถึงห้างปุ๊บ ยังไม่ทันจะไปแย่งซื้อของเซลล์ บอกฝาชีว่าไม่ไหวแล้ว กลับเหอะ ปวดมากเลยอยากนั่ง ฝาชีก็พาหิ้วปีกเดินกลับไม่บ่นซักคำ ในใจคงนึก ..กรูว่าแร้ววว ไม่รอดหรอก ยังจะกระแดะมาเดิน


พอมาถึงโรงบาลก็นั่งๆนอนๆ กินกับข้าวโรงบาล (ไม่พ้นเรื่องกิน) รสชาติไม่ได้เรื่อง นั่งคุยกะฝาชีไปเรื่อย ท้องก็ปวดมากขึ้นนิดหน่อย จนบ่ายสอง คุณแพท (หมอทำคลอด) กลับมาบอกว่าต้องเร่งคลอดแบบฉีดเข้าเส้นเลือดแล้วนะถ้ายังไม่ปวดมาก ว่าแล้วคุณนายก็เจาะเข็มน้ำเกลือฉีดเข้าไปที่แขนซ้าย รอไปซักสองชั่วโมง คราวนี้หละแม่เจ้า ปวดมากกกกก สุดๆๆๆๆๆๆ ฝาชีก็นั่งกุมมือเราไม่ยอมห่างไปไหน ซักหกโมง คุณแพทก็มาวัดปากมดลูกว่าเปิดได้ 5cmแล้ว เราก็ปวดไปเรื่อยๆ บิดไปบิดมาบนเตียงนั้นแหละ จนสองทุ่มคุณแพทต้องออกเวร ส่งหมอทำคลอดอีกคนมาแทนชื่อ เยมี่ เป็นคนดำเหมือนกัน แต่อีนี่ (ขอจิกหน่อยเหอะ) ดุมากกกก ต่างกะคุณแพทราวฟ้ากะขุมนรก พอสองทุ่ม ลมเบ่งมาแล้ว คราวนี้แหละ ปวดมากกกกกกกก อยากจะเบ่งแต่อีเยมี่มันไม่ให้เบ่งเพราะ ปากมดลูกยังเปิดไม่ครบสิบเซ็น ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีคนเอาเครื่องบินคอนคอร์ดมาดันอยู่ตรงจิ๊มิ๊เป็นระยะๆ ตอนนี้ปวดสุดๆเลย ทรมานมาก บิดไปบิดมาบนเตียง กุมมือฝาชีอยู่อย่างแน่นมากๆ ฝาชีคงคิดว่าไม่น่าให้มันกุมเลย เจ๊บเจ็บ รู้งี้ไปหามือปลอมมาให้กุมดีกว่า อยากเบ่งมากๆแต่ก็เบ่งไม่ได้ ทรมานสุดๆๆๆๆๆๆ เหมือนกะคนปวดอึมากๆแล้วหาห้องน้ำไม่ได้ แต่เจ็บกว่าประมาณร้อยเท่า เราก็บอกฝาชีว่าไม่ไหวแล้วนะปวดเหมือนเบ่งอึอ่ะ ทนไม่ไหวแล้วจะเบ่ง ฝาชีก็ปลอบเราว่าใจเย็นๆอย่าเบ่งนะอย่าเบ่งนะ พูดอยู่อย่างนั้น


พอซักสามทุ่มเกือบสี่ทุ่ม เจ็บสุดๆหาคำบรรยายไม่ได้ ทนไม่ไหวแล้ว ร้องขอให้บล๊อคหลัง เพราะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ อีเยมีก็บอกงั้นต้องโทรเรียกหมอมาก่อน มันพูดแต่ก็ไม่เห็นยกโทรศัพท์เลย รอตั้งหลายนาทีก็ไม่เห็นโทรหาใครเลย ไรว้า เราก็ตะโกนเลยว่าไม่ไหวแล้วทำไมไม่เห็นทำไรเลย แกก็มาตรวจช่องคลอดอีกแล้วบอกว่าสายไปแล้วบล๊อคไม่ได้แล้ว เพราะช่องคลอดเปิดสิบเซ็นแล้วแต่ยังมีเยื่อบางๆอยู่เลยยังเบ่งไม่ได้ เวรกรรม ก็รอไปอีกบิดไปอย่างงั้น กัดท่อหายใจจนจะขาดเป็นชิ้นๆแล้ว จนสี่ทุ่มกว่า แกก็มาตรวจช่องคลอดอีก แล้วก็ไม่พูดไรหันไปเขียนไรเรื่อยเปื่อย เขียนจดหมายทวงหนี้ใครป่าวไม่รุ จนเราเจ็บมากๆแล้วตอนนั้น ความรู้สึกบรรยายไม่ได้เลย ทั้งร้องทั้งตะโกนว่า “ไม่ไหวแล้วนะจะต้องเบ่งแล้ว” อีเยมี่ก็หันมาดุว่า “จะเบ่งก็เบ่งไปสิ เงียบๆด้วย จะตะโกนทำไม ร้องทำไมเสียงดัง” อ๊าวววววววววววววว อี................................... ให้กรูเบ่งได้แล้วทำไมไม่บอกกกกกกกก ปากอมหัวแม่ติงไว้หรือยังไงคร้าาาาาาาถึงพูดไม่ได้ โอ๊ย..ไม่ไหวจะเคลียร์ เรานี่โกรธมากๆเลย ลมเบ่งมาตั้งนานแล้วยังเบ่งไม่ได้ก็ไม่ได้ว่าไรนะ แต่พอเบ่งได้แล้วทำมาเงียบเก็บเป็นความลับคนเดียวนี่โกรธมากเลย เราก็ไม่สนใจไรทั้งนั้น เบ่งเลยเต็มที่แบบชีวิตนี้ไม่เคยทำไรจริงจังขนาดนี้มาก่อน ตอนสอบเอนท์เข้ามหา'ลัย ยังไม่จริงจังขนาดนี้เลย (ถึงว่าสอบไม่ติด) พอเบ่งสองครั้งเท่านั้นแหละ น้องออลลี่ก็ออกมาอุแว้ๆแล้ว เร็วดีแท้ ฝาชีก็ได้ตัดสายสะดือด้วย ตอนตัดทำหน้าเหมือนไฮโซตัดริบบิ้น แบบว่าทำหน้าภูมิใจสุดๆ

พอออลลี่ออกมาแล้วนี่หายเจ็บเป็นปริดทิ้งเลย แล้วอีเยมี่ก็ส่งออลลี่มาให้อุ้ม ทั้งๆที่เลือดยังเต็มอย่างงั้นแหละ เพราะที่นี่เค้าถือว่าสำคัญมากที่แม่ลูกจะได้สัมผัสแรกเกิด ซักพักเค้าก็เอาไปทำความสะอาด ชั่งน้ำหนัก ทำเทสท์ต่างๆ แล้วก็เอามาเข้าอกเราให้กินนมเลย ช่วงนี้ฝาชีก็อยู่ข้างเราตลอดคอยถ่ายรูปถ่ายวีดีโอ นึกว่าเป็นปาปารัสซี่ เราก็นั่งให้นมอย่างนั้น ซักพักนึงก็จะลุกไปอาบน้ำ อีเยมี่ก็เข้ามาช่วยปลดสายน้ำเกลือ เราก็ยักแย่ยักยันเพราะยังเจ็บแผล อีเยมี่ก็บอกว่า ลุกเร็วๆหน่อยดิ ทำตัวแอ๊คทีฟหน่อย อ๊าววววววววว เมิงงงงงง กรูเพิ่งคลอดลูกมานะจ๊ะ ไม่ใช่เพิ่งออกจากสปา อีHoy เกลียดมันมากเลย ทุกครั้งที่เรากล่าวขอบคุณ มันไม่เคยพูดว่า “ไม่เป็นไร” หรือ “ยินดีช่วยจ้ะ” ไรงี้ ไม่มีเลย เรากล่าวขอบคุณมันก็ทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น พูดแล้วยังโมโห

ช่างมันเถอะ คลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้วเนอะ แถมลูกน่ารักอีกตะหาก เหี่ยวๆดี อิอิ หน้ามือนพ่อเป๊ะ แบบสำเนาถูกต้องเลย พออาบน้ำเสร็จเราก็ไปพักผ่อนเพราะตอนนั้นก็ตีหนึ่งกว่าแล้ว ลูกนอนอยู่เปลข้างเราตลอด ตอนแรกเรานอนไม่หลับ นอนมองลูกจนผลอยหลับไปตอนไหนไม่รู้ มีความสุขจริงๆ

สรุปคือ แรกเกิดน้องออลลี่หนัก 2.81กิโล ยาว 50cm หลังคลอดต้องอยู่โรงบาลสี่คืนเพราะน้องตัวเหลืองต้องส่องไฟอยู่สองวัน สงสารลูกมากๆ ตอนออกจากโรงบาลมานี่ผิวสีแทนเชียว นึกว่าไปคลอดที่ฮาวาย แบบว่าออกมาแล้วอาบแดดเลย หลังจากนอนโรงบาลสี่วัน ได้กลับมาบ้านดีใจมากมาย

ตอนนี้ก้ไปดูรูปเลยจ้า และขอจบไปก่อนเท่านี้ ลาไปเลี้ยงลูกก่อน โฮ๊ะๆๆๆๆ



ก่อนไปคลอด หลังจากที่ค้นพบว่ามีน้ำตกไนแองการ่าอยู่ในบ้านเรานี่เอง




โรงเชือด เอ้ย ห้องคลอด





กะลังปวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด




ออกมาแย้ว




ซะมีดิชั้นทำหน้าภูมิใจมั่กๆ ประหนึ่งว่าคลอดออกมาด้วยตัวเอง





เอ่ออออ...แม่ดูถึกมั่กๆอ่ะ




วันรุ่งขึ้นคุณยายน้องออลลี่มาเยี่ยม ตื่นเต้นมากกลัวไม่ได้อุ้ม หมวกเหมิก ผ้าพันคงพันคอไม่ทันได้ถอด แม่ใครหว่า





ตอนนั้นน้ำนมแม่ยังไม่มาเลยต้องให้นมผสม เพราะน้องต้องส่องไฟ กันร่างกายขาดน้ำ ที่ให้จากถ้วยเพราะกันน้องติดขวดแล้วจะดูดนมแม่ไม่เป็น ถุงเท่าที่ใส่ที่มือคือตรงที่เจาะเลือดไว้ กันไม่ให้น้องไปแกะไปเกา ไม่ได้จะฝึกให้เป็นนักมวยตั้งแต่เด็กแต่อย่างใด




อิ่มแย้วก๊าบบบ แม่กำลังจับเรอ




อิ่มแล้วก็หลับดีกว่า




เหี่ยวดีจริงๆลูกช้านนน



โดนส่องไฟไปสองวัน ผิวสีแทนดีจริงๆ





เสื้อผ้าหลวมเชียว




หาวววววววววววววว




แล้วก็หลับ (ดูเหมือนลูกไม่มีมืออ่ะ)




แล้วก็หลับอีก





วันกลับบ้าน



ดอกไม้ฝาชีให้ตอนกลับบ้าน




ถึงบ้านแล้วคร้าบบบบบ (แม่เขียนคิ้วไม่เท่ากันอ่ะ)




หลับต่อ



ลาไปด้วยรูปความภาคภูมิใจของการเป็นแม่


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ






Create Date : 03 พฤษภาคม 2553
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 15:27:04 น. 4 comments
Counter : 2138 Pageviews.

 
นึกถึงตอนคลอดเองเลย ความเจ็บสุดบรรยาย การได้เป็นแม่นี่ดีจริงๆเลย ตัวเหลืองเหมือนกันแต่ค่าไม่มากเลยไม่โดนส่องไฟ ยังไงก็ขอให้ทั้งคุณแม่และน้องออลลี่แข็งแรงนะคะ


โดย: กัณ (Takaw ) วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:07:23 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะคุณกัณ เจ็บจริงๆค่ะตอนคลอด แต่ฟื้นตัวเร็วดีค่ะ สองวันเดินปร๋อเลย


โดย: angielicious วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:55:06 น.  

 
ความรู้สึกของความเป็นแม่ จะเกิดขึ้นกับตัวก็ตอนนี้แหล่ะค่ะ พี่เป็นมาแร้ว อ่านเรื่องของน้อง น่ารักมาก บรรยายซ้า เหงภาพเรย อิอิ ไม่ต้องจินตนาการใด ๆ ดีค่ะ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้เพื่อนได้รู้บ้าง แทนที่จะกลัว กลับกลายเป็นสนุกได้ อิอิ น้องน่ารักมากค่ะ ขอให้น้องสุขภาพแข็งแรงนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: จูเลียซ IP: 180.183.170.86 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:15:27:52 น.  

 
พอดีพี่จะไปเที่ยวลอนดอนปีหน้า เป็นครั้งแรกของการไปเมืองนอก ก็เรยอยากรู้ว่ามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง แฟนจะพาไปพบพ่อแม่ค่ะ ก็เรยแวะเข้ามาเจอบล๊อค ของน้องแองจี้ พอดี ขอบคุณมากนะคะ พี่ได้ความรู้เยอะแยะเรยค่ะ


โดย: ขอโทษที่ทำให้งง IP: 180.183.170.86 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:15:29:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

angielicious
Location :
London, United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add angielicious's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.