"แล้วมันก็ผ่านไป"
Group Blog
 
All blogs
 
ความเกลียดชัง = มะเร็งจิตใจ

ความเกลียดชังเป็นเหมือนโรคร้ายค่ะ
คอยกัดกินจิตใจให้เป็นทุกข์
เหมือนโรคมะเร็ง ที่ลุกลามอยู่ข้างในใจเรา
คอยกัดกินเซลล์ดีๆ ให้ผิดปกติ ทำงานไม่ได้
ถ้าเราปล่อยให้ความเกลียดชังนี้กัดกินจิตใจไปเรื่อยๆ
ไม่นานจิตใจของเราก็จะดำมืดด้วยความเกลียดนี้เอง

ถ้าเป็นมะเร็งจิตใจ เราควรทำอย่างไรบ้าง ?

1. ยอมรับว่าเราเป็นโรค
สำรวจใจตัวเองสิคะ ว่าเราเป็นมะเร็งจิตใจอยู่รึเปล่า
มีใครที่เราเกลียดชังอยู่ไหม ยอมรับตามตรงอย่างกล้าหาญเลยค่ะ
"ใช่ ฉันเกลียดคนนี้ เกลียดมากๆเลย"

ถามใจตัวเองว่า มีความสุขดีรึเปล่า?
กับการเก็บความเกลียดนี้ไว้กับใจตัวเอง
บางคนตอบว่า มีความสุขดีนะ อยากจะเก็บความเกลียดไว้แบบนี้ล่ะ
งั้นก็ลองตามดูใจว่า การเกลียดใครซักคน ทำให้สุขภาพคุณย่ำแย่ขนาดไหน
ใจและกาย เป็นของสัมพันธ์กัน เมื่อใจเกลียด กายก็จะแย่ !

ตัวอย่างง่ายๆค่ะ
บางคนเกลียดใครบางคน จนตัวเองกลายเป็นโรคประสาท
เป็นโรคความดัน  เป็นอัมพาต
แล้วจะยังยืนยันที่จะเก็บความเกลียดไว้กับใจอีกหรือคะ ?

ปลดปล่อยใจของคุณด้วยการยอมรับความจริง
ว่าความเกลียดไม่เคยให้คุณกับใครเลย
แม้กระทั่งตัวคุณเอง ถ้ายอมรับกับตัวเองได้แล้ว
ว่าไม่มีความสุขกับการเกลียด ก็เริ่มต้นรักษาใจตัวเองกันเถอะค่ะ

2. งดให้อาหาร !
มะเร็งจิตใจจะเจริญเติบโตได้เร็วมาก
เมื่อเราให้อาหารหล่อเลี้ยงมัน
อาหารที่มะเร็งจิตใจชอบมากๆ คือ "ความคิด" ค่ะ
ความคิดเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้มันยังอยู่
ให้มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ให้มันขยายตัวออกไป
ความคิดในที่นี้ คือ ความคิดแง่ลบ คิดแง่ร้าย

รู้เท่าทันความคิดตัวเอง ด้วยการฝึกสติ
ความคิดร้ายใดเกิดขึ้นมา ให้รู้ทันมัน
แล้วปล่อยมันออกไปจากใจ

บางคนใช้การจินตนาการด้วยการเห็นภาพ
ความคิดร้าย เหมือน อีกาสีดำ มันบินวนอยู่ในหัวของเรา
เห็นมันเมื่อใด เราก็ปล่อยมันขึ้นสู่ท้องฟ้าไป ไม่เก็บเอาไว้
ยิ่งคิดร้าย ยิ่งเติมอาหารให้ความเกลียดไม่จบสิ้น
ปล่อยอีกาสีดำนี้ไปค่ะ



3.  เติมความสว่างให้จิตใจ
ถ้าคุณไม่สามารถอภัยให้คนที่คุณเกลียดได้ในเวลานี้
เพราะสิ่งที่คุณโดนกระทำมันเลวร้ายจนคุณไม่สามารถอภัยได้
ไม่เป็นไรค่ะ มาเริ่มดูแลใจตัวเองก่อน
โดยการทำให้ใจคุณมีความสุขมีความสบายใจ

เมื่อความเกลียดเป็นความดำมืดของจิตใจ
ก็มาเติมความสว่างให้ใจคุณกันค่ะ
บุญคือความสว่าง สิ่งที่ดีงามคือความสว่าง
หมั่นเติมความสว่างทุกๆวัน
เช่น ดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ของเรา, สวดมนต์ไหว้พระ,
แผ่เมตตา, ไปทำสังฆทาน, ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน,
ให้อาหารสุนัข หรือแมวจรจัด ฯลฯ
เติมความสว่างทุกวัน ความสว่างขับไล่ความมืดมิดได้
เสมือนพระอาทิตย์สาดแสง ทำให้โลกนี้สว่างไสว 

ใจที่สว่างด้วยแสงแห่งบุญกุศล
จะทำให้ใจของคุณมีความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ
และเข้าใจว่า ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์
คนที่ทำร้ายคุณก็มีความทุกข์
ทุกข์ด้วยความไม่รู้ จึงทำร้ายผู้อื่น
และเขาก็จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้นเอง

เมื่อรักษาใจด้วยการหมั่นเติมความสว่างด้วยบุญแล้ว
คุณจะเริ่มอภัยให้กับเพื่อนร่วมทุกข์ได้ด้วยใจที่ไม่ฝืดฝืน
เพราะความสว่างของใจทำให้ปัญญากระจ่างแจ้ง
คุณจะมีเมตตาต่อตัวเอง ให้อภัยกับคนที่คุณเกลียดได้อย่างจริงใจ
ให้อโหสิกรรมต่อกัน เพื่อความเป็นอิสระของใจ
หากยังไม่สามารถให้อภัยได้ ลองดูข้อต่อไปค่ะ



4. เจริญเมตตาภาวนา
ธรรมะโอสถที่รักษาความเกลียดชังได้ชงัดนัก คือ เมตตาภาวนาค่ะ
เมื่อใจกระจ่างสว่างด้วยปัญญา ลองเจริญเมตตาภาวนาดูสิคะ
อานิสงฆ์ของเมตตานี้ สว่างขาว เบา กระจ่าง นุ่มนวล และอ่อนโยนยิ่งนัก

ครั้งหนึ่งที่ฉันเคยเป็นมะเร็งจิตใจ ระยะสุดท้าย
(ประมาณว่ารักษาไม่หาย เชื้อโรคแพร่กระจายลุกลามอย่างหนัก)
มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งส่งหนังสือบทสวดมนต์
"พระคาถามหาเมตตาใหญ่" ให้ฉันเอาไปสวดดู
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถอดใจว่ายาวนักหนา
แต่พอรู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งจิตใจ ขั้นสุดท้าย กำลังจะตายอยู่แล้ว
ก็น้อมรับยานี้มาด้วยความเต็มใจ
เมื่อได้ลองสวดฯ ก็ได้พบว่า ยาขนานนี้วิเศษอย่างแท้จริง
โรคมะเร็งที่ลุกลามหนักๆ หายไปจากจิตใจ
ความมืดมิด ถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างในทันที
ใจฉันมีปีติ เบาหวิว น้ำตาไหล ให้อภัยกับคนที่ฉันเคยเกลียดได้อย่างที่สุด
อโหสิกรรมให้ โดยไม่มีอะไรติดค้างเลยจริงๆ
เข้าใจแจ่มแจ้ง ว่าทุกเรื่องเกิดจากใจเราทั้งสิ้น
เรามัวแต่โทษผู้อื่น มองไม่เห็นความผิดของเราเองเลย
มันเหมือนยกภูเขาที่หนักๆ ออกจากใจได้ในวินาทีนั้นเลย
ฉันรักษามะเร็งจิตใจได้สำเร็จค่ะ !

ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นมะเร็งจิตใจสรุปเป็น 4 ข้อสั้นๆ ตามนี้ค่ะ
1.ยอมรับความจริง 2. งดให้อาหาร 3. เติมความสว่าง และ 4. เจริญเมตตาภาวนา

ไม่มีใครที่ทำทุกอย่างได้ โดยไม่ฝึกฝน
บางคนฝึกให้อภัย จนเป็นเรื่องง่าย จะเกลียดใครนี้ยากนัก
บางคนฝึกเก็บความเกลียดชังอยู่ตลอด การให้อภัยจึงเป็นเรื่องยาก
ไม่มีอะไรยาก ถ้าคุณเลือกได้แล้วว่า
คุณอยากได้ใจที่เป็นสุข หรือ อยากให้ใจจมอยู่กับความทุกข์ค่ะ

ดาวน์โหลดบทสวดพระคาถามหาเมตตาใหญ่ได้ที่ Link นี้นะคะ

https://sites.google.com/site/gotodhama/bth-swd-mha-metta-hiy-laea-bth-pael

 




Create Date : 25 เมษายน 2556
Last Update : 25 เมษายน 2556 18:09:55 น. 27 comments
Counter : 1489 Pageviews.

 
เจิมๆครับ อิอิ ^^


โดย: วนารักษ์ วันที่: 25 เมษายน 2556 เวลา:22:04:38 น.  

 
มาอ่านเรื่องเขียนได้ดีเชียวนะครับ ^^

โมทนาด้วยนะครับ เดี๋ยวต้องเอาไปแจคเพื่อนๆในเมล์และ fb อิอิ

เห็นด้วยนะครับผม โกรธใครก็เป็นมะเร็งในใจเรานี่เอง

ผมเองสวดมนต์และแผ่เมตตาให้กับมิตรและศัตรูด้วยครบั 555++

ที่เรียกว่าศัตรูเพราะว่าเขาไม่ถือว่าเราเป็นมิตรน่ะครับ แต่เราไม่ได้ถือว่าเขาเป็นศัตรู มีแต่ความเฉยๆ เหมือนคนไม่รู้จักกันครับผม ทำได้ดีที่สุดแค่นั้นเอง

ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจกันเสมอๆนะครับคุณนิว

ฝากภาพไว้แทนคำขอบคุณนะครบั






โดย: วนารักษ์ วันที่: 25 เมษายน 2556 เวลา:22:12:29 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิว


ชอบที่สุดตรงคำว่า งดให้อาหารนี่ล่ะครับ
เป็นประโยคที่โดนใจจริงๆ

โหวตสาขาธรรมะให้นะครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:6:41:55 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิว
ได้วิธีรักษามะเร็งจิตใจที่ดีมากครับ
ที่จริงไม่รู้จะเกลียดกันไปทำไมเนาะ
ชีวิตไม่ถึง 100 ปีก็ตาย
น่าจะเอาเวลาไปคิดเรื่องดีๆอย่างอื่นดีกว่า
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆครับ


โดย: moresaw วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:11:33:50 น.  

 
จะจดจำไว้บอกต่อๆกันไปค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:12:44:35 น.  

 
ถ้าเราไม่ห้าม
เด็กถามไม่หยุดจริงๆนะครับคุณนิว 555
เป็นความอยากรู้อยากเห็นและสนใจจริงๆ

เด็กเรียนรู้จากการถามเป็นอันดับแรกๆเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:13:50:49 น.  

 
ตอนเด็กๆก็ตอบไปเรื่อยๆครับ
ซ้ำบ้างไม่เป้นไร
แต่ตอนนี้จะ 5 ขวบ
เริ่มสอนให้หยุดถามแล้วฟังให้จบก่อนแล้วค่อยถาม
หรือเวลาตอบให้เขาตั้งใจฟังคำตอบดีดี
จะได้ไม่ถามซ้ำ

แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับการถามอยู่ครับคุณนิว
ไม่ได้ห้ามถามครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:15:08:30 น.  

 
ยอมรับจริงๆ ครับว่า ทำได้ยอกเหมือนกันในเรื่องงดให้อาหารมัน แต่ยังดีที่สามารถยอมรับได้ว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ คงต้องค่อยๆ ลดการให้อาหารมันครับ แหะๆ หักดิบเลยยากจริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:18:42:54 น.  

 
ในคลาสของหมิงหมิงมีเด็กผู้หญิงเรียนอยู่ 3-4 คน
ดูตั้งใจกันดีทุกคนครับ
สมาธิดีมากๆเลยล่ะครับคุณนิว




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:19:03:32 น.  

 
ขอบคุณคุณนิวนะครับ วันนี้มาโหวตในสาขาธรรมะให้เลยนะครับผม อิอิ ^^

ฝากแทนคำขอบคุณด้วยดอกไม้อีกสองดอกนะครับ แหะๆ






โดย: วนารักษ์ วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:21:28:36 น.  

 
เจออีกเม๊นท์นึงมาตอบต่อครับแหะๆ

ในพรหมวิหารสี่มีข้อสุดท้าย อุเบกขานะครับ

วางเฉยนี่ไม่ง่ายนะครับ คิดว่าถ้าทำอะไรไม่ได้จริงๆต้องมาถึงข้อนี้ให้ได้ แล้วจิตใจก็จะสงบได้เหมือนเดิม

ผมคิดเอาเองน่ะครับคุณนิว อิอิ ^^

ขอบคุณที่ชมว่าภาพสวยนะครับ



โดย: วนารักษ์ วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:21:36:34 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณนิว






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 เมษายน 2556 เวลา:6:42:04 น.  

 
มวยไทยต้องซ่้อมเยอะมากครับคุณนิว
เลยให้ลองมาเรียนเทควันโด้ก่อน
ถ้าร่างกายโตกว่านี้แล้วสนใจ
ก็อาจจะให้หมิงหมิงลองไปเรียนดูด้วยครับ


การออกกำลังกายไม่ว่าแบบไหน
ผมก็ว่าดีกับเด็กหมดเลยครับ

เด็กที่เล่นแต่เกมส์
กล้ามเนื้อจะลีบมากครับ

ปล. หนังสือของเอินจั่วมีแปลออกมาสามเล่มแล้วล่ะครับ
น่าอ่านทุกเล่มเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 เมษายน 2556 เวลา:12:28:11 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิว

ทำไมคนเกิดวันไหน ต้องใส่อาหารประเภทนี้ด้วยล่ะ

อ้า..ไม่รู้เหมือนกันแฮะ
เดาว่าน่าจะเป็นการเสริมดวงเสริมธาตุของคนเกิดประจำวันเกิดนั้นๆหรือเปล่า
แต่ว่าก็ไม่แน่ใจนะครับ

หามาฝาก ห้ามสงสัยนิ

อาหาร​เสริมดวงชะตาตามวันเกิดปี2556....อ่านต่อ


โดย: moresaw วันที่: 27 เมษายน 2556 เวลา:13:50:13 น.  

 
ขอให้รวย ขอให้รวย
รวยแล้วไม่ต้องแบ่งน้า รับไม่ได้ผิดกม.
เอาทำบุญตักบาตร ให้ได้อนุโมทนาบุญด้วย
ก็มีคววามสุขใจเล็กๆแล้วครับคุณนิว


โดย: moresaw วันที่: 27 เมษายน 2556 เวลา:19:50:42 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณนิว








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 เมษายน 2556 เวลา:6:49:15 น.  

 
สวัสดีคุณนิว
ขอบคุณข้อคิดดีๆ
กลัวจริงๆมะเร็ง อย่ามาเลยยย


โดย: pantawan วันที่: 28 เมษายน 2556 เวลา:18:05:19 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิวผมมาช้าไปหน่อยครับ ^^

จิตนี่ดูยากนะครับผม แต่ถ้าเราอธิบายให้เขาฟังเขาก็จะเข้าใจ ส่วนใหญ่จะต้องลองผิดจนเข็ดหลาบแล้วก็จะจำไม่ทำอีกเลยครับ แหะๆ

ผมดูจิตมาระยะหนึ่งแล้วครับผม จิตนี่ไม่แน่นอนเลยจริงๆ เป็นตัวของเขาเอง ไม่เชื่อฟังใครทั้งนั้นเลยครับ
เกิดๆดับตลอดเวลา

ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะครับ พักผ่อนกันเต็มที่พรุ่งนี้ลุยงานกันต่อนะครับผม ^^







โดย: วนารักษ์ วันที่: 28 เมษายน 2556 เวลา:21:05:20 น.  

 
สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ

ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง




เป็นบทความที่ดีมากเลย...ค่ะ

กดไลค์ให้ทันที...อิ ๆ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:13:00:11 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณนิว






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:6:51:46 น.  

 
มีความสุขกับการทำงานนะครับคุณนิว




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:12:25:29 น.  

 
หลายๆเม้นท์ในบล้อก
ทำให้ผมรู้เพิ่มเติมเลยครับ
ว่าอย่าตามใจผู้หญิงตลอด
เพราะตามใจมากจะหลายเป็นความน่าเบื่อครับ
555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:13:25:03 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิว
อากาศร้อนมากเลยหาเรื่องแก้เครียด
มาระบายความร้อนอะครับ
พุดเล่นๆต้องขออภัยด้วยนะครับ



โดย: moresaw วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:13:50:15 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ
การแผ่เมตตาและให้อภัย เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลจริงๆ


โดย: Kozumochi วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:16:08:14 น.  

 
สวัสดีครับคุณนิว อิอิ ^^

ขอบคุณที่มาทักทายกันนะครบั

จิตเป็นของละเอียดอ่อนมากๆ

เหมือนเด็ก คือตีด่ามากก็ดื้อ ก็น้อยใจทุกข์ใจ

เหมือนลิง คือเขาซุกซนทำงานตลอดไม่นิ่ง

ต้องค่อยๆสอนเขา ชมเขา ให้กำลังใจเขา

ถ้าซนก็ดูๆเอาไว้ไม่ให้ไปไกลคอยเอาไม้ขู่ไว้ 555++

ผมตอบเม๊นท์ในรอยเท้าบนทางธรรมแล้วนะครับ

เผอิญว่าจะปิดเม๊นท์พักก่อนงานตะพาบสักหน่อย

มีอะไรถามหลังไมค์ได้นะครับยินดีนะครับผม ^^








โดย: วนารักษ์ วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:16:28:45 น.  

 

ขอบคุณที่เข้าใจครับ
เป็นคนอื่นคงโกธรงอนไปนานแล้ว
อย่างไรต่อไปก็ต้องระวังนิดเรืองคอมเมนท์ละครับ


โดย: moresaw วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:16:35:32 น.  

 
สุดยอดมากค่ะพี่นิว👍👍👍


โดย: มุก IP: 171.5.238.13 วันที่: 5 มิถุนายน 2557 เวลา:10:08:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

newanatta
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add newanatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.