Life is beautiful
Group Blog
 
All Blogs
 
พม่า 3 วัน 2 คืน – หงสาวดี – พระธาตุอินทร์แขวน - ย่างกุ้ง - สิเรียม (ตอนที่ 1.1)

ตอนที่ 1 เที่ยวเมืองหงสาวดี

คือว่าได้ไปเที่ยวพม่ามาเมื่อเดือนมีนาคม 2552 ค่ะ ทริปนี้เป็นทริปครอบครัวค่ะ ไปทั้งหมด 15 คน 3 วัน 2 คืน เน้นไหว้พระค่ะ



ออกเดินทางวันศุกร์ ไฟลท์ 8 โมงเช้า กับการบินไทย สายการบินแห่งชาติ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสู่สนามบินมิงกลาดง กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าค่ะ ทานอาหารบนเครื่องเสร็จก็ถึงเวลาเครื่องลงจอดพอดี



สนามบินบ้านเค้าเป็นแบบพอเพียงจริง ๆ ค่ะ ดูแล้วเหงา ๆ ผิดกับสุวรรณภูมิบ้านเรามากเลย หลังออกจากเครื่องก็เดินแถวกันผ่าน ตม. มีเจ้าหน้าที่แค่ 2 เคาน์เตอร์ แต่ก็ทำงานรวดเร็วดีค่ะ แล้ว ตม. บ้านเค้าก็ไม่ดุด้วย เป็นเจ้าหน้าที่หญิงค่ะ หลังจากผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว เราก็ได้พบไกด์ท้องถิ่นที่จะพาเราเที่ยวตลอด 3 วันนี้และลำเลียงสัมภาระขึ้นรถกัน



ด้านหน้าสนามบิน จะเห็นชาวพม่ามารอรับกันเยอะเลย ผู้ชายทุกคนสวมเสื้อเชิ้ต นุ่งโสร่งและสวมรองเท้าแตะหนีบ เป็นเหมือนชุดฟอร์มประจำของเค้าเลยอ่ะค่ะ



วันนี้เราจะไม่อยู่ที่ย่างกุ้งค่ะ แต่จะเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนกันและจะมีจุดแวะเที่ยวระหว่างทางด้วย



สถานที่แรกในทริปนี้คือ เจดีย์ไจ๊ปุ่น เป็นศาสนสถานที่ไม่เหมือนในบ้านเราคือสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่วัด พอเข้าไปก็จะพบเจดีย์เพียงอย่างเดียวเลย

เจดีย์ไจ๊ปุ่น มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วยองค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ(ทิศตะวันตก) ฝีมือศิลปินชาวมอญ ซึ่งสร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ



แต่แล้วต่อมา น้องเล็กสุดท้องผิดคำสาบานไปแต่งงานมีครอบครัว แล้วก็เกิดอัศจรรย์ขึ้นที่ว่าองค์พระที่น้องสาวคนเล็กสร้างไว้ก็พังทลายลงมา จึงต้องมีการบูรณะใหม่ แต่การบูรณะใหม่นี้ไม่ได้เป็นการบูรณะโดยศินปินชาวพม่าจึงทำให้เราสามารถเห็นความแตกต่างที่องค์พระได้เลยเพราะพระพุทธรูปที่สร้างโดยศิลปินชาวมอญจะมีความอ่อนช้อยสวยงามกว่า

พระพุทธรูปองค์ที่สร้างใหม่โดยศิลปินชาวพม่าคือองค์ที่ 2 จากทางซ้าย จะสังเกตุได้จากพระพักตร์ และความอ่อนช้อยของจีวรซี่งสวยสู้องค์อื่น ๆ ที่สร้างโดยศิลปินชาวมอญไม่ได้



จากนั้นเดินทางต่อไปสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว บริเวณทางเข้าวัดจะมีร้านค้าของฝากมากมาย เช่น ไม้แกะสลัก ผ้าปักพื้นเมือง ฯลฯ บนเพดานและกรอบประตูทางเข้าประดับด้วยไม้สักฉลุและแกะสลัก สวยงามมากเลย




พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า



พระนอนในพม่าจะมีพระอิริยาทบแตกต่างจากศิลปะในไทยตรงที่พระบาทของพระนอนที่พม่าจะเกยกันเหมือนจริงมากกว่าพระนอนที่บ้านเราจะว่างพระบาทต่อกันขึ้นไป



ที่พระแทนด้านหลังพระนอนจะมีภาพปูนปั้นบอกเล่าเรื่องราวตำนานการสร้างพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวเอาไว้ ตำนานคือ กษัตรย์องค์หนึ่งซึ่งปกครองพม่าในสมัยก่อนมีความนับถือยักษ์เป็นอย่างมาก จะต้องมีการฆ่าคนเพื่อบูชายันต์ต่อยักษ์เป็นประจำ กษัตริย์องค์นี้มีพระโอรสพระองค์หนึ่ง วันหนึ่งเกิดไปพบและชอบพอกับพระธิดาต่างเมืองและได้อภิเษกกัน พระธิดาก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองนี้ แต่ด้วยความที่พระธิดาเป็นชาวพุทธและนับถือพระพุทธเจ้า จึงไม่เห็นด้วยกับการบูชายันต์และนับถือยักษ์ ความทราบไปถึงกษัตริย์และจับพระโอรสและพระชาญามาประหารชีวิต ก่อนประหารชีวิต พระชาญาได้อธิษฐานว่าตนไม่ได้มีความผิดใด ๆ เป็นกษัตริย์เองที่มีความมัวเมาหลงผิดไปบูชายักษ์และทำลายชีวิตมากมายเพื่อบูชายันต์ พระชาญาขอให้กษ้ตริย์สำนึกได้และกลับตัวกลับใจเสีย หลังจากประหารชีวิตพระโอรสและพระชาญาแล้ว ก็เกิดไฟลุกไหม้รูปปั้นยักษ์เสียหายทั้งหมด กษัตริย์จึงเชื่อและกลับใจมานับถือพุทธศาสนาและโปรดให้สร้างพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวขึ้นมาเพื่อลบล้างบาปที่ได้เคยก่อเอาไว้



ออกจากวัดเราเดินทางกันต่อเข้าตัวเมืองหงสาวดีเพื่อแวะรับประทานอาหารกลางวันกัน



ที่หงสาวดีนี้เค้านิยม taxi แบบนี้กันค่ะ ไม่นับคนขี่ก็จะสามารถจุผู้โดยสารได้ 2 คน ที่นั่งคือเก้าอี้สีฟ้าด้านข้างนั่นแหล่ะค่ะ ผู้โดยสารจะต้องนั่งหันหลังชนกัน ท่าทางน่าสนุกดี



ร้านอาหารที่เราไปทานกันวันนี้ชื่อร้าน 555 ค่ะ ใช่ค่ะ ไม่ผิดค่ะ 555 จริง ๆ เมนูแนะนำขึ้นชื่อของเค้าคือกุ้งแม่น้ำ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะกินหมดซะก่อน และ น้ำพริกกุ้งเสียบ (รูปขวาบน) ซึ่งชิมแล้วก็เหมือนน้ำพริกปลาป่นบ้านเราแต่มันไม่เผ็ดนะ หนักไปทางเค็มมากกว่า ส่วนรูปล่างคือปลาอะไรสักอย่างทอดพริกค่ะ อาหารก็โอเคค่ะ ดีกว่าที่คิดเอาไว้ตอนแรกมาก ๆ เลย



หลังจากอิ่มหนำแล้ว ก็เดินทางกันต่อ จุดหมายคือเชิงเขาไจ้ก์เที่ยว เพราะเราต้องสละรถบัสเพื่อขึ้นรถขนหมูขึ้นเขาไปยังคินปูนแคมป์ ทางขึ้นเขาชันและเป็นโค้งหักศอกซะเยอะ เสียวมากเลย รถคันเราร้องก้นเป็นระยะ ๆ เหมือนเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกเลยค่ะ



ระหว่างนั่งรถขึ้นเขาเสียวก็เสียว แต่ก็พยายามรวบรวมสติถ่ายภาพมาได้เท่านี้แหล่ะ



ไม่รู้เวลาเดินทางขึ้นเขาที่แน่นอนว่าเท่าไหร่เพราะมัวแต่จดจ่อกับความหวาดเสียว แล้วเราก็มาถึงคินปูนแคมป์จนได้ จากจุดนี้เราก็ต้องนั่งเสลี่ยงเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาที่ประดิษฐานพระธาตุอินทร์แขวนค่ะ

เสลี่ยง 1 อัน มีคนแบก 4 คน ตอนแรกว่าจะไม่นั่งอ่ะ อยากเดินขึ้นเอง แต่ทุกคนเค้านั่งกันหมด กลัวเป็นตัวถ่วงเพราะคงเดินช้ากว่าพนักงานแบกเสลี่ยงเลยยอมนั่ง



พนักงานแบกเสลี่ยงก็สุภาพดีนะคะ แบกดีเลยแหล่ะ คนนั่งไม่หวาดเสียวเลย ก็เลยได้ถ่ายภาพวิวมาเรื่อย ๆ ประมาณ 20 นาทีก็ถึงทางเข้าพระธาตุอินทร์แขวนแล้ว



ที่พักเราคือโรงแรมไจ้โท เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้กับพระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุด (ประมาณ 200 เมตรจากโรงแรมถึงประตูทางเข้าพระธาตุ) ก็แวะโรงแรมเก็บสัมภาระ ล้างหน้าล้างตาแล้วพากันไปนมัสการพระธาตุกัน

ชาวพม่าเชื่อกันว่าใน 1 ปี ควรจะมานมัสการพระธาตุให้ครบ 3 ครั้ง แต่เนื่องจากเรามีเวลาน้อย เลยมีทริกว่า วันนี้ (ประมาณ 4 โมงเย็น) นมัสการครั้งที่ 1 ดึก ๆ ก็เดินมานมัสการอีกครั้ง และ ครั้งที่ 3 ในวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับ

ภาพบรรยากาศระหว่างทางเดินไปนมัสการพระธาตุครั้งที่ 1 ตรงปากทางเข้าก็มีพระธาตุจำลองด้วย



และก็มีจุดชมวิวซี่งสามารถถ่ายภาพองค์พระธาตุกับทัศนียภาพโดยรอบได้ พวกเราเดินไปซื้อกระดิ่งทองเหลืองและทองคำเปลวสำหรับติดองค์พระธาตุกันก่อนแล้วจึงเดินไปที่ลานอฐิษฐานเพื่อนมัสการพระธาตุกัน เค้ามีมีเหล็กดัดกั้นเป็นประตูไว้ที่องค์พระธาตุ ซี่งบริเวณพระธาตุห้ามผู้หญิงเข้าไปค่ะ เราเลยต้องฝากคุณพ่อเขาไปปิดทองคำเปลวให้ แต่อีกด้านหนึ่งใกล้ ๆ กันเค้าก็มีทำเป็นลานให้ผู้หญิงเข้าไปสวดมนต์หน้าพระธาตุได้ก็ค่อนข้างใกล้ชิดทีเดียว



อากาศบนพระธาตุดีมาก ๆ เลยและรู้สึกอัศจรรย์มากที่ก้อนหินก้อนใหญ่ยักษ์ตั้งหมิ่นเหม่อยู่บนเขาโดยที่ไม่หล่นลงมา



ถัดจากพระธาตุ จะมีเทวดาอีกองค์อยู่ในห้องกระจก ไกด์บอกว่านี่คือองค์เทพทันใจที่คอยปกป้ององค์พระธาตุค่ะ

เราว่าวัดเค้าวางผังดีมากเลยอ่ะ เราสามารถเดินชมและถ่ายภาพได้รอบ ๆ องค์พระธาตุในหลาย ๆ มุม โชคดีมากที่เอาขาตั้งกล้องไปด้วยเลยได้ภาพองค์พระธาตุสวย ๆ ในตอนค่ำมาเยอะเลย




Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 31 กรกฎาคม 2552 18:06:23 น. 3 comments
Counter : 1249 Pageviews.

 
อนุโมทนาสาธุขอให้ทุกคนมีความสุขนะครับขอให้หลวงพ่อทองคำและพระพุทธรูปทุกองค์ที่เป็นตัวแทนของสมเด็จพระอรหันตโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าคุ้มครองนะครับ


โดย: อันดามัน IP: 125.25.16.175 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:18:36:01 น.  

 
พระพุทธไสยาสน์งามมากๆเลยครับ


โดย: กฤษฎิ์ IP: 125.25.16.175 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:19:06:58 น.  

 
หึๆๆ


โดย: อันดามัน IP: 125.25.16.175 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:19:09:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

anapple
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add anapple's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.