การขอวีซ่าคู่สมรสญีปุ่่น
หายหน้าไปนานมั่กๆๆ วันนี้พี่เอมี่จะเล่าประสบการณ์การขอวีซ่าคู่สมรสญี่ปุ่นค่ะ ขอออกตัวก่อนแต่ละเคสอาจแต่ต่างกัน ข้อมูลที่ดีที่สุดคือ สอบถามทางสถานฑูตฯค่ะ วีซ่าครั้งแรกของพี่เอมี่ เป็นวีซ่าเยี่ยมค่ะ ดูได้จากบล๊อคก่อนหน้าข้างล่างนี้นะคะ

ครั้งที่สองเหมือนกับครั้งแรกค่ะ ทางบ้านปาป๊าออกค่าเดินทางให้อีก ไปฉลองครบรอบ 80 ปี พ่อของปาป๊าค่ะ
*** วีซ่าครั้งที่สองนี้ พี่เอมี่ไป 3 อาทิตย์ แต่อยู่ได้ครั้งละ 30 วันค่ะ

Visa As Spouse ,Child of Japanese

เป็นครั้งแรกในการขอวีซ่าคู่่สมรสของพี่เอมี่ ศึกษาข้อมูลมาเยอะมาก คิดในใจทำไมมันยุ่งยากขนาดนั้นวุ้ย เห็นว่าต้องรอใบพำนักต้องสองสามเดือน พอได้แล้วไปถึงก็ต้องไปขอใบพำนักระยะยาวอะไรอีกไม่รู้ พี่เอมี่ก็กลัว เพราะว่าจะเดินทางอยู่แล้วมันจะได้หรือเปล่า หรือว่าจะไปตั้งหลักรอปาป๊าที่ไทยดี แต่ก็ทิ้งไม่ได้ จะให้ปาป๊าเดินทางคนเดียว จัดการอะไรคนเดียวตั้งหลายอย่าง น้องแมวอีกอะไรอีก ลองไปขอดูแล้วกันเขาว่าไงค่อยว่ากัน
อีกอย่างเคสของพี่เอมี่จะไม่เหมือนคนอื่นคือ ของคนอื่นแฟนเป็นญีปุ่น แล้วก็ทำงานอยู่ที่ญีปุ่น หรือไม่ก็ทำงานอยู่ที่ไทย แต่บริษัทให้ย้ายกลับญี่ปุ่น แต่ของปาป๊าเนี่ย ทำงานที่สเปนมา เกือบ 13 ปี แล้ว เพ่ิงจะได้งานที่ญี่ปุ่น ยังไม่ได้ทำสัญญาทำงานใดๆ คือว่าย้ายไปแล้วค่อยไปทำว่างั้น ฉะนั้นเอกสารที่เขาต้องการก็มี

1.ใบรับรองเข้าทำงานของที่ทำงานที่ปาป๊าจะไปทำ พร้อมแจงรายละเอียดเงินเดือน เห็นมีระบุเวลาด้วย ไม่รู้ว่าเวลาการทำงานหรือเปล่า พี่เอมี่ก็อ่านไม่ออก
2.ใบทะเบียนครอบครัวให้ทางบ้านส่งมาให้
3.passport ตัวจริงของพี่เอมี่
4.สำเนา passport ของปาป๊า
5.รูปถ่าย เขาเอาไป 1 ใบค่ะ (หน้าเน่ามาก หาไม่ทัน)
6.สำเนาบัตร Resident ที่สเปน (พี่เอมี่ไมไ่ด้ถ่ายสำเนาไป แต่เขาขอดู คาดว่าคงเอาไปถ่ายเอกสารไว้ค่ะ )
7.สำเนาตั๋วเดินทาง
8.แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า ตอนแรกปาป๊าเขียนให้ ระบุอาชีพพี่เอมี่ที่มาดริดไป แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ให้ใส่ว่าเป็น แม่บ้านดีกว่าค่ะ เลยเขียนใหม่ ยุ่งยากมากเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร เขาให้ระบุว่าไปกี่วัน ไปเมื่อไหร่ กลับเมื่อไร มีการงงกันทั้งสองตายาย เอิ๊กๆๆ สุดท้ายเจ้าหน้าที่เขาแนะนำให้เขียนตามเขาบอกทีละข้อเลยค่ะ

ก็มีเท่านี้ค่ะ ไปยื่นวันพฤหัสฯค่ะ เขาบอกว่ารอประมาณ หนึ่งอาทิตย์ค่ะ เตรียมเงินมาชำระด้วย 25 ยูโร แต่พออีกวันต่อมาก ปาป๊ากลับมาจากที่ทำงาน บอกว่าทางสถานฑูตฯโทรมาบอกว่าวีซ่าได้แล้วค่ะ กร๊๊ีดดดดดดดดด เร็วมากๆๆๆๆๆๆๆ ปาป๊าบอกว่าวันจันทร์ไปรับวีซ่ากัน
พอวันจันทร์ไปรับวีซ่า พี่เอมี่ก็ปลอบใจตัวเองค่ะ คงได้หนึ่งปีก่อนแหล่ะ เพราะว่าเพ่ิงทำครั้งแรก แต่พอไปรับ กร๊ีีีีีีีดดดดดดดดด อีกรอบ พี่เอมี่ได้มา 3 ปี คร้าาาาาาาา เย้ๆๆๆๆๆ ดีใจมากๆๆ แต่วีซ่ามันจะหมดอายุภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันได้รับ คือ ต้องไปยื่นเรื่องที่ญีปุ่นภายใน 3 เดือนค่ะ อิอิ
แสดงว่า เคสของพี่เอมี่เนี่ย ไม่เหมือนเคสของเพื่อนๆคนอื่น ที่พี่เอมี่ไปหาข้อมูลเลยค่ะ จากการสันนิฐาษของพี่ คงเป็นเพราะว่า เพื่อนๆส่วนมาก แต่งงานแล้วก็ยื่นขอวีซ่าเลย แต่ของพี่เอมี่เนี่ย แต่งงานแล้ว มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่สเปน 4 ปี ไปเยี่ยมครอบครัวปาป๊าที่ญีปุ่น มา 2 ครั้ง

ก็เป็นประสบการณ์การขอวีซ่าญี่ปุ่นของพี่เอมี่ค่ะ เผื่อเป็นความรู้ให้เพื่อนได้อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอบคุณข้อมูลของเพื่อนๆพี่เคยได้อ่านใน พันทิป ถึงจะต่างเคสกัน แต่ก็มีส่วนช่วยพี่เอมี่ได้มากเหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ



Create Date : 24 สิงหาคม 2554
Last Update : 27 สิงหาคม 2554 4:26:22 น.
Counter : 457 Pageviews.

0 comment
วุ่นๆกับการขอวีซ่าญี่ปุ่น ในสเปน
...วุ่นวายเรื่องเอกสารไม่มีหยุดมีหย่อน ปีนี้พี่เอมี่กะปาป๊าจะไปเยี่ยมโอโตะซังกะโอก้าซังที่ญี่ปุ่นค่ะ ตื่นเต้น จะได้ไปญี่ปุ่น ฮี่ๆๆ

...ปัญหาก็คือเดิมๆค่ะ เรื่องวีซ่า นี่ขนาดว่าแต่งงานแล้วนะคะเนี่ย ถ้ายังไม่แต่งจะยิ่งกว่านี้อีก
...เนีื่องจากพี่เอมี่ อยู่สเปน ปาป๊าเป็นญี่ปุ่น พี่เลยต้องบากหน้าไปสถานฑูตญี่ปุ่น เพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว ได้แต่วีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้นนะคะ เพราะปาป๊ายังอยู่สเปน ได้เราก็นึกว่าจะง่าย ที่ไหนได้ ก็เหมือนวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไปทุกอย่างค่ะ แต่เน้นเอกสารของทางปาป๊ามากกว่า
....เอกสารที่ใช้ในการนี้
1. สำเนาบัตรเรสซิเด้นซ์ของพี่เอมี่
2. จดหมายเชิญจากทางญี่ปุ่น ให้ระบุด้วยว่า ให้ไปตอนไหน โอโตะซังระบุมาว่า ให้ไปสิงหา เพราะปาป๊าให้เขียนแบบนี้ ฮี่ๆๆ
3. สำเนาหนังสือสัญญาว่าจ้างของปาป๊า
4. บัญชีธนาคารของปาป๊าย้อนหลัง เจ้าหน้าที่ขอ 1 เดือน พี่เอมี่ให้ไป 3 เดือน แหะๆๆ
5. สำเนาหนังสือเดินทางปาป๊า
6. หนังสือเดินทางพี่เอมี่
7. สำเนาแสดงที่อยู่ที่สเปนของพี่เอมี่ เขาเรียกงี้ป่าวไอ้ที่เขาเรียกว่า register น่ะค่ะ
8. เขียนรายการแพลนการเที่ยวที่ญี่ปุ่น ว่าไปถึงสนามบินแล้ว จะเดินทางไปที่ไหนก่อน พักที่ไหน แล้วจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง (ฮ่วย ใครจะรู้หว่า ไปเนี่ย ไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ปั๋วเฟ้ย ) พี่เอมี่บอกปาป๊า ก็ใส่ไป ไปถึงก็นั่งรถไฟ ไปบ้าน นอนที่บ้าน กินที่บ้าน เที่ยวที่ไหนยังไม่รู้ ฮี่ๆๆๆ
9. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า 1 ฉบับ ระบุสปอนเซอร์ของพี่เอมี่ คือ ปาป๊า สปอนเซอร์ ที่ญี่ปุ่น คือ โอโตะซัง
10. รูปถ่าย ขนาด 2*2 พี่เอมี่เอาจากเมืองไทยไป ใช้ 2 ใบค่ะ (แต่รูปวีซ่าออกมาไม่ชัดเลย ง๊าๆ
11. สำเนาตั๋วเดินทาง ไปกลับ เดือนนี้แพงโคดๆๆๆ สองคน แสนกว่าเสียดายตังส์เหมือนกัน แต่ทางโอโตะซังกะโอก้าซัง ช่วยค่าเดินทางด้วย อยากเจอลูกสะไภ้อย่างแรง 5555

.....เจ้าหน้าที่เขาถามด้วยว่า พี่เอมี่ทำงานหรือเปล่า ปาป๊าบอกทำงานเป็น ama de casa (เป็นแจ๋วคร้าาาา) ปาป๊าหันมาพูดใส่หน้าพี่เอมี่ เจ๋ว คือพูดไม่ชัด (ปาค้อนให้ปาป๊าไป 1 ที)
....เจ้าหน้าที่สถานฑูตญี่ปุ่น เนี่ย พูดจาเรียบร้อยเนอะ ฟังไม่ระคายหู ดูน้อบน้อมดีจัง เมืองไทย เราต้องพัฒนาเรื่องการให้บริการอีกเยอะ....

....พี่เอมี่ยื่นขอวีซ่าวันจันทร์ อีกจันทร์ ต่อมา ได้วีซ่ามาแย้วจ้าาาา ได้มา 15 วันค่ะ วีซ่ามีอายุ 3 เดือน

....และแล้ว พี่เอมี่ก็ได้วีซ่าญี่ปุ่นไว้ในครอบครอง ชะ เอิง เอย


จะเที่ยวเผื่อทุกคนนะจ๊ะ...





Create Date : 18 กรกฎาคม 2551
Last Update : 27 สิงหาคม 2554 4:29:29 น.
Counter : 306 Pageviews.

40 comment
เรื่องวุ่นๆกับการขอ Resident visa to spain


วันนี้มาเล่าเรื่องการขอ resident visa กันค่ะ...
....เรื่องราวมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ ชะอุ๋ย อันนี้ไม่เกี่ยวแหะๆ

....เริ่มเตรียมเอกสารกันตั้งแต่ พ.ย 2549 คือ
1.ขอคัดทะเบียนสมรสกับทะเบียนบ้าน
2.นำไปแปลที่จุฬาฯเหมือนเดิม หน้าละ 750 บาท
3.เสร็จแล้วก็ไปประทับตรารับรองที่ กรมกงสุล หลักสี่ เอาแบบด่วน 400 บาท 2 ชุด 800 บาท
4.แล้วก็เอาไปประทับตรารับรองที่สถานฑูตสเปน...
ค่าประทับตรารับรองเอกสาร หน้าละ 855 บาท
ทะเบียนสมรสพี่เอมี่ 2 หน้า ทะเบียนบ้าน 1 หน้า =2,565 บาท
ค่าลายเซ็นต์ชุดละ 342 บาท สองชุด =684 บาท
5.ถ่ายเอกสารพาสปอร์ต
6.เอาส่งไปที่สเปน ปาป๊าให้ทนายจัดการให้



เอกสารทางปาป๊า
1.ใบรับรองเงินเดือน
2.ใบรับรองจากบริษัท
3.ใบสัญญาเช่าห้อง แล้วเขาจะมีเจ้าหน้าที่ไปเช็คสภาพห้องด้วยนะคะ ว่าเป็นไง อยุ่ได้มั้ย ถ้าผ่านเขาถึงออกใบให้ค่ะ เป็นไงเรื่องมากดีมั้ย
4.เอกสารอื่น passport ,resident card etc..
นำเอกสารต่างเหล่านี้ไปให้คุณทนายทำเรื่องให้ค่ะ ค่าทนาย 300 ยูโร



...ทนายยื่นเอกสารปลายเดือนมกราคม เพราะเอกสารจะหมดอายุภายใน 3 เดือนค่ะ ..แล้วปาป๊าก็บอกว่า ต้องรอไปอีกประมาณ 5-6 เดือน ก็คิดว่าประมาณสิงหาอ่ะนะ

...และแล้วพอประมาณ ปลายเดือนเมษา ปาป๊าบอกว่า เอกสารได้แย้วนะ ว๊าาาากกก ไหนบอกว่ารออีก 4-6 เดือนไง ปาป๊าบอกว่าไม่รู้อ่า ...เวร...
...เอกสารที่ได้เป็นเอกสาร ที่ระบุการตรวจสอบปาป๊าเรียบร้อย อีกใบเป็นเอกสารแจ้งหมายเลข resident card ของพี่เอมี่ ไรหว่า วีซ่ายังไม่ได้ แต่ได้หมายเลขก่อนแย้ว ดีเนอะ...



...คราวนี้พี่เอมี่ เลยต้องรีบเตรียมเอกสาร บ้านก้อยังไม่เสร็จ สรุปคือต้องไปก่อนแล้วค่อยกลับมาโอนบ้านค่ะ
...ปาป๊าส่งเอกสารมาให้ ทาง Fedx เอกสาร 2 แผ่น ค่าส่ง 90 ยูโร แพงโคดๆๆ



...พี่เอมี่ก็เอาเอกสาร บากหน้าเข้า กทม ไปถามสถานฑูตฯว่า เนี่ยตอนนี้ทางสเปนส่งเอกสารมาแบบนี้ๆๆ แล้วไม่ทราบว่า ทางนี้ต้องการเอกสารไรเพิ่มอีกป่าวคะ เขาก็บอกว่า
1.ใบรับรองสุขภาพ ที่ให้แพทย์ระบุด้วยว่า ไม่เป็นโรคทางประสาท ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง ไม่มีสารเสพติด
2.ใบรับรองความประพฤติ ไปขอที่กรมตำรวจ
3.สำเนาการจองตั๋วเครื่องบิน
4.แบบฟอร์มการขอวีซ่า 2 ชุด รูปถ่าย 2 ใบ

...แล้วพี่เอมี่ก็ไปกรมตำรวจเพื่อนขอใบรับรอง ไปวันที่ 2 พ.ค เขานัดรับ 25 พ.ค ไรหว่าไมนานจัง เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าเจ้านายไปต่างจังหวัดไม่มีคนเซนต์ต้องรอ...หง่ะ รู้งี้มาขอตั้งนานแย้ว นึกว่าวันเดียวได้ แหะๆๆ

...แล้วก็ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล หมดไป สามพันกว่าบาท อ่า บอกก่อนว่า ให้เช็คใบรับรองสุขภาพให้ดีนะคะ ถ้าให้ดี ให้เป็นลายพิมพ์ดีกว่าลายมือ เพราะเคสพี่เอมี่ สถานฑูตฯเขาติงมาว่า หมอเขียนไรไม่รู้อ่านไม่ออก...อาจโดนเรียกให้ตรวจอีกตอนไปที่โน่นแล้ว...ซวยเลย ...



....อีกอย่าง ปาป๊าบอกว่าให้แปลใบทะเบียนสมรสไปเผื่ออีกด้วย พี่เอมี่ก็ต้องไป
1.คัดสำเนาทะเบียนสมรสใหม่อีก เพราะอันเดิมมันเลย 3 เดือนมาแย้ว
2.แล้วก็ไปแปลอีก ดีว่าถ่ายเอกสารแปลอันเก่าไว้ อาจารย์ผู้แปลเลยคิดแค่หน้าละ 300 บาท แค่เปลี่ยนวันที่ใหม่
3.เอาไปประทับตราที่ กรมกงสุล อีก 400 บาท



วันไปยื่น 25 พ.ค 2550
...นำทะเบียนสมรสที่แปลไปยื่นขอประทับตรารับรอง พร้อมเอกสารยื่นวีซ่า
ค่าใช้จ่าย
ค่าวีซ่า 3,120
ค่ารับรองเอกสาร หน้าละ 855 x 2=1,710 บาท
ค่าลายเซนต์ 342 บาท
รวม 5,172 บาท
นัดรับวีซ่า วันที่ 5 พ.ค 2550 ถ้าไม่ได้รับการติดต่อจากสถานฑูตภายในวันที่ 4 พ.ค 2550 ให้ออกตั๋วเครื่องบิน แล้วนำมารับวีซ่าได้เลย



วันไปรับวีซ่า 5 พ.ค 2550
...ตื่นตั้งแต่ 05.30 ไปถึงสถานฑูตฯ ประมาณ 10.00 เพราะแวะกินข้าวก่อน ได้รับวีซ่าตอน 12.00
...เจ้าหน้าที่คืนใบตรวจสุขภาพกะใบรับรองความประพฤติมาให้ พร้อมเอกสารที่ประทับตรารับรอง
...และแล้ว พี่เอมี่ก้อได้วีซ่ามาอยู่ในมือ วะ ฮ่า ฮ้า..


....เป็นไงคะ ดูวุ่นวายดีมั้ยคะ พิมพ์ไปก็เหนื่อยค่ะ ไม่รู้ว่ามีตกหล่นไปบ้างหรือเปล่า เด๊วค่อยตามแก้ แหะๆ
....เข้ามาอย่าลืมเม้นท์ด้วยนะคะ ....
...ขอบคุณโค้ดบล๊อคสวยๆจากป้ามดและเพลงเพราะๆจากบล็อค max_pressure...







Create Date : 06 มิถุนายน 2550
Last Update : 6 มิถุนายน 2550 20:09:06 น.
Counter : 733 Pageviews.

26 comment
ทะเบียนรักข้ามโลก ไทย ญี่ปุ่น สเปน เอ๊ะยัีงไงหว่า

....บล๊อคเก่ามาเล่าใหม่เพราะว่าอันเก่าลบไปแย้ว ฮี่ๆๆ บล๊อคนี้อยากแบ่งปันประสบการณ์การการจดทะเบียนกับแฟนญี่ปุ่นแต่ทำงานอยู่สเปนค่ะ ในกรณีของพี่เอมี่เนี่ย จะไม่เหมือนคนอื่นฉะนั้นเอกสารบางอย่างจะแตกต่างจากคนอื่น...
....มาเริ่มกันที่ แต่งจดทะเบียนก่อนละกันค่ะ เอกสารที่ต้องการมีดังนี้
1.หนังสือรับรองโสดของฝ่ายชาย ขอที่สถานฑูตญี่ปุ่นในไทยค่ะ แฟนส่งจัดเตรียมเอกสารทางโน่นมา เช่น
1.1สำเนาทะเบียนครอบครัว
1.2ใบรับรองการทำงานที่สเปน
1.3เอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ที่สเปน
1.4เอกสารรับรองรายได้
1.5สำเนา passport และตัวจริง
1.6หนังสือปฏิญานคุณสมบัติในการสมรส พี่เอมี่ลอกมาจากเว็บไซด์ของสถานทูตค่ะ ทั้งภาษาอังกฤษและไทยเลยค่ะ หุหุ ประหยัด
1.7แบบฟอร์มคำร้อง
*เอกสาร ข้อ ที่ 1.2-1.4 แปลเป็นภาษาอังกฤษและประทับตรารับรอง จาก notary ที่สเปน
ปาป๊าแฟกซ์มาให้ สถานฑูตเช็คว่า ต้องการไรเพิ่มเติมหรือเปล่า (การส่งแฟกซ์ เพื่อเช็คเอกสารนะคะ เพราะบางสถานที่เขาไม่รับเอกสารเพิ่มเติมทางแฟกซ์) การส่งแฟกซ์ คิดกันเองนะคะ ไม่มีในข้อมูล แต่เป็นเพราะกลัวเอกสารไม่ครบ เลยต้องใช้วิธีนี้ เพราะถ้าบินมาแล้วเอกสารไม่ครบละก้อ ต้องรออีกปีแน่ะค่ะ จากนั้นปาป๊าก็บินมาจดทะเบียนที่เมืองไทย หุหุ เรื่องของเรื่องกลัวไม่ได้เมียคร้าาาา
....พอเอกสารครบแล้ว ก้อมายื่นที่สถานฑูตฯค่ะ เขาบอกว่าต้องรอ 2 วันนะคะ แต่เนื่องจาก ปาป๊าคุยกะทางเจ้าหน้าที่เขาบ่อย บอกเหตุความจำเป็น เขาคงสงสาร แหะๆว่าไปนั่น..
....แต่จริงๆคิดว่าเขาคงตรวจสอบเอกสารที่ส่งแฟกซ์มาก่อนแล้วค่ะ เลยได้เร็ว ไปส่งเช้า 11.00 ได้แย้ว เย้ๆๆๆ แล้วก็เอาไปแปลเป็นไทย เสร็จแล้วให้ไปที่ประทับตรารับรองที่กงศุล เนี่ยทั้งหมดเนี่ย เพื่อให้ได้หนังสือรับรองโสด 1 ฉบับเองนะคะ เหงื่อแตกเลย
ค่าธรรมเนียมจำไม่ได้แย้ว แหะๆ

2.สำเนา passport ของฝ่ายชาย และตัวจริง

3.สำเนาทะเบียนบ้านของพี่เอมี่ พร้อมตัวจริง

4.สำเนาบัตรประชาชนและตัวจริง

....นำเอกสารและลากสังขารสองตายายไปจดทะเบียนกันที่อำเภอบางละมุงค่ะ ค่าพยาน 200 ค่ะ
....เปลี่ยนนามสกุล ทำบัตรสมาร์ทการ์ดใหม่
....ทำ passport ใหม่

แล้วนำเอกสารดังนี้ไปยื่นจดทะเบียนครอบครัวที่สถานฑูตฯค่ะ
1.สำเนาทะเบียนบ้านของพี่เอมี่ ที่มีรายการแก้ไขนามสกุลแล้ว คือถ่ายเอกสารจากทะเบียนบ้านเลยค่ะ จะมีรอยขีดฆ่าอันเก่าออก
2.สำเนาทะเบียนสมรส ของพี่เอมี่ไม่ได้ใช้ตรากุหลาบนะคะ เป็นสำเนาคัดมาจากอำเภอ ที่มีรายละเอียดการสมรสอ่ะค่ะ เห็นมะว่าไม่เหมือนคนอื่น
3.สำเนา passport ตัวจริงเอาไปด้วยค่ะ กันไว้
4.สำเนาทะเบียนครอบครัวของปาป๊า อันนี้จำไม่ได้ว่ายื่นป่าว แต่เตรียมไป
5.ใบคำร้อง 2 ฉบับ
*เอกสาร ข้อ 1-2 แปลเป็นญี่ปุ่น แล้วประทับตรารับรองที่กรมกงศุล
แล้วก็มายื่นที่สถานฑูตฯได้เลยค่ะ เคสพี่เอมี่ เขาคืนมาใบแปล สำเนาทะเบียนบ้านมาค่ะ รู้สึกนายหน้าที่รับแปลเอกสารที่ชอบมายืนรอลูกค้าด้านล่างตึก จะแปลไม่ได้เรื่องค่ะ เจ้าหน้าที่เขาเลย ถามเองเลยว่าชื่อพี่เอมี่ เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไง แล้วเขาก็แปลให้เองเลยค่ะ...เขาบอกว่าเคสนี้เป็นเคสพิเศษนะคะ และเขากล่าวแสดงความยินดีด้วย ดีใจมากๆค่ะ ใจดีกันทุกคน...
.....พี่เอมี่ไปยื่นที่สถานฑูตฯเก่าค่ะ อยู่อาคารเสริมมิตร แถวๆอโศกอ่า ตอนนี้ย้ายไปอยู่แถวสวนลุมฯแล้วค่ะ

*เคสพี่เอมี่ไม่ต้องใช้ใบรับรองโสดนะคะ เพราะเขาสามารถเช็คประวัติเราออนน์ไลน์ได้อยู่แล้ว ก็จดในเมืองไทยอ่า มีบางคนบอกว่าเขาใช้ แต่พี่เอมี่ก็แย้งไปว่าจดในไทยใช้ด้วยเหรอ เพราะพี่เอมี่ไม่ได้ใช้ เขาโกรธไม่คุยด้วยเลยค่ะ
...ก็อยากจะบอกแต่ละเคสไม่เหมือนกันอ่ะนะ ถ้ามีคนมาอ่านของพี่เอมี่แล้วบอกว่า ของเขาไม่เห็นต้องใช้ใบนั้นใบนี้เลย เขาไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย พี่เอมี่ก็ไม่ว่าไรหรอกค่ะ เพราะว่าแต่ละเคสย่อมแตกต่างกัน ตัวอย่างและประสบการณ์ที่นำมาให้อ่านหวังว่าคงเป็นแนวทางให้เพื่อนๆบ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ

สถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
แผนกหนังสือรับรอง หนังสือเดินทาง ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2207-8501, 0-2696-3001 (ภาษาญี่ปุ่น)
หมายเลขโทรสาร : 0-2207-8511
เวลายื่นและรับเรื่อง ตั้งแต่เวลา 08:30-12:00 น. 13:30-16:00 น.
ลงรถไฟฟ้ามหานครที่สถานี ลุมพินี ให้เดินออกประตู 3 นะคะ แต่พี่เอมี่ก็ยังไม่เคยไป
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/bmarri.htm

เอกสารที่จะประทับตรารับรองไปที่นี่ค่ะ
กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย
ที่อยู่ : เลขที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 0-2981-7171



รูปเก่ามาเล่าใหม่ค่ะ วะ ฮ่า ฮ้า



เขาว่าหน้าปาป๊าคล้ายท่านอดีตนายกอ่ะ แหะๆ



แหวนแต่งงานค่ะ



ชอบรูปนี้ค่ะ โบราณดี โฮะๆๆ


...เข้าแล้วอย่าลืมเม้นท์ด้วยนะคะ...
....ขอบคุณโค้ดบล๊อคสวยๆจากป้ามด และเพลงเพราะๆจากบล๊อคคุณ nilz ค่ะ...



Create Date : 25 พฤษภาคม 2550
Last Update : 25 พฤษภาคม 2550 22:37:17 น.
Counter : 458 Pageviews.

15 comment

ANGEL IN THE BLUE
Location :
Madrid  Spain

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]