Group Blog
 
All Blogs
 
แต่งแล้วจ้า

ช่วงที่วันแต่งงานใกล้เข้ามา มีแต่คนถาม

"ตื่นเต้นไหม"

"ไม่เลย มีเรื่องให้ทำวุ่นไปหมด ปวดหัว เซ็ง ทำไมต้องจัดงานด้วยวะ เปลืองทั้งเวลา แรงงาน และเงินทอง"

ให้พูดจริงๆแล้วไม่ค่อยจะอยากจัดงานก็ด้วยเหตุผลวุ่นวายทุกประการ เพื่อนหลายคนก็ปลอบ

"เอาน่า งานแต่งงานน่ะ จริงๆมันก็เป็นเรื่องทางสังคม แล้วก็เป็นงานของพ่อแม่มากกว่างานของลูกน่ะ เรื่องธรรมดา อย่าคิดมาก"

หลังงี่เง่าและอาละวาดไปหลายหน ในที่สุดวันหมั้น และแต่งงานก็มาถึง

เช้าวันนั้นแม่แอมเบอร์กะเวลาผิดไปหน่อย แล้วก็ไม่ได้จ้างช่างทำผม แต่งหน้า แต่ให้น้องที่แสนดีคนนึงช่วยแต่งหน้าให้ อุตส่าห์มาค้างแต่คืนก่อนเพือการนี้โดยเฉพาะ ส่วนผมกะละเลงเอง

แต่แม่กลับไม่ชอบผมที่เราทำ เลยรื้อผมเราใหม่ (ฮือๆ) เลยเสียเวลาไปอีก อดไปต้อนรับแขกเจ้าสาวที่มาถึงบ้านกันก่อน รวมทั้งเล่นกับเพื่อนๆด้วย เลยเซ็งสุดๆ ต้องรีบกินข้าวรีบวิ่งขึ้นห้องเพราะได้ฤกษ์แล้ว รู้งี้ตื่นนอนมันซะก่อนนานๆก็ดีหรอกจะได้เผื่อสถานการณ์ผิดพลาด

เจ้าบ่าวแม่แอมเบอร์(คนหยี่ปึ๊ง) มายืนยิ้มรอฤกษ์ก่อนเข้าบ้านสักครู่หนึ่งแล้ว


ก่อนจะไปรับตัวเจ้าสาวจากห้องลงมาสวมแหวน

(ที่จริงที่ใส่ชุดไทยก็เพราะอยากให้แขกฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นคนยุ่นได้เห็นหรอกว่าชุดไทยมันสวยยยยย ฮี่ๆๆ แต่เสียดายคนใส่ใส่ไม่ขึ้น ฮึ่ม)

เสร็จแล้วก็นั่งกินบัวลอย ไปถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยกับเพื่อนสาว (งามกันทุกนางเลย)


แล้วก็ได้เวลาส่งตัว


ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ ๑ ช.ม. เพราะฤกษ์มีเท่านี้
เลยไม่มีอะไรหนุกๆเท่าไหร่ แป๊บเดียวจบ เสียดายจริงๆ

ที่จริงแม่แอมเบอร์ไม่เชื่อเรื่องฤกษ์ ศาสนาพุทธไม่เคยสอนให้คนเชื่อ และรอฤกษ์ แต่บอกว่า
“สัตว์ทั้งหลาย ประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี...”
และ “...ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลา ที่มัวรอคอยฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์นั่นแหละเป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้....”

แต่ทำไงได้ ผู้ใหญ่เขาจะเอาตามฤกษ์ เวลาได้คุยเลยน้อย

เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่ใช่คนไทย และไม่ได้อยู่ประเทศไทย เลยไม่ได้ไปเรือนหอ หรือบ้านเจ้าบ่าว แต่ไปโรงแรมแทน ไปถึงคนฝรั่งเขาก็มองเพราะเห็นใส่ชุดไทยลงมาจากรถ คงไม่เคยเห็นชุดแบบนี้มั้ง แปลกตา ไม่เหมือนในเวลาดูละครรำ (อยากบอก "ไง ชุดประเทศไองามไหมล่ะ" (ปลื้ม) แต่กลัวเดี๋ยวเขาบอก "งามดีหรอก แต่ยูน่ะหาความงามไม่ได้เลย สงสารชุด" ล่ะเหี่ยวเลย)

ไปถึงโรงแรมก็ไปกินข้าวเช้าอีกรอบกับญาติเจ้าบ่าวที่พักอยู่ที่โรงแรมกันหมด เสร็จแล้วก็ไปพัก รอบ่าย ช่างผมและช่างแต่งหน้ามา กว่าจะได้ลงไปก็จวนเจียนเวลาแขกมาแล้ว เซ็งอีกรอบ อดไปเดินดูในงานเลย

แต่ก็ดีที่ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญเก็บเอารูปบรรยากาศนิดๆหน่อยๆมาให้เราได้ดูกันค่ะ

ซุ้มหน้างาน บอกให้โรงแรมเอาสีฟ้าโทนแบบ blue sky ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้


พอเข้าประตูไปแล้วจะเห็นแบบนี้


มีจัดมุมน่ารักๆอย่างนี้ให้ด้วย


ซึ่งเขาเอารูปมาติดเป็นโมบายล์


กว่าจะได้รูปพวกนี้มาก็เก๊กท่ากันแทบแย่ เจ้าบ่าวอุตส่าห์บินมาถ่ายรูปถึงเมืองไทย (และก็เตรียมงานอย่างอื่นนิดหน่อยด้วยแหละ)


หน้าเวทีค่ะ ดูรวมๆสีสวยดีทีเดียว


แล้วก็โต๊ะอาหาร สีฟ้า-น้ำเงิน เห็นแล้วสบายตาดีแท้

เสียดายที่สุดคืออดกิน! (เป็นอะไรที่ฝ่ายเจ้าบ่าวช็อคมาก เพราะวัฒนธรรมเขา เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะกินร่วมกับแขก)

นี่เป็นหนังสือแจกเป็นธรรมทานค่ะ หนังสือของคุณดังตฤณ "ดังตฤณวิสัชนาฉบับรู้จักรัก" (อ่านได้ที่ http://dungtrin.com/visach_knowlove/)
และ "ฉบับรู้คุณแทนคุณ" ที่จริงมี "ฉบับรักแท้มีจริง" ด้วย (ฉบับเต็มของ "รักแท้มีจริง" อ่านได้ที่ http://dungtrin.com/raktaemeejing/) แต่ไม่ได้ติดในรูปมา เป็นเนื้อหาความรักในทัศนะพุทธค่ะ ฉบับรู้คุณแทนคุณแม้จะเกี่ยวกับพ่อแม่แต่ก็เป็นเรื่องความรักเหมือนกัน อยากให้แขกได้ประโยชน์ก็เลยเอามาแจกกัน แต่ที่จริงอันนี้ไม่ใช่ของชำร่วยนะคะ


ของชำร่วยของแท้คืออันนี้ต่างหาก

ด้านหลังของที่คั่นหนังสือนี้(ภ.ไทย)เขียนว่า
"ขอขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติที่กรุณามาร่วมงานมงคลสมรสของเรา
ของที่ระลึกที่เรายินดีมอบแด่ท่านเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง
เนื่องจากท่านได้เป็น “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ในเวลาเดียวกัน
ค่าของที่ระลึกในวันนี้จึงเป็นเงินบริจาคเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม
ที่มูลนิธิพุทธฉือจี้แห่งประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนดูแลอย่างอบอุ่น
เราหวังว่าท่านจะสุขใจกับของที่ระลึกชิ้นนี้"
(ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิพุทธฉือจี้ได้ที่ http://www.tzuchithailand.org)


ที่จริง ตอนแรกอยากจะให้หนังสือของคุณดังตฤณเป็นของชำร่วย แต่ติดตรงที่ว่ามีแขกต่างชาติเยอะ ก็เลยต้องเอาอะไรที่เป็นกลางๆ

แม่แอมเบอร์ไม่ชอบของชำร่วยที่เอาไปแล้วก็ได้แค่ "เก็บไว้" หรือ "ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี" เห็นของชำร่วยแบบนั้นแล้วรู้สึกเสียดายทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด แต่เอามาผลิตของที่ไม่มีประโยชน์ คิดอยู่นาน พอดีไปได้ยินมาว่ามีคู่แต่งงานคู่นึงที่เขานำเงินค่าของชำร่วยไปเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้ตลอดหนึ่งปี ส่วนปีต่อๆไปพวกเขาจะออกกันเอง อ่านแล้วก็รู้สึกปลื้ม น้ำตาคลอ รู้สึกว่านี่แหละที่เราอยากทำ ก็เลยไปปรึกษาพ่อแม่พี่น้อง สามี เพื่อนๆ ทุกคนเห็นชอบกันหมด เลยทำออกมา

บางคนอาจจะคิดว่านี่แค่กระดาษ หรือบางคนคิดว่าทำไมเอาของที่ฉันควรได้รับเป็นชิ้นเป็นอันไปทำบุญเฉยเลย แล้วเวลาได้บุญก็คนทำได้บุญ ไม่ใช่แขกได้บุญ จริงๆมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

คนที่ได้รับที่คั่นหนังสือแล้วรู้สึกปลื้มปิติ รู้สึกยินดี นั่นแหละเขาได้รับของชำร่วยของจริงแล้ว ใจที่ยินดีในความดีที่ผู้อื่นทำ ใจที่เปี่ยมด้วยอนุโมทนานั่นแหละ คือ บุญที่เจ้าของใจเป็นผู้ได้รับ อาจจะมากกว่าคนทำโดยตรงเสียด้วยซ้ำไป ถ้าเขาคนนั้นรู้สึกปลาบปลื้มยินดียิ่งกว่า

งานมงคลทั้งที ก็น่าจะทำสิ่งที่เป็นมงคล ทั้งเจ้าภาพทั้งแขกเหรื่อได้มาทำสิ่งที่เป็นมงคลร่วมกันก็นับเป็นสิ่งที่ดี แม่แอมเบอร์เองก็ขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของแขกเหรื่อ(หรือคุณๆที่กำลังอ่านแล้วรู้สึกยินดี)ด้วยนะคะ

อันนี้เป็นของฝากจากเพื่อนรักคนนึงที่ทำมาฝากหลังคราวก่อนที่เจอกันเจ้าสาวอดกิน น่ารักมากเลย (ขอบคุณช่างภาพที่อุตส่าห์เก็บภาพไว้ให้)


ส่วนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไปยืนรับคำสั่งช่างภาพตามแต่จะให้เก๊กอยู่หน้างาน (ชักชิน)
เจ้าบ่าวใส่ชุดประจำชาติทำให้แขกเหรื่อชอบใจ


ในงานเขาก็เปิดสไลด์ ที่จริงเราสองคนกะจะไม่ทำเพราะว่า
"ทำไมเราต้องทำอะไรให้เป็นรูปแบบเดียวกันกับงานคนอื่นๆด้วยล่ะ"
"ทำไมเราต้องมาเล่าชีวประวัติกันในงานแต่งงาน"
แต่เพื่อนบอกว่า มันช่วยเรียกความสนใจคนดูให้มุ่งไปในทางเดียวกัน ก่อนที่จะตัดไปยังเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เข้ามาในงาน แล้วตัวเขาเองก็ชอบดูด้วย ก็เลยอ่ะ เอาก็เอา


(ขอบคุณหนูจี๊ที่ช่วยเก็บภาพให้จ้ะ เป็นคนเดียวนะนี่ที่ถ่ายรูปสไลด์ด้วย)

ก็เลยทำกันเอง เป็นสไลด์ภาพที่มีเนื้อหาและเพลงประกอบด้วย เพื่อนๆชอบกันมาก เห็นบอกว่าตั้งใจดูกันใหญ่เลย (ดีใจจัง)

ด้วยความที่แม่แอมเบอร์ไม่อยากทำอะไรเว่อร์ๆ หรือจงใจทำอะไรให้แขกเกิดความซาบซึ้งในความรักของเราสองคน (ความรักมันไม่แน่นอนหรอก) ก็เลยจัดงานออกมาในแบบที่เป็นสไตล์เราๆกันเอง
ถ้าแขกเหรื่อจะประทับใจอะไร ก็ให้ประทับใจอะไรที่เป็นของจริง จริงใจดีกว่า
ที่จริงพวกเราไม่ได้คิดแพลนอะไรกันมากนักหรอก แต่ก็ดีใจมากตอนที่เพื่อนบางคนมาบอกว่าชอบงานแม่แอมเบอร์ตรงที่มันไม่ดราม่าดี

งานแต่งเพื่อนแม่แอมเบอร์คนนึงก็ไม่ดราม่า คุณพ่อที่เป็นคุณครูเกษียณแล้วเป็นพิธีกรเอง ทุกอย่างแม้จะเป็นไปตามพิธีการแต่ก็ดูธรรมชาติมาก

ในช่วงพิธีการของแม่แอมเบอร์ แม่แอมเบอร์เดินเข้างานขาสั่นแทบแย่ ขึ้นเวทีได้ เจ้าบ่าวเหยียบประโปรงเจ้าสาว เจ้าสาวเลยเซไป ดีนะจับมืออยู่ ไม่งั้นคงล้มโครมลงเวทีให้เป็นที่เอิกเกริกสนุกสนาน แค่นี้ก็เรียกเสียงหัวเราะได้มากมาย เจ้าสาวเลยเลิกตื่นเต้นไป

ประธานเป็นอจ.ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของเจ้าสาวเอง อุตส่าห์บอกให้อจ.พูดภ.ไทยแต่อจ.บอก "ไม่เอา" เลยร่ายยาว แถมแปลออกมาอีกสองภาษา คนเลยเลิกฟังเลย (สงสารอจ. อุตส่าห์เขียนเนื้อหาซะดี) อจ.คนนี้เป็นอจ.สุดโปรด และเป็นอจ.ที่ดีมาก เลยขอให้อจ.มาเป็นประธานให้


เจ้าบ่าวก็พูดขอบคุณแขกเหรื่อเป็นภ.ไทยประมาณสี่ห้าประโยคยาวๆได้ พูดจบคนปรบมือให้ใหญ่เลย (กว่าเจ้าบ่าวจะพูดได้ชัดอย่างนี้ก็ฝึกมาแล้วไม่รู้กี่รอบ อุตส่าห์อัดเทปเสียงเจ้าสาวไว้ แล้วไปหัดออกเสียงยามว่างเอาเอง เพียรมากเลยค่ะ)

ส่วนเจ้าสาวตื่นเต้นกับการยืนต่อหน้าแขกเหรื่อมากเลย พูดไปก็เต้นไป ส่ายซ้ายส่ายขวาอยู่นั่นแหละ

แล้วก็มาตัดเค้ก (อดกินอีกตามเคย)


ก่อนไปโยน "ช่อดอกไม้แห่งความปรารถนา" (แหม เพื่อนรักอุตส่าห์ตั้งชื่อ)


คนรับก็ไม่ใช่ใคร เป็นเพื่อนซี้คนนึงของเจ้าสาวเอง เพื่อนอุตส่าห์ปรี่เข้ามารับเพราะว่าช่อดอกไม้มันตกลงหน้าเวทีใกล้ๆขอบเลย (โยนสูงก็ไม่ได้เดี๋ยวติดโคมไฟเพดาน) ถ้าไม่รับมันคงตกปุอยู่ที่พื้น กร่อยเลยคราวนี้ (แสดงว่าหลังจากเจ้าสาวจะไม่มีคนได้แต่งอีกต่อไป รถไฟขบวนสุดท้ายไปหมดแล้ว ฮ่าๆ ล้อเล่น)

งานนี้ นอกจากพ่อแม่พี่น้องและญาติที่คอยดูแลแขกและเตรียมงานตั้งแต่งานหมั้นให้แล้ว ก็ได้เพื่อนๆหลายคนที่เสนอตัวกันเข้ามาช่วยเหลือทั้งก่อนงาน และระหว่างงานกันอย่างคับคั่ง ทำให้งานเป็นไปได้ด้วยดี

แม่แอมเบอร์กับเจ้าบ่าวเองต้องขอบคุณทุกคนเป็นอย่างมากที่ให้ความรักกับพวกเรามากมายขนาดนี้ และก็ดีใจที่มีเพื่อนดีๆทั้งนั้นเลย

ทั้งเพื่อนสนิทที่มาเป็นพิธีกร และล่าม อุตส่าห์เตรียมสคริปมาล่วงหน้านาน
แล้วก็ช่วยแปลกลอนภ.อังกฤษของประธานเป็นภ.ไทยอย่างเพราะพริ้งว่า
"ขออำนวยพรแด่การแต่งงาน
ให้หอมหวานดั่งน้ำนมบริสุทธิ์และรสไวน์
ให้เป็นดั่งผลไม้อันอุดม
ให้ประสมด้วยเสียงหัวเราะ
ดังเสนาะราวอยู่ในสรวงสวรรค์
ให้มีจิตเมตตาต่อกัน
สุขนิรันดร์ ผูกพันตลอดไป
ให้ปรากฏนาม งามขจร
มีเทพนิวรณ์นำทางสว่าง
ไม่ต่างจากพระจันทร์ ที่ส่องตระการบนท้องฟ้า"


แหม ใช่ย่อยซะที่ไหน เพื่อนเรา!

แล้วก็พี่สาวคนนึงที่มาช่วยเป็นแม่งานไม่ยอมรับซอง บอกว่า "พี่ไม่ขอรับนะ พี่มาช่วยด้วยใจจริงๆ พี่ช่วยเพราะพี่อยากช่วย และพี่ไม่ได้เหนื่อยเลยสักนิด" น่ารักมากๆ พี่คนนี้มาแต่เช้า บ้านก็ไกลมาก เพื่อมาช่วยถ่ายรูปให้ในงานเช้า และยังดูและงานในตอนเย็นอีก ขาดพี่คนนี้ไป เราคงไม่มีรูปตอนเช้า และไม่มีงานที่เป็นไปอย่างราบรื่นอย่างนี้

งานนี้ก็จบลงอย่างเหนื่อย แค่ยืนรับแขกก่อนเข้างานอยู่ถึงสองช.ม.ก็แทบแย่ ขาล้า แล้วก็เกือบเป็นลมจริงๆนะ (ประสบการณ์ใหม่) น้องที่มาช่วยงานคนนึงมียาดมพอดี๊พอดี ก็เลยรอดตัวไป

น้องสาวเห็นความวุ่นวายของการเตรียมและในระหว่างงาน เลยบ่น "แม่ ถ้าถึงเวลาหนูไม่จัดงานแต่งได้มะ" พี่ชายเสริม "นั่นดิ ผมก็เหมือนกัน"

นี่ขนาดไม่เห็นทั้งหมดนะเนี่ยว่าเราต้องทำไรมั่ง ไม่งั้นคงห้ามเราจัดงานไปด้วยแน่ (ฮ่าๆ)

วันแต่งนี่นะ คิดว่าพ่อจะต้องร้องไห้แน่เลยที่ลูกสาวแต่งออกไป แต่กลับไม่เป็นงั้นแฮะ คนที่ดูเป็นห่วงเราเห็นทีจะเป็นแม่มากกว่า 

ส่วนคนที่ร้องไห้มากที่สุดคือพี่เลี้ยง (อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เราห้าขวบ) 
ที่ผ่านมาเราไม่อยู่ไทยก็บ่อย คราวนี้เห็นว่าจะไปนานเลยชักเหงาๆ กระมัง

ในงานก็เห็นยิ้มแย้มกันดี แต่ตอนมาส่งที่สนามบิน แม่ก็ร้องไห้ เราก็ร้องไห้ สมัยก่อนไปเรียนยังไม่ร้องไห้ แต่คราวนี้รู้สึกคิดถึงแม่ อยากอยู่กับแม่นานๆจัง แม่บอกว่าจงภูมิใจเถอะที่ตัวเองมีครอบครัวแล้ว ต่อไปนี้เราจะได้เป็นผู้ใหญ่ ไม่ต้องห่วงแม่ แม่ดูแลตัวเองได้

แม่แอมเบอร์ก็โชคดีอีกต่อหนึ่งที่มีสามีที่แสนดี คอยดูแลเอาใจใส่และให้เกียรติเป็นอย่างดี

(เจ้าบ่าวเปลี่ยนเป็นชุดสูทแล้วตั้งแต่ก่อนเข้างาน มีใครสังเกตทันป่าว^^)

แล้วไว้จะมาเล่าเรื่องอื่นๆให้ฟังนะคะ วันนี้ไปก่อนล่ะ



Create Date : 29 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 ตุลาคม 2558 0:26:45 น. 20 comments
Counter : 316 Pageviews.

 
เป็นงานที่น่ารักอบอุ่นมากจ้ะ เรียบง่ายแต่สดใส
เจ้าบ่าว คา วา อี้ดีเนอะ
ส่วนเจ้าสาว ขี้เหร่เน๊ ทั้งกายและใจ

อ้อเรายังรอดูพรีเซนเทชั่นซ้ำอีกรอบนะ



โดย: รักแรกคลิก IP: 204.136.218.8 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:32:59 น.  

 
เป็นงานที่น่ารักมากๆจ๊ะ ชอบไอเดียของชำร่วยและไสลด์ด้วย อาหารก็อร่อย

ถ้ายังไงรบกวนส่งรูปที่มีรูปเราให้หน่อยสิ ตอนนั้นไม่ได้เอากล้องไป จะเอารูปไปอวดแม่ว่าเราใส่ชุดที่เค้าซื้อมาให้ ไปงานแต่งงานด้วย

มุกกี้


โดย: Mucki_girl IP: unknown, 193.24.32.36 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:17:56 น.  

 
ชอบแนวคิดเรื่องของชำรวยมากเลยค่ะ
ยังไงขอนำไปใช้ในงานแต่งของตัวเองบ้างน่ะค่ะ


โดย: ญ (Seed of Love ) วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:21:12 น.  

 
น่ารักจัง ขออนุญาติจำไปใช้ในงานบ้างนะค่ะ เมื่อไหร่จะมาขอก็ไม่รู้


โดย: mamajung2310 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:27:02 น.  

 
น่ารักทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาวเลยค่ะ

งานก็จัดออกมาน่ารักจิงๆเลย

ยินดีด้วยนะคะ :)


โดย: ChocolateStory วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:55:45 น.  

 
เจ้าสาวสวยหวาน สวยทั้งชุดไทย และชุดงานเลี้ยงกลางคืนเลยค่ะ ส่วนคุณเจ้าบ่าวก็น่ารักค่ะ ดูท่าทางใจดีมากๆ ด้วยสิคะ

บรรยากาศงานเลี้ยงก็น่ารักมากๆ ค่ะ เป็นโทนสีฟ้า

คู่นี้ไอเดียดี แล้วก็จิตใจดีมากๆ เลย ที่ทำของชำร่วยแบบได้บุญกันทั่วหน้า

ไปอยู่ตปท. ก็ดูแลตัวเองนะคะ ขออวยพรให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวมีความสุขมากๆ ค่ะ

ว่าง ๆ ก็มาอัพบล็อคฮันนีมูนด้วยนะคะ จะรอชมค่ะ (แล้วไปเคาะเรียกที่บล็อคเรานะ)

- - - - -

ชอบคำสอนนี้มาก ๆ ค่ะ " ประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นได้ชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี " จะเก็บไว้เป็นหลักในการทำงานตลอดไปนะคะ


โดย: MARON CREAM วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:13:32 น.  

 
มาแสดงความยินดีด้วยอย่างเป็นทางการอีกครั้งจ้า

ปอลอ ไม่บอกไม่รู้เลยว่าเจ้าบ่าวซ้อมหลายรอบ เนียนมาก ๆ 555


โดย: จิ๊เองจ้า IP: 203.185.141.130 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:27:17 น.  

 
เจ้าสาวสวยมาก ใครว่าไม่สวยคะเนี่ย
ยินดีด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: 2fast2farious วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:56:57 น.  

 
ขอบคุณมากสำหรับบันทึกที่น่ารักและภาพสวยๆ ตอนนี้เจ้าสาวหมาดๆเป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า อยู่ทางโน้นอยากได้อะไรจากเมืองไทยไหม บอกได้นะ ไว้กลับกรุงเทพฯเราจะส่งไปให้

ว่างๆก็อย่าลืมเขียนเล่าเรื่องให้ฟังอีกล่ะ รออ่านอยู่เสมอ รักษาตัวด้วยนะ ^^


โดย: Ning-Noir IP: 122.167.112.152 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:49:42 น.  

 
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาดู และเขียนข้อความฝาก รวมทั้งอวยพรให้นะคะ

"รักแรกคลิก"(นี่แหละพิธีกรและคนแปลกลอน) "มุก" - เราส่งไฟล์ให้แล้วนะจ๊ะ

คุณ ญ คุณmamajung เอาแนวคิดเรื่องของชำร่วยไปใช้ได้เลยค่ะ เราก็ได้อะไรดีๆแบบนี้เพราะได้แนวทางจากคนอื่นมาเหมือนกัน แล้วจากนั้นก็ได้ทราบว่ามีคู่บ่าวสาวที่ใช้แนวคิดเรื่องการนำค่าของชำร่วยไปทำประโยชน์อีกหลายคู่ต่างกันออกไป

คุณMaroncream - นั่นเป็นข้อความตัดตอนมาจากพระไตรปิฏกค่ะ เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระสาวก คนพุทธเรามักไปเชื่อถือในสิ่งที่ไม่ใช่พุทธ หลายๆอย่างนอกจากพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแล้วยังไม่มีเหตุผลด้วย แต่คนก็อ้างว่าเป็นพุทธ นอกจากเรื่องฤกษ์ที่ไม่ใช่ความเชื่อของพุทธแล้ว สิ่งที่ควรศึกษาที่สุดก็คือ ความดับทุกข์ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบหนทางนี่แหละค่ะ ไม่ต้องเชื่อ แต่ลองทำ ได้ผลจริง แล้วค่อยเชื่อนะคะ (ลองหาข้อมูลจาก http://www.wimutti.net/pramote นะคะ)

ส่วนฮันนีมูนยังไม่มีกำหนดเลยค่ะ ใช้ชีวิตแบบว่าอยู่ที่ไหนก็ฮันนีมูนได้ถ้าเราใส่ใจดูแลกันและกันซะอย่าง ที่ไหนๆก็ดีทั้งนั้นแหละ แม่แอมเบอร์อยากไปฮันนีมูนกันแบบชวนกันไปทำสาธารณประโยชน์ ไปหาครูบาอาจารย์สอนกรรมฐานมากกว่า เพราะจะเที่ยวมันเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ เที่ยวแล้วเดี๋ยวก็ลืมๆ แต่ถ้าเราไปทำอะไรดีๆร่วมกันเราก็จำว่าเราผูกพันกันในทางดี แต่เสียดายเจ้าบ่าวไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเลยนี่ซิ พูดกันยาก

นิ้งนัวร์ - ขอบคุณมากๆจ้า อยากได้นิ้งนัวร์นี่แหละ คิดถึง


โดย: แม่แอมเบอร์ วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:02:12 น.  

 
สวยจังเลย

ยินดีด้วยนะ


โดย: รู้สึกแปลก วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:30:35 น.  

 
ตามมาอ่านคำตอบค่ะ


เห็นด้วยนะคะ ปัจจุบันนี้ คำสอนอย่างพุทธแท้ๆ คนไม่ค่อยปฏิบัติ แต่ไปยึดพิธีกรรมอื่นๆ มาแล้วมายึดเป็นหลักเลยก็มี

ยินดีที่ได้รู้จักคนสวยใจงามนะคะ


โดย: MARON CREAM วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:13:56:34 น.  

 
ขอบใจสำหรับรูปที่ส่งมาให้นะจ๊ะ
เมื่อตะกี้นี้เพิ่งแวะไปดู blog รักแรกคลิกมา เลยขอแวะมา blog ของแม่แอมเบอร์บ้าง ดูรูปสวยๆ แล้วเพลินดีจัง :-)
อ่อ ว่าแล้วก็ขออนุญาต link จาก blog ตัวเองมาที่นี่เลยนะจ๊ะ

ปล. เห็นคอมเมนต์ของนิ้งนัวร์แล้วแอบคิดถึงจัง ไม่รู้อยู่ทางโน้นเป็นยังไงบ้าง


โดย: จอย IP: 117.121.211.98, 117.121.208.2 วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:13:55:15 น.  

 
ไปอยู่นู่นเป็นไงมั่งน้า...อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง

คนน่ารักอย่างแม่แอมเบอร์ โลกก็ต้องยิ้มให้อยู่แล้วล่ะนะ



โดย: MARON CREAM วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:17:41:18 น.  

 
อาท ขอบคุณมากจ้า

อ้าวจอย มาแล้วไม่ให้ลิงค์เรา แล้วเราจะตามไปดูยังไงดีอ่ะ

คุณมารอนครีม เดี๋ยวจะเขียนบล็อคใหม่แล้วค่า ตามไปอ่านด้วยนะจ๊ะ


โดย: แม่แอมเบอร์ วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:21:07:57 น.  

 
รักษาสุขภาพนะจ๊ะ คิดถึงหลายๆ


โดย: แม่น้องเหมียว IP: 58.9.187.242 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:21:55:03 น.  

 
あなたの結婚式のお祝い!!!
(ได้แค่นี้อ่ะ ฝากบอกเจ้าบ่าวด้วยนะจ๊ะ
หลังจากนี้ขอภาษาไทยละกัน 555)


มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ ซาบซึ้งจังเลย
นึกถึงหลายๆ เรื่องตั้งแต่ตอนที่แม่แอมเบอร์ไปๆ มาๆ ญี่ปุ่น
แล้วมาลงเอยแบบนี้ ดีใจด้วยอย่างมากจริงๆ

เสียดายไม่ได้เจอกันเลย ไว้ถ้ามีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น
หรือแม่แอมเบอร์กลับมาเที่ยวไทย เราไปเที่ยวกันนะ ^^


ปล. งานเพื่อนแจกต้นไม้แหละ ให้ไปช่วยกันปลูกต้นไม้
หนักมาก แอบสงสารแขกอาวุโสบางท่าน 555


โดย: cocoa butter วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:58:22 น.  

 
ลืมไป แล้วเจ้าลูกชายอ่ะ อยู่ไทยหรือเอาไปด้วย???


โดย: cocoa butter วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:59:11 น.  

 
สาวโกโก้

ที่เราไปๆมาๆญี่ปุ่นอ่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับสามีหรอกจ้า ไปๆมาๆเพราะความชอบญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม และมีเพื่อนรัก กับคนที่เหมือนญาติอยู่ก็เลยแวะไปเยี่ยม

เก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ป.โทก็ไปเก็บที่ญี่ปุ่น (แต่เรียนม.ที่ไทย) ตอนนั้นนะ แบบว่าอิ่มตัวกับญี่ปุ่นแล้ว แต่ดั๊นเจอว่าที่เจ้าบ่าวซะงั้น เลยต้องมาอยู่ญี่ปุ่นเลย(เบื่อญี่ปุ่นสุดๆแล้ว อยากไปที่อื่นมั่ง)

แหม แจกต้นไม้เชียว น่าจะแจกเมล็ดแทนเนอะ สะดวกกว่า

ลูกชายเอาไปไม่ได้อ่ะ บ้านที่ญี่ปุ่นเขาห้ามเลี้ยงหมา แถมไอ้สองตัวแสบนั่นคงขยันฉี่สร้างอาณาจักรกันแน่นอน อย่าดีกว่า

ถ้าเอาหมามาเดี๋ยวที่บ้านเหงาด้วย เราก็ทนคิดถึงลูกๆไป เฮ้อ..คิดถึงตอนมันโดดมาปลุกบนเตียงทุกเช้าจัง...

ไว้เราไปเที่ยวกันเด้อ โกโก้อยู่เมืองไทยแล้วเหรอจ๊ะ


โดย: แม่แอมเบอร์ วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:17:56 น.  

 
ยังเลยจ้า กำลังจะย้ายกลับน่ะ เดือนนี้แหละ

อาจจะไปญี่ปุ่นปลายปี ถ้ามีโอกาสจะขอเจอนะจ๊ะ
ว่าแต่อยู่โตเกียวป่าวอ่ะ ^^


โดย: cocoa butter IP: 59.189.16.60, 218.186.10.229 วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:45:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่แอมเบอร์
Location :
United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Friends' blogs
[Add แม่แอมเบอร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.