มหาอมตะนิพพาน แดนสราญบรมสุข อยู่ดีไม่มีทุกข์ พบสุขสันติ์นิรันดร์กาล อยากไปก็ไม่ยาก ต้องถอนรากหักโคนราน ตัณหา-อุปาทาน กิเลสมารโลภ-โกรธ-หลง "ละชั่ว"-"ทำดี"พร้อม มนัสน้อมจิตมั่นคง "ชำระใจสะอาด"ยง- ยืนธำรงตราบวันตายฯ.....
Group Blog
 
All Blogs
 

บทกวีทิพย์ :: พระมาก่อนสติ ไม่ใช่สติมาก่อนพระ

บทกวีทิพย์ :: พระพุทธเจ้ามาก่อนสติเสมอ.....พระสติ พระมาก่อนสติ ไม่ใช่สติมาก่อนพระ

เทศน์ 4 ธรรมาสน์เรื่องมหาสติปัฏฐาน 4.......

ชัย แสงทิพย์ 085-1637455
ระหว่างอ.คุณแม่เกษร สุทธจิตฯ-อ.ชัย แสงทิพย์-อ.บอล-อ.ษา เมื่อ 15/6/2552......


kaysornnippan: What is so importance in Ma ha Sti Puttarn 4 L Chai ?
Chai Sangthip: ก็ตัวสติ รู้เท่าทันผัสสะครับ
kaysornnippan: Not really good answer !
Try again
Chai Sangthip: กำหนดรู้ก็คือการปล่อยวาง จบลงตรงนั้นเลย เดี๋ยวนั้น
kaysornnippan: Still not good for you 1
Now Ball answer the better one
ฉัน: HAVING PRAS INSIDE YOUR JIT ALL THE TIME
IS VERY BIGGEST MA HA STI
kaysornnippan: L Chai what do you think of L Ball answer ?
Chai Sangthip : .....(ตอบไม่ทัน ทุกอย่างเร็วมากๆ)......
kaysornnippan: A lot of People have sti but no Pra in Jit they do not progressing in Dhamma.
Chai Sangthip: มีสติก็มีปัญญา คนมีสติก็มีศีล สมาธิปัญญาอยู่แล้วก็เท่ากัับเป็นพระ มีพระอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่มีตัวสติ ศีล สมาธิ ปัญญาก็ไม่มีอะไรเลย คือไม่มีพระ ใช่ไหมครับ
kaysornnippan: Normally we all have sti but no Pra in their mind.
Punya are thinking of Pra Ruttanatri.
Chai Sangthip: สติก็มีสัมมาสติ กับมิจฉาสติด้วยใช่ไหมครับ เหมือนสัมมาสมาธิกับมิจฉาสมาธิ
kaysornnippan: Pra has to come before Sti !
Chai Sangthip: กรุณาอธิบายด้วยครับ
ฉัน: Sti everyone has it because they know they do anything
right?

kaysornnippan: What come first before Pra Dhamma ? L Chai

ChaiSangthip : .......(ตอบไม่ทันอีก ใจอยากจะตอบว่า สติ ส่วนในความคิดคำตอบของบอลข้างต้นก็ OK ครับ)......
ฉัน: they know they do anything
kaysornnippan: Sti we all have it at birth.

ฉัน: even do bad do good not do anything
that means everyone has sti
right?
kaysornnippan: Knowing Pra in Jit Jai is the most Sti Punya of all !
ฉัน: It is complete answer.......
kaysornnippan: You will never do bad things if you have Pra in your Jit Jai and Pra will also reminding you not to do any stupid thing.
Chai Sangthip: เราจะรู้ไหม อย่างไรว่ามีพระอยู่ในใจเราองค์ไหนบ้าง
kaysornnippan: If you do not know Pra in Jit Jai means you have no STI....
No Pra No Sti No Samati and No PUNYA !.....
Chai Sangthip: แล้วที่ว่าทุกคนมีสติจะไม่ขัดกันหรือครับ
ฉัน: I think that is Logy sti
kaysornnippan: How can we Kud(คิด-Think หรือ Kid ??....L Chai) if we have Pra is Better having Sti ?
Sti with body is not better Sti with Pra Ruttanatri !
Pra Ruttanatri in your mind is the most Sti Smati Punya of all !!!!!!......
Chai Sangthip: ผมคิดว่าผมเข้าใจแล้วที่คุณแม่พยายามอธิบาย
ฉัน: Yes I also have more Punya whenever you tell anything in Dharma
kaysornnippan: I have waited so long to tell you this. Most people do not know !
Chai Sangthip: ทำตัวเราให้เป็นพระได้ก็เป็นคนมีสติปัญญาพร้อมสมบูรณ์ทำอะไรไ่ม่มีผิดพลาดถูกต้องหมด
kaysornnippan: Thinking of Pra is much better thinking of yourself !!!!!......
ฉัน: PRA WILL CONTROL BODY SPEECH MIND OR EVEN SPRITE RIGHT?
kaysornnippan: We will have to be Loog Pra first because we are not that good.
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: ถ้าเราไม่มีพระเราจะทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหมคะ
Chai Sangthip: ผมกำลังพยายามทำอยู่ครับ ผมเอารูปพระบรมบิดามาไว้ที่โต๊ะทำงานเลย
kaysornnippan: Very good Loog Ball you can work for Pra Now.
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: พระจะต้องอยู่ที่ในใจเราเท่านั้น
เพราะจิตใจเราควรยึดติดกับพระใช่ไหมคะ
kaysornnippan: Pras should be your in Jit jai ALL THE TIME.
ฉัน: PRA INSIDE US AND WE ARE INSIDE PRA CAN INCREASE IN BOON BARAMEE TO HELP ALL BEINGS , IS IT CORRECT?
kaysornnippan: Yes if you have(not....L Chai) Pra then where is Kiles will come.......
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว พระก็ควรอยู่กับเราให้ท่านนำเราใช่ไหมคะ
kaysornnippan: Naturally ! you know Pra or not we Atitarn Pra Are in with us until we die.......
ฉัน: THAT IS VERY WISDOM WAY.....
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: i see
kaysornnippan: You should tell everyone to Pavana to All Pra every your breathing = good Samati or good charn.
ฉัน: I WILL NOT FORGET
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: yes this is good news
kaysornnippan: Good night friends in Dhamma !
ฉัน: GOOD DAY MOM
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: really wonderful news
today i so exciting
Chai Sangthip: ราตรีสวัสดิืครับคุณแม่ บอล น้องษา
kaysornnippan: I will try to correct new Web
ฉัน: GOOD NIGHT LOONG AND N SA
ศิรกาญจน์ โพธิพัฒน์: ค่ะ ลุงชัย
Chai Sangthip: Good Night C U again........


ชัย แสงทิพย์ 085-1637455(chaisangthipnippan@gmail.com) Date : 2009-06-16 07:03:48 IP : 58.8.152.173


kaysornnippan@gmail.com

What come first before Pra Dham ?

Not Sati ! but Lord Father Buddha comes first ..... Punya knowing that Pra Buddha Jow has to come in your mind first so you will have SUTTA for SATI doing the nice things with Sil 5, SMATI + VIPASSANAYARN for The real Happiness Nibbana.

kaysornnippan@gmail.com Date : 2009-06-17 07:46:58 IP : 68.73.117.12


ชัย แสงทิพย์ พุทธกวีทิพย์


บทกวีทิพย์ :: พระพุทธเจ้ามาก่อนสติเสมอ!!!......พระสติ พระมาก่อนสติ ไม่ใช่สติมาก่อนพระ


๐ อะไรมาก่อน"พระธรรม"จำให้มั่น "สติ"นั้นก็ไม่ใช่อะไรหนอ?

คือ"สัมมาสัมพุทธเจ้า"ที่เฝ้ารอ- "ลูก"เกิดก่อก้าวเดินดำเนินตาม.....

คือ"ปัญญา"ว่า"พุทธะ-พระมาก่อน" ใน"จิต"ตอนงามตาอะร้าอร่าม

จะเกิด"ศรัทธา-สัมมาสติ"ดำริงาม ให้ทำตาม"ธรรม-ความดี"ฉวีวรรณ!!!....

คือ"ศีลห้า-สมาธิ-วิปัสสนา- ญาณ"โสภาพราวเพริศงามเฉิดฉัน

สู่"บรมสุข-พระนิพพาน"ชั่วกาลพลัน "ด้วยแสงทิพย์อริยธรรม์"หนึ่งนั้นเอยฯ.....

(ร้อยกรองตามคำสอนของอ.คุณแม่เกษร สุทธจิตฯ)

www.buddha-dhamma.com




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2557 15:17:26 น.
Counter : 425 Pageviews.  

ปุจฉา-วิสัชนาธรรมระหว่างพุทธญาณ แสงทิพย์ กับอาจารย์คุณแม่เกษร สุทธจิตฯ




ปัญหาในทางธรรม-บางครั้ง บางเรื่องลึกลับ สลับซับซ้อน ยากจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรแน่ วันนี้โชคดีมากที่คุณแม่ อาจารย์เกษร สุทธจิต ได้มาไขข้อข้องใจหลายประการให้กับพวกเราชาวพุทธ และท่านก็ตอบรับคำเชิญจากผม ขอให้ท่านมาช่วยตอบปัญหา(ที่คัดเลือกแล้วว่าเหมาะสมกับท่าน)ในเว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาทางจิตด้วยความยินดี ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย


ปุจฉา-โดยพุทธญาณและมีเสริมเพิ่มเติมความเห็นในบางช่วง-บางตอนด้วยเพื่อความเข้าใจและสมบูรณ์


วิสัชนา- โดยคุณแม่อาจารย์ เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ แห่ง เว็บไซต์

http://www.dhammapratarnporn.com/ http://www.sangthip.com/
http://www.buddhapoem.com/
http://www.buddha-dhamma.com/



1)ปุจฉา-หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เป็นพระศรีอาริยเมตไตรยจริงหรือ? แล้วพระศรีอาริย์เป็นใครครับ?



วิสัชนา-ใช่...ท่านบารมีเต็มแล้ว 100 ปีเกิดมาช่วยโลกครั้งหนึ่ง เป็นองค์เดียวกับหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ และ สมเด็จพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี แต่เป็นคนละภพ โดยใช้ญาณผ่าน....



พุทธญาณ-ข้อมูลนี้ตรงกับพระศิวพล วชิโร(พ.ธรรมรังษี) ปราจีนบุรี(เข้าใจว่ามีญาณติดต่อหลวงปู่ทวดได้อยู่) แต่ธรรมญาณ- แจ้งว่าหลวงปู่ทวด เคยมาบอกเองที่อาคารอริยสัจ 4 ว่า พระศรีอาริย์ท่านกำหนดอายุศาสนาของท่านไว้แล้ว 20,000 ปี (หลังพระพุทธศาสนามีอายุครบ 5,000 ปีแล้ว)ท่านจะมารับช่วงต่อจากพระศรีอาริย์อีกที แต่ยังไม่ได้กำหนดอายุศาสนาของยุคท่าน ผมเข้าใจและคิดเอาเอง(จะถูกก็ได้หรือจะผิดไปบ้างก็ได้เหมือนกัน)ว่าท่านคงแบ่งช่วงเวลาเป็นภาค -เป็นยุคของท่านก็ได้ แท้จริงแล้ว-ก็คือองค์เดียวกันนั่นแหละ แล้วก็บอกด้วยว่า หลังยุคของท่านก็เป็นยุคของหลวงพ่อโต ก็องค์เดียวกันอีก ตกลงยุคพระศรีอาริย์นั้น คงจะยืนยาวกว่า 20,000 ปีอย่างน้อยก็สามเท่าหรือมากกว่าด้วยซ้ำไป



2)ปุจฉา-หลวงปู่เทพโลกอุดร กับพระปิณโฑละ(บันลือสีหนาท) ใช่เป็นองค์เดียวกันหรือเปล่าครับ?



วิสัชนา-ท่านไม่ตอบนะ ไม่ใช่ไม่ต้องรู้ รู้แล้วไม่มีประโยชน์ จะรู้ไปทำไม? รู้แล้วก็ไม่ได้ทำให้เรารู้แจ้ง หรือพ้นทุกข์ หลุดพ้นไปได้ จะมีประโยชน์อะไร? ท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว ทำงานดูแลรักษาพุทธศาสนา ทำงานแบบพระโพธิสัตว์ โดยอธิษฐานจิตขอไม่ตาย และคอยช่วยเหลือทั้งพระสงฆ์ นักบวช ทั้งในเมืองและในป่าเขาลำเนาไพรที่ปฏิบัติทางจิตภาวนากันอยู่....



พุทธญาณ-ข้อมูลเรื่องหลวงปู่ใหญ่โลกอุดร มีมาหลายทาง หลายสายและหลายกระแสมาก ทั้งหลวงปู่โง่น โสรโย อ.ไพศาล แสนไชย(นิมิตพิศวง) วิริยโยโมสิน เชียงใหม่ หลวงปู่ หลวงพ่อ หลวงพี่หลายๆองค์ รวมทั้งพระศิวพล วชิโรล่าสุดด้วย หลายยุคหลายสมัย ต่อเนื่องกันมา ว่าหลวงปู่เป็นพระอุตตระเถระ(สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช) เป็นพระสงฆ์ที่วัดสันป่ายางหลวง ลำพูน เป็นพระสงฆ์ที่อยุธยา เป็นพรานเจตบุตรสมัยพระเวสสันดร เป็นพระปิณโฑลฯสมัยพุทธกาล ซึ่งผมคิดสันนิษฐานเอาเองว่า น่าจะถูกทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดก็ได้ พระอรหันต์ก็เป็นพระโพธิสัตว์กลับมาเกิดอีกก็ได้(ถ้าท่านเปลี่ยนใจ) ขอไม่ตายก็ได้อีก พวกเราจะไปคิดในเรื่องของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ก็อาจจะถึงเป็นบ้าไปก็ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เราคนธรรมดาจะเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ ผมเองเคยอยากรู้ พอศึกษา ค้นคว้า รู้มากๆเข้า ก็เลยไม่อยากรู้ไปเลย....



3)ปุจฉา-ที่กล่าวว่าพระสังกัจจายน์ ลาพุทธภูมิแล้ว เป็นองค์ไหนกันแน่ครับ?



วิสัชนา-พระสังกัจจายน์-เป็นพระอรหันต์นานมาแล้ว เป็นสาวกภูมิ เข้านิพพานไปแล้ว ส่วนพระพุงพลุ้ยทางมหายานของจีน ตั้งขึ้นมาเฉยๆ เพื่อสักการะบูชา เป็นลักษณะของความอยู่ดี มีสุข และถือเป็นสัญลักษณ์ของพระศรีอาริย์

ส่วนพระอชิตะ-นั้นก็คือ หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ และสมเด็จโต เป็นองค์เดียวกัน แต่คนละภพเท่านั้นเอง....


4)ปุจฉา-พระศิวพล วชิโร (พ.ธรรมรังสี) ปราจีนบุรี เป็นใคร? ได้ธรรมระดับไหน? ที่ท่านกล่าวว่า ผู้ได้มโนมยิทธิเท่ากับปิดอบายภูมิแล้ว จริงหรือเปล่าครับ?



วิสัชนา-ไม่จริง จะปิดอบายภูมิได้แน่นอน ต้องได้โสดาบันก่อน

พุทธญาณ-ได้สอบถามหารือกับธรรมญาณเรื่องนี้ ให้ความเห็นว่า สำคัญอยู่ที่ตอนจะตาย หากจิตยังจับพระพุทธเจ้าได้อยู่(มโนมยิทธิอาศัยบารมีพระพุทธองค์ขึ้นไปเที่ยวชมที่โน่นที่นี่ได้ ไม่ได้ไปด้วยตนเอง)ฉัพพรรณรังษีของพระพุทธเจ้าก็สามารถคุ้มครองเขาได้อยู่ ไม่สามารถดึงลงไปสู่อบายภูมิได้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยทั้งสองท่านหลัง



5)ปุจฉา-พระพุทธรูปปางทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ พระพุทธชินราช องค์ไหน?เป็นพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม องค์ปัจจุบัน หรือพระศรีอาริยเมตไตรย?



วิสัชนา-ทุกๆองค์เป็นทั้งหมด รวมทั้งหลวงพ่อฤาษีฯด้วย ถ้าเป็นปางนิพพานแล้วเหมือนกันหมด สังเกตได้ง่ายๆคือ ขนาดองค์ของพระวิสุทธิพุทธรังษี บรมบิดา ใหญ่กว่าสมเด็จองค์ปฐมมาก พระองค์ท่านส่งศาสดามาสั่งสอนในมนุษย์โลกตามจริตของคนที่แตกต่างกันไปในหลายๆพื้นที่และช่วงระยะเวลาตามความเหมาะสม



6)ปุจฉา : จิต-ที่ว่าเป็นวุ้นใสๆที่อุณาโลม บางคนว่าอยู่ที่ลิ้นปี่ หรือขั้วหัวใจ เชื่อมโยงประสาทสัมผัสเหมือนต่อม เอ็น ขนาดเท่าเม็ดมะขามป้อม ไม่ตกถึงพื้น(ดิน) หากตายนานก็หายไป อยู่ในหัวกะโหลก จริงหรือไม่?



วิสัชนา-ไม่จริง จริงๆแล้วเป็นกายทิพย์ภายใน ไม่มีรูปขันธ์ ไม่เป็นวัตถุ มองไม่เห็น จิตนั้นละเอียดมากยิ่งกว่าอากาศ



7)ปุจฉา : สมเด็จวังหน้าฯศิษย์หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ที่เรียกว่า "พระเจ้าลิ้นดำ"เป็นองค์ไหน?ในยุค ร.1-2-3-4-5? พระยาเสือ-สุรสิงหนาท(เจ้าพระยาสุรสีห์) กษัตริย์วังหน้า พระอนุชา ร.1 นั้น เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ใหญ่หรือเปล่า?



วิสัชนา-ท่านไม่ตอบนะเรื่องอดีต รู้ถูกก็ไม่มีประโยชน์ ใครจะเป็นอะไร?ไม่ต้องสนใจ ควรสนใจเรื่องการปฏิบัติตนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ดีกว่า หากถามเรื่องนี้แล้ว ยินดีจะตอบให้ เพราะดี มีประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น



8)ปุจฉา: การกราบไหว้บูชาพระบิดา พระวิสุทธิพุทธรังษี นั้นจะใช้คำสวด หรือ ภาวนาว่าอย่างไร? จะใช้


"อะหัง วันทามิ พระวิสุทธิพุทธรังษี พระบรมสารีริกธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพโส"

เหมือนพระพุทธเจ้าได้หรือไม่? เพราะอะไร?



วิสัชนา-ควรใช้คาถาของท่าน(พระบิดา)ที่ให้ไว้ เพื่อเปิดรับพลังแสงทิพย์อริยธรรมนั่นแหละ คือ


"นะโมพุทธายะ"


ท่อง สวด ภาวนาทั้งหายใจเข้า-และหายใจออก สวดภาวนาเรื่อยไปในทุกๆอิริยาบถ ทั้งยืน-เดิน-นั่ง-นอน ใครๆก็ทำได้ รับได้ หากเปิดจิตรับพลังนั้นได้ หากไม่เปิด(ไม่ศรัทธา)และไม่มีศีล ก็รับไม่ได้


พระบิดาท่าน ไม่มี"ธาตุโย" ไม่เคยลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ไม่มีรูป ไม่มีร่าง ไม่มีธาตุขันธ์ มีแต่แสง-สี-เสียง ที่เป็นพลังงานศักดิ์สิทธิ์(แสงทิพย์ฯ-ฉัพพรรณรังษี) หรือจะใช้คาถา คำสวด บูชาท่านสั้นๆแบบอื่นๆทำนองเช่นว่านี้ก็ได้เหมือนกัน ที่ท่านปรากฏให้เห็นเป็นกายทิพย์ พระนิรมานกาย หรือ พระสัมโภคกาย คาถา คำสวดบูชาสั้นๆนั้น คือ



1.อะหัง วันทามิ พระวิสุทธิพุทธรังษี

2.พระวิสุทธิพุทธรังษี วันทามิ

3.พระวิสุทธิพุทธรังษี พระบรมบิดา อภิปูชยามิ



เมื่อเราคิดถึงท่าน ท่านก็คิดถึงเรา มาอยู่กับเรา เหมือนพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทพเจ้า เทพ พรหมทั้งหลายนั่นแหละ ใครชอบแบบไหน? ก็เลือกใช้กันเอาเอง ดีทั้งนั้น



9)ปุจฉา-ข่าวแจ้งมาจากเบื้องบนว่า หลวงพ่อฤาษีฯวัดท่าซุง เมื่อทิ้งขันธ์เข้านิพพานแล้ว(ลาพุทธภูมิไปก่อนหน้านั้น) ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมเบื้องบนขึ้นเป็น"พระพุทธเจ้า" เพราะท่านเป็นโลกะวิทู-มีความรู้หมดทุกอย่างเทียบเท่าพระพุทธเจ้า และมีความเชี่ยวชาญด้านวิชา มโนมยิทธิเป็นพิเศษ นั้น เป็นความจริงหรือไม่ครับ?



วิสัชนา-จริง ใช่แล้ว แต่ว่าเรียกท่านว่า "น้องพระพุทธเจ้า" น่าจะเหมาะสมและดูดีกว่า ตามแบบฉบับอ่อนน้อมถ่อมตนของหลวงพ่อ กระมัง



10)ปุจฉา-ศิษย์หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรสมัยปัจจุบัน ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีใครบ้างครับ?



วิสัชนา-หลวงปู่ละมัย เพชรบูรณ์ คุณแม่สงกรานต์ พะเยา คุณแม่มณีจันทร์ ขอนแก่น คุณประยอม แม่บ้านของ อ.เกษรฯ และตัวอาจารย์เกษรฯเอง ท่านก็มาสอนให้หลายครั้งแล้ว ที่จริงมีเยอะกว่านี้อีกหลายเท่า ทั่วประเทศ



พุทธญาณ(เสริม)-คิดว่ามีเยอะเป็นหลายสิบท่าน/องค์ หรือมากกว่านี้อีก ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่สุวรรณภูมิที่หลวงปู่ใหญ่ท่านรับผิดชอบดูแลอยู่ เท่าที่ผมเองทราบ ศึกษาค้นคว้าได้มาอีกหลายท่านดังนี้....



-หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

-ท่านพ่อพีระ ปั้นมณี(พระสมุห์มโนธรรม มนธัมโม ภิกขุ)อุตรดิตถ์

-อาจารย์วราคม แก้วพิกุล ศรีสะเกษ

-พระพิพัฒน์ โชติวโร(สิทธา เชตวัน) ร้อยเอ็ด

......ฯลฯ.......



11)ปุจฉา-หลวงพ่อกบ หลวงพ่อโอภาสี ตายไปแล้ว แต่ไม่ตายจริง หายไปทั้งกายเนื้ออยู่ในโลกวิญญาณ ปรากฏตัวตามประเทศเพื่อนบ้านไทยให้ผู้คนเห็นบ่อยๆ จริงหรือไม่ ? หรือเป็นแค่ข่าวโคมลอย?



วิสัชนา-ใช่แล้ว เป็นเรื่องจริง เพราะท่านได้อภิญญาใหญ่ ทำได้อยู่แล้ว รวมทั้งหลวงปู่เที่ยงธรรม ที่เพิ่งมรณภาพไปเมื่อเร็วๆนี้ด้วย



12)ปุจฉา-ภัยพิบัติในไทยครั้งใหญ่จะเกิดอีก ประมาณปลายปี 2551 จริงหรือไม่ ? การแก้ไขด้วยการสร้างถาวรวัตถุทางศาสนาจะช่วยได้หรือไม่ ประการใด?



วิสัชนา-ไม่จริง เป็นภัยพิบัติของโลก ไทยแค่โดนหางๆเท่านั้นเอง การแก้ไขด้วยวัตถุเสื่อมได้ หนักเป็นเบา แต่ที่ช่วยได้จริง คือ แสงทิพย์อริยธรรม ที่กำลังเผยแพร่อยู่ ขณะนี้ได้ประมาณเกือบล้านคนแล้ว สร้างคนดีมีศีลธรรม ยกระดับจิตวิญญาณคนไทยให้เป็นพระอริยเจ้ากันมากๆ ทุกอย่างเป็นอมตะ พลังบุญกุศลนี้จะช่วยเมืองไทยให้รอดพ้นภัยพิบัตินานาได้ทั้งในระยะ1-2 ปี หรือ อีก 10 กว่าปีที่กลัวกันนักก็ตาม แสงทิพย์ฯ-ช่วยได้ดีที่สุด เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด และรับได้ง่ายมาก ไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย....


13)ปุจฉา-การเผยแพร่ที่ดีที่สุด ได้บุญกุศลมากที่สุด คือ ทำอย่างไรครับ?


วิสัชนา-แผ่เมตตาออกไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ(รวมทั้งเทพ พรหม ผีต่างๆด้วย)ออกไปจากตัวเรา ไปทั่วบริเวณบ้าน ทั่วเมือง(เช่นกรุงเทพฯ) ทั่วประเทศไทย ทั่วโลก ทั่วจักรวาล และทั่วอนันตจักรวาล โดยอุทิศส่วนกุศลผลบุญที่เราทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันให้ไปด้วย โดยฝากไปกับฉัพพรรณรังษี(แสงทิพย์อริยธรรม)ของพระบิดา พระวิสุทธิพุทธรังษี แล้วมีโอกาสก็เผยแพร่ ถ่ายทอดแนะนำสอนผู้อื่นต่อๆไปด้วย ให้มากที่สุดเท่าจะมากได้ ผลบุญเราก็จะได้รับมากขึ้นตามส่วนด้วย....



14)ปุจฉา-ผู้รับแสงทิพย์ฯรับกันได้ทุกคนหรือไม่? รับแล้วบรรลุโสดาบันทุกคนหรือเปล่าครับ? เพราะอะไร?



วิสัชนา-รับได้ทุกคน แต่อาจรับได้ไม่เท่ากันทุกคน หากศีล 5 ครบ เคารพศาสดาของตนเอง(ไม่ว่าศาสนาใด) มีนิพพานเป็นอารมณ์(ไม่ประมาท คิดถึงความตายเป็นปกติ) ก็จะรับได้เต็ม 100% ศีลไม่ครบก็รับได้ไปตามส่วน(ดีกว่าไม่ได้รับเลย) ใครรับได้เต็ม ก็ยกระดับเป็นพระอริยะไป ไม่เต็มก็ยังไม่ได้เป็น ต่อไปถ้ารักษาศีลได้เต็มสมบูรณ์ รับใหม่ก็ได้เลื่อนอริยะฐานะได้.........


15)ปุจฉา-เราจะถวายข้าวปลา อาหาร เครื่องดื่ม (ก่อนเราจะกินข้าว) ดอกไม้ ธูป เทียนแก่พระบรมบิดา พระวิสุทธิ พุทธรังษี ตักบาตรวีระทะโย (คาถาเงินล้าน)เหมือนเราถวายพระพุทธเจ้าหรือพระองค์หนึ่งได้หรือไม่?



วิสัชนา-ใช้ได้ ดีทั้งหมดและดีมากๆด้วย เราคิดถึงท่าน ท่านก็คิดถึงเรา เหมือนเราเป็นลูก คิดถึงบุญคุณพ่อแม่ ทำอะไรให้ท่านก็ดีทั้งนั้น



16)ปุจฉา-อายตนะนิพพาน-คือ อะไรครับ ? เห็นทางธรรมกายชอบพูดและอ้างถึงกันมาก



วิสัชนา-อายตนะนิพพาน= กายนิพพาน= กายทิพย์ ของเทพ-พรหม อะไรที่ไม่ใช่จิตปัจจุบัน เป็นกิเลสของปลอม ไม่แน่นอนทั้งนั้น ความอยากรู้ก็เป็นกิเลส สนใจไปก็ไร้ประโยชน์......


แต่จิต-นิพพาน :: เป็นของจริง อมตะตลอดกาล นิพพาน- มีอายตนะของกายทิพย์นิพพาน ก็เป็นของจริง.....



พุทธญาณ แสงทิพย์อริยธรรม

Buddhayan.SangthipAriyadhamma@gmail.com







 

Create Date : 17 สิงหาคม 2549    
Last Update : 17 สิงหาคม 2549 15:07:51 น.
Counter : 501 Pageviews.  

อาจารย์ คุณแม่ เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ กับแสงทิพย์อริยธรรม





ถาม-อาจารย์ คุณแม่ เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ เป็นใคร? มีประวัติ หน้าที่ที่น่าสนใจ และมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างไรบ้างครับ?

อาจารย์เกษรฯ- เป็นคนเมืองเชียงใหม่ บ้านอยู่ที่นั่น เคยเป็นพยาบาล แล้วแต่งงานกับหมอ ไปทำงานที่อเมริกาหลายสิบปี ต่อมาไปสอนพยาบาลที่นั่นหลายปี อาจารย์ได้รับมอบหมายงานพิเศษจากพระบิดา พระวิสุทธิพุทธรังษีโดยตรง ให้เผยแพร่แสงทิพย์อริยธรรมออกไปให้กว้างขวางที่สุด ให้คนไทย ชาวต่างประเทศ ทุกศาสนา ที่มีศีล 5 ครบ ยกฐานะจากคนธรรมดาเป็นพระอริยเจ้า หรือถ้าเป็น"อริยะ"อยู่แล้วก็เพิ่มให้อีก 1 ขั้นสูงขึ้น ปิดอบายภูมิไว้ก่อน จะได้ไม่มีความทุกข์มากนักในยามกลียุคนี้ และเร่งรัดปฏิบัติธรรมต่อไปเพื่อมรรค-ผล-นิพพานเป็นที่สุดต่อไป.....

ชัย แสงทิพย์ฯ




ถาม : ผู้เขียน(อ.เกษรฯ)ปฏิบัติกรรมฐานแบบไหน ?


ตอบ :

ผู้เขียนคือดิฉันเป็นผู้มีศรัทธาจริต มากจริตอื่น ตั้งแต่เล็ก ๆ ชอบดูพระพุทธรูป ชอบดูผ้าเหลืองชอบไหว้พระ สวดมนต์ โตขึ้นก็ชอบศึกษาหาความรู้ว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไร อ่านหนังสือพระไตยปิฏก 45 เล่ม พระอภิธรรมปิฏกก็อ่าน ตอนเด็กคุณแม่สอนภาวนาพุท-โธ ตอนอายุ 40 วาสนาดี ได้ฝึกมโนมยิทธิ สัมผัสพระพุทธเจ้า จิตก็ไม่ยอมไปไหน เกาะอยู่กับพระพุทธองค์เบื้องบนพระนิพพาน กายบนโลกก็ทำงานตามหน้าที่ (แม่ ภรรยา พยาบาล) เฝ้ากราบทูลถามปัญหาพระบรมโลกนาถศาสดา ปัญหาทางโลกพระองค์ไม่ตรัสตอบ แต่จะตรัสตอบปัญหาทางธรรม ก่อนนอนก็ภาวนา หายใจเข้าออกจนหลับ จิตหลับข้างบนพระนิพพาน กายก็หลับบนที่นอน ร่างกายก็แข็งแรงโรคภัยไม่รบกวน

ผู้เขียนชอบกรรมฐานหลายอย่าง ดังนี้


1. กายคตานุสติกรรมฐาน ร่างกายเป็นของสกปรกเหม็น
2. มรณานุสติกรรมฐาน รู้ตัวว่าไม่ช้าเราต้องตายแน่
3. พุทธานุสติกรรมฐาน มีพระบรมศาสดาอยู่ในจิต
4. ธรรมานุสติกรรมฐาน พิจารณาว่าคน วัตถุทุกอย่าง ทรัพย์สมบัติ พังสลายไม่มีอะไรเหลือ จิตจับพระนิพพาน
5. สังฆานุสติกรรมฐาน นึกถึงองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยานและพระอรหันต์สาวกทุก ๆพระองค์อยู่เสมอ
6. อุปสมานุสติกรรมฐาน จิตแอบขึ้นไปเดินจงกรมบนพระนิพพาน
7. อานาปานุสติกรรมฐาน นึกขึ้นมาได้ก็ดูลมหายใจเข้าออก พร้อมกับภาวนา นะมะพะธะ นะโมพุทธายะ ป้องกันจิตคิดฟุ้งซ่านนอกเรื่องไร้สาระ
8. อาหาเรปฏิ***ลสัญญา พิจารณาอาหารมาจากซากพืชสัตว์ สกปรก
9. อสุภสัญญา พิจารณาร่างกายเป็นซากศพเหม็นสาบสางน่าเกลียด
10. อนัตตสัญญา พิจารณาร่างกายเป็นบ้านเช่า จิตเรามาอาศัยชั่วคราว ไม่ใช่ตัวเราจริง เป็นของปลอม แตกสลายเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ จิตไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ของไตรลักษณ์ จิตเป็นอิสระ ถ้าไม่ติดหลงใหลในกาย ทรัพย์สมบัติ จิตจะไม่หลงวนเวียนในนรก โลก สวรรค์ พรหมอีก
11. สพโลเกอนภิรตสัญญา มองเห็นโลกทั้งโลกไม่ใช่ของสวยงาม เป็นของอันตราย น่ากลัว เปลี่ยนแตกสลาย ตายกันหมด โลกนี้มีแต่ภัยอันตราย ทั้งในกายนอกกาย


ผู้เขียนไม่บังอาจโอ้อวดว่าได้บรรลุอะไรแล้วบ้าง เป็นเพียงลูกศิษย์ขององค์พระตถาคต รักบูชาพระองค์ท่านสูงสุด แต่ผู้เขียนก็ยังมีจิตหนาอธรรมอยู่มาก จะต้องกำจัดออกจากจิตให้ได้ในชาตินี้ เพราะเห็นโลกนี้วุ่นวายเป็นทุกข์ไม่จบสิ้น ผู้เขียนชอบหาความรู้โดยเฉพาะความรู้ที่ตามองไม่เห็น

มโนมยิทธิ นั้นผู้เขียนชอบมากและปฏิบัติทุกขณะ เหตุที่ชอบมากเพราะได้สัมผัสพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า เทพ พรหม ตามความเป็นจริง ได้เห็นนรกน่ากลัวมาก จึงกลัวว่าจะมีคนเก่งอาจหาญไปอยู่ ดิฉันจึงรีบเขียนหนังสือนี้ชักชวนท่านผู้อ่านไปแดนที่องค์พระผู้มีพระภาคเจ้ารอคอยพุทธบุตรของท่านทุกคนที่พระนิพพาน พระพุทธองค์ตรัสว่า กายไปนิพพานไม่ยาก ไม่ง่าย กำลังพอดี คือแบบกลาง ๆ ไม่เกียจคร้าน ไม่ขยันเกินไปก็ถึงแน่แดนทิพย์นิพพาน

หากจะถามว่าผู้เขียนปฏิบัติพระกรรมฐานวันละกี่ชั่วโมง ก็จะตอบได้ดังนี้ ผู้เขียนตั้งใจใช้เวลาที่ตื่นอยู่ ทุกขณะจิต มองดูโลกรอบข้างว่า เป็นโลกของการเปลี่ยนแปลงและสูญสลายพังทลายไม่ว่าบ้านตึกถนนมีแต่ความเก่าผุพัง นอกจากนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ทำงาน ขับรถ ทำงานบ้าน พูดกับใคร ๆ ก็ไม่ลืมว่ามีพระพุทธองค์ประทับอยู่ในใจอยู่ในหัวสมอง มีสมเด็จพระบรมศาสดา 5 พระองค์คือ

นะ คือ ชื่อพระพุทธเจ้า กกุสันโธ
โม คือ ชื่อพระพุทธเจ้า โกนาคม
พุทธ คือ ชื่อพระพุทธเจ้า กัสสป
ธา คือ ชื่อพระพุทธเจ้า สมณโคดม(องค์ปัจจุบัน)
ยะ คือ ชื่อพระพุทธเจ้า ศรีอาริยเมตตรัย (องค์อนาคตกาล)

นอกจากพระพุทธเจ้า 5 พระองค์แล้วดิฉันก็นึกถึงองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐม (สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพล ที่ 1) ดิฉันกำหนดจิตออกจากร่าง (กายปลอม) เอากายจริง คือ อทิสสมานกายหรือกายทิพย์ ไปกราบนมัสการสมเด็จองค์ปฐม กอดท่านแล้วร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติ คิดว่าสักวันถ้ากายปลอมแตกสลายจิตดิฉันจะขอไปรับสนองพระยุคลบาท ให้พระองค์ใช้สอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้มองเห็นแสงสว่างพระนิพพานบ้างถ้าความสามารถของดิฉันมี


ดิฉันกำหนดจิตอยู่เบื้องบนพระนิพพาน เกือบตลอดเวลาที่มีสตินึกขึ้นมาได้ ส่วนกายขันธ์ 5 ก็ทำงานทุกอย่างตามหน้าที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดิฉันไม่มีเวลานั่งสมาธิหลับตา จะทำสมาธิทั้ง ๆที่ลืมตา ทำอาหาร ล้างจาน ถูบ้าน ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ จ่ายตลาด อันนี้เป็นของง่ายสำหรับดิฉัน แต่ถ้าให้นั่งนิ่ง ๆ ภาวนาจิตดิฉันจะกังวลกับธุระการงานกลัวว่าจะทำไม่เสร็จ ดิฉันจะภาวนาได้ดีก็ตอนล้มลงนอน ก่อนหลับหรือตื่นนอนยังไม่ลุกจากที่นอนก็ภาวนา นะมะ(หายใจเข้า) พะธะ(หายใจออก) สัก 5-10 นาที ก็ลุกขึ้นทำงาน



เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ ( Kasorn@hotmail.com )


ถาม-อ.เกษร สุทธจิต จันทร์ประภาพ เป็นใครในอดีตชาติ? มีความสำคัญต่อพุทธศาสนาอย่างไร?


ตอบ-ท่านเคยเกิดในสมัยพุทธกาลเหมือนกัน เป็นใคร?คงต้องถามตัวท่านดูเอง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ตำแหน่งข้างบนก็ไม่ใช่เล็กๆ เป็นผู้อุปถัมภ์ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน ก็ยังประพฤติปฏิบัติอยู่......


ธรรมญาณ ( Dhammayan@buddha-dhamma.com )


วันสองวันมานี้ ได้สนทนาธรรมกับ อ.เกษรฯตามปกติ ได้สอบถามท่านเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านขึ้นไปบนพระนิพพาน พบพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม เข้าไปกอดท่าน แล้วร้องไห้นั้น มีความหมายว่าอย่างไร ?

อ.เกษรตอบว่า-ก็เป็นลูกของท่าน ผมก็ถามต่อว่า แล้วผมล่ะ เกี่ยวข้องอะไรกับท่านไหม? ทำไมไปหล่อพระ สร้างพระ ทำบุญที่ไหน? ก็พบแต่สมเด็จองค์ปฐม พบจนนับวัดไม่ค่อยจะได้แล้ว มีทั่วไปหมดแทบทุกภาคของประเทศไทย ภาคเหนือมากที่สุด บางจังหวัด เช่น อยุธยา ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา นครสวรรค์ ฯลฯมีตั้งหลายวัด......

อ.เกษร ก็ตอบอีกว่า-ผมก็เป็นลูกของท่านเหมือนกัน เป็นพี่น้องกันมานี่หลายแสนชาติ ผมน่ะเคยเป็นทั้งกษัตริย์-เจ้าเมือง-แม่ทัพใหญ่-นักรบ -นักรัก -นักบวช- นักปฏิบัติธรรม -และอีกสารพัดนัก ฯลฯ มาตลอดสายแห่งการบำเพ็ญบารมีอันยาวนาน .......

โอ้โฮ.....มิน่าล่ะ ผมถึงต้องมาช่วยอาจารย์อย่างนี้นี่เอง ลมอะไรพัดมาให้เจอกันธรรมะจัดสรร กรรมพัวพัน หรือ รหัสพันธุกรรมอะไรก็แล้วแต่ ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัย มีเหตุมีผลสนับสนุนทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด แล้วผมก็ดีใจนะ ที่ได้มาช่วยอาจารย์ที่แสงทิพย์อริยธรรมนี้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับงานพัฒนาจิตคนที่ผมทำอยู่แล้ว อย่างแยกกันไม่ออก สามารถจะเสริมต่อยอดกันไปได้อย่างลงตัวที่สุดด้วย อาจารย์จะให้ผมทำอะไร? ถ้าผมทำได้ ผมจะทำให้อาจารย์ทันที หรือบางที บางเรื่องอาจารย์ไม่บอก ไม่ต้องขอ หรือขอให้ผมทำ ให้ผมช่วย ผมก็จะทำให้เองอีกต่างหาก......

ผมภูมิใจในตัวอาจารย์มากนะ และมีความสุขที่สุดกับการทำงานยิ่งใหญ่เพื่อชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ รวมทั้งมนุษย์ชาติและโลกใบนี้ด้วย.......


วิชัย ภาคอรรถ/ชัย แสงทิพย์อริยธรรม
ChaiSangthip@yahoo.com








 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2549 8:14:48 น.
Counter : 575 Pageviews.  


AmataNippan
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พุทธญาณ แสงทิพย์/เนิน แสงทิพย์/ชัย แสงทิพย์ ฯลฯ

สถาบันแสงทิพย์อริยธรรม -บ้านฉัตรไชย บางเขน

http://www.buddhapoem.com
http://www.buddha-dhamma.com

อีเมล์- BuddhayanSangthip@gmail.com
NernSangthip@yahoo.com
ChaiSangthip@www.com
Friends' blogs
[Add AmataNippan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.