มหาอมตะนิพพาน แดนสราญบรมสุข อยู่ดีไม่มีทุกข์ พบสุขสันติ์นิรันดร์กาล อยากไปก็ไม่ยาก ต้องถอนรากหักโคนราน ตัณหา-อุปาทาน กิเลสมารโลภ-โกรธ-หลง "ละชั่ว"-"ทำดี"พร้อม มนัสน้อมจิตมั่นคง "ชำระใจสะอาด"ยง- ยืนธำรงตราบวันตายฯ.....
Group Blog
 
All Blogs
 

บทกวีทิพย์ :: ตัวเลข(๑-๐)กับชีวิตมนุุษย์

พุทธญาณ-ธรรมญาณ-สังฆญาณ"

๐ "ตัวเลข-เป็นสิ่งสมมุติ"มนุษย์สร้าง จากหนทาง"ธรรมชาติ"ประหลาดเหลือ

"ธรรมชาติของจักรวาล"เป็นว่านเครือ เป็นหน่อเนื้อให้"ศึกษาค้นคว้าธรรม"

คือ"สสาร"หรือ"วัตถุ"เคลื่อนไหวได้ มีระบบระเบียบไว้ให้คมขำ

เหมือนโลกมนุษย์ที่"ผู้รู้"เป็นผู้นำ บรรจงทำสร้างขึ้นมาบรรดามี

เป็นอัจฉริยภาพโดดเด่นเห็นธรรมะ จาก"พุทธะ"บ่งชัดจรัสศรี

ได้เรียนรู้"ธรรมชาติ"ประหลาดดี "ชาติ"ผู้นี้ให้กำเนิดเกิดชีวา!!!

"ธรรมชาติ"ให้กำเนิดเกิด"ฅน-สัตว์" สารพัดสารพันจาก"ตัณหา"

"ตัวเลข"สมมุติจากอะไร?ที่ไหน?มา เป็นเรื่องน่าหาคำตอบเพราะชอบกล

"เลขหนึ่ง(๑)"ต้นกำเนิดเกิดที่สร้าง เป็น"ศูนย์กลางจักรวาล"บันดาลผล

"ศูนย์กลางน้อย"ค่อยขยายหลายวงวน กว้างชอบกลเป็นปริศนาน่าใคร่ครวญ

อัน"เลขหนึ่ง(๑)"พึงแทนค่า"ดวงอาทิตย์" "สร้างชีวิต"หลายหลากมากกระสวน

เสมือน"จิต"ของมนุษย์ที่สุดควร เป็นกระบวนคือ"ตัวรู้"ซ่อนอยู่ใน

"พระอาทิตย์"เหนี่ยวรั้ง"ดาว"ทั้งหมด เกิดปรากฏ"วัฏจักร"เป็นหลักใหญ่

ให้หมุนเวียนด้วยอำนาจแห่ง"ธาตุไฟ" "ต้นธาตุ"ในจักรวาลนับนานเนา

ไร้"อาทิตย์""ดาว"คงพลัดกระจัดกระจาย "สัตว์-ฅน"ตายเพราะขาดแดดที่แผดเผา

"อาทิตย์"ให้แสงสว่างเปิดทางเรา ซ่อนเหมือน"เงา"แนบติดจิตวิญญาณ!!!

อัน"ธาตุไฟ-ไม่มีดีและชั่ว" เหมือน"จิต"ตัวกับ"อารมณ์"ผสมผสาน

เพราะ"ไม่รู้"ขาด"ผู้สอน"สุนทรทาน "ยิ่งเนิ่นนานยิ่งทำผิด"....ติดจนชิน!!!

"โลภ-โกรธ-หลง"เกิดได้เพราะ"ไม่รู้" ต้องมี"ครู"แนะนำทำ"กสิณ"

"สมถะ-วิปัสสนา"ฟอกราคิน ให้หมดสิ้นไปจากจิต....นิจนิรันดร์

๐ "เลขสอง(๒)"คือ"พระจันทร์"อันแทน"ใจ" ส่องแสงไกลสู่"ราหู"เชิดชูขวัญ

สะท้อนจาก"ดวงอาทิตย์"นิจนิรันดร์ อัน"พระจันทร์"มีขึ้น-แรม...ไม่แจ่ม-มัว

มีทั้ง"มืด"และ"สว่าง""สอง"ทางอยู่ เปรียบเทียบดูเหมือน"ใจ"ฅนปน"ดี-ชั่ว"

"รู้-ไม่รู้""สุขกับทุกข์"รุกพันพัว จำ"ดี-ชั่ว"หมุนเวียนมีเปลี่ยนแปร

มี"พอใจ-ไม่พอใจ"ต่างไปบ้าง "มืด-สว่าง"วนเวียนเปลี่ยนกระแส

"เดิมใจฅนใสสะอาด-สงบ"แล แต่สอนแปรไปผิดๆให้"ติดยึด"!!!

"สอนให้ยึด-สอนให้อยาก"มากหลงผิด "ชั่ว"เลยติดตัวตน...จนอัดอึด

"จิตบันทึกไว้แต่ชั่ว"เป็น"ตัวยึด" ความประพฤติจึงหมองเศร้าโง่เขลาไป!!!

จึงเกิด"พระศาสดา"มาสอนสั่ง ให้ระวังมี"สติ"ริแก้ไข

ใช้"ปัญญา"ส่องสว่างกระจ่างใจ "ด้านมืด"ไซร้ให้"สว่าง"เห็นทางเดิน!!!

๐ "เลขสาม(๓)"แทน"ดาวอังคาร"ประมาณหมาย คือ"ร่างกาย"ของมนุษย์สุดสรรเสริญ

เหมือน"คัมภีร์เล่มใหญ่"ให้จำเริญ ศึกษาเดินใช้เป็น"ครู"อยู่ทุกคราว

"เด็กทุกคนเกิดมาต้องลั่นร้องไห้" ทนไม่ได้อนาทรกับร้อน-หนาว

สิ่งแวดล้อมห้อมชีวิตโลหิตคาว ต่อสู้ราว"เทพเจ้า-ดาวอังคาร"!!!

เป็น"เทพเจ้าแห่งการต่อสู้" แรกก็รู้"ลมหายใจ"ไห้ประสาน

"ทุกชีวิตต้องต่อสู้"ดูอาการ องค์"สาม"ผ่านต้องพิสูจน์"คิด-พูด-ทำ"!!!

อีก"สาม"ธาตุคือ"ธาตุน้ำ-ธาตุไฟ- ธาตุดิน"ไซร้ช่วยชุบอุปถัมภ์

คือ"อาหาร-หล่อเลี้ยงกาย"หญิง-ชายนำ "สาม"ธาตุย้ำหากขาดหนึ่งก็ถึงตาย!!!

แล"ธาตุลม"คือ"ชีวิต"สนิทร่าง ขาด"ลม"ร้าง"สิ้นลม"ล่มสลาย

"ขาดลม-กายย่อยยับ"ดับวอดวาย "เลขสาม(๓)"หมาย"กาย"เป็น"ครู"เร่งรู้เรียน

๐"เลขสี่(๔)"แทน"ดาวพุธ"สุดใกล้ชิด "ดวงอาทิตย์"อยู่ทุกวันไม่หันเหียน

"พุทธะคือผู้รู้"ผู้พากเพียร คงแก่เรียน"สอนฅน-สอนตนเอง"!!!

เป็น"ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน"ทุกกาลสมัย "ธาตุธรรม"ในเจาะจงล้วนตรงเผง

รู้"ธาตุสี่-ธรรมสี่"ผลดีเอง "ธาตุสี่"เพ่งที่"ร่างกาย"หญิง-ชายเรา

มี"ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม"ต้องสมส่วน "ธรรมสี่"ล้วนคือ"ใจ"ชี้ใช่เขลา

"รู้สึก-รู้จำ-รู้คิด-รู้สัมผัส"เห็นชัดเรา "วันพุธ"เนา"พุธกลางวัน-พุธกลางคืน"

"พุธกลางวันคือธาตุสี่"ที่เราเห็น "ร่างกาย"เด่นเรี่ยวแรงมีแข็งขืน

และคือ"ใจ"ไม่สว่าง"พุธกลางคืน" "หลับไม่ตื่น-มองไม่เห็น"เป็นเช่นไร?

ต้องมองจาก"กิริยาอาการ"บอก จากภายนอก"กาย"จึงเห็นเป็นไฉน

"พุธกลางคืน"ต้องหัดฝึกสำนึกใน "ฟอกหัวใจ"ให้สว่างดุจ"กลางวัน"!!!

๐ อัน"เลขห้า(๕)"แทน"ดาวพฤหัส" บ่งชี้ชัด"คือครู"เชิดชูขวัญ

ถือเป็น"ครูของมนุษย์"สุดรำพัน "กาย-ใจ"นั้นคือ"ขันธ์ห้า"บรรดามี

"ธรรมชาติสร้าง"ให้ฅนนึกได้ศึกษา ว่า"ขันธ์ห้าคือกาย"ตนวิมลศรี

เหมือนหิ้ว"พระไตรปิฎก"พกคัมภีร์- อันเคลื่อนที่ให้เราเห็นมิเว้นวาย!!!

คือ"หัวหนึ่ง-แขนสอง-และขาสอง" "ห้า"ส่วนพ้อง"ครูอาจารย์"ประมาณหมาย

"ใช้สอนฅน"ได้ยอดยิ่งทั้งหญิง-ชาย เป็นจุดหมายให้เรียนรู้...ต้องดูเอา!!!

"การเรียนรู้ตนเอง"นั้นมันยิ่งใหญ่ สุดเปรียบได้เพราะเท่ากับช่วยดับเขลา!!!

ตี"ขันธ์ห้า"ให้แตก....อย่าแบกเอา "จิต"จะเบาเมื่อ"ละวาง"ทุกอย่างลง!!!

๐ "เลขหก(๖)"แทน"ดาวศุกร์"ไม่ทุกข์โศก เกิดในโลกหวัง"สุข"เปรมดั่งเหมหงส์

มี"ห้าส่วนครบ"แล้วไม่แคล้วคง เติมอีกองค์"ส่วนที่หก"ตกจากตัว

"สิ่งที่หกจากกายา-อาการกาย" คือความหมายว่า"ความสุข"สนุกหัว

ทุกชีวิตต่างไขว่คว้าเข้าหาตัว ไม่มีใครหา"ทุกข์-ชั่ว"มาใส่ตน!!!

เป็นธรรมดาของฅน"เช่นนั้นเอง" เหมือนบทเพลงสร้างความสุขไร้ทุกข์ผล

เป็นธรรมชาติ"หวังแต่สุขกันทุกฅน" ระวังล้น!!!..."หก"สุขก็ให้พอควร

๐ "เลขเจ็ด(๗)"แทน"ดาวเสาร์"ความเศร้าโศก อยู่คู่โลก"สดใส"กับ"ไห้หวน"

เป็น"เสา"หลักของชีวิตที่คิดควร เป็นกระบวนเหมือนสมบัติที่จัดมา

"ธรรมชาติจัดสรร"อันยุติ ไร้ตำหนิ"ความสุข"คู่"ทุกขา"

มี"สดชื่น"รื่นเริงบันเทิงพา มี"โศกา"พลัดพรากไปจากกัน!!!

"ธรรมชาติบริสุทธิ์-ยุติธรรม" เหมือน"เสา"ค้ำหลักชีวิตไม่ผิดผัน

เกิดมาแล้วต้องพบประสบมัน "โลกธรรม์"หลีกไม่พ้น....ฅนทั้งปวง!!!

๐ "เลขแปด(๘)"แทนโลกา"ดาวราหู" ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ที่สุดหวง

"ที่อาศัยและที่ฝัง"ชีพทั้งปวง "แปด"ใหญ่หลวงคือ"รูปธรรมและนามธรรม"

"รูปธรรมสี่-นามธรรมสี่"นี้คือ"ตน" เรียกว่า"ฅน"หรือ"มนุษย์"ช่างสุดขำ

"คน"ให้ทั่วจึงเป็น"ฅน"ตนกระทำ ให้น้อมนำศึกษาเข้าหาแกน

ถึง"แก่นแท้ของชีวิต"คิดดูเถิด ของการ"เกิด"เป็น"ฅน"พิกลแสน

"ฅนเกิดมาเพื่ออะไร?"ในโลกแดน "เลขแปด(๘)"แทน"ฅน"หรือ"โลก"วิโยคเย็น

ฅนทุกฅนต้องมีที่องค์"แปด" เข้าล้อมแวด"รูป-นาม"ในความเห็น

"ตั้งแต่เกิดจนตาย"ไม่วายเว้น มองให้เห็น"สัจธรรม"นำเจริญ

๐ "เลขเก้า(๙)"แทน"พระเกตุ"พิเศษสะอาด "อากาศธาตุ"-"ความว่าง"ไม่ห่างเหิน

"เก้า"คือ"ก้าว"ล่วงล้ำลิ่วดำเนิน ออก"ก้าว"เดินจาก"อัตตา"-ตัวข้าฯไป

ออกไปจาก"ตัวตน"หลุดพ้นโลก!!! สิ้นทุกข์โศกสู่"ความว่าง"สว่างไสว

"โลกธาตุสี่-นามธรรมสี่"ออกหนีไกล สุขสดใสสู่อากาศ"ธาตุนิพพาน"!!!

"ปราศจากเครื่องร้อยรัด-ผูกมัดจิต" ดับภัยพิษนิรทุกข์เป็นศุขศานติ์

พิศ"เลขเก้า(๙)-ดาวพระเกตุ"เห็นเหตุการณ์ พบทางผ่าน"โลกุตตระ"..."สละ-วาง"!!!

"วาง"ให้หมด"ทุกข์-สุข"ทุกๆสิ่ง "สละ"ทิ้งสารพัดที่ขัดขวาง

"ละ"สมบัติพัสถานระรานทาง "ปล่อย"ทุกอย่าง...ไว้ที่เก่าไม่เอาเลย!!!

"ดับ"กิเลส-"ดับ"ตัวตนให้พ้นหลุด สู"วิมุตติธรรม"คำเฉลย

"ดับ"ไม่เหลือทุกๆอย่าง"วาง"สิ้นเลย แสนเสบย"อุเบกขา"ธรรมารมณ์

๐"เลขศูนย์(๐)"แทน"ความว่าง"ทุกอย่าง"ละ" เป็น"อิสระเสรี"ที่สวยสม

"ไร้ขอบเขต"แต่สุกใส....ใจนิยม อภิรมย์"ธรรมสัจจ์"-"อนัตตา"

"ไม่มีขอบเขตแดน"ที่แหนหวง "สิ้นความห่วง"สารพัน"สิ้นตัณหา"

รู้จัก"ตัว"-รู้จัก"ศูนย์"พูนปัญญา "นาม-รูปา"แท้จริงไซร้คือ"ไม่มี"!!!

"เลขศูนย์(๐)"คือ"สุญญตา"-"นิพพานัง ปรมัง สุขัง"เด่นรังสี

"ไร้รูป-นาม"เหลือความจริงทุกสิ่งดี อยู่ที่นี่"พระนิพพาน"เบิกบานทรวง!!!

"นิพพานเป็นสุขอย่างนิ่ง"ไร้สิ่งเทียบ สุดปานเปรียบใช่เป็นแดนที่แหนหวง

"ทุกคนไปได้"ดังหวังทั้งปวง หาก"ก้าว"ล่วงถึง"เลขศูนย์(๐)"จำรูญเอยฯ....

นิพพานะ ปัจจโย โหตุ สาธุ สาธุ สาธุ.....




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2557    
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 12:47:30 น.
Counter : 373 Pageviews.  

จิต(วิญญาณ)-การพัฒนา-การบริหารจัดการจิต ฯลฯ


จิต(วิญญาณ)- การพัฒนาจิต-การบริหารจิตไปสู่ความหลุดพ้น.......

การพัฒนาจิต.....

ถาม-อะไรคือการพัฒนาจิต ? และพัฒนาอย่างไร ?

นักศึกษา



ตอบ-

การพัฒนาจิต-คือ การพัฒนาองค์รวมของความรู้ ศูนย์กลางของกาย และใจ ซึ่งเป็น"แก่นธรรม"ออกมาจากชีวิต....



ธรรมชาติของจิต-คือ ตัวรู้ที่ว่างเปล่า แล้วบรรจุไว้ด้วย กาย 4 ส่วน คือ ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม โดยอาศัยตัวสืบต่อแห่งใจ คือ รู้สึก-รู้จำ-รู้คิด-และสัมผัสรับรู้ เป็นสายใจ-สายใย ในการติดต่อระหว่างกายกับจิต.....



จิต-คือ ความจริงที่ไม่เปลี่ยน มีสภาพ"รู้" โดยธรรมชาติ-ไม่มีดี-ไม่มีชั่ว แต่เพราะมนุษยชาติมาเกิด และเจริญมาจากเด็ก ซึ่งเป็นจิตบริสุทธิ์ แต่เกิดจากความไม่รู้ แล้วถูกอบรมมาผิด ใส่ใจ-เอาใจใส่มาผิดๆ เช่น สอนให้ยึดบ้าน-รถ-ชื่อ-นามสกุล-สังคม -พ่อแม่-พี่น้อง-สิ่งแวดล้อม ว่าเป็นเรา-เป็นของๆเรา สิ่งเหล่านี้ ตกอยู่ในความจำนับ 10-20 ปี การฝังใจนี้ ย่อมฝังจิตเดิม ที่มีแต่ตัวรู้ไว้ใต้ใจ-ใต้กาย ภายในกายของมนุษย์ ด้วยความหลงผิด เมื่อมาพัฒนาจิต ก็พัฒนาตัวรู้เดิมของมนุษย์เรา ที่บริสุทธิ์และยุติธรรมแต่เดิม กลับมาสู่ปัจจุบันธรรม ให้ถูกต้อง มิใช่ทำอะไรๆก็ตาม ปล่อยไปตามใจ-ตามกาย-ตามกิเลส-และตัณหาของคนและสังคม-สิ่งแวดล้อมที่เดินผิดๆ.....


ถาม-มีกลอุบายในการปรับปรุงพัฒนาจิตตนเองอย่างไรบ้าง?

ตอบ-จิต คือ ศูนย์กลางของชีวิต.....

จิต- คือ ผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน.... แต่เพราะถูกครอบงำด้วยกายและใจ จิต-ถูกธาตุทั้ง 4 ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม บดบังอย่างมิดชิด ทำให้มนุษย์ติด"อัตตา"-ตัวตนของตนเอง ...

จิต-ถูกใจครอบงำทั้ง 4 ห้อง รู้สึก-รู้จำ-รู้คิด-สัมผัสรับรู้ ที่ครอบงำจิตไว้ ทำให้ศักยภาพของจิตหมดพลังลงไป .....

การปรับปรุง...ต้องปลุกจิต-ตัวรู้ ขึ้นมาใช้ประโยชน์ เมื่อกายได้สัมผัสเย็น-ร้อน-อ่อน-แข็ง ก็ไม่ติดใจ-ไม่หลงใจ หูได้ยิน ทั้งเสียงที่ไพเราะ หรือด่าทอ ก็ไม่ติดใจ หรือไม่พอใจ จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส ตาได้สัมผัสรูป ก็ไม่ติดส่วนสุด 2 อย่าง คือ พอใจ หรือไม่พอใจ เห็นสักแต่ว่าเห็น รู้สึกแต่ว่ารู้ สัมผัสถูกต้องสักแต่ว่าสัมผัสถูกต้อง แล้วใจมันหายไปไหนล่ะนี่? ...ใจของคนเรา-ก็กลับไปเป็น"จิต"อย่างเดิมน่ะซี ถามได้.....


ธรรมญาณ
Dhammayan@hotmail.com




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2549    
Last Update : 15 มิถุนายน 2549 16:44:06 น.
Counter : 236 Pageviews.  


AmataNippan
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




พุทธญาณ แสงทิพย์/เนิน แสงทิพย์/ชัย แสงทิพย์ ฯลฯ

สถาบันแสงทิพย์อริยธรรม -บ้านฉัตรไชย บางเขน

http://www.buddhapoem.com
http://www.buddha-dhamma.com

อีเมล์- BuddhayanSangthip@gmail.com
NernSangthip@yahoo.com
ChaiSangthip@www.com
Friends' blogs
[Add AmataNippan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.